Beranda / รักโบราณ / ทะลุมิติมาเป็นนายหญิงน้อย / ตอนที่4 พบเจอวิญญาณที่จากไป

Share

ตอนที่4 พบเจอวิญญาณที่จากไป

last update Terakhir Diperbarui: 2025-12-10 23:10:01

 “ท่านป้าท่านจะเดินทางไปไหนหรือเจ้าคะ?”

  “ข้าจะไปในเมืองเหยียนฟาง คิดว่าจะไปหางานทำนะ ข้าเดินทางมาไกล เพราะครอบครัวของข้า ลำบากยากจนมาก ไม่มีเงินติดตัวเลย ได้แต่อาศัยเก็บผลไม้ข้างทางกินมาเรื่อย ๆ จนตอนนี้ข้าแทบไม่มีแรงเดินแล้ว” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนล้า ลี่อิน เจียวจู ตงฮวน หานเกอ เห็นซิ่วอิงนั่งคุยกับสตรีแปลกหน้า ก็พากันมานั่งล้อมวงด้วย พอได้ยินนางพูดเช่นนั้น ก็ต่างพากันรู้สึกสงสาร

   “แล้วท่านมีที่จะไปแล้วหรือไม่?”

   “ยังไม่มี ข้าคิดว่าหากไปถึงในเมือง จะไปสอบถามว่าใครต้องการคนงานบ้าง งานอะไรข้าก็ไม่เกี่ยงทั้งนั้น ขอแค่ให้มีคนจ้างก็พอ” ซิ่วอิงพอได้ยินก็ยกยิ้ม เริ่มมีความหวังขึ้นมา เมื่อเห็นว่านางยังไม่มีที่ไป

   “แล้วหากว่าข้าจะจ้างท่านทำงาน ท่านป้าจะทำหรือไม่ละเจ้าคะ?”

  “ห้ะ…เจ้านะรึ?” หวังฟางกวาดตามองซิ่วอิงอย่างไม่เชื่อถือนัก นางเป็นเพียงเด็กคงจะพูดจาไปเรื่อย แต่แล้วซิ่วอิงก็จับแขนนาง แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง

  “ท่านป้าข้าพูดจริง ๆ นี่ตั๋วเงินสิบตำลึง หากท่านป้ายินดีจะทำงานให้ข้า ข้าจะจ่ายให้ท่านอีก” หวังฟางมองตั๋วเงินอย่างชั่งใจใจ เด็กคนนี้เนื้อตัวมอมแมมไม่ต่างอะไรกับขอทาน แต่ว่านางไปเอาเงินมาจากไหนกัน

   แต่แล้วกลับเป็นฮุ่ยกวง ที่มาดึงเงินไปจากมือของซิ่วอิง แล้วตอบรับหน้าตาเฉย “ข้ายินดีทำ” กล่าวจบเขาก็นั่งลง พร้อมยื่นซาลาเปาในถุงกระดาษมาให้ซิ่วอิง แล้วก็น้ำที่อยู่ในกระบอกไม้ไผ่ ซิ่วอิงระบายยิ้มก่อนจะกล่าวขอบคุณ

  ซิ่วอิงหยิบซาลาเปามาแบ่งให้ทุกคน ก่อนจะหยิบมากัดกินดูบ้าง ก่อนจะชะงัก รสชาติไม่ไหวจริง ๆ นางทำได้อร่อยกว่านี้สิบเท่าเลย แต่ว่าเวลานี้ก็ต้องทนกินไปก่อน ฮุ่ยกวงยื่นตั๋วเงินที่ทางร้าน ทอนคืนมาให้กับซิ่วอิง แต่นางส่ายหน้าก่อนจะเอ่ยออกไป

  “ท่านลุงเก็บไว้เถอะเจ้าค่ะ หากจะทำงานให้ข้า ต่อไปพวกเราก็ต้องมาเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วเจ้าค่ะ”

