LOGINหลี่หยวนหยวนทะลุมิติเข้าไปในร่างของพระชายาอ๋องหยางที่กำลังจะหย่า นางแอบคลอดลูกฝาแฝดชายหญิงและซ่อนเอาไว้ นางสร้างการค้าและความร่ำรวยด้วยความช่วยเหลือของจอมยุทธ์สามผี ทว่าสิ่งที่คาดไม่ถึงคือ ลูกฝาแฝดของนางก็คืออดีตฮ่องเต้และองค์หญิงใหญ่ที่กลับชาติมาเกิด ภารกิจอันยิ่งใหญ่ของนางจึงเริ่มต้นขึ้น
View Moreแม้โจวฮ่องเต้สั่งประหารหลิวกงกงกับขันทีอีกสองคนในอีกเจ็ดวัน ทว่ากลับลอบส่งขันทีผู้หนึ่งให้นำสุราพิษไปมอบให้หลิวกงกงในคุกหลวง ครั้นเห็นขันทีที่นำสุราพิษมามอบให้ตน หลิวกงกงถึงกับหัวร่อ “ไฉกัง ข้าคิดไม่ถึงเลยว่าคนที่หักหลังข้าจะเป็นเจ้า” ขันทีที่ร่วมมือกับหลิวกงกงมาโดยตลอดยกยิ้มมุมปาก ในใจวาดหวังว่าตนเองจะได้รับการแต่งตั้งเป็นกงกงแทนคนแซ่หลิวที่โลภมากจนตัวตายผู้นี้ “กงกง อย่าโทษข้าเลย ทุกอย่างล้วนเป็นเพราะท่านเอง ทองคำพวกนั้น ท่านไม่ยอมแบ่งปันให้ข้า ทีแรกข้าคิดว่าข้าช่างโชคร้ายและท่านก็แสนจะใจแคบ แต่ตอนนี้กลับคิดว่าเป็นความโชคดี ไม่เช่นนั้นคนที่จะต้องอยู่ในนี้อีกคนคงต้องเป็นข้า” ไฉกังเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“เหอะ!” หลิวกงกงเงยหน้าขึ้นฟ้า หยาดน้ำตาที่เคลือบวาววับบนดวงตาพลันกลิ้งมาตามร่องแก้ม เขาถอนหายใจแรง ยกมือขึ้นตบอกตนเองสองสามครั้ง“ท่านทำใจเสียเถิด” ขันทีไฉยื่นถาดสุราพิษมาข้างหน้าเพื่อให้หลิวกงกงรีบรับไป“นี่คงเป็นสิ่งพระราชทานสิ่งสุดท้ายสำหรับข้าสินะ ฮ่าๆ ไม่คิดเลย ข้าที่รับใช้ฝ่าบาทมาทั้งชีวิต ยอมทำทุกอย่างที่จะส่งให้พระองค์ขึ้นสู่บัลลั
“ฝ่าบาท! กระหม่อมผิดไปแล้ว พ่ะย่ะค่ะ” หลิวกงกงได้แต่หวังว่าฮ่องเต้จะทรงเห็นแก่ที่เขารับใช้มาหลายปียอมเว้นโทษตายให้ “เจ้ารับทองคำจากสกุลต้วนก็เพราะเอาข่าวจากเจิ้นไปบอกต้วนกุ้ยเฟยใช่หรือไม่!” “ฝ่าบาท! โปรดเมตตากระหม่อมด้วย” โจวฮ่องเต้ร้องหึขึ้นคำหนึ่ง “เจ้าผิดต่อความไว้วางใจของเจิ้น กล้านำเรื่องที่สำคัญของบ้านเมืองไปหาผลประโยชน์ใส่ตัวยังจะกล้าขอความเมตตาจากข้าอีก”“ทหาร! นำตัวหลิวกงกงไปขัง อีกเจ็ดวันประหารเสีย” “ฝ่าบาท! ได้โปรดไว้ชีวิตกระหม่อมด้วย เห็นแก่ที่กระหม่อมรับใช้ฝ่าบาทมาหลายปี