Masuk”เอ่อ ก็ตอนนี้เราเดือดร้อนมิใช่หรือ หากอยู่แบบนี้เจ้าและน้องเล็กคงไม่มีทางได้รู้หนังสือ เรื่องแต่งงานข้าก็ยังไม่คิด แต่คราก่อนตอนท่านป้ามาเยี่ยมท่านบอกว่าหากมีสิ่งใดให้ช่วยให้ไปหาท่านที่เรือน ข้าจึงคิดว่านี่เป็นการดีที่จะหลุดพ้น เจ้าคิดเช่นนั้นหรือไม่“ เมื่อเห็นน้องสาวพยักหน้าเห็นด้วยจึงวางใจ ไม่ว่ายุคสมัยไหนก็ไม่มีใครอยากถูกกดขี่เป็นแน่
“เจ้านอนได้แล้วพรุ่งนี้กินอาหารให้อิ่มท้องแล้วที่เหลือพี่หญิงของเจ้าคนนี้จะจัดการเอง” เซี่ยเข่ออ้ายยังมีความกังวลกับท่าทีเปลี่ยนไปของพี่สาวบ้างแต่นางกลับรู้สึกชอบพี่สาวตอนนี้มากกว่าตอนก่อนป่วย แม้พี่สาวจะพยายามดูแลนางและน้องชายอย่างเซี่ยซานสุ่ยเป็นอย่างดีแต่ไม่ค่อยกล้ามีปากเสียงกับท่านย่าหรืออาสะใภ้มากนัก เรียกว่ายอมได้ตลอดเวลาจนตัวเองล้มป่วย แต่วันนี้นางกลับเห็นแววตาระยิบระยับคล้ายหาทางเอาตัวรอดอยู่ตลอดเวลานั่นนับว่าเป็นเรื่องดี จึงยอมกลับไปนอนหลับเสีย พรุ่งนี้นางภาวนาให้คนสกุลโหลวยื่นมือเข้ามาช่วยทีเถิด “เห้อออ ค่อยทำอะไรสะดวกหน่อย” นางมองสภาพเรือนที่ผุพังตามกาลเวลา แต่หากเดินดูรอบๆดีๆจะเห็นว่าเรือนสวนแห่งนี้ใหญ่โตพอดู เพียงแต่ว่าขาดการดูแลไปสักนิดจึงทรุดโทรมและเก่าไม่คู่ควรที่จะเป็นเรือนแม่ทัพเซี่ย โต๊ะเก้าอี้ก็มีเพียงชุดเดียวที่วางตั้งอยู่ ในครัวมีเตาถ่านที่มีฟืนอยู่เพียงหยิบมือ เครื่องปรุงหรือก็ไม่มี ข้าวขาวอย่าหวังเลย นางมั่นใจเลยว่าแม้แต่เม็ดเดียวก็ไม่มีหล่น “หมั่นโถกับน้ำชาก็พอ ทำตัวน่าสงสารเข้าไว้” นางหยิบหมั่นโถวออกมาจากมิติลับห้าลูก และใบชาเกรดดีอีกหยิบมือ จัดการต้มน้ำนึ่งหมั่นโถวและชงชาคลายหนาวเสียหน่อย “นี่มันฤดูหนาวชัดๆเสื้อผ้าหนาๆกว่านี้ก็ไม่หยิบยื่นให้”จมูกคมรั้นก้มลงไปสูดดมแล้วถึงกับจะเป็นลม “ไม่ได้อาบน้ำมากี่วันกันเนี่ย!!” ไม่ได้การแล้วนางต้องรีบหาตัวช่วย ขอให้ปกป้องนางและน้องๆจากท่านย่าและอาสะใภ้ ไม่เช่นนั้นสภาพแบบนี้นางอาจขาดใจตายอีกรอบ คนที่อนามัยจัดในยุคที่แล้วรับไม่ได้จริงๆ “ไม่ต้องเก็บกวาดหรอกการที่คนอื่นจะเห็นใจ เราต้องทำตัวน่าสงสารเข้าไว้มิใช่หรือ เป็นสตรีจะแกร่งเยี่ยงบุรุษย่อมไม่พึงปราถนา” แม้ใจจะอยากลงมือเก็บกวาดแต่ก็ต้องยั้งเอาไว้เสียก่อน