Share

เขียนหนังสือหย่า

last update Tanggal publikasi: 2026-01-07 01:09:46

เงาดำสองสายที่ซุ่มมองโจรย่องเบาอยู่นานแล้วได้ทะยานหายไปอีกทาง ถึงแม้บุรุษผู้เป็นหัวหน้าจะอยากติดตามสตรีที่ตนเองนึกสนใจตั้งแต่แรกเจอในร้านขายอาวุธ แต่เขาก็ต้องใจเย็นรอคอยให้คนของเขาไปสืบหาข้อมูลดูเสียก่อน

บุรุษที่แฝงตัวอยู่ในเงามืดอยากรู้ว่าสตรีผู้นี้เป็นใครกันแน่ เหตุใดจึงกล้าเข้ามาย่องเบากวาดเอาทรัพย์สินในจวนตระกูลจางไปถุงใหญ่เช่นนี้ อีกทั้งท่าทางของนางช่างเก่งกาจเยี่ยงนางโจรมืออาชีพอย่างไรอย่างนั้น

เย่วชิงกลับเข้ามาถึงตำหนักร้างในยามไฮ่[1] นางผลัดเปลี่ยนอาภรณ์แล้วเข้านอนด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มดีใจ ที่สมบัติของมารดาเจ้าของร่างยังไม่ถูกขายออกไปเลยสักชิ้น ทั้งยังได้ตำลึงมาเพิ่มอีกมากโขดูท่าชีวิตต่อจากนี้นางคงได้กลายเป็นสตรีที่ร่ำรวยอย่างที่ต้องการเป็นแน่

หนทางสู่ความสงบสุข แบบไม่ต้องดิ้นรนให้มากอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว ผู้ใดทะลุมิติมาแล้วขยันขันแข็ง ปลูกผัก ขุดโสมไปขายก็ทำไปเถิด แต่นางขออยู่แบบสบาย ๆ ใช้ชีวิตแบบไม่ต้องเร่งรีบหลังจากที่ทำงานหนักมานานหลายปี นั่งจิบชาเลิศรสและชมวิวทิวทัศน์ของธรรมชาติในยามเช้าตรู่ สาย ๆ มาก็คิดค้นสูตรผลิตเม็ดโอสถไว้ลงประมูลนาน ๆ ครั้งก็เพียงพอแล้ว

‘หึหึ ข้าแบกสมบัติทั้งหมดมาไม่ไหวหรอก เลยเหลือไว้ให้พวกเจ้าสองคนแม่ลูก’

           เย่วชิงตื่นมาแต่เช้ามืดเพื่อฝึกฝนร่างกายในขั้นพื้นฐานตามความเคยชิน เฉกเช่นเมื่อครั้งที่นางเป็นสายลับ เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อและพัฒนาให้ร่างกายใหม่สมบูรณ์แข็งแรงมากขึ้น

           เพราะยามนี้ ร่างกายของนางช่างผอมบางยิ่งกว่ากิ่งหลิว กล้ามเนื้อก็ลีบแบนเพราะไม่เคยได้กินเนื้อกินไข่แบบคนอื่น ๆ ทั่วไป  ตลอดระยะเวลา 3 เดือนที่ย้ายเข้ามาอยู่ในตำหนักร้างของชินอ๋อง ในทุก ๆ วันนางได้กินเพียงข้าวต้มใส ๆ ที่มองไม่เห็นแม้กระทั่งเม็ดข้าวกับเศษผักเพียงไม่กี่ชิ้น เมื่อเปรียบเทียบดูก็เลวร้ายยิ่งกว่าตอนที่อาศัยอยู่จวนตระกูลจาง ที่บางวันยังมีเศษเนื้อหลงเหลือมาให้อยู่บ้าง

           อาหารการกินของเย่วชิงกับจูลี่ แย่ยิ่งกว่าอาหารของบ่าวไพร่ทุกคนในตำหนัก หรืออาจจะแย่เสียยิ่งกว่าคนไร้บ้านที่ยังมีผู้ใจบุญมอบอาหารให้ได้กินอิ่มในทุก ๆ วัน

           ท่าทางของนางก็ดูบอบบางน่าทะนุถนอมยิ่งนัก หากไม่เร่งสร้างความแข็งแรงให้ร่างกาย คงไม่สามารถฝึกฝนวิชาการต่อสู้ในรูปแบบสายลับ ที่มีรูปแบบการฝึกชนิดที่ว่าร่างกายบอบช้ำอยู่หลายเดือนกว่าจะหายเป็นปกติ

