แชร์

ตอนที่ 16 น้ำเปลี่ยนสี

ผู้เขียน: ฝ้ายสีคราม
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-10 11:12:00

กิจกรรมวันนี้ทำให้เฉินจินเจินและเฉินจินจ้านตื่นเต้นไม่น้อย เพราะวันนี้จ้าวหลันเฟยบอกว่าเธอจะพาทำ ‘น้ำเปลี่ยนสี’

“พี่หลันเฟย นั่นดอกอะไรคะ”

“ดอกอัญชันน่ะ ฉันเห็นว่าเกิดที่ริมรั้วจึงจะลองนำมาทำกิจกรรมสนุก ๆ” เธอพูดแล้วน้ำดอกอัญชันที่เก็บมา ให้เด็ก ๆ ช่วยกันใช้ครกหินบดยาในการบดดอกอัญชัน จากนั้นก็นำมาคั้นน้ำจนได้น้ำสีน้ำเงินออกมาจำนวนหนึ่ง

 “แล้วเราต้องทำอย่างไรต่อครับ” เฉินจินจ้านที่เริ่มพูดไพเราะขึ้น ถามด้วยน้ำเสียงที่สนใจและกระตือรือร้น

“ต่อไปเราก็จะนำไปผสมกับน้ำเปล่า ลองดูสิคะ” เธออธิบายแล้วปล่อยให้เด็ก ๆ ทำกันเอง

สองพี่น้องนำน้ำสีน้ำเงินเข้มที่คั้นมาได้ ผสมลงไปในน้ำเปล่าทั้งสองแก้วที่อยู่ต่อหน้าตน จากนั้นเธอก็ยื่นมะนาวให้กับเด็ก ๆ ถือเอาไว้คนละหนึ่งซีก

“น้ำดอกอัญชันเป็นสีอะไรคะ”

“สีน้ำเงินครับ” / “สีน้ำเงินค่ะ”

“ถ้าเราหยดน้ำมะนาวลงไป คิดว่าจะมีการเปลี่ยนสีหรือไม่”

“เปลี่ยนค่ะ” เฉินจินเจินตอบอย่างมั่นใจในคำตอบ จ้าวหลันเฟยเลิกคิ้วขึ้นแล้วถามเด็กน้อย

“ทำไมถึงเปลี่ยนคะ คุณหนูเล็กพอตอบได้หรือไม่”

“เพราะพี่หลันเฟยบอกเองว่าวันนี้จะพาทำกิจกรรมน้ำเปลี่ยนสี” คำตอบของเด็กน้อยทำให้เธอหัวเราะออกมาเบา ๆ

“เอาล่ะ ลองบีบน้ำมะนาวลงไปในแก้วของตัวเองดูสิคะว่าจะเกิดอะไรขึ้น” เธอบอก มองเด็ก ๆ บีบน้ำมะนาวลงไปในแก้วน้ำที่เป็นสีน้ำเงิน

สักพักพอน้ำมะนาวถูกบีบลงไป สีน้ำเงินในแก้วก็ค่อย ๆ เปลี่ยนสีเป็นสีม่วงอมแดง

“ของผมเปลี่ยนสีแล้ว”

“ของเสี่ยวเจินก็เปลี่ยนสีแล้วค่ะ”

เสียงเด็ก ๆ ทั้งสองเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ตลอดระยะเวลาเกือบสองสัปดาห์ที่มีจ้าวหลันเฟยอยู่ พวกเขาได้ทดลองทำกิจกรรมที่น่าสนุกมากมาย แล้วยังได้ฟังนิทานก่อนแทบทุกคืน

“มันทำได้อย่างไรคะ” เสี่ยวเจินหันมาถาม แน่นอนว่าพี่เลี้ยงคนนี้ย่อมมีคำตอบมาให้เธอแน่นอน

“เพราะในน้ำมะนาวเป็นกรด พอไปเจอเข้ากับสารบางอย่างในดอกอัญชัน จึงทำให้เปลี่ยนสีค่ะ ดังนั้นน้ำมะนาวจะกินสด ๆ ไม่ได้ ต้องเจือจางนะคะ เพราะมีกรดมาก” เธอบอกเด็ก ๆ เอาไว้เป็นความรู้

