องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ

องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-09-21
โดย:  ชาไทยเย็นจบแล้ว
ภาษา: Thai
goodnovel12goodnovel
10
1 คะแนน. 1 ทบทวน
130บท
8.6Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

เมื่อองค์ชายถังมู่เหรินถูกบังคับให้แต่งงานเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับองค์หญิงจ้าวซีเฟย การอยู่ร่วมจวนเดียวกันเหมือนอยู่บนเกาะภูเขาน้ำแข็งอีกฝ่ายเย็นชา อีกฝ่ายไร้หัวใจ แล้วทั้งคู่จะลงเอยกันได้เช่นไร... "เจ้ากล้าคบชู้งั้นหรือ เจ้าเป็นพระชายาข้า แต่พาชายอื่นเข้ามาในตำหนัก ตอนที่ข้าไม่อยู่งั้นหรือ" "ความคิดท่านมันสกปรกเหมือนปากท่าน พี่เยว่เทียนแค่มาเยี่ยมข้าก็เพียงเท่านั้น พวกข้าบริสุทธิ์ใจ ไม่เหมือนท่าน กับท่านหญิงเหมยซูหนี่ว์ของท่านหรอก" "ต่อปากต่อคำ เจ้ารู้จักคำว่า กาลเทศะ ให้เกียรติสามีบ้างหรือไม่ องค์หญิง" "แล้วท่านเล่า รู้จักคำว่าให้เกียรติสตรี บ้างหรือไม่ การกล่าวที่ไร้ซึ่งหลักฐาน วิญญูชนเข้าไม่ทำกันเพคะ" "เจ้าจะยั่วโมโหข้างั้นหรือ ต่อไปห้ามให้เขา เข้ามาเหยียบในตำหนักข้าอีก" "พระองค์ช่างไม่มีเหตุผล ขอตัวเพคะ" "เจ้าจะไปไหน ใครอนุญาตให้เจ้าไป" "พระองค์ สำรวมกิริยาด้วย ปล่อยหม่อมฉันเดี๋ยวนี้" "ดูท่า ข้าคงต้องทำหน้าที่สามี เจ้าจะได้เลิกยั่วผู้ชายคนอื่นไปทั่วเสียที" "หยาบคาย ต่ำช้า ท่านปล่อยข้านะ หยุดนะ ไม่.....

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทที่ 1  แต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ 2 แคว้น

 

 

"Wah, ada orang kota datang nih!" celetuk Mbak Gina saat motor yang kutumpangi bersama suami berhenti tepat di depan rumah.

 

 

Sudah menjadi hal lumrah di kampungku, ketika menjelang siang, para ibu-ibu akan duduk bergerombol dan membicarakan banyak hal, termasuk gibah juga.

 

 

Aku tersenyum mendapat sindiran dari Mbak Gina. Pasalnya aku memang menikah dengan Mas Vano yang notabenenya adalah pemuda dari kota. Para tetangga tidak tau siapa suamiku sebenarnya, karena pernikahan kami hanya dilangsungkan secara agama di kampung, dan resepsi di gelar di kota yang hanya dihadiri Bapak juga Ibu saja.

 

 

Kusodorkan tangan untuk bersalaman, tapi respon mereka sungguh di luar dugaan.

 

 

"Duh, Halimah! Kalau nggak sanggup hidup di kota, mending pulang kesini saja. Jauh-jauh ikut suami tapi pulang-pulang malah pake motor butut gitu. Apa nggak capek punggungmu?" sahut Arini, teman sekolahku dulu. 

 

 

"Kebetulan mobil kami ngadat di tengah jalan ...."

 

 

Belum sempat aku melanjutkan ucapan, mereka semua tertawa seolah aku sedang bercanda.

 

 

"Oalah, Halimah ... Halimah! Pakai segala ngomong mobilnya tengah ngadat di tengah jalan. Kalau cuma punya motor butut mah, ngaku aja! Kami semua tau kok kalau suami kamu cuma pelayan cafe!" Bu Eni, mertua Mbak Gina turut berbicara.

 

 

Aku mengerutkan kening, darimana mereka menyimpulkan jika Mas Vano adalah pelayan Cafe? 