           “คุณหนู วิชาการต่อสู้ของท่านช่างแปลกตายิ่งนัก”

           จูลี่ที่ตื่นแต่เช้ามืดเพื่อจัดเตรียมอาหารในมื้อเช้า จึงได้เห็นคุณหนูของนางกำลังใช้กำปั้นทั้งสองข้างชกอากาศไปข้างหน้าสลับกันไปมา ทั้งยังยกขาสูงขึ้นมาเตะตวัดกลางอากาศอย่างรุนแรง จึงอดไม่ได้ที่จะสอบถามออกไปด้วยความสนใจ

           “วิชาการต่อสู้นี้ เรียกว่าวิชามวยไทย ข้าเคยได้รับการฝึกฝนจากอาจารย์ที่ได้รับเหรียญทองจากการแข่งขันระดับโลก อ้อ!! คล้าย ๆ ระดับแคว้นนั่นแหละ และตัวข้าเองก็ชื่นชอบการต่อสู้มวยไทยเป็นอย่างยิ่ง จึงเริ่มฝึกฝนมวยไทยก่อนเป็นอันดับแรกเพื่อเตรียมความพร้อมของร่างกายไปในตัว”

           เย่วชิงค่อย ๆ อธิบายให้สาวใช้เข้าใจในวิชามวยไทย ซึ่งอาจารย์ของนางเป็นถึงอดีตนักกีฬาจากประเทศไทย ที่เคยได้รับเหรียญทองโอลิมปิคถึงสองสมัยติดต่อกัน ทางหน่วย FBI จึงติดต่อให้นักกีฬาคนนั้นมาเป็นอาจารย์พิเศษของหน่วยเพื่อฝึกสอนให้กับสายลับในองค์กรโดยเฉพาะ

           “ดียิ่งเจ้าค่ะ”

           จูลี่ยิ้มออกมาอย่างมีความหวัง คุณหนูคนใหม่ช่างเก่งกาจไม่เหมือนสตรีใดในแคว้นเหว่ยหยาง เช่นนี้ชีวิตต่อจากนี้คงราบรื่นดีไม่น้อย

           หลังจากจัดการทุกอย่างในช่วงเช้าแล้วเสร็จ เย่วชิงก็ออกไปนั่งรับลมที่ศาลาเก่า ๆ ที่กำลังจะพังแหล่มิพังแหล่ หลังคาก็มีรูโหว่อยู่หลายจุด ยังดีที่ฤดูกาลนี้ยังไม่มีฝนตกลงมาเลยสักครั้ง นางกำลังฝนหมึกเพื่อเขียนหนังสือหย่าตามที่ตั้งใจ เมื่อได้น้ำหมึกเพียงพอแล้วจึงตวัดปลายพู่กันลงในกระดาษเนื้อดีด้วยความชำนาญ

           จูลี่ติดตามมาอยู่ข้างกายคุณหนูของนางถึงกับเหม่อลอย เมื่อมองเห็นโฉมสะคราญล่มเมืองกำลังตวัดปลายพู่กันด้วยท่าทีองอาจสง่างาม แผ่นหลังบอบบางเหยียดตรงหนักแน่น สายตามุ่งมั่นยิ่งส่งเสริมเสน่ห์บนใบหน้างดงามให้ยิ่งแผ่กระจายออกมามากกว่าเดิม เกิดเป็นภาพงดงามที่ยากจะบรรยาย ถึงแม้นางจะนั่งอยู่ในศาลาผุพังก็มิอาจลดทอนความงดงามนี้ได้เลย

           ใช้เวลาหนึ่งก้านธูป[2] เย่วชิงก็เขียนข้อความทุกอย่างแล้วเสร็จ ข้อความที่นางต้องการจะสื่อสารกับชินอ๋องหยางหนิงหลงพระสวามีไร้ใจผู้นั้น

