Share

ตอนที่ 3 ผู้มีพระคุณ

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-03 08:30:41

ความเย็นที่กระทบกับผิวหน้าทำให้จ้าวหลันเฟยที่หมดสติอยู่รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา เธอค่อย ๆ กะพริบตาปรับแสง แล้วมองเห็นหญิงวัยประมาณสี่สิบปีกำลังเช็ดใบหน้าให้เธออยู่

“ฟื้นแล้วหรือคะ” น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความนุ่มนวล จากนั้นก็ประคองหญิงสาวให้ลุกขึ้นนั่ง

“ฉันอยู่ที่ไหนคะ” เธอเพิ่งตื่นจึงยังเบลอ ๆ อยู่ว่าตัวเองกำลังฝันไปหรือว่าอยู่ที่ไหนกันแน่

“ฉันชื่อลู่หง เรียกว่าป้าลู่ก็ได้ คุณอยู่บ้านสกุลเฉิน คุณเฉินให้หมอมาดูอาการคุณแล้ว เห็นว่าแค่อ่อนเพลียแล้วเป็นลมไป” ในขณะที่ฟังเธออธิบาย จ้าวหลันเฟยก็กำลังไล่เรียงความคิดไปด้วย พอจำเรื่องราวก่อนหมดสติได้ก็ทำหน้าเครียดขึ้นมา

“อ่อนเพลียอะไรกัน ไม่ใช่ว่ามีคนตั้งใจจะบีบคอฉันให้ตายหรือคะ” พูดจบเธอก็ลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว จนร่างอรชรเซเล็กน้อย แล้วลู่หงก็รีบประคองเธอเอาไว้

“คุณน่าจะยังไม่ได้กินอะไรมา ฉันเตรียมข้าวเย็นไว้ให้แล้ว กินข้าวให้อิ่มท้อง เรื่องอื่นค่อยว่ากันอีกที” หญิงวัยกลางคนพูดอย่างสุภาพและใจเย็น หญิงสาวจึงยอมสงบลง

ใช่ เธอต้องกินอาหารให้อิ่มท้องก่อน แล้วอย่างอื่นค่อยว่ากันทีหลัง เมื่อคิดได้อย่างนั้นจึงค่อย ๆ เดินตามป้าลู่ออกไปที่ห้องรับประทานอาหารด้านนอก

หญิงสาวเพิ่งสังเกตว่าเธออยู่ในชุดแบบดั้งเดิม ดูจากสีที่ฉูดฉาดแล้วคงไม่ใช่เสื้อผ้าของป้าลู่แน่ พลางคิดว่าคงเป็นชุดของภรรยาเจ้าของบ้านที่แม่บ้านวัยกลางคนเรียกเขาว่า ‘คุณเฉิน’

บริเวณทางที่เดินจากห้องนอนไปที่ห้องอาหารก็เดินผ่านห้องนั่งเล่นไป บ้านหลังนี้ใหญ่โตหากจะเรียกว่าคฤหาสน์ก็คงไม่ผิด แต่ไม่รู้ว่าทำไมเฟอร์นิเจอร์จึงไม่ค่อยหนาตานัก

“อาหารมีเท่านี้ ไม่ทราบว่าคุณกินได้ไหมคะ” ป้าลู่ถามแล้วพยายามพูดเอาใจ ไม่อยากให้เธอรู้สึกไม่สบายใจแล้วเอาเรื่องกับเฉินอี้เซียว เพราะเท่านี้เขาก็ย่ำแย่มากพอแล้ว

ธุรกิจที่กำลังทำก็ขาดเงินทุนเพราะไม่มีใครมั่นใจในธุรกิจเทคโนโลยี ภรรยาก็ขอหย่าเพราะกลัวจะล้มละลายไปด้วยกัน ทิ้งลูกแฝดชายหญิงให้เขาดูแลตามลำพัง ทรัพย์สินที่พอมีและต้องใช้ในการลงทุนจึงถูกแบ่งครึ่งหนึ่งให้แก่เธอไป แต่กระนั้นเธอก็ยังยอมรับทรัพย์สินนั้น ไม่สนใจว่าบริษัทสามีจะเป็นอย่างไร มิหนำซ้ำยังไม่สนใจกลับมาดูแลลูก ๆ เสียด้วยซ้ำ

