Se connecterดีเลย ไม่ต้องเสียเวลาไปหา!
ประตูห้องเปิดออก
บุรุษร่างสูงในชุดคลุมสีเข้มก้าวเข้ามา ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย คิ้วเข้ม ดวงตาลุ่มลึก และท่าทางสง่างามสมฐานะเชื้อพระวงศ์
เขาหยุดยืนห่างจากเตียงไม่กี่ก้าว
สายตาเย็นชากวาดมองนางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า
เหมยฮวาเผลอนิ่งไปครู่หนึ่ง
โอ้โห...
หล่อจริงด้วย!
คนเขียนนิยายไม่ได้โม้เลยสักนิด
แต่เมื่อสบดวงตาเย็นเยียบคู่นั้น นางก็รีบดึงสติกลับมา
หล่อแล้วอย่างไร
หล่อแค่ไหนก็ไม่คุ้มกับการเสียหัว!
ลี่เซียววางกระดาษแผ่นหนึ่งลงบนโต๊ะข้างเตียง
“ตื่นแล้วหรือ”
น้ำเสียงของเขาราบเรียบจนแทบไม่มีอารมณ์
“เพคะ”
“ยังปวดศีรษะอยู่หรือไม่”
เหมยฮวาชะงักเล็กน้อย
ไม่คิดว่าเขาจะถามอาการก่อน
“ดีขึ้นแล้วเพคะ”
“เช่นนั้นก็ดี”
ลี่เซียวเลื่อนสายตาไปยังเสี่ยวเถา
“ออกไปก่อน”
“เพคะ”
เสี่ยวเถาเหลือบมองเจ้านายด้วยความเป็นห่วง ก่อนค่อย ๆ ถอยออกไป
เมื่อประตูปิดลง ลี่เซียวจึงหันกลับมา
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าเมื่อวานก่อเรื่องอะไรไว้”
เหมยฮวาพยักหน้า
“ทราบแล้วเพคะ”
เขาขมวดคิ้ว
“ทราบแล้ว”
“หม่อมฉันสร้างความวุ่นวายกลางตลาด กล่าวหาผู้อื่นโดยไม่มีหลักฐาน และทำให้จวนอ๋องเสียชื่อเสียง”
ลี่เซียวเงียบไป
คำตอบนี้ผิดจากที่คาดไว้มาก
ปกติหากเขาตำหนินาง นางจะต้องร้องไห้ โวยวาย หรือกล่าวโทษอนุฟาง
แต่วันนี้กลับยอมรับผิดอย่างง่ายดาย
“แล้วเจ้าคิดว่าเรื่องนี้ควรจัดการอย่างไร”
“หม่อมฉันควรขอโทษผู้ที่ได้รับความเสียหาย และชดใช้หากมีทรัพย์สินของผู้ใดเสียหายเพคะ”
ลี่เซียวมองนางนิ่ง
“เจ้าพูดจริง”
“จริงเพคะ”
“ไม่ได้คิดจะกล่าวโทษอนุฟางอีกหรือ”
“หากไม่มีหลักฐาน หม่อมฉันจะกล่าวโทษนางทำไม”
คิ้วเข้มของลี่เซียวขมวดเข้าหากันมากขึ้น
“เหมยฮวา”
“เพคะ”
“เจ้ากำลังคิดจะทำอะไร”
นางยิ้มอย่างสุภาพ
“กำลังคิดจะเป็นคนดีเพคะ”
“...”
“ท่านไม่เชื่อหรือ”
“เจ้าเคยพูดเช่นนี้มาแล้วหลายครั้ง”
เหมยฮวาเม้มปาก
เอาเถอะ เจ้าของร่างเดิมคงสร้างผลงานไว้เยอะจริง ๆ
ลี่เซียวหยิบกระดาษบนโต๊ะขึ้นมา
“นี่เป็นหนังสือตักเตือน หากเจ้าก่อเรื่องรังแกผู้อื่นอีก ข้าจะสั่งให้เจ้าพักอยู่ในเรือนและห้ามออกไปสร้างความเดือดร้อนจนกว่าจะสำนึกผิด”
เหมยฮวาเหลือบมองหนังสือในมือเขา
หนังสือตักเตือน
นึกว่าใบหย่าเสียอีก!
