Share

เผาให้วอด

last update Tanggal publikasi: 2026-01-07 01:10:23

“คุณหนูท่านฆ่าพวกเขาไม่ได้นะเจ้าคะ เพราะพวกเราสองคนจะถูกตามล่าจนหาความสงบในชีวิตไม่เจออีกเลย เราสองคนต้องมีชีวิตที่สงบสุขตามที่ท่านตั้งใจไว้แต่แรกนะเจ้าคะ”

          จูลี่เห็นอาการโกรธแค้นในแววตาของสตรีผู้มาสวมร่างคุณหนูผู้น่าสงสาร จึงเอ่ยเตือนสติออกไปด้วยความรักและหวังดีจากใจจริง

“หึหึ จูลี่เจ้านี่ช่างเฉลียวฉลาดยิ่งนัก ข้าแค่กำลังคิดว่าจะเผาตำหนักใหญ่ให้สิ้นซากก่อนจากไป เจ้าก็รู้ทันข้าก่อนเสียนี่กระไร”

จางเย่วชิงแทบจะหลุดเสียงหัวเราะออกมาในสถานการณ์ที่กำลังรู้สึกโกรธแค้นเช่นนี้ เพียงแค่เห็นสีหน้าของนาง จูลี่ก็อ่านออกไปถึงไหนต่อไหนแล้ว ช่างเป็นสตรีที่เฉลียวฉลาดจริง ๆ

“เผาไม่ได้นะเจ้าคะ ประเดี๋ยวจะเป็นเรื่องใหญ่ กลายเป็นอาญาแผ่นดินมีโทษถึงประหารชีวิต เพราะที่นี่เป็นตำหนักพระราชทานจากองค์ฮ่องเต้” จูลี่รีบอธิบายให้คุณหนูคนใหม่เข้าใจในกฏของบ้านเมืองในยุคนี้

“ฮ่าฮ่า ข้าไม่ทำอะไรโง่ ๆ เช่นนั้นหรอกจูลี่ แต่หากทำจริง ๆ ก็ไม่มีใครจับได้ว่าเป็นฝีมือของข้า”

            เย่วชิงพูดออกมาทีเล่นทีจริง เพราะนางอาจจะลงมือสักจุดพอให้แตกตื่นกันทั้งตำหนัก ในเมื่อยามนี้ยังไม่สามารถระบุตัวตนผู้ที่วางยาพิษร่างนี้ได้ บ่าวไพร่ในตำหนักชินอ๋องก็คงต้องรับผิดชอบร่วมกันทุกคน!!

           “คุณหนู!!” จูลี่เอ่ยออกมาอย่างคร้านจะห้ามปรามเจ้านาย ที่ท่าทางจะดื้อรั้นและแสนซนเป็นที่หนึ่ง

          ยิ่งเห็นมุมปากงามอมยิ้มออกมาอย่างมีเลศนัย นางยิ่งเป็นกังวล เห็นทีว่าคุณหนูผู้นี้คงจะซุกซนกว่าที่นางคาดการณ์เอาไว้เป็นแน่ ทั้งยังมีแววตาดุดันโหดเหี้ยมยามที่โมโห ไม่ต่างไปจากแววตาของผู้ทรงอำนาจ ยามที่ต้องการลงทัณฑ์ผู้กระทำผิดก็มิปาน จูลี่อยากให้ถึงวันที่ต้องหลบหนีจากไปโดยเร็ว คุณหนูของนางจะได้ไม่กระทำเรื่องที่เสี่ยงต่อชีวิตอย่างที่นางเป็นกังวล

           “หึหึ จูลี่ เจ้าทำใจให้สงบเข้าไว้ ข้าผู้นี้คิดอ่านสิ่งใด ย่อมไม่ทำให้ตนเองเดือดร้อน” น้ำเสียงใสกังวานเอ่ยออกมาพร้อม ๆ กับรอยยิ้มซุกซนที่มุมปาก

           กลางดึกสงัดของค่ำคืนนี้ มีเงาดำสายหนึ่งเคลื่อนที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว กระทั่งเวรยามในตำหนักชินอ๋องที่มีวรยุทธ์อยู่บ้างก็ไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนว่าเป็นสิ่งใดกันแน่ 

