Share

ระดับศาสตราจารย์

last update Dernière mise à jour: 2026-01-07 01:08:26

“ฝากเจ้าค่ะ ข้ากำลังจะไปเดินหาร้านรับฝากตำลึงอยู่พอดี ขอบคุณเถ้าแก่เนี้ยมากนะเจ้าคะ ที่กรุณาแนะนำและเป็นธุระจัดการให้ข้าด้วยตนเอง” จางเย่วชิงก้มหัวลงขอบคุณเถ้าแก่เนี้ยด้วยความขอบคุณอย่างสุดหัวใจ

           “อืม ข้ายินดี หากมีเครื่องประดับที่งดงามอีก เจ้าสามารถมาพบข้าได้ทุกเมื่อ และเมื่อใดที่เจ้าอยากจะรับซื้อคืนก็มาติดต่อได้หากข้ายังไม่ขายให้ผู้ใด ข้าก็ยินดีที่จะขายคืนให้เจ้าในราคาเดิม”

           น้ำเสียงอบอุ่นคล้ายคลึงกับสหายของนางที่ตายจากกันมาในภพนู้น ทำให้เย่วชิงน้ำตาเอ่อคลอทั้งสองข้าง ความรู้สึกในยามนี้เต็มไปด้วยความตื้นตันใจ ที่ได้รับความกรุณาจากคนแปลกหน้ามากถึงเพียงนี้

           “ขอบพระคุณเถ้าแก่เนี้ยมากเจ้าค่ะ ท่านจิตใจดีสมคำร่ำลือที่ชาวเมืองกล่าวขานถึงท่าน บุญคุณในครั้งนี้ข้าขอมอบการคารวะให้ท่านด้วยใจจริง”

           จางเย่วชิงก้มหัวลงขอบคุณเถ้าแก่เนี้ยอีกครั้ง ด้วยความรู้สึกเต็มตื้นในอก นางมองออกว่าผู้ใดกระทำด้วยความจริงใจหรือเสแสร้งเพื่อหาผลประโยชน์ ซึ่งเถ้าแก่เนี้ยผู้นี้มีแต่แววตาเอื้ออาทรมอบให้นาง ดียิ่งกว่าคนในครอบครัวที่ปล่อยปละละเลยและทิ้งขว้างนางมาตั้งแต่เยาว์วัย

           เมื่อได้ตั๋วเงินที่ลงลายมือชื่อจากร้านเฟิ่งหวงเรียบร้อยแล้ว จางเย่วชิงก็เอ่ยลาเถ้าแก่เนี้ยผู้ใจดี แล้วเดินกลับไปตลาดสดเพื่อหาซื้ออาหารและของใช้ที่จำเป็น เพื่อใช้ในการหลบหนีออกนอกเมืองหลวงในอีกหนึ่งอาทิตย์ข้างหน้า

           ที่นางยังไม่ออกเดินทางเสียวันนี้พรุ่งนี้ เพราะต้องพักฟื้นร่างกายที่บอบบางอ้อนแอ้นให้แข็งแรงเสียก่อนที่จะต้องออกเดินทางไกล หากพบเจอโจรผู้ร้ายจะได้เอาตัวรอดได้ ขืนนางดื้อรั้นจะหลบหนีออกไปทั้ง ๆ ที่ตนเองยังอ่อนแอ อาจจะพลาดพลั้งต่ออันตรายที่มิรู้ได้ว่าจะมาถึงเมื่อไหร่ ในยุคที่ไม่ได้มีจารึกไว้ในประวัติศาสตร์เยี่ยงนี้ยิ่งต้องระมัดระวังมากเป็นพิเศษ

           จุดหมายปลายทางของเย่วชิงคือเมืองเสิ่นหนาน เมืองใหญ่ที่อยู่ถัดจากเมืองหลวงไปทางทิศใต้ประมาณ 3 เมือง ระยะห่างจากเมืองหลวงราว ๆ 200 ลี้[1]

