Share

ตอนที่ 10 เปลี่ยนแผน

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-09 11:19:50

เจ้าของร่างสูงใหญ่เดินออกมาจากห้องห้องน้ำที่อยู่ถัดจากห้องนอนของเด็ก ๆ ขณะที่กำลังเดินผ่านก็ได้ยินเสียงหัวเราะของลูกแฝดทั้งสองดังเล็ดลอดออกมา ตอนแรกว่าจะเข้าไปตำหนิ แต่เมื่อได้ยินเสียงของพี่เลี้ยงมือใหม่ผสมออกมา ตนอยู่ในสภาพที่แต่งกายไม่เรียบร้อยจึงเปลี่ยนใจไม่ได้เข้าไป ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเธอในการกำราบลูกทั้งสองของเขา

เมื่อกลับเข้าไปในห้องและกำลังแต่งตัว เสียงพูดคุยก็ดังทะลุมาจากประตูห้องที่เชื่อมหากัน เสียงของจ้าวหลันเฟยที่กำลังพูดกับเด็ก ๆ เขาแต่งตัวไปและเงี่ยหูฟังไปด้วยว่าเธอจะจัดการกับเจ้าตัวเล็กอย่างไร

“นี่ก็ได้นี่ก็เลยเวลาเข้านอนมามากแล้วนะคะ ฉันเล่านิทานจบแล้ว คุณหนูทั้งสองต้องทำตามสัญญานะคะ เข้านอนได้แล้วค่ะ” เธอบอกด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนและใจเย็น จำได้ที่พี่สะใภ้บอกว่าการเลี้ยงเด็กต้องใจเย็นให้มาก

“แต่เรายังอยากฟังนิทานอีกเรื่อง พี่หลันเฟยเล่าให้ฟังหน่อยได้หรือไม่” เด็กหญิงตัวน้อยพูดเจื้อยแจ้วขอร้องขึ้นมา ในขณะที่เด็กชายเองก็อยากฟังแต่ไม่ได้ขอร้องเพราะยังมีท่าทีต่อต้าน ทั้ง ๆ ที่ในใจนั้นเอนเอียงไปหาพี่เลี้ยงคนใหม่มากแล้ว แต่ยังคงเขินอายที่จะแสดงการยอมรับ

“ไม่ได้ค่ะ สัญญาก็เป็นไปตามสัญญาค่ะ เราตกลงกันไว้แล้วว่านิทานหนึ่งเรื่องก่อนเข้านอนก็ต้องเป็นไปตามนั้น เข้านอนได้แล้วค่ะ แล้วพรุ่งนี้เช้าฉันจะทำเมนูพิเศษให้กินดีหรือไม่” เธอทิ้งท้ายด้วยสิ่งที่ทำให้ทั้งสองยิ้มกว้างด้วยความดีใจ แม้จะไม่เข้าใจความหมายที่พูด

“เมนูพิเศษหมายถึงอะไรหรือคะ” เสี่ยวเจินถามด้วยความตื่นเต้น เสี่ยวจ้านเองก็อยากรู้ เขารอฟังคำตอบที่น้องสาวถามอย่างตั้งใจ

“หมายถึงอาหารจานพิเศษค่ะ วันนี้ฉันเล่านิทานเรื่องบ้านขนมหวานไปแล้ว คุณหนูเล็กกับคุณชายน้อยอยากกินขนมหวานใช่หรือไม่ พรุ่งนี้ฉันจะทำแพนเค้กให้กิน รับรองว่าทั้งอร่อยและมีประโยชน์” เธอบอกแล้วยิ้มให้ทั้งสองด้วยรอยยิ้มที่อ่อนหวาน

“ไม่ได้ ปะป๊าให้เรากินขนมหวานสัปดาห์ละหนึ่งครั้งเท่านั้น เราเพิ่งจะกินไปเมื่อวันก่อน ยังกินไม่ได้” เสี่ยวจ้านรีบพูดขึ้นมาด้วยความเสียดาย

