Accueil / รักโบราณ / ทะลุมิติมาเป็นพระชายาไร้ค่า / ทรัพย์สินของข้าย่อมเป็นของข้า

Share

ทรัพย์สินของข้าย่อมเป็นของข้า

last update Dernière mise à jour: 2026-01-07 01:09:07

คล้อยหลังที่จางเย่วชิงเดินออกจากตลาดในเมืองหลวง บุรุษสูงใหญ่ในชุดสีดำก็ก้าวออกมาจากที่ซ่อน เพราะเขาเดินตามสตรีที่มีผ้าปกคลุมใบหน้ามาตั้งแต่ที่ร้านขายอาวุธแล้ว วันนี้เขาเดินทางเข้าเมืองหลวงเพื่อมาเลือกซื้ออาวุธที่น่าสนใจจากร้านประจำ จึงมีโอกาสได้เห็นสตรีบอบบางเลือกซื้ออาวุธด้วยความคล่องแคล่ว ประหนึ่งว่านางใช้อาวุธเป็นทุกชนิด

          เขาสนใจที่นางมีความรู้ด้านอาวุธจึงเดินตามมาดูด้วยความสงสัย แต่สตรีผู้นั้นกลับรู้ตัวเสียก่อนเขาจึงต้องหลบซ่อนตัวในที่ลับ เพื่อจ้องมองว่านางเป็นผู้ใดและอาศัยอยู่ที่จวนไหนกันแน่ ทว่าก็ไม่เป็นผลเมื่อนางเดินหายไปท่ามกลางฝูงชนที่ออกมาเลือกซื้อของกินของใช้ในยามเช้า

          จางเย่วชิงเดินกลับเข้าตำหนักร้างด้วยความโล่งใจ เมื่อไม่พบเจอผู้ใดติดตามมา นางใช้วิชาเดินเร็วที่เคยฝึกฝนกับครูฝึกของหน่วย FBI มาอย่างหนัก เพื่อหลบหนีบุรุษที่เดินตามนางมาจากร้านอาวุธจนเขาไม่สามารถตามทันได้

           “คุณหนู เป็นเช่นไรบ้างเจ้าคะ สำเร็จลุล่วงทุกอย่างหรือไม่”

           จูลี่เอ่ยถามคุณหนูที่เดินกลับเข้ามาในตำหนักร้างด้วยฝีเท้าที่เงียบเชียบ หากนางไม่ยืนรออยู่ด้านหน้าประตูตำหนัก คงไม่มีทางรับรู้ได้เป็นแน่ว่าคุณหนูเดินทางกลับมาถึงแล้ว

           “เรียบร้อยทุกอย่าง ข้ามีตำลึงที่มากพอต่อการหลบหนีและใช้ชีวิตในต่างเมืองแล้ว ถัดจากวันนี้ไปอีก 7 วัน เราจะออกเดินทางไปเมืองเสิ่นหนานกันทันที ในถุงย่ามนี้มีอาหารมื้อเช้าและของสดของแห้งสำหรับปรุงอาหารในมื้อถัดไป เจ้าจงนำไปจัดการเถิด และตอนค่ำ ๆ ข้าจะออกไปจัดการบางอย่างที่จวนตระกูลจาง ก่อนที่พวกเราจะตัดขาดกับคนเหล่านั้นตลอดชีวิต เจ้าเข้านอนก่อนได้เลยไม่ต้องเป็นห่วงข้า”       

           “เจ้าค่ะคุณหนู ข้าดีใจยิ่งที่จะได้ออกไปจากที่นี่เสียที ในยามค่ำคืนข้าแทบนอนไม่หลับเพราะกังวลว่าจะมีผู้ใดเข้ามาทำร้ายพวกเราทั้งสองคน ดูเอาเถิดแม้แต่ประตูตำหนักยังปิดไม่ได้ ช่างหาความปลอดภัยอันใดมิได้เลย”

           “อืม นับจากนี้ต่อไป เราสองคนจะไม่ตกระกำลำบากเช่นนี้อีกแล้วข้าให้สัญญา หากผู้ใดจะมารังแกข้าและเจ้าอีกเพียงครั้ง มันผู้นั้นย่อมต้องได้รับบทเรียนเป็นแน่”

          น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยออกมา แววตาที่แต่เดิมซุกซนสดใสเปลี่ยนเป็นเย็นชาดุดัน จนจูลี่นึกหวั่นใจว่าคุณหนูของนางผู้นี้จะไปสังหารสวามีใจร้ายเข้าสักวัน

           “เจ้าค่ะคุณหนู”

ยามซวี[1] จวนตระกูลจาง

            “ท่านแม่เจ้าคะ เรื่องนั้นเป็นเช่นไรบ้าง สำเร็จแล้วหรือยัง” น้ำเสียงอ่อนหวานเอ่ยสอบถามมารดา ขณะที่กำลังพักผ่อนอยู่ในเรือนนอนส่วนตัวของนาง

           “แม่ให้คนของแม่ที่แฝงตัวเข้าไปในตำหนักจัดการแล้ว แต่ยังไม่มีข่าวคราวส่งกลับมา เจ้าไม่ต้องเป็นกังวลอันใดทั้งสิ้น เพราะอย่างไรเสียแม่ต้องจัดการให้เด็ดขาดอยู่แล้ว จะได้ไม่มีหนามแหลมมาคอยทิ่มตำบุตรสาวของแม่อยู่เช่นนี้”

           “เจ้าค่ะ แล้วสินเดิมของนางล่ะเจ้าคะ ท่านแม่ไม่มอบคืนให้นางก็ได้เช่นนั้นหรือ”

           “กุญแจห้องคลังอยู่ในมือแม่ บิดาของเจ้าก็ไว้ใจและเชื่อฟังแม่แต่เพียงผู้เดียว เหตุใดแม่ต้องคืนด้วยเล่า มิสู้เก็บเอาไว้ให้เป็นสินเดิมของเจ้าไม่ดีกว่าหรอกหรือ”

           “ดีเจ้าค่ะ แล้วคนที่ขายข่าวให้คนของชินอ๋องเรื่องเจ้าสาวตัวปลอม ท่านแม่จัดการอย่างไรเจ้าคะ วันหน้านางจะไม่กลับมาแว้งกัดพวกเราหรือ”

           “คนตายไปแล้วย่อมพูดไม่ได้ เจ้าอย่าได้เป็นกังวล”

           ตลอดบทสนทนาของสองคนแม่ลูก อยู่ในสายตาของเงาดำสายหนึ่งซึ่งแอบอยู่ในมุมอับของเรือนนอนอย่างมิดชิด ด้วยทักษะการเก็บลมหายใจอันล้ำเลิศ ที่ถูกเคี่ยวกรำฝึกฝนอย่างหนักจากครูฝึกที่มาจากหน่วยซีลของสหรัฐอเมริกา

            ‘หึ หึ สมบัติของข้าย่อมเป็นของข้า เก็บไว้เองนานเพียงนี้เจ้าคงต้องจ่ายดอกเบี้ยให้ข้าสักหน่อยแล้วล่ะฮูหยินรอง ส่วนเรื่องข่าวปลอมอันใดข้าหาได้ใส่ใจไม่ ดีเสียอีกที่ชินอ๋องหน้าโง่ผู้นั้นจะได้ไม่ต้องมาข้องเกี่ยวกับข้าไปตลอดชีวิต หย่าขาดเนื่องจากไม่ได้มีใจให้กันย่อมดีที่สุด’

           มุมปากทั้งสองข้างของนางยกขึ้นอย่างมีเลศนัย เมื่อรับรู้ทุกอย่างที่ต้องการแล้วจึงกระโดดออกจากหน้าต่างเรือนนอนที่เปิดออกกว้างอยู่ก่อนหน้านี้ด้วยฝีเท้าที่เงียบเชียบ วิชาตัวเบาที่นางฝึกฝนจนร่างกายบอบช้ำอยู่นานหลายเดือนยามนี้ได้นำมาใช้หลบหนีอย่างสมบูรณ์

           กริ๊ก!!