วันนี้เมื่อมีคนหลอกเฉินจินเจินว่าจะพาไปหาแม่ เด็กน้อยจึงยอมเดินตามไปอย่างง่ายดาย เฉินจินจ้านผู้เป็นพี่ชายผิดสังเกตและร้องให้คนช่วยเหลือ คนในบ้านจึงได้รีบตามออกไปและช่วยได้ทันท่วงที

ทรัพย์สินในบ้านก็ทยอยขายออกไป คนในบ้านเองก็ลาออกกันไปหลายคน บริษัทของเขาก็กำลังอยู่ในช่วงประคับประคอง ตนที่ดูแลเฉินอี้เซียวมาตั้งแต่อ้อนแต่ออกก็นึกสงสาร ตนกับสามีจึงยังคงอยู่รับใช้ ที่นี่ต่อไป แต่ไม่รู้ว่าจะทนได้นานอีกแค่ไหน เพราะสาวใช้คนสุดท้ายที่เหลืออยู่กำลังจะลาออกแล้ว

จ้าวหลันเฟยมองดูอาหารไม่กี่อย่างตรงหน้า เท่านี้ก็มากพอแล้ว เธอไม่ใช่คนกินยากอะไร

“ฉันกินได้ค่ะ” เธอบอกแล้วลงมือกินอาหารตรงหน้า เพียงไม่นานก็กินหมดด้วยความหิว

“ถ้ากินเสร็จแล้ว คุณเฉินอยากจะขอพูดคุยกับคุณค่ะ เอ่อ คุณ...”

“ฉัน จ้าวหลันเฟยค่ะ” เธอแนะนำตัวเอง พลางนึกว่าคุณเฉินที่ว่าน่าจะเป็นคนเดียวกันกับที่ทำร้ายเธอหรือไม่ เท่าที่จำได้ก่อนหมดสติไปป้าลู่ที่อุ้มเด็กหญิงคนนั้นเรียกเขาว่าคุณเฉิน

ลู่หงพาเธอเดินไปที่ห้องทำงานที่อยู่ด้านตะวันตกของคฤหาสน์ ทางเดินโล่งจนเหมือนบ้านร้างนี้ทำให้หญิงสาวนึกสงสัย

“ธุรกิจของคุณเฉินกำลังประสบปัญหา การเงินก็ไม่ค่อยมั่นคงนัก หากคุณจะเรียกร้องค่าเสียหายละก็เห็นใจเขาด้วยนะคะ” ป้าลู่พูดเสียงเบา พูดไปน้ำตาก็จะไหลไป จ้าวหลันเฟยจึงพอจะเดาได้ว่าที่ป้าลู่ทำดีด้วยที่แท้ก็เพราะกลัวเธอจะเรียกร้องค่าชดเชยนี่เอง

“เขาลำบากมากขนาดนั้นเลยหรือคะ” เธอถามแล้วมองไปรอบ ๆ บ้าน คิดว่าที่บ้านโล่งขนาดนี้ก็น่าจะจริงอย่างที่ป้าแม่บ้านบอก

“ค่ะ แล้วยังต้องเลี้ยงคุณหนูทั้งสองอีก พอคุณหนูเล็กถูกลักพาตัวคุณเฉินเลยโกรธมาก ไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายคุณแบบนั้น คุณจ้าวเองก็ดูเป็นคนดีและมีจิตใจที่งดงาม หวังว่าจะเมตตาคุณเฉินและคุณหนูทั้งสองด้วยนะคะ” ลู่หงบอกเสียงเบา ทำให้เธอรู้ว่าคุณเฉินคนนี้เป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว

