Se connecterเสี่ยวเถาเอียงศีรษะ
“พระชายาตรัสว่าอะไรนะเพคะ”
“เปล่า!”
นางรีบยกมือจับคอตัวเอง
ซ้ายที ขวาที
ยังอยู่!
ศีรษะยังอยู่บนบ่า!
“ขอบคุณสวรรค์!”
เสี่ยวเถามองเจ้านายด้วยความงุนงง
“พระชายา...”
“เสี่ยวเถา!”
“เพคะ!”
“ตอนนี้วันที่เท่าไร”
เสี่ยวเถารีบบอกวันและเดือนในขณะนั้น เหมยฮวาฟังแล้วพยักหน้า ก่อนเริ่มนับระยะเวลาในใจอย่างรวดเร็ว
หากความทรงจำเกี่ยวกับนิยายต้นฉบับไม่ผิดพลาด อีกประมาณสองเดือนข้างหน้า เสนาบดีหลี่เหวินจงจะเริ่มลงมือใส่ร้ายนาง
เหลือเวลาอีกประมาณสองเดือนเท่านั้น!
สองเดือน!
ในโลกเดิม ระยะเวลาสองเดือนอาจเพียงพอสำหรับจัดงานอีเวนต์ใหญ่สักงาน
แต่ในโลกนี้ มันคือเส้นตายของชีวิต!
ฉันทำงานจนตายมาแล้วครั้งหนึ่ง จะให้มาตายเพราะสามีอีกครั้งไม่ได้เด็ดขาด!
นางสูดหายใจลึก พยายามเรียกสติของตนเองกลับมา
ก่อนอื่นต้องรู้ว่าตนมีอะไรอยู่ในมือบ้าง
“เสี่ยวเถา”
“เพคะ”
“สินเดิมของข้าอยู่ที่ใด”
“สินเดิมหรือเพคะ”
“ใช่ เงิน เครื่องประดับ ที่ดิน อะไรก็ได้ที่เป็นของข้าโดยชอบธรรม”
เสี่ยวเถากะพริบตาปริบ ๆ
“พระชายาต้องการใช้เงินหรือเพคะ”
“ข้าต้องการตรวจดูทรัพย์สิน”
“ยังอยู่ครบเพคะ เงินแปดร้อยตำลึงเงิน เครื่องประดับที่ฮูหยินผู้ล่วงลับทิ้งไว้ และโฉนดที่ดินอีกหนึ่งแปลง บ่าวเก็บบัญชีไว้ในหีบตามที่พระชายาสั่งเพคะ”
เหมยฮวาตาเป็นประกาย
“แปดร้อยตำลึง!”
“เพคะ”
“ทั้งหมดเป็นสินเดิมของข้า”
“ใช่เพคะ”
“ไม่ได้เป็นของท่านอ๋อง”
“ไม่ใช่เพคะ”
“หากข้าออกจากจวนอ๋อง ก็ยังเป็นของข้าใช่หรือไม่”
เสี่ยวเถาหน้าเปลี่ยนสีทันที
“พระชายาจะออกจากจวนหรือเพคะ!”
“ข้าถามเรื่องเงินก่อน!”
“ตามบัญชีสินเดิมก็เป็นทรัพย์สินของพระชายาเพคะ แต่เหตุใดจึงตรัสเช่นนั้น”
“ไม่มีอะไร ข้าเพียงรู้สึกว่าควรใส่ใจทรัพย์สินของตัวเองบ้าง”
เหมยฮวาครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนถามต่อ
“เสี่ยวเถา นำบัญชีสินเดิมกับโฉนดที่ดินมาให้ข้าตรวจดูด้วย ข้าอยากรู้ว่าเอกสารเหล่านั้นมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง”
“ได้เพคะ บ่าวจะรีบไปนำมาให้”
เสี่ยวเถาพยักหน้ารับ แม้จะยังสงสัยว่าเหตุใดเจ้านายจึงสนใจเรื่องทรัพย์สินขึ้นมากะทันหัน
เหมยฮวายิ้มอย่างพอใจ อย่างน้อยนางก็ควรตรวจสอบให้แน่ใจเสียก่อนว่าสิ่งใดเป็นของตนจริง ๆ และสิ่งใดอาจกลายเป็นปัญหาหากต้องออกจากจวนอ๋องในอนาคต
ดีมาก!
