เข้าสู่ระบบหลี่หยวนหยวนทะลุมิติเข้าไปในร่างของพระชายาอ๋องหยางที่กำลังจะหย่า นางแอบคลอดลูกฝาแฝดชายหญิงและซ่อนเอาไว้ นางสร้างการค้าและความร่ำรวยด้วยความช่วยเหลือของจอมยุทธ์สามผี ทว่าสิ่งที่คาดไม่ถึงคือ ลูกฝาแฝดของนางก็คืออดีตฮ่องเต้และองค์หญิงใหญ่ที่กลับชาติมาเกิด ภารกิจอันยิ่งใหญ่ของนางจึงเริ่มต้นขึ้น
ดูเพิ่มเติมติงหยวนหยวนเปิดเปลือกตาขึ้นก็เห็นเทียนแดงเล่มใหญ่ส่องแสงพริบพร่างอยู่ตรงหน้า ในใจก็นึกด่าทอน้องชาย เธอเคยเตือนเขาหลายครั้งแล้วว่าไม่ให้จุดเทียนในนี้เพราะหากเกิดไฟไหม้ขึ้นมา พ่อกับแม่คงบ่นจนหูชา
ครั้งที่แล้วน้องชายเธอจุดเทียนหอม เผลอครู่เดียว ไหม้ผ้าม่านส่วนปลายไปเล็กน้อยดีที่เธอมาเห็นเสียก่อนจึงใช้น้ำในแก้วเก็บอุณหภูมิที่ถือติดมือมาสาดให้ดับ หลังจากวันนั้นแม่เข้ามายูนิตที่เธอกับน้องชายพักอยู่ทีไรก็คอยจ้ำจี้จำไชเรื่องนี้อยู่เสมอ
‘หลิวเหว่ย! นายเอาจิตสำนึกให้สุนัขกินหมดแล้วรึไง เดี๋ยวเถอะ ฉันจะด่าให้พรุ่งนี้ไปทำงานไม่ถูกเลย’
หญิงสาวถอนหายใจก่อนจะมองไปที่เทียนแดงแท่งใหญ่อีกคราหนึ่ง คราวนี้เธอถึงกับชะงัก เทียนแดงถูกจุดเป็นคู่ เล่มแรกแกะสลักคำว่า ‘รักมั่น’ อีกเล่มแกะไว้ว่า ‘นิรันดร์’....นี่มัน ห้องหองั้นเหรอ
ปัง!
“หลี่หยวนหยวน ข้ามาแล้ว!”
เธอหันขวับไปมอง ชายหนุ่มที่ร้องตวาดอยู่ในชุดเจ้าบ่าวสีแดงปักลวดลายหรูหรา ใบหน้าหล่อเหลาคุ้นตาของเขาทำให้เธอถึงกับตกตะลึง
“หัวหน้าหยาง! คุณมาได้ยังไง”
บุรุษผู้นั้นเดินโซเซเข้ามาใกล้ กลิ่นสุราคละคลุ้ง ดวงตาคมปลาบหรี่ลง แววตาเขาดูงุนงง “เจ้าพูดอันใด ประหลาดนัก”
หญิงสาวผงะ หยางหลีเหว่ยผู้นี้เป็นหัวหน้าแผนกคลังสินค้าที่เธอทำงานอยู่ รูปร่างเขาสูงโปร่ง คิ้วพาดเฉียง จมูกโด่งเป็นสัน แนวกรามเป็นเส้นชัดเจน เป็นหนุ่มหล่อของบริษัทที่สาวๆ หมายตา รวมทั้งเธอด้วย
“ซื่อจื่อกลับมาแล้ว เช่นนั้นก็ดื่มสุรามงคลเลยเถอะเจ้าค่ะ” ซุนมามาเดินตามข้างหลังเขาและถัดไปก็มีแขกเหรื่อไม่คุ้นตากลุ่มหนึ่ง
“ได้! รีบดื่ม ข้าจะได้รีบเข้าห้องหอกับเจ้าสาวที่รอจนตัวสั่น” น้ำเสียงของเขาแข็งกร้าว จ้องหน้าเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
สาวใช้รีบเข้าไปประคองเจ้าสาวที่นั่งตะลึงอยู่ให้ลุกขึ้น ซุนมามายื่นน้ำเต้าผ่าซีกที่รินสุรามงคลแบ่งให้กับคู่บ่าวสาว ระหว่างซีกน้ำเต้านั้นมีเชือกสีแดงคล้องเอาไว้
