เกิดใหม่เป็นบุตรีเศรษฐีผู้ตกอับ

เกิดใหม่เป็นบุตรีเศรษฐีผู้ตกอับ

last updateDernière mise à jour : 2025-09-08
Par:  เทียนสื่อComplété
Langue: Thai
goodnovel16goodnovel
9
2 Notes. 2 commentaires
30Chapitres
6.8KVues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

ชาติก่อนร่ำรวยดุจองค์หญิง เพราะอุบัติเหตุจึงได้เกิดใหม่เป็นคุณหนูผู้ตกอับที่บ้านล้มละลาย ซ้ำร้ายพ่อแม่ยังตายจาก ทิ้งน้องชายไว้ให้ดูแล โอกาสหนนี้คงต้องใช้สมองและสองมือดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดเสียแล้ว

Voir plus

Chapitre 1

บทที่ 1 พลัดพรากจากห้วงเวลา

「汐見結衣(しおみ ゆい)様、先日ご予約いただきました結婚式場の件ですが、キャンセルということでよろしいでしょうか?」

結衣はスマホを握る指先にぐっと力を込めたが、声に感情はなかった。

「ええ、お願いします」

「かしこまりました。それでは、キャンセル手続きを進めさせていただきます」

「ありがとうございます」

電話を切ると、結衣は薬指から結婚指輪を抜き取り、テーブルに置いた。それから立ち上がって、スーツケースを引いて家を出て行った。

……

半月前。

夕方、結衣は一件の裁判を終えて、裁判所を出るとすぐにスマホを確認した。

LINEを開くと、ピン留めされたトーク画面には、結衣が送った数十件のメッセージが並んでいたが、相手からの返信は一件もなかった。

先月、二人は結婚式の招待状のデザインで口論になった。

その翌日から、婚約者の長谷川涼介(はせがわ りょうすけ)は海外出張に出てしまった。

この一ヶ月間、結衣がどんなにメッセージを送って仲直りを求めても、涼介はすべて既読無視だった。

この関係において、結衣は惨めなほど自分を低くして尽くしたが、それでも涼介の心を取り戻すことはできなかった。

親友の相田詩織(あいだ しおり)は見ていられず、皮肉交じりにこう言ったものだった。

毎年あれほど多くの離婚訴訟を担当して、数々のくず男を見てきたでしょう?なのにどうしてまだ長谷川涼介にこだわって、彼の本性を見ようとしないの、と。

実は、結衣は涼介の本性が見えていないわけではなかった。ただ、どうしても手放せなかったのだ。

かつてあれほど愛し合っていた二人が、最後には心が離れて、互いに嫌悪しあう結末を迎えることが耐えられなかった。

そして結衣は……涼介のことを、どうしても諦めきれなかった。

八年も一緒にいたのだから、結衣にとって涼介がいない自分など想像もできなかった。

そして彼のいないこれからの生活を、いったいどう送ればいいのか、皆目見当もつかなかった。

メッセージを打ちかけていた、まさにその時。突然、スマホの通知が画面に表示された。

涼介のSNSが更新された知らせだった。

投稿されていたのはシンプルな海の写真。だが結衣は、それが自分が涼介と一緒に行きたいと何度も話していたモルディブだとすぐに分かった。

結衣の指が止まってから、彼とのトーク画面に戻ろうとした瞬間。親友の詩織からメッセージが届いた。

タップすると、篠原玲奈(しのはら れな)のSNS投稿のスクリーンショットだった。

涼介と全く同じ海の写真。ただ、そこには一文が添えられていた。

――出張で疲れたって軽くこぼしたら、彼がモルディブ旅行に連れてきてくれた!

モルディブが結衣にとってどれほど特別な場所か、涼介が知らないはずはなかった。

結衣があれほど「一緒に行きたい」と言い続けていた場所。涼介はいつも「忙しい」とはぐらかしていたのに、まさか別の女を連れて行ったなんて……

まばたきをした瞬間、抑えきれずに涙がこぼれた。

さっき外で感じた冷たい風が、まるで心の中にも吹き込んできたかのようになった。

その時、詩織から電話がかかってきた。

「あの篠原玲奈って女、マジでむかつくんだけど!