นางอดผิดหวังไม่ได้
แต่เพียงครู่เดียว ความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามา
ในเมื่อเขารังเกียจนางอยู่แล้ว เหตุใดไม่ใช้โอกาสนี้เสนอทางออกให้ทั้งสองฝ่าย
“ท่านอ๋อง”
“ว่าอย่างไร”
“หม่อมฉันมีเรื่องอยากปรึกษาเพคะ”
ลี่เซียวมองนางอย่างระแวดระวัง
“เรื่องใด”
เหมยฮวาขยับตัวนั่งหลังตรง
“ท่านไม่ชอบหม่อมฉัน ใช่หรือไม่เพคะ”
คำถามตรงไปตรงมาทำให้เขาชะงัก
“เหตุใดจึงถาม”
“เพราะหม่อมฉันอยากทราบความจริง”
ลี่เซียวเงียบไปครู่หนึ่ง
“ความประพฤติของเจ้าทำให้ข้าผิดหวัง”
“แล้วท่านมีความสุขกับการแต่งงานครั้งนี้หรือไม่”
“...”
“ไม่ต้องเกรงใจหม่อมฉันเพคะ”
เขามองนางอย่างประหลาดใจ
“เจ้าต้องการจะพูดอะไรกันแน่”
เหมยฮวาสูดหายใจเข้าลึก ๆ
ก่อนยิ้มกว้าง
“พวกเราหย่ากันเถอะเพคะ!”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทันที
ลี่เซียวนิ่งค้าง
“เจ้าว่าอะไรนะ”
“หม่อมฉันขอหย่าเพคะ”
“หย่า”
“ใช่เพคะ แยกทางกันอย่างสงบ ต่างคนต่างใช้ชีวิต ไม่ต้องทะเลาะกันอีก”
ลี่เซียวจ้องหน้านาง
“เหมยฮวา เจ้ากำลังเล่นตลกอะไร”
“หม่อมฉันพูดจริงเพคะ”
“เมื่อวานเจ้ายังอาละวาดเพราะหึงหวงข้า”
“เมื่อวานก็คือเมื่อวาน วันนี้หม่อมฉันคิดได้แล้ว”
“คิดได้ภายในคืนเดียว”
“บางครั้งคนเราก็ต้องผ่านเหตุการณ์เฉียดตายก่อนจึงจะมองเห็นความจริงเพคะ”
ลี่เซียวหรี่ตา
“ความจริงอะไร”
“ความจริงที่ว่าชีวิตสั้นนัก ไม่ควรเสียเวลาอยู่กับคนที่ไม่มีความสุขด้วยกัน”
คำตอบนั้นทำให้เขาเงียบไปอีกครั้ง
เหมยฮวารีบฉวยโอกาสพูดต่อ
“ท่านเองก็ไม่ต้องทนกับพระชายาที่ทำให้ปวดศีรษะ ส่วนหม่อมฉันก็จะได้ไปใช้ชีวิตอย่างสงบ ต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์ ดีออกมิใช่หรือเพคะ”
“เจ้าคิดว่าการหย่าเป็นเรื่องง่ายถึงเพียงนั้น”
“หม่อมฉันทราบว่าไม่ง่ายเพคะ”
“การสมรสของเราเป็นพระราชทาน”
“ทราบเพคะ”
“หากจะยุติความสัมพันธ์ ต้องกราบทูลขอพระบรมราชานุญาตจากฝ่าบาท”
“ทราบเพคะ”
“แล้วเจ้ายังจะขอหย่า”
“ขอเพคะ”
ลี่เซียวมองนางอย่างไม่เข้าใจ
“เพราะเหตุใด”
เหมยฮวานิ่งคิดเล็กน้อย
นางไม่อาจบอกได้ว่าตนอ่านนิยายมาแล้วและรู้ว่าอีกสองเดือนจะถูกประหาร
จึงเลือกตอบตามความจริงเพียงบางส่วน
“เพราะหม่อมฉันอยากมีชีวิตที่เป็นของตัวเองเพคะ”
ลี่เซียวชะงัก
“อยู่ในจวนอ๋อง เจ้าขาดสิ่งใด”
“หม่อมฉันไม่ได้ขาดอาหารหรือเสื้อผ้าเพคะ”
“แล้วขาดอะไร”
“ความสบายใจ”
คำตอบสั้น ๆ ทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปเล็กน้อย
เหมยฮวาพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ท่านอ๋อง หม่อมฉันยอมรับว่าที่ผ่านมาทำผิดหลายเรื่อง แต่การอยู่ร่วมกันโดยไม่มีความรัก มีแต่ความระแวงและความไม่พอใจ ย่อมไม่เป็นผลดีต่อผู้ใด”
เหมยฮวายิ้มอ่อนลง“หม่อมฉันก็คิดเช่นนั้นเพคะ”ทั้งสองนั่งเงียบไปครู่หนึ่ง ปล่อยให้เสียงน้ำไหลและสายลมทำหน้าที่แทนคำพูดก่อนที่เหมยฮวาจะนึกอะไรขึ้นได้“ท่านอ๋องเพคะ”“หือ”“อาหารที่นำมาวันนี้ใครจ่าย”ลี่เซียวหันมองนางทันที“ข้าจ่าย”“ทั้งหมด”“ทั้งหมด”“เช่นนั้นก็ดีเพคะ”เขาหัวเราะ“เจ้าถามเรื่องเงินได้ทุกเวลาเลยจริง ๆ”“ก็เรื่องเงินสำคัญนี่เพคะ”“แล้วข้าสำคัญหรือไม่”เหมยฮวาชะงัก ก่อนยิ้มเจ้าเล่ห์“พระองค์อยากให้หม่อมฉันตอบจริง ๆ หรือ”“อยาก”“สำคัญเพคะ”ลี่เซียวอมยิ้ม“มากเพียงใด”นางขยับเข้าไปใกล้ ก่อนตอบเบา ๆ“มากกว่าเงินในสมุดบัญชีอีกเพคะ”ลี่เซียวหัวเราะอย่างพอใจ“เช่นนั้นข้าคงสำคัญมากจริง ๆ”“ท่านอ๋อง!”ยามเย็น เมื่อกลับถึงเรือนสุขสำราญ เหมยฮวานั่งอยู่ใต้ต้นท้อพร้อมสมุดบันทึกแผนชีวิตเล่มเก่านางเปิดดูหน้าที่เคยจดแผนชีวิตไว้ตั้งแต่ช่วงแรก ๆหาเงินให้มากพอมีเรือนเป็นของตัวเองเปิดกิจการที่เลี้ยงตัวได้แล้วใช้ชีวิตอย่างสงบตอนนั้นนางยังคิดด้วยว่าจะต้องหย่ากับลี่เซียวให้สำเร็จเหมยฮวามองลายมือของตนเอง ก่อนหลุดหัวเราะเบา ๆ“หัวเราะอะไรอยู่”เสียงคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลังลี่เซียวเดิ
เหมยฮวายิ้มเจ้าเล่ห์“หม่อมฉันคิดว่าเราคงต้องจับตาดูสองคนนี้เสียหน่อย”“เจ้าจะเข้าไปถามหรือ”“ไม่เพคะ”“เหตุใด”“เรื่องของหัวใจต้องให้พวกเขาคุยกันเอง”ลี่เซียวยิ้ม“เจ้าพูดถูก”เหมยฮวาหันมองสามี“เหมือนที่พระองค์เคยต้องเรียนรู้ไงเพคะ”“ข้ายอมรับ”“ยอมรับง่ายเสียจริง”“เพราะข้าเถียงเจ้าไม่ได้”“ท่านอ๋อง!”เสียงหัวเราะของทั้งสองทำให้เสี่ยวเถาหันมามองอย่างสงสัย“พระชายา มีอะไรหรือเพคะ”เหมยฮวารีบส่ายหน้า“ไม่มีอะไร เจ้าทำงานต่อเถิด”เสี่ยวเถามองนายหญิงสลับกับท่านอ๋อง ก่อนหรี่ตา“พระชายากำลังแอบหัวเราะบ่าวหรือเพคะ”“ข้ายังไม่ได้พูดอะไรเลย”“แต่พระชายายิ้ม!”“วันนี้ข้าอารมณ์ดี”“จริงหรือเพคะ”“จริง”เสี่ยวเถายังไม่ค่อยเชื่อ แต่สุดท้ายก็ยอมเดินกลับไปทำงานเหมยฮวามองตามอย่างขบขันดูท่าบ้านร้อยรสจะมีเรื่องให้ลุ้นมากกว่ายอดขายเสียแล้วระหว่างเดินกลับจากร้าน ลี่เซียวกล่าวขึ้น“เหมยฮวา ข้ามีเรื่องจะบอกเจ้า”“เรื่องอะไรเพคะ”“เรื่องคดีเสนาบดีหลี่”นางหันมองเขาทันที“มีอะไรคืบหน้าหรือ”“การพิจารณาคดีส่วนที่เกี่ยวกับการยักย้ายเสบียงและการใช้อำนาจโดยมิชอบดำเนินไปตามพยานหลักฐานแล้ว ผู้เกี่ยวข้องแต่ละ