เขาใช้มือกุมหัวไหล่ดึงร่างเธอเข้าไปใกล้แล้วคล้องแขนกันท่ามกลางเสียงร้องสนับสนุนของคนรอบข้าง ชายหนุ่มก้มหน้าลงดื่มสุรานั้นรวดเดียวจนหมด ในขณะที่เจ้าสาวดูจะมึนงงกับเหตุการณ์ตรงหน้า
“ดื่มเสียสิ เจ้าอยากให้ข้าป้อนหรือไร” เจ้าบ่าวหัวเสีย เขาใช้มือจับซีกน้ำเต้าในมือของเธอแล้วจ่อริมฝีปาก “อ้าปาก” เขากัดฟันกรอดพลางสั่ง
ติงหยวนหยวนอ้าปากขึ้น สุราร้อนไหลผ่านปากและลำคอลงไปอย่างรวดเร็ว เสียงปรบมือดังขึ้นพร้อมส่งเสียงอวยพรให้คู่บ่าวสาว ‘มีลูกหลานสืบสกุลมากมายในเร็ววัน’
“ออกไปกันได้แล้ว!” เจ้าบ่าวตวาด
ซุนมามารีบโบกมือให้สาวใช้ทั้งสองถอย ก่อนจะเอ่ยประโยคสุดท้ายก่อนปิดประตู “ขอให้ท่านอ๋อง ทนุถนอมเจ้าสาวด้วยนะเจ้าคะ”
ติงหยวนหยวนทรุดตัวลงนั่ง เธอรู้สึกว่าแขนขาอ่อนแรง ยังไม่ทันจะทบทวนเรื่องราว ร่างของเธอก็ถูกเจ้าบ่าวกระชากลากถูไปยังเตียงใหญ่
“โอ๊ย! เบาหน่อยสิ หัวหน้า ฉันเจ็บนะ!”
ปกติหยางหลีเหว่ยเป็นผู้ชายที่เงียบขรึมและสุภาพ เธอไม่คิดเลยว่าเขาจะทำตัวรุ่มร่าม เมื่อครู่เขาดูเหมือนจะเมาอยู่บ้างแต่ก็ไม่น่าจะถึงกับพูดคุยกันไม่รู้เรื่อง
“เจ้ายังจะเสแสร้ง สุรามงคลของสกุลหลี่ต้องมิใช่ของดีอยู่แล้ว!”
เขาเหวี่ยงเธอจนม้วนตัวไปบนเตียงหนึ่งรอบ พลันความจำของเจ้าของร่างเดิมก็ผุดขึ้นมา คืนนี้เป็นงานวิวาห์ของหลี่หยวนหยวนกับหนิงเฉิงอ๋องหยางหลีเหว่ย
“คุณไม่ใช่หัวหน้าหยางนี่!” ติงหยวนหยวนตกใจจ้องหน้าเจ้าบ่าว
แคว่ก!
มือใหญ่ของเขาแหวกสาบเสื้อนางออกจากกันอย่างแรงจนแขนเสื้อฉีกขาด ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ใบหน้ากลายเป็นสีชาด มือนั้นสั่นเล็กน้อย
“อย่ามาเรื่องมาก คืนนี้ข้าจะเข้าหอให้สมใจเจ้า”
ยังไม่ทันจะได้อ้าปากถาม ริมฝีปากบางของเขาก็ทาบลงมาติงหยวนหยวนรู้สึกว่าร่างกายของตนเองร้อนระอุ พอร่างเธอถูกรั้งเข้าไปแนบชิดกับเขาก็คล้ายถูกหลอมละลาย ความอุ่นร้อนและแข็งกร้าวทำให้ใจของเธอเต้นระส่ำราวกับจะกระเด็นออกมานอกอก เธอลูบไล้และรัดรึงเขาราวกับจะเรียกร้องให้เขาเชยชมร่างกายของเธอ
“สตรีไร้ยางอาย!” หยางหลีเหว่ยกัดฟันกรอด หากเขาไม่ยอมดื่มสุรามงคลผสมยาบัดซบนั่น เขาคงจะหลับนอนกับนางไม่ลง
...หลี่หยวนหยวน สตรีอย่างเจ้า ไม่คู่ควรจะอยู่เคียงข้างข้า...