“แพนเค้กเป็นอาหารเช้าของชาวต่างชาติที่ไม่ถือว่าเป็นขนมหวานค่ะ แพนเค้กทำด้วยแป้ง นม และไข่ ฉันจะเสริมกล้วยลงไปด้วย ดังนั้นจึงมีประโยชน์ไม่ต่างจากอาหารอื่น ๆ เลยค่ะ ทั้งโปรตีน แคลเซียม มีประโยชน์สำหรับเด็ก ๆ ที่กำลังเติบโต” เธออธิบายด้วยรอยยิ้ม

“แต่ปะป๊ากำหนดตารางอาหารของพวกเราไว้แล้ว ถ้าพี่หลันเฟยทำอาหารอย่างอื่นจะไม่โดนดุหรือคะ” เด็กน้อยถามเสียงเบา

“คุณเฉินไม่ดุหรอกค่ะ เด็ก ๆ ก็ต้องกินอาหารที่หลากหลาย จะให้กินตามตารางทุกอย่างก็คงน่าเบื่อแย่ เอาไว้หากคุณเฉินดุฉัน ฉันจะอธิบายเหตุผลให้ฟังเอง แต่ฉันเชื่อว่าคุณเฉินจะไม่ว่าอะไรกับเรื่องเล็กน้อยแค่นี้” จ้าวหลันเฟยเองก็ไม่มั่นใจในสิ่งที่ตัวเองพูด แต่เมนูอาหารที่เขากำหนดเป็นเธอเองก็เบื่อเหมือนกัน

“พรุ่งนี้เราจะได้กินแพนเค้กจริง ๆ ใช่ไหมคะ” เด็กหญิงถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวัง

“แน่นอนค่ะ” ฉันรับปาก

“แล้วพี่หลันเฟยทำแพนเค้กเป็นรูปบ้านขนมปังได้หรือไม่” เฉินจินจ้านอดไม่ได้ที่จะถามออกไป

“ไม่มั่นใจค่ะ แต่ฉันจะลองทำดู” จ้าวหลันเฟยรับปากแต่ไม่ได้ให้ความหวัง จากนั้นก็ดึงผ้าห่มขึ้นปิดหน้าอกของเสี่ยวเจินก่อนจะขยับไปห่มผ้าให้เสี่ยวจ้านอีกคน

“ราตรีสวัสดิ์นะคะ” เธอเดินไปปิดไฟกลางห้องเหลือไว้แค่โคมไฟหัวเตียงที่หรี่ไฟให้ส่องแสงสลัว ๆ ออกมา เด็กน้อยทั้งสองหลับตานอนอย่างว่าง่าย สักพักเสียงหายใจก็เริ่มสม่ำเสมอ เธอจึงวางใจแล้วเดินออกไปจากห้อง เฉินอี้เซียวที่ยืนฟังอยู่ก็ยิ้มออกมา

พอเธอปิดประตูลง เขาก็เปิดประตูเชื่อมออกไปดูลูก ๆ จุมพิตที่หน้าผากของทั้งสองก่อนจะเดินกลับไป

เมื่อจ้าวหลันเฟยลงไปยังข้างล่าง เธอก็ตรงไปยังห้องครัวซึ่งตอนนี้ทุกคนกำลังรับประทานอาหารค่ำกันอยู่ และเรียกให้เธอมาร่วมโต๊ะด้วย

“หลันเฟยมาพอดีเลย รีบมากินข้าวสิ” ป้าลู่เรียกพร้อมทั้งลุกขึ้นไปตักข้าวให้เธออย่างกระตือรือร้น หญิงสาวยิ้มรับด้วยความซาบซึ้ง เธอเปรียบเสมือนคนแปลกหน้าแต่ว่าลู่หงกับเสี่ยวอิงและคนอื่น ๆ ก็ดีกับเธอเหลือเกิน