           เงาดำสายนั้นหายเข้าไปทางด้านหลังโรงครัวใหญ่ของตำหนักชินอ๋อง สถานที่ที่เต็มไปด้วยเสบียงอาหาร ทั้งของแห้งและของสด ประกายไฟที่เกิดจากการเผาไหม้บางอย่างได้เปล่งแสงออกมาเพียงน้อยนิด เพื่อไม่ให้มีผู้ใดมาพบเห็นก่อนที่ทุกอย่างจะวอดวายตามที่ต้องการ

        

          รุ่งเช้าวันใหม่มาเยือน จูลี่ได้ยินเสียงร้องตะโกนโหวกเหวกโวยวายดังมาจากเรือนครัวใหญ่ของตำหนักชินอ๋อง เมื่อมองไปยังทิศทางของตำหนักใหญ่ ก็เห็นกลุ่มควันจำนวนมากลอยขึ้นบนท้องฟ้า เห็นทีว่าจะเกิดเหตุการณ์บางอย่างที่โรงครัวตั้งแต่เมื่อคืน เพราะประกายไฟได้มอดไปแล้วหลงเหลือเพียงกลุ่มควันจำนวนมาก ที่ต้องพึ่งพาสายลมให้พัดพาออกไป

           ณ ลานหน้าตำหนักร้าง จางเย่วชิงยังคงฝึกวิชาต่อสู้ตั้งแต่เช้ามืดดังเช่นวันวานที่ผ่านมา วันนี้นางฝึกออกอาวุธมีดสั้นที่พึ่งซื้อมาจากร้านขายอาวุธ ข้อมือเล็ก ๆ ของนางสะบัดมีดสั้นเข้าสู่ใจกลางเป้ากระดาษ ที่วาดขึ้นมาเองให้คล้ายกับเป้ายิงปืนระยะไกล

           “ฝีมือคุณหนูหรือเจ้าคะ”

           “อืม อยากหวงอาหารดีนัก ข้าเลยช่วยจัดเก็บให้สิ้นซาก พวกเขาจะได้ไม่ต้องมากังวลว่าข้าจะไปแย่งกิน”

           เสียงราบเรียบตอบกลับมาอย่างไม่ยินดียินร้ายในการกระทำ หากจะให้จิตใจของนางสงบลงได้ ย่อมต้องมีผู้ที่ได้รับผลกรรมเสียบ้าง เพราะนางก็ไม่ใช่พระโพธิสัตว์ที่มาคอยอโหสิกรรมให้แก่ผู้คนที่คิดร้ายต่อนางครั้งแล้วครั้งเล่า

           มูลเหตุที่นำไปสู่การลงมือในยามดึกที่ผ่านมา เกิดจากความโกรธแค้นที่เกินกว่ามนุษย์ผู้หนึ่งจะยินยอมได้อีกแล้ว ทั้ง ๆ ที่เย่วชิงคิดจะปล่อยวางและเดินจากไปอย่างเงียบเชียบแล้วแท้ ๆ

           แต่ทว่าเมื่อวานนี้ในยามบ่ายคล้อย พ่อบ้านฉีได้เดินมาแจ้งจูลี่ถึงตำหนักร้าง เรื่องที่ชินอ๋องหยางหนิงหลงพระสวามีไร้ใจผู้นั้น สั่งงดส่งอาหารให้พวกนางทั้งสองคน รับสั่งให้หากินกันเองห้ามไปยุ่งเกี่ยวกับห้องครัวของตำหนักใหญ่อย่างเด็ดขาด

           “ท่านไม่กลัวพ่อบ้านฉีสงสัยหรือเจ้าคะ เมื่อวานเขาพึ่งเดินมาแจ้งข่าวถึงที่นี่เรื่องการงดส่งอาหาร”

           จูลี่เอ่ยถามออกไป เนื่องจากนึกหวาดกลัวว่าคนของชินอ๋องจะตามมาเอาเรื่องพวกนางทั้งสองคน จนกระทบต่อการหลบหนีออกจากตำหนักร้างแห่งนี้

           หากพวกนางถูกจับคุมขังเอาไว้ เห็นทีคงหนีไม่พ้นที่จะต้องตายอย่างอนาถในคุกมืด ที่มีคนคุ้มกันอย่างหนาแน่น ถึงแม้นมีปีกก็คงไม่สามารถหลบหนีออกไปได้ แต่จูลี่ไม่รู้เลยว่าคุณหนูของนางไม่จำเป็นต้องใช้ปีกก็สามารถหลบหนีจากที่คุมขังได้ทุกที่