           จางเย่วชิงตั้งใจไปปักหลักใช้ชีวิตใหม่อยู่ที่เมืองเสิ่นหนาน ทันทีที่ไปถึงนางจะดำเนินการเปลี่ยนแซ่ มาใช้แซ่เดิมของมารดา เพราะบิดาผู้นั้นทำหนังสือตัดขาดนำมามอบให้นางตั้งแต่ครั้งยังอยู่ที่จวนตระกูลจางแล้ว จึงไม่มีเหตุที่นางจะยังใช้แซ่ของเขาอยู่

ตลาดใจกลางเมืองหลวง     

           ร้านที่เย่วชิงตั้งใจเข้าไปเลือกซื้อเป็นอันดับแรก คือ ร้านขายยาสมุนไพร อดีตสายลับหญิงขององค์กร FBI มีอีกอาชีพหนึ่งที่นางปกปิดตัวตนเอาไว้อย่างมิดชิด คือ การเป็นนักวิจัยยาระดับหัวกะทิขององค์กรยาแห่งสหประชาชาติ

จางเย่วชิงเป็นศาสตราจารย์อายุน้อยที่มีระดับไอคิวของสมองมากเกิน 200 นางสามารถคิดค้นสูตรยาทั้งแผนปัจจุบันและแผนโบราณได้มากกว่า 1,000 สูตร ในระยะเวลาเพียง 2 ปีเท่านั้น

ความสามารถที่โดดเด่นอีกอย่างหนึ่ง จนกระทั่งคนในองค์กรยาต่างยอมรับในฝีมือของนาง คือ เย่วชิงสามารถปรุงยาอัดเม็ดโดยใช้เทคโนโลยีทางวิทยาศาตร์ ทั้งยังสามารถปรุงยาอัดเม็ดแบบวิธีโบราณด้วยความเชี่ยวชาญ ด้วยระดับไอคิวที่มากกว่าคนปกติ นางจึงสามารถจดจำทุกอย่างที่เรียนรู้มาได้อย่างรวดเร็ว

คุณภาพของเม็ดยาแผนโบราณที่จางเย่วชิงลงมือปรุงด้วยตนเองทุกขั้นตอน ไร้ซึ่งเทคโนโลยีใด ๆ เข้ามาช่วยเหลือ ได้รับการยอมรับจากสมาคมแพทย์แผนโบราณระดับโลก ดังนั้นอาชีพที่นางจะทำมาหากินเลี้ยงดูตนเองกับจูลี่สาวใช้คนสนิท ก็คือ ผลิตยาอัดเม็ดส่งขายตามร้านขายยา และส่งลงประมูลบ้างในบางครั้งนั่นเอง

ตำลึงจำนวนมากที่ได้รับจากการขายหยกจักรพรรดิ บางส่วนนางจะเก็บไว้ซื้อจวนขนาดกลางในเมืองเสิ่นหนาน เมืองที่นางตั้งใจไปปักหลักอาศัยอยู่ถาวร ส่วนที่เหลือทั้งหมดก็เก็บไว้เป็นทุนสำรองในชีวิต

            เป้าหมายของจางเย่วชิงในภพนี้ คือ การเป็นสตรีที่ร่ำรวย แต่ไม่เปิดเผยตัวตนว่าร่ำรวย นางจะใช้ขีวิตอยู่อย่างสงบสุขและเรียบง่ายกับสาวใช้คนสนิท ประหนึ่งเกษียณอายุจากงานที่ตรากตรำมาเนิ่นนานหลายปี

ร้านต่อมาที่เย่วชิงตั้งใจจะเข้าไปเลือกซื้อสิ่งของที่จำเป็น คือ ร้านขายอุปกรณ์การเขียนหนังสือและตำราต่าง ๆ นางต้องการกระดาษ น้ำหมึก ที่ฝนหมึก และพู่กันเพื่อเขียนใบหย่าวางไว้ให้สวามีใจร้ายผู้นั้นโดยเร็วที่สุด ก่อนที่นางกับสาวใช้จะหลบหนีออกไปจากตำหนักร้างในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

