Masukท่าทางที่อ่อนหวานของจ้าวมู่อิง ทำให้จ้าวซีซีเกือบหลงกลเสียแล้ว หากไม่ได้อ่านนิยายเล่มหนึ่งมาก่อน และท่าทางของหญิงสาวตรงหน้าก็สามารถหลอกคนได้จริง ๆ
แต่ไม่ว่าอย่างไรเธอก็ได้พยายามคุมสติไว้ เพราะรู้สึกถึงแววตาที่บางครั้งแอบแฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์ และร้ายกาจของอีกฝ่าย
หากหลับตาเพียงชั่วครู่ก็จะเห็นภาพน้องสาวที่เคยน่ารักและอ่อนหวานกำลังแทงข้างหลังเธอไม่ต่างจากเนื้อหาในนิยายเรื่องนี้
“ไม่ต้องหรอกเสี่ยวอิง... พี่แค่รู้สึกอ่อนเพลียหน่อยเดียวเอง” จ้าวซีซีตอบกลับไป พลางยิ้มให้กับน้องสาวอย่างนิ่มนวล เนื่องจากว่าตอนนี้ยังไม่ยากเผยตัวอะไรมากนัก
“จริงเหรอคะ แต่พี่ดูไม่ค่อยดีเลยนะคะ” จ้าวมู่อิงพูดด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความห่วงใยอย่างเต็มที่
พอได้ยินอย่างนั้นจึงมองสบตากับน้องสาว แล้วพยายามจะซ่อนรอยยิ้มไว้ เพราะรู้ดีว่าในตอนนี้จ้าวมู่อิงกำลังเล่นละครอยู่
นั่นเพราะว่าเธอเองก็แกล้งทำเป็นผู้หญิงที่ไร้เดียงสาและอ่อนแอ เพื่อจะดูท่าทางของน้องสาวให้ถี่ถ้วนขึ้น
“เชื่อพี่เถอะ พี่ไม่เป็นไรจริง ๆ” จ้าวซีซีพยักหน้าเล็กน้อยและหลับตาไปครู่หนึ่ง ก่อนจะลืมตาขึ้นมาแล้วพูดต่อ “เสี่ยวอิง... พี่คิดว่าเราควรจะคุยกันเรื่องเหวินหยวนได้แล้วนะ”
จ้าวมู่อิงที่ยืนอยู่ข้างเตียงหยุดนิ่งไปชั่วครู่ เพราะไม่คิดว่าพี่สาวจะมองออกว่าตนเองรู้สึกอย่างไรกับเหวินหยวน สีหน้าของเธอเริ่มเปลี่ยนไปเป็นความสงสัย
“พี่เหวินหยวน พี่อยากพูดถึงเขาทำไมคะ”
หญิงสาวไม่ตอบทันที แต่หันไปมองอีกฝ่ายอย่างมีความหมาย
“เสี่ยวอิงก็รู้ใช่ไหมว่า...พี่จะต้องแต่งงานกับเหวินหยวน”
คำพูดของจ้าวซีซีทำให้จ้าวมู่อิงนิ่งค้างอยู่ในท่าทางที่ดูเหมือนจะตกใจ แต่เพียงแค่แวบเดียว น้องสาวก็กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว แล้วหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะตอบเหมือนไม่มีอะไร
“พี่แต่งงานกับพี่เหวินหยวนก็ดีนะ ฉันก็คิดว่าเขาเป็นคนดี แต่พี่ถามเรื่องนี้กับฉันทำไมคะ”
จ้าวซีซีก็ยิ้มแย้มขึ้นมาขณะตอบกลับ
“เสี่ยวอิง...ที่ผ่านมาเธอไม่รู้เลยเหรอว่าพี่ไม่ได้อยากแต่งงานกับเหวินหยวน พี่ไม่ได้รักเขาและเขาก็ไม่ได้รักพี่”
เมื่อได้ยินอย่างนั้น จ้าวมู่อิงก็ยังคงยิ้มหวานเช่นเคย แม้จะแฝงไปด้วยแววตาร้ายกาจที่จ้าวซีซีไม่พลาดที่จะจับสังเกตได้
“ถ้าอย่างนั้นพี่จะทำอะไรได้คะ เพราะการแต่งงานเป็นความคิดของผู้ใหญ่”
“พี่คิดว่าควรจะให้เหวินหยวนได้แต่งงานกับคนที่เขารัก แล้วก็ทำให้คนที่รักเขาสมหวังด้วย”
เมื่อได้ยินประโยคนี้จ้าวมู่อิงก็มีรอยยิ้มขึ้นมาทันที
“แล้วพี่จะทำยังไง”
จ้าวซีซีไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่ในใจกลับคิดถึงแผนการที่ค่อย ๆ จะเกิดขึ้นต่อจากนี้
ในตอนนี้หญิงสาวยังไม่จำเป็นต้องทำอะไรหรือพูดอะไรออกไป แต่คิดว่าจะใช้เรื่องความรักของเหวินหยวนเป็นเครื่องมือ ในการจัดการทั้งจ้าวหมิงหมิงและจ้าวมู่อิงไปพร้อมกัน
เพราะเธอเชื่อว่าความริษยาของทั้งสองคนจะทำให้เรื่องของเธอนี้สะดวกยิ่งขึ้น!!