หญิงสาวเดินไปนั่งข้าง ๆ เสี่ยวอิง สังเกตมองดูแววตาที่อาหมิงลอบมองสาวใช้วัยยี่สิบก็พอจะเดาความรู้สึกออก ทว่าสายตาของเขาที่มองเสี่ยวอิงนั้นดูเศร้า นั่นคงเป็นเพราะว่าเหลือเวลาเพียงไม่กี่วันเสี่ยวอิงก็จะต้องออกจากบ้านหลังนี้แล้ว ต่อไปทั้งสองคงจะไม่ค่อยได้มีโอกาสได้เจอหน้ากันบ่อยนัก

“แล้วคุณเฉินล่ะคะ” เธอถามเมื่อเห็นว่าทุกคนอยู่ที่นี่กันหมด

“รับประทานอาหารเสร็จก็กลับขึ้นห้องไปนานแล้วนี่ ป่านนี้คงอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้ว เดี๋ยวก็คงลงมาทำงานในห้องทำงานจนดึกดื่นเหมือนอย่างทุกคืนนั่นแหละ แต่เธอไม่ต้องกังวลหรอก หลังจากมื้อเย็นไปแล้วคุณเฉินก็จะไม่เรียกใช้งานใคร สามารถพักผ่อนได้ตามอัธยาศัย” ป้าลู่อธิบายแล้วเลื่อนจานอาหารให้เธอ หญิงสาวหันไปมองหยางหมิงซวนแล้วตัดสินใจถามในสิ่งที่อยากรู้

“จริงสิอาหมิง ฉันขอถามอะไรหน่อยสิ” เธอหันไปพูดคุยกับอาหมิงที่กำลังกินข้าวและแอบมองเสี่ยวอิงอยู่ ดูแล้วเขาก็อายุน่าจะพอ ๆ กับเธอจึงเรียกเขาตามที่ป้าลู่เรียก

“อืม ว่ามาสิ” หยางหมิงซวนหันมามองเธอ พลางสงสัยว่าหญิงสาวจะถามอะไร

“ฉันอยากรู้เกี่ยวกับบริษัทที่คุณเฉินทำค่ะว่าทำเกี่ยวกับอะไรหรือคะ”

“เป็นบริษัทเกี่ยวกับการพัฒนาซอฟต์แวร์น่ะ พูดไปเธอก็ไม่เข้าใจหรอก” หยางหมิงซวนพูดด้วยรอยยิ้มที่เป็นปกติไม่ใช่เป็นการดูถูกความรู้ของเธอ

เมื่อรู้ว่าบริษัทของเขาทำเกี่ยวกับซอฟต์แวร์ไม่ใช่ฮาร์ดแวร์หรือสิ่งที่จับต้องได้เธอก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย หากว่าเขาจะผลิตเครื่องจักรกลหรือผลิตอุปกรณ์อะไรสักอย่าง อย่างน้อยเธอก็พอที่จะใช้ประโยชน์จากบริษัทของเขาและอุปกรณ์เครื่องมือต่าง ๆ ได้บ้าง

“งานที่คุณเฉินทำ ค่าจ้างก็เยอะแยะพนักงานแต่ละคนเงินเดือนตั้งเกือบ 200 หยวนถือว่ามากเลยทีเดียว ที่พวกเรา 50 หยวนก็ยังไม่ถึง สองเดือนมานี้ยังต้องรับเงินเดือนแค่ครึ่งหนึ่งอีก” กู่เหยียนบ่นออกมาอย่างไม่จริงจังนัก แล้วถูกภรรยาตีเข้าที่ต้นแขน

“บ้านก็มีให้พัก อาหารก็มีให้ครบสามมื้อเงินเดือนไม่ถึง 50 หยวนแล้วอย่างไรเล่า คุณเฉินมองการณ์ไกลเอาไว้แล้ว พนักงานจ้างแพงก็เพราะว่างานออกมาจะต้องมีคุณภาพ” ลู่หงรักเชื่อมั่นว่าเฉินอี้เซียวจะต้องทำกิจการให้ก้าวหน้าแน่