ร้านถัดมาที่เย่วชิงเดินเข้าไปเลือกซื้อด้วยความสนใจมากที่สุด คือ ร้านขายอาวุธร้านใหญ่ที่สุดในเมืองหลวง เพราะนางต้องการอาวุธหลากหลายชนิดที่คุณภาพดี ครั้นปักหลักที่เมืองเสิ่นหนานแล้ว ถึงจะลงมือประดิษฐ์อาวุธบางอย่างที่สามารถกระทำเองได้ ทว่ายามนี้เป็นเวลาเร่งด่วนจำต้องหาซื้อไปให้ครบครันก่อนออกเดินทางไกล

เมื่อได้สิ่งของจำเป็นทุกอย่างตามที่ต้องการครบถ้วนทั้งหมดแล้ว เย่วชิงจึงเดินกลับมาสั่งซื้อผักและของสดอื่น ๆ จากแม่ค้าวัยกลางคนผู้กว้างขวางในตลาดสด แล้วรีบเดินทางกลับเข้าตำหนักร้าง เมื่อแสงสว่างจากพระอาทิตย์สว่างเจิดจ้าจนเต็มดวง

ฝีเท้าที่เงียบกริบเร่งรุดหายเข้าไปยังทิศทางที่ไม่ค่อยมีผู้คนสัญจรไปมา หากไม่มีวรยุทธ์ก็คงมองไม่ออกว่าสิ่งที่เคลื่อนตัวผ่านไปนั้นเป็นคนหาใช่สายลมที่พัดผ่านมา

วิชาตัวเบาที่อาจารย์จากประเทศจีนในยุคที่จากมา เคยสั่งสอนเอาไว้จนกระทั่งร่างกายของนางบอบช้ำไปหลายเดือน กว่าจะฝึกฝนผ่านหลักสูตรที่อาจารย์ผู้เข้มงวดกำหนดเอาไว้ ยามนี้นางได้นำมาใช้อย่างเต็มความภาคภูมิใจแล้ว

[1] 200 ลี้ ประมาณ 100 กิโลเมตร

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • ทะลุมิติมาเป็นพระชายาไร้ค่า   ตอนพิเศษ

    วันเวลาผันผ่าน จวบจนกระทั่งสองปีผ่านไป เย่วชิงกับหยางหนิงเฉิงได้ออกเดินทางไปตามหาดอกบัวสีเลือดในกลางป่าลึก ที่ติดแถบชายแดนแคว้นซ่ง ตามที่เย่วชิงตั้งใจเอาไว้เมื่อครั้งย้ายมาปักหลักอยู่เมืองเสิ่นหนานครั้งแรก เพราะเย่วชิงต้องการปรุงยาถอนพิษที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดให้สำเร็จจงได้ ในคราแรกนางตั้งใจจะปรุงยาถอนพิษเพื่อนำไปประมูลหาตำลึงมาเลี้ยงดูผู้ติดตามทั้งสามคน แต่หลังจากแต่งงานกับจวิ้นอ๋องผู้ร่ำรวย นางก็ตั้งใจปรุงเอาไว้ให้สวามีใช้งานกับองครักษ์ของเขา จะได้ไม่มีผู้ใดจากไปเพราะพิษร้าย ซึ่งยามนี้ชายแดนแคว้นซ่งก็เงียบสงบดี เพราะรัชทายาทซ่งฉางอี้ นำสัญญาลงนามที่เป็นหลักประกันฉบับคัดลอก กลับไปให้ฮ่องเต้แคว้นซ่งอ่านอย่างละเอียดถี่ถ้วน นับจากวันนั้นเป็นต้นมา ไส้ศึกที่แฝงตัวอยู่ในแคว้นเหว่ยหยางก็ถูกเรียกตัวกลับแคว้นซ่งทั้งหมด วันนี้เป็นวันที่ห้าของการเดินทางในป่า หยางหนิงเฉิงกำลังอยู่ในอาการคิดถึงคนตัวหอมจนอดทนเกือบไม่ไหว เขาเดินทางรอนแรมในป่ามาห้าวัน ถึงจะได้นอนกอดร่างนุ่มนิ่มทุกค่ำคืน แต่ทว่าไม่สามารถกระทำการสิ่งใดนอกเหนือจากนั้นได้ เพราะต้องพักแรมรวมกับองครักษ์ท