           “สงสัยแล้วอย่างไร สตรีโง่เง่าหัวอ่อนที่พวกเขาปรามาสเอาไว้จะลงมือได้เฉียบขาดเพียงนั้นเชียวหรือ เวรยามก็มีอยู่ทั่วตำหนัก ข้าก็อ่อนแอเพียงนี้จะไปทำการสิ่งใดได้”

           แววตายิ้มเยาะเผยออกมา หากคนเหล่านั้นคิดจะปรักปรำนาง ก็แสดงว่ายอมรับ ว่าตนเองพ่ายแพ้ต่อสตรีโง่เงาที่พวกเขาเคยปรามาสเอาไว้กระนั้นหรือ เหล่าคนที่อวดดีและจิตใจชั่วร้ายย่อมไม่มีทางยอมรับเด็ดขาด ว่าตนเองพลาดพลั้งให้สตรีอ่อนแอ

           “เฮ้อ คุณหนู ท่านช่างซุกซนยิ่งนัก ข้าล่ะเกรงว่าคนพวกนั้นจะปรักปรำท่านโดยไม่คิดสิ่งใดให้ถี่ถ้วน”

           “หึหึ ข้าทำหรือไม่ได้ทำ คนเหล่านั้นก็หาเรื่องมาปรักปรำข้าอยู่แล้ว สู้ลงมือเลยไม่ดีกว่าหรือ ทว่าหากคนเหล่านั้นยกโขยงมาก่อกวนข้าถึงที่นี่ ข้าจะเผาให้วอดทั้งตำหนัก ไม่หลงเหลือสิ่งใดไว้ให้นายของพวกมันดูต่างหน้าสักเพียงนิด ข้าก็อยากจะรู้เหมือนกันว่า ความแค้นระหว่างชินอ๋องกับข้าจะไปสิ้นสุดอยู่ที่ใด”

           น้ำเสียงเข้ม ๆ เอ่ยออกมาจากสตรีรูปร่างบอบบาง ที่มีจิตใจหนักแน่นยิ่งกว่าหินผา จนบุรุษผู้หนึ่งที่หลบซ่อนอยู่ในเงามืดอย่างมิดชิดถึงกับสะท้านในหัวใจ เมื่อได้ยินคำพูดกล้าหาญเช่นนี้

           ‘ทั้งงดงาม ทั้งกล้าหาญ ข้าจะรอวันที่เจ้าหย่าขาดสำเร็จ และจะช่วยเจ้าหลบหนีให้พ้นทางของคนโง่เขลาเอง’

           ท้ายที่สุดก็ไม่มีใครมายุ่งเกี่ยวกับพวกนางทั้งสองคน คงจะเป็นเช่นที่จางเย่วชิงกล่าว ความคิดของบ่าวไพร่ในตำหนักชินอ๋องล้วนเห็นว่าพระชายาจางเย่วชิงโง่เง่าอ่อนแอ ไฉนเลยจะสามารถลักลอบเข้าไปเผาโรงครัวของตำหนักใหญ่ที่มีเวรยามเดินตรวจตราอย่างเข้มงวดได้ ถึงแม้ชั่วขณะหนึ่งพ่อบ้านฉีจะนึกสงสัยพระชายาผู้อ่อนแอกับสาวใช้คนสนิทอยู่บ้าง แต่เขาก็สลัดความคิดนั้นออกจากหัวไปโดยเร็ว

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทะลุมิติมาเป็นพระชายาไร้ค่า   บทส่งท้าย NC ตอนปลาย (จบบริบูรณ์)