 

 

"Kamu pasti kaget kan karena kita tau apa pekerjaan suamimu itu? Iyalah, kami tau. Hesti anak sulungku yang cerita, waktu dia nongkrong di Cafe, dia lihat suami kamu lagi melayani pembeli," jelas Bu Eni lagi. Hanya karena Mas Vano membantu melayani pembeli, lantas mereka mengira jika suamiku hanyalah pelayan Cafe? 

 

 

"Maaf, Bu Eni. Tapi Cafe itu adalah milik ...."

 

 

"Kamu pasti mau bilang kalau Cafe itu milik suami kamu, begitu kan?" Mereka semua tertawa mendengar ucapan yang keluar dari mulut Mbak Gina. Rasa-rasanya mereka seperti sedang bersekongkol menghinaku. Aku paham, dulu, anak bungsu Bu Eni yang bernama Kang Tarjo, datang melamarku setelah aku lulus sekolah. Tapi dengan jelas aku menolak, karena ingin bekerja dan membuat hidup Bapak serta Ibu berkecukupan. Siapa sangka, setahun bekerja di Cafe milik Mas Vano, membuat lelaki itu menyatakan perasaannya dan meminangku ke rumah. Mungkin ini yang membuat Bu Eni begitu membenciku, dia merasa aku telah menghina putranya dengan cara menolak lamaran Kang Tarjo.

 

 

"Dulu aja sok-sokan nggak mau dinikahin Tarjo, sekarang lihat, anakku punya empang banyak. Tapi kamu ... pulang-pulang malah bawa motor butut. Rugi hidup lama di kota tapi nggak kaya-kaya. Ya nggak, Ibu-ibu?" seloroh Bu Eni dengan mulut mencap-mencep.

 

 

"Dek, yuk masuk. Ibu sama Bapak pasti nungguin kita." Mas Vano menggenggam jemariku dan berpamitan pada Ibu-ibu yang duduk bergerombol di depan rumah Arini yang kebetulan bersebelahan dengan rumahku. 

 

 

"Tuh, pangeran miskinnya dah nyamperin. Kalau dibanding Kang Tarjo mah, jauh ya Bu En," kata Arini dengan senyuman sinis ke arahku. 

 

 

"Ya, jelas. Makanya aku pilih kamu jadi calon menantu." Bu Eni mengusap rambut Arini lembut. Jadi, Arini mendekati Kang Tarjo? Aku tau, wanita itu sejak dulu menyukai Kang Tarjo, bahkan dia dengan terang-terangan mengatakan tidak menyukaiku karena Kang Tarjo datang ke rumah untuk melamarku. Ternyata impiannya sebentar lagi menjadi kenyataan. "Mending dapat suami dari kampung tapi kaya, daripada suami orang kota, tapi...."

 

 

"Kismin!" teriak Mbak Gina dan disusul gelak tawa oleh para tetangga yang lain.

 

 

Aku yang hendak menoleh dan membalas ucapan mereka, harus kembali meredam emosi saat suara Mas Vano terdengar di telinga, "Udah biarin aja. Masih penting ya penilaian manusia?" 

 

 

Mau tidak mau aku melanjutkan langkah menuju rumah Ibu. Rumah yang sudah sekian tahun aku tinggalkan demi mengabdi pada suami. Ah, rasa rindu pada Bapak dan Ibu membuat cibiran-cibiran para tetangga menguap begitu rasa.

 

 

"Malu nih ye! Makanya jangan sok-sokan jadi cewek. Anakku yang kaya dia tolak, sekarang malah dapat lelaki yang kendaraannya cuma motor butut. Kalau Tarjo nggak perlu diragukan lagi, kamu mau mobil merk apa, Rin?" Ucapan Bu Eni pada Arini yang terdengar lantang, kurasa memang sengaja agar aku bisa mendengarnya. 

 

 

"Jauh-jauh hidup di kota, eh, pulang-pulang malah nggak bawa apa-apa. Bingkisan kek buat para tetangga!" sahut Mbak Gina.

 

 

"Bingkisan? Orang tiap bulan aja Kakaknya ambil pinjaman di Bank Keliling." Penuturan Bu Diah membuatku harus menghentikan langkah saat pintu rumah tepat di depan wajah.

