Share

ไร้ตัวตนมานานแล้ว

last update Dernière mise à jour: 2026-01-07 01:05:48

“หึหึ หากใครขวางทางข้า คนผู้นั้นย่อมไม่ตายดี แต่ยามนี้เรามีกันเพียงสองคนและข้ายังไม่มีอาวุธเลยสักอย่าง ทั้งยังไม่รู้พละกำลังของตนเองเมื่อเข้าร่างนี้ ฉะนั้นการหลบหนีออกไปเงียบ ๆ คงจะสะดวกกว่า”

จางเย่วชิงไม่ใช่คนโง่ที่จะดันทุรังทำในสิ่งที่นางอาจจะพ่ายแพ้ เนื่องจากยังไม่รู้ศักยภาพของร่างกายใหม่ในภพนี้ ดังนั้นนางจึงเลี่ยงที่จะปะทะด้านฝีมือกับคนในยุคนี้ คงต้องงัดเอาวิชาปลอมตัวที่นางถนัดมาใช้เพื่อการหลบหนีโดยเฉพาะ

           “หากท่านมั่นใจ ข้าก็พร้อมจะเดินทางไปกับท่านทุกที่เจ้าค่ะ” จูลี่เห็นแววตามั่นใจในตัวเองของคุณหนูคนใหม่ก็คลายความกังวลไปได้หลายส่วน

           “จูลี่ หนังสือหย่าของคนที่นี่หาได้จากที่ใด ข้าเดินทางมาจากที่ห่างไกล ยังไม่ค่อยเข้าใจในบางเรื่องของคนในเมืองนี้ ถึงจะมีความทรงจำของคุณหนูของเจ้า แต่นางก็หารู้ได้เช่นกัน เพราะนางขลาดเขลาเกินกว่าที่จะขอหย่าร้างกับสวามีไร้ใจผู้นั้น”

           น้ำเสียงหนักแน่นมั่นคงน่าเชื่อถือ เอ่ยถามสาวใช้คนสนิทที่น่าจะรู้เรื่องราวเหล่านี้อยู่บ้าง เพราะเรื่องหย่าเป็นเรื่องสำคัญที่นางต้องจัดการให้แล้วเสร็จก่อนที่จะหลบหนีออกไปจากตำหนักร้างทรุดโทรมแห่งนี้

           “คนที่นี่จะเขียนหนังสือหย่าขึ้นมาเองเจ้าค่ะ เมื่อทั้งสองฝ่ายต่างลงลายมือชื่อเรียบร้อยแล้ว จะนำไปยื่นที่ศาลาว่าการของเมืองที่ตนเองอาศัยอยู่  แต่คุณหนูของข้านางมิได้ร่ำเรียนตำรา เพราะบิดาไม่ได้ใส่ใจนางมาตั้งแต่วัยเพียง 5 หนาว คุณหนูจึงเขียนและอ่านหนังสือมิได้เลย เป็นเช่นนี้แล้วพวกเราจะทำเช่นไรดีเจ้าคะ”

           จูลี่เอ่ยออกมาเสียงเศร้าเมื่อนึกถึงปัญหาใหญ่เกี่ยวกับจางเย่วชิง ทั้ง ๆ ที่นางพึ่งจะดีใจที่คุณหนูคนใหม่กำลังจะหย่าขาดจากพระสวามีใจร้ายผู้นั้นแล้วแท้ ๆ

           “เรื่องนั้นเจ้าไม่ต้องเป็นกังวล ข้าอ่านตำราออกและเขียนได้หลากหลายภาษา ไม่เว้นแม้แต่ภาษาของคนในเมืองนี้”

           จางเย่วชิง นางเห็นในความทรงจำของร่างเดิม ก็รับรู้ได้ทันทีว่าที่นี่คือยุคจีนโบราณในช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งนางนั้นมีความรู้ความสามารถทางด้านการเขียนอ่านพู่กันจีนโบราณอยู่แล้ว จึงไม่มีสิ่งใดต้องเป็นกังวล

