เข้าสู่ระบบหลี่หยวนหยวนทะลุมิติเข้าไปในร่างของพระชายาอ๋องหยางที่กำลังจะหย่า นางแอบคลอดลูกฝาแฝดชายหญิงและซ่อนเอาไว้ นางสร้างการค้าและความร่ำรวยด้วยความช่วยเหลือของจอมยุทธ์สามผี ทว่าสิ่งที่คาดไม่ถึงคือ ลูกฝาแฝดของนางก็คืออดีตฮ่องเต้และองค์หญิงใหญ่ที่กลับชาติมาเกิด ภารกิจอันยิ่งใหญ่ของนางจึงเริ่มต้นขึ้น
ดูเพิ่มเติมติงหยวนหยวนเปิดเปลือกตาขึ้นก็เห็นเทียนแดงเล่มใหญ่ส่องแสงพริบพร่างอยู่ตรงหน้า ในใจก็นึกด่าทอน้องชาย เธอเคยเตือนเขาหลายครั้งแล้วว่าไม่ให้จุดเทียนในนี้เพราะหากเกิดไฟไหม้ขึ้นมา พ่อกับแม่คงบ่นจนหูชา
ครั้งที่แล้วน้องชายเธอจุดเทียนหอม เผลอครู่เดียว ไหม้ผ้าม่านส่วนปลายไปเล็กน้อยดีที่เธอมาเห็นเสียก่อนจึงใช้น้ำในแก้วเก็บอุณหภูมิที่ถือติดมือมาสาดให้ดับ หลังจากวันนั้นแม่เข้ามายูนิตที่เธอกับน้องชายพักอยู่ทีไรก็คอยจ้ำจี้จำไชเรื่องนี้อยู่เสมอ
‘หลิวเหว่ย! นายเอาจิตสำนึกให้สุนัขกินหมดแล้วรึไง เดี๋ยวเถอะ ฉันจะด่าให้พรุ่งนี้ไปทำงานไม่ถูกเลย’
หญิงสาวถอนหายใจก่อนจะมองไปที่เทียนแดงแท่งใหญ่อีกคราหนึ่ง คราวนี้เธอถึงกับชะงัก เทียนแดงถูกจุดเป็นคู่ เล่มแรกแกะสลักคำว่า ‘รักมั่น’ อีกเล่มแกะไว้ว่า ‘นิรันดร์’....นี่มัน ห้องหองั้นเหรอ
ปัง!
“หลี่หยวนหยวน ข้ามาแล้ว!”
เธอหันขวับไปมอง ชายหนุ่มที่ร้องตวาดอยู่ในชุดเจ้าบ่าวสีแดงปักลวดลายหรูหรา ใบหน้าหล่อเหลาคุ้นตาของเขาทำให้เธอถึงกับตกตะลึง
“หัวหน้าหยาง! คุณมาได้ยังไง”
บุรุษผู้นั้นเดินโซเซเข้ามาใกล้ กลิ่นสุราคละคลุ้ง ดวงตาคมปลาบหรี่ลง แววตาเขาดูงุนงง “เจ้าพูดอันใด ประหลาดนัก”
หญิงสาวผงะ หยางหลีเหว่ยผู้นี้เป็นหัวหน้าแผนกคลังสินค้าที่เธอทำงานอยู่ รูปร่างเขาสูงโปร่ง คิ้วพาดเฉียง จมูกโด่งเป็นสัน แนวกรามเป็นเส้นชัดเจน เป็นหนุ่มหล่อของบริษัทที่สาวๆ หมายตา รวมทั้งเธอด้วย
“ซื่อจื่อกลับมาแล้ว เช่นนั้นก็ดื่มสุรามงคลเลยเถอะเจ้าค่ะ” ซุนมามาเดินตามข้างหลังเขาและถัดไปก็มีแขกเหรื่อไม่คุ้นตากลุ่มหนึ่ง
“ได้! รีบดื่ม ข้าจะได้รีบเข้าห้องหอกับเจ้าสาวที่รอจนตัวสั่น” น้ำเสียงของเขาแข็งกร้าว จ้องหน้าเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
สาวใช้รีบเข้าไปประคองเจ้าสาวที่นั่งตะลึงอยู่ให้ลุกขึ้น ซุนมามายื่นน้ำเต้าผ่าซีกที่รินสุรามงคลแบ่งให้กับคู่บ่าวสาว ระหว่างซีกน้ำเต้านั้นมีเชือกสีแดงคล้องเอาไว้