เสียงไขบานประตูห้องคลังสมบัติดังขึ้นแผ่วเบา ห้องคลังสมบัติของตระกูลจาง ที่ผู้ถือกุญแจมั่นใจนักหนาว่าไม่มีผู้ใดเปิดออกได้อย่างแน่นอน หากไม่ใช้กุญแจที่นางพกติดกายอยู่ตลอดเวลาไขเข้าไป

เย่วชิงสามารถไขสลักประตูห้องคลังสมบัติได้โดยง่าย เพราะนางคุ้นเคยกับการสะเดาะกลอนประตูเกือบทุกชนิด ทั้งในรูปแบบปัจจุบันและแบบสลักโบราณเช่นนี้ เข็มเล่มเล็ก ๆ ถูกสอดเข้าในรูสลัก นางหมุนวนเข็มไปมาเพียงชั่วครู่ก็สามารถเปิดประตูห้องคลังได้สำเร็จ

ประกอบกับหน้าบริเวณห้องคลังสมบัติ ไม่มีเวรยามเฝ้ารักษาเลยสักคน จึงไม่มีอุปสรรคกีดขวางการทวงคืนสินเดิมในรูปแบบของการย่องเบาเลยสักเพียงนิด

           “หืม ร่ำรวยไม่เบา แต่เหตุใดยังอยากได้ทรัพย์สินของผู้อื่นอีก เช่นนั้นข้าคงต้องขอดอกเบี้ยมากสักหน่อย”

           เย่วชิงเหยียดยิ้มกว้างในรูปแบบของตัวร้ายออกมา เมื่อตัดสินใจที่จะหยิบฉวยเอาทรัพย์สินในห้องคลังของตระกูลจางไปเกินกว่ารายการสินเดิมของนาง ซึ่งมารดาของนางฝากรายการทรัพย์สินทั้งหมดไว้กับแม่นมก่อนที่จะจากไปตลอดกาล

           เมื่อกวาดเอาสินเดิมของนางจนครบถ้วนลงในถุงย่ามขนาดใหญ่ ทั้งยังกวาดเอาทรัพย์สินจำพวกตั๋วเงินที่ไม่มีตราปั๊มชื่อตระกูล กับก้อนทองและหยกที่คุณภาพดีในจำนวนที่พึงพอใจแล้ว นางก็รีบเดินย่องออกจากจวนตระกูลจางด้วยความระมัดระวัง

           เย่วชิงนึกแปลกใจอยู่บ้างที่จวนขนาดใหญ่เพียงนี้ เหตุใดถึงไม่มีเวรยามเดินตรวจตรา เพื่อรักษาความปลอดภัยของจวนในยามค่ำคืน เมื่อหาคำตอบมิได้ก็คร้านจะใส่ใจ ร่างบอบบางรีบทะยานปีนขึ้นบนกำแพงของจวนด้วยความคล่องตัว แล้วหลบหนีออกไปโดยง่ายดาย

           “หึหึ เก่งจริง ๆ ไปปลุกเวรยามพวกนั้นให้ตื่นได้แล้วจะได้ไม่ผิดสังเกต และระวังอย่าให้ผู้ใดพบเห็นพวกเจ้า”

            “ขอรับนายท่าน”

[1] ยามซวี เริ่มนับตั้งแต่เวลา 19.00 - 21.00 น.

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • ทะลุมิติมาเป็นพระชายาไร้ค่า   ตอนพิเศษ

    วันเวลาผันผ่าน จวบจนกระทั่งสองปีผ่านไป เย่วชิงกับหยางหนิงเฉิงได้ออกเดินทางไปตามหาดอกบัวสีเลือดในกลางป่าลึก ที่ติดแถบชายแดนแคว้นซ่ง ตามที่เย่วชิงตั้งใจเอาไว้เมื่อครั้งย้ายมาปักหลักอยู่เมืองเสิ่นหนานครั้งแรก เพราะเย่วชิงต้องการปรุงยาถอนพิษที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดให้สำเร็จจงได้ ในคราแรกนางตั้งใจจะปรุงยาถอนพิษเพื่อนำไปประมูลหาตำลึงมาเลี้ยงดูผู้ติดตามทั้งสามคน แต่หลังจากแต่งงานกับจวิ้นอ๋องผู้ร่ำรวย นางก็ตั้งใจปรุงเอาไว้ให้สวามีใช้งานกับองครักษ์ของเขา จะได้ไม่มีผู้ใดจากไปเพราะพิษร้าย ซึ่งยามนี้ชายแดนแคว้นซ่งก็เงียบสงบดี เพราะรัชทายาทซ่งฉางอี้ นำสัญญาลงนามที่เป็นหลักประกันฉบับคัดลอก กลับไปให้ฮ่องเต้แคว้นซ่งอ่านอย่างละเอียดถี่ถ้วน นับจากวันนั้นเป็นต้นมา ไส้ศึกที่แฝงตัวอยู่ในแคว้นเหว่ยหยางก็ถูกเรียกตัวกลับแคว้นซ่งทั้งหมด วันนี้เป็นวันที่ห้าของการเดินทางในป่า หยางหนิงเฉิงกำลังอยู่ในอาการคิดถึงคนตัวหอมจนอดทนเกือบไม่ไหว เขาเดินทางรอนแรมในป่ามาห้าวัน ถึงจะได้นอนกอดร่างนุ่มนิ่มทุกค่ำคืน แต่ทว่าไม่สามารถกระทำการสิ่งใดนอกเหนือจากนั้นได้ เพราะต้องพักแรมรวมกับองครักษ์ท