  • ทะลุมิติมาเป็นพระชายาไร้ค่า   บทสรุปทุกเรื่องราว (ตอนจบ)

    “เย่วเอ๋อร์เจ้าห้ามนึกชื่นชมรัชทายาทในใจเป็นอันขาด ข้าหวงรู้หรือไม่เล่า เขารูปงามจนคุณหนูทั้งเมืองหลวงลงความเห็นว่าเขาเป็นบุรุษที่สตรีหมายปองเป็นอันดับหนึ่ง”เสียงพึมพำเอ่ยขึ้นแผ่วเบา เพราะไม่กล้าสั่งการชายาแสนรักให้ทำตามที่ตนเองต้องการ เนื่องจากหวั่นเกรงว่านางจะอึดอัดใจที่มีสวามีขี้หึงขี้หวงถึงเพียงนี้ เขาก็พึ่งรู้ตัวว่าตนเองเป็นบุรุษขี้หึงเมื่อมีนางเข้ามาในชีวิต“เจ้าค่ะ ข้าจะคิดถึงแต่ท่านพี่เพียงผู้เดียว”กล่าวจบแขนเรียวเล็กก็เข้าไปกอดรัดเอวสอบของบุรุษขี้น้อยใจ ใบหน้างดงามซุกซบอยู่กับกล้ามอกแน่น ๆ ที่นางชื่นชอบ เย่วชิงรู้ดีว่าเขาไม่สบายใจทุกครั้งที่นางต้องพบปะกับบุรุษอื่น ตัวก็โตเพียงนี้ เหตุใดจึงขี้ใจน้อยและขี้หวงอย่างกับเด็กห้าขวบก็มิปาน“อืม ข้าเชื่อใจเจ้า”ข้อนิ้วสากระคายเกลี่ยแก้มเนียนใส ที่วันนี้แต่งแต้มสีสันบางเบาเพิ่มเติม ทำให้ใบหน้าที่หวานซึ้งเป็นทุนเดิมยิ่งงดงามหวานซึ้งยิ่งกว่าเดิม จนจิตใจของเขาแทบไม่อยู่กับเนื้อกับตัวยามบ่ายมาเยือน รถม้าคันใหญ่ที่มีตราสัญลักษณ์ของวังหลวง แล่นเข้ามาจอดบริเวณหน้าจวนหลังใหญ่ พร้อมกับรถม้าอีกสองคันที่มีตราสัญลักษณ์ประจำจวนแม่ทัพ และจวนของท่

  • ทะลุมิติมาเป็นพระชายาไร้ค่า   ผู้มาเยือน

    เมืองหลวง เหยี่ยวสื่อสารสีดำตัวใหญ่ของจวิ้นอ๋องหยางหนิงเฉิง บินมาส่งสาส์นลับสำคัญในตำหนักหลวงเมื่อกลางดึก ที่อุ้งเท้าของเหยี่ยวตัวใหญ่มีสาส์นสีแดงพันหุ้มข้อเท้าไว้อย่างแน่นหนา องครักษ์เงาในสังกัดองครักษ์เสื้อแพรเห็นเช่นนั้นจึงยืนรอรับเหยี่ยวสื่อสาร เพื่อจะได้นำความไปแจ้งแก่หลงขันที ฮ่องเต้หยางหนิงเทียนลุกขึ้นมาจากเตียงบรรทมส่วนพระองค์ ซึ่งวันนี้ไร้ซึ่งสตรีข้างกาย เนื่องจากพระองค์ทรงเหนื่อยล้าจากการทรงงานแทนชินอ๋อง อนุชาที่กำลังล้มป่วยจากอาการตรอมใจ จนกระทั่งไม่สามารถทำงานที่ได้รับมอบหมายได้เลยสักอย่าง พระองค์จึงรับสั่งให้ชินอ๋องหยางหนิงหลงพักงานราชการทุกอย่าง จนกว่าอาการทางจิตใจจะดีขึ้น งานเอกสารทุกอย่างพระองค์จึงต้องนำมาสะสางแทน ในส่วนงานทางกองทัพจึงมอบหมายให้เป็นหน้าที่ขององค์รัชทายาทหยางเฟยเทียนมาสานต่อ จนกว่าชินอ๋องจะอยู่ในสภาวะร่างกายและจิตใจที่พร้อมรับผิดชอบต่อหน้าที่ เพราะหน้าที่ขุนศึกไม่มีผู้ใดเหมาะสมไปกว่าชินอ๋องหยางหนิงหลงอีกแล้ว เมื่อฮ่องเต้ได้ยินเสียงเรียกขานจากขันทีคนสนิทอยู่นอกประตูตำหนัก พระองค์จึงลืมตาตื่นขึ้นมาทัน