結衣が長谷川ともうすぐ結婚するって知ってて、わざと彼と同じ写真をアップするなんて、最低な嫌がらせよ!

それに長谷川のやつも大概ひどいわよ!どこへ行こうが勝手だけど、なんでわざわざモルディブを選ぶの?

結衣がずっと一緒に行きたがってた場所だって知らないはずないでしょ?八年も付き合ったのに!

あいつら、ここまであからさまにしやがって!結衣が浮気されてもう三年になるのよ?それでもあいつと結婚して、この先一生そんな目に遭い続けるつもり?」

結衣の胸は締め付けられるように痛んだ。詩織の言うことは、それこそ痛いほど分かっていた。

でも、八年も付き合って、結婚式まであと一ヶ月余り。今さら諦められなかった。

結衣は、最後にもう一度だけ彼に賭けてみたいと思った。それでも望む結果にならなければ、その時はきっぱり諦めようと、そう心に決めた。

「詩織、土曜日はウェディングドレスとブライズメイドドレスの試着日よ、忘れないで来てね」

電話の向こうの声がぴたりと止まった。次の瞬間、詩織は何やら汚い言葉を吐き捨てて、一方的に電話を切った。

結衣の言葉に、詩織は呆れて怒りを抑えきれなかった。

ここ数年、涼介の心変わりは誰の目にも明らかだった。なのに結衣は、いわゆる痛い目を見るまで分からないタイプで、いつか涼介が必ずもう一度振り向いてくれると信じ込んでいる。

詩織が結衣には言わなかったことがある。それは、自分が何度も、涼介が別の女性と抱き合ってホテルに入っていくところを目撃していたことだ。

涼介はとっくに腐りきっていた。かつて結衣だけを見つめていた男ではなく、どこからどう見てもクズ男になり下がっていた。

あんなクズ男、事故にでも遭ってしまえばいい。一生、不幸のどん底にいればいいんだわ!