“มีอีกไหมครับ น้ำเปลี่ยนสี” เฉินจินจ้านยังรู้สึกสนุกกับกิจกรรมที่น่าตื่นเต้นนี้

“มีอีกค่ะ” คราวนี้เธอนำแก้วอีกสองใบออกมาวาง แก้วใบแรกใส่น้ำเปล่าเพียงอย่างเดียว และแก้วใบที่สองใส่น้ำเปล่าและผสมแป้งสาลีลงไปด้วยจนน้ำมีสีขุ่นเล็กน้อย

เด็กน้อยมองตามด้วยความสนใจ แล้วดูขวดยาใส่แผลที่เธอนำขึ้นมา ก่อนจะมองหน้ากันอย่างงุนงง

“นั่นยาใส่แผลนี่คะ พี่จะเอามาทำอะไร”

“นี่คือทิงเจอร์ไอโอดีนค่ะ มีสีเหลืองค่อนไปทางน้ำตาลแล้วแต่ความเข้มข้น ฉันจะเป็นคนหยดลงไปเอง” เธอพูดแล้วหยดลงไปในแก้วทั้งสองใบ

ใบแรกน้ำมีสีออกเหลือง ส่วนใบที่สองที่มีแป้งจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน ทั้งสองก็ปรบมือตื่นเต้นกันยกใหญ่

“พอทิงเจอร์ไอโอดีนผสมกับแป้ง ก็จะเปลี่ยนจากสีเหลืองเป็นสีน้ำเงินค่ะ เช่น ขนมปัง ข้าว และเส้นบะหมี่” เธออธิบายให้เด็ก ๆ ฟัง

“หนูอยากทำให้ปะป๊าดู”

“ผมด้วยครับ” ทั้งสองตื่นเต้นที่จะอวดความรู้นี้แก่บิดาของพวกตน

จ้าวหลันเฟยพยักหน้ารับด้วยความเอ็นดู

“ได้ค่ะ แต่ไม่ใช่ทิงเจอร์ไอโอดีนนะคะ เพราะนี่เป็นยา ฉันไม่อยากให้พวกคุณหนูเล่น เอาไว้ฉันจะเตรียมน้ำดอกอัญชัน และน้ำมะนาวเอาไว้ให้นะคะ” เธอบอกข้อตกลงแก่ทั้งคู่

“ได้ครับ” / “ได้ค่ะ” ทั้งสองรับปากพร้อมกัน

“เอาล่ะ ได้เวลาอาหารกลางวันแล้ว เราไปกินข้าวกันเถอะค่ะ วันนี้เสี่ยวอิงทำบะหมี่ไข่เอาไว้ให้ และเส้นของบะหมี่ก็ทำมาจากอะไรรู้หรือไม่คะ” เธอถามเด็ก ๆ

“แป้งครับ” เฉินจินจ้านตอบอย่างมั่นใจ จำได้ว่าเธอเพิ่งพูดถึงเมื่อครู่

“เก่งมาก ๆ ค่ะ” เธอชื่นชมทั้งสอง จากนั้นก็พาเด็ก ๆ ไปที่ห้องอาหาร หน้าที่พี่เลี้ยงเด็กใครบอกว่าไม่เหนื่อย ตอนนี้นึกสงสารครูสอนอนุบาลเลยจริง ๆ

หลังจากรับประทานมื้อเที่ยงเสร็จแล้ว เธอก็พาเด็ก ๆ เข้านอน จากนั้นก็ได้เวลานำเสื้อผ้าลงไปซัก

ขณะที่เดินลงมาเสียงโทรศัพท์ที่อยู่ห้องนั่งเล่นของบ้านก็ดังขึ้น หญิงสาววางตะกร้าไว้แล้วเดินไปรับโทรศัพท์

“บ้านสกุลเฉินค่ะ” เธอรับสายด้วยน้ำเสียงที่สุภาพและนุ่มนวล

“นั่นใครพูด” เสียงผู้หญิงที่อยู่ปลายสาย ฟังดูไม่เป็นมิตรนัก

“ฉันคือสาวใช้ของบ้านสกุลเฉินค่ะ ตอนนี้คุณเฉินไม่อยู่..”