  • ทะลุมิติมาเป็นพระชายาไร้ค่า   สัจจะ

    มือเรียวสาละวนปรุงยาอย่างเร่งรีบ โดยมีจูลี่เข้ามาเป็นผู้ช่วยหยิบจับสมุนไพร ใช้เวลาเพียงไม่นาน เม็ดยาสีเขียวเข้มก็หลอมรวมเป็นเม็ดอยู่ในเตาหลอมยาจำนวนสิบสองเม็ด เย่วชิงต้องเร่งรีบปรุงซ้ำอีกถึงสองรอบเพื่อให้ได้ยาถอนพิษในจำนวนที่มากพอต่อความต้องการร่างบางรีบพุ่งทะยานกลับเข้ามาในจวนย่านชานเมืองเสิ่นหนานของรัชทายาทซ่งฉางอี้ ยาถอนพิษที่พึ่งปรุงเสร็จใหม่ ๆ ถูกป้อนเข้าปากหยางหนิงเฉิงเป็นคนแรก จากนั้นจึงแจกจ่ายให้องครักษ์เจียงหยวนและองครักษ์พยัคฆ์เงาทุกคนอย่างเร่งด่วน เพราะทุกคนอยู่ในสภาพที่กำลังเจ็บปวดส่วนนั้นของบุรุษ จนกระทั่งหน้าเขียวคล้ำลงอย่างเห็นได้ชัดเย่วชิงไม่ได้สนใจนำยาถอนพิษไปมอบให้กับบุรุษทั้งสิบสองคน ที่นั่งหมดเรี่ยวแรงอยู่อีกฟากฝั่งของห้องโถง เพราะนางต้องการให้หยางหนิงเฉิงไปจัดการเรื่องนี้ด้วยตนเองเหตุการณ์ในครั้งนี้ที่ผิดพลาดต้องยอมรับว่าเกิดจากหยางหนิงเฉิงที่ใจร้อนวู่วาม ทั้ง ๆ ที่ในยามปกติมักจะใจเย็นอยู่เสมอ ทั้งยังใจอ่อนเพียงเพราะคิดว่าสัจจะของบุรุษสามารถใช้ได้กับทุกคน จนตัวเองเกือบเอาชีวิตแทบไม่รอดหรืออาจจะเพราะเขาไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับกลการเมืองระหว่างสองแคว้น เพื่อลดความหว