อย่างน้อยก็พอมีทุนตั้งต้น ส่วนจะนำทรัพย์สินเหล่านั้นออกไปได้มากน้อยเพียงใด คงต้องตรวจสอบเอกสารให้แน่ชัดเสียก่อน
แปดร้อยตำลึงเงินอาจไม่มากพอให้นางนอนกินไปตลอดชีวิต แต่หากบริหารอย่างระมัดระวัง ย่อมใช้เริ่มต้นกิจการเล็ก ๆ ได้
ยิ่งมีที่ดินอีกหนึ่งแปลง ก็เท่ากับมีทางเลือกเพิ่มขึ้น
แต่ก่อนจะคิดเรื่องค้าขาย นางต้องจัดการปัญหาใหญ่ที่สุดเสียก่อน
สามี!
เหมยฮวาหลับตาทบทวนพล็อตต้นฉบับอีกครั้ง
ลี่เซียวเป็นบุรุษฉลาด มีอำนาจ และเคร่งครัดในหน้าที่
เขาไม่ใช่คนชั่วร้าย
แต่เขาเกลียดพระชายาของตนอย่างมาก
ส่วนพระชายาคนเดิมก็ไม่ใช่คนดีนัก ทั้งหึงหวง อาละวาด และเคยลงโทษบ่าวอย่างไม่เป็นธรรม
เพียงแต่เรื่องร้ายบางอย่างยังถูกคนอื่นเติมแต่งให้หนักกว่าเดิม
ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จึงเลวร้ายลงทุกวัน
ในเมื่อเขาไม่รักฉัน และฉันก็ไม่ได้รักเขา...
หย่าสิ! จะรออะไร!
นางลืมตาขึ้นทันที
“เสี่ยวเถา!”
“เพคะ!”
“ท่านอ๋องอยู่ที่ใด”
สาวใช้สะดุ้ง
“พระชายาจะไปพบท่านอ๋องหรือเพคะ”
“ใช่”
“แต่ว่า...”
“แต่อะไร”
เสี่ยวเถาเม้มริมฝีปาก
“เมื่อวานพระชายาเพิ่งก่อเรื่องในตลาด ท่านอ๋องทรงกริ้วมาก บ่าวเกรงว่า...”
“เมื่อวานข้าทำอะไรไปบ้าง”
เสี่ยวเถามีสีหน้าลำบากใจ
“พระชายาทรงเห็นสาวใช้คนหนึ่งพูดคุยกับบุรุษที่เข้าใจว่าเป็นคนของอนุฟาง จึงทรงคิดว่าอนุฟางส่งคนมาลอบนัดพบท่านอ๋อง”
“แล้ว”
“พระชายาทรงเข้าไปต่อว่าเพคะ”
“ต่อว่าอย่างไร”
“เอ่อ...”
“พูดมาเถอะ ข้าไม่ลงโทษเจ้า”
“พระชายาทรงกล่าวหาว่านางเป็นสตรีไร้ยางอาย แล้วสั่งให้คนจับตัวนางไว้กลางตลาดเพคะ”
เหมยฮวาหลับตาลง
ยอดเยี่ยมมาก เจ้าของร่างเดิม
สร้างศัตรูตั้งแต่ชาวบ้านยันเชื้อพระวงศ์เลยสินะ
“แล้วคนผู้นั้นเป็นคนของอนุฟางจริงหรือไม่”
“ยังไม่มีผู้ใดยืนยันได้เพคะ”
“แล้วบุรุษที่นางพูดด้วย”
“เป็นคนส่งของจากร้านผ้าเพคะ”
“...”