  “ครอบครัวเดียวกัน!” คราวนี้ทุกคนร้องขึ้นพร้อมกัน เพราะไม่เข้าใจความคิดของนาง ว่าคิดจะทำอะไร สหายทั้งสี่คนแม้ไม่เข้าใจว่า ซิ่วอิงคิดมีแผนอะไร แต่พวกเขาก็พร้อมทำตามอยู่แล้ว ในเมื่อยกให้นางเป็นหัวหน้า ว่าแบบไหนก็ว่าตามกัน 

   “ใช่แล้ว ต่อไปพวกท่านทั้งสองก็มาเป็น ท่านลุงท่านป้าของพวกเรา ข้าขอแนะนำคนนี้ ลี่อิน เจียวจู ตงฮวน หานเกอ และข้าซิ่วอิงเจ้าค่ะ พวกเราอายุ9ขวบ เป็นเด็กกำพร้า” ฮุ่ยกวงแม้จะไม่ฉลาดมากนัก แต่ก็พอจะคาดเดาได้ว่า เด็กเหล่านี้คงมีเรื่องปิดบังเอาไว้เป็นแน่ แต่ก็ช่างเถอะตอนนี้ ปากท้องสำคัญกว่า ขอเพียงแค่ว่า งานที่นางให้ทำไม่ขัดต่อศีลธรรม เขาก็เต็มใจทำทั้งนั้น 

   แต่ว่ารับเงินมาก่อนแล้ว และยังไม่ได้ถามว่างานคืออะไร มาตอนนี้ก็คงถอยกลับไม่ทันแล้ว ซิ่วอิงเห็นสีหน้าของเขา ก็พอจะเดาได้จึงเอ่ยขึ้น

   “เรื่องบางเรื่องมันก็ยากจะอธิบายเจ้าค่ะ ได้พบกันถือว่าเป็นวาสนา หากท่านช่วยพวกเรา พวกข้าสัญญาว่า จะช่วยเหลือท่านทั้งสองคนเช่นกันเจ้าค่ะ” ฮุ่ยกวงหันไปสบตากับหวังฟาง ก่อนจะตัดสินใจ

   “ข้าตัดสินใจแล้ว พวกเราจะมาเป็นครอบครัวเดียวกันกับพวกเจ้า”

   “ขอบคุณเจ้าค่ะ/ขอบคุณขอรับ” เด็กทั้งห้าคนเอ่ยขอบคุณอย่างนอบน้อม ทำให้ฮุ่ยกวงและหวังฟางถึงกับตกตะลึง กับมารยาทอันดีงาม ของเด็กน้อยวัยเยาว์ ก่อนจะส่งยิ้มให้อย่างอ่อนโยน พวกเขาทั้งสองไม่มีบุตร หากมีเด็กมาอยู่ด้วยคงจะดีไม่น้อย

   หลังจากนั้นทุกคนก็นั่งกินซาลาเปากันอย่างเอร็ดอร่อย ก่อนจะรีบออกเดินทางอีกครั้งก่อนจะมืดค่ำเสียก่อน ฮุ่ยกวงและหวังฟางสนิทกับเด็ก ๆ ได้อย่างรวดเร็ว การเดินทางจึงเป็นไปด้วยความสนุกสนาน 

  ฮุ่ยกวงและหวังฟางสังเกตว่า ซิ่วอิงถึงแม้จะอายุเพียง9ขวบ แต่ความคิดและคำพูดคำจาของนาง เป็นดั่งผู้ใหญ่คนหนึ่งเลยทีเดียว อีกทัังรัศมีที่เปล่งประกายรอบ ๆ ตัวนาง พวกเขายังสัมผัสได้ถึงความเป็นผู้นำ ทำให้เขารู้สึกเกรงขามนางขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว

   เมื่อมาถึงประตูเมือง ทางการได้มีทหารยืนตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งฮุ่ยเจียงและหวังฝางก็แจ้งว่าจากไหน และเดินทางมาทำอะไร ทหารก็ให้ผ่านเข้าไปแต่โดยดี 