ภายใต้ม่านมุ้งโปร่งบางสีแดง สองหนุ่มสาวร่วมรักอย่างเร่าร้อนราวกับกำลังปลดปล่อยความรู้สึกอัดอั้นที่เก็บไว้นานแสนนาน ด้านนอกเรือนหอสายฝนกำลังโปรยปรายและกลายเป็นกระหน่ำซัดสาดกลบเสียงร้องครวญครางของคู่ข้าวใหม่ปลามัน
“ฉันเจ็บ...เจ็บนะ!” ติงหยวนหยวนที่ถูกล่วงล้ำในร่างกายอย่างฉับพลันร้องขึ้นมา
หยางหลีเหว่ยขบกรามแน่น เขาไม่ได้เห็นใจนาง แต่พอนางเกร็งร่างเขาจำต้องระวังมิให้ตนเองได้รับความกระทบกระเทือนไปด้วย เขาก้มลงมองใบหน้าของนางแล้วก็นึกโมโหจนต้องใช้มือใหญ่ทาบปิดใบหน้าของนาง
“อย่ามองข้า!” เขาผลักให้นางหันไปอีกทางหนึ่ง ก่อนจะผลักดันตัวตนเข้าไปจนแนบชิด
ติงหยวนหยวนถูกเขาพาโลดโผนอยู่บนคลื่นแห่งอารมณ์ปรารถนาจนเสร็จสมอารมณ์หมายไปคราหนึ่ง ทว่าร่างใหญ่ที่แข็งแกร่งกลับไม่ปล่อยให้นางได้พักผ่อน
“เจ้าเป็นคนเรียกร้องสิ่งนี้ เช่นนั้นข้าจะสนองให้เจ้าจนกว่าข้าจะพอใจ” เสียงเขาคำรามอยู่เหนือใบหู
จากนั้นติงหยวนหยวนก็คล้ายอยู่บนเรือน้อยท่ามกลางคลื่นลมโหมกระหน่ำ แม้จะได้มองใบหน้าของชายที่ตนเองแอบชอบอย่างใกล้ชิดบนเตียงอย่างที่ไม่คิดว่าจะมีโอกาส แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับมิได้หวานชื่นอย่างที่ฝันเอาไว้ เขาไม่อ่อนโยนเลยสักนิด น่าแปลกที่เธอเองก็กอดรัดเขาไม่ปล่อย
กระทั่งจวนรุ่งสาง ทั้งสองจึงผล็อยหลับไป
สายวันนั้นติงหยวนหยวนลืมตาขึ้นก็เห็นสาวใช้สองคนกำลังเก็บเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้น ผู้ชายที่เหมือนหัวหน้าหยางราวกับแกะคนนั้นหายตัวไปแล้ว ผ้าปูที่นอนยับยู่ยี่ชวนให้นึกถึงเรื่องวาบหวามเมื่อคืน เธอเขากับเขา...กว่าจะยุติลงได้ก็ปาเข้าไปเท่าจำนวนนิ้วบนมือข้างหนึ่ง
กลิ่นอายบนเตียงชวนให้ใบหน้าของเธอร้อนผ่าว อยู่มาจนอายุสามสิบปีกลับต้องมีครั้งแรกแบบไม่ได้ตั้งใจ ซ้ำฝ่ายชายยังไม่ทนุถนอมเลยสักนิด
“หวางเฟย[1]เจ้าคะ รีบลุกขึ้นอาบน้ำเถิด ท่านยังต้องไปคารวะน้ำชาไท่เฟยนะเจ้าคะ”
ติงหยวนหยวนลุกพรวดพราดขึ้นมานั่ง หญิงสาวหยิกหลังมือและแก้มตนเองหลายครั้ง พอรู้ว่านี่ไม่ใช่ความฝันเธอก็แตกตื่น
‘ไม่ใช่ฝัน นี่มันเรื่องบ้าอะไร คงไม่ใช่ทะลุมิติมาหรอกนะ’
พลันเธอก็จดจำได้ว่าเจ้าของร่างนี้คือหลี่หยวนหยวน หญิงสาวผู้มีชื่อเหมือนกับตนแต่ต่างแซ่
