Share

7เสียเงินซื้อเจ้า

last update publish date: 2026-07-16 15:16:00

สี่

เสียเงินซื้อเจ้า

สรุปแล้วลี่อินถูกเอาผ้าที่หน้าตาสกปรกไม่ต่างอันใดจากผ้าเช็ดม้านั่งบนรถม้าอุดปากของตน ในขณะที่นั่งโดยสารมายังจวนโอ่อ่าที่นางคิดว่าน่าจะเป็นจวนของบุรุษหน้านิ่งเจ้าของรถม้าผู้นี้ แน่นอนว่าพอมาถึงลี่อินก็โดนลากตัวให้เดินตามหลังชายหนุ่มเข้าไปท่ามกลางสายตาประหลาดใจของข้ารับใช้มากมายภายในจวน

“อื้อ อ่อยอ้า”

พอนางถูกพาเดินเข้ามาในห้องขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ประตูทางเข้าถูกงับปิดเหลือแค่เพียงบุรุษหน้านิ่งหนึ่งคนและลูกน้องสนิทของเขายืนข้างกันอีกหนึ่งคนเท่านั้น “เอาผ้าอุดปากนางออก”

“ขอรับท่านประมุขน้อย”

“ข้ามิใช่คณิกาของหอนางโลม พวกเขาหลอกให้ข้าขายตัว หาได้เกิดจากความสมัครใจของข้าไม่ ท่านอย่ายุ่งกับข้าเลยนะเจ้าคะ”

ลี่อินพ่นคำอธิบายออกมายาวเหยียดจนจูอี้ฉงแทบอยากสั่งให้ลูกน้องยัดผ้ากลับเข้าไปอุดปากนางที่เดิม หากไม่ติดว่าเขาต้องการคุยกับนางแล้วละก็

“แล้วอย่างไร ข้าเสียเงินซื้อเจ้ามาในราคาหนึ่งแสนตำลึงทองจะให้ข้าปล่อยตัวเจ้าไปหรืออย่างไร”

“นั่น... ท่านซื้อข้าตั้งแต่เมื่อใด” ลี่อินย้อนความทรงจำตัวเองดูก็พบว่าบุรุษคนสุดท้ายที่ประมูลนางจนเกือบชนะเป็นชายวัยกลางคนที่เสนอเงินเพียงสองหมื่นตำลึงทองเท่านั้นนี่นา

“หลังจากเจ้าหนีออกไป หากไม่เชื่อลองกลับไปสอบถามคนที่หอนางโลมดูสิ”

จูอี้ฉงเดินไปนั่งรินชาให้ตนเองจิบดื่มแก้กระหายที่โต๊ะรับแขกของห้อง ท่าทางไม่รู้ร้อนรู้หนาวของเขานั้นทำให้ลี่อินอยากจับบ่าทั้งสองข้างมาเขย่าและตะโกนใส่หน้าเขาว่า

‘ท่านบ้าไปแล้ว เงินตั้งหนึ่งแสนตำลึงทองเพื่อแลกกับสตรีที่กำลังหนีจากหอนางโลมเนี่ยนะ’

เฮ้อ ลี่อินได้แต่จินตนาการกับตัวเองในใจ

“ท่านเสน่หาในตัวข้าหรือเจ้าคะ รูปร่างหน้าตาเช่นใต้เท้าไม่น่าต้องซื้อสตรีไร้หัวนอนปลายเท้าผู้ใดมาปรนนิบัติท่านนี่นา”

“ข้าหาได้พิศวาสในตัวเจ้า อย่าเข้าใจผิด”

“...”

ลี่อินรู้สึกวางใจขึ้นมามากเลยทีเดียวเมื่อได้ยินเช่นนั้น ทว่าไม่ได้เชื่อบุรุษแปลกหน้าเสียสนิทใจยังคงรักษาท่าทีระแวดระวังอีกฝ่ายเช่นเดิม

“เช่นนั้นใต้เท้าสงสารข้าหรือเจ้าคะ จึงจ่ายเงินซื้อข้ามาเพื่อไม่ให้ถูกคนของหอนางโลมติดตาม”