  ซิ่วอิงบอกให้ฮุ่ยกวงและหวังฟาง พาไปหาร้านจำหน่ายเสื้อผ้าสำเร็จรูป เพราะยามนี้เริ่มบ่ายคล้อยและใกล้ค่ำเต็มที ร้านค้าเริ่มทยอยปิดร้านกันบ้างแล้ว นางบอกทุกคนให้เลือกมาคนละสามชุด และนางจะเป็นคนจ่ายเอง จากนั้นจึงไปหาโรงเตี๊ยมเพื่อพักแรม ซิ่วอิงเลือกโรงเตี๊ยมที่ค่อนข้างเงียบ และห่างไกลจากผู้คน เพราะนางไม่อยากให้เป็นจุดสนใจมากนัก

  พอทุกคนได้อาบน้ำชำระร่างกาย และเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ที่สะอาด ความรู้สึกก็เริ่มผ่อนคลายและสบายใจมากขึ้น ความเคร้าหมองภายในใจ เริ่มมีไม่มากเหมือนก่อนหน้าแล้ว เพราะซิ่วอิงสอนให้พวกเขามองโลกในแง่ดี และไม่เจ้าคิดเจ้าแค้นจนลืมการใช้ชีวิตของตน 

   นางไม่ได้บอกว่าให้ลืมหรือไม่เอาคืนกับคนชั่วเหล่านั้น แต่เท่าที่นางคิดและไตร่ตรอง หากทางการมามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ คนสั่งการคงมีอำนาจไม่ธรรมดา พวกนางต้องคิดและวางแผนให้ดี ดั่งคำที่ว่าแก้แค้นสิบปีก็ไม่สาย 

  ซิ่วอิงบอกพวกเขาให้ตั้งใจทำในแต่วันให้ดีที่สุด สนุกสนานในการใช้ชีวิต และมีความสุขในทุก ๆ วัน เพราะนางผ่านการตายมาแล้ว นางถึงรู้ว่า การใช้ชีวิตให้คุ้มค่าและมีความสุขนั้น มีค่าและสำคัญเพียงใด นางจึงอยากให้พวกเขาเติบโตมาเป็นคนที่ดีและมีคุณภาพ ถึงจะมีความแค้นก็ไม่ควรนำมา แขวนไว้ในใจตลอดเวลา เพราะจะทำให้จิตใจหมองมัว และไร้ซึ่งความสุข

  คืนนี้หลังจากนางหลับ จิตวิญญาณของนางก็ได้ไปเยือนสถานที่เงียบสงบแห่งหนึ่ง ก่อนนางจะพบกับวิญญาณของ บิดาและมารดาของซิ่วอิง อีกทั้งวิญญาณของซิ่วอิง และทุกดวงวิญญาณที่ตายที่หมู่บ้านไฉ่หลิน บิดาของซิ่วอิงมองนางนิ่งสงบ ก่อนจะเอ่ยขึ้น

  “แม่นางสุดท้ายท่านก็มาเสียที ข้าไม่คิดว่าท่านจะมาอยู่ในร่างของบุตรสาวของข้า แต่อย่างไรข้าก็ต้องขอบคุณ ที่ดินที่ข้ากว้านซื้อไว้มากมาย มีสมบัติซุกซ่อนเอาไว้ แต่ข้าไม่รู้ว่าอยู่ตรงจุดที่ใดของที่ดิน พวกข้าพยายามค้นหาอยู่หลายปี แต่ก็ยังไม่พบ ในกล่องที่ข้าใส่โฉนดและตั๋วเงิน มีกล่องโบราณอยู่ในนั้น หลายปีก่อนมีนักพรตท่านหนึ่ง ได้มอบไว้ให้แก่ข้า บอกว่าจะมีคนที่เจ้าของที่แท้จริง เดินทางมารับด้วยตนเอง ข้าคิดว่าแม่นางคือคนคนนั้น”

   เรื่องที่พวกข้าถูกฆ่า สาเหตุคงมาจากทางการ คงรู้เรื่องมีสมบัติซ่อนอยู่ในที่ดินผืนนี้ จึงอยากครอบครองที่ดินตรงนั้นเอาไว้เอง และเป็นเพราะข้ากว้านซื้อที่ดินมาไว้ และมีโฉนดอย่างถูกต้อง พวกเขาจึงหาทางใส่ร้ายและสังหารพวกข้าทั้งหมด ข้าฝากแม่นางช่วยกำจัดคนชั่ว ละโมบโลภมากพวกนั้นด้วยขอรับ”