จ้าวซีซีเดินเข้ามาในงานอย่างมั่นใจ การที่เธอควงแขนอยู่กับเซียวเฉิงดึงดูดความสนใจจากทุกคนในงาน สายตาหลายคู่หันมาจับจ้อง ทั้งผู้หญิงที่ชื่นชมในความงามของเธอ และผู้ชายที่อดไม่ได้ที่จะมองตามร่างนุ่มนวลในชุดกี่เพ้ารูปแบบใหม่ที่ออกแบบมาอย่างทันสมัย แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งความหรูหราและสง่างามความสนใจทั้งหมดในห้องหันไปที่จ้าวซีซีและเซียวเฉิง ทั้งสองคนเดินเข้ามาด้วยท่าทางที่เป็นกันเอง ทำให้ทุกคนยิ่งรู้สึกว่า พวกเขาเป็นคู่ที่สมบูรณ์แบบและดูเหมาะสมกันที่สุดในงานในขณะเดียวกัน จ้าวฉีที่นั่งอยู่โต๊ะหลักเห็นภาพนี้แล้วก็ต้องหรี่ตาลง ความโกรธในใจเธอเริ่มเดือดปุด ๆ เมื่อเห็นว่าจ้าวซีซีสวมชุดใหม่ที่สวยกว่าของเธอ และยังควงแขนเซียวเฉิงเข้ามาด้วยท่าทางไม่ทุกข์ร้อน ความรู้สึกเหมือนถูกท้าทายทำให้จ้าวฉีแทบจะเดินเข้าไปตบตีจ้าวซีซีแต่เมื่อเธอเริ่มก้าวเท้าไปข้างหน้า มือของถังอู่ถงก็ยื่นออกมาจับแขนของจ้าวฉีเอาไว้ก่อน“ใจเย็น ๆ ก่อน”ถังอู่ถงพูดเสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยความเด็ดขาด แม้จะมีแววในดวงตาที่ส่อไปทางไม่พอใจเช่นเดียวกันกับจ้าวฉีแสดงออก แต่เธอก็ยังคงพยายามควบคุมสถานการณ์เอาไว้จ้าวฉีสะบัดแขนออกจากมือของถังอู่ถงอ
เปิดตัวหลานสาวอีกคนงานเลี้ยงวันเกิดของถังซวง เต็มไปด้วยบรรยากาศที่อบอุ่นและคึกคัก ภายในห้องจัดงานประดับประดาด้วยโคมไฟสีแดง และป้ายคำอวยพรที่เขียนด้วยตัวอักษรสีทองทุกมุมของห้องเต็มไปด้วยอาหารที่จัดเรียงอย่างประณีต ทั้งอาหารทะเลสด ๆ หมูย่างทั้งตัว และขนมหวานหลากหลายเสียงเพลงดั้งเดิมที่มีทำนองหวานหู และการสนทนาของแขกที่นั่งอยู่ตามโต๊ะกลมที่ตั้งไว้กลางห้อง ทำให้บรรยากาศดูอบอุ่นและสนุกสนานการเสิร์ฟอาหารเป็นไปอย่างรีบเร่ง พร้อมเสียงทักทายและเสียงหัวเราะของผู้คนที่พบปะกันอีกครั้ง หลังจากที่ห่างหายไปนานทุกคนในงานแต่งตัวอย่างมีเกียรติ แต่ก็ยังคงมีความผ่อนคลายและเป็นกันเอง การแลกเปลี่ยนคำอวยพรและของขวัญเป็นธรรมเนียมที่ขาดไม่ได้ พร้อมกับการยิ้มแย้มและคำพูดขอให้สุขภาพดีและโชคดีในปีหน้าเมื่อถึงเวลาที่กำหนดไว้ ช่วงเวลาเปิดงานเริ่มใกล้เข้ามา แต่จ้าวซีซีก็ยังไม่ปรากฏตัวออกจากห้องเสียทีถังซวงเริ่มรู้สึกไม่ค่อยสบายใจจึงหันไปมองถังอู่ถงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ พร้อมกับสั่งเสียงแข็ง“อู่ถง ไปตามซีซีมาให้หน่อย ทำไมเธอถึงยังไม่ออกมาเสียที”จ้าวฉีที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ เริ่มแสร้งทำเป็นมีท่าทางวิตกกังวล สายตามองไปย