           ชีวิตของสายลับมือหนึ่งในองค์กรระดับโลก ย่อมวนเวียนอยู่กับการฝึกฝนในทุก ๆ ด้าน เพื่อความแนบเนียนในการแฝงตัวไปปฏิบัติภารกิจลับขององค์กร ซึ่งศาสตร์และศิลป์ของสตรีในยุคจีนโบราณ นางก็ร่ำเรียนจนจบมาหลากหลายหลักสูตร และนำไปปฏิบัติหน้าที่จนนับได้ว่าเป็นหนึ่งในองค์กรก็ว่าได้

           “ดียิ่งเจ้าค่ะ เอ่อ!!คุณหนูเจ้าคะ แล้วยามนี้พวกเราจะกินสิ่งใดเป็นอาหาร หากท่านไม่ให้ข้าไปนำอาหารมาจากโรงครัวของตำหนักใหญ่”

           น้ำเสียงวิตกกังวลของสาวใช้คนสนิท ทำให้จางเย่วชิงต้องหันมาให้ความสำคัญเรื่องปากท้องเป็นอันดับแรก ก่อนที่จะคิดการอื่นต่อไป

           “คืนนี้คงต้องทนหิวไปก่อน เจ้ากับข้าคงต้องจิบน้ำต้มดื่มประทังชีวิต พรุ่งนี้เช้ามืด ข้าจะออกไปหาซื้ออาหารจากตลาดในเมืองหลวงด้วยตนเอง เจ้าอยู่รอที่นี่ไม่ต้องติดตามไปเพราะข้าจะสวมชุดของเจ้าออกไปจากตำหนัก แล้วสวมผ้าปกคลุมใบหน้า และตั้งใจจะออกไปขายหยกของท่านแม่ด้วยเสียเลย”      

           “เจ้าค่ะ คุณหนูต้องระมัดระวังตนเองให้ดีนะเจ้าคะ คนที่นี่นิสัยใจคออาจจะไม่เหมือนคนจากที่ที่ท่านจากมา”

           “อืมข้าเข้าใจแล้ว เจ้าไปนอนพักสักหน่อยเถิด ไม่ต้องเป็นห่วงคุณหนูของเจ้า อาการของร่างนี้นับว่าถูกถอนพิษด้วยตนเองจนหมดสิ้นแล้วช่างเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ยิ่ง”

           จางเย่วชิงที่ได้รับรู้เรื่องอัศจรรย์เกี่ยวกับร่างกายของตนเองก็อดที่จะตื่นเต้นไม่ได้ นางมีความรู้เรื่องยาเป็นอย่างดี จึงรับรู้ได้ว่าร่างกายนี้ถูกถอนพิษออกไปจนหมดสิ้นแล้ว

           “เจ้าค่ะคุณหนู”

           รุ่งเช้ามาเยือน หลังจากนำชุดของสาวใช้มาสวมใส่และสวมผ้าสามเหลี่ยมปกปิดใบหน้าแล้วเสร็จ จางเย่วชิงจึงตั้งใจที่จะแอบหลบหนีออกไปทางกำแพงที่ทรุดโทรมท้ายตำหนักชินอ๋อง

           นางเห็นจากความทรงจำร่างเดิมว่าท้ายตำหนักมีทางให้มุดลอดออกไปด้านนอกได้ และจางเย่วชิงคนเดิมก็เคยแอบหลบหนีออกไปอยู่บ้าง เนื่องจากบริเวณท้ายตำหนักไร้ซึ่งเวรยามจากทหาร จึงไม่มีอุปสรรคใด ๆ ในการหลบหนีของนาง

           ซึ่งอันที่จริงแล้วบ่าวไพร่ในตำหนักชินอ๋อง ก็มิเคยมีใครพบเห็นใบหน้าของพระชายาเอกจางเย่วชิงอยู่แล้ว เพราะเวลาที่จางเย่วชิงออกไปข้างนอกตำหนักร้าง นางจะสวมผ้าปกคลุมใบหน้าไว้อยู่เสมอ