その夜、結衣はよく眠れなかった。何度も悪夢にうなされ、明け方近くになってようやく眠りかけた。

うとうとし始めた、ほんの束の間。玄関ドアの電子ロックが解除される音が聞こえた。

結衣ははっと目を開けた。体を起こすとほぼ同時に、涼介が寝室のドアを開けて入ってくるのが見えた。

涼介はスーツケースを引き、ひどく疲れ切った顔をしている。長い旅の疲れがありありとにじんでいた。

しかし結衣は、彼のシャツの襟元についた口紅の跡と、胸元に微かに見える引っ掻き傷を見逃さなかった。

布団を握る手がぐっと固くなって、心臓を冷たい手で鷲掴みにされたような痛みが走った。

結衣が起きているのに気づくと、涼介はわずかに眉を上げた。

「起こしちゃった?」

涼介は答えを待つでもなく、スーツケースを引いてクローゼットへ向かって、扉を開けて着替えを探し始めた。

結衣は深く息を吸って、涼介の背中を見つめて問いかけた。

「……篠原さんを、モルディブに連れて行ったの?」

シャツを取り出していた手が一瞬止まった。涼介は振り返り、嘲るような笑みを口元に浮かべて結衣を見た。

「なんだ?そこまで行きたいなら、俺たちのハネムーンもそこにするか?」

涼介の口調に含まれた明確な棘を受け止めて、結衣の顔からさっと血の気が引いた。

「私がどれだけ……モルディブに行きたかったか、あなたは知ってるはずよ」

「お前が行きたいからって、玲奈が行っちゃ駄目なのか?」

「そういう意味じゃない……私は、ただ……」

——あなたと一緒に行きたかったのに。

結衣が言い終わるのを待たず、涼介は苛立たしげにさえぎった。

「もういい。こっちは出張帰りで疲れてるんだ。お前と言い争う気はない」

彼は一方的に背を向けながらバスルームに入り、「バン!」と乱暴にドアを閉めて、結衣の前から姿を消した。

結衣は俯いて、血の気を失って白くなった自分の指先を見つめながら、口元に自嘲めいた笑みを浮かべた。

以前ならまだ言い返してきたのに、今では口論することさえ億劫なのだ。

涼介がシャワーを浴びてバスルームから出てきたとき、結衣はすでに着替えと身支度を終え、ドレッサーの前に座って鏡に向かって、まさに口紅を引いているところだった。

結衣は今日、深い緑色のベルベットのロングドレスを身にまとった。腰まである長い髪を下ろし、丁寧に化粧をしていた。あまりの美しさに目を奪われるほどだった。

涼介は一瞬ちらりと彼女に目をやったが、何の感情も浮かべず、すぐに視線をそらした。

涼介がコートを羽織り、家を出て行こうとしたとき、結衣は落ち着いた口調で念を押した。

「土曜日はウェディングドレスの試着日だ。今度こそ遅刻しないで」

結衣が最も嫌うのは時間を守らない人間だった。涼介と付き合い始めた理由の一つは、彼が時間を守る人だったからだ。

しかし、涼介が心変わりしてからは、他の女のために何度も結衣との約束を反故にしてきた。

涼介の口元に、侮蔑の色さえ帯びた嘲りの笑みが浮かんだ。

「心配するな」

彼が言い終わると同時に、涼介のスマホがけたたましく鳴った。わざとか偶然か、彼はスピーカーフォンにした。篠原玲奈の妙に甘ったるい声がスピーカーから流れ出した。

「社長ったら、昨日はちょっと激しすぎたんだから。おかげで、アソコがまだ痛いんだもん。ちゃんと責任取ってよ!」

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Dernier chapitre

Plus de chapitres

commentaires

Anděl K
Anděl K
กระชับ ฉับไว รู้เรื่อง เข้าใจ ผลงานนี้สนุกมาก ยอดเยี่ยม
2025-10-04 07:04:07
1
0
Nattery
Nattery
เนื้อเรื่องอ่านได้เรื่อยๆ กลิ่นอายไทยมาก ขอบคุณที่อัพเดทจนจบ
2025-10-21 10:38:34
1
0
30
บทที่ 1 พลัดพรากจากห้วงเวลา