    “นอนเอากันที่นี่ทั้งวันทั้งคืนก่อนนะครับ พรุ่งนี้เช้าค่อยกลับบ้าน จะได้ร้องดัง ๆ ไม่ต้องกลัวคนได้ยิน” ชางอี้เหวินตอกท่อนลำขนาดใหญ่เข้าร่องสาวเป็นจังหวะเนิบนาบ ตอกตรึงกายสาวไว้จนแน่นช่องทางรัก ปากก็เอ่ยบอกความต้องการของเขาเสียงแหบพร่า “อื้อ มันจุก” ชายหนุ่มใช้นิ้วมือบดขยี้เม็ดเชอรีที่อยู่เหนือท่อนเนื้อของเขาเต็มแรง ร่องหลืบสาวก็ขมิบตอดระรัว เพราะถูกใจในความเสียวซ่านที่ได้รับเพิ่มมากขึ้น ทุกจุดในร่างกายเป็นเขาที่รับรู้ว่าเธอชอบให้ปฏิบัติแบบไหน จุดใดที่ไวต่ออารมณ์เขานั้นช่ำชองทุกอย่าง “รูร่าน ๆ นี้ อาจะเสียบไว้ทั้งคืนเลย” ยิ่งชายหนุ่มพูดจาแทะโลมหยาบคายใส่ หญิงสาวก็ยิ่งขมิบตอดท่อนเอ็นของเขาจนคับแน่นถึงใจ กายหนุ่มสั่นกระตุกอย่างแรง เพราะน้ำรักใกล้จะไหลทะลักออกมาเต็มที “อ่าส์ เด็กแสบ” ชางอี้เหวินปลดปล่อยน้ำเชื้อเข้าไปในกายของซูหลิงจนหมดทุกหยาดหยด แต่ก็ยังไม่ได้ถอดถอนความแข็งขืนออกจากรูแคบ สะโพกสอบยังคงบดควง ขยับเข้าออกไปมาอย่างเมามันต่อเนื่อง เสียงตอกตรึงบดอัด ขยับเข้าออกยังคงดังต่อเนื่องจนถึงช่วงเวล

  • ทะลุมิติมาเป็นพระชายาไร้ค่า   บทส่งท้าย NC ตอนต้น (จบบริบูรณ์)

    “กลับบ้านกันเถอะค่ะ เบื่อคนนั่งเก๊กหล่อโชว์สาว” เสียงหวาน ๆ บ่นหงุงหงิง อยู่ข้าง ๆ หูของชางอี้เหวิน จนเขาอยากรวบกอดร่างบางมาแนบกาย แล้วพากลับขึ้นห้องพักวีไอพีของโรงแรมเสียเดี๋ยวนี้ “แวะบริษัทก่อนได้ไหมครับ อยู่ใกล้นิดเดียว” สายตาโลมเลียกระหายรัก จ้องมองเนินอกอวบอิ่ม ที่ล้นทะลักออกมาจากชุดเดรสปาดไหล่สีหวาน ที่ซูหลิงได้เข้าไปเปลี่ยนในมิติ ก่อนจะลงมาพบกับชายหนุ่มที่ล็อบบี้ของโรงแรม “กลับห้องพักของโรงแรมก็ได้นะคะ ยังไม่ได้เช็กเอาต์ออกจากห้องพักสักหน่อย” เสียงยั่วเย้าอารมณ์กระซิบอยู่ข้าง ๆ หูสามีหนุ่มรูปหล่อ เธอจะประกาศความเป็นเจ้าของ ให้พวกสาว ๆ ที่กำลังแอบมองให้ได้รู้กันว่า ผู้ชายคนนี้เป็นของเธอ!! หลังจากนั้นหนุ่มหล่อสาวสวย ก็เดินจูงมือกันขึ้นลิฟต์ของโรงแรม เพื่อกลับไปยังห้องวีไอพีที่จองไว้ และยังไม่ได้คืนห้องให้ทางโรงแรม สายตาหลายคู่ที่อยู่บริเวณล็อบบี้ของโรงแรม ต่างจ้องมองด้วยความอิจฉาริษยา ในความเหมาะสมกันของคนทั้งสอง ทันทีที่ประตูห้องพักวีไอพีปิดลง ริมฝีปากของชางอี้เหวิน ก็เข้าประกบบดจูบริมฝีปากของซูหลิงอย่า