           สาเหตุมาจากน้องสาวต่างมารดาเคยบอกว่าใบหน้าของนางอัปลักษณ์ เมื่อครั้งที่พบเจอกันตอนอายุได้ 8 หนาว ถึงแม้จูลี่จะช่วยพูดแก้ไขความเข้าใจผิด ๆ แต่จางเย่วชิงคนเดิมก็เลือกที่จะสวมใส่ผ้าปกคลุมใบหน้าเอาไว้ตามเดิมเพื่อความสบายใจ

           มีเพียงวันนั้น วันที่นางหลบหนีออกไปเที่ยวในตลาดคนเดียวเมื่อครั้งอายุ 14 ปี นางถูกสตรีวัยใกล้เคียงกันกลั่นแกล้งกระชากผ้าคลุมใบหน้าให้หลุดออก จึงมีผู้คนมากมายที่สัญจรไปมาอยู่ไม่ไกลจากตลาด ได้พบเห็นใบหน้าของนาง แต่ก็เพียงชั่วครู่เท่านั้นผ้าคลุมที่หลุดออกก็ถูกนำมาสวมใส่ไว้ดังเดิม

           แม้กระทั่งพระสวามีใจร้ายผู้นั้น ก็ยังไม่เคยพบเห็นใบหน้าของพระชายาที่เขารังเกียจ มีแต่นางฝ่ายเดียวที่เคยพบเจอเขาเมื่อครั้งที่หลบหนีออกไปเที่ยวตลาดในครานั้น

           จางเย่วชิงรู้สึกชอบพอในตัวบุรุษผู้นั้น เมื่อได้รับรู้ว่านางต้องแต่งกับเขา จางเย่วชิงคนเดิมก็รู้สึกตื่นเต้นดีใจอยู่หลายวันเลยทีเดียว

           ฉะนั้นจึงไม่มีเหตุอันใดให้เป็นกังวล หากจะมีผู้ใดพบเห็นนางใช้ชีวิตอยู่ด้านนอกตำหนักแห่งนี้ แม้กระทั่งบิดาบังเกิดเกล้าเสนาบดีจางเนี่ยนเจินผู้นั้น คงจะจดจำใบหน้าของบุตรสาวแสนชังมิได้เสียด้วยซ้ำ

           เพราะจางเย่วชิงหลบซ่อนตัวตนอยู่แต่ในเรือนท้ายตระกูล ยิ่งหลังจากที่นางเติบโตขึ้นมาก็ไม่เคยออกมาพบปะกับผู้ใดในจวนอีกเลย และคนในจวนตระกูลจางก็ไม่มีใครสนใจที่จะพบเจอหน้านางเช่นกัน

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • ทะลุมิติมาเป็นพระชายาไร้ค่า   ตอนพิเศษ

    วันเวลาผันผ่าน จวบจนกระทั่งสองปีผ่านไป เย่วชิงกับหยางหนิงเฉิงได้ออกเดินทางไปตามหาดอกบัวสีเลือดในกลางป่าลึก ที่ติดแถบชายแดนแคว้นซ่ง ตามที่เย่วชิงตั้งใจเอาไว้เมื่อครั้งย้ายมาปักหลักอยู่เมืองเสิ่นหนานครั้งแรก เพราะเย่วชิงต้องการปรุงยาถอนพิษที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดให้สำเร็จจงได้ ในคราแรกนางตั้งใจจะปรุงยาถอนพิษเพื่อนำไปประมูลหาตำลึงมาเลี้ยงดูผู้ติดตามทั้งสามคน แต่หลังจากแต่งงานกับจวิ้นอ๋องผู้ร่ำรวย นางก็ตั้งใจปรุงเอาไว้ให้สวามีใช้งานกับองครักษ์ของเขา จะได้ไม่มีผู้ใดจากไปเพราะพิษร้าย ซึ่งยามนี้ชายแดนแคว้นซ่งก็เงียบสงบดี เพราะรัชทายาทซ่งฉางอี้ นำสัญญาลงนามที่เป็นหลักประกันฉบับคัดลอก กลับไปให้ฮ่องเต้แคว้นซ่งอ่านอย่างละเอียดถี่ถ้วน นับจากวันนั้นเป็นต้นมา ไส้ศึกที่แฝงตัวอยู่ในแคว้นเหว่ยหยางก็ถูกเรียกตัวกลับแคว้นซ่งทั้งหมด วันนี้เป็นวันที่ห้าของการเดินทางในป่า หยางหนิงเฉิงกำลังอยู่ในอาการคิดถึงคนตัวหอมจนอดทนเกือบไม่ไหว เขาเดินทางรอนแรมในป่ามาห้าวัน ถึงจะได้นอนกอดร่างนุ่มนิ่มทุกค่ำคืน แต่ทว่าไม่สามารถกระทำการสิ่งใดนอกเหนือจากนั้นได้ เพราะต้องพักแรมรวมกับองครักษ์ท