 

 

"Beruntung ada Tomi dan istrinya, kalau tidak, mungkin Ibu sama Bapaknya udah mati kelaparan. Punya anak gadis tapi lebih milih hidup di kota, padahal ya gitu ... Masih aja miskin meskipun tinggal di kota!" sambung Bu Diah lagi.

 

 

Dadaku terasa nyeri. Lalu kemana uang kirimanku tiap bulan untuk Bapak dan Ibu? Bukankah aku sudah memasrahkan semuanya pada Mas Tomi dan istrinya?

 

 

Mas Vano mengetuk pintu dan mengucapkan salam. Terbuat dari apa hati lelaki di sampingku ini? Padahal jelas-jelas semua tetangga sedang membicarakanku juga dirinya, tapi dia masih saja tenang tidak terpancing emosi sama sekali.

 

"Halimah?" pekik Ibu kaget, "Tomi bilang kamu habis kecelakaan, sekarang sudah sehat?"

 

Aku dan Mas Vano saling berpandangan. Melihat kebingungan di wajahku dan Mas Vano, ibu meminta kami masuk ke dalam rumah. Kasak-kusuk tetangga masih terdengar, tapi aku memilih untuk meredam emosi lebih dulu. Sepertinya ada hal yang lebih penting daripada cibiran pada tetangga.

Bersambung

 

 

 

    