เหมยฮวายกมือกุมหน้าผาก
“แล้วข้าหมดสติได้อย่างไร”
“พระชายาทรงกริ้วมาก ประกอบกับยังไม่ได้เสวยอาหารตั้งแต่เช้า จึงหน้ามืดล้มลงเพคะ”
นางถอนหายใจยาว
“เสี่ยวเถา”
“เพคะ”
“ต่อไปหากข้าจะทำอะไรโง่ ๆ เจ้าช่วยเตือนข้าด้วย”
สาวใช้รีบคุกเข่า
“บ่าวไม่กล้า!”
“ข้าสั่งให้กล้า”
“เพคะ”
“หากเห็นข้าทำเรื่องไม่สมควร เจ้าต้องเตือน เข้าใจหรือไม่”
เสี่ยวเถามองนางอย่างไม่อยากเชื่อหู
“พระชายา... ทรงไม่กริ้วหรือเพคะ”
“ข้าจะโกรธคนที่ช่วยไม่ให้ข้าทำเรื่องขายหน้าไปทำไม”
สาวใช้เงียบไปชั่วครู่ ก่อนพยักหน้าแรง ๆ
“บ่าวเข้าใจแล้วเพคะ!”
เหมยฮวาพยักหน้าพอใจ
อย่างน้อยก็เริ่มต้นแก้ไขชีวิตใหม่ได้หนึ่งเรื่อง
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าจากด้านนอกก็ดังขึ้น
“ท่านอ๋องเสด็จ!”
เสี่ยวเถาหน้าซีด รีบลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย
เหมยฮวาหันขวับไปทางประตู
มาแล้วหรือ
เหมยฮวายิ้มอ่อนลง“หม่อมฉันก็คิดเช่นนั้นเพคะ”ทั้งสองนั่งเงียบไปครู่หนึ่ง ปล่อยให้เสียงน้ำไหลและสายลมทำหน้าที่แทนคำพูดก่อนที่เหมยฮวาจะนึกอะไรขึ้นได้“ท่านอ๋องเพคะ”“หือ”“อาหารที่นำมาวันนี้ใครจ่าย”ลี่เซียวหันมองนางทันที“ข้าจ่าย”“ทั้งหมด”“ทั้งหมด”“เช่นนั้นก็ดีเพคะ”เขาหัวเราะ“เจ้าถามเรื่องเงินได้ทุกเวลาเลยจริง ๆ”“ก็เรื่องเงินสำคัญนี่เพคะ”“แล้วข้าสำคัญหรือไม่”เหมยฮวาชะงัก ก่อนยิ้มเจ้าเล่ห์“พระองค์อยากให้หม่อมฉันตอบจริง ๆ หรือ”“อยาก”“สำคัญเพคะ”ลี่เซียวอมยิ้ม“มากเพียงใด”นางขยับเข้าไปใกล้ ก่อนตอบเบา ๆ“มากกว่าเงินในสมุดบัญชีอีกเพคะ”ลี่เซียวหัวเราะอย่างพอใจ“เช่นนั้นข้าคงสำคัญมากจริง ๆ”“ท่านอ๋อง!”ยามเย็น เมื่อกลับถึงเรือนสุขสำราญ เหมยฮวานั่งอยู่ใต้ต้นท้อพร้อมสมุดบันทึกแผนชีวิตเล่มเก่านางเปิดดูหน้าที่เคยจดแผนชีวิตไว้ตั้งแต่ช่วงแรก ๆหาเงินให้มากพอมีเรือนเป็นของตัวเองเปิดกิจการที่เลี้ยงตัวได้แล้วใช้ชีวิตอย่างสงบตอนนั้นนางยังคิดด้วยว่าจะต้องหย่ากับลี่เซียวให้สำเร็จเหมยฮวามองลายมือของตนเอง ก่อนหลุดหัวเราะเบา ๆ“หัวเราะอะไรอยู่”เสียงคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลังลี่เซียวเดิ