  • ทะลุมิติมาเป็นพระชายาไร้ค่า   บทสรุปทุกเรื่องราว (ตอนจบ)

    “เย่วเอ๋อร์เจ้าห้ามนึกชื่นชมรัชทายาทในใจเป็นอันขาด ข้าหวงรู้หรือไม่เล่า เขารูปงามจนคุณหนูทั้งเมืองหลวงลงความเห็นว่าเขาเป็นบุรุษที่สตรีหมายปองเป็นอันดับหนึ่ง”เสียงพึมพำเอ่ยขึ้นแผ่วเบา เพราะไม่กล้าสั่งการชายาแสนรักให้ทำตามที่ตนเองต้องการ เนื่องจากหวั่นเกรงว่านางจะอึดอัดใจที่มีสวามีขี้หึงขี้หวงถึงเพียงนี้ เขาก็พึ่งรู้ตัวว่าตนเองเป็นบุรุษขี้หึงเมื่อมีนางเข้ามาในชีวิต“เจ้าค่ะ ข้าจะคิดถึงแต่ท่านพี่เพียงผู้เดียว”กล่าวจบแขนเรียวเล็กก็เข้าไปกอดรัดเอวสอบของบุรุษขี้น้อยใจ ใบหน้างดงามซุกซบอยู่กับกล้ามอกแน่น ๆ ที่นางชื่นชอบ เย่วชิงรู้ดีว่าเขาไม่สบายใจทุกครั้งที่นางต้องพบปะกับบุรุษอื่น ตัวก็โตเพียงนี้ เหตุใดจึงขี้ใจน้อยและขี้หวงอย่างกับเด็กห้าขวบก็มิปาน“อืม ข้าเชื่อใจเจ้า”ข้อนิ้วสากระคายเกลี่ยแก้มเนียนใส ที่วันนี้แต่งแต้มสีสันบางเบาเพิ่มเติม ทำให้ใบหน้าที่หวานซึ้งเป็นทุนเดิมยิ่งงดงามหวานซึ้งยิ่งกว่าเดิม จนจิตใจของเขาแทบไม่อยู่กับเนื้อกับตัวยามบ่ายมาเยือน รถม้าคันใหญ่ที่มีตราสัญลักษณ์ของวังหลวง แล่นเข้ามาจอดบริเวณหน้าจวนหลังใหญ่ พร้อมกับรถม้าอีกสองคันที่มีตราสัญลักษณ์ประจำจวนแม่ทัพ และจวนของท่