“ข้าไม่ใช่คนใจบุญด้วยสิ” มือหนาวางถ้วยชาในมือลงบนโต๊ะ น้ำเสียงไม่ได้กราดเกรี้ยวหากแต่วางอำนาจอยู่ในทีทำให้ลี่อินลอบกลืนน้ำลายอย่างเสียไม่ได้

หญิงสาวไม่เคยเชื่อว่าจะมีใครให้สิ่งใดโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน และบุรุษหน้าคล้ายกับคนในความฝันของนางตรงหน้าเองก็เช่นกัน

หรือพวกนางเคยรู้จักกันมาก่อนนะ

“พวกเราเคยรู้จักกันมาก่อนหรือเจ้าคะ”

“...” จูอี้ฉงไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ คนที่เดือดร้อนแทนเจ้านายของตนเองคือเจียเต้าที่ยืนรอรับคำสั่งอยู่ไม่ไกล

“ประมุขน้อยผู้สูงส่งของข้าจะไปรู้จักแม่นางได้อย่างไรกัน”

“นั่นสิเจ้าคะ ข้าเพียงคาดเดาเพราะไม่รู้ว่าพวกท่านช่วยเหลือข้าด้วยเหตุอันใดก็เท่านั้น”

“ตราบนี้ต่อไปข้าซื้อเจ้ามาแล้วจึงถือว่าเจ้าเป็นคนของข้า ห้ามหนี ห้ามออกจากจวนแห่งนี้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากข้า แต่หากอยากเป็นอิสระเจ้าจงนำเงินหนึ่งแสนตำลึงทองมาชดใช้เสีย ไม่เช่นนั้นข้าจะใช้คมดาบปลิดชีวิตของเจ้าเพื่อชดใช้แทน”

“...”

โหดชะมัด ใครใช้ให้เขาจ่ายเงินไปถึงแสนตำลึงทองกันเล่า ไฉนสุดท้ายแล้วคนที่ต้องชดใช้หนี้ถึงเป็นนางไปได้กันเล่า

ลี่อินได้ยินบทลงโทษสุดท้ายจึงไม่กล้าแม้กระทั่งอ้าปากพูดต่อ ทำได้เพียงพึมพำบ่นกับตนเองเพื่อระบายความอึดอัดในใจ

ความจริงคิดไปคิดมาหากว่าเขาไม่ได้ใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายซื้อนางมาแพงขนาดนั้น ลี่อินเองก็อาจอยู่ที่นี่อย่างมีความสุขมากกว่านี้กระมัง

นางเป็นสตรีจากยุคสมัยอื่น ตัวคนเดียว การมีที่พึ่งพิงย่อมปลอดภัยกว่าเคว้งคว้างอยู่ข้างนอกและอีกเหตุผลที่ลี่อินยังไม่คิดหนีจากที่บุรุษผู้นี้เป็นเพราะ...

เขา... คือเบาะแสเดียวที่นางมี ไม่แน่ว่าเขาอาจเป็นชิ้นส่วนที่ทำให้ลี่อินตามหาตัวตนที่แท้จริงของร่างนี้เจอเพื่อช่วยเหลือบิดาตามวาจาที่เสียงสตรีในความฝันย้ำเตือนนางทุกค่ำคืนก็เป็นได้

อยู่ที่นี่นางจะได้สืบเรื่องเกี่ยวกับร่างนี้ว่าตนเองเป็นใครไยจึงทิ้งความทรงจำเกี่ยวกับบุรุษผู้นี้เอาไว้ให้ลี่อินด้วย

“ท่านประมุขน้อยให้นางทำหน้าที่อันใดหรือขอรับ ค่าตัวนางมากถึงแสนตำลึงทองไม่รู้ว่าอีกกี่ร้อยปีถึงจะใช้งานนางคุ้มค่าแรง”

ลี่อินเขม่นใส่ลูกน้องคนสนิทของประมุขน้อยอย่างไม่พอใจที่อีกฝ่ายดูท่าทางเสียดายเงินที่ซื้อนางมามากกว่าเจ้านายตัวเองอีกมั้ง

“ข้าตัดสินใจซื้อนางมาย่อมเพราะมีงานให้นางทำอยู่แล้ว เจ้าไม่ต้องกลัวข้าขาดทุนไปหรอกนะเจียเต้า”

“งานอะไรหรือขอรับท่านประมุขน้อย”