“ก็ต้องสนิทสิ เธอลืมไปแล้วเหรอว่าฉันเคยทำงานที่ร้านชาของเขา พวกเราเจอหน้ากันทุกวัน ตอนที่ฉันจะเข้าตระกูลถัง เขาก็เป็นคนหาหลักฐานให้อย่างเต็มใจด้วยนะ”จ้าวซีซียักไหล่ พลางตอบกลับด้วยน้ำเสียงใสซื่อ ทว่ากลับซ่อนความพึงพอใจไว้คำพูดของจ้าวซีซีทำให้ใบหน้าของจ้าวฉีแดงก่ำ เซียวเฉิงเองก็ไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติม เขาเพียงแค่ยิ้มเล็กน้อยให้จ้าวซีซี และไม่แม้แต่จะหันไปมองจ้าวฉีอีกเลย“ฉันไปก่อนนะคะคุณเซียว แล้วเจอกันที่งานเลี้ยง”จ้าวซีซียิ้มให้ชายหนุ่ม ก่อนจะเดินจากไป ทิ้งให้จ้าวฉียืนกำหมัดแน่นด้วยความโกรธเคืองแสงอาทิตย์ยามเย็นส่องผ่านหน้าต่างเข้ามา กระทบกับกล่องไม้ขนาดกลางที่ถูกส่งมาวางไว้บนโต๊ะเบื้องหน้าจ้าวซีซียืนกอดอกมองมันนิ่ง ๆ ขณะที่สาวใช้เปิดกล่องออกเผยให้เห็นชุดที่อยู่ข้างในเนื้อผ้าหยาบและแข็ง สีจืดชืดราวกับเป็นของเก่าที่ถูกนำมาใช้ซ้ำ ลวดลายล้าสมัยอย่างเห็นได้ชัดการตัดเย็บแบบเรียบง่ายราวกับเป็นชุดของสาวใช้ก็ไม่ปาน ไม่มีความงดงามสมกับเป็นงานเลี้ยงเปิดตัวหลานสาวและงานเลี้ยงวันคล้ายวันเกิดของนายท่านถังแม้แต่น้อยเสียงหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้นที่หน้าประตู จ้าวฉีเดินเข้ามาพร้อมกับสีหน้าพึงพอ
คอยดูหายนะ“การที่ฉันไม่พูด ไม่ได้หมายความว่าฉันจะไม่รู้” เธอก้าวเข้าไปใกล้อีกฝ่าย นัยน์ตาสีเข้มของเธอเป็นประกายวาววับ ขณะที่พูดออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำ“ทุกสิ่งที่พวกคุณทำ ฉันรู้ดีทุกอย่าง”ถังอู่ถงตัวแข็งทื่อขึ้นมาในทันที รอยยิ้มที่ฝืนไว้แทบจะไม่เหลือแล้ว หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ มือที่กำอยู่ข้างกายเริ่มสั่นเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทางของอีกฝ่าย จ้าวซีซีรู้สึกพึงพอใจมาก ก่อนจะก้าวถอยหลัง แล้วหมุนตัวเดินจากไปโดยไม่เหลียวกลับมาถังอู่ถงยืนนิ่งอยู่กับที่ ราวกับถูกตรึงไว้ด้วยคำพูดของหญิงสาวที่เดินจากไป ความหวาดระแวงเริ่มก่อตัวขึ้นในจิตใจเธอคิดมาตลอดว่าจ้าวซีซีเป็นเพียงเด็กสาวไร้หนทางที่ถูกกดขี่มาตั้งแต่เด็ก แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นอีกแบบโดยสิ้นเชิง“เธอรู้มากแค่ไหนกันแน่นะ...จ้าวซีซี”ถังอู่ถงกำมือแน่น นัยน์ตาที่เคยสงบเริ่มเต็มไปด้วยความกังวลและหวาดหวั่น เธอรู้ดีว่าหากจ้าวซีซีต้องการเอาคืนจริง ๆ และเธอก็ต้องระวังตัวอย่างมากเช่นกันหลายสัปดาห์ต่อมา...ตอนนี้คฤหาสน์ตระกูลถังเต็มไปด้วยความคึกคัก เมื่อถังซวงประกาศว่าจะจัดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดของตนเอง และยังตั้งใจใช้โอกาสนี้เป็นการเปิ