จ้าวหลันเฟยไม่ได้รับปาก เธอเองก็ไม่รู้ว่าควรเรียกร้องมากแค่ไหน เพราะว่าค่าเงินในยุคนี้ต้องมีเงินเท่าไรจึงจะสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้

ป้าลู่เคาะห้อง พอมีเสียงอนุญาตจากคนข้างในเธอก็เปิดประตูออก จ้าวหลันเฟยก้าวเข้าไปในห้องนั้น ชายคนที่บีบคอเธอจนสลบเหมือดไปเพราะร่างกายขาดออกซิเจนกำลังนั่งอยู่ตรงหน้า สายตาที่เขามองไม่รู้สึกสำนึกผิดเลยแม้แต่น้อย

เฉินอี้เซียวมองชุดของอดีตภรรยาที่เธอสวมใส่พลางกัดกรามแน่น ผู้หญิงที่เขารักมากที่สุดทอดทิ้งไปในยามที่เขาลำบากที่สุด แล้วยังทิ้งลูก ๆ ไปอีก แค่เห็นข้าวของเธอเขาก็รู้สึกขุ่นมัวในใจแล้ว

“นั่งลงก่อนสิ” เขาพูดเสียงเรียบ ยกมือผายเชิญให้เธอนั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามโต๊ะทำงานของเขา

“ก่อนอื่นผมต้องขอบคุณที่ช่วยเสี่ยวเจินเอาไว้ และอยากจะขอโทษที่ผมเข้าใจผิดคุณ แล้วพลั้งมือทำร้ายคุณลงไป” เขาพูดด้วยโทนเสียงที่ทุ้มต่ำ ท่าทางนั้นแฝงด้วยความหยิ่งผยอง นี่นะหรือคนที่น่าสงสารที่ป้าลู่พูดถึง เขาไม่ใกล้เคียงเลยสักนิด

“ค่ะ ฉันรับคำขอบคุณ และรับคำขอโทษของคุณเอาไว้” เธอบอกเขาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ สายตาเหลือบไปเห็นเอกสารที่เกี่ยวกับโครงการพัฒนาซอฟต์แวร์ คิ้วเรียวก็ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย

“คุณต้องการค่าชดเชยเท่าไร ก็ว่ามาได้เลย” เขาถามเธอ แล้วเบือนหน้าไปทางอื่น แค่เห็นชุดที่เธอสวมใส่ก็รู้สึกทั้งเจ็บทั้งแค้น

“คุณทำงานเกี่ยวกับเทคโนโลยี พัฒนาโปรแกรม อะไรพวกนั้นหรือคะ” เธอถามเขา ไม่ได้สนใจสิ่งที่เขาถามก่อนหน้านี้ พลางคิดว่าบริษัทเทคโนโลยีของเขานี่แหละคือทางออกของเธอ

“ใช่ ทำไม จะเรียกร้องค่าชดเชยต้องดูบริษัทของผมประกอบการตัดสินใจด้วยหรือ” เขาตอบด้วยความหงุดหงิด เธอคงคิดว่าเขามีธุรกิจส่วนตัวแล้วจะคิดค่าเสียหายจำนวนมหาศาลสินะ ผู้หญิงสมัยนี้ทำไมเห็นแก่เงินกันนักนะ

“ฉันจะไม่เรียกร้องค่าเสียหายจากคุณ แต่ฉันจะขอทำงานกับคุณแทนแบบนี้ได้หรือเปล่า” เธอถามเขาพร้อมกับรอยยิ้มที่มีความหวัง น้ำเสียงดูกระตือรือร้นมากกว่าจะเป็นการพูดเพราะมีเล่ห์เหลี่ยมอะไร

“ทำงาน?”