“ท่านอ๋อง...”“เจ้าทำงานหนักมามากแล้ว”องครักษ์หนุ่มยิ้มออกมา“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ”ลี่เซียวพยักหน้า ก่อนหยิบห่อขนมที่เตรียมไว้ขึ้นมาจ้าวหมิงมองห่อขนมในมือเจ้านาย“จะนำไปถวายพระชายาหรือพ่ะย่ะค่ะ”“ใช่”“เช่นนั้นกระหม่อมขอถามอีกข้อ”“อะไร”“พระชายาจะทรงให้พระองค์เข้าประตูหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”ลี่เซียวหยุดเดินจ้าวหมิงรีบถอยหลัง“กระหม่อมไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”เสียงหัวเราะของลี่เซียวดังตามหลังองครักษ์คนสนิทไปช่วงบ่าย ลี่เซียวมาถึงเรือนสุขสำราญพร้อมห่อขนมหลังได้รับอนุญาตให้เข้ามา เขาก็พบว่าเหมยฮวากำลังเอนกายอ่านหนังสืออยู่ใต้ต้นท้อ“เหมยฮวา”นางเงยหน้าขึ้น“ท่านอ๋อง”“ข้านำขนมมาให้”เหมยฮวามองห่อขนม ก่อนยิ้มทันที“ขนมเปี๊ยะร้านที่หม่อมฉันชอบหรือเพคะ”“ใช่”“พระองค์ช่างรู้ใจ”ลี่เซียววางห่อขนมลงบนโต๊ะ“ข้ามีข่าวดีด้วย”“ข่าวอะไรเพคะ”“ข้าได้รับอนุญาตให้ลาพักราชกิจหลายวัน”เหมยฮวาชะงัก ก่อนหรี่ตามอง“ส่งมอบงานเรียบร้อยแล้วหรือเพคะ”“เรียบร้อย”“ไม่มีงานค้าง”“ไม่มี”“ไม่ได้แอบหนีงานมาใช่หรือไม่”ลี่เซียวหัวเราะ“เหมยฮวา ข้าเป็นอ๋อง ไม่ใช่เด็กหนีเรียน”“หม่อมฉันถามเพื่อความแน่ใจต่างหากเพคะ”“เจ้าถ
“พระชายา ตื่นหรือยังเพคะ”“ยัง” เสี่ยวเถาชะงัก ก่อนหัวเราะออกมาเบา ๆ“ในเมื่อทรงตอบบ่าวได้ ก็แสดงว่าตื่นแล้วสิ เพคะ”“ข้าตื่นมาบอกว่ายังไม่ตื่น”“พระชายา!”เหมยฮวาดึงผ้าห่มขึ้นคลุมศีรษะ“มีเรื่องอะไรแต่เช้า”“ไม่เช้าแล้วเพคะ ใกล้เที่ยงแล้ว”“เช่นนั้นก็ดี ข้าประหยัดอาหารเช้าไปได้หนึ่งมื้อ”เสี่ยวเถาส่ายหน้าอย่างจนใจ“ผู้จัดการร้านบ้านร้อยรสส่งรายงานบัญชีประจำเดือนมาให้ตรวจเพคะ”“กำไรลดลงหรือ”“ไม่ลดเพคะ เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนอีกต่างหาก!”“เช่นนั้นวางไว้บนโต๊ะ เดี๋ยวข้าตื่นแล้วจะอ่าน”“แล้วพระชายาจะตื่นเมื่อใดเพคะ”“เมื่อข้านอนพอ” เสี่ยวเถาถอนหายใจ ก่อนวางสมุดบัญชีลงบนโต๊ะตามคำสั่งร้านบ้านร้อยรสของเหมยฮวาเติบโตขึ้นอย่างมั่นคง จากร้านเล็ก ๆ ที่นางต้องลงมือตรวจทุกอย่างด้วยตัวเอง กลายเป็นกิจการที่มีทั้งหมดสามสาขาสาขาแรกยังคงเป็นร้านหลัก ส่วนอีกสองแห่งเปิดจากกำไรสะสมและเงินทุนที่จัดสรรไว้อย่างรอบคอบ แต่ละร้านมีผู้จัดการประจำ มีระบบตรวจบัญชีและดูแลวัตถุดิบชัดเจนเหมยฮวายังคงเป็นผู้ตัดสินใจเรื่องสำคัญ ทว่าไม่จำเป็นต้องวิ่งวุ่นแก้ปัญหาทุกอย่างด้วยตัวเองอีกต่อไปนางตั้งใจสร้างกิจการเพื่อให้มีช