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ

ความคิดเห็น

Jj Jj Ok
Jj Jj Ok
จบดี สนุกมากจ้าต้องอ่าน
2026-08-28 05:14:39
0
0
130
บทที่ 1  แต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ 2 แคว้น
แคว้นชิงโจวท้องพระโรง : ประชุมเช้า“แคว้นเยี่ยน ส่งจดหมายแสดงเจตจำนงค์ ประสงค์ที่จะเชื่อมสัมพันธไมตรีระหว่างแคว้น โดยการยกองค์หญิงให้มาแต่งงานกับองค์ชายแคว้นชิงโจวของเรา ขุนนางทั้งหลาย เรื่องนี้ พวกท่านมีความเห็นประการใด”“ทูลฝ่าบาท แคว้นเยี่ยนเป็นเมืองหน้าด่าน ที่มีเขตติดต่อกับแคว้นซูเล่อ ที่มีอำนาจพอๆ กับเรา เป็นการดีที่จะสานสัมพันธไมตรี พ่ะย่ะค่ะ”เสนาบดีกรมกลาโหมกราบบังคมทูลความเห็นแก่ฮ่องเต้“ทูลฝ่าบาท แคว้นเยี่ยนนั้นพืชพันธุ์ธัญญาหารล้วนสมบูรณ์ อีกทั้งชายแดนยังมีปราการน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อแคว้นชิงโจวของเรา หากมีความจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือเวลามีภัยพิบัติพ่ะย่ะค่ะ”เสนาบดีกรมโยธากราบบังคมทูล“อืม เราก็เห็นด้วยกับพวกท่าน ซึ่งพอคิดๆ ดูแล้ว เรามีแต่ได้ มากกว่าเสีย”“พระบารมีฝ่าบาทแผ่ไปกว้างไกล ทุกแคว้นต่างอยากผูกมิตรพ่ะย่ะค่ะ”ราชเลขาทูลสำทับ ฮ่องเต้ถังจินพยักหน้าช้าๆ“ถ้าอย่างนั้น พวกท่านเห็นว่า ผู้ใดเหมาะสมที่จะเข้าพิธีสมรสในครั้งนี้”เหล่าขุนนางต่างมองหน้ากัน และเป็นเสนาบดีกรมกลาโหม ซึ่งก้าวออกมาเพื่อทูลความเห็น“กระหม่อมเห็นว่า ชินอ๋อง องค์ชายถังมู่เหริน ถึงวัยที่เหม
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2 ส่งตัวเจ้าสาว
ถังมู่เหรินมองพอแล้ว คืนนั้นทั้งคืน เขาพักอยู่ห้องใกล้ๆ นาง ได้ยินเสียงเอะอะ และทำลายข้าวของเกือบทั้งคืน นางบ่นได้ทุกอย่าง ทั้งมืด เตียงไม่นุ่ม ผ้าห่มไม่มากพอ น้ำไม่ร้อน แม้กระทั่งพื้น นางก็บ่นว่าไม่ปูพรม“ข้าจะทนแต่งกับคนเช่นนี้ได้เช่นไร เว่ยอี เจ้าว่าข้าควรจะแก้ไขเรื่องนี้อย่างไรดี”เว่ยอีหันมามองเขา และได้ยินเสียงองค์หญิงขว้างแก้วชา หรือไม่ก็กระถางอะไรสักอย่างลงบนพื้นจนแตก เขาไม่รู้จะเห็นใจท่านอ๋องอย่างไรดี จึงส่งยิ้มแห้งๆ ไปให้เขาแทน1 สัปดาห์หลังจากนั้น“เสด็จแม่ ลูกไม่แต่งนะเจ้าคะ ข้าไม่มีทางแต่งไปเป็นเครื่องบรรณาการแบบนั้น ท่านต้องช่วยข้านะเพคะ”"ลูกรัก แต่เสด็จพ่อจัดแจงเรื่องนี้ไว้แล้ว แม่…“เสด็จแม่ เหตุใดไม่ส่งท่านพี่ซีเฟยไปล่ะเจ้าคะ นางก็เป็นองค์หญิงเหมือนกัน ถึงแม้จะเป็นองค์หญิงของฮองเฮาองค์ก่อน แต่ก็เป็นองค์หญิง ส่งนางไปแทนลูกนะเพคะ เสด็จแม่ ลูกไม่ไปนะเจ้าคะ แต่งกับอ๋องใจเหี้ยมที่วันๆ เอาแต่ทำสงคราม เสด็จแม่ ท่านทนเห็นลูกลำบากได้งั้นหรือเพคะ”“แต่การแต่งไปเป็นพระชายาแคว้นชิงโจว ถือเป็นเกียรติสูงสุดนะลูก เจ้า ไม่อยากได้งั้นหรือ”“หากลูกต้องแต่งไปเป็นพระชายากับปิศาจสงครามนั