  • ทะลุมิติมาเป็นพระชายาไร้ค่า   โค่นล้มไม่ได้ ก็อย่ามาทำร้ายกันก็พอ ตอนปลาย

    “ฉันก็แค่เอายาพิษไร้สี ไร้กลิ่น ตรวจหาอย่างไรก็ไม่พบเจอสารต้องห้าม หรือสารอันตรายให้เธอกิน โดยที่แลกยาถอนพิษกับคำสารภาพผิดทั้งหมด ซึ่งน้องชายของคุณ ก็พึ่งได้กินพิษอีกชนิดหนึ่งเข้าไปเมื่อสักครู่ แต่ไม่ต้องห่วงฉันมียาถอนพิษรับรองว่าปลอดภัยกันทุกคน” น้ำเสียงราบเรียบอธิบายออกไป อย่างไม่ได้ทุกข์ร้อนในการกระทำของตนเอง คุยกับคนชั่วในเมื่อหาสันติวิธีไม่เจอเธอก็คงต้องมีลูกเล่นที่เยอะกว่า ไม่อย่างนั้นคงเป็นฝ่ายที่จะเสียเปรียบ ใครจะคิดว่าเธอร้ายกาจแล้วอย่างไร สตรีที่ใช้ชีวิตมาแล้วทั้งสองยุค พบเจอโลกที่มืดมนมาก็มาก คงยากที่จะหาความอ่อนเดียงสาเจอเสียแล้ว เธอจะใช้ทุกวิธีเพื่อปกป้องครอบครัวที่เหลืออยู่ ให้รอดพ้นจากพวกที่ประสงค์ร้าย หวังมาทำลายชีวิตของคนในครอบครัว เพื่อกอบโกยทรัพย์สินเอาไปเป็นของตนเองเยี่ยงโจรชั่ว “แล้วฉันกับภรรยาไปกินยาพิษตั้งแต่เมื่อไหร่” ชั่วขณะหนึ่ง ที่ความเห็นแก่ตัวของเข่อตี้หลานได้เปิดเผยออกมา ทำให้ซูหลิงนึกรังเกียจผู้นำของเมืองยิ่งขึ้นกว่าเดิม มุมปากสวยยิ้มเย้ยหยันออกมาอย่างนึกสมเพช ที่แท้ชายผู้นี้ก็ไม่ได้รักใครคนอื่นไปมา

  • ทะลุมิติมาเป็นพระชายาไร้ค่า   โค่นล้มไม่ได้ ก็อย่ามาทำร้ายกันก็พอ ตอนต้น

    “หืม เข่อตี้หลานมาที่นี่หรือ” “ใช่ค่ะ เข่อซวงน้องชายของเขาก็อยู่ที่นี่ด้วยกัน” “แล้วเราจะเข้าไปเอาหลักฐานเอาผิดทั้งหมด จากสองคนนี้ยังไงไม่ให้พวกเขาจับได้” ชางอี้เหวินเอ่ยถามอย่างรู้สึกท้อถอย เพราะตัวเขาก็ยังนึกวิธีที่จะหาหลักฐาน มาเอาผิดคนชั่วไม่ได้ แต่ก็ยอมติดตามซูหลิงมาที่โรงแรมเดอะเบสต์ ด้วยความเป็นห่วง “หลักฐาน? ไม่มีหรอกค่ะ คนชั่วระดับนี้แล้ว เมื่อทำงานเสร็จสิ้น จะทิ้งหลักฐานไว้ให้คนอื่นมาขุดคุ้ยอีกทำไม” “อ้าว แล้วเรามาทำอะไรที่นี่กันแน่ครับ” หัวคิ้วของชายหนุ่มขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัยอย่างที่สุด ว่าภรรยาของเขากำลังจะทำอะไรกันแน่ ถึงได้เดินเข้าถ้ำเสือแต่ไม่เอาลูกเสือออกไปเช่นนี้ “มาข่มขู่ค่ะ ฉันถนัดในเรื่องนี้ที่สุด ในเมื่อโค่นล้มไม่ได้ง่าย ๆ ก็ให้เดินคนละเส้นทาง ทับเส้นทางกันอีกเมื่อไหร่ก็คงต้องมีทีเด็ดไว้จัดการ พวกเราทั้งสองคนก็ตัวแค่นี้ อำนาจบารมีก็มีแค่นี้ ไม่สามารถใช้มือปิดแผ่นฟ้าได้ หรือเป็นฮีโร่ปกป้องคนทั้งโลกได้หรอกนะคะ ทุกคนต้องพึ่งพาตนเองก่อนที่จะรอคอยให้คนอื่นมาช่วยเหลือ” “อืม มั

