LOGINเมื่อตอนเย็นมาถึง ทุกคนในบ้านจ้าวต่างทยอยกลับมาจากการทำงานตามปกติ ทำให้บรรยากาศในลานบ้านเริ่มคึกคักขึ้นอีกครั้ง แต่ไม่นานเสียงของจ้าวหมิงหมิงก็ดังขึ้นขัดจังหวะทุกคน
“ปู่คะ ปู่ต้องช่วยฉันนะ ฉันถูกซีซีทำร้ายค่ะ” จ้าวหมิงหมิงร้องไห้เสียงดัง ดึงสายตาของทุกคนให้หันมามอง
ปู่จ้าวขมวดคิ้วหันไปมองหลานสาวคนโตอย่างเคร่งขรึม
“ซีซี ทำร้ายเสี่ยวหมิงจริงเหรอ”
จ้าวซีซีก้มหน้างุด ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นพร้อมกับน้ำตาคลอเบ้า
“ปู่คะ...ทำไมฉันจะต้องทำร้ายน้องด้วยล่ะคะ”
เธอพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ แววตาฉายความหวาดกลัวและความเสียใจออกมาได้อย่างแนบเนียน “ฉะ...ฉัน แค่...ฉันแค่พยายามจะพูดดีกับน้อง แต่จู่ ๆ น้องก็โกรธขึ้นมาแล้วกล่าวหาว่าฉันทำร้าย ฉันไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ฮึก...”
พูดจบก็สะอื้นเสียงเบา ทำให้ภาพลักษณ์ของเธอยิ่งดูอ่อนแอและน่าสงสารเข้าไปอีก
ปู่จ้าวมองหลานสาวทั้งสองคนอย่างพิจารณา ก่อนจะขมวดคิ้วแน่นขึ้นกว่าเดิม
“เสี่ยวหมิง กล้ากล่าวหาพี่สาวแบบนี้โดยไม่มีหลักฐานได้ยังไงกัน”
พอได้ยินเสียงของปู่ จ้าวหมิงหมิงจึงตกตะลึง ไม่คิดว่าจ้าวซีซีจะพลิกสถานการณ์ได้รวดเร็วถึงขนาดนี้ จึงพยายามโต้แย้งอย่างไม่ยินยอม
“ปู่คะ ซีซีแค่แกล้งทำเป็นอ่อนแอ! ความจริงแล้วเธอ...”
เพียะ!
เสียงฝ่ามือกระทบใบหน้าดังขึ้นกลางลานบ้าน ทำให้ทุกคนหันไปมองต้นเสียงอย่างตกตะลึง
“พอได้แล้ว” ชายวัยกลางคนที่เป็นอาสามของจ้าวซีซีและเป็นพ่อของจ้าวหมิงหมิง ฟาดฝ่ามือลงบนแก้มของลูกสาวตัวเอง พร้อมกับเสียงตำหนิอย่างไม่พอใจ
“กล้าทำให้พ่อเสียหน้าต่อหน้าปู่ได้ยังไง”
จ้าวหมิงหมิงยกมือขึ้นกุมแก้มที่ถูกตบ ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความตกใจและความคับแค้นใจ ก่อนจะพูดอีกครั้งอย่างไม่ยินยอม
“พ่อ ฉันพูดความจริงนี่นา ความจริงแล้วซีซีไม่ได้อ่อนแอสักหน่อย ที่ผ่านมาเธอเสแสร้งมาตลอด และตอนนี้ก็กำลังเสแสร้งต่อหน้าทุกคน”
“หุบปาก! ถ้าเป็นแบบนั้นจริงก็กต้องหาหลักฐานมาพิสูจน์ ไม่ใช่กล่าวหาคนอื่นลอย ๆ แบบนี้” จ้าวตวนตวาดเสียงดัง
ตอนนี้เขาเริ่มโมโหลูกสาวตัวเองที่ทำให้ตนขายหน้าต่อหน้าญาติพี่น้อง ทำให้บรรยากาศรอบตัวเงียบสนิท
เหลียงฮุยและจ้าวหยวน ซึ่งเป็นพ่อแม่ของจ้าวซีซีมองลูกสาวด้วยความประหลาดใจ แม้พวกเขาจะเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งว่าจ้าวซีซีไม่ได้ออ่อนแออย่างที่จ้าวหมิงหมิงพูดก็ตาม แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องทำเหมือนกับว่าเป็นกลางไว้ก่อน
“อาตวน อย่าลงโทษเสี่ยวหมิงแรงเกินไปเลยนะ” เหลียงฮุยพูดด้วยรอยยิ้มอ่อนหวาน แต่ก็แฝงความเย็นชาเอาไว้