“ค่ะ ฉันอยากทำงานที่บริษัทของคุณ ฉันมีความสามารถด้านวิทยาศาสตร์ ทั้งเคมี ฟิสิกส์ และเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี สามารถช่วยเหลืองานของคุณได้อย่างแน่นอน” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจ

เฉินอี้เซียวกระตุกยิ้มที่มุมปากพร้อมกับส่ายศีรษะ “คิดจะเข้าหาผมด้วยวิธีนี้ จะบอกเลยนะว่าผมไม่ได้ร่ำรวยอะไรให้คุณมากอบโกยเงินได้หรอกนะ”

จ้าวหลันเฟยอ้าปากค้าง นี่เขาคิดอะไรของเขาอยู่ เธอนะหรือจะอยากเป็นผู้หญิงของเขา

“ฉันแค่ตกงานและไม่มีที่ไป เลยอยากจะทำงานกับคุณแทนที่จะเรียกร้องเงินชดเชยเท่านั้น ทำไมต้องคิดไปไกลขนาดนั้นด้วยคะ” เธอพูดแล้วชักสีหน้าใส่เขา ก่อนจะลดท่าทีลงเมื่อนึกได้ว่าไม่มีทางไป

“งานเดียวที่คุณจะช่วยทำได้ คือพี่เลี้ยงของลูกผม หากตกลงก็เริ่มงานได้ หากไม่ตกลงก็บอกมาว่าอยากได้เท่าไร” เขาถามประชด รู้ว่าอย่างไรเธอก็คงมีลูกเล่นบางอย่างแน่ ทุกวันนี้ใครกันไม่ต้องการผลประโยชน์ให้ตัวเอง

************************

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทะลุมิติมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กแฝดในยุค80   ตอนที่ 16 น้ำเปลี่ยนสี

    กิจกรรมวันนี้ทำให้เฉินจินเจินและเฉินจินจ้านตื่นเต้นไม่น้อย เพราะวันนี้จ้าวหลันเฟยบอกว่าเธอจะพาทำ ‘น้ำเปลี่ยนสี’“พี่หลันเฟย นั่นดอกอะไรคะ”“ดอกอัญชันน่ะ ฉันเห็นว่าเกิดที่ริมรั้วจึงจะลองนำมาทำกิจกรรมสนุก ๆ” เธอพูดแล้วน้ำดอกอัญชันที่เก็บมา ให้เด็ก ๆ ช่วยกันใช้ครกหินบดยาในการบดดอกอัญชัน จากนั้นก็นำมาคั้นน้ำจนได้น้ำสีน้ำเงินออกมาจำนวนหนึ่ง “แล้วเราต้องทำอย่างไรต่อครับ” เฉินจินจ้านที่เริ่มพูดไพเราะขึ้น ถามด้วยน้ำเสียงที่สนใจและกระตือรือร้น“ต่อไปเราก็จะนำไปผสมกับน้ำเปล่า ลองดูสิคะ” เธออธิบายแล้วปล่อยให้เด็ก ๆ ทำกันเองสองพี่น้องนำน้ำสีน้ำเงินเข้มที่คั้นมาได้ ผสมลงไปในน้ำเปล่าทั้งสองแก้วที่อยู่ต่อหน้าตน จากนั้นเธอก็ยื่นมะนาวให้กับเด็ก ๆ ถือเอาไว้คนละหนึ่งซีก“น้ำดอกอัญชันเป็นสีอะไรคะ”“สีน้ำเงินครับ” / “สีน้ำเงินค่ะ”“ถ้าเราหยดน้ำมะนาวลงไป คิดว่าจะมีการเปลี่ยนสีหรือไม่”“เปลี่ยนค่ะ” เฉินจินเจินตอบอย่างมั่นใจในคำตอบ จ้าวหลันเฟยเลิกคิ้วขึ้นแล้วถามเด็กน้อย“ทำไมถึงเปลี่ยนคะ คุณหนูเล็กพอตอบได้หรือไม่”“เพราะพี่หลันเฟยบอกเองว่าวันนี้จะพาทำกิจกรรมน้ำเปลี่ยนสี” คำตอบของเด็กน้อยทำให้เธอหัวเราะออกม

  • ทะลุมิติมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กแฝดในยุค80   ตอนที่ 15 รอยยิ้มที่ยินดี

    เมื่อเห็นว่าโปรแกรมที่ตนเองทำนั้นสามารถใช้งานได้จริง และพร้อมที่จะนำไปเสนอขายให้แก่บริษัทกลุ่มเป้าหมาย เฉินอี้เซียวก็ได้นำโปรแกรมตัวอย่างเหล่านี้ไปนำเสนอที่บริษัทต่าง ๆ ด้วยตนเอง โดยเริ่มจากบริษัทเล็ก ๆ ก่อนโดยมีข้อเสนอที่ว่ากลุ่มบริษัทที่ทำการซื้อขายโปรแกรมสำเร็จรูปทางบัญชีกลุ่มแรก จะได้รับการดูแลหลังการขายและได้รับการอัปเดตโปรแกรมโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายตลอดระยะเวลาห้าปีด้วยข้อเสนอนี้จึงทำให้คนรุ่นใหม่ที่ก้าวมาสู่วงการธุรกิจเล็งเห็นความสำคัญ และชื่นชอบแนวคิดในการทำงานโดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้งานสะดวกรวดเร็วขึ้น จึงตอบตกลงเซ็นสัญญาซื้อขายวางมัดจำทันทีที่ได้ทดลองใช้โปรแกรมตัวอย่างแม้จากสิบบริษัทจะมีเพียงสามบริษัทเท่านั้นที่ตกลงเซ็นสัญญาในการซื้อโปรแกรมที่เขากำลังพัฒนาอยู่ แต่นั่นก็ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี เพราะตอนนี้เขามีเงินค่ามัดจำโปรแกรมเพียงพอที่จะใช้หมุนเวียนในบริษัทอีกต่อไปสองเดือน และมีเงินจ่ายค่าจ้างที่เหลือของคนในบ้านแต่ว่าเฉินอี้เซียวไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น ตอนนี้เขาเริ่มไปยังบริษัทขนาดกลางและขนาดใหญ่ เพื่อที่จะเสนอโปรแกรมสำเร็จรูปทางบัญชีของตน กำลังรอนัดหมายเพื่อเข้าไปอธิ

  • ทะลุมิติมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กแฝดในยุค80   ตอนที่ 14 อยากกลับบ้าน

    อีกสามวันเสี่ยวอิงก็ต้องออกไปจากบ้านสกุลเฉินแล้ว หยางหมิงซวนที่แอบรักเธอมาหลายปีตั้งแต่หญิงสาวอายุสิบหก จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่กล้าที่จะสารภาพความในใจขณะกินอาหารเย็นด้วยกัน เขามองเธอที่พูดคุยกับคนอื่น ๆ ด้วยรอยยิ้มที่สดใส เขาอยู่กับเฉินอี้เซียวมาตั้งแต่ตัวเองเป็นวัยรุ่น ที่ผ่านมาทุ่มเททำงานหนักและไม่เคยมีคนรัก เสี่ยวอิงจึงเป็นรักแรกของเขาจนถึงตอนนี้“เสี่ยวอิง ถ้าเธอลาออกไปแล้ว เธอจะไปทำงานที่ไหน ดูไว้แล้วหรือยัง” ป้าลู่ถามขึ้นมา อาหมิงได้ยินดังนั้นก็มองใบหน้าของเธอ รอฟังคำตอบอย่างตั้งใจ สิ่งนั้นไม่รอดพ้นสายตาของจ้าวหลันเฟยตั้งแต่เธอมาอยู่ที่นี่จนครบหนึ่งสัปดาห์ เธอสังเกตเห็นว่าหยางหมิงซวนนั้นมีใจให้แก่เสี่ยวอิงอย่างแน่นอน แต่หญิงสาวกลับไม่รู้เลยสักนิดว่ามีคนคิดกับเธอเกินกว่าพี่ชายและน้องสาว“ว่าไงล่ะเสี่ยวอิง เธอจะไปทำงานที่ไหน” เขาย้ำถามเธอด้วยคำถามเดียวกันกับลู่หง แล้วรอฟังคำตอบอย่างตั้งใจ“ไม่รู้สิพี่หมิงซวน ฉันคงกลับบ้านนอกก่อน ไปช่วยพ่อแม่ทำสวนก่อนสักเดือน แล้วจะเข้ามาหางานใหม่อีกครั้ง ความรู้ของฉันก็คงสมัครได้แค่พนักงานทำความสะอาด หรือไม่ก็คนรับใช้เท่านั้นแหละ” เธอบอกแล้วกินอา

  • ทะลุมิติมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กแฝดในยุค80   ตอนที่ 13 โปรแกรมต้นแบบ

    หลังจากแนวคิดของจ้าวหลันเฟยถูกถ่ายทอดในที่ประชุม ทีมงานทั้งหมดก็ระดมสมองกันทำงานตามที่ได้รับมอบหมายใช้เวลาในการศึกษางานเกี่ยวกับบัญชีอยู่ครึ่งวัน และให้ฝ่ายบัญชีเข้ามาอธิบายความต้องการที่ต้องใช้ในการทำงาน ใช้เวลาเขียนโค้ดและออกแบบหน้าตาของโปรแกรม เพียงแค่สามวันเท่านั้นโปรแกรมต้นแบบก็สำเร็จ เตรียมพร้อมที่จะนำไปพัฒนาต่อยอดให้เป็นโปรแกรมที่สมบูรณ์แบบต่อไปหยางหมิงซวนเคาะประตูห้องแล้วเข้ามาพร้อมกับใบหน้าที่ตื่นเต้น นำข่าวดีเรื่องนี้มาบอกแก่ประธานหนุ่มทันทีที่ทีมพัฒนาโปรแกรมแจ้งข่าว“คุณเฉินครับ โปรแกรมต้นแบบสำเร็จแล้วครับ”เมื่อได้ยินข่าวดีที่รอคอย เฉินอี้เซียวก็ลุกขึ้นแล้วยิ้มออกมาด้วยความดีใจ“ให้ฝ่ายบัญชีที่บริษัททดสอบการใช้งานโปรแกรมของเรารึยัง” เขาถามด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น“ทดสอบการใช้งานเรียบร้อยแล้วครับ ฝ่ายบัญชีบอกว่าโปรแกรมนี้ช่วยงานได้มาก แม่นยำ และสรุปผลออกมาตามที่ต้องการ ลดระยะเวลาการทำงานไปได้กว่า 40% ทำให้งานเสร็จเร็วขึ้น” อาหมิงอธิบายอย่างละเอียด“ดีมาก ดีจริง ๆ” เฉินอี้เซียวถอนหายใจออกมาด้วยความดีใจ แค่โปรแกรมพื้นฐานเล็ก ๆ ที่สำเร็จลงได้ เป็นสิ่งที่ทำให้เขาดีใจมาก“คุณเฉ

  • ทะลุมิติมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กแฝดในยุค80   ตอนที่ 12 ความหวัง