ต้องให้พวกผู้ใหญ่มาเห็นความเป็นอยู่จะได้รู้ว่านางและน้องนั้นลำบากเพียงใด ยามเหมา “พี่หญิงของพวกนี้ท่านได้แต่ใดมา!!” ทั้งเซี่ยเข่ออ้ายและเซี่ยซานสุ่ยต่างตาโตกับหมั่นโถวหอมฉุยและยังมีชาร้อนให้จิบคลายหนาวอีก “ชู่ๆๆ อย่าเอ็ดไป เมื่อเช้าข้าได้ยินเสียงชาวบ้านตั้งโต๊ะขายซาลาเปา จึงเอาปิ่นไม้ไปแลกมูลค่ามีเพียงเท่านี้ ไว้จัดการเรื่องผู้ใหญ่เสร็จข้าจะนำปิ่นหยกและปิ่นเงินที่ท่านแม่มอบไว้ให้ไปขายที่ตลาด ถึงยามนั้นพวกเจ้าจะได้กินของอร่อย“ นางมองดูเด็กสองคนที่ร่างกายผอมโซแล้วอดสูใจ ตัวผอมบางแบบนี้ขาดสารอาหารแน่นอน ”พี่หญิงเองก็ต้องกิน นี่เจ้าค่ะ“ เซี่ยเข่ออ้ายยื่นหมั่นโถวมาให้นางหนึ่งชิ้น นางจึงรับมากัดกินพร้อมน้องๆ แค่ก แค่ก เสียงสำลักของน้องเล็กอย่างซานสุ่ยทำเข่ออ้ายรีบตบหลังทันที ”ช้าลงหน่อยไม่มีใครแย่งเจ้าหรอก“ ”ก็มันอร่อยนี่นา ข้าได้กินแต่แป้งย่างข้าเบื่อเต็มทนแล้ว“ เพียงแค่แป้งเปล่าๆเด็กน้อยยังเอร็ดอร่อยขนาดนี้ คนพวกนั้นใจดำเกินไปแล้ว!! ”ซานซานหากเจ้าอยากกินของอร่อยทุกวันพี่เจ้ามีบางอย่างให้เจ้าทำ“ สามคนพี่น้องรีบจุ่มหัวลงมาใกล้กัน ก่อนคนเป็นพี่สาวอย่างเซี่ยอวี๋หลินจะเล่าแผนการที่นางคิดจะทำให้น้องๆรับรู้ ”ข้าทำได้“ ”ข้าก็ทำได้“ นางพยักหน้าให้น้องๆก่อนแหงนหน้ามองพระจันทร์ที่ดวงตะวันใกล้ขึ้นมาแทนที่เต็มที ”เช่นนั้นแล้วพวกเจ้าไปจัดการเถอะ จำเอาไว้ ข้าโดนตีจนไข้แตก!!“ เด็กๆพยักหน้ารับก่อนรีบกินและรีบวิ่งออกจากเรือนสวน และจุดมุ่งหมายคือบ้านสกุลโหลวที่ห่างออกไปอีกสามตรอก ”เช่นนั้นข้าก็แค่นอนนิ่งๆ และเป็นคนไม่มีแรง“ร่างหนาอุ้มเซี่ยอวี๋หลินขึ้นบนรถม้า จุดมุ่งหมายคือแคว้นอวี๋ โดยมีพี่ชาย น้องชาย และคนสนิทที่ติดตามมาด้วยเท่านั้น“ท่านแม่ทัพ ข้าไม่เป็นไร” ตลอดเวลาที่นางอยู่ในอ้อมอกแกร่ง รับรู้ได้ถึงหัวใจที่เต้นระรัวแขนแกร่งกอดรัดนางแน่นมาพร้อมกับความสั่นสะท้าน“อวี๋หลิน ภาพนั้นยังติดตา ข้านึกไม่ออกเลยหากไม่มีเจ้าชีวิตข้าจะเป็นอย่างไร” นางเข้าใจเขาดี นอกจากต้องทนดูเหล่าทหารร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่ตายต่อหน้าต่อตา วันที่ฝังดินกลบร่างผู้ให้กำเนิดก็คงจะเป็นเรื่องที่ยากจะทำใจ“ตอนนี้ข้าอยู่ตรงนี้ ข้ายังอยู่กับท่าน” มือบางลูบใบหน้าคมเข้ม ที่แววตาแดงก่ำ ภาพที่นางรับคมดาบแทนเขายังอยู่ในหัวสมอง สายตาคมจดจ้องนางคล้ายจะมองให้แน่ใจว่าตรงนี่คือนางจริงๆ ก่อนจะปลดเสื้อเกาะออกช้าๆ ลอยขาดจากการทำศึกเป็นช่องว่างให้คนชั่วอย่างองค์รัชทายาทฟาดฟันลงมาได้ ”ผิวสวยๆของเจ้า ทั้งมีบาดแผลทั้งเขียวช้ำ“ เขาพูดไม่ผิด ตอนนี้ยอมรับว่านางระบมไปทั้งตัว หน้าท้องเรียบยังเขียวช้ำจากถูกคมดาบกระแทก ไหล่ขวาถูกคมมีดฟาดลงมาจนเลือดไหลไม่หยุด แม้ไกลหัวใจแต่ใบหน้านางซีดเซียวนัก”หากท่านทำแผลให้ข้า ข้าคงหายเร็วขึ้น“ เขาดึงนางเข้ามากอด ก่อนเปิดดูบ
แม้จะพักผ่อนกันได้ไม่เต็มที่ แต่เหล่าทหารเต็มใจเคลื่อนทัพไปวังหลวง ด้านหน้าประตูมีทหารเฝ้าระวังแน่นหนาทั้ง กวงโหว โหลวหนิงหลงและเซี่ยอวี๋หลิน สายตานางจดจ้องเพียงแต่ใต้เท้าหานซั่ว ”ฮ่องเต้ไม่มีคำสั่งให้พวกเจ้าเข้าพบ!!“ ชายแก่แม้ใจเต้นระทึก เพราะทหารเกือบ5แสนนายพร้อมบุกเข้าวังหลวงทุกเมื่อ”เช่นนั้นก็ดี ได้รับสาร์นที่ข้าส่งแล้วแต่ยังมีใจปกป้องคนผิด อย่าหาว่าข้าไม่เตือน!!“ โหลวหนิงหลงไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ยามนี้เขาพร้อมกลายเป็นกบฏแผ่นดิน!!“ท่านแม่ทัพ เจ้ากำลังทำตัวเยี่ยงกบฏ” ใต้เท้าหานที่ถูกส่งออกมาให้เจรจายังพูดจาวกวน“แล้วการที่องค์รัชทายาทส่งพวกข้าไปตาย เพียงเพราะอยากครอบครองวังหลวง โดยใช้กบฏแคว้นฉีและแคว้นต้าเซียนเป็นตัวล่อ เจ้าคิดว่า…คนเช่นนั้นควรเรียกว่าอะไร” สายตาคมกร้าวสาดซัดใส่เหล่าทหารที่ตอนนี้เริ่มลังเลว่าควรอยู่ฝั่งไหน“คนไม่ได้ถูกเลือกให้อยู่สนามรบโชคดีไปเพราะยังมีชีวิตอยู่ดี แต่คนที่ไปรบแล้วไม่ได้กลับมาเพียงเพราะอยากปกป้องบ้านเมือง กลับโดนทิ้งให้ตายอย่างเดียวดาย ใต้เท้าหานคิดว่า…ข้าควรถล่มที่นี่ให้ราบคาบหรือไม่” เหล่าทหารที่มีใจภักดิ์กับแม่ทัพใหญ่แนวหน้าของวังวิ่งออกมาเป
มือบางเอื้อมไปหยิบน้ำวิเศษจากมิติลับ ก่อนจะดึงเขาให้หลบใต้ต้นไม้ใหญ่ จากนั้นยัดผ้ากลางเก่ากลางใหม่เข้าปากผู้เป็นสามี “ข้าต้องหักลูกธนูนี้ให้สั้นที่สุด แม้ใจจริงข้าจะอยากผ่ามันออกเสียเดี๋ยวนี้ก็ตาม แต่เพราะกองทัพแม่ทัพกวงโหวยังมาไม่ถึง ข้าทำได้แค่ยื้อเวลา” เขาพยักหน้ารับ ก่อนจะเอื้อมมือขอเป็นฝ่านหักก้านธนูทิ้งเอง นางจึงยินยอมให้เขาทำ ก่อนจะผสมยาฆ่าเชื้อและยาแก้อักเสบด้วยความไว ปึก!! อึกกก!! ใบหน้าเจ็บปวดของเขาทำนางแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ นางเทน้ำวิเศษในมิติลับรดลงบนบาดแผลเพื่อให้เขาทุเลา ก่อนจะดันเข็มฉีดยาลงบริเวณหัวใหล่อีก1เข็ม ”ท่านรอข้าตรงนี้“ นางหาทำเลเหมาะๆเป็นป่าหญ้ารกทึบ ก่อนจะลากร่างหนาไปซ้อนไว้ในนั้น”เจ้าอย่าไป!” เขาใช้แรงที่มีอันน้อยนิดดึงนางไว้“ท่านวางใจ ข้าไม่มีทางตายง่ายๆ เพียงแค่ยื้อเวลารอท่านแม่ทัพกวงเท่านั้น” นางยัดขนมปังและนมใส่มือให้เขา รวมถึงน้ำเปล่าที่หยอดยาลงไปให้อีกด้วย“รอข้าที่นี่ ข้าจะรีบกลับมา ท่านกินน้ำให้เยอะที่สุด“ นางวิ่งออกไปอีกทางก่อนจะเป่าปากเรียกม้าให้มาหา เมื่อขึ้นบนหลังม้าได้ นางอาศัยความพิเศษที่ได้รับมาจากห้วงมิติ ยกธนูขึ้นยิงเหล่าแม่ทัพทีละคนอย
”ฮูหยิน หากจะขอกองทัพข้า ข้าคงต้องบอกว่าให้เจ้าได้ไม่ทั้งหมด เพราะราษฏรแคว้นอวี๋ก็ยังต้องการเหล่าทหารดูแล“ นางคอตกทันทีแต่ก็เข้าใจได้ บ้านเมืองใครใครก็รัก นางจึงพยักหน้าอย่างเข้าใจ”แต่ข้าสามารถหานักรบฝีมือดี ดุดัน ให้เจ้าได้แปดหมื่นนาย คนพวกนี้เป็นนักรบแดนตาย ถูกฝึกมาอย่างดี หากเจ้ารับปากว่า…เจ้าจะรักษาพ่อข้าจนหาย ข้ายินดียกตราผู้นำกองทัพเงาให้เจ้า!!“ รอยยิ้มอ่อนๆระบายบนใบหน้างาม ก่อนนางจะขยับลุกขึ้นยืนและทำความเคารพท่านแม่ทัพกวงโหว“ข้าจะรักษาชีวิตท่านอ๋อง ให้เที่ยบเท่าชีวิตเจ้าค่ะ” ใช้เวลากว่า5วัน กว่าคนที่โดนพิษไข้จะดีขึ้น ห้าวันที่ผ่านมานางทั้งดูแลท่านอ๋องอย่างจับตาทุกวินาที ไหนจะให้อาอี๋ไปหาข่าวอีก เรียกว่าเหนื่อยจนสายตัวแทบขาดแต่นางไม่เคยท้อ“ชาวบ้านที่อพยพมา ส่วนใหญ่มาจากอำเภอฮัวเจ้าค่ะ พวกเขาบอกว่าแม้ค่ายจะแตกแต่ทหารส่วนใหญ่ยังสู้ไม่ถอย กระจ่ายกันอยู่ตามแนวชายแดน ฮูหยิน เราอาจมีหวังเรื่องแม่ทัพเซี่ยเว่ยคุนเจ้าค่ะ” นางพยักหน้าเห็นด้วยตราบใดที่ไม่พบศพนางก็จะยังไม่ถอดใจ ชาติที่แล้วเคว้งคว้างขนาดไหนยามไม่มีพ่อแม่ ชาตินี้นางจะทำเต็มที่เพื่อยื้อพวกท่านเอาไว้“ท่านอ๋องทรงมีรับสั่งใ