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3 ยาพิษในคืนเข้าหอ
ถังมู่เหรินเปิดผ้าแดงออกจนหมด และต้องตกใจกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า เขาใจเต้นแรง สตรีที่อยู่ตรงหน้าเขา ผิวขาวละเอียด ขนตายาวงอน จมูกเล็กๆ แต่ได้รูป ปากกระจับน่าสัมผัสนั่น ทำให้เขาลอบกลืนน้ำลายเบาๆ ตาโตดำขลับ ตัดกับผิวขาวนวลของนาง ช่างสวยเหลือเกิน สายตาที่แน่วแน่ มั่นคงนั่นทำให้เขาหวั่นไหว(นี่ ไม่ใช่นางคนที่ข้าพบครั้งก่อน ข้าแต่งกับใครกันแน่ นางไม่ได้สวย ดูสง่างาม และดูสงบนิ่งแบบนี้ หรือข้าจะแต่งพระชายามาผิดคน หรือว่าเป็นข้าเองที่เข้าใจผิด)(ไหนบอกว่าเขาเป็นราชาปิศาจไร้หัวใจไง แต่ทำไม เป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย รูปงามเช่นนี้ล่ะ หรือว่าข่าวที่ได้ยินมาจะผิด เขาดูเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง มากกว่าจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมนั่นได้)(""นี่มันอะไรกัน"") ถังมู่เหริน , จ้าวซีเฟยทั้งคู่มองตากันสักพัก และรีบเบี่ยงตัว หลบสายตากันอย่างรวดเร็ว ชินอ๋องเดินมานั่งโต๊ะ ซีเฟยหันข้างไปที่หัวเตียง นางรู้สึกว่าหัวใจเต้นแรงผิดปกติ ตอนที่เขาเปิดผ้าคลุมหน้าขึ้นมานางไม่ได้คาดหวัง ว่าเขาจะเป็นคนหนุ่มรูปงามขนาดนี้ เพราะชื่อเสียงของเขาที่นางได้ยินมาคือ ราชาปิศาจแห่งสมรภูมิรบ โหดเหี้ยม และไร้หัวใจ นางแทบจะควบคุมหัวใจที่เต้นไม่เป็น
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 4 ตำหนักอ๋องที่เยือกเย็น
"หม่อมฉันถังมู่เหริน…"หม่อมฉันจ้าวซีเฟย…""ถวายบังคมเสด็จพ่อ เสด็จแม่พ่ะย่ะค่ะ/เพคะ""“ตามสบายเถิด ชินอ๋อง เจ้าพาพระชายาไปนั่งเถอะ”“ขอบพระทัยเสด็จพ่อ”เขาจูงมือนางเดินไปนั่งที่ประทับสำหรับพวกเขา ที่จัดให้แล้ว สำหรับพิธีคารวะช่วงเช้า“เป็นอย่างไรบ้าง องค์หญิงซีเฟย เจ้าเดินทางมาไกล คงจะเหน็ดเหนื่อย ช่วงนี้ เจ้าก็พักผ่อนให้มากๆ นะ”“ขอบพระทัยเสด็จพ่อเพคะ หม่อมฉันสบายดีเพคะ ที่นี่อากาศดี จึงทำให้หม่อมฉันรู้สึกผ่อนคลาย ท่านอ๋องดูแลหม่อมฉันเป็นอย่างดีเพคะ”“ดีๆๆ อ้าว รัชทายาท มาสิ มานั่งเร็วเข้า”“หม่อมฉันถังมู่เจิน คารวะเสด็จพ่อ เสด็จแม่พ่ะย่ะค่ะ”“นั่งเถอะๆ อย่ามากพิธี“อ้าว น้องรอง เจ้าพึ่งแต่งงาน ทำไมถึงรีบมาคารวะเสด็จพ่อนักล่ะ”“เสด็จพี่ ถึงหม่อมฉันพึ่งจะแต่งงานก็จริง แต่ไม่ลืมธรรมเนียมปฏิบัติพ่ะย่ะค่ะ”องค์รัชทายาทส่งสายตาท้าทายและยิ้มหลี่ตาให้เขาน้อยๆ“อย่างนั้นเอง มา เสด็จพ่อ ลูกขอให้ท่านอายุยืนหมื่นปีพ่ะย่ะค่ะ”ซีเฟยสังเกตสีหน้าและความผิดปกติบางอย่าง นางรินชา และวางลงข้างตัว ใช้เข็มลองจิ้มดู ชินอ๋องเหลือบไปเห็น เข็มเปลี่ยนสีทันที “มีพิษ” เขาเบิกตากว้าง ใครกันที่อยากจะกำจัดเขาแบบน