เหมยฮวายิ้มเจ้าเล่ห์“หม่อมฉันคิดว่าเราคงต้องจับตาดูสองคนนี้เสียหน่อย”“เจ้าจะเข้าไปถามหรือ”“ไม่เพคะ”“เหตุใด”“เรื่องของหัวใจต้องให้พวกเขาคุยกันเอง”ลี่เซียวยิ้ม“เจ้าพูดถูก”เหมยฮวาหันมองสามี“เหมือนที่พระองค์เคยต้องเรียนรู้ไงเพคะ”“ข้ายอมรับ”“ยอมรับง่ายเสียจริง”“เพราะข้าเถียงเจ้าไม่ได้”“ท่านอ๋อง!”เสียงหัวเราะของทั้งสองทำให้เสี่ยวเถาหันมามองอย่างสงสัย“พระชายา มีอะไรหรือเพคะ”เหมยฮวารีบส่ายหน้า“ไม่มีอะไร เจ้าทำงานต่อเถิด”เสี่ยวเถามองนายหญิงสลับกับท่านอ๋อง ก่อนหรี่ตา“พระชายากำลังแอบหัวเราะบ่าวหรือเพคะ”“ข้ายังไม่ได้พูดอะไรเลย”“แต่พระชายายิ้ม!”“วันนี้ข้าอารมณ์ดี”“จริงหรือเพคะ”“จริง”เสี่ยวเถายังไม่ค่อยเชื่อ แต่สุดท้ายก็ยอมเดินกลับไปทำงานเหมยฮวามองตามอย่างขบขันดูท่าบ้านร้อยรสจะมีเรื่องให้ลุ้นมากกว่ายอดขายเสียแล้วระหว่างเดินกลับจากร้าน ลี่เซียวกล่าวขึ้น“เหมยฮวา ข้ามีเรื่องจะบอกเจ้า”“เรื่องอะไรเพคะ”“เรื่องคดีเสนาบดีหลี่”นางหันมองเขาทันที“มีอะไรคืบหน้าหรือ”“การพิจารณาคดีส่วนที่เกี่ยวกับการยักย้ายเสบียงและการใช้อำนาจโดยมิชอบดำเนินไปตามพยานหลักฐานแล้ว ผู้เกี่ยวข้องแต่ละ
“ท่านอ๋อง...”“เจ้าทำงานหนักมามากแล้ว”องครักษ์หนุ่มยิ้มออกมา“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ”ลี่เซียวพยักหน้า ก่อนหยิบห่อขนมที่เตรียมไว้ขึ้นมาจ้าวหมิงมองห่อขนมในมือเจ้านาย“จะนำไปถวายพระชายาหรือพ่ะย่ะค่ะ”“ใช่”“เช่นนั้นกระหม่อมขอถามอีกข้อ”“อะไร”“พระชายาจะทรงให้พระองค์เข้าประตูหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”ลี่เซียวหยุดเดินจ้าวหมิงรีบถอยหลัง“กระหม่อมไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”เสียงหัวเราะของลี่เซียวดังตามหลังองครักษ์คนสนิทไปช่วงบ่าย ลี่เซียวมาถึงเรือนสุขสำราญพร้อมห่อขนมหลังได้รับอนุญาตให้เข้ามา เขาก็พบว่าเหมยฮวากำลังเอนกายอ่านหนังสืออยู่ใต้ต้นท้อ“เหมยฮวา”นางเงยหน้าขึ้น“ท่านอ๋อง”“ข้านำขนมมาให้”เหมยฮวามองห่อขนม