  • ทะลุมิติมาเป็นพระชายาไร้ค่า   สาดมาสาดกลับไม่โกง

    “ตกลงจวิ้นอ๋อง ข้าจะกลับไปแคว้นของข้าทันทีที่รุ่งเช้ามาเยือน ท่านวางดาบของท่านลงเสียเถิด ทุกสิ่งทุกอย่างข้ารับรู้และยินดีที่จะปฏิบัติตาม เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาใหญ่ไปมากกว่านี้ ตัวข้าก็ไม่ต้องการให้กระทบกับสัญญาลงนามที่ไท่ซ่างหวงทั้งสองแคว้นได้ลงนามต่อกัน” ซ่งฉางอี้เอ่ยออกมาอย่างว่าง่าย หากพิจารณาดูให้ดีจึงจะรู้สึกได้ถึงความผิดปกติในน้ำเสียง เพราะรัชทายาทผู้นี้ถนัดนักเรื่องการเจรจา แน่นอนว่าเงาดำสายหนึ่งที่หลบซ่อนตัวอย่างมิดชิด ทั้งยังเก็บลมหายใจอย่างดี ย่อมรู้สึกได้ถึงความไม่ชอบมาพากลในน้ำเสียงที่ได้ยิน “สัจจะลูกผู้ชาย หวังว่าองค์รัชทายาทเช่นท่านจะพึงระลึกถึงอยู่เสมอ” หยางหนิงเฉิงหาใช่บุรุษที่คิดเล็กคิดน้อย ถึงจะมีเขี้ยวเล็บ แต่ก็ไม่ใช่บุรุษที่มีความละเอียดถี่ถ้วนจนกระทั่งเข้าถึงอารมณ์ของผู้อื่นสักเท่าไร เนื่องจากเขาอาศัยอยู่เพียงลำพังมาเนิ่นนานตั้งแต่มารดาตายจากไป สิ่งเดียวที่เขามีจนมากล้นคือพละกำลังทางกายและวรยุทธ์อันล้ำเลิศ เมื่อมองเห็นว่าองครักษ์ในหน่วยพยัคฆ์เงาทั้ง 30 นาย สามารถปิดล้อมจวนหลังนี้เอาไว้จนเสร็จสิ้น บุรุษองอาจที่ถือดาบเตรียมบ

  • ทะลุมิติมาเป็นพระชายาไร้ค่า   บุกถึงที่

    หยางหนิงเฉิงกับหวางเย่วชิงใช้เวลาร่วมกันในห้องอาหารส่วนตัวของเหลาอาหารฟู่เจิง โดยไม่ได้สนใจบุรุษและสตรีการละครพวกนั้นอีกเลย อาหารหน้าตาน่ารับประทานถูกยกมาบริการพร้อมกับสุราเลิศรสกาใหญ่ เย่วชิงตาโตเบิกกว้างขึ้นเมื่อได้เห็นของที่เคยโปรดปรานมาตั้งวางอยู่ตรงหน้า แน่นอนว่าอดีตสายลับสาวแห่งองค์กรข้ามชาติ ย่อมมีเรื่องพบปะสังสรรค์ทั้งกับเพื่อนฝูงที่เป็นชายฉกรรจ์เกือบทั้งหมด และร่วมดื่มสังสรรค์กับเป้าหมายที่เข้าไปแฝงตัวในการทำภารกิจอยู่บ่อยครั้ง จนกระทั่งเพื่อนฝูงเรียกขานกันว่า ‘เย่วชิงคอทองแดง’ “กินข้าวก่อนเย่วเอ๋อร์จากนั้นค่อยดื่ม ประเดี๋ยวจะปวดท้องเอาได้ สายตาของเจ้าบ่งบอกว่าชื่นชอบการดื่มสุรายิ่งนัก” น้ำเสียงห่วงใยกล่าวขึ้น เมื่อเห็นสายตาตื่นเต้นดีใจของนางที่กำลังจ้องมองกาสุราที่เขาสั่งมาไม่วางตา หยางหนิงเฉิงจดจำได้ว่านางอยากดื่มสุราเลิศรส เขาจึงอยากเอาใจ เพราะดื่มในขณะที่เขานั่งอยู่ด้วยก็ไม่มีสิ่งใดต้องเป็นกังวล “ไม่ขนาดนั้นหรอกเจ้าค่ะ เพียงแค่ข้าไม่ได้ดื่มสุรามานานมากแล้ว พอได้กลิ่นสุราจึงรู้สึกตื่นเต้นนิดหน่อยก็เท่านั้น” คนที่บอกว่า

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status