“เสี่ยวหมิงยังเด็ก บางทีอาจเข้าใจอะไรผิดไปบ้าง”
จ้าวหยวนเสริมขึ้น ก่อนจะพูดต่ออย่างจริงจัง
“แต่กล่าวหาคนอื่นเช่นนี้ก็สมควรได้รับบทเรียนอยู่ดี”
ลู่ซือหรือว่าอาสะใภ้สาม ซึ่งเป็นแม่ของจ้าวหมิงหมิงกำหมัดแน่น รู้ดีว่าถ้าไม่ยอมทำอะไรสักอย่างครอบครัวของเธอจะต้องถูกมองว่าไม่มีมารยาท
จ้าวซีซีเดินเข้ามาในงานอย่างมั่นใจ การที่เธอควงแขนอยู่กับเซียวเฉิงดึงดูดความสนใจจากทุกคนในงาน สายตาหลายคู่หันมาจับจ้อง ทั้งผู้หญิงที่ชื่นชมในความงามของเธอ และผู้ชายที่อดไม่ได้ที่จะมองตามร่างนุ่มนวลในชุดกี่เพ้ารูปแบบใหม่ที่ออกแบบมาอย่างทันสมัย แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งความหรูหราและสง่างามความสนใจทั้งหมดในห้องหันไปที่จ้าวซีซีและเซียวเฉิง ทั้งสองคนเดินเข้ามาด้วยท่าทางที่เป็นกันเอง ทำให้ทุกคนยิ่งรู้สึกว่า พวกเขาเป็นคู่ที่สมบูรณ์แบบและดูเหมาะสมกันที่สุดในงานในขณะเดียวกัน จ้าวฉีที่นั่งอยู่โต๊ะหลักเห็นภาพนี้แล้วก็ต้องหรี่ตาลง ความโกรธในใจเธอเริ่มเดือดปุด ๆ เมื่อเห็นว่าจ้าวซีซีสวมชุดใหม่ที่สวยกว่าของเธอ และยังควงแขนเซียวเฉิงเข้ามาด้วยท่าทางไม่ทุกข์ร้อน ความรู้สึกเหมือนถูกท้าทายทำให้จ้าวฉีแทบจะเดินเข้าไปตบตีจ้าวซีซีแต่เมื่อเธอเริ่มก้าวเท้าไปข้างหน้า มือของถังอู่ถงก็ยื่นออกมาจับแขนของจ้าวฉีเอาไว้ก่อน“ใจเย็น ๆ ก่อน”ถังอู่ถงพูดเสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยความเด็ดขาด แม้จะมีแววในดวงตาที่ส่อไปทางไม่พอใจเช่นเดียวกันกับจ้าวฉีแสดงออก แต่เธอก็ยังคงพยายามควบคุมสถานการณ์เอาไว้จ้าวฉีสะบัดแขนออกจากมือของถังอู่ถงอ
เปิดตัวหลานสาวอีกคนงานเลี้ยงวันเกิดของถังซวง เต็มไปด้วยบรรยากาศที่อบอุ่นและคึกคัก ภายในห้องจัดงานประดับประดาด้วยโคมไฟสีแดง และป้ายคำอวยพรที่เขียนด้วยตัวอักษรสีทองทุกมุมของห้องเต็มไปด้วยอาหารที่จัดเรียงอย่างประณีต ทั้งอาหารทะเลสด ๆ หมูย่างทั้งตัว และขนมหวานหลากหลายเสียงเพลงดั้งเดิมที่มีทำนองหวานหู และการสนทนาของแขกที่นั่งอยู่ตามโต๊ะกลมที่ตั้งไว้กลางห้อง ทำให้บรรยากาศดูอบอุ่นและสนุกสนานการเสิร์ฟอาหารเป็นไปอย่างรีบเร่ง พร้อมเสียงทักทายและเสียงหัวเราะของผู้คนที่พบปะกันอีกครั้ง หลังจากที่ห่างหายไปนานทุกคนในงานแต่งตัวอย่างมีเกียรติ แต่ก็ยังคงมีความผ่อนคลายและเป็นกันเอง การแลกเปลี่ยนคำอวยพรและของขวัญเป็นธรรมเนียมที่ขาดไม่ได้ พร้อมกับการยิ้มแย้มและคำพูดขอให้สุขภาพดีและโชคดีในปีหน้าเมื่อถึงเวลาที่กำหนดไว้ ช่วงเวลาเปิดงานเริ่มใกล้เข้ามา แต่จ้าวซีซีก็ยังไม่ปรากฏตัวออกจากห้องเสียทีถังซวงเริ่มรู้สึกไม่ค่อยสบายใจจึงหันไปมองถังอู่ถงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ พร้อมกับสั่งเสียงแข็ง“อู่ถง ไปตามซีซีมาให้หน่อย ทำไมเธอถึงยังไม่ออกมาเสียที”จ้าวฉีที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ เริ่มแสร้งทำเป็นมีท่าทางวิตกกังวล สายตามองไปย