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 5 องค์ชายสี่ ถังจวิน
เว่ยอีมองเขาอยากรู้สึกงุนงง เขาก็แค่ไปสั่งให้ในครัวจัดมาเพิ่ม“ท่านอ๋อง ชานี่ไม่เหมือนเดิมหรือพ่ะย่ะค่ะ ข้าน้อยก็ให้คนครัวจัดมาและบอกว่าให้เอาแบบชุดเดิมนะพ่ะย่ะค่ะ”“ยกออกไป ข้าไม่กินแล้ว”“พ่ะย่ะค่ะ”เว่ยอีกยกน้ำชา และกำลังจะยกขนมออกไป“รอก่อน ยกแต่ชาไป ขนมไม่ต้อง เอาชาอู่หลงมาให้ข้าแทน”“พ่ะย่ะค่ะ”เว่ยหลงยกชาออกมา และให้คนครัวไปเปลี่ยนเป็นชาอู่หลงแทน“ท่านอ๋อง รายงานพ่ะย่ะค่ะ”“ว่ามา”“ข้าสืบเรื่องของพระชายามาแล้ว ก่อนหน้านี้ นางถูกฮองเฮาวางยาพิษอยู่เนืองๆ และยังถูกหมั้นหมายกับบุตรชายของเสนาบดีมาก่อน ทั้งคู่โตมาด้วยกัน ชื่อสือเยว่เทียน เข้าปักใจรักพระชายามากพ่ะย่ะค่ะ และตอนนี้เขาทราบเรื่องที่นางอภิเษกมาที่นี่แล้ว และกำลังตามมาหานางพ่ะย่ะค่ะ”“อืม เข้าใจแล้ว เรื่องอื่นล่ะ”“พระชายามีอาจารย์หมอเทวดาอยู่คนหนึ่ง อยู่บนเขาเทียนซาน ทุกปีนางจะขึ้นไปเยี่ยม แต่ปีนี้ เห็นว่าอาจารย์นางออกท่องเที่ยว นางเลยไม่ได้ไปพ่ะย่ะค่ะ”“ข้ารู้แล้ว เจ้าไปได้ ติดตามนางเงียบๆ อย่าให้นางรู้ตัว ระวังองครักษ์หญิงของนางด้วย”“รับพระบัญชา กระหม่อมทูลลา”เว่ยอียกชามาถึงห้องหนังสือและวางลง เขาเงยหน้ามอง“เจ้ามีอะไร
อ่านเพิ่มเติม
บทที่  6 ท่านอ๋องโมโห (หึง)
“ข้าไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับนาง”“ก็ดีแล้วที่ท่านทำใจได้ นางน่ะ รักสวยรักงาม ต้องการคนเอาใจ ติดนิสัยคุณหนู มักใหญ่ใฝ่สูงเกินไป ตอนนี้นางเป็นว่าที่พระชายาองค์รัชทายาทไปแล้ว นางก็หยิ่งผยองขึ้นไปอีกสิบเท่า จากที่ไม่น่าคบหาอยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย นางไม่เหมาะกับท่านหรอก ตอนแรกข้าคิดว่า ท่านเหมาะจะอยู่คนเดียว ใครจะคิดว่าท่านยอมแต่งงานง่ายๆ กันล่ะ”ซีเฟยกำลังจะยกน้ำชาและขนมไปให้พวกเขาในห้อง ได้ยินทุกประโยคที่พวกเขาคุยกัน ที่แท้ ที่เขาแต่งงานกับนาง ก็เพราะเขาต้องการลืมสตรีที่ทิ้งเขา นางเป็นเพียงเครื่องมือที่ทำให้เขาหนีข้อครหา ว่าสตรีนางนั้นทิ้งเขา หึ น่าสมเพชตัวเองยิ่งนัก นางเดินกลับไป และให้เว่ยอี นำชาและขนมไปให้ท่านอ๋องแทน“เจ้าอย่าพูดเหลวไหล เรื่องข้ากับชิงอีเหนียงจบไปนานแล้ว และการแต่งงานนี้ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับนาง”“ท่านอ๋องขอรับ ข้านำของว่างมาให้ขอรับ”“อืม”เขายกชาขึ้นมาดื่ม ชานี้ดื่มทีไรก็รู้สึกสดชื่นขึ้นทุกครั้งจริงๆ ดื่มแล้วจะนึกถึงผู้ทำขึ้นมาทุกครั้ง“อืมมม รสชาตินี้แหละ ใช่เลย ฝีมือซีเฟยแน่นอน”“เจ้ารู้ได้อย่างไร”“ก็นางทำให้ข้าดื่มที่ศาลาเมื่อครู่ ขนมนี่ด้วย อร่อ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 7 พระชายาถูกพิษ