  • ทะลุมิติมาเป็นพระชายาไร้ค่า   บทสรุปทุกเรื่องราว (ตอนจบ)

    “เย่วเอ๋อร์เจ้าห้ามนึกชื่นชมรัชทายาทในใจเป็นอันขาด ข้าหวงรู้หรือไม่เล่า เขารูปงามจนคุณหนูทั้งเมืองหลวงลงความเห็นว่าเขาเป็นบุรุษที่สตรีหมายปองเป็นอันดับหนึ่ง”เสียงพึมพำเอ่ยขึ้นแผ่วเบา เพราะไม่กล้าสั่งการชายาแสนรักให้ทำตามที่ตนเองต้องการ เนื่องจากหวั่นเกรงว่านางจะอึดอัดใจที่มีสวามีขี้หึงขี้หวงถึงเพียงนี้ เขาก็พึ่งรู้ตัวว่าตนเองเป็นบุรุษขี้หึงเมื่อมีนางเข้ามาในชีวิต“เจ้าค่ะ ข้าจะคิดถึงแต่ท่านพี่เพียงผู้เดียว”กล่าวจบแขนเรียวเล็กก็เข้าไปกอดรัดเอวสอบของบุรุษขี้น้อยใจ ใบหน้างดงามซุกซบอยู่กับกล้ามอกแน่น ๆ ที่นางชื่นชอบ เย่วชิงรู้ดีว่าเขาไม่สบายใจทุกครั้งที่นางต้องพบปะกับบุรุษอื่น ตัวก็โตเพียงนี้ เหตุใดจึงขี้ใจน้อยและขี้หวงอย่างกับเด็กห้าขวบก็มิปาน“อืม ข้าเชื่อใจเจ้า”ข้อนิ้วสากระคายเกลี่ยแก้มเนียนใส ที่วันนี้แต่งแต้มสีสันบางเบาเพิ่มเติม ทำให้ใบหน้าที่หวานซึ้งเป็นทุนเดิมยิ่งงดงามหวานซึ้งยิ่งกว่าเดิม จนจิตใจของเขาแทบไม่อยู่กับเนื้อกับตัวยามบ่ายมาเยือน รถม้าคันใหญ่ที่มีตราสัญลักษณ์ของวังหลวง แล่นเข้ามาจอดบริเวณหน้าจวนหลังใหญ่ พร้อมกับรถม้าอีกสองคันที่มีตราสัญลักษณ์ประจำจวนแม่ทัพ และจวนของท่