“ฉันรู้แล้ว เรียกเด็ก ๆ มาพูดสายหน่อย” อีกฝ่ายพูดแทรกขึ้นมาก่อนที่เธอจะพูดจบ ฟังดูจากประโยคนั้นทำให้จ้าวหลันเฟยนิ่งไปครู่หนึ่ง หากเดาไม่ผิดปลายสายคงจะเป็นอดีตคุณนายเฉิน

“คุณหนูทั้งสองเพิ่งจะนอนหลับไปค่ะ เกรงว่าหากปลุกตอนนี้ก็จะงอแงและพูดคุยไม่รู้เรื่อง รบกวนโทรมาใหม่ช่วงเย็นได้ไหมคะ”

“นี่เธอเป็นใครถึงกล้าขัดขวางไม่ให้แม่ลูกได้พูดคุยกัน ฮือ ๆ เสี่ยวจ้าน เสี่ยวเจิน แม่คิดถึงลูกเหลือเกิน”

“เอ่อ อย่าร้องไปเลยนะคะ เดี๋ยวฉันจะไปปลุกคุณหนูให้” จ้าวหลันเฟยเข้าใจหัวอกคนเป็นแม่ ร้องไห้ขนาดนี้คงจะคิดถึงลูก ๆ มาก

“อะไรนะ ให้ตายก็จะไม่ยอมให้ฉันคุยกับลูกของฉัน เธอใจร้ายมากเลยนะ ฮือ ๆ แม้จะเป็นคำสั่งของเฉินอี้เซียวที่ให้เธอกีดกันฉันกับลูก แต่อย่างน้อยเห็นแก่ที่เป็นผู้หญิงด้วยกัน เมตตาฉันสักครั้งเถอะ” ปลายสายพูดเหมือยว่าเธอกำลังถูกขัดขวาง

“คุณพูดอะไรของคุณ ฉันบอกว่ารอสักครู่ เดี๋ยวฉันจะไปปลุกคุณหนูมาพูดด้วย”

“หา! ห้ามฉันโทรมาอีก เจ้านายพวกเธอจะใจร้ายเกินไปแล้ว....ฮือ ๆ ประธานฮั่ว เฉินอี้เซียวเขากีดกันฉัน ฉันหมดหนทางแล้ว” ปลายสายหันไปพูดกับใครสักคน

“เฮ้ นี่คุณได้ยินที่ฉันพูดไหม บอกว่าจะไปปลุกคุณหนูให้แล้วไงคะ” จ้าวหลันเฟยเริ่มหงุดหงิดกับการพูดเองเออเองของปลายสาย

“ก็ได้ถ้าเธอไม่ให้ฉันโทรไปอีกฉันก็จะไม่โทร ชีวิตฉันช่างอาภัพนัก ถูกกีดกันไม่ให้พบลูกของตัวเอง ฮือ ๆ” พร่ำพรรณนาจบอีกฝ่ายก็วางสายไป

จ้าวหลันเฟยมองหูโทรศัพท์แล้ววางสายลงด้วยความงุนงงปนหงุดหงิด

“พูดอยู่คนเดียว เป็นประสาทหรืออย่างไร นี่อดีตคุณนายเฉินเธอไม่เต็มหรอกหรือ หรือว่ากำลังรับบทแม่ผู้อาภัพอยู่ หึ ละครสั้นที่กำลังดังคงได้พล็อตมาจากอดีตคุณนายเฉินนี่แหละ เฮ้อ! ฉันต้องมาเจอกับอะไรบ้างเนี่ย” หญิงสาวบ่นออกมาแล้วส่ายหน้าให้กับบทบาทที่ดูน้ำเน่าของปลายสายเมื่อครู่

เธอเดินไปคว้าตะกร้าใส่เสื้อผ้าของคุณหนูแล้วมองอย่างเห็นใจ หากเดาไม่ผิดอีกฝ่ายคงรับบทแม่ที่น่าสงสารต่อหน้าผู้ชายคนใหม่แน่ แบบนี้ความหวังที่เฉินจินจ้านและเฉินจินเจินอยากให้แม่กลับมา คงเป็นไปไม่ได้แล้ว

“คุณหนูทั้งสองจะรู้หรือเปล่านะ ว่าแม่จะไม่มีวันกลับมาที่สกุลเฉินอีกแล้ว” ฟังจากที่พูดเองเออเองแบบนั้น ขนาดโทรยังไม่อยากโทรมา แล้วหวังจะให้มาเยี่ยมเยียนแบบพบหน้า คงเป็นไปได้ยากแน่

‘ไม่สิ เป็นไปไม่ได้เลยต่างหาก’

************************

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ทะลุมิติมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กแฝดในยุค80   ตอนที่ 19 เอกสารสำคัญ