“ก็ต้องสนิทสิ เธอลืมไปแล้วเหรอว่าฉันเคยทำงานที่ร้านชาของเขา พวกเราเจอหน้ากันทุกวัน ตอนที่ฉันจะเข้าตระกูลถัง เขาก็เป็นคนหาหลักฐานให้อย่างเต็มใจด้วยนะ”จ้าวซีซียักไหล่ พลางตอบกลับด้วยน้ำเสียงใสซื่อ ทว่ากลับซ่อนความพึงพอใจไว้คำพูดของจ้าวซีซีทำให้ใบหน้าของจ้าวฉีแดงก่ำ เซียวเฉิงเองก็ไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติม เขาเพียงแค่ยิ้มเล็กน้อยให้จ้าวซีซี และไม่แม้แต่จะหันไปมองจ้าวฉีอีกเลย“ฉันไปก่อนนะคะคุณเซียว แล้วเจอกันที่งานเลี้ยง”จ้าวซีซียิ้มให้ชายหนุ่ม ก่อนจะเดินจากไป ทิ้งให้จ้าวฉียืนกำหมัดแน่นด้วยความโกรธเคืองแสงอาทิตย์ยามเย็นส่องผ่านหน้าต่างเข้ามา กระทบกับกล่องไม้ขนาดกลางที่ถูกส่งมาวางไว้บนโต๊ะเบื้องหน้าจ้าวซีซียืนกอดอกมองมันนิ่ง ๆ ขณะที่สาวใช้เปิดกล่องออกเผยให้เห็นชุดที่อยู่ข้างในเนื้อผ้าหยาบและแข็ง สีจืดชืดราวกับเป็นของเก่าที่ถูกนำมาใช้ซ้ำ ลวดลายล้าสมัยอย่างเห็นได้ชัดการตัดเย็บแบบเรียบง่ายราวกับเป็นชุดของสาวใช้ก็ไม่ปาน ไม่มีความงดงามสมกับเป็นงานเลี้ยงเปิดตัวหลานสาวและงานเลี้ยงวันคล้ายวันเกิดของนายท่านถังแม้แต่น้อยเสียงหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้นที่หน้าประตู จ้าวฉีเดินเข้ามาพร้อมกับสีหน้าพึงพอ
คอยดูหายนะ“การที่ฉันไม่พูด ไม่ได้หมายความว่าฉันจะไม่รู้” เธอก้าวเข้าไปใกล้อีกฝ่าย นัยน์ตาสีเข้มของเธอเป็นประกายวาววับ ขณะที่พูดออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำ“ทุกสิ่งที่พวกคุณทำ ฉันรู้ดีทุกอย่าง”ถังอู่ถงตัวแข็งทื่อขึ้นมาในทันที รอยยิ้มที่ฝืนไว้แทบจะไม่เหลือแล้ว หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ มือที่กำอยู่ข้างกายเริ่มสั่นเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทางของอีกฝ่าย จ้าวซีซีรู้สึกพึงพอใจมาก ก่อนจะก้าวถอยหลัง แล้วหมุนตัวเดินจากไปโดยไม่เหลียวกลับมาถังอู่ถงยืนนิ่งอยู่กับที่ ราวกับถูกตรึงไว้ด้วยคำพูดของหญิงสาวที่เดินจากไป ความหวาดระแวงเริ่มก่อตัวขึ้นในจิตใจเธอคิดมาตลอดว่าจ้าวซีซีเป็นเพียงเด็กสาวไร้หนทางที่ถูกกดขี่มาตั้งแต่เด็ก แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นอีกแบบโดยสิ้นเชิง“เธอรู้มากแค่ไหนกันแน่นะ...จ้าวซีซี”ถังอู่ถงกำมือแน่น นัยน์ตาที่เคยสงบเริ่มเต็มไปด้วยความกังวลและหวาดหวั่น เธอรู้ดีว่าหากจ้าวซีซีต้องการเอาคืนจริง ๆ และเธอก็ต้องระวังตัวอย่างมากเช่นกันหลายสัปดาห์ต่อมา...ตอนนี้คฤหาสน์ตระกูลถังเต็มไปด้วยความคึกคัก เมื่อถังซวงประกาศว่าจะจัดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดของตนเอง และยังตั้งใจใช้โอกาสนี้เป็นการเปิ