ตอนนี้เธอกลายเป็น ‘หลี่หยวนหยวน’ หญิงสาวอายุสิบเจ็ด คุณหนูใหญ่สกุลหลี่แห่งแคว้นต้าหลงที่หลงใหลคลั่งไคล้ในตัวหนิงเฉิงอ๋อง ท่านป๋อหลี่หรือหลี่เหวินจั๋วหวังให้บุตรสาวสติปัญญาน้อยผู้นี้มีที่พึ่งพิงจึงบีบบังคับหนิงเฉินอ๋องให้แต่งงานกับหลี่หยวนหยวนแลกกับยาสูตรลับของตระกูล
เธอก้มลงสำรวจร่างกายที่ไม่ใช่ของตนอีกครั้งหนึ่ง เรือนร่างนี้ช่างงดงามสะโอดสะองต่างจากตัวเธอที่เป็นติงหยวนหยวนอวบอ้วนผู้นั้น
‘ใช้ได้นะนี่ ทะลุมิติมาก็อยู่ในร่างคนสวย แบบนี้ถือว่าเข้าท่า’
“หวางเฟย เร็วเข้าเถิดเจ้าค่ะ น้ำผสมกำลังพอดี” ไป๋ซวงร้องเร่ง
หญิงสาวลุกขึ้นสวมเสื้อคลุมที่สาวใช้ยื่นให้ ปากก็เอ่ยถามถึงคนที่ร่วมเตียงเมื่อคืน “ท่านอ๋องไปไหนแล้ว”
“ออกไปตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางเจ้าค่ะ บอกว่าจะรอที่ศาลาริมสวนหน้าเรือนไท่เฟย ท่านรีบเถิด หากช้าชักเกรงว่าท่านอ๋องจะ.....” ไป๋ซวงเป็นสาวใช้คนสนิทที่ตามมาจากจวนสกุลหลี่ นางร้อนใจที่นายหญิงถูกสามีรังเกียจตั้งแต่วันแรกหลังการแต่งงาน
[1] หวางเฟยหรือพระชายาเป็นตำแหน่งภรรยาเอกของท่านอ๋อง
*****************
ไรเตอร์แนะนำ...ติดตามได้ทางแฟนเพจเฟสบุ๊ก "เอสเต้และซีฟางกั๋วเจีย"
อู๋ฮองเฮารับทราบข่าวแล้วยิ้มกริ่มด้วยความพอใจ นางถอดกำไลหยกมันแพะที่ข้อมือมอบให้กับซางกงกง “เจ้าสร้างผลงานได้ดี ต้วนเหม่ยหลิงคงยากจะแก้ตัว นางถูกส่งตัวไปตำหนักเย็นแล้ว อีกไม่นานฝ่าบาทก็จะทรงลืมเลือนนางไป เหยาเอ๋อร์เอาอกเอาใจฝ่าบาทเป็นอย่างดี อีกไม่นานก็น่าจะอุ้มครรภ์มังกร” ดวงตาของซางกงกงวาวโรจน์ กำไลหยกมันแพะที่พระนางสวมใส่ติดข้อพระกรมีมูลค่ามหาศาล การเสี่ยงภัยครานี้นับว่าคุ้มค่านัก “พ่ะย่ะค่ะ” ขันทีอาวุโสอมยิ้มค้อมศีรษะน้อยๆ คุกเข่าลงรับกำไลพระราชทานด้วยความปลาบปลื้ม “กระหม่อมเชื่อมั่นว่าอีกไม่นาน ความโปรดปรานที่ฝ่าบาทเคยมีต่อสตรีสกุลต้วนจะเปลี่ยนมาหาสกุลอู๋อย่างแน่นอน” “ต้วนไฉ่หงเคยทำร้ายข้า ทำให้เปิ่นกงต้องกลายเป็นสตรีไร้สามารถ ไม่อาจคลอดบุตรให้กับฝ่าบาทได้ บัดนี้ดาบนั้นคืนสนองแก่นางแล้ว”อู๋ฮองเฮาหัวร่ออย่างสาสมใจแล้วก็พลันน้ำตาไหลริน ครู่หนึ่งนางก็ใช้ปลายนิ้วกรีดน้ำตา “กระหม่อมได้ยินว่าฝ่าบาททรงมิได้แสดงความเห็นใจต้วนกุ้ยเฟย เกรงว่ายังคงเคืองที่พระนางแอบติดต่อกับหลิวกงกง พ่ะย่ะค่ะ” อู๋ฮองเฮายกยิ้มมุมปาก “ฝ่าบาทเป็นคน