ค่ำวันนั้น หลังอาหารเย็นแล้ว ชินอ๋องได้เดินไปดูที่ห้องของซีเฟย ที่สาวใช้ยืนเฝ้าอยู่ พวกนางได้แต่เคาะประตู แต่ไม่มีเสียงตอบกลับมา เสี่ยวหลงบอกว่า พวกนางเรียกพระชายาอยู่ตั้งแต่บ่ายแล้ว นางไม่ยอมกินข้าว เกรงว่าจะไม่สบาย“พระชายาของพวกเจ้ายังไม่ยอมเปิดประตูอีกงั้นหรือ”“ทูลท่านอ๋อง พระชายาอยู่ในห้องตั้งแต่บ่ายแล้วเพคะ แม้แต่น้ำก็ไม่ได้ดื่ม หม่อมฉันเกรงว่า….”มู่เหรินเริ่มวิตก“ซีเฟย ซีเฟย เจ้าอยู่ข้างในหรือไม่ พระชายา”เขาเอาหูแนบกับประตู ไม่ได้ยินเสียงอะไรในห้อง เขาเริ่มร้อนใจ“เว่ยอี พังประตู เร็วเข้า”เว่ยอีตกใจ แต่ก็ทำตามรับสั่ง เขารีบถีบประตูเข้าไป ชินอ๋องวิ่งเข้าไปในห้อง ส่วนพวกเว่ยอี และคนอื่นๆ รออยู่ข้างนอก“ซีเฟย เจ้าอยู่ไหน ซีเฟย ได้ยินข้าหรือไม่”ในห้องเงียบสนิท ไม่มีแสงไฟ เขามองไปที่เตียงของนาง และเห็นนางนั่งฟุบอยู่ที่เตียง“พระชายา เจ้าเป็นอะไร ซีเฟย เฟยเฟย ฟื้นสิ เจ้าเป็นอะไรไป”เขาเอามืออังหน้าผากนาง ตัวนางไม่ร้อน แต่ทำไมหมดสติไม่รู้เรื่องแบบนี้“เว่ยอี เรียกหมอหลวงมาที่นี่เดี๋ยวนี้ เร็วๆ เข้า”“พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง กระหม่อมจะรีบไปเดี๋ยวนี้”อันเหมยและอาเหยารีบวิ่งเข้ามาในห้อง
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 8 วิธีแก้พิษพระชายา
“ท่านอ๋อง ไม่มีใครสั่งหม่อมฉันเพคะ หม่อมฉันรักท่านคือเรื่องจริง อยากให้นางตายก็คือเรื่องจริง พิษนี้ พิษนี้ หม่อมฉัน ได้มาจากตลาดมืดเพคะ”“ยิ่งตลาดมืด เจ้ายิ่งไม่มีทางไปเอามาได้ นอกจากจะมีคนไปซื้อมาให้เจ้า ข้าไปสืบเรื่องตลาดมืดที่นี่มาแล้ว ต้องเป็นสมาชิกของตลาดมืดเท่านั้น จึงจะมีสิทธิ์ซื้อของในนั้นได้ และค่าเข้านั้น สูงลิ่วเลยล่ะ เจ้ายอมรับมาเถอะ เรื่องนี้ เจ้ารับผิดชอบไม่ไหวหรอกนะ”ฉู่อันเหมยบอกนาง เว่ยอี และ ชินอ๋องหันมองหน้ากัน ไม่น่าเชื่อว่าพวกนางมาอยู่ที่นี่ถึงครึ่งปี แต่รู้เรื่องเกี่ยวกับเมืองนี้ ทั้งยังรู้เรื่องตลาดมืดอีกด้วยสาวใช้นั่งตัวสั่น นางไม่มีทางเลือก จึงเลือกจะฆ่าตัวตาย นางถลาเข้าไปใส่ดาบที่ชินอ๋องถือเอาไว้เพื่อจะฆ่าตัวตาย ชินอ๋องตกใจแต่เขาก็ดึงดาบกลับไม่ทัน“ฉึบ”“โอ๊ย ท่าน….”จ้าวซีเฟยดีดเข็มเงินเล่มหนึ่งสกัดจุดนางเอาไว้ก่อนที่จะถึงดาบ ทำให้นางขยับตัวไม่ได้ ชินอ๋องตกใจ รีบเก็บดาบคืนเว่ยอี ทั้งคู่ยืนตกใจกับความว่องไวของเข็มที่พระชายาปล่อยออกมาจัดการกับนาง แต่ไม่กล้าพูดอะไรออกมา“เจ้าอย่าได้คิดจะกัดลิ้นตัวเองด้วย เพราะข้าสกัดจุดให้เจ้าอยู่นิ่งๆ ให้พูดได้เท่านั้น ไม่อนุ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 9 ตรวจยาพิษในตำหนัก