ถนนสายหลัก ณ กรุงปักกิ่ง รถหรูคันสีดำเคลื่อนตัวไปตามถนนคอนกรีตทอดยาวสุดลูกหูลูกตา เวลานี้อยู่ในช่วงเหมันตฤดู บรรยากาศโดยรอบจึงเต็มไปด้วยละอองหิมะสีขาวโพลน เด็กสาววัยสิบห้าฉีกยิ้มกว้างส่งไปจนถึงดวงตาคล้ายพระจันทร์เสี้ยว "คุณพ่อ คุณแม่คะ วันนี้จูเอ๋อร์มีความสุขที่สุดเลย" เด็กสาวโผเข้ากอดมารดาแนบอก ผู้เป็นมารดาแย้มยิ้มอบอุ่น มือเรียวลูบไล้เส้นผมสีดำขลับด้วยความทะนุถนอม ส่วนบิดาโน้มกอดหญิงสาวที่ตนรักสุดหัวใจทั้งสองไว้ในอ้อมแขนพร้อมใบหน้าเปี่ยมล้นไปด้วยความสุข"จูเอ๋อร์ ไม่อยากเที่ยวต่อจริงเหรอลูก วันนี้จูเอ๋อร์อยากไปไหนพ่อจะพาไปทุกที่" "นั่นสิ ลูกเรียนมาหนักพอแล้ว วันเกิดทั้งที พ่อและแม่อยากให้หนูได้พักผ่อนบ้าง" ผู้เป็นแม่เอ่ยสำทับ เด็กสาวใบหน้าพริ้มเพราคลายอ้อมกอดออกจากมารดา แล้วจึงหันมาโอบรัดบิดาอีกทาง เธอแหงนมองผู้เป็นบิดาด้วยแววตาออดอ้อนระคนซุกซน "คุณพ่อขา...จูเอ๋อร์ไม่อยากไปไหนแล้วจริง ๆ ค่ะ ทุกปีเราก็ไปเที่ยวข้างนอกกันอยู่ตลอด ปีนี้เรากลับไปทานข้าวด้วยกันที่บ้านดีกว่านะคะ บ้านเราอบอุ่นที่สุดแล้วค่ะ" ทั้งพ่อและแม่ได้เห็นลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนรู้จักคิดรู้จักพูดก็ปลื้มปริ่มจนน้ำตาซ
Read More
บทที่ 2 ตื่นมาอีกทีมีน้องชายไปเสียอย่างนั้น
จางหลินจูหลับไปอีกครั้งเพราะความอ่อนล้า กระทั่งรุ่งอรุณมาเยือนจึงรู้สึกตัว“พี่หญิง ตื่นแล้วหรือขอรับ นี่น้ำขอรับ”จางหลินจูยังไม่หายสับสน แต่ก็ยังเอื้อมมือรับจอกน้ำชาจากมือเล็กคู่นั้น จางหลินจูสำรวจองคาพยพของเด็กชายตรงหน้าพักใหญ่ ผิวพรรณของเขาจิ้มลิ้มน่าเอ็นดู เพียงแต่สภาพดูมอมแมมไปบ้าง สังเกตดี ๆ เด็กคนนี้หน้าคล้ายจางหลินจูสมัยวัยกระเตาะเป็นอย่างมากกระทั่งดื่มน้ำจนไม่รู้สึกกระหายแล้ว จางหลินจูจึงเอ่ยถาม “หนูจ๊ะ คือ…หนูเป็นใครงั้นเหรอ”เด็กชายตัวน้อยเริ่มเบะปากเตรียมร้องไห้ จางหลินจูทำตัวไม่ถูก หันรีหันขวางแล้วจึงส่งยิ้มแหย มือเรียวเอื้อมลูบไหล่เล็กเพื่อปลอบประโลม “ไม่ร้องนะคะ ไม่ร้อง พี่ไม่เป็นไรแล้ว ถ้าเป็นเด็กดีพี่จะซื้อขนมให้กิน ดีไหมครับ”เด็กชายหุบปากฉับเมื่อได้ยินคำว่าขนม พลางกลั้นเสียงสะอื้นจนหน้าแดงแก้มป่อง จางหลินจูลุ้นตามจนตัวงอ ครั้นเจ้าตัวเล็กควบคุมอารมณ์ได้แล้ว จางหลินจูจึงค่อย ๆ ตะล่อมถาม พร้อมยกมือทำท่าสูดลมหายใจเข้าออกเป็นจังหวะให้อีกฝ่ายกำหนดลมหายใจตาม แทนที่จะเป็นจางหลินจูที่ต้องได้รับการปลอบใจ แต่กลับกลายเป็นว่า จางหลินจูดันมีน้องชายให้ต้องคอยดูแลเสียอย่างนั้น แ
Read More