เขาใช้มือกุมหัวไหล่ดึงร่างเธอเข้าไปใกล้แล้วคล้องแขนกันท่ามกลางเสียงร้องสนับสนุนของคนรอบข้าง ชายหนุ่มก้มหน้าลงดื่มสุรานั้นรวดเดียวจนหมด ในขณะที่เจ้าสาวดูจะมึนงงกับเหตุการณ์ตรงหน้า
“ดื่มเสียสิ เจ้าอยากให้ข้าป้อนหรือไร” เจ้าบ่าวหัวเสีย เขาใช้มือจับซีกน้ำเต้าในมือของเธอแล้วจ่อริมฝีปาก “อ้าปาก” เขากัดฟันกรอดพลางสั่ง
ติงหยวนหยวนอ้าปากขึ้น สุราร้อนไหลผ่านปากและลำคอลงไปอย่างรวดเร็ว เสียงปรบมือดังขึ้นพร้อมส่งเสียงอวยพรให้คู่บ่าวสาว ‘มีลูกหลานสืบสกุลมากมายในเร็ววัน’
“ออกไปกันได้แล้ว!” เจ้าบ่าวตวาด
ซุนมามารีบโบกมือให้สาวใช้ทั้งสองถอย ก่อนจะเอ่ยประโยคสุดท้ายก่อนปิดประตู “ขอให้ท่านอ๋อง ทนุถนอมเจ้าสาวด้วยนะเจ้าคะ”
ติงหยวนหยวนทรุดตัวลงนั่ง เธอรู้สึกว่าแขนขาอ่อนแรง ยังไม่ทันจะทบทวนเรื่องราว ร่างของเธอก็ถูกเจ้าบ่าวกระชากลากถูไปยังเตียงใหญ่
“โอ๊ย! เบาหน่อยสิ หัวหน้า ฉันเจ็บนะ!”
ปกติหยางหลีเหว่ยเป็นผู้ชายที่เงียบขรึมและสุภาพ เธอไม่คิดเลยว่าเขาจะทำตัวรุ่มร่าม เมื่อครู่เขาดูเหมือนจะเมาอยู่บ้างแต่ก็ไม่น่าจะถึงกับพูดคุยกันไม่รู้เรื่อง
“เจ้ายังจะเสแสร้ง สุรามงคลของสกุลหลี่ต้องมิใช่ของดีอยู่แล้ว!”
เขาเหวี่ยงเธอจนม้วนตัวไปบนเตียงหนึ่งรอบ พลันความจำของเจ้าของร่างเดิมก็ผุดขึ้นมา คืนนี้เป็นงานวิวาห์ของหลี่หยวนหยวนกับหนิงเฉิงอ๋องหยางหลีเหว่ย
“คุณไม่ใช่หัวหน้าหยางนี่!” ติงหยวนหยวนตกใจจ้องหน้าเจ้าบ่าว
แคว่ก!
มือใหญ่ของเขาแหวกสาบเสื้อนางออกจากกันอย่างแรงจนแขนเสื้อฉีกขาด ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ใบหน้ากลายเป็นสีชาด มือนั้นสั่นเล็กน้อย
“อย่ามาเรื่องมาก คืนนี้ข้าจะเข้าหอให้สมใจเจ้า”
ยังไม่ทันจะได้อ้าปากถาม ริมฝีปากบางของเขาก็ทาบลงมาติงหยวนหยวนรู้สึกว่าร่างกายของตนเองร้อนระอุ พอร่างเธอถูกรั้งเข้าไปแนบชิดกับเขาก็คล้ายถูกหลอมละลาย ความอุ่นร้อนและแข็งกร้าวทำให้ใจของเธอเต้นระส่ำราวกับจะกระเด็นออกมานอกอก เธอลูบไล้และรัดรึงเขาราวกับจะเรียกร้องให้เขาเชยชมร่างกายของเธอ
“สตรีไร้ยางอาย!” หยางหลีเหว่ยกัดฟันกรอด หากเขาไม่ยอมดื่มสุรามงคลผสมยาบัดซบนั่น เขาคงจะหลับนอนกับนางไม่ลง
...หลี่หยวนหยวน สตรีอย่างเจ้า ไม่คู่ควรจะอยู่เคียงข้างข้า...