  • ทะลุมิติมาเป็นพระชายาไร้ค่า   ผู้มาเยือน

    เมืองหลวง เหยี่ยวสื่อสารสีดำตัวใหญ่ของจวิ้นอ๋องหยางหนิงเฉิง บินมาส่งสาส์นลับสำคัญในตำหนักหลวงเมื่อกลางดึก ที่อุ้งเท้าของเหยี่ยวตัวใหญ่มีสาส์นสีแดงพันหุ้มข้อเท้าไว้อย่างแน่นหนา องครักษ์เงาในสังกัดองครักษ์เสื้อแพรเห็นเช่นนั้นจึงยืนรอรับเหยี่ยวสื่อสาร เพื่อจะได้นำความไปแจ้งแก่หลงขันที ฮ่องเต้หยางหนิงเทียนลุกขึ้นมาจากเตียงบรรทมส่วนพระองค์ ซึ่งวันนี้ไร้ซึ่งสตรีข้างกาย เนื่องจากพระองค์ทรงเหนื่อยล้าจากการทรงงานแทนชินอ๋อง อนุชาที่กำลังล้มป่วยจากอาการตรอมใจ จนกระทั่งไม่สามารถทำงานที่ได้รับมอบหมายได้เลยสักอย่าง พระองค์จึงรับสั่งให้ชินอ๋องหยางหนิงหลงพักงานราชการทุกอย่าง จนกว่าอาการทางจิตใจจะดีขึ้น งานเอกสารทุกอย่างพระองค์จึงต้องนำมาสะสางแทน ในส่วนงานทางกองทัพจึงมอบหมายให้เป็นหน้าที่ขององค์รัชทายาทหยางเฟยเทียนมาสานต่อ จนกว่าชินอ๋องจะอยู่ในสภาวะร่างกายและจิตใจที่พร้อมรับผิดชอบต่อหน้าที่ เพราะหน้าที่ขุนศึกไม่มีผู้ใดเหมาะสมไปกว่าชินอ๋องหยางหนิงหลงอีกแล้ว เมื่อฮ่องเต้ได้ยินเสียงเรียกขานจากขันทีคนสนิทอยู่นอกประตูตำหนัก พระองค์จึงลืมตาตื่นขึ้นมาทัน

  • ทะลุมิติมาเป็นพระชายาไร้ค่า   สัจจะ

    มือเรียวสาละวนปรุงยาอย่างเร่งรีบ โดยมีจูลี่เข้ามาเป็นผู้ช่วยหยิบจับสมุนไพร ใช้เวลาเพียงไม่นาน เม็ดยาสีเขียวเข้มก็หลอมรวมเป็นเม็ดอยู่ในเตาหลอมยาจำนวนสิบสองเม็ด เย่วชิงต้องเร่งรีบปรุงซ้ำอีกถึงสองรอบเพื่อให้ได้ยาถอนพิษในจำนวนที่มากพอต่อความต้องการร่างบางรีบพุ่งทะยานกลับเข้ามาในจวนย่านชานเมืองเสิ่นหนานของรัชทายาทซ่งฉางอี้ ยาถอนพิษที่พึ่งปรุงเสร็จใหม่ ๆ ถูกป้อนเข้าปากหยางหนิงเฉิงเป็นคนแรก จากนั้นจึงแจกจ่ายให้องครักษ์เจียงหยวนและองครักษ์พยัคฆ์เงาทุกคนอย่างเร่งด่วน เพราะทุกคนอยู่ในสภาพที่กำลังเจ็บปวดส่วนนั้นของบุรุษ จนกระทั่งหน้าเขียวคล้ำลงอย่างเห็นได้ชัดเย่วชิงไม่ได้สนใจนำยาถอนพิษไปมอบให้กับบุรุษทั้งสิบสองคน ที่นั่งหมดเรี่ยวแรงอยู่อีกฟากฝั่งของห้องโถง เพราะนางต้องการให้หยางหนิงเฉิงไปจัดการเรื่องนี้ด้วยตนเองเหตุการณ์ในครั้งนี้ที่ผิดพลาดต้องยอมรับว่าเกิดจากหยางหนิงเฉิงที่ใจร้อนวู่วาม ทั้ง ๆ ที่ในยามปกติมักจะใจเย็นอยู่เสมอ ทั้งยังใจอ่อนเพียงเพราะคิดว่าสัจจะของบุรุษสามารถใช้ได้กับทุกคน จนตัวเองเกือบเอาชีวิตแทบไม่รอดหรืออาจจะเพราะเขาไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับกลการเมืองระหว่างสองแคว้น เพื่อลดความหว