“ข้าเข้าใจ”เหมยฮวาหันมองเขา“พระองค์ไม่คิดจะเสนอเงินลงทุนหรือเพคะ”ลี่เซียวเลิกคิ้ว“เจ้าต้องการหรือ”“หม่อมฉันเพียงถาม”“หากวันหนึ่งเจ้าต้องการผู้ร่วมลงทุน ข้าก็พร้อมพิจารณา”“จริงหรือเพคะ”“จริง แต่ข้าจะไม่เข้ามาก้าวก่ายกิจการโดยพลการ”เหมยฮวายิ้มกว้าง“ดีมากเพคะ”ลี่เซียวหัวเราะ“แล้วหากข้าลงทุน จะได้สิ่งใดตอบแทน”นางทำท่าครุ่นคิด“ส่วนลดค่าอาหารดีหรือไม่เพคะ”“เท่าไร”“หนึ่งส่วนสิบ”ลี่เซียวเลิกคิ้ว“เมื่อวานเจ้ายังบอกว่าห้ามข้าขอส่วนลด”“ก็เมื่อวานพระองค์ยังไม่ได้เป็นนักลงทุนนี่เพคะ!”“เช่นนั้นข้าคงต้องคิดให้ดี”“คิดได้เพคะ แต่ห้ามต่อรองมากนัก”ลี่เซียวหัวเราะ“ข้าจะจำไว้”เหมยฮวายิ้ม ก่อนเอนศีรษะพิงไหล่เขาอย่างเป็นธรรมชาติลี่เซียวชะงักเล็กน้อยจากนั้นจึงนั่งนิ่งให้นางพิงอย่างสบาย“เหมยฮวา”“เพคะ”“เจ้ากำลังคิดอะไร”“กำลังคิดเรื่องอนาคตเพคะ”“อนาคตของร้าน”“ส่วนหนึ่งเพคะ”“แล้วอีกส่วนหนึ่ง”นางเงยหน้าขึ้นมองเขา“อนาคตของเราสองคน”ลี่เซียวชะงัก ก่อนยิ้มกว้าง“ข้าชอบคำตอบนี้”เหมยฮวาหัวเราะ“แต่พระองค์ต้องจำไว้นะเพคะ”“เรื่องใด”“หากวันหนึ่งหม่อมฉันเกษียณแล้ว หม่อมฉันจะนอนตื่นสาย
“ก็ข้าร้องอยู่คนเดียว!”จ้าวหมิงมองนางอย่างจนใจ ก่อนหยิบผ้าเช็ดหน้าสะอาดส่งให้“เช่นนั้นใช้ผืนนี้เถิด”เสี่ยวเถารับมาอย่างประหลาดใจ“ขอบคุณเจ้าค่ะ”เหมยฮวาเห็นเหตุการณ์นั้นพอดี จึงแอบยิ้มดูท่าวันนี้จะไม่ได้มีเพียงคู่เดียวที่อารมณ์ดีเสียแล้วหลังพิธี ทุกคนร่วมรับประทานอาหารกลางวันที่จัดเตรียมไว้ภายในลานเรือนอาหารมีเพียงไม่กี่อย่าง แต่ล้วนเป็นเมนูที่เหมยฮวาเลือกเองบางจานนำมาจากร้านบ้านร้อยรส โดยมีการลงบัญชีค่าใช้จ่ายเรียบร้อยเหมยฮวานั่งตรวจรายการอาหารเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนทำเครื่องหมายลงในสมุดลี่เซียวเห็นเข้าก็อดถามไม่ได้“วันนี้เจ้าจะไม่พักจากสมุดบัญชีสักวันหรือ”“หม่อมฉันตรวจอีกนิดเดียวเพคะ”“วันนี้เป็นวันมงคลของเรา”“วันมงคลก็ต้องระวังเงินเหมือนกันเพคะ”เซี่ยหย่งหัวเราะ“ข้าเริ่มเข้าใจแล้วว่าเหตุใดเจ้าจึงดูแลร้านอาหารได้ดี”เหมยฮวายิ้ม“เงินทุกตำลึงมีค่าเจ้าค่ะ”ลี่เซียวพยักหน้า“โดยเฉพาะเงินค่าอาหารของข้า”เหมยฮวาหันขวับ“พระองค์จ่ายค่าอาหารครบแล้วหรือยังเพคะ”“ครบทุกตำลึง ไม่ขาดแม้แต่อีแปะเดียว”เซี่ยหย่งหัวเราะ “ข้าเพิ่งเคยเห็นหลานชายถูกภรรยาชมเพราะจ่ายค่าอาหารเต็มราคา!”ทุกคน