ภายใต้ม่านมุ้งโปร่งบางสีแดง สองหนุ่มสาวร่วมรักอย่างเร่าร้อนราวกับกำลังปลดปล่อยความรู้สึกอัดอั้นที่เก็บไว้นานแสนนาน ด้านนอกเรือนหอสายฝนกำลังโปรยปรายและกลายเป็นกระหน่ำซัดสาดกลบเสียงร้องครวญครางของคู่ข้าวใหม่ปลามัน
“ฉันเจ็บ...เจ็บนะ!” ติงหยวนหยวนที่ถูกล่วงล้ำในร่างกายอย่างฉับพลันร้องขึ้นมา
หยางหลีเหว่ยขบกรามแน่น เขาไม่ได้เห็นใจนาง แต่พอนางเกร็งร่างเขาจำต้องระวังมิให้ตนเองได้รับความกระทบกระเทือนไปด้วย เขาก้มลงมองใบหน้าของนางแล้วก็นึกโมโหจนต้องใช้มือใหญ่ทาบปิดใบหน้าของนาง
“อย่ามองข้า!” เขาผลักให้นางหันไปอีกทางหนึ่ง ก่อนจะผลักดันตัวตนเข้าไปจนแนบชิด
ติงหยวนหยวนถูกเขาพาโลดโผนอยู่บนคลื่นแห่งอารมณ์ปรารถนาจนเสร็จสมอารมณ์หมายไปคราหนึ่ง ทว่าร่างใหญ่ที่แข็งแกร่งกลับไม่ปล่อยให้นางได้พักผ่อน
“เจ้าเป็นคนเรียกร้องสิ่งนี้ เช่นนั้นข้าจะสนองให้เจ้าจนกว่าข้าจะพอใจ” เสียงเขาคำรามอยู่เหนือใบหู
จากนั้นติงหยวนหยวนก็คล้ายอยู่บนเรือน้อยท่ามกลางคลื่นลมโหมกระหน่ำ แม้จะได้มองใบหน้าของชายที่ตนเองแอบชอบอย่างใกล้ชิดบนเตียงอย่างที่ไม่คิดว่าจะมีโอกาส แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับมิได้หวานชื่นอย่างที่ฝันเอาไว้ เขาไม่อ่อนโยนเลยสักนิด น่าแปลกที่เธอเองก็กอดรัดเขาไม่ปล่อย
กระทั่งจวนรุ่งสาง ทั้งสองจึงผล็อยหลับไป
สายวันนั้นติงหยวนหยวนลืมตาขึ้นก็เห็นสาวใช้สองคนกำลังเก็บเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้น ผู้ชายที่เหมือนหัวหน้าหยางราวกับแกะคนนั้นหายตัวไปแล้ว ผ้าปูที่นอนยับยู่ยี่ชวนให้นึกถึงเรื่องวาบหวามเมื่อคืน เธอเขากับเขา...กว่าจะยุติลงได้ก็ปาเข้าไปเท่าจำนวนนิ้วบนมือข้างหนึ่ง
กลิ่นอายบนเตียงชวนให้ใบหน้าของเธอร้อนผ่าว อยู่มาจนอายุสามสิบปีกลับต้องมีครั้งแรกแบบไม่ได้ตั้งใจ ซ้ำฝ่ายชายยังไม่ทนุถนอมเลยสักนิด
“หวางเฟย[1]เจ้าคะ รีบลุกขึ้นอาบน้ำเถิด ท่านยังต้องไปคารวะน้ำชาไท่เฟยนะเจ้าคะ”
ติงหยวนหยวนลุกพรวดพราดขึ้นมานั่ง หญิงสาวหยิกหลังมือและแก้มตนเองหลายครั้ง พอรู้ว่านี่ไม่ใช่ความฝันเธอก็แตกตื่น
‘ไม่ใช่ฝัน นี่มันเรื่องบ้าอะไร คงไม่ใช่ทะลุมิติมาหรอกนะ’
พลันเธอก็จดจำได้ว่าเจ้าของร่างนี้คือหลี่หยวนหยวน หญิงสาวผู้มีชื่อเหมือนกับตนแต่ต่างแซ่