บทที่ 3 ยอมรับความจริง
หลายวันผันผ่านจางหลินจูได้รับการดูแลจากสองแม่ลูกอย่างดี จางหลินจูจึงทำใจยอมรับความจริงที่ว่า ตนได้เกิดใหม่ในร่างคุณหนูตระกูลเศรษฐีซึ่งตอนนี้กำลังตกอับและจนตรอกมารดาของจางหลินจูในมิติแห่งนี้ยังมีนามว่า หวงเจิ้นอี๋ ส่วนบิดานามว่าจางเฉินซี ทว่าบิดาของจางหลินจูได้ตรอมใจตายไปเมื่อหลายวันก่อนจางหลินจูร้องไห้จนแทบไม่หลงเหลือน้ำตาให้ไหลอีก จากนั้นความทรงจำและความรู้สึกต่าง ๆ ที่เจ้าของร่างเดิมทิ้งไว้ก็พรั่งพรูเข้ามาดุจทำนบแตก ช่างเป็นการเกิดใหม่ที่อัศจรรย์พันลึกยิ่งนัก ไม่คิดเลยว่าสวรรค์จะเมตตาเพียงเสี้ยวเดียว โดยการส่งจางหลินจูให้เกิดใหม่เพื่อมาดิ้นรนเอาชีวิตรอดในโลกอีกด้านบางทีอาจเพราะชีวิตในโลกใบเดิม จางหลินจูอยู่สุขสบายมากจนเกินไป จางหลินจูจึงเลิกน้อยใจต่อโชคชะตาและคิดเพียงว่าสวรรค์กำลังยื่นบททดสอบมาให้ต่างหาก ปลายทางสุดท้ายอาจเป็นความสุขที่แท้จริงซึ่งกำลังรออยู่ก็ได้ “ท่านแม่เจ้าคะ ข้าหายดีแล้ว แต่ท่านดูจะป่วยหนักกว่าข้าอีกนะเจ้าคะ”จางหลินจูสังเกตอาการป่วยไข้ของหวงเจิ้นอี๋มาสักระยะแล้ว ใบหน้าของมารดาในยามนี้ช่างซูบตอบ กระดูกบริเวณแก้มผุดโผล่เด่นชัด ริมฝีปากแห้งผากขาวซีด หวงเจิ้นอี๋
Read More
บทที่ 4 พี่ชายปริศนา
จางหลินจูเดินห่างออกมาจากเพิงพักเรื่อย ๆ ภายในใจครุ่นคิดเรื่องราวที่เกิดขึ้นต่าง ๆ นานา เพราะไม่รู้ว่าต่อจากนี้ควรใช้ชีวิตอย่างไร ดูเหมือนว่าในโลกอีกด้าน ครอบครัวของจางหลินจูคงไม่หลงเหลือใครอีกแล้วเพียงคะนึงถึง ภาพครอบครัวแสนอบอุ่นก็ฉายซ้ำไปมาตอกย้ำความเจ็บปวด กระบอกตาคู่งามร้อนรื้นแดงก่ำ ดวงตากลมโตเริ่มเกิดม่านน้ำตาเสียจนภาพเบื้องหน้าพร่าเบลอ จางหลินจูพยายามกล้ำกลืนก้อนสะอื้นกลางลำคอลงไปด้วยความยากลำบาก จากนั้นก็ยกมือขึ้นซับน้ำตาซึ่งร่วงเผาะลงมาเมื่อใดก็สุดจะรู้คุณพ่อคุณแม่คะ ไม่ต้องห่วงจูเอ๋อร์นะคะ ลูกสัญญาจะใช้ชีวิตนับจากนี้ให้ดี “โอ๊ย!”“เดินไม่ดูตาม้าตาเรือบ้างหรือไง”“ขอโทษเจ้าค่ะ ข้าไม่ได้ตั้งใจ”จางหลินจูไม่ทันระวัง มุ่งหน้าโดยไร้ทิศด้วยจิตใจเหม่อลอย เป็นเหตุให้ชนกับบุรุษร่างกำยำเข้าโครมใหญ่อีกฝ่ายชักสีหน้าไม่สบอารมณ์ ทว่าเมื่อเขาสำรวจเรือนร่างและใบหน้าของจางหลินจู ภายในใจก็ผุดความคิดสกปรก น้ำเสียงแข็งกระด้างพลิกกลับเดี๋ยวนั้น “แม
Read More
บทที่ 5 คุณหนูผู้อาภัพ