  • ทะลุมิติมาเป็นพระชายาไร้ค่า   ผู้มาเยือน

    เมืองหลวง เหยี่ยวสื่อสารสีดำตัวใหญ่ของจวิ้นอ๋องหยางหนิงเฉิง บินมาส่งสาส์นลับสำคัญในตำหนักหลวงเมื่อกลางดึก ที่อุ้งเท้าของเหยี่ยวตัวใหญ่มีสาส์นสีแดงพันหุ้มข้อเท้าไว้อย่างแน่นหนา องครักษ์เงาในสังกัดองครักษ์เสื้อแพรเห็นเช่นนั้นจึงยืนรอรับเหยี่ยวสื่อสาร เพื่อจะได้นำความไปแจ้งแก่หลงขันที ฮ่องเต้หยางหนิงเทียนลุกขึ้นมาจากเตียงบรรทมส่วนพระองค์ ซึ่งวันนี้ไร้ซึ่งสตรีข้างกาย เนื่องจากพระองค์ทรงเหนื่อยล้าจากการทรงงานแทนชินอ๋อง อนุชาที่กำลังล้มป่วยจากอาการตรอมใจ จนกระทั่งไม่สามารถทำงานที่ได้รับมอบหมายได้เลยสักอย่าง พระองค์จึงรับสั่งให้ชินอ๋องหยางหนิงหลงพักงานราชการทุกอย่าง จนกว่าอาการทางจิตใจจะดีขึ้น งานเอกสารทุกอย่างพระองค์จึงต้องนำมาสะสางแทน ในส่วนงานทางกองทัพจึงมอบหมายให้เป็นหน้าที่ขององค์รัชทายาทหยางเฟยเทียนมาสานต่อ จนกว่าชินอ๋องจะอยู่ในสภาวะร่างกายและจิตใจที่พร้อมรับผิดชอบต่อหน้าที่ เพราะหน้าที่ขุนศึกไม่มีผู้ใดเหมาะสมไปกว่าชินอ๋องหยางหนิงหลงอีกแล้ว เมื่อฮ่องเต้ได้ยินเสียงเรียกขานจากขันทีคนสนิทอยู่นอกประตูตำหนัก พระองค์จึงลืมตาตื่นขึ้นมาทัน

  • ทะลุมิติมาเป็นพระชายาไร้ค่า   สัจจะ

    มือเรียวสาละวนปรุงยาอย่างเร่งรีบ โดยมีจูลี่เข้ามาเป็นผู้ช่วยหยิบจับสมุนไพร ใช้เวลาเพียงไม่นาน เม็ดยาสีเขียวเข้มก็หลอมรวมเป็นเม็ดอยู่ในเตาหลอมยาจำนวนสิบสองเม็ด เย่วชิงต้องเร่งรีบปรุงซ้ำอีกถึงสองรอบเพื่อให้ได้ยาถอนพิษในจำนวนที่มากพอต่อความต้องการร่างบางรีบพุ่งทะยานกลับเข้ามาในจวนย่านชานเมืองเสิ่นหนานของรัชทายาทซ่งฉางอี้ ยาถอนพิษที่พึ่งปรุงเสร็จใหม่ ๆ ถูกป้อนเข้าปากหยางหนิงเฉิงเป็นคนแรก จากนั้นจึงแจกจ่ายให้องครักษ์เจียงหยวนและองครักษ์พยัคฆ์เงาทุกคนอย่างเร่งด่วน เพราะทุกคนอยู่ในสภาพที่กำลังเจ็บปวดส่วนนั้นของบุรุษ จนกระทั่งหน้าเขียวคล้ำลงอย่างเห็นได้ชัดเย่วชิงไม่ได้สนใจนำยาถอนพิษไปมอบให้กับบุรุษทั้งสิบสองคน ที่นั่งหมดเรี่ยวแรงอยู่อีกฟากฝั่งของห้องโถง เพราะนางต้องการให้หยางหนิงเฉิงไปจัดการเรื่องนี้ด้วยตนเองเหตุการณ์ในครั้งนี้ที่ผิดพลาดต้องยอมรับว่าเกิดจากหยางหนิงเฉิงที่ใจร้อนวู่วาม ทั้ง ๆ ที่ในยามปกติมักจะใจเย็นอยู่เสมอ ทั้งยังใจอ่อนเพียงเพราะคิดว่าสัจจะของบุรุษสามารถใช้ได้กับทุกคน จนตัวเองเกือบเอาชีวิตแทบไม่รอดหรืออาจจะเพราะเขาไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับกลการเมืองระหว่างสองแคว้น เพื่อลดความหว