   “พวกท่านวางใจ ข้าจะไม่ปล่อยคนชั่วให้อยู่อย่างสบายใจแน่ เด็กอีกสี่คนข้าก็จะดูแลให้อย่างดี พวกท่านก็จากไปสงบเถิดเจ้าค่ะ” พอนางรับปากเช่นนั้น พวกเขาทั้งหมดก็ค่อย ๆ จางหายไป

   ซิ่วอิงพอรับรู้เรื่องราวทั้งหมดก็ถอนใจออกมา ความโลภทำให้คนถึงกับฆ่าแกงกัน ยุคที่นางจากมาถึงแม้ว่า จะเจริญก้าวหน้าและทันสมัย แต่ก็ยังมีคนที่โลภมากในอำนาจและเงินทองอยู่ไม่น้อย ไม่ว่าจะยุคไหนหากขาดคนดี บ้านเมืองก็วุ่นวาย ราษฎรก็จะได้รับความเดือดร้อนไปทุกแห่งหน

   ที่สวรรค์มอบพลังให้นาง คงมองเห็นเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นสินะ สวรรค์ขอบคุณที่ข้าได้เกิดใหม่ และให้พลังแก่ข้า ข้าขอสัญญาว่าจะดูแลและปกป้องผู้คนอย่างสุดความสามารถ เพียงนางกล่าวจบ แสงบนท้องฟ้าก็เปล่งประกายเจิดจ้า ก่อนจะมีร่างของสตรีในชุดสีขาว ใบหน้างดงามอย่างไร้ที่ติ พร้อมส่งยิ้มให้นางอย่างอ่อนโอน นางลอยลงมาพร้อมยืนอยู่บนดอกบัวดอกใหญ่ ที่เปล่งประกายสีทองเจิดจ้า

  “ขอบใจเจ้ามาก ข้าคิดแล้วว่าข้าเลือกคนไม่ผิดจริง ๆ ต่อไปนี้กำไลที่เจ้าสวมเป็นตัวแทนจากข้า หมั่นทำความดีช่วยเหลือผู้คน ผลบุญและบารมีจะส่งเสริมเจ้าเอง” กล่าวจบนางก็ลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าและหายไปในพริบตา

 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทะลุมิติมาเป็นนายหญิงน้อย   ตอนที่71 จบลงด้วยดี

    สามจอมมารกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย เหมือนกับอดอยากมานาน พวกเขาสามคนตั้งหน้าตั้งตากิน ไม่รู้ว่าท้องของพวกเขา ใส่อาหารเข้าไปหมดได้อย่างไร “ข้าเปลี่ยนใจแล้ว ข้าจะขอนางอยู่ที่นี่ไม่กลับไปแล้ว” จอมมารบรรพกาลเอ่ยขึ้น ก่อนตักกระเพาะปลากินอย่างเอร็ดอร่อย ราชาปีศาจมองเขาก่อนจะครุ่นคิด ความคิดของเขาไม่เลวเลย เขาก็อยากอยู่ที่นี่ เพราะอาหารอร่อยมาก“ข้าก็จะขอนางอยู่ที่นี่ไม่กลับไปแล้วแคว้นหนาน จอมมารอัคคีเอ่ยขึ้นมาบ้าง พร้อมคีบหนังหมูกรอบ ๆ ยัดใส่ปาก ก่อนจะหลับตาดื่มด่ำกับรสชาติ“ข้าก็จะอยู่เช่นกัน” ราชาปีศาจเอ่ยขึ้น ทำให้ตงฮวนและหานที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ ครุ่นคิดว่าที่จริงนิสัยดั่งเดิมของพวกเขา ก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร เพียงเพราะผิดหวังในความรัก เลยทำตัวเลวร้ายเพื่อประชดชีวิต หากพวกเขาคิดเปลี่ยนแปลง ย่อมทำได้แน่นอนซึ่งตรงกับความคิดของซิ่วอิง ลี่อินและเจียวจู ยามนี้พวกนางแอบสังเกตอยู่เงียบ ๆ ว่าจะทำอย่างไรที่จะทำให้พวกเขา เปลี่ยนเป็นคนดีและเป็นปกติเหมือรผู้อื่นเขา ดูท่าพวกเขาจะชอบอาหาร หรือว่าจะเอาอาหารมาล่อ ก็ต้องลองดูเมื่อทุกคนกินอาหารกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซิ่วอิงก็พาทุกคนไปนั่งที่ห้องโถง ซิ่วอิง ลี่อ