ร่างระหงนอนทอดยาวไร้สติอยู่บนฟูกนอนขาวสะอาดด้านในโรงหมอ เมื่อผู้เป็นหมอเห็นใบหน้าผู้ป่วยกระจะตาก็อุทานขึ้น“เอ๊ะ นังหนูนี่ หน้าคุ้น ๆ”เด็กหนุ่มจึงเอ่ยปากถามด้วยความสงสัย “ท่านรู้จักนางหรือ”หมอวัยกลางคนพิเคราะห์องคาพยพจางหลินจูครู่หนึ่ง ไม่นานก็นึกออก “อ่า…เป็นนางนี่เอง ซื่อจื่อแม่นางน้อยคนนี้ข้าเคยรักษาให้ไม่กี่วันก่อนขอรับ”คิ้วเข้มเลิกขึ้นหนึ่งฝั่ง “เช่นนั้นท่านคงทราบว่านางเป็นใคร”ท่านหมอถอนหายใจยาว จากนั้นเหลือบมองจางหลินจูอย่างนึกเวทนา “ข้าน้อยก็ไม่ทราบว่านางคือใคร แต่ดูเหมือนนางจะเป็นคนต่างแคว้น มารดาป่วยกระเสาะกระแสะ น้องชายก็ยังเล็กนัก”“ที่ท่านบอกว่าเคยรักษานาง นางป่วยเป็นอะไรงั้นหรือ”“จากที่มารดานางเล่าให้ฟัง ดูเหมือนนางจะเกิดอุบัติเหตุพลัดตกน้ำขอรับ ร่างกายเลยมีไอหยินมากเกินไป แล้วดูยามนี้ ถูกผู้ใดรังแกมาอีกเล่า”มีคนที่ชีวิตอาภัพได้เพียงนี้ด้วยหรือ “เช่นนั้นท่านก็ช่วยรักษานาง ข้าจะรอจนกว่านางได้สติ”“ขอรับ”ร่างสูงหย่อนกายลงนั่งบริเวณเก้าอี้มุมห้อง สายตายั
Read More
บทที่ 6 จากลา
 เสียงกีบเท้าม้าห้อตะบึงมายังหน้าโรงหมอ บุรุษร่างสูงกระโจนลงจากหลังม้าด้วยความเร่งร้อน“ซื่อจื่อ” ผู้ช่วยหมอหลี่ค้อมศีรษะเล็กน้อยผู้มาเยือนคือซื่อจื่อแห่งเมืองอันเจียง นามว่า ‘ซวี่ฟางจิ้น’ และเขาเป็นคนช่วยเหลือจางหลินจูเอาไว้“ท่านหมอหลี่เล่า”“ท่านหมอออกไปแล้วขอรับ”คิ้วเข้มเลิกขึ้นหนึ่งฝั่ง “ไปแล้ว ข้าบอกให้รอข้าก่อนไม่ใช่หรือ แล้วนาง…” ซวี่ฟางจิ้นแอบลังเลเมื่อกล่าวถึงเด็กสาวที่ตนเพิ่งพบเจอไม่กี่ชั่วยามผู้ช่วยหมอหลี่ลุ้นจนตัวโก่งก็ยิ้มแหยออกมา เขายกมือเกาศีรษะเล็กน้อย เอ่ยขึ้นว่า “ท่านหมอออกไปกับแม่นางน้อยที่ท่านพามาขอรับ แต่ข้าน้อยก็ไม่ทราบว่าไปที่ใดกัน เพราะท่านหมอไม่ได้บอกไว้”ดูเหมือนเขากำลังสวนทางกับอีกฝ่ายเข้าเสียแล้ว เหตุใดจึงรู้สึกเสียดายพิกล กระทั่งองครักษ์ตามมาถึง“นายน้อย ได้เวลาแล้วนะขอรับ”ใบหน้าของซวี่ฟางจิ้นดูผิดหวังเสียจนองครักษ์อย่างจินฝานงงงวย เวลานับสิบเจ็ดปีเขาแทบไม่เคยเห็นนายน้อยแ
Read More
บทที่ 7 เริ่มต้นชีวิตใหม่