           ข้อความที่มีความยาวหนึ่งหน้ากระดาษ ซึ่งมีลายพู่กันที่บ่งบอกว่าคนเขียนมีจิตใจที่เข้มแข็งเพียงใด ได้ปรากฏขึ้น ท่ามกลางจิตใจที่ถูกบีบรัดจากเจ้าของร่างเดิม ที่ยังคงทิ้งความรู้สึกเศร้าเสียใจเอาไว้ เพราะนางเข้าใจว่าพระสวามีที่นางหลงรักเขาตั้งแต่แรกพบ เป็นคนสั่งบ่าวไพร่ให้วางยาพิษให้นางตายจากไปด้วยความชิงชังรังเกียจ

           เมื่อตั้งสติและกลับมาเป็นตัวของตัวเองได้แล้ว ใบหน้างดงามจึงจุดยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ ทั้งยังปรากฏรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตาออกมา จูลี่ที่เฝ้ามองคุณหนูของนางอยู่ตลอดเวลาถึงกับขนลุกขนพองไปทั้งตัว เพราะสีหน้าที่เคยสดใสอยู่เสมอ ทว่ายามนี้กลับเฉยเมยไร้ความรู้สึกจนน่าหวั่นเกรง

           เย่วชิงยิ่งขุดค้นความทรงจำของร่างเดิมขึ้นมามากเท่าไร นางก็นึกรังเกียจสวามีชั่วช้าผู้นั้น มากยิ่งขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว หากได้บังเอิญพบเจอกันอีกครั้ง นางคงต้องตั้งสติให้มั่น ไม่ให้ลงมือลอบสังหารบุรุษใจโหดเหี้ยมผู้นั้น เพราะนางต้องการเพียงความสงบในชีวิตไม่อยากแก้แค้นผู้ใดทั้งสิ้น เว้นเสียแต่ว่าคนเหล่านั้นจะไม่รามือจากนางแต่โดยดี

           ดูเอาเถิดแต่เดิม จางเย่วชิงก็ใช้ชีวิตยากลำบากท้ายจวนมาเกือบทั้งชีวิต บิดาก็ทอดทิ้งให้เจ็บช้ำน้ำใจมามากเกินพอแล้ว ยังจะต้องมาตกระกำลำบากในตำหนักที่นางไม่ได้เลือกด้วยตนเองเช่นนี้อีก

           ชินอ๋องหยางหนิงหลงและคนของเขา ช่างมีจิตใจโหดเหี้ยมและชั่วร้ายยิ่งนัก ถึงได้กล้าลงมือกระทำกลั่นแกล้งสตรีตัวเล็ก ๆ ที่ไร้หนทางต่อสู้ได้ถึงเพียงนี้ หากนางไม่ถูกโชคชะตาพัดพาให้เข้ามาอยู่ร่างนี้ จางเย่วชิงก็คงตายตกไปอย่างไร้ความยุติธรรม แม้กระทั่งดินกลบหน้ายังไม่รู้เลยว่าจะมีหรือไม่

           ข้าวปลาอาหารที่บ่าวไพร่ในตำหนักส่งมาให้ ก็ดูออกได้โดยง่ายว่าเป็นของเหลือกิน บางวันก็ส่งข้าวบูดมาให้พวกนางกินประทังชีวิต จางเย่วชิงคนเดิมที่ไม่กล้าจะหลบหนีหรืออ้อนวอนขอความเห็นใจจากผู้ใด จึงได้อดทนกินของเหลือจนกระทั่งร่างกายนี้ผอมแห้งลงไปทุกวัน ยิ่งคิดมือเรียวยิ่งกำแน่นเข้าหากันด้วยความอดทนอดกลั้น ไม่ให้ลุกไปจุดไฟเผาตำหนักใหญ่ให้สิ้นเรื่องสิ้นราวกันไป!!

[1] ยามไฮ่ เริ่มนับตั้งแต่เวลา 21.00 - 23.00 น.

[2] หนึ่งก้านธูป ระยะเวลาราว ๆ ครึ่งชั่วโมง – 1 ชั่วโมง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทะลุมิติมาเป็นพระชายาไร้ค่า   บทส่งท้าย NC ตอนปลาย (จบบริบูรณ์)