“หลายวันก่อนเจ้าบอกว่าบิดาข้าถามถึงสตรีที่ข้าพึงพอใจในช่วงนี้ไม่ใช่หรือ”

“ขอรับ ข้าน้อยตอบท่านประมุขไปแล้วว่าช่วงนี้ท่านประมุขน้อยสนใจแต่เรื่องงานที่ท่านประมุขมอบหมายให้จัดการจนไม่มีเวลาคิดถึงเรื่องรื่นเริงระหว่างชายหญิงขอรับ ท่านประมุขน้อยไม่ต้องเป็นกังวล ข้าน้อยคิดว่าท่านประมุขคงไม่มาสอบถามท่านอีกหลายวันขอรับ”

“ต่อจากนี้เจ้าเปลี่ยนคำตอบแก่บิดาได้แล้ว ลี่อินผู้นี้จะเข้ามาอยู่ที่จวนของข้าในฐานะสตรีที่ข้าตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็น ข้าหลงใหลในตัวนางถึงขนาดยอมเสียเงินจำนวนมหาศาลซื้อนางมาจากหอนางโลม ให้พักอยู่ที่ห้องเล็กข้างในห้องนอนส่วนตัวของข้า เข้าใจหรือไม่เจียเต้า”

“ขะ เข้าใจขอรับ ท่านประมุขน้อยต้องการให้ท่านประมุขสบายใจคลายความกังวลที่ท่านไม่มีความรู้สึกชายหญิงจึงซื้อสตรีผู้นี้มาเพื่อเล่นงิ้วเป็นคนรักของท่านประมุขน้อย... เช่นนั้นข้าน้อยจะให้คนทำความสะอาดจัดห้องเล็กด้านห้องให้เดี๋ยวนี้ขอรับ”

“อืม ดีมาก”

หลังจากมองตามหลังลูกน้องเดินออกจากห้องไปจนลับสายตาจึงค่อยหันกลับมาจ้องอีกหนึ่งตัวละครสำคัญในการแสดงตบตาบิดาของตนเองในครั้งนี้

“แล้วเจ้าเล่าเข้าใจหน้าที่ตนเองหรือไม่ อินเอ๋อร์”

“ข้าเข้าใจหน้าที่ของตนเองแล้วเจ้าค่ะท่านประมุขน้อย”

“เข้าใจง่ายดี หวังว่าข้ามองคนเลือกใช้งานไม่ผิดนะ”

ลี่อินลุกขึ้นมานั่งดี ๆ หลังจากสมองประมวลผลเรื่องราวต่าง ๆ ได้ครบถ้วน นางคิดว่าหน้าที่นี้ไม่ได้ยากเกินความสามารถนางขนาดนั้น อีกทั้งดูเหมือนเป็นงานสบายเสียด้วยซ้ำ

“ข้าจะพยายามทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุดเจ้าค่ะ จะได้ใช้หนี้หมดเร็ววัน”

“หึ... ดี ต่อจากนี้เจ้าเรียกข้าว่านายท่านเถอะ เรียกเช่นนั้นคนข้างนอกได้จับได้ตั้งแต่วันแรกกันพอดี”

“อินเอ๋อร์รับทราบเจ้าค่ะนายท่าน”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทะลุมิติมาเป็นบุตรีของขุนนางต้องโทษ   94บทส่งท้าย