  • ทะลุมิติมาเป็นพระชายาไร้ค่า   สาดมาสาดกลับไม่โกง

    “ตกลงจวิ้นอ๋อง ข้าจะกลับไปแคว้นของข้าทันทีที่รุ่งเช้ามาเยือน ท่านวางดาบของท่านลงเสียเถิด ทุกสิ่งทุกอย่างข้ารับรู้และยินดีที่จะปฏิบัติตาม เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาใหญ่ไปมากกว่านี้ ตัวข้าก็ไม่ต้องการให้กระทบกับสัญญาลงนามที่ไท่ซ่างหวงทั้งสองแคว้นได้ลงนามต่อกัน” ซ่งฉางอี้เอ่ยออกมาอย่างว่าง่าย หากพิจารณาดูให้ดีจึงจะรู้สึกได้ถึงความผิดปกติในน้ำเสียง เพราะรัชทายาทผู้นี้ถนัดนักเรื่องการเจรจา แน่นอนว่าเงาดำสายหนึ่งที่หลบซ่อนตัวอย่างมิดชิด ทั้งยังเก็บลมหายใจอย่างดี ย่อมรู้สึกได้ถึงความไม่ชอบมาพากลในน้ำเสียงที่ได้ยิน “สัจจะลูกผู้ชาย หวังว่าองค์รัชทายาทเช่นท่านจะพึงระลึกถึงอยู่เสมอ” หยางหนิงเฉิงหาใช่บุรุษที่คิดเล็กคิดน้อย ถึงจะมีเขี้ยวเล็บ แต่ก็ไม่ใช่บุรุษที่มีความละเอียดถี่ถ้วนจนกระทั่งเข้าถึงอารมณ์ของผู้อื่นสักเท่าไร เนื่องจากเขาอาศัยอยู่เพียงลำพังมาเนิ่นนานตั้งแต่มารดาตายจากไป สิ่งเดียวที่เขามีจนมากล้นคือพละกำลังทางกายและวรยุทธ์อันล้ำเลิศ เมื่อมองเห็นว่าองครักษ์ในหน่วยพยัคฆ์เงาทั้ง 30 นาย สามารถปิดล้อมจวนหลังนี้เอาไว้จนเสร็จสิ้น บุรุษองอาจที่ถือดาบเตรียมบ

  • ทะลุมิติมาเป็นพระชายาไร้ค่า   บุกถึงที่

    หยางหนิงเฉิงกับหวางเย่วชิงใช้เวลาร่วมกันในห้องอาหารส่วนตัวของเหลาอาหารฟู่เจิง โดยไม่ได้สนใจบุรุษและสตรีการละครพวกนั้นอีกเลย อาหารหน้าตาน่ารับประทานถูกยกมาบริการพร้อมกับสุราเลิศรสกาใหญ่ เย่วชิงตาโตเบิกกว้างขึ้นเมื่อได้เห็นของที่เคยโปรดปรานมาตั้งวางอยู่ตรงหน้า แน่นอนว่าอดีตสายลับสาวแห่งองค์กรข้ามชาติ ย่อมมีเรื่องพบปะสังสรรค์ทั้งกับเพื่อนฝูงที่เป็นชายฉกรรจ์เกือบทั้งหมด และร่วมดื่มสังสรรค์กับเป้าหมายที่เข้าไปแฝงตัวในการทำภารกิจอยู่บ่อยครั้ง จนกระทั่งเพื่อนฝูงเรียกขานกันว่า ‘เย่วชิงคอทองแดง’ “กินข้าวก่อนเย่วเอ๋อร์จากนั้นค่อยดื่ม ประเดี๋ยวจะปวดท้องเอาได้ สายตาของเจ้าบ่งบอกว่าชื่นชอบการดื่มสุรายิ่งนัก” น้ำเสียงห่วงใยกล่าวขึ้น เมื่อเห็นสายตาตื่นเต้นดีใจของนางที่กำลังจ้องมองกาสุราที่เขาสั่งมาไม่วางตา หยางหนิงเฉิงจดจำได้ว่านางอยากดื่มสุราเลิศรส เขาจึงอยากเอาใจ เพราะดื่มในขณะที่เขานั่งอยู่ด้วยก็ไม่มีสิ่งใดต้องเป็นกังวล “ไม่ขนาดนั้นหรอกเจ้าค่ะ เพียงแค่ข้าไม่ได้ดื่มสุรามานานมากแล้ว พอได้กลิ่นสุราจึงรู้สึกตื่นเต้นนิดหน่อยก็เท่านั้น” คนที่บอกว่า

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status