    สัญญาในการซื้อขายกับตู้ชิงอวิ๋นถูกเก็บเอาไว้อย่างดีในตู้เอกสารหลังโต๊ะทำงานของประธานหนุ่ม เฉินอี้เซียวนั่งยิ้มด้วยความพึงพอใจ มองดูเอกสารนำเสนองานและสัญญาฉบับใหม่ที่จะใช้พูดคุยกับบริษัทหลงจื่ออสังหาในวันพรุ่งนี้ คิดว่าจะต้องเป็นไปด้วยดีและราบรื่นเหมือนอย่างวันนี้อย่างแน่นอน ทั้งนี้เพราะประธานตู้และประธานหลง ทั้งสอง เป็นคู่เขยกัน ภรรยาของทั้งสองเป็นพี่น้องที่มาจากตระกูลเดียวกัน ดังนั้นย่อมมีการพูดคุยกันถึงเรื่องนี้ และแน่นอนว่าประธานตู้เองก็ได้รับรองกับเขาแล้วว่า จะเอาเรื่องการทดสอบโปรแกรมในวันนี้ไปพูดกับประธานหลงให้ฟังคร่าว ๆ หากเป็นอย่างที่พูดคุยกันไว้ การเจรจาในวันพรุ่งนี้ก็จะต้องสำเร็จลุล่วงด้วยดี“อาหมิง วันนี้ฉันจะกลับบ้านเร็วหน่อย นายไปเตรียมรถรอ” ประธานหนุ่มบอกด้วยอย่างอารมณ์ดี ตั้งแต่เขาขายกิจการร้านสิ่งทอของครอบครัวแล้วนำเงินมาลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีที่ตนใฝ่ฝัน เขาก็ทุ่มเทและจริงจังกับงานจนแทบไม่มีเวลาพัก ยิ่งตอนที่หย่าและแบ่งทรัพย์สินกันกับภรรยา เขาก็ไม่เคยมีรอยยิ้มอีกเลย“ครับ คุณเฉิน” อาหมิงรับปากแล้วรีบออกไปจัดการตามที่เจ้านายของตนสั่งปกติแล้วเฉินอี้เซียวไม่เคยที่จะกลับบ

  • ทะลุมิติมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กแฝดในยุค80   ตอนที่ 18 ทำสัญญา

    หลังจากที่เซ็นสัญญากับบริษัทขนาดไปถึงสาม บริษัทแล้ว และกำลังอยู่ในช่วงพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อที่จะนำไปติดตั้งระบบในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ในช่วงนี้เฉินอี้เซียวก็ได้เตรียมสัญญาและเอกสาร แนะนำซอฟต์แวร์ เพื่อที่จะไปแนะนำโปรแกรมบัญชีสำเร็จรูปของตนซึ่งให้ชื่อว่า โปรแกรมแอคเซอร์ (Accer 1984) ซึ่งเป็นรุ่นเปิดตัว รุ่นแรกในปี 1984 ไปนำเสนอกับบริษัทที่มีขนาดองค์กรที่ใหญ่ขึ้น หลังจากติดต่อบริษัทไปหลายแห่งก็มีเพียงสองบริษัทที่ตอบรับการนัดหมายให้เข้าไปพูดคุยงาน แม้จะเป็นเพียงแค่สองบริษัทและไม่รู้ว่าจะมีการตอบตกลงทำสัญญาหรือไม่ แต่เฉินอี้เซียวก็มั่นใจว่าเขาจะต้อง พูดโน้มน้าวใจให้บริษัททั้งสองตอบตกลงเซ็นสัญญาได้อย่างแน่นอน“คุณเฉินครับ เอกสารที่ต้องใช้ในการนำเสนองานเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ และผมได้ทำสัญญาเผื่อเอาไว้ในกรณีที่ตอบตกลง เหลือเพียงลงรายละเอียดตัวเลขระยะเวลาและจำนวนเงินที่ยังว่างไว้ครับ” อาหมิงนำเอกสารเข้ามาให้พร้อมกับรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น“วันนี้เป็นวันที่ดีมากเลยนะอาหมิง บริษัทขายเครื่องใช้ไฟฟ้าอันดับสองในเขตผู่ตง และบริษัทหลงซื่ออสังหาตอบตกลงรับนัดเรา แค่สองบริษัทนี้สนใจ โปรแกรม

  • ทะลุมิติมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กแฝดในยุค80   ตอนที่ 17 ข่าวดี