วันต่อมา...หลังจากกินมื้อเช้าไปแล้ว ถังซวงจึงให้คนไปตามหลานสาวอย่างจ้าวซีซีมาหาเมื่อเห็นจ้าวซีซีเดินมานั่ง ใบหน้าของชายชราเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย มีทั้งความสำนึกผิด ความลังเล และความตั้งใจจริง“ซีซี ตารู้ว่าที่ผ่านมาหลานต้องทนทุกข์มากมาย ตาเองก็มีส่วนผิดที่ปล่อยให้เรื่องนี้เกิดขึ้น ตาอยากจะชดเชยให้หลาน” ถังซวงเอ่ยด้วยเสียงอ่อนโยน แววตาของเขาฉายแววด้วยความรู้สึกผิด“ยังไงเหรอคะ” จ้าวซีซีถามออกมาอย่างนุ่มนวล“ไม่ว่าหลานต้องการอะไร ตาพร้อมจะให้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเงินทอง ทรัพย์สมบัติ หรือฐานะในตระกูลถัง”ถังซวงกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น จนลืมไปว่าตอนนี้จ้าวซีซีคือหลานสาวที่แท้จริงของตนเองเมื่อได้ยินอย่างนั้น เธอจึงยิ้มมุมปากเล็กน้อย แล้วพูดขึ้นมาว่า“ฉันไม่ได้ต้องการทรัพย์สมบัติหรอกค่ะ คุณตา”“แล้วหลานต้องการอะไร” ถังซวงขมวดคิ้ว ชายชราแปลกใจว่าหากหลานสาวคนนี้ไม่ต้องการสมบัติแล้วเธอต้องการอะไรหญิงสาวสูดลมหายใจลึก ๆ ก่อนจะกล่าวอย่างหนักแน่นออกมา“ฉันต้องการเพียงแค่การยืนยัน ว่าฉันคือลูกสาวของคุณแม่ถังเหยียนจริง ๆ และให้ฉันหลุดพ้นจากทะเบียนของตระกูลจ้าว เพียงเท่านี้คุณตาทำให้ได้ไหม
จำนนเพราะหลักฐานเห็นอย่างนั้นจ้าวซีซีก็ยิ้มมุมปากเล็กน้อย แล้วเดินไปหยิบเอกสารบางอย่างออกมาจากกระเป๋า ก่อนที่เธอจะโยนมันลงบนโต๊ะตรงหน้า“นี่คือหลักฐานที่พิสูจน์ว่า การสลับตัวของฉันกับจ้าวฉีไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการจัดการของลุงกับป้า”พูดแล้วก็หันไปมองทั้งสองคน“พวกคุณคือคนที่ทำให้จ้าวฉีแย่งทุกอย่างจากฉันไป ทั้ง ๆ ที่ฉันคือหลานตัวจริงของตระกูลถัง และต่อให้ไม่มีหลักฐานพวกนี้ ก็น่าจะรู้ดีว่าฉันมีตำหนิเหมือนกับแม่ทุกอย่าง ในขณะที่จ้าวฉีไม่มี”จ้าวหยวนและเหลียงฮุยมองหน้ากันด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าจ้าวซีซีจะมีหลักฐาน ทั้งสองแทบจะหาเสียงตัวเองไม่เจอแล้วพวกเขาไม่แน่ใจว่าจ้าวซีซีไปหาใบแจ้งเกิดนี้มาจากไหน เพราะพวกเขาจำได้ว่าได้ทำการเผาทิ้งไปหมดแล้ว ทว่าทั้งสองคงนึกไม่ถึงว่าเซียวเฉิงจะให้เพื่อนของเขาที่อยู่ในสำนักงานพลเรือนไปช่วยสืบมาให้ จนได้หลักฐานเหล่านี้มา“เธอมันโกหก เป็นเพราะเธออยากได้สมบัติของตระกูลถังล่ะสิ ถึงได้กุเรื่องนี้ขึ้นมา” จ้าวฉีตะคอกใส่จ้าวซีซีเสียงดังลั่นด้วยความไม่พอใจถังอู่ถงสังเกตเห็นว่าบรรยากาศในห้องเริ่มตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งเห็นจ้าวฉีกำลังโกรธจัด และมีท่าทีจะอาล