”ป้าจางเจ้าคะ ท่านป้ามีไข้อ่อนๆนี่เป็นยา ให้ท่านกินเสียหน่อยไว้อาหารเสร็จค่อยปลุกเจ้าค่ะ“ ทุกอย่างนางทำอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย และยังพร้อมตั้งรับเสมอ เพราะตอนนี้ชีวิตนางกำลังเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง มีอีกหลายชีวิตให้นางรับผิดชอบทุกอย่างนางจึงคิดให้ถี่ถ้วน”ฮูหยินอยู่หรือไม่ขอรับ มีข่าวจากกองทัพขอรับ!!“ ผ่านมาเกือบแรมเดือนที่นางมาอยู่ที่นี่ จู่ๆวันนี้ก็มีเสียงเรียกของทหารทำนางรีบออกมาดู ก่อนพบว่าทหารที่พานางมาส่งบ้านนายอำเภอเมื่อคราแรกที่มาแคว้นอวี๋ยืนอยู่พร้อมทหารอีกสองนาย“มีข่าวเช่นนั้นหรือ” นางแทบเปลี่ยนจากเดินเป็นวิ่ง“ข้าไปลาดตระเวนตามชายแดนฝั่งใต้ พบคนของแม่ทัพโหลวดักรออยู่ก่อนแล้วพร้อมจดหมายขอรับ” กระดาษแผ่นนึงถูกยื่นมาตรงหน้า ก่อนนางจะรับไป“หากฮูหยินมีสิ่งใดอยากฝาก ไปให้ข้าที่ค่ายทหารได้ขอรับ” นางพยักหน้ารับก่อนรีบนำจดหมายไปเปิดอ่าน“จดหมายว่าอย่างไรบ้างอาหลิน” โหลวหลีชงและโหลวมู่ฮวาที่บัดนี้ท้องโตขึ้นอีกนิดรีบเดินออกมาหานาง เซี่ยอวี๋หลินใช้เวลาอ่านจดหมายเพียงครู่ก่อนหันมามองแม่สามีทั้งน้ำตา”กบฏที่แคว้นต้าเซียนยอมจำนนแล้วเจ้าค่ะ แต่ที่ท่านแม่ทัพยังไม่อาจกลับมาได้ เพราะ…แคว้นฉ
”ฮูหยิน ข้าต้องขอประทานโทษาจริงๆที่ไม่ไว้ใจท่าน เชิญท่านพักผ่อนเถิด“ แม่ทัพกวงโหวยิ้มด้วยความยินดี ทหารทุกคนล้วนคาราวะนางอย่างขอบคุณ”สิ่งใดที่ข้าพอจะตอบแทนบุญคุณได้ ข้ายินดีเจ้าค่ะ“ นางเดินออกมาจากค่ายทหารก่อนมองไปยังชายแดนที่มีแม่น้ำขวางกั้น ในใจภาวนาให้ทุกคนที่อยู่สนามรบปลอดภัย จากนั้นนายทหารจึงนำทางไปบ้านท่านนายอำเภอ เมื่อถึงใจกลางหมู่บ้าน ร้านค้าบางร้านเริ่มปิด นางจึงคิดว่าข่าวสงครามที่เมืองหลวงอาจมาถึงแคว้นอวี๋จึงทำให้พ่อค้าแม่ค้าเกร็งข้าวของไว้ขายเอากำไร ไม่ว่ายุคสมัยไหนการเอาเปรียบก็มีทั้งนั้น”ท่านคือฮูหยินน้อยแม่ทัพโหลวหนิงหลงใช่หรือไม่“ ชายวัยกลางคนเดินเข้ามาหานางเมื่อนางอาสาลงไปยืนรออยู่เพียงครู่”เจ้าค่ะ ข้าเซี่ยอวี๋หลิน เป็นบุตรสาวแม่ทัพเซี่ยและเป็นฮูหยินแม่ทัพโหลวหนิงหลงเจ้าค่ะ” นางทำความเคารพอย่างน้อบน้อม “ข้าได้รับจดหมายจากท่านแม่ทัพแล้วเมื่อหลายวันก่อน ที่นี่มีบ้านเวนคืนอยู่หลายหลัง ไม่ทราบว่าฮูหยินปลงใจจะซื้อหรือไม่” นางพยักหน้ารับ มีบ้านเป็นหลักเป็นแหล่งย่อมดีกว่าพากันไประเหเร่ร่อน และเมื่อตั้งใจจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่นี่นางต้องคิดเผื่อบ่าวไพร่ทั้งสองสกุล“ข้ายินด