  • ทะลุมิติมาเป็นพระชายาไร้ค่า   เคลียร์ใจกันเสียที ตอนปลาย

    “ครับผมจะรอพบเขาอยู่ที่นี่” เวลาเที่ยงตรง ชางอี้เหวินก็ขับรถเข้ามาจอดในลานจอดรถของร้านกาแฟ เนื่องจากได้อ่านข้อความที่ซูหลิงส่งไปให้ พอเลิกประชุมแล้ว ชายหนุ่มก็รีบขับรถมาร้านกาแฟของภรรยาทันที โดยที่ยังไม่ได้รับประทานอาหารมื้อเที่ยงเลยด้วยซ้ำ เมื่อทั้งสองหนุ่มเผชิญหน้ากัน ซูหลิงจึงถอยออกมานั่งรออยู่อีกโต๊ะหนึ่ง ซึ่งอยู่ไม่ไกลมากนักเพื่อดูแลเรื่องความปลอดภัยให้กับสามี ทั้งสองคนใช้เวลาพูดคุยกันอยู่ 2 ชั่วโมง จากนั้นหนิงหลงก็กลับไป เพราะเขาจะเดินทางกลับไปรัสเซียในเที่ยวบินตอนเย็นของวันนี้ ใบหน้าของคนทั้งคู่ดูผ่อนคลายลงไปไม่น้อย คงเพราะไม่ต้องมาคอยหวาดระแวงกันอีกต่อไป “จบเสียทีนะคะ เรื่องของเพื่อนเก่าคนนี้ แต่ผู้หญิงคนนั้นก็แย่ที่สุด ที่เธอพูดให้หนิงหลงเข้าใจคุณอาผิดมาตั้งหลายปี แต่ก็ถือว่าเธอได้ชดใช้กรรมในชาตินี้แล้ว” “ครับ หวังว่าจะไม่ต้องพบเจอกันในสถานการณ์ที่เลวร้ายอีก ที่ผ่านมาถือว่าอาชดใช้บุญคุณให้พ่อของเขาไปหมดแล้ว ส่วนผู้หญิงคนนั้นก็อย่างที่เราพูด เธอได้ชดใช้กรรมในชาตินี้แล้ว” ชางอี้เหวินนึกไปถึงเรื่องที่หนิงหลงเล่

  • ทะลุมิติมาเป็นพระชายาไร้ค่า   เคลียร์ใจกันเสียที ตอนต้น

    นับจากวันจัดการประมูลเพชรบลูไดมอนด์ เวลาก็ผ่านมาได้ 1 เดือนแล้ว เช้าวันนี้ซูหลิงขับรถเดินทางไปร้านกาแฟของเธอด้วยตนเอง เพราะชางอี้เหวินมีประชุมช่วงเช้า เขาเลยเดินทางไปบริษัทตั้งแต่เช้าตรู่ เมื่อเข้ามาในร้านกาแฟ ดวงตากลมโตก็ไปสะดุดเข้ากับร่างสูงใหญ่ ของผู้ชายคนหนึ่งที่เธอเคยพบเห็น และนานมากแล้วที่ไม่ได้พบเจอเขามาที่ร้านของเธออีก ซึ่งเวลานี้ผู้ชายคนนั้นก็หันมาทางเธอเข้าพอดี ซูหลิงจึงจำเป็นต้องหยุดเดินแล้วก้มหัวลงทักทายไปเล็กน้อยตามมารยาท “สวัสดีครับคุณซูหลิง” “สวัสดีค่ะ คุณหนิงหลง เชิญตามสบายค่ะ ถ้ามีอะไรให้ทางเราบริการเชิญแจ้งได้เลยนะคะ” ทั้งสองคนเอ่ยทักทายชื่อกันตามมารยาท เนื่องจากเคยแนะนำชื่อของตนเองไว้แล้วเมื่อหลายเดือนก่อน ที่ได้พบกันที่ร้านและพูดคุยกันไปบ้างเล็กน้อย “นั่งคุยธุระกับผมสักครู่จะได้ไหมครับ” น้ำเสียงไม่มั่นใจเอ่ยถามออกมาเสียงเบา ๆ แต่ก็เสียงดังพอที่ซูหลิงสามารถจับใจความได้ว่า เขาต้องการจะพูดคุยเรื่องสำคัญกับเธอ “เชิญทางนี้ดีกว่าค่ะ ร่มรื่นเย็นสบายและไม่มีคนเดินผ่านพลุกพล่าน” ซูหลิง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status