  • ทะลุมิติมาเป็นพระชายาไร้ค่า   สาดมาสาดกลับไม่โกง

    “ตกลงจวิ้นอ๋อง ข้าจะกลับไปแคว้นของข้าทันทีที่รุ่งเช้ามาเยือน ท่านวางดาบของท่านลงเสียเถิด ทุกสิ่งทุกอย่างข้ารับรู้และยินดีที่จะปฏิบัติตาม เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาใหญ่ไปมากกว่านี้ ตัวข้าก็ไม่ต้องการให้กระทบกับสัญญาลงนามที่ไท่ซ่างหวงทั้งสองแคว้นได้ลงนามต่อกัน” ซ่งฉางอี้เอ่ยออกมาอย่างว่าง่าย หากพิจารณาดูให้ดีจึงจะรู้สึกได้ถึงความผิดปกติในน้ำเสียง เพราะรัชทายาทผู้นี้ถนัดนักเรื่องการเจรจา แน่นอนว่าเงาดำสายหนึ่งที่หลบซ่อนตัวอย่างมิดชิด ทั้งยังเก็บลมหายใจอย่างดี ย่อมรู้สึกได้ถึงความไม่ชอบมาพากลในน้ำเสียงที่ได้ยิน “สัจจะลูกผู้ชาย หวังว่าองค์รัชทายาทเช่นท่านจะพึงระลึกถึงอยู่เสมอ” หยางหนิงเฉิงหาใช่บุรุษที่คิดเล็กคิดน้อย ถึงจะมีเขี้ยวเล็บ แต่ก็ไม่ใช่บุรุษที่มีความละเอียดถี่ถ้วนจนกระทั่งเข้าถึงอารมณ์ของผู้อื่นสักเท่าไร เนื่องจากเขาอาศัยอยู่เพียงลำพังมาเนิ่นนานตั้งแต่มารดาตายจากไป สิ่งเดียวที่เขามีจนมากล้นคือพละกำลังทางกายและวรยุทธ์อันล้ำเลิศ เมื่อมองเห็นว่าองครักษ์ในหน่วยพยัคฆ์เงาทั้ง 30 นาย สามารถปิดล้อมจวนหลังนี้เอาไว้จนเสร็จสิ้น บุรุษองอาจที่ถือดาบเตรียมบ

  • ทะลุมิติมาเป็นพระชายาไร้ค่า   บุกถึงที่

    หยางหนิงเฉิงกับหวางเย่วชิงใช้เวลาร่วมกันในห้องอาหารส่วนตัวของเหลาอาหารฟู่เจิง โดยไม่ได้สนใจบุรุษและสตรีการละครพวกนั้นอีกเลย อาหารหน้าตาน่ารับประทานถูกยกมาบริการพร้อมกับสุราเลิศรสกาใหญ่ เย่วชิงตาโตเบิกกว้างขึ้นเมื่อได้เห็นของที่เคยโปรดปรานมาตั้งวางอยู่ตรงหน้า แน่นอนว่าอดีตสายลับสาวแห่งองค์กรข้ามชาติ ย่อมมีเรื่องพบปะสังสรรค์ทั้งกับเพื่อนฝูงที่เป็นชายฉกรรจ์เกือบทั้งหมด และร่วมดื่มสังสรรค์กับเป้าหมายที่เข้าไปแฝงตัวในการทำภารกิจอยู่บ่อยครั้ง จนกระทั่งเพื่อนฝูงเรียกขานกันว่า ‘เย่วชิงคอทองแดง’ “กินข้าวก่อนเย่วเอ๋อร์จากนั้นค่อยดื่ม ประเดี๋ยวจะปวดท้องเอาได้ สายตาของเจ้าบ่งบอกว่าชื่นชอบการดื่มสุรายิ่งนัก” น้ำเสียงห่วงใยกล่าวขึ้น เมื่อเห็นสายตาตื่นเต้นดีใจของนางที่กำลังจ้องมองกาสุราที่เขาสั่งมาไม่วางตา หยางหนิงเฉิงจดจำได้ว่านางอยากดื่มสุราเลิศรส เขาจึงอยากเอาใจ เพราะดื่มในขณะที่เขานั่งอยู่ด้วยก็ไม่มีสิ่งใดต้องเป็นกังวล “ไม่ขนาดนั้นหรอกเจ้าค่ะ เพียงแค่ข้าไม่ได้ดื่มสุรามานานมากแล้ว พอได้กลิ่นสุราจึงรู้สึกตื่นเต้นนิดหน่อยก็เท่านั้น” คนที่บอกว่า

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status