    “นอนเอากันที่นี่ทั้งวันทั้งคืนก่อนนะครับ พรุ่งนี้เช้าค่อยกลับบ้าน จะได้ร้องดัง ๆ ไม่ต้องกลัวคนได้ยิน” ชางอี้เหวินตอกท่อนลำขนาดใหญ่เข้าร่องสาวเป็นจังหวะเนิบนาบ ตอกตรึงกายสาวไว้จนแน่นช่องทางรัก ปากก็เอ่ยบอกความต้องการของเขาเสียงแหบพร่า “อื้อ มันจุก” ชายหนุ่มใช้นิ้วมือบดขยี้เม็ดเชอรีที่อยู่เหนือท่อนเนื้อของเขาเต็มแรง ร่องหลืบสาวก็ขมิบตอดระรัว เพราะถูกใจในความเสียวซ่านที่ได้รับเพิ่มมากขึ้น ทุกจุดในร่างกายเป็นเขาที่รับรู้ว่าเธอชอบให้ปฏิบัติแบบไหน จุดใดที่ไวต่ออารมณ์เขานั้นช่ำชองทุกอย่าง “รูร่าน ๆ นี้ อาจะเสียบไว้ทั้งคืนเลย” ยิ่งชายหนุ่มพูดจาแทะโลมหยาบคายใส่ หญิงสาวก็ยิ่งขมิบตอดท่อนเอ็นของเขาจนคับแน่นถึงใจ กายหนุ่มสั่นกระตุกอย่างแรง เพราะน้ำรักใกล้จะไหลทะลักออกมาเต็มที “อ่าส์ เด็กแสบ” ชางอี้เหวินปลดปล่อยน้ำเชื้อเข้าไปในกายของซูหลิงจนหมดทุกหยาดหยด แต่ก็ยังไม่ได้ถอดถอนความแข็งขืนออกจากรูแคบ สะโพกสอบยังคงบดควง ขยับเข้าออกไปมาอย่างเมามันต่อเนื่อง เสียงตอกตรึงบดอัด ขยับเข้าออกยังคงดังต่อเนื่องจนถึงช่วงเวล

  • ทะลุมิติมาเป็นพระชายาไร้ค่า   บทส่งท้าย NC ตอนต้น (จบบริบูรณ์)

    “กลับบ้านกันเถอะค่ะ เบื่อคนนั่งเก๊กหล่อโชว์สาว” เสียงหวาน ๆ บ่นหงุงหงิง อยู่ข้าง ๆ หูของชางอี้เหวิน จนเขาอยากรวบกอดร่างบางมาแนบกาย แล้วพากลับขึ้นห้องพักวีไอพีของโรงแรมเสียเดี๋ยวนี้ “แวะบริษัทก่อนได้ไหมครับ อยู่ใกล้นิดเดียว” สายตาโลมเลียกระหายรัก จ้องมองเนินอกอวบอิ่ม ที่ล้นทะลักออกมาจากชุดเดรสปาดไหล่สีหวาน ที่ซูหลิงได้เข้าไปเปลี่ยนในมิติ ก่อนจะลงมาพบกับชายหนุ่มที่ล็อบบี้ของโรงแรม “กลับห้องพักของโรงแรมก็ได้นะคะ ยังไม่ได้เช็กเอาต์ออกจากห้องพักสักหน่อย” เสียงยั่วเย้าอารมณ์กระซิบอยู่ข้าง ๆ หูสามีหนุ่มรูปหล่อ เธอจะประกาศความเป็นเจ้าของ ให้พวกสาว ๆ ที่กำลังแอบมองให้ได้รู้กันว่า ผู้ชายคนนี้เป็นของเธอ!! หลังจากนั้นหนุ่มหล่อสาวสวย ก็เดินจูงมือกันขึ้นลิฟต์ของโรงแรม เพื่อกลับไปยังห้องวีไอพีที่จองไว้ และยังไม่ได้คืนห้องให้ทางโรงแรม สายตาหลายคู่ที่อยู่บริเวณล็อบบี้ของโรงแรม ต่างจ้องมองด้วยความอิจฉาริษยา ในความเหมาะสมกันของคนทั้งสอง ทันทีที่ประตูห้องพักวีไอพีปิดลง ริมฝีปากของชางอี้เหวิน ก็เข้าประกบบดจูบริมฝีปากของซูหลิงอย่า