หลังจากตรวจสอบจนทั่วห้องก็พบว่ายาพิษนั่นถูกใส่ไปในกาน้ำชา ต้วนไฉ่หงเดือดดาลยิ่งนัก ครั้นโจวฮ่องเต้เสด็จมาดูอาการของพระโอรส นางจึงได้คุกเข่าลงขอให้พระองค์ช่วยสืบหาคนร้าย “ซินเอ๋อร์เป็นบุตรคนเดียวของหม่อมฉัน ฝ่าบาท! ฝ่าบาทต้องช่วยหม่อมฉัน เอาตัวคนผิดมาลงโทษให้ได้นะเพคะ ต้องประหารคนผู้นั้นให้ตายตกไปตามกันจึงจะสาสม!” นางร่ำไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด ความหวังเดียวของนาง ความหวังเดียวของสกุลต้วน คนที่จะทำให้สกุลต้วนก้าวขึ้นสู่ความรุ่งเรืองเหนือคนนับแสนกลับต้องสิ้นชีพลง ไม่! นางยอมไม่ได้! ไม่ว่าผู้ใดที่กล้าลงมือกับโจวลีซิน คนผู้นั้นสมควรจะลงปรโลกไปเสีย! ข่าวนี้ถูกส่งออกไปยังจวนอ๋องหยางอย่างรวดเร็ว หลี่หยวนหยวนกับคู่แฝดตื่นเต้นยิ่งนัก “ในที่สุดก็มีคนลงมือแล้ว” “ท่านแม่ ข้าบอกแล้วว่าต้องมีคนทนไม่ไหว” เด็กชายลงจากเก้าอี้ ยืนเอามือไพล่หลังแล้วพยักหน้ากล่าวยืนยันความคิดเดิมของตน ประสบการณ์ในชาติก่อนนับว่าไม่ผิด วิถีสตรีวังหลังล้วนมุ่งหวังความโปรดปราน และแฝงไปด้วยความโหดร้าย เพื่ออำนาจ พวกนางย่อมทำทุกอย่าง “ต้วนเหม่ยหลิง
“เป็นข้าเอง ข้าถูกคนวางยาพิษจนตาย ข้ากลับมาเพื่อล้างแค้น” น้ำเสียงของเด็กชายแข็งกร้าว “โจวจื่ออี้ส่งพวกเจ้ามาฆ่าปิดปากคนในคุกใช่หรือไม่” คนในชุดดำไม่กล้าเปิดปาก เขายังตกใจที่เด็กชายตัวน้อยตรงหน้ารู้สัญญาณมือลับ ซ้ำยังรู้วรรคทองของอดีตฮ่องเต้ที่มิเคยเอ่ยต่อหน้าผู้อื่น “เจ้ากลับไปเสียเถิด สักวัน เจิ้นจะกลับไปทวงบัลลังก์” หัวหน้าองครักษ์ลับคุกเข่าลงต่อหน้าเด็กชายในท่าเคารพก่อนจะวิ่งหนีหายไปในความมืด ด้วยหน้าที่ของเขาไม่อาจเปิดเผยภารกิจของฮ่องเต้ แต่ถ้านี่ก็คือ...อดีตฮ่องเต้ ผู้ที่เคยเป็นเจ้านายของเขามาก่อน ยังสมควรจะเปิดเผยภารกิจให้ทรงทราบหรือไม่ หลี่หยวนหยวนและเหล่าองครักษ์หน่วยหยกทมิฬวิ่งมาหมายจะช่วยเหลือเด็กทั้งสอง ครั้นเห็นเด็กแฝดปลอดภัยก็เบาใจ เด็กชายเหลือบมองตามหลังชายชุดดำแล้วหันไปบอกมารดา “ไม่ต้องตามหรอกขอรับ ข้าปล่อยเขาไปเอง” องครักษ์หน่วยหยกทมิฬพากันตกตะลึงกับคำพูดของซื่อจื่อตัวน้อย เมื่อครู่พวกเขาเห็นชายชุดดำผู้นั้นทำความเคารพนายน้อยของพวกเขาด้วย มือปราบผู้หนึ่งวิ่งออกมาจากคุกใต้ดิน แจ้งให้พระชายา