อย่าประหารกระหม่อมเลย พ่ะย่ะค่ะ” หลิวกงกงร้องเสียงหลง โจวฮ่องเต้พระพักตร์บึ้งตึงโบกมือไล่ให้ทหารนำตัวหลิวกงกงออกไป “เอาหลิวกงกงกับขันทีพวกนี้ไปขังเสีย”“ฝ่าบาท! โปรดเมตตาด้วย พ่ะย่ะค่ะ” ขันทีทั้งสามร้องขึ้นพร้อมกันหลิวกงกงตกใจจนปัสสาวะราด กลิ่นนั้นโชยไปทั่วท้องพระโรง เหล่าขุนนางพากันส่งเสียงฮือฮายกมือปิดจมูกปิดปากกันพัลวัน หยางหลิวเหว่ยยกมือบีบจมูกพลางหันไปบอกพี่สาว “จากนี้ไปโจวจื่ออี้คงจะเริ่มระแวงสกุลต้วน แต่เรื่องของพวกเราเริ่มต้นจากหลิวกง
หลิวกงกงหน้าเสียคุกเข่าลงต่อหน้าโจวฮ่องเต้ทันที “ฝ่าบาท! ไม่จริงพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมไม่ได้ทำเช่นนั้น”หนานกงโจวที่เตรียมตัวรออยู่แล้วจึงออกมากราบทูล “ฝ่าบาท สิ่งที่องค์หญิงหยู่จ้านกล่าวเมื่อครู่เป็นความจริง กระหม่อมมีพยานพ่ะย่ะค่ะ”ฮ่องเต้พระพักตร์ซีดเผือด เหลือบทอดพระเนตรหลิวกงกงที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้า ก่อนจะเลยไปทอดพระเนตรเหล่าขุนนางที่ยืนเรียงรายอยู่ในท้องพระโรง‘หากถึงคราวคับขันอาจจำต้องสละคนผู้นี้เสีย’ “ใต้เท้าหนานกง เจ้ามีพยานมาจากที่ใดหรือ”“กราบทูลฝ่าบาท ผู้ที่เป็นพยานกล่าวโทษหลิวกงกงก็คือ หัวหน้ากับรองหัวหน้าสำนักตรวจฎีกา พ่ะย่ะค่ะ”“หือ! พวกเขาคือนักโทษมิใช่หรือ”“เป็นเช่นนั้น พ่ะย่ะค่ะ พวกเขากระทำความผิดจริง แต่เรื่องทั้งหมดทำไปเพราะคำสั่งของหลิวกงกง กระหม่อมขอเบิกตัวคนทั้งสองมายืนยันเรื่องนี้ด้วยตนเอง พ่ะย่ะค่ะ”ในใจของโจวฮ่องเต้พลันรู้สึกตระหนก ลอบส่งสัญญาณให้กับองครักษ์ลับที่ซ่อนตัวอยู่ใกล้ๆ ก่อนจะเอ่ยปากอนุญาตกับหนานกงโจว“ได้! ให้คนไปนำตัวพวกเขาเข้ามา”“พ่ะย่ะค่ะ” หนานกงโจวค้อมศีรษะเคารพ เฉาอี้เฉินกับฟางอี้ควนถูกนำตัวเข้ามาในท้องพระโรง คนทั้งสองถูกล่ามตรวนที่ข้อม
เช้าวันนี้หลิวกงกงเผลอทำถ้วยน้ำชาตกแตกไปหนึ่งใบ ครั้นก้มลงมองเศษกระเบื้องบนพื้นเหล่านั้น เขาก็รู้สึกคล้ายแผ่นหลังเย็นเยียบขึ้น ‘คงมิใช่ลางร้ายหรอกกระมัง นี่มัน...