  • ทะลุมิติมาเป็นพระชายาไร้ค่า   โค่นล้มไม่ได้ ก็อย่ามาทำร้ายกันก็พอ ตอนปลาย

    “ฉันก็แค่เอายาพิษไร้สี ไร้กลิ่น ตรวจหาอย่างไรก็ไม่พบเจอสารต้องห้าม หรือสารอันตรายให้เธอกิน โดยที่แลกยาถอนพิษกับคำสารภาพผิดทั้งหมด ซึ่งน้องชายของคุณ ก็พึ่งได้กินพิษอีกชนิดหนึ่งเข้าไปเมื่อสักครู่ แต่ไม่ต้องห่วงฉันมียาถอนพิษรับรองว่าปลอดภัยกันทุกคน” น้ำเสียงราบเรียบอธิบายออกไป อย่างไม่ได้ทุกข์ร้อนในการกระทำของตนเอง คุยกับคนชั่วในเมื่อหาสันติวิธีไม่เจอเธอก็คงต้องมีลูกเล่นที่เยอะกว่า ไม่อย่างนั้นคงเป็นฝ่ายที่จะเสียเปรียบ ใครจะคิดว่าเธอร้ายกาจแล้วอย่างไร สตรีที่ใช้ชีวิตมาแล้วทั้งสองยุค พบเจอโลกที่มืดมนมาก็มาก คงยากที่จะหาความอ่อนเดียงสาเจอเสียแล้ว เธอจะใช้ทุกวิธีเพื่อปกป้องครอบครัวที่เหลืออยู่ ให้รอดพ้นจากพวกที่ประสงค์ร้าย หวังมาทำลายชีวิตของคนในครอบครัว เพื่อกอบโกยทรัพย์สินเอาไปเป็นของตนเองเยี่ยงโจรชั่ว “แล้วฉันกับภรรยาไปกินยาพิษตั้งแต่เมื่อไหร่” ชั่วขณะหนึ่ง ที่ความเห็นแก่ตัวของเข่อตี้หลานได้เปิดเผยออกมา ทำให้ซูหลิงนึกรังเกียจผู้นำของเมืองยิ่งขึ้นกว่าเดิม มุมปากสวยยิ้มเย้ยหยันออกมาอย่างนึกสมเพช ที่แท้ชายผู้นี้ก็ไม่ได้รักใครคนอื่นไปมา

  • ทะลุมิติมาเป็นพระชายาไร้ค่า   โค่นล้มไม่ได้ ก็อย่ามาทำร้ายกันก็พอ ตอนต้น

    “หืม เข่อตี้หลานมาที่นี่หรือ” “ใช่ค่ะ เข่อซวงน้องชายของเขาก็อยู่ที่นี่ด้วยกัน” “แล้วเราจะเข้าไปเอาหลักฐานเอาผิดทั้งหมด จากสองคนนี้ยังไงไม่ให้พวกเขาจับได้” ชางอี้เหวินเอ่ยถามอย่างรู้สึกท้อถอย เพราะตัวเขาก็ยังนึกวิธีที่จะหาหลักฐาน มาเอาผิดคนชั่วไม่ได้ แต่ก็ยอมติดตามซูหลิงมาที่โรงแรมเดอะเบสต์ ด้วยความเป็นห่วง “หลักฐาน? ไม่มีหรอกค่ะ คนชั่วระดับนี้แล้ว เมื่อทำงานเสร็จสิ้น จะทิ้งหลักฐานไว้ให้คนอื่นมาขุดคุ้ยอีกทำไม” “อ้าว แล้วเรามาทำอะไรที่นี่กันแน่ครับ” หัวคิ้วของชายหนุ่มขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัยอย่างที่สุด ว่าภรรยาของเขากำลังจะทำอะไรกันแน่ ถึงได้เดินเข้าถ้ำเสือแต่ไม่เอาลูกเสือออกไปเช่นนี้ “มาข่มขู่ค่ะ ฉันถนัดในเรื่องนี้ที่สุด ในเมื่อโค่นล้มไม่ได้ง่าย ๆ ก็ให้เดินคนละเส้นทาง ทับเส้นทางกันอีกเมื่อไหร่ก็คงต้องมีทีเด็ดไว้จัดการ พวกเราทั้งสองคนก็ตัวแค่นี้ อำนาจบารมีก็มีแค่นี้ ไม่สามารถใช้มือปิดแผ่นฟ้าได้ หรือเป็นฮีโร่ปกป้องคนทั้งโลกได้หรอกนะคะ ทุกคนต้องพึ่งพาตนเองก่อนที่จะรอคอยให้คนอื่นมาช่วยเหลือ” “อืม มั