    “เธอเป็นใครกันแน่” คำถามนั้นถูกถามออกมาทำให้ใบหน้าของจ้าวหลันเฟยที่กำลังตื่นเต้นและหมกมุ่นกับความคิดของตน มีสีหน้าที่เจื่อนลงไปเล็กน้อยสายตาคู่งามสบตาเขาด้วยแววตาที่สั่นไหว เธอลืมไปว่ากำลังแกล้งความจำเสื่อม แล้วจะทำอย่างไรดีล่ะทีนี้ หรือว่าเธอควรสารภาพกับเขาออกไปตรง ๆ ดี ว่าเธอคือหญิงสาวในโลกอนาคตที่ย้อนเวลามาอยู่ที่นี่“ถ้าเธอไม่อยากตอบคำถามนี้ของฉันก็ไม่เป็นไร งั้นฉันขอถามเธออีกข้อหนึ่ง ต้องการอะไรจากฉันกันแน่” เขาเปลี่ยนคำถามเธอ เมื่อเห็นว่าหญิงสาวมีท่าทีที่ไม่ค่อยอยากจะตอบคำถามแรกเสียเท่าไร แล้วยังมีสีหน้าที่ดูลำบากใจแบบนั้นแต่เท่านี้ก็ดูออกแล้วว่าเธอไม่ได้ความจำเสื่อมอย่างที่บอกเขาจริง ๆ ซึ่งเขาก็ไม่ได้เชื่อตั้งแต่แรกอยู่แล้ว“คุณเฉินคะ คือ...” จ้าวหลันเฟยกลัวว่าสิ่งที่เธอพูดไปนั้นจะเหลือเชื่อมากเกินไปสำหรับคนในยุคนี้ เธอจึงอยากให้เขาเห็นความสามารถของเธอก่อน แล้วถึงตอนนั้นคำพูดของเธอจึงจะน่าเชื่อถือมากกว่านี้“ผมรอฟังอยู่” เขาพูดแล้วจ้องมองท่าทีที่ลังเลของเธอ“เอาไว้ให้คุณทำโปรแกรมทางบัญชีนี้ออกมาได้สำเร็จก่อน หากมันทำให้บริษัทคุณประสบความสำเร็จได้จริง หลังจากนี้ฉันจะบอกทุกอย่า

  • ทะลุมิติมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กแฝดในยุค80   ตอนที่ 11 จับผิด

    แม้จะจบคณะวิทยาศาสตร์ สาขาเอกฟิสิกส์ แต่ว่าเธอก็มีความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์พื้นฐานอยู่ไม่น้อยทั้งนี้เพราะเป็นวิชารองที่เธอเลือกเรียนและมีสอนอยู่ในคณะวิทยาศาสตร์ด้วย เนื่องจากเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์นั้นเป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้ควบคู่กันไปการเขียนโปรแกรมแม้จะต้องใช้ทักษะเฉพาะ เธออาจจะไม่ชำนาญในเรื่องนั้นแต่เธอก็สามารถออกแบบโปรแกรมและเขียนต้นแบบ เพื่อให้เขานำไปให้พนักงานที่เชี่ยวชาญออกแบบซอฟต์แวร์ออกมาได้“ในยุคนี้เริ่มมีการร่วมทุนกับบริษัทต่างชาติ ประเทศกำลังได้รับการพัฒนา คอมพิวเตอร์คงน่าจะเริ่มนำมาใช้ในการทำงานของบริษัทใหญ่ ๆ แล้ว โปรแกรมที่จะใช้กับคอมพิวเตอร์ในยุคนี้อะไรล่ะที่จะเหมาะสม” จ้าวหลันเฟยในชุดชุดนอนกระโปรงสีขาวของอดีตคุณนายเฉิน เดินไปเดินมาอย่างใช้ความคิด“สแกนไวรัสอย่างนั้นหรือ ไม่สิอินเทอร์เน็ตอาจจะยังไม่ครอบคลุมว่า แต่ยุคนี้มีอินเทอร์เน็ตใช้หรือยังนะ โอ๊ย ปวดหัวจริง โปรแกรมสแกนไวรัสตัดออกไปก่อน... อืม โปรแกรมที่จะใช้ได้ในสำนักงานอย่างนั้นหรือ แล้วอะไรดีล่ะ”หญิงสาวพูดไปบ่นไปอย่างใช้ความคิดอยู่ภายในห้องนอนของตน ตั้งแต่ที่อาบน้ำเสร็จจนถึงตอนนี้ ในหัวเธอก็ยังวนเว

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status