    บทส่งท้ายเสียงพิณและขลุ่ยดังแผ่วเบาออกมาจากในสวนจวนตระกูลซุน ตลอดทั้งจวนถูกตกแต่งอย่างงดงามด้วยโคมไฟสีแดงสดและดอกไม้สีสันสดใส ประตูไม้ประดับด้วยผ้าแพรแดงที่ทอดยาวไปทั่วทั้งจวน กลิ่นหอมของธูปและเครื่องหอมอบอวลอยู่ในอากาศ เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าวันนี้เป็นวันมงคลอันสำคัญยิ่ง วันแห่งความสุขที่ทุกคนรอคอยซุนเพ่ยเหวินนั่งอยู่ในห้องภายในเรือนพัก นางสวมใส่ชุดเจ้าสาวสีแดงชาดที่เย็บด้วยผ้าไหมชั้นดี ลายปักบนเสื้อคลุมแสดงถึงฝีมือการเย็บปักถักร้อยที่ประณีตอย่างยิ่ง โดยเฉพาะลายมังกรและหงส์ที่ประดับด้วยเส้นด้ายทองคำ ดวงตาของนางส่องประกายใต้ผ้าคลุมหน้าขณะที่หัวใจเต้นแรงด้วยความตื่นเต้นและประหม่าเหล่าสาวใช้และผู้ช่วยเจ้าสาวต่างแสดงความยินดีกับนาง ช่วยจัดแต่งทรงผมและเพิ่มเครื่องประดับด้วยความเอาใจใส่ ซุนเพ่ยเหวินรับรู้ถึงความสำคัญของวันนี้ได้ดี นางกำลังจะเริ่มต้นชีวิตใหม่กับหลิวมู่เหยียนชายที่นางรักและเคารพ“คุณหนูเพ่ยเหวิน ดูงดงามยิ่งนัก” หนึ่งในผู้ช่วยเจ้าสาวกล่าวด้วยรอยยิ้ม สาวใช้อีกคนหนึ่งเองก็เอ่ยขึ้น “ข้าน้อยไม่เคยเห็นใครสวยงามขนาดนี้มาก่อน ท่านแม่ทัพหลิวต้องหลงใหลในตัวคุณหนูของพวกบ่าวอย่างแน่นอน”

  • ทะลุมิติมาเป็นบุตรีของขุนนางต้องโทษ   93นางคือคู่หมั้นของข้า

    หกสิบห้านางคือคู่หมั้นของข้าภายในโรงน้ำชาชื่อดังกลางตลาดใหญ่ของเมืองหลวงแห่งหนึ่ง เสียงพูดคุยและเสียงจอกชาถูกกระทบกันเบา ๆ ภายในโรงน้ำชาดูราวกับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของบรรดาผู้คนที่มาสูดอากาศบริสุทธิ์หลังจากความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในเมืองหลวงมาได้ไม่นาน หลิวมู่เหยียนในชุดสีเข้มที่บ่งบอกถึงยศศักดิ์ของเขายืนอยู่ที่ระเบียงชั้นบนของโรงน้ำชา เขาสอดสายตามองออกไปยังถนนที่แสนพลุกพล่านเบื้องล่าง ใจเต้นแรงด้วยความกังวลขณะที่ดวงตาคมกริบของเขาเฝ้าจับจ้องมองหาสตรีที่ตนเองนัดหมายเอาไว้เวลาผ่านไปเกินกว่าที่นัดหมายกันแล้ว แต่ยังไร้วี่แววของหญิงสาวที่เขาเฝ้ารอด้วยความคิดถึง หลิวมู่เหยียนถอนหายใจเบา ๆ แต่ภายในใจเขาเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติความคิดหลายอย่างเริ่มวนเวียนในหัวของเขา ถ้าเกิดมีอะไรเกิดขึ้นกับนางระหว่างทางเขาคงไม่อภัยให้ตัวเองได้แน่สุดท้ายความกังวลก็ทำให้เขาตัดสินใจเดินออกจากโรงน้ำชา เขาก้าวลงบันไดไปยังถนนและมุ่งตรงไปยังจุดที่คิดว่าซุนเพ่ยเหวินน่าจะเดินผ่าน หวังเพียงได้พบเห็นนางในกลุ่มคนที่เดินผ่านไปมา เขาเดินไปไม่กี่ก้าวก็หยุดชะงักเมื่อเห็นภาพที่ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจนัก ดวงตาของเขาเบิกกว้