ก่อนยิ้มทันที“ขนมเปี๊ยะร้านที่หม่อมฉันชอบหรือเพคะ”“ใช่”“พระองค์ช่างรู้ใจ”ลี่เซียววางห่อขนมลงบนโต๊ะ“ข้ามีข่าวดีด้วย”“ข่าวอะไรเพคะ”“ข้าได้รับอนุญาตให้ลาพักราชกิจหลายวัน”เหมยฮวาชะงัก ก่อนหรี่ตามอง“ส่งมอบงานเรียบร้อยแล้วหรือเพคะ”“เรียบร้อย”“ไม่มีงานค้าง”“ไม่มี”“ไม่ได้แอบหนีงานมาใช่หรือไม่”ลี่เซียวหัวเราะ“เหมยฮวา ข้าเป็นอ๋อง ไม่ใช่เด็กหนีเรียน”“หม่อมฉันถามเพื่อความแน่ใจต่างหากเพคะ”“เจ้าถ
“พระชายา ตื่นหรือยังเพคะ”“ยัง” เสี่ยวเถาชะงัก ก่อนหัวเราะออกมาเบา ๆ“ในเมื่อทรงตอบบ่าวได้ ก็แสดงว่าตื่นแล้วสิ เพคะ”“ข้าตื่นมาบอกว่ายังไม่ตื่น”“พระชายา!”เหมยฮวาดึงผ้าห่มขึ้นคลุมศีรษะ“มีเรื่องอะไรแต่เช้า”“ไม่เช้าแล้วเพคะ ใกล้เที่ยงแล้ว”“เช่นนั้นก็ดี ข้าประหยัดอาหารเช้าไปได้หนึ่งมื้อ”เสี่ยวเถาส่ายหน้าอย่างจนใจ“ผู้จัดการร้านบ้านร้อยรสส่งรายงานบัญชีประจำเดือนมาให้ตรวจเพคะ”“กำไรลดลงหรือ”“ไม่ลดเพคะ เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนอีกต่างหาก!”“เช่นนั้นวางไว้บนโต๊ะ เดี๋ยวข้าตื่นแล้วจะอ่าน”“แล้วพระชายาจะตื่นเมื่อใดเพคะ”“เมื่อข้านอนพอ” เสี่ยวเถาถอนหายใจ ก่อนวางสมุดบัญชีลงบนโต๊ะตามคำสั่งร้านบ้านร้อยรสของเหมยฮวาเติบโตขึ้นอย่างมั่นคง จากร้านเล็ก ๆ ที่นางต้องลงมือตรวจทุกอย่างด้วยตัวเอง กลายเป็นกิจการที่มีทั้งหมดสามสาขาสาขาแรกยังคงเป็นร้านหลัก ส่วนอีกสองแห่งเปิดจากกำไรสะสมและเงินทุนที่จัดสรรไว้อย่างรอบคอบ แต่ละร้านมีผู้จัดการประจำ มีระบบตรวจบัญชีและดูแลวัตถุดิบชัดเจนเหมยฮวายังคงเป็นผู้ตัดสินใจเรื่องสำคัญ ทว่าไม่จำเป็นต้องวิ่งวุ่นแก้ปัญหาทุกอย่างด้วยตัวเองอีกต่อไปนางตั้งใจสร้างกิจการเพื่อให้มีช
“ข้าเข้าใจ”เหมยฮวาหันมองเขา“พระองค์ไม่คิดจะเสนอเงินลงทุนหรือเพคะ”ลี่เซียวเลิกคิ้ว“เจ้าต้องการหรือ”“หม่อมฉันเพียงถาม”“หากวันหนึ่งเจ้าต้องการผู้ร่วมลงทุน ข้าก็พร้อมพิจารณา”“จริงหรือเพคะ”“จริง แต่ข้าจะไม่เข้ามาก้าวก่ายกิจการโดยพลการ”เหมยฮวายิ้มกว้าง“ดีมากเพคะ”ลี่เซียวหัวเราะ“แล้วหากข้าลงทุน จะได้สิ่งใดตอบแทน”นางทำท่าครุ่นคิด“ส่วนลดค่าอาหารดีหรือไม่เพคะ”“เท่าไร”“หนึ่งส่วนสิบ”ลี่เซียวเลิกคิ้ว“เมื่อวานเจ้ายังบอกว่าห้ามข้าขอส่วนลด”“ก็เมื่อวานพระองค์ยังไม่ได้เป็นนักลงทุนนี่เพคะ!”