สองพี่น้องยืนไว้อาลัยที่หน้าหลุมศพของมารดา บริเวณด้านข้างก็เป็นหลุมฝังร่างของบิดาเช่นกันจางหลินชวนยังคงร้องไห้อย่างหนัก เกาะมือพี่สาวไว้แน่น จางหลินจูเองก็ระบายอารมณ์จนไม่หลงเหลือหยดน้ำตาใด ๆ ให้หลั่งออกมาอีกมือเรียวยกขึ้นลูบศีรษะเด็กน้อยข้างกาย ริมฝีปากซีดขาวเผยยิ้มอบอุ่น ร่างระหงยอบกายลงแช่มช้า ยามนี้โซนสมองของจางหลินจูมันกำลังเต็มไปด้วยหมอกควันสีขาว สูญเสียครอบครัวมาแล้วหนึ่งชาติภพ มาหนนี้ก็ยังต้องประสบปัญหาเดิมนับว่ายังดีที่ข้างกายมีเจ้าตัวน้อยอยู่เคียงข้าง จางหลินจูไม่ได้โดดเดี่ยว นับจากนี้นางจะพาน้องชายไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ และต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นกว่านี้ให้ได้“ชวนเอ๋อร์ เป็นลูกผู้ชายต้องเข้มแข็ง เข้าใจหรือไม่”จางหลินชวนสะอื้นตัวโยน พลางสูดน้ำสีใสเข้าจมูกเสียงดัง เสียงเล็กตอบรับเบาหวิว “ขอรับ ชวนเอ๋อร์จะไม่ร้องอีกแล้ว แต่ว่าพี่หญิง ต่อไปนี้เราจะไม่มีท่านพ่อท่านแม่แล้วหรือขอรับ”ในแววตาคู่งามฉายความเจ็บปวดทรมานออกมา ริมฝีปากบางเฉียบขบเม้มเพื่อกลั้นเสียงสะอื้น จางหลินจูแหงนหน้าเล็กน้อยเพื่อกักน้ำตาไม่ให้หลั่งริน ต่อแต่นี้ไปนางจะต
Read More
บทที่ 8 เส้นทางของตนเอง
ยามค่ำคืน ณ โรงหมอกลางหมู่บ้าน ด้านในสะท้อนแสงสว่างจากเปลวเทียนที่ทอประกายวูบไหวกลางโต๊ะกินข้าวทรงกลม“จูเอ๋อร์”“เจ้าคะ”มือเรียววางตะเกียบลง จางหลินจูช้อนสายตามองตอบหมอวัยกลางคนฝั่งตรงข้ามด้วยสีหน้าที่ประดับไปด้วยคำถามจางหลินจูและจางหลินชวนอาศัยอยู่ที่โรงหมอเป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม อายุของจางหลินจูก็เลยวัยปักปิ่นไปอีกหนึ่งปี ส่วนเจ้าเด็กขี้แยชวนเอ๋อร์อายุได้หกขวบ“เจ้ายังต้องเดินทางไปหาญาติหรือไม่”ท่านหมอหลี่เอ็นดูสองพี่น้องเป็นอย่างมาก ทว่าเด็กทั้งสองไม่อาจอยู่กับเขาไปตลอดได้ เพราะเดิมทีมารดาของจางหลินจูจะพาพวกเด็ก ๆ เดินทางไปพบญาติตั้งแต่แรกจางหลินจูเงียบไปครู่หนึ่ง ภายใต้จิตสำนึกเจ้าของร่างเดิมบอกนางว่าถึงเวลาต้องเดินหน้าต่อแล้ว แท้จริงจางหลินจูไม่อยากจากท่านหมอหลี่ไปเลย เพราะทั้งหลี่จงหยางและเสี่ยวหลงรวมถึงบรรดาชาวบ้านที่นี่ ล้วนใจดี มีน้ำใจกับนางและจางหลินชวนเป็นอย่างมาก ท่านหมอหลี่มีสิ่งใดก็หยิบยื่นน้ำใจแบ่งปัน ไม่เคยหวงแหนกระทั่งความรู้ศาสตร์การแพทย์ ท่านหมอหลี่ล้วนถ่ายทอดให้จางหลินจูทั้งหมดทว่าผ่านมานับปีแล้ว จางหลินจู
Read More
บทที่ 9 สหายเก่า