  • ทะลุมิติมาเป็นบุตรีของขุนนางต้องโทษ   92หมดเวรหมดกรรม

    หกสิบสี่หมดเวรหมดกรรมวันต่อมา ขณะที่แสงอาทิตย์ยามเช้าทอดยาวเหนือทิวเขา ขบวนรถม้าหรูหราก็แล่นออกจากประตูเมืองไคเฟิงอย่างเชื่องช้า ซุนเพ่ยเหวินนั่งอยู่ในรถม้าคันใหญ่พร้อมกับเหล่าผู้ติดตามที่ใกล้ชิด รถม้าเคลื่อนตัวไปบนเส้นทางที่คดเคี้ยวผ่านทิวทัศน์ที่เขียวขจี ขณะที่ในใจของนางกลับเต็มไปด้วยความคิดถึงและความกังวลเมื่อเวลาเช้าตรู่มีขบวนรถม้ามารับนางกลับบ้าน ซึ่งนางดูจากคนที่มารับคาดว่าน่าจะเป็นคนขององค์รัชทายาท นางจึงรีบเก็บสัมภาระและขึ้นรถม้ามาเสียงล้อรถม้ากระทบกับถนนดังเป็นจังหวะกล่อมให้จิตใจที่ว้าวุ่นค่อย ๆ สงบลง นางหันมองออกนอกหน้าต่างเห็นทิวทัศน์ที่ผ่านไปอย่างรวดเร็วแต่กลับรู้สึกว่าการเดินทางครั้งนี้ช่างยาวนานเสียงตะโกนดังมาจากทหารผู้ควบคุมม้า “คุณหนูซุนเพ่ยเหวินได้ยินข่าวดีแล้วหรือไม่?” เขาคงรับรู้ได้ถึงความเป็นกังวลในใจนางกระมัง จึงอยากตะโกนบอกบางสิ่งให้นางสบายใจซุนเพ่ยเหวินเปิดม่านรถม้าออกเล็กน้อยพลางถาม “ข่าวดีอะไรหรือ?”“ทางเมืองหลวงได้ประกาศออกมาแล้วว่าให้เมืองไคเฟิงกลับมาเปิดเป็นปกติ เนื่องจากคนป่วยทุกคนได้รับการรักษาและปัญหาต่างๆ ก็บรรเทาลงหมดแล้ว ดังนั้นสถานการณ์ในเวลานี

  • ทะลุมิติมาเป็นบุตรีของขุนนางต้องโทษ   91เหตุจลาจลในเมืองหลวง

    หกสิบสามเหตุจลาจลในเมืองหลวงซุนเพ่ยเหวินยืนอยู่ที่หน้าต่างห้องพักในหมู่บ้านชายป่า ใบหน้าของนางเคร่งขรึม ดวงตากระจ่างใสทอดมองไปยังที่ไกลแสนไกลนั้นแฝงไปด้วยความกังวลและความคิดถึง นางเฝ้ามองออกไปในทิวทัศน์ที่ไม่มีที่สิ้นสุดราวกับกำลังค้นหาเงาของใครบางคนที่อยู่ห่างไกลเกินจะสัมผัสได้สามวันก่อน องค์รัชทายาทและแม่ทัพหลิวมู่เหยียนพาคนจำนวนมากไปสมทบกับทหารที่เมืองหลวง พวกเขาได้แอบออกจากเมืองไคเฟิงตามแผนการที่วางไว้เพื่อจัดการกับกลุ่มคนที่ฉวยโอกาสก่อกบฏ ในวิกฤติของแคว้นเซี่ย การจากไปของพวกเขาทำให้หัวใจของซุนเพ่ยเหวินเต็มไปด้วยความกังวล แม้เธอจะได้รับมอบหมายหน้าที่สำคัญในหมู่บ้านนี้ ทั้งการปรุงยาเพื่อรักษาอาการป่วยของชาวบ้านและการนำทหารของแม่ทัพหลิวไปจัดการลำธารที่ปนเปื้อน แต่ความคิดของนางกลับวนเวียนอยู่กับความปลอดภัยของคนรักและแผนการที่พวกเขากำลังดำเนินการในเมืองหลวงซุนเพ่ยเหวินพยายามจดจ่อกับหน้าที่ของตนเอง แต่ในใจลึก ๆ แล้วนางเฝ้ารอคอยข่าวสารจากทหารที่ถูกส่งไปในเมืองหลวงอย่างกระวนกระวาย วันนี้เป็นวันที่สามหลังจากที่พวกเขาเดินทางไป นางหวังว่าวันนี้จะมีข่าวดีที่นำมาซึ่งความโล่งใจทันใดนั้น เ