“เช่นนั้นข้าคงต้องคิดให้ดี”“คิดได้เพคะ แต่ห้ามต่อรองมากนัก”ลี่เซียวหัวเราะ“ข้าจะจำไว้”เหมยฮวายิ้ม ก่อนเอนศีรษะพิงไหล่เขาอย่างเป็นธรรมชาติลี่เซียวชะงักเล็กน้อยจากนั้นจึงนั่งนิ่งให้นางพิงอย่างสบาย“เหมยฮวา”“เพคะ”“เจ้ากำลังคิดอะไร”“กำลังคิดเรื่องอนาคตเพคะ”“อนาคตของร้าน”“ส่วนหนึ่งเพคะ”“แล้วอีกส่วนหนึ่ง”นางเงยหน้าขึ้นมองเขา“อนาคตของเราสองคน”ลี่เซียวชะงัก ก่อนยิ้มกว้าง“ข้าชอบคำตอบนี้”เหมยฮวาหัวเราะ“แต่พระองค์ต้องจำไว้นะเพคะ”“เรื่องใด”“หากวันหนึ่งหม่อมฉันเกษียณแล้ว หม่อมฉันจะนอนตื่นสาย
“ก็ข้าร้องอยู่คนเดียว!”จ้าวหมิงมองนางอย่างจนใจ ก่อนหยิบผ้าเช็ดหน้าสะอาดส่งให้“เช่นนั้นใช้ผืนนี้เถิด”เสี่ยวเถารับมาอย่างประหลาดใจ“ขอบคุณเจ้าค่ะ”เหมยฮวาเห็นเหตุการณ์นั้นพอดี จึงแอบยิ้มดูท่าวันนี้จะไม่ได้มีเพียงคู่เดียวที่อารมณ์ดีเสียแล้วหลังพิธี ทุกคนร่วมรับประทานอาหารกลางวันที่จัดเตรียมไว้ภายในลานเรือนอาหารมีเพียงไม่กี่อย่าง แต่ล้วนเป็นเมนูที่เหมยฮวาเลือกเองบางจานนำมาจากร้านบ้านร้อยรส โดยมีการลงบัญชีค่าใช้จ่ายเรียบร้อยเหมยฮวานั่งตรวจรายการอาหารเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนทำเครื่องหมายลงในสมุดลี่เซียวเห็นเข้าก็อดถามไม่ได้“วันนี้เจ้าจะไม่พักจากสมุดบัญชีสักวันหรือ”“หม่อมฉันตรวจอีกนิดเดียวเพคะ”“วันนี้เป็นวันมงคลของเรา”“วันมงคลก็ต้องระวังเงินเหมือนกันเพคะ”เซี่ยหย่งหัวเราะ“ข้าเริ่มเข้าใจแล้วว่าเหตุใดเจ้าจึงดูแลร้านอาหารได้ดี”เหมยฮวายิ้ม“เงินทุกตำลึงมีค่าเจ้าค่ะ”ลี่เซียวพยักหน้า“โดยเฉพาะเงินค่าอาหารของข้า”เหมยฮวาหันขวับ“พระองค์จ่ายค่าอาหารครบแล้วหรือยังเพคะ”“ครบทุกตำลึง ไม่ขาดแม้แต่อีแปะเดียว”เซี่ยหย่งหัวเราะ “ข้าเพิ่งเคยเห็นหลานชายถูกภรรยาชมเพราะจ่ายค่าอาหารเต็มราคา!”ทุกคน