สีหน้าของจางหลินจูเต็มไปด้วยความกลัดกลุ้ม นางพยายามระงับอาการหวาดกลัวเอาไว้ เพราะชายคนดังกล่าวหันไปสนใจเส้นทางเบื้องหน้าแล้ว ดูท่าทางเขาใจเย็นอยู่ไม่น้อยจางหลินจูคิดหาทางออก ทว่าเส้นทางสายนี้ดูเปลี่ยวร้างมาก ไม่เพียงเท่านั้นรถม้ายังเคลื่อนตัวไปด้วยความรวดเร็วอีกด้วย นางยังมีน้องชายที่รอคอยอยู่ด้านใน จะกระโดดลงไปย่อมไม่เป็นผลดีแน่ชายคนนี้คำนวณมาอย่างถ้วนถี่และที่เขายังใจเย็น นั่นเพราะเขาทราบดีว่าจางหลินจูจะไม่มีทางเลือกกระโดดลงรถม้าเป็นแน่ เนื่องจากยังมีเจ้าตัวเล็กอยู่จางหลินจูรวบรวมความกล้า เอ่ยปากถามปะทะสายลมที่โกรกเข้าหน้า “เจ้าเป็นใคร เหตุใดต้องทำเช่นนี้แล้วคนขับรถม้าเล่า”จางหลินจูได้ยินเสียงแค่นยิ้มจากอีกฝ่าย ฟังแล้วรู้สึกขนลุกเกรียวไปทั่วสรรพางค์“นังหนู เจ้าอย่าแสร้งเป็นลืมไปหน่อยเลย ซื่อจื่ออะไรนั่นทำข้าแสบนัก ข้าต้องเสียดวงตาไปข้าง เจ้าทั้งสองต้องรับผิดชอบ!”นัยน์ตาเข้มตวัดมองฉับ ก่อนที่เขาจะตัดสินใจชะลอรถม้า จางหลินจูสะดุ้งเฮือก ครั้นประสานสายตากับอีกฝ่ายนางก็จำได้ทันทีว่าเป็นผู้ใด และใช่ จางหลินจูจำเขาได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น
Read More
บทที่ 10 กลวิธีเอาตัวรอดจากชายปริศนา
โชคดียิ่งที่จางหลินจูไหวตัวทัน เสียงใสกระซิบเบา “ชวนเอ๋อร์ อย่าเอามือออกมานะ”“ขอรับ”ชายร่างสูงหรี่นัยน์ตาด้วยความคลางแคลง ทว่าเขาไม่อาจทิ้งม้าที่กำลังวิ่งไปด้านหน้าได้จางหลินจูคิดหาอุบาย “เอ่อ…คือ น้องของข้าหิวน้ำ ไม่ทราบว่าเจ้าพอจะมีน้ำหรือไม่”เขาจิ๊ปากไม่สบอารมณ์ “ยุ่งยากจริง ๆ อีกครึ่งชั่วยามอดไว้ก่อน เจ้าเด็กนี่ข้าน่าจะบีบคอมันให้ตายไปซะ”จางหลินชวนเบะปาก ขอบตาแดงก่ำ“ชู่ว…ชวนเอ๋อร์ มีพี่อยู่ พี่ไม่ปล่อยให้เขาทำเช่นนั้นแน่”จางหลินชวนกลืนก้อนสะอื้นลงคอ พร้อมกับพยักหน้าหงึกหงักม่านประตูถูกลดลงแล้ว จางหลินจูระบายลมหายใจด้วยความโล่งอก“ชวนเอ๋อร์ หยิบย่ามให้พี่หน่อย”“ขอรับ”มือเล็กคว้าย่ามมาใกล้ตน“เก่งมาก ด้านในมีมีดสั้นอยู่ เจ้าหาให้พี่หน่อย”“ขอรับ”จางหลินจูมองเห็นทางสว่างเสียที ช่างปลื้มใจจริงแท้ ที่จางหลินชวนเป็นเด็กฉลาดว่าง่าย ไม่โฉ่งฉ่างเฉกเช่นเด็กทั่วไป แม้น้องชายตัวน้อยเจ้าน้ำตาไปบ้างแต่ยังนับว่าเป็นอารมณ์ประสาเด็ก พริบตามีดสั้นซึ่งมีปลอกหนังหุ้มเอาไว้ก็ถูกค้นพบ
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status