วันต่อมา...หลังจากกินมื้อเช้าไปแล้ว ถังซวงจึงให้คนไปตามหลานสาวอย่างจ้าวซีซีมาหาเมื่อเห็นจ้าวซีซีเดินมานั่ง ใบหน้าของชายชราเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย มีทั้งความสำนึกผิด ความลังเล และความตั้งใจจริง“ซีซี ตารู้ว่าที่ผ่านมาหลานต้องทนทุกข์มากมาย ตาเองก็มีส่วนผิดที่ปล่อยให้เรื่องนี้เกิดขึ้น ตาอยากจะชดเชยให้หลาน” ถังซวงเอ่ยด้วยเสียงอ่อนโยน แววตาของเขาฉายแววด้วยความรู้สึกผิด“ยังไงเหรอคะ” จ้าวซีซีถามออกมาอย่างนุ่มนวล“ไม่ว่าหลานต้องการอะไร ตาพร้อมจะให้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเงินทอง ทรัพย์สมบัติ หรือฐานะในตระกูลถัง”ถังซวงกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น จนลืมไปว่าตอนนี้จ้าวซีซีคือหลานสาวที่แท้จริงของตนเองเมื่อได้ยินอย่างนั้น เธอจึงยิ้มมุมปากเล็กน้อย แล้วพูดขึ้นมาว่า“ฉันไม่ได้ต้องการทรัพย์สมบัติหรอกค่ะ คุณตา”“แล้วหลานต้องการอะไร” ถังซวงขมวดคิ้ว ชายชราแปลกใจว่าหากหลานสาวคนนี้ไม่ต้องการสมบัติแล้วเธอต้องการอะไรหญิงสาวสูดลมหายใจลึก ๆ ก่อนจะกล่าวอย่างหนักแน่นออกมา“ฉันต้องการเพียงแค่การยืนยัน ว่าฉันคือลูกสาวของคุณแม่ถังเหยียนจริง ๆ และให้ฉันหลุดพ้นจากทะเบียนของตระกูลจ้าว เพียงเท่านี้คุณตาทำให้ได้ไหม
จำนนเพราะหลักฐานเห็นอย่างนั้นจ้าวซีซีก็ยิ้มมุมปากเล็กน้อย แล้วเดินไปหยิบเอกสารบางอย่างออกมาจากกระเป๋า ก่อนที่เธอจะโยนมันลงบนโต๊ะตรงหน้า“นี่คือหลักฐานที่พิสูจน์ว่า การสลับตัวของฉันกับจ้าวฉีไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการจัดการของลุงกับป้า”พูดแล้วก็หันไปมองทั้งสองคน“พวกคุณคือคนที่ทำให้จ้าวฉีแย่งทุกอย่างจากฉันไป ทั้ง ๆ ที่ฉันคือหลานตัวจริงของตระกูลถัง และต่อให้ไม่มีหลักฐานพวกนี้ ก็น่าจะรู้ดีว่าฉันมีตำหนิเหมือนกับแม่ทุกอย่าง ในขณะที่จ้าวฉีไม่มี”จ้าวหยวนและเหลียงฮุยมองหน้ากันด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าจ้าวซีซีจะมีหลักฐาน ทั้งสองแทบจะหาเสียงตัวเองไม่เจอแล้วพวกเขาไม่แน่ใจว่าจ้าวซีซีไปหาใบแจ้งเกิดนี้มาจากไหน เพราะพวกเขาจำได้ว่าได้ทำการเผาทิ้งไปหมดแล้ว ทว่าทั้งสองคงนึกไม่ถึงว่าเซียวเฉิงจะให้เพื่อนของเขาที่อยู่ในสำนักงานพลเรือนไปช่วยสืบมาให้ จนได้หลักฐานเหล่านี้มา“เธอมันโกหก เป็นเพราะเธออยากได้สมบัติของตระกูลถังล่ะสิ ถึงได้กุเรื่องนี้ขึ้นมา” จ้าวฉีตะคอกใส่จ้าวซีซีเสียงดังลั่นด้วยความไม่พอใจถังอู่ถงสังเกตเห็นว่าบรรยากาศในห้องเริ่มตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งเห็นจ้าวฉีกำลังโกรธจัด และมีท่าทีจะอาล