"ท่านอ๋องเพคะ ปล่อยหม่อมฉันลงก่อนเพคะ"“ทำไมล่ะ เจ้าจะเปลี่ยนใจอีกแล้วหรือ”“พระองค์ปล่อยหม่อมฉันก่อนสิเพคะ”ถังมู่เหรินปล่อยนางอย่างจำใจ นางเปิดห้องนอน และหันมาบอกเขา“พระองค์ถอยออกไปก่อน เร็วเข้าสิเพคะ”มู่เหรินถอยออกไปตามที่นางสั่ง เขาเริ่มไม่เข้าใจที่นางทำ“เจ้าทำอะไรน่ะ หรือเจ้าคิดว่า ในห้องนี้ ก็ถูกวางยาพิษด้วยเหมือนกัน”ซีเฟยแง้มประตูและสอดมือเข้าไปในห้อง นางเอามืออุดจมูกไว้ สักครู่เดียว นางก็ดึงมือกลับมา เข็มเงินในมือนาง เปลี่ยนเป็นสีดำ“มีพิษ ห้องนี้ก็มีกำยานพิษ ท่านอ๋อง คืนนี้เราเข้าไปพักห้องนี้ไม่ได้เพคะ”“ช่างโหดเหี้ยมนัก กะจะฆ่าคนทั้งจวนเลยหรืออย่างไรกัน”ซีเฟยนึกขึ้นได้ ตามคำพูดของเขา นางรีบวิ่งออกไป“ซีเฟย พระชายา เจ้าจะวิ่งไปไหนน่ะ รอก่อน ซีเฟย”เขาวิ่งตามนางออกไป นางวิ่งออกไปที่ลานปลุกสมุนไพร และส่งเสียงเรียก“เว่ยอี อันเหมย เสี่ยวหลง พวกเจ้าออกมานี่ให้หมด”พวกบ่าวไพร่ต่างวิ่งกรูกันออกมาที่ลานกว้างกัน ไม่ใช่แค่พวกที่มีชื่อที่พระชายาเรียก ทุกคนต่างตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น“พระชายา กระหม่อมมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ”มู่เหรินหันไปมองเว่ยอี นี่องครักษ์เขา เชื่อฟังพระชายาของเขาขนาดนี้เลย
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 10 ต้มยาแก้พิษ
“พระองค์ทรงหมายถึง องค์รัชทายาท”“ใช่ เพียงแต่ข้าแค่ไม่เข้าใจว่า เหตุใด เขาถึงอยากเร่งเอาชีวิตข้ามากนัก ก่อนหน้านี้ เขาไม่ทำแผนที่ต่ำทรามแบบนี้ ตั้งแต่เราแต่งงานกัน ก็มีเรื่องแบบนี้มาเรื่อยๆ ข้า ไม่เข้าใจ”“พระองค์คิดว่า มีคนอื่นร่วมทำการครั้งนี้ด้วย”“ข้าก็เริ่มนึกไม่ออกแล้ว หากต้องการชีวิตข้า ก็เพียงแค่วางยาข้าก็จบ แต่เหตุใดต้องทำร้ายเจ้าด้วย นี่คือสิ่งที่ทำให้ข้าไม่มั่นใจจุดประสงค์ของเขา”“แย่แล้ว การที่ข้าทำแบบนี้ ก็เท่ากับว่าแหวกหญ้าให้งูตื่นเสียแล้ว”“ข้ากลับคิดกลับกันนะ ว่าให้เขารับรู้ไปเลยว่าเรารู้แผนชั่วนี่ เขาจะได้เปิดเผยตัวเสียที จะได้ไม่ลอบกัดอีก"“แล้วห้องที่ถูกวางยาพิษล่ะ ต้องทำอะไรบ้าง”“เรื่องนี้ไม่ยากเพคะ ที่ให้ปิดไว้ เพราะพิษจะได้ไม่ระเหยออกมาภายนอก มาจากกำยาน ก็แก้ด้วยกำยาน คืนนี้หม่อมฉันจะทำยาถอนพิษ และให้เอาไปจุดวันพรุ่งนี้ ก็ไม่มีปัญหาแล้วเพคะ”“แต่ว่าตอนนี้มันดึกแล้วนะ เจ้าพึ่งจะฟื้นจากพิษขึ้นมา”“ไม่เป็นไรเพคะ ใช้เวลาแค่ไม่นาน สมุนไพรและของที่ต้องใช้มีอยู่แล้ว อันเหมยก็พร้อมแล้ว เดี๋ยวหม่อมฉันจะไปห้องยา เพื่อปรุงยาเพื่อแก้พิษให้ในห้องเพคะ พระองค์ พักผ่อนไปก่อนน
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status