  • ทะลุมิติมาเป็นนายหญิงน้อย   ตอนที่70 จอมมารคลั่งรัก

    ทางด้านแคว้นฉี เฉินซีฮันได้พูดคุยทุกอย่างตามที่ได้ซิ่วอิงได้บอกเอาไว้ แต่ดูเหมือนฮ่องเต้ดูจะไม่สนใจและใส่ใจเท่าใดนัก เพราะเอาแต่จดจ้อง มองซิ่วอิงตลอดเวลา ไหนจะจอมมารบรรพกาล ที่เอาแต่มองซิ่วอิง นัยน์ตาหวานเยิ้มอย่างคนคลั่งรัก เฉินซีฮันพยายามควบคุมอารมณ์อย่างหนัก มาตกลงกันเรื่องแร่ทองคำ แต่ดูพวกเขาสิ มองนางอย่างกับเห็นขนมหวาน ซิ่วอิงถอนใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย บุรุษพวกนี้น่าเบื่อเสียจริง“ขอเสนอของแคว้นเป่ยเซี่ยะ ฮ่องเต้มีความคิดเห็นเช่นไรเพคะ?”“ข้าคิดว่าเจ้าเป็นสตรีที่งดงามมาก” จอมมารบรรพกาล หันไปมองฮ่องเต้อย่างไม่พอใจ ส่วนซิ่วอิงเริ่มหมดความอดทน“หม่อมฉันเริ่มรำคาญแล้วเพคะ” ซิ่วอิงเอ่ยออกมาเสียงดัง ยกชามาดื่มแล้ววางลงดังปึก! นางจะไม่รักษากิริยาอีกต่อไปแล้ว“เป็นเพราะเจ้า นางอารมณ์ไม่ดีแล้ว” จอมมารบรรพกาลหันไปตำหนิฮ่องเต้ ก่อนจะหันมายิ้มให้กับซิ่วอิง เขาไม่อยากเชื่อว่า จะได้พบสตรีในดวงใจอีกครั้ง แต่ว่านางกำลังจะแต่งงาน แต่ว่าใครสนกันเล่า แค่ได้เห็นนางเขาก็มีความสุขมากแล้ว ผ่านไปหลายพันปี นางยังอยู่ในใจเอาเสมอซิ่วอิงกลอกตามองบน ฮ่องเต้ก็ดูเหมือนไม่เต็ม ส่วนจอมมารก็ดูเหมือนจะเกินจนล้น น

  • ทะลุมิติมาเป็นนายหญิงน้อย   ตอนที่69 การต่อสู้

    “หม่อมฉันยินดีเพคะ” เจียวจูหันมาตอบด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ทำเอาจอมมารยิ่งใจเต้นรัว นางช่างงดงามเกินไปแล้วเหตุผลที่พวกเขาอย่างประลองก็เพราะอยากให้แคว้นหนานได้เห็นว่า หากแคว้นเป่ยเซี่ยะจะทำสงครามนั้นย่อมได้ แต่พวกเขาเลือกที่อยู่อย่างสันติเมื่อมาถึงลานประลอง เจียวจูก็ไปยืนอยู่มุมหนึ่งก่อนจะเดินไปคุยกับจอมมาร“ท่านห้ามเล่นตุกติกเด็ดขาด หากท่านเชื่อฟัง เรามาเป็นสหายกัน” เจียวจูเอ่ยบอกเขาด้วยท่าทีออกคำสั่ง จอมมารอัคคีหลุดขำออกมา กับท่าทางของนาง ท่าท่างขู่เหมือนลูดแมวมากกว่าจะเป็นลูกเสือ แต่นางบอกว่า หากเชื่อฟังจะให้เป็นสหาย ถึงไม่ได้เป็นคนรัก เป็นสหายก็ยังดี“ได้”“งั้นยื่นนิ้วมาเจ้าค่ะ” เขาไม่รู้ว่านาง จะให้เขายื่นนิ้วไปให้นางทำไม แต่แล้ว “โอ๊ย!” นางก้มมากัดนิ้วเขาจนเลือดซิบ เขามองนางอย่างขุ่นเคือง“ไม่โกรธนา สิ่งนี้ว่าการทำสัญญา หากท่านตประมืออย่างยุติธรรม เดี๋ยวข้ามาทำแผลให้เจ้าค่ะ แต่หากว่าท่านเล่นตุกติก ข้าจะทำให้ท่านได้แผลยิ่งกว่านี้” นางเอ่ยน้ำเสียงเหี้ยมและดุดัน แต่เขากลับเห็นว่า มันช่างน่ารัก“เจ้าพูดอะไรกับเขา?” เจียวจูรีบกระซิบข้างใบหูเขาทันที“ข้าบอกห้ามเล่นตุกติก หากเขาเชื่อฟังก