“ท่านวางใจเถอะ ท่านกลางสอนเขามาดี ข้าเห็นว่าช่วงนี้วรยุทธ์พวกเขาก้าวหน้าขึ้นมาก วิชาตัวเบาก็ยอดเยี่ยม ข้ากับเด็กทั้งสองจะรออยู่ด้านนอก องครักษ์หยกทมิฬจะคอยดูแลพวกเขาอย่างดี” หลี่หยวนหยวนยืนยัน เรื่องที่ลูกทั้งสองมีอดีตชาติอันน่าอัศจรรย์นั้น ยามนี้ยังมีไม่กี่คนที่รู้ ในยุคสมัยเช่นนี้ หากเปิดเผยไปอาจเป็นอันตราย ชิวลี่จิ่นได้ยินคำเยินยอของหลี่หยวนหยวนก็ยิ้มกว้าง “จริงด้วย! พวกเขาคือลูกศิษย์ของข้านะ อีกอย่างมีทั้งพระชายาและองครักษ์หน่วยหยกทมิฬอยู่ด้วย พี่เองก็วางใจเถอะ” “เช่นนั้นก็ตามใจพวกเจ้า” ชิวอี้เซ่อพยักหน้ารับ คนทั้งหมดร่วมกันวางแผนรับมือการกับลอบสังหาร หากปล่อยหลิวกงกงกับไฉกังสิ้นชีวิต เช่นนั้นก็คงไม่มีพยานที่เชื่อถือได้ในการกล่าวโทษโจวฮ่องเต้ “พวกเราต้องรอให้สกุลอู๋กับสกุลต้วนแตกหักกันเสียก่อน ค่อยนำขันทีทั้งสองไปเปิดโปงโจวจื่ออี้ ไม่เช่นนั้น ต่อให้เปิดโปงฮ่องเต้ได้ แต่โจวลีซินขึ้นมาแทนก็เท่ากับยื่นดาบให้สกุลต้วน คนพวกนั้นไม่ชอบสกุลหยางอยู่แล้ว หากเป็นสกุลอู๋น่าจะพอประนีประนอมกันได้” หลี่หยวนหยวนกล่าวสรุป “อีกไม่กี่วัน
อดีตซางฮูหยินถูกลากตัวเข้ามาสู่ลานประหารเป็นคนแรก ตามด้วยโจรที่นางให้สาวใช้ไปติดต่อมาเพื่อทำร้ายหลี่หยวนหยวน ท่ามกลางเสียงสาปแช่งของผู้คนรอบทิศ หญิงสาวที่ทะลุมิติมาจากอนาคตแหงนหน้าขึ้นมองฟ้าขณะถูกผลักให้คุกเข่าลง “ติงหยวนหยวน! เป็นเพราะแก!” นางคำรามออกมาอย่างคั่งแค้น พลัน
หนานกงโจวผงะ นับตั้งแต่เขาเข้ามาอยู่ในเมืองหลวง เพื่อรวบรวมข่าวสารทุกด้านได้นำเงินเบี้ยหวัดค่อยๆ รวบรวมคนมีฝีมือเอาไว้ใช้งาน บัดนี้เรื่องราวของขุนนางใหญ่ที่มีอิทธิพลในเมืองหลวงเขารู้ตื้นลึกหนาบางอยู่ไม่น้อย เพียงคาดไม่ถึงว่าหยางหลีเหว่ยจะรู้ทัน “นี่ท่าน...” หยางหลีเหว่ยยก
สำนักมือปราบทำการสอบสวนจนรู้ชัด โจรกลุ่มนั้นสารภาพว่าเซียวหว่านหรือซางฮูหยินคือนายจ้างของพวกตน ทว่าเหตุที่พวกเขาจุดไฟที่ร้านประทัดทำให้เกิดการระเบิด มีเพลิงไหม้ ทำให้มีคนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุหนึ่งราย เสียชีวิตในตอนวิ่งหนีอีกสองราย อีกทั้งยังมีบาดเจ็บเนื่องจากวิ่งหนีเพราะความตกใจอีกจำนวนหน
“หนานกงโจวใช้เวลาครู่เดียวก็ตรวจดูได้แล้ว ท่านมีวรยุทธ์สูงกว่าเขา เหตุใดจึงใช้เวลานานนักเล่า” หยางหลีเหว่ยแสร้งตีหน้าขรึม “ก็ข้า ข้าอยากจะตรวจดูให้มั่นใจน่ะสิ เลยใช้เวลานานไปสักหน่อย หากเจ้ามีพลังมหาศาลอยู่จริง คราวหน้าข้าจะได้ไม่ต้องตกใจมากอย่างครั้งนี้” หลี่หยวนหยวนยิ้ม