    เมื่อกลับมาถึงบ้านสกุลเฉิน เฉินอี้เซียวก็ประกาศข่าวดี นำเงินเดือนของเดือนที่แล้วที่ผ่านมาหลายวันจ่ายจำนวนเต็มให้แก่ทุกคน และไม่ลืมที่จะจ่ายเงินเดือนส่วนที่ค้างเอาไว้ในเดือนที่ผ่านมาจนครบ สร้างความดีใจให้แก่ทุกคนเป็นอย่างมากจ้าวหลันเฟยเป็นคนเดียวที่ไม่ได้รับซองเงินเดือน แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่ได้ใส่ใจ เพราะไม่มีอะไรที่ต้องใช้จ่ายอยู่แล้ว“ในที่สุดสวรรค์ก็เมตตา กิจการของคุณเฉินเจริญรุ่งเรือง ร่ำรวย ร่ำรวย” ลู่หงพูดด้วยความยินดี น้ำตารื้นด้วยความตื้นตัน“ขอบคุณป้าลู่ที่ดูแลผมและบ้านสกุลเฉินมาตลอด หากกิจการผมก้าวหน้าขึ้นอย่างที่ป้าอวยพร หลังปีใหม่นี้ผมจะขึ้นเงินเดือนให้ทุกคน” ประธานหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความยินดี ก่อนจะหันมาทางเสี่ยวอิงและจ้าวหลันเฟย“เสี่ยวอิง ที่เธอขออยู่ต่อชั่วคราว ตอนนี้ฉันขอให้เธออยู่ต่อเลยได้ไหม ฉันอยากให้เธอช่วยงานบ้านต่อไป ส่วนหลันเฟยตอนนี้ฉันจะให้เธอทำหน้าที่พี่เลี้ยงเพียงอย่างเดียว งานบ้านอื่น ๆ ของเด็ก ๆ และงานบ้านทั่วไปต้องรบกวนเธอแล้ว” เขาบอกกับสาวใช้วัยยี่สิบ ขอให้เธออยู่ทำงานต่อ“ได้ค่ะคุณเฉิน ได้ค่ะ” หญิงสาวรับปากแทบจะทันที ถือซองเงินในมือเอา

  • ทะลุมิติมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กแฝดในยุค80   ตอนที่ 16 น้ำเปลี่ยนสี

    กิจกรรมวันนี้ทำให้เฉินจินเจินและเฉินจินจ้านตื่นเต้นไม่น้อย เพราะวันนี้จ้าวหลันเฟยบอกว่าเธอจะพาทำ ‘น้ำเปลี่ยนสี’“พี่หลันเฟย นั่นดอกอะไรคะ”“ดอกอัญชันน่ะ ฉันเห็นว่าเกิดที่ริมรั้วจึงจะลองนำมาทำกิจกรรมสนุก ๆ” เธอพูดแล้วน้ำดอกอัญชันที่เก็บมา ให้เด็ก ๆ ช่วยกันใช้ครกหินบดยาในการบดดอกอัญชัน จากนั้นก็นำมาคั้นน้ำจนได้น้ำสีน้ำเงินออกมาจำนวนหนึ่ง “แล้วเราต้องทำอย่างไรต่อครับ” เฉินจินจ้านที่เริ่มพูดไพเราะขึ้น ถามด้วยน้ำเสียงที่สนใจและกระตือรือร้น“ต่อไปเราก็จะนำไปผสมกับน้ำเปล่า ลองดูสิคะ” เธออธิบายแล้วปล่อยให้เด็ก ๆ ทำกันเองสองพี่น้องนำน้ำสีน้ำเงินเข้มที่คั้นมาได้ ผสมลงไปในน้ำเปล่าทั้งสองแก้วที่อยู่ต่อหน้าตน จากนั้นเธอก็ยื่นมะนาวให้กับเด็ก ๆ ถือเอาไว้คนละหนึ่งซีก“น้ำดอกอัญชันเป็นสีอะไรคะ”“สีน้ำเงินครับ” / “สีน้ำเงินค่ะ”“ถ้าเราหยดน้ำมะนาวลงไป คิดว่าจะมีการเปลี่ยนสีหรือไม่”“เปลี่ยนค่ะ” เฉินจินเจินตอบอย่างมั่นใจในคำตอบ จ้าวหลันเฟยเลิกคิ้วขึ้นแล้วถามเด็กน้อย“ทำไมถึงเปลี่ยนคะ คุณหนูเล็กพอตอบได้หรือไม่”“เพราะพี่หลันเฟยบอกเองว่าวันนี้จะพาทำกิจกรรมน้ำเปลี่ยนสี” คำตอบของเด็กน้อยทำให้เธอหัวเราะออกม

  • ทะลุมิติมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กแฝดในยุค80   ตอนที่ 15 รอยยิ้มที่ยินดี