  • ทะลุมิติมาเป็นนายหญิงน้อย   ตอนที่68 แผนการไปเยือนแต่ละแคว้น

    เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย นางก็ให้เด็ก ๆ ไปเรียกทุกคนมากิน โดยนางทำตัวอย่างให้ดู ทุกคนก็ทำตาม เพียงคำแรก ทุกคนก็ร้องออกมาว่าอร่อยแต่แล้วซิ่วอิงก็นึกท่านปู่ ตายแล้วลืมไปเสียสนิท แต่แล้วเสียงของเขาก็ดังมาแต่ไกล“กลิ่นหอมของอะไรนี่ ซิ่วอิงเจ้าทำอาหารใหม่อีกแล้ว ข้ามาได้ถูกจังหวะพอดีสินะ” ชายชราเฉินป๋อหยวน ยิ้มแย้มอย่างอารมณ์“ท่านปู่นั่งเลยเจ้าค่ะ” ซิ่วอิงรีบหาเก้าอี้มาให้เขาอย่างเอาใจ ชายชราเหลือบตามอง วิธีการกินก็เข้าใจ ก่อนจะหยิบตะเกียบมาคีบเนื้อ แล้วนำไปใส่หม้อที่กำลังเดือด จากนั้นนำมาจิ้มกับน้ำจิ้ม แล้วนำใส่ปาก“โอ้ หลานสะใภ้คนงาม เจ้าห้ามเปลี่ยนใจ จากหลานชายข้าเด็ดขาด อาหารชนิดนี่เรียกว่าอะไรหรือ”“หม้อไฟเจ้าค่ะ”“ข้าชอบอร่อยจริง ๆ” เขาพูดไปก็คีบอย่างอื่นลงไปใส่ในหม้อ อย่างสนุกสนาน หลังจากกินอาหารกันเสร็จ นางปล่อยให้ป้าหวังและทุกคนจัดการเก็บล้าง ส่วนนางพาทุกคนมาที่ห้องโถง เพราะมีเรื่องที่จะต้องพูดให้ทุกคนเข้าใจ“ทุกคนฟังข้าให้ดีนะเจ้าค่ะ การไปเยือนต่างแคว้นในครั้งนี้ คือการกระชับความสัมพันธ์ และทำหน้าที่คล้ายทูตในการเจรจา”“ทำหน้าที่คล้ายทูต”“ใช้เจ้าค่ะ สิ่งที่แคว้นซ่งอยากได้ ค