  • ทะลุมิติมาเป็นพระชายาไร้ค่า   เคลียร์ใจกันเสียที ตอนปลาย

    “ครับผมจะรอพบเขาอยู่ที่นี่” เวลาเที่ยงตรง ชางอี้เหวินก็ขับรถเข้ามาจอดในลานจอดรถของร้านกาแฟ เนื่องจากได้อ่านข้อความที่ซูหลิงส่งไปให้ พอเลิกประชุมแล้ว ชายหนุ่มก็รีบขับรถมาร้านกาแฟของภรรยาทันที โดยที่ยังไม่ได้รับประทานอาหารมื้อเที่ยงเลยด้วยซ้ำ เมื่อทั้งสองหนุ่มเผชิญหน้ากัน ซูหลิงจึงถอยออกมานั่งรออยู่อีกโต๊ะหนึ่ง ซึ่งอยู่ไม่ไกลมากนักเพื่อดูแลเรื่องความปลอดภัยให้กับสามี ทั้งสองคนใช้เวลาพูดคุยกันอยู่ 2 ชั่วโมง จากนั้นหนิงหลงก็กลับไป เพราะเขาจะเดินทางกลับไปรัสเซียในเที่ยวบินตอนเย็นของวันนี้ ใบหน้าของคนทั้งคู่ดูผ่อนคลายลงไปไม่น้อย คงเพราะไม่ต้องมาคอยหวาดระแวงกันอีกต่อไป “จบเสียทีนะคะ เรื่องของเพื่อนเก่าคนนี้ แต่ผู้หญิงคนนั้นก็แย่ที่สุด ที่เธอพูดให้หนิงหลงเข้าใจคุณอาผิดมาตั้งหลายปี แต่ก็ถือว่าเธอได้ชดใช้กรรมในชาตินี้แล้ว” “ครับ หวังว่าจะไม่ต้องพบเจอกันในสถานการณ์ที่เลวร้ายอีก ที่ผ่านมาถือว่าอาชดใช้บุญคุณให้พ่อของเขาไปหมดแล้ว ส่วนผู้หญิงคนนั้นก็อย่างที่เราพูด เธอได้ชดใช้กรรมในชาตินี้แล้ว” ชางอี้เหวินนึกไปถึงเรื่องที่หนิงหลงเล่

  • ทะลุมิติมาเป็นพระชายาไร้ค่า   เคลียร์ใจกันเสียที ตอนต้น

    นับจากวันจัดการประมูลเพชรบลูไดมอนด์ เวลาก็ผ่านมาได้ 1 เดือนแล้ว เช้าวันนี้ซูหลิงขับรถเดินทางไปร้านกาแฟของเธอด้วยตนเอง เพราะชางอี้เหวินมีประชุมช่วงเช้า เขาเลยเดินทางไปบริษัทตั้งแต่เช้าตรู่ เมื่อเข้ามาในร้านกาแฟ ดวงตากลมโตก็ไปสะดุดเข้ากับร่างสูงใหญ่ ของผู้ชายคนหนึ่งที่เธอเคยพบเห็น และนานมากแล้วที่ไม่ได้พบเจอเขามาที่ร้านของเธออีก ซึ่งเวลานี้ผู้ชายคนนั้นก็หันมาทางเธอเข้าพอดี ซูหลิงจึงจำเป็นต้องหยุดเดินแล้วก้มหัวลงทักทายไปเล็กน้อยตามมารยาท “สวัสดีครับคุณซูหลิง” “สวัสดีค่ะ คุณหนิงหลง เชิญตามสบายค่ะ ถ้ามีอะไรให้ทางเราบริการเชิญแจ้งได้เลยนะคะ” ทั้งสองคนเอ่ยทักทายชื่อกันตามมารยาท เนื่องจากเคยแนะนำชื่อของตนเองไว้แล้วเมื่อหลายเดือนก่อน ที่ได้พบกันที่ร้านและพูดคุยกันไปบ้างเล็กน้อย “นั่งคุยธุระกับผมสักครู่จะได้ไหมครับ” น้ำเสียงไม่มั่นใจเอ่ยถามออกมาเสียงเบา ๆ แต่ก็เสียงดังพอที่ซูหลิงสามารถจับใจความได้ว่า เขาต้องการจะพูดคุยเรื่องสำคัญกับเธอ “เชิญทางนี้ดีกว่าค่ะ ร่มรื่นเย็นสบายและไม่มีคนเดินผ่านพลุกพล่าน” ซูหลิง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status