    เมื่อเห็นว่าโปรแกรมที่ตนเองทำนั้นสามารถใช้งานได้จริง และพร้อมที่จะนำไปเสนอขายให้แก่บริษัทกลุ่มเป้าหมาย เฉินอี้เซียวก็ได้นำโปรแกรมตัวอย่างเหล่านี้ไปนำเสนอที่บริษัทต่าง ๆ ด้วยตนเอง โดยเริ่มจากบริษัทเล็ก ๆ ก่อนโดยมีข้อเสนอที่ว่ากลุ่มบริษัทที่ทำการซื้อขายโปรแกรมสำเร็จรูปทางบัญชีกลุ่มแรก จะได้รับการดูแลหลังการขายและได้รับการอัปเดตโปรแกรมโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายตลอดระยะเวลาห้าปีด้วยข้อเสนอนี้จึงทำให้คนรุ่นใหม่ที่ก้าวมาสู่วงการธุรกิจเล็งเห็นความสำคัญ และชื่นชอบแนวคิดในการทำงานโดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้งานสะดวกรวดเร็วขึ้น จึงตอบตกลงเซ็นสัญญาซื้อขายวางมัดจำทันทีที่ได้ทดลองใช้โปรแกรมตัวอย่างแม้จากสิบบริษัทจะมีเพียงสามบริษัทเท่านั้นที่ตกลงเซ็นสัญญาในการซื้อโปรแกรมที่เขากำลังพัฒนาอยู่ แต่นั่นก็ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี เพราะตอนนี้เขามีเงินค่ามัดจำโปรแกรมเพียงพอที่จะใช้หมุนเวียนในบริษัทอีกต่อไปสองเดือน และมีเงินจ่ายค่าจ้างที่เหลือของคนในบ้านแต่ว่าเฉินอี้เซียวไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น ตอนนี้เขาเริ่มไปยังบริษัทขนาดกลางและขนาดใหญ่ เพื่อที่จะเสนอโปรแกรมสำเร็จรูปทางบัญชีของตน กำลังรอนัดหมายเพื่อเข้าไปอธิ

  • ทะลุมิติมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กแฝดในยุค80   ตอนที่ 14 อยากกลับบ้าน

    อีกสามวันเสี่ยวอิงก็ต้องออกไปจากบ้านสกุลเฉินแล้ว หยางหมิงซวนที่แอบรักเธอมาหลายปีตั้งแต่หญิงสาวอายุสิบหก จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่กล้าที่จะสารภาพความในใจขณะกินอาหารเย็นด้วยกัน เขามองเธอที่พูดคุยกับคนอื่น ๆ ด้วยรอยยิ้มที่สดใส เขาอยู่กับเฉินอี้เซียวมาตั้งแต่ตัวเองเป็นวัยรุ่น ที่ผ่านมาทุ่มเททำงานหนักและไม่เคยมีคนรัก เสี่ยวอิงจึงเป็นรักแรกของเขาจนถึงตอนนี้“เสี่ยวอิง ถ้าเธอลาออกไปแล้ว เธอจะไปทำงานที่ไหน ดูไว้แล้วหรือยัง” ป้าลู่ถามขึ้นมา อาหมิงได้ยินดังนั้นก็มองใบหน้าของเธอ รอฟังคำตอบอย่างตั้งใจ สิ่งนั้นไม่รอดพ้นสายตาของจ้าวหลันเฟยตั้งแต่เธอมาอยู่ที่นี่จนครบหนึ่งสัปดาห์ เธอสังเกตเห็นว่าหยางหมิงซวนนั้นมีใจให้แก่เสี่ยวอิงอย่างแน่นอน แต่หญิงสาวกลับไม่รู้เลยสักนิดว่ามีคนคิดกับเธอเกินกว่าพี่ชายและน้องสาว“ว่าไงล่ะเสี่ยวอิง เธอจะไปทำงานที่ไหน” เขาย้ำถามเธอด้วยคำถามเดียวกันกับลู่หง แล้วรอฟังคำตอบอย่างตั้งใจ“ไม่รู้สิพี่หมิงซวน ฉันคงกลับบ้านนอกก่อน ไปช่วยพ่อแม่ทำสวนก่อนสักเดือน แล้วจะเข้ามาหางานใหม่อีกครั้ง ความรู้ของฉันก็คงสมัครได้แค่พนักงานทำความสะอาด หรือไม่ก็คนรับใช้เท่านั้นแหละ” เธอบอกแล้วกินอา

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status