“รู้แล้วรู้แล้ว ฉันก็แค่บ่นไปอย่างนั้นแหละ ฉันเข้าใจดีว่าคุณเฉินมองการณ์ไกลเอาไว้ แต่ว่าใช้เงินลงทุนมากไปกับคนในบริษัทจนตัวเองแทบจะไม่เหลือทรัพย์สมบัติแบบนี้มันก็น่าเป็นห่วงอยู่ไม่ใช่หรือ”

จากการสนทนาทำให้จ้าวหลันเฟยรับรู้ว่าตอนนี้บริษัทของเฉินอี้เซียวกำลังประสบปัญหากว่าที่เธอคิด

เนื่องจากยุคนี้เทคโนโลยีต่าง ๆ ยังไม่แพร่หลายและไม่เป็นที่นิยม โปรแกรมที่เขาคิดค้นอาจจะไม่ตอบโจทย์มากนัก หากเธอช่วยให้กิจการของเขาก้าวหน้าได้ ทำให้มีเงินทุนมหาศาล ในตอนนั้นหากจะขอให้เขาช่วยเหลือเรื่องอุปกรณ์และเครื่องมือต่าง ๆ ก็คงจะเป็นไปได้ง่าย

จากความคิดที่ว่าจะยังไม่เปิดเผยความสามารถของตนเองในตอนนี้ เธอเปลี่ยนใจแล้วว่าจะรีบยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือเขา เพราะหากกิจการล้มละลายนั่นก็หมายถึงเธอจะไม่มีงานไม่มีที่อยู่ รวมถึงไม่มีขาทองทำอย่างเขาให้เธอเกาะอีกต่อไป

************************

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทะลุมิติมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กแฝดในยุค80   ตอนที่ 16 น้ำเปลี่ยนสี

    กิจกรรมวันนี้ทำให้เฉินจินเจินและเฉินจินจ้านตื่นเต้นไม่น้อย เพราะวันนี้จ้าวหลันเฟยบอกว่าเธอจะพาทำ ‘น้ำเปลี่ยนสี’“พี่หลันเฟย นั่นดอกอะไรคะ”“ดอกอัญชันน่ะ ฉันเห็นว่าเกิดที่ริมรั้วจึงจะลองนำมาทำกิจกรรมสนุก ๆ” เธอพูดแล้วน้ำดอกอัญชันที่เก็บมา ให้เด็ก ๆ ช่วยกันใช้ครกหินบดยาในการบดดอกอัญชัน จากนั้นก็นำมาคั้นน้ำจนได้น้ำสีน้ำเงินออกมาจำนวนหนึ่ง “แล้วเราต้องทำอย่างไรต่อครับ” เฉินจินจ้านที่เริ่มพูดไพเราะขึ้น ถามด้วยน้ำเสียงที่สนใจและกระตือรือร้น“ต่อไปเราก็จะนำไปผสมกับน้ำเปล่า ลองดูสิคะ” เธออธิบายแล้วปล่อยให้เด็ก ๆ ทำกันเองสองพี่น้องนำน้ำสีน้ำเงินเข้มที่คั้นมาได้ ผสมลงไปในน้ำเปล่าทั้งสองแก้วที่อยู่ต่อหน้าตน จากนั้นเธอก็ยื่นมะนาวให้กับเด็ก ๆ ถือเอาไว้คนละหนึ่งซีก“น้ำดอกอัญชันเป็นสีอะไรคะ”“สีน้ำเงินครับ” / “สีน้ำเงินค่ะ”“ถ้าเราหยดน้ำมะนาวลงไป คิดว่าจะมีการเปลี่ยนสีหรือไม่”“เปลี่ยนค่ะ” เฉินจินเจินตอบอย่างมั่นใจในคำตอบ จ้าวหลันเฟยเลิกคิ้วขึ้นแล้วถามเด็กน้อย“ทำไมถึงเปลี่ยนคะ คุณหนูเล็กพอตอบได้หรือไม่”“เพราะพี่หลันเฟยบอกเองว่าวันนี้จะพาทำกิจกรรมน้ำเปลี่ยนสี” คำตอบของเด็กน้อยทำให้เธอหัวเราะออกม

  • ทะลุมิติมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กแฝดในยุค80   ตอนที่ 15 รอยยิ้มที่ยินดี

    เมื่อเห็นว่าโปรแกรมที่ตนเองทำนั้นสามารถใช้งานได้จริง และพร้อมที่จะนำไปเสนอขายให้แก่บริษัทกลุ่มเป้าหมาย เฉินอี้เซียวก็ได้นำโปรแกรมตัวอย่างเหล่านี้ไปนำเสนอที่บริษัทต่าง ๆ ด้วยตนเอง โดยเริ่มจากบริษัทเล็ก ๆ ก่อนโดยมีข้อเสนอที่ว่ากลุ่มบริษัทที่ทำการซื้อขายโปรแกรมสำเร็จรูปทางบัญชีกลุ่มแรก จะได้รับการดูแลหลังการขายและได้รับการอัปเดตโปรแกรมโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายตลอดระยะเวลาห้าปีด้วยข้อเสนอนี้จึงทำให้คนรุ่นใหม่ที่ก้าวมาสู่วงการธุรกิจเล็งเห็นความสำคัญ และชื่นชอบแนวคิดในการทำงานโดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้งานสะดวกรวดเร็วขึ้น จึงตอบตกลงเซ็นสัญญาซื้อขายวางมัดจำทันทีที่ได้ทดลองใช้โปรแกรมตัวอย่างแม้จากสิบบริษัทจะมีเพียงสามบริษัทเท่านั้นที่ตกลงเซ็นสัญญาในการซื้อโปรแกรมที่เขากำลังพัฒนาอยู่ แต่นั่นก็ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี เพราะตอนนี้เขามีเงินค่ามัดจำโปรแกรมเพียงพอที่จะใช้หมุนเวียนในบริษัทอีกต่อไปสองเดือน และมีเงินจ่ายค่าจ้างที่เหลือของคนในบ้านแต่ว่าเฉินอี้เซียวไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น ตอนนี้เขาเริ่มไปยังบริษัทขนาดกลางและขนาดใหญ่ เพื่อที่จะเสนอโปรแกรมสำเร็จรูปทางบัญชีของตน กำลังรอนัดหมายเพื่อเข้าไปอธิ

  • ทะลุมิติมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กแฝดในยุค80   ตอนที่ 14 อยากกลับบ้าน

    อีกสามวันเสี่ยวอิงก็ต้องออกไปจากบ้านสกุลเฉินแล้ว หยางหมิงซวนที่แอบรักเธอมาหลายปีตั้งแต่หญิงสาวอายุสิบหก จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่กล้าที่จะสารภาพความในใจขณะกินอาหารเย็นด้วยกัน เขามองเธอที่พูดคุยกับคนอื่น ๆ ด้วยรอยยิ้มที่สดใส เขาอยู่กับเฉินอี้เซียวมาตั้งแต่ตัวเองเป็นวัยรุ่น ที่ผ่านมาทุ่มเททำงานหนักและไม่เคยมีคนรัก เสี่ยวอิงจึงเป็นรักแรกของเขาจนถึงตอนนี้“เสี่ยวอิง ถ้าเธอลาออกไปแล้ว เธอจะไปทำงานที่ไหน ดูไว้แล้วหรือยัง” ป้าลู่ถามขึ้นมา อาหมิงได้ยินดังนั้นก็มองใบหน้าของเธอ รอฟังคำตอบอย่างตั้งใจ สิ่งนั้นไม่รอดพ้นสายตาของจ้าวหลันเฟยตั้งแต่เธอมาอยู่ที่นี่จนครบหนึ่งสัปดาห์ เธอสังเกตเห็นว่าหยางหมิงซวนนั้นมีใจให้แก่เสี่ยวอิงอย่างแน่นอน แต่หญิงสาวกลับไม่รู้เลยสักนิดว่ามีคนคิดกับเธอเกินกว่าพี่ชายและน้องสาว“ว่าไงล่ะเสี่ยวอิง เธอจะไปทำงานที่ไหน” เขาย้ำถามเธอด้วยคำถามเดียวกันกับลู่หง แล้วรอฟังคำตอบอย่างตั้งใจ“ไม่รู้สิพี่หมิงซวน ฉันคงกลับบ้านนอกก่อน ไปช่วยพ่อแม่ทำสวนก่อนสักเดือน แล้วจะเข้ามาหางานใหม่อีกครั้ง ความรู้ของฉันก็คงสมัครได้แค่พนักงานทำความสะอาด หรือไม่ก็คนรับใช้เท่านั้นแหละ” เธอบอกแล้วกินอา

  • ทะลุมิติมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กแฝดในยุค80   ตอนที่ 13 โปรแกรมต้นแบบ

    หลังจากแนวคิดของจ้าวหลันเฟยถูกถ่ายทอดในที่ประชุม ทีมงานทั้งหมดก็ระดมสมองกันทำงานตามที่ได้รับมอบหมายใช้เวลาในการศึกษางานเกี่ยวกับบัญชีอยู่ครึ่งวัน และให้ฝ่ายบัญชีเข้ามาอธิบายความต้องการที่ต้องใช้ในการทำงาน ใช้เวลาเขียนโค้ดและออกแบบหน้าตาของโปรแกรม เพียงแค่สามวันเท่านั้นโปรแกรมต้นแบบก็สำเร็จ เตรียมพร้อมที่จะนำไปพัฒนาต่อยอดให้เป็นโปรแกรมที่สมบูรณ์แบบต่อไปหยางหมิงซวนเคาะประตูห้องแล้วเข้ามาพร้อมกับใบหน้าที่ตื่นเต้น นำข่าวดีเรื่องนี้มาบอกแก่ประธานหนุ่มทันทีที่ทีมพัฒนาโปรแกรมแจ้งข่าว“คุณเฉินครับ โปรแกรมต้นแบบสำเร็จแล้วครับ”เมื่อได้ยินข่าวดีที่รอคอย เฉินอี้เซียวก็ลุกขึ้นแล้วยิ้มออกมาด้วยความดีใจ“ให้ฝ่ายบัญชีที่บริษัททดสอบการใช้งานโปรแกรมของเรารึยัง” เขาถามด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น“ทดสอบการใช้งานเรียบร้อยแล้วครับ ฝ่ายบัญชีบอกว่าโปรแกรมนี้ช่วยงานได้มาก แม่นยำ และสรุปผลออกมาตามที่ต้องการ ลดระยะเวลาการทำงานไปได้กว่า 40% ทำให้งานเสร็จเร็วขึ้น” อาหมิงอธิบายอย่างละเอียด“ดีมาก ดีจริง ๆ” เฉินอี้เซียวถอนหายใจออกมาด้วยความดีใจ แค่โปรแกรมพื้นฐานเล็ก ๆ ที่สำเร็จลงได้ เป็นสิ่งที่ทำให้เขาดีใจมาก“คุณเฉ

  • ทะลุมิติมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กแฝดในยุค80   ตอนที่ 12 ความหวัง