  • ทะลุมิติมาเป็นนายหญิงน้อย   ตอนที่67 ส่งสาส์นกระชับความสัมพันธ์

    “ขุนนางทุกคนฟังข้าให้ดี ข้าที่เป็นถึงฮ่องเต้ ยังเคารพและให้เกียรติพวกนาง หากใครมีความคิดที่ไม่ดีเพียงน้อยนิด เกี่ยวกับพวกนาง ข้าก็ไม่คิดจะเก็บเอาไว้ เพราะฉะนั้นจำเอาไว้ให้ขึ้นใจ การกลับมาของข้าในครั้งนี้ ข้าจะไม่ใจดีอีกต่อต่อไป”“ขอบพระทัยที่ทรงตักเตือนพ่ะย่ะค่ะ”ราชสำนักออกมาปิดประกาศความผิด ของเฉินอ๋อง ตระกูลสวี่ ตระกูลเสิ่น ตระกูลขุนนางที่มีส่วนรู้เห็นและสมคบคิด โทษคือประหารชีวิตทั้งหมด และวันประหารจะมีขึ้นในอีกสามวันประกาศต่อมาคือ พระราชทานสมรสสามองค์ชาย ซึ่งผู้คนไม่กล้าวิพากษ์วิจารณ์สิ่งใด เพราะขุนนางที่ไปประชุม ได้ออกมาบอกทุกคนว่า สตรีทั้งสามนางที่แต่งเข้าราชวงศ์ เป็นสะใภ้คนโปรด และฝ่าบาทยังได้ประกาศเอาไว้ หากใครว่าร้ายพวกนางเพียงนิด พระองค์ก็ไม่คิดจะเก็บเอาไว้ข่าวการยึดบัลลังก์คืนของอดีตฮ่องเต้ ทำให้อีกสามแคว้นเกิดงุนงง ว่าเกิดอะไรขึ้นกับแคว้นเป่ยเซี่ยะ เฉินอ๋องก่อกบฏยึดบัลลังก์ไปได้ไม่นาน อดีตฮ่องเต้ก็ยึดคืนได้รวดเร็วถึงเพียงนี้ อีกทั้งไม่มีการต่อสู้นองเลือดกันเกิดขึ้น เรื่องนี้สร้างความแปลกใจและสงสัย ให้แต่ละแคว้นเป็นอย่างมากแคว้นหนานฮ่องเต้ยืนเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ฟัง

  • ทะลุมิติมาเป็นนายหญิงน้อย   ตอนที่66 จัดการไปเสียทีเดียว

    หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อย พวกเขาก็ออกมาเดินอยู่บนถนนในยามค่ำคืน ที่ยามนี้เงียบสงัด “ยังไม่ดึกมาก พวกเราไปเยี่ยมท่านแม่ทัพ กันดีหรือไม่เจ้าคะ?” ซิ่วอิงคิดว่าในเมื่อเริ่มแล้ว ก็ควรจัดการให้มันจบ ๆ เน้นกำจัดหัวหน้าใหญ่ เพราะหากไม่มีพวกเขา คนอื่น ๆ ก็ไม่กล้าหือเฉินซีฮันมองภรรยาของเขาอย่างเอ็นดู เหมือนนางพอได้ปลดปล่อยพลัง ก็ยิ่งดูฮึกเหิม อยากไปกำจัดศัตรูให้สิ้นซาก“ข้าเห็นด้วยกับซิ่วอิงเจ้าค่ะ ไหน ๆ ก็ได้ลงมือแล้ว ทำให้จบในคราวเดียวไปเลย” เจียวจูเอ่ยสนับสนุนความคิดของซิ่วอิง“งั้นไปกัน ต่อด้วยวังหลวงด้วยเป็นอย่างไร?” เฉินซีฮันก็คิดว่า ควรจัดการทุกอย่างให้มันจบ ๆ ไป ก็ดีเหมือนกัน“ดี!” สามสาวเอ่ยขึ้นพร้อมกันไม่นานพวกเขาทั้งเจ็ดคน ก็มาหยุดยืนอยู่บนหลังคาจวนท่านแม่ทัพสวี่ แสงไฟที่ลอดออกมาจากห้องทำงานของสวี่ซีเฉิง บ่งบอกว่าเขายังไม่นอนพวกเขาโรยตัวลงมาอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะเดินเข้าไปยังห้องทำงานของสวี่ซีเฉิง อย่างไม่หวาดหวั่น ทหารองครักษ์รอบบริเวณ ไร้สติด้วยพลังปราณหลับใหล ปัง! เสียงถีบประตูเข้าไปอย่างไม่เกรงใจ ทำให้ท่านแม่ทัพเงยหน้าขึ้นมามอง ด้วยความตกใจ “พวกเจ้าเป็นใคร?” เขาถามขึ้น

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status