  • ทะลุมิติมาเป็นบุตรีของขุนนางต้องโทษ   90รักษาการณ์ชั่วคราว

    หกสิบสองรักษาการณ์ชั่วคราวสองวันผ่านไป ยามเช้าภายในเมืองหลวงของแคว้นเซี่ยวันนี้ถูกปกคลุมด้วยบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความกังวล ข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วทุกตรอกซอกซอยเกี่ยวกับอาการป่วยหนักขององค์รัชทายาทที่ทรงติดโรคระบาดในเมืองปิดตายอย่างเมืองไคเฟิงได้สร้างความหวาดหวั่นแก่ประชาชนตั้งแต่เมื่อวาน เช่นเดียวกัน ข่าวลือเหล่านี้ได้เดินทางไปถึงพระกรรณของฮ่องเต้ ซึ่งทำให้พระองค์ผู้เป็นพระบิดาและมีอาการชราภาพอยู่แล้วล้มป่วยลงตามไปด้วยเนื่องจากความเครียดสะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ และจากความห่วงใยในองค์รัชทายาทสุดซึ้งได้กัดกร่อนสุขภาพของพระองค์อย่างรวดเร็วภายในห้องบรรทมของฮ่องเต้ หมอหลวงต่างพากันเดินเข้ามาตรวจดูอาการ ล้วนแนะนำให้ฝ่าบาทดื่มยาบำรุงและพักผ่อนให้มากเพื่อรักษาพระวรกาย ห้ามมิให้ผู้ใดนำเรื่องเครียดที่อาจกระทบต่อสุขภาพอ่อนแอของพระองค์ในขณะนี้มากราบทูล ฮ่องเต้ทรงมีพระพักตร์ซีดเซียวและดวงตาที่เต็มไปด้วยความกังวล ทรงรู้ดีว่าการล้มป่วยของพระองค์ในช่วงเวลานี้อาจนำพาแคว้นเข้าสู่ภาวะวิกฤติด้วยเหตุนี้ในช่วงเวลาที่แคว้นเซี่ยอ่อนแอไม่มีทั้งฮ่องเต้ที่แข็งแรงและองค์รัชทายาทคอยดูแลแผ่นดินแทน ฮองเฮาจึงต้องขึ้นม

  • ทะลุมิติมาเป็นบุตรีของขุนนางต้องโทษ   89แผลบนร่าง

    หกสิบเอ็ดแผลบนร่างหลิวมู่เหยียนวิ่งนำขึ้นไปยังห้องขององค์รัชทายาทด้วยความรวดเร็ว หัวใจของเขาเต้นรัวด้วยความกังวลและความห่วงใย เขาไม่รู้ว่าข้างในจะพบกับอะไร แต่ทุกเสี้ยววินาทีที่เสียไปทำให้เขารู้สึกเหมือนเวลาผ่านไปอย่างช้าๆ ทันทีที่เขาเปิดประตูห้องเข้าไปภาพที่เห็นทำให้เขาต้องหยุดนิ่งชั่วครู่ห้องที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นห้องที่ดีที่สุดในโรงเตี๊ยม บัดนี้กลับกลายเป็นเละเทะไปด้วยร่องรอยของการต่อสู้ เครื่องเรือนบางชิ้นถูกทำลายและทิ้งเศษซากไว้ทั่วห้อง ที่บนเตียงไม้มีองค์รัชทายาทนั่งอยู่โดยมีทหารคนสนิทคนหนึ่งกำลังทำแผลให้อย่างง่าย ๆ แค่พอห้ามเลือดไม่ได้หาหมอมารักษาอย่างถูกวิธีอย่างที่ควรจะเป็น“องค์รัชทายาท!” หลิวมู่เหยียนเรียกด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวล ขณะที่เขาและซุนเพ่ยเหวินรีบเข้าไปใกล้เตียง ทหารคนสนิทที่กำลังทำแผลอยู่เงยหน้าขึ้นมามองพวกเขาและพยักหน้าเบา ๆ เพื่อส่งสัญญาณให้รู้ว่าตนเองทำแผลเสร็จแล้วและจะถอยออกไปก่อนซุนเพ่ยเหวินมองดูแผลบนร่างขององค์รัชทายาท แม้จะไม่ใช่แผลสาหัสถึงชีวิตแต่ก็ยังทำให้นางรู้สึกกังวลอยู่ดี “ทำไมพระองค์ไม่ทรงให้คนไปเรียกหมอมารักษา? เพคะ” นางถามด้วยน้ำเสียงที่แ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status