    “เธอเป็นใครกันแน่” คำถามนั้นถูกถามออกมาทำให้ใบหน้าของจ้าวหลันเฟยที่กำลังตื่นเต้นและหมกมุ่นกับความคิดของตน มีสีหน้าที่เจื่อนลงไปเล็กน้อยสายตาคู่งามสบตาเขาด้วยแววตาที่สั่นไหว เธอลืมไปว่ากำลังแกล้งความจำเสื่อม แล้วจะทำอย่างไรดีล่ะทีนี้ หรือว่าเธอควรสารภาพกับเขาออกไปตรง ๆ ดี ว่าเธอคือหญิงสาวในโลกอนาคตที่ย้อนเวลามาอยู่ที่นี่“ถ้าเธอไม่อยากตอบคำถามนี้ของฉันก็ไม่เป็นไร งั้นฉันขอถามเธออีกข้อหนึ่ง ต้องการอะไรจากฉันกันแน่” เขาเปลี่ยนคำถามเธอ เมื่อเห็นว่าหญิงสาวมีท่าทีที่ไม่ค่อยอยากจะตอบคำถามแรกเสียเท่าไร แล้วยังมีสีหน้าที่ดูลำบากใจแบบนั้นแต่เท่านี้ก็ดูออกแล้วว่าเธอไม่ได้ความจำเสื่อมอย่างที่บอกเขาจริง ๆ ซึ่งเขาก็ไม่ได้เชื่อตั้งแต่แรกอยู่แล้ว“คุณเฉินคะ คือ...” จ้าวหลันเฟยกลัวว่าสิ่งที่เธอพูดไปนั้นจะเหลือเชื่อมากเกินไปสำหรับคนในยุคนี้ เธอจึงอยากให้เขาเห็นความสามารถของเธอก่อน แล้วถึงตอนนั้นคำพูดของเธอจึงจะน่าเชื่อถือมากกว่านี้“ผมรอฟังอยู่” เขาพูดแล้วจ้องมองท่าทีที่ลังเลของเธอ“เอาไว้ให้คุณทำโปรแกรมทางบัญชีนี้ออกมาได้สำเร็จก่อน หากมันทำให้บริษัทคุณประสบความสำเร็จได้จริง หลังจากนี้ฉันจะบอกทุกอย่า

  • ทะลุมิติมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กแฝดในยุค80   ตอนที่ 11 จับผิด

    แม้จะจบคณะวิทยาศาสตร์ สาขาเอกฟิสิกส์ แต่ว่าเธอก็มีความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์พื้นฐานอยู่ไม่น้อยทั้งนี้เพราะเป็นวิชารองที่เธอเลือกเรียนและมีสอนอยู่ในคณะวิทยาศาสตร์ด้วย เนื่องจากเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์นั้นเป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้ควบคู่กันไปการเขียนโปรแกรมแม้จะต้องใช้ทักษะเฉพาะ เธออาจจะไม่ชำนาญในเรื่องนั้นแต่เธอก็สามารถออกแบบโปรแกรมและเขียนต้นแบบ เพื่อให้เขานำไปให้พนักงานที่เชี่ยวชาญออกแบบซอฟต์แวร์ออกมาได้“ในยุคนี้เริ่มมีการร่วมทุนกับบริษัทต่างชาติ ประเทศกำลังได้รับการพัฒนา คอมพิวเตอร์คงน่าจะเริ่มนำมาใช้ในการทำงานของบริษัทใหญ่ ๆ แล้ว โปรแกรมที่จะใช้กับคอมพิวเตอร์ในยุคนี้อะไรล่ะที่จะเหมาะสม” จ้าวหลันเฟยในชุดชุดนอนกระโปรงสีขาวของอดีตคุณนายเฉิน เดินไปเดินมาอย่างใช้ความคิด“สแกนไวรัสอย่างนั้นหรือ ไม่สิอินเทอร์เน็ตอาจจะยังไม่ครอบคลุมว่า แต่ยุคนี้มีอินเทอร์เน็ตใช้หรือยังนะ โอ๊ย ปวดหัวจริง โปรแกรมสแกนไวรัสตัดออกไปก่อน... อืม โปรแกรมที่จะใช้ได้ในสำนักงานอย่างนั้นหรือ แล้วอะไรดีล่ะ”หญิงสาวพูดไปบ่นไปอย่างใช้ความคิดอยู่ภายในห้องนอนของตน ตั้งแต่ที่อาบน้ำเสร็จจนถึงตอนนี้ ในหัวเธอก็ยังวนเว

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status