ถ้วยน้ำชาพระราชทานเลยนะ เมื่อวานส่งคนไปกำจัดสองคนนั้นแล้ว น่าจะไม่มีปัญหา’ ขันทีอาวุโสได้แต่ปลอบใจตนเอง ลึกๆ แล้วก็รู้สึกหวั่นเพราะขันทีไฉไม่เคยปล่อยให้เขาต้องรอฟังข่าวนานเช่นนี้ ขันทีน้อยเข้ามาเตือนหลิวกงกงว่าใกล้เวลาที่จะต้องไปรับใช้ฮ่องเต้ก่อนออกว่าราชการแล้ว “ข้าไปเอง เจ้ารีบเก็บเศษถ้วยน้ำชาพวกนั้นให้เรียบร้อย เอาไปฝังเสีย อย่าให้ผู้ใดเห็นเล่า แล้วก็รีบตามไปหาข้า” “ขอรับ”ขันทีน้อยเหลือบมองตามปลายนิ้วของหลิวกงกง ครั้นเห็นเศษถ้วยน้ำชาบนพื้นก็ตกใจเพราะนั่นคือถ้วยน้ำชาพระราชทานจากฮ่องเต้ หากมีผู้รู้ว่าทำของพระราชทานตกแตกเสียหาย อาจจะถูกใส่ร้ายว่าลบหลู่เบื้องสูง โทษนี้หนักหนานัก ขันทีน้อยรีบไปหยิบผ้าผืนหนึ่งหมายห่อแล้วเอาไปฝังที่หลังเรือน ในท้องพระโรงเช้าวันนี้ เจ้ากรมกลาโหมกราบทูลโจวฮ่องเต้ถึงการกลับมาเมืองหลวงของอ๋องสองพ่อลูกสกุล หยาง ทำให้เหล่าขุนนางพากันตื่นเต
อดีตซางฮูหยินถูกลากตัวเข้ามาสู่ลานประหารเป็นคนแรก ตามด้วยโจรที่นางให้สาวใช้ไปติดต่อมาเพื่อทำร้ายหลี่หยวนหยวน ท่ามกลางเสียงสาปแช่งของผู้คนรอบทิศ หญิงสาวที่ทะลุมิติมาจากอนาคตแหงนหน้าขึ้นมองฟ้าขณะถูกผลักให้คุกเข่าลง “ติงหยวนหยวน! เป็นเพราะแก!” นางคำรามออกมาอย่างคั่งแค้น พลัน
หนานกงโจวผงะ นับตั้งแต่เขาเข้ามาอยู่ในเมืองหลวง เพื่อรวบรวมข่าวสารทุกด้านได้นำเงินเบี้ยหวัดค่อยๆ รวบรวมคนมีฝีมือเอาไว้ใช้งาน บัดนี้เรื่องราวของขุนนางใหญ่ที่มีอิทธิพลในเมืองหลวงเขารู้ตื้นลึกหนาบางอยู่ไม่น้อย เพียงคาดไม่ถึงว่าหยางหลีเหว่ยจะรู้ทัน “นี่ท่าน...” หยางหลีเหว่ยยก
สำนักมือปราบทำการสอบสวนจนรู้ชัด โจรกลุ่มนั้นสารภาพว่าเซียวหว่านหรือซางฮูหยินคือนายจ้างของพวกตน ทว่าเหตุที่พวกเขาจุดไฟที่ร้านประทัดทำให้เกิดการระเบิด มีเพลิงไหม้ ทำให้มีคนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุหนึ่งราย เสียชีวิตในตอนวิ่งหนีอีกสองราย อีกทั้งยังมีบาดเจ็บเนื่องจากวิ่งหนีเพราะความตกใจอีกจำนวนหน
“หนานกงโจวใช้เวลาครู่เดียวก็ตรวจดูได้แล้ว ท่านมีวรยุทธ์สูงกว่าเขา เหตุใดจึงใช้เวลานานนักเล่า” หยางหลีเหว่ยแสร้งตีหน้าขรึม “ก็ข้า ข้าอยากจะตรวจดูให้มั่นใจน่ะสิ เลยใช้เวลานานไปสักหน่อย หากเจ้ามีพลังมหาศาลอยู่จริง คราวหน้าข้าจะได้ไม่ต้องตกใจมากอย่างครั้งนี้” หลี่หยวนหยวนยิ้ม