ตอนนี้เธอกลายเป็น ‘หลี่หยวนหยวน’ หญิงสาวอายุสิบเจ็ด คุณหนูใหญ่สกุลหลี่แห่งแคว้นต้าหลงที่หลงใหลคลั่งไคล้ในตัวหนิงเฉิงอ๋อง ท่านป๋อหลี่หรือหลี่เหวินจั๋วหวังให้บุตรสาวสติปัญญาน้อยผู้นี้มีที่พึ่งพิงจึงบีบบังคับหนิงเฉินอ๋องให้แต่งงานกับหลี่หยวนหยวนแลกกับยาสูตรลับของตระกูล
เธอก้มลงสำรวจร่างกายที่ไม่ใช่ของตนอีกครั้งหนึ่ง เรือนร่างนี้ช่างงดงามสะโอดสะองต่างจากตัวเธอที่เป็นติงหยวนหยวนอวบอ้วนผู้นั้น
‘ใช้ได้นะนี่ ทะลุมิติมาก็อยู่ในร่างคนสวย แบบนี้ถือว่าเข้าท่า’
“หวางเฟย เร็วเข้าเถิดเจ้าค่ะ น้ำผสมกำลังพอดี” ไป๋ซวงร้องเร่ง
หญิงสาวลุกขึ้นสวมเสื้อคลุมที่สาวใช้ยื่นให้ ปากก็เอ่ยถามถึงคนที่ร่วมเตียงเมื่อคืน “ท่านอ๋องไปไหนแล้ว”
“ออกไปตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางเจ้าค่ะ บอกว่าจะรอที่ศาลาริมสวนหน้าเรือนไท่เฟย ท่านรีบเถิด หากช้าชักเกรงว่าท่านอ๋องจะ.....” ไป๋ซวงเป็นสาวใช้คนสนิทที่ตามมาจากจวนสกุลหลี่ นางร้อนใจที่นายหญิงถูกสามีรังเกียจตั้งแต่วันแรกหลังการแต่งงาน
[1] หวางเฟยหรือพระชายาเป็นตำแหน่งภรรยาเอกของท่านอ๋อง
*****************
ไรเตอร์แนะนำ...ติดตามได้ทางแฟนเพจเฟสบุ๊ก "เอสเต้และซีฟางกั๋วเจีย"
“ในฐานะที่หม่อมฉันดูแลวังหลัง สมควรจะใส่ใจทายาทของฝ่าบาทที่ยามนี้เหลือเพียงองค์หญิงน้อยเพียงสองพระองค์ สมควรเร่งรัดการมีองค์ชายเพิ่มขึ้นเพคะ” ฮ่องเต้ฟังแล้วก็นึกถึงฉินเหยา นางตั้งครรภ์มังกรแล้ว จากที่หมอหลวงดูลักษณะครรภ์เบื้องต้นคล้ายจะเป็นพระโอรส ทำให้ฮ่องเต้ทรงมีความหวัง “แล้วเจ้าเล่า เจ้าไม่อยากมีองค์ชายอีกหรือ” “หม่อมฉันไม่แน่ใจเพคะ ว่าตนเองจะมีโอกาสนั้นอีกหรือไม่” โจวฮ่องเต้ที่คิดจะใช้งานคนสกุลต้วนจึงเอาใจต้วนกุ้ยเฟยด้วยการไปพำนักที่ตำหนักของนางในคืนนั้น ต้วนกุ้ยเฟยมิได้นิ่งนอนใจ ต่อให้ฝ่าบาทหลับนอนกับนาง แต่เรื่องการถวายสตรีเพิ่มก็ยังต้องทำ หากว่านางตั้งครรภ์มิได้ รอครอบครองบุตรชายของสนมสักคนก็นับว่านางมีความหวังเช่นกัน หัวหน้าองครักษ์ลับกลับไปยังเรือนลับนอกวัง เส้นทางการเข้าออกวังหลวงที่พวกเขาใช้มีเพียงฮ่องเต้กับพวกเขาเท่านั้นที่รู้ เส้นทางนี้จะว่าไปก็คือเส้นทางสำหรับฮ่องเต้ในการหลบหนีภัยสำคัญ ช่องทางลับนี้ใช้หลบหนีภัยไฟไหม้ในตำหนักได้อย่างสบาย ทางเดินหนีลอดใต้กำแพงวังสูงตระหง่านลอดใต้ถนนไปทะลุยังร้านค้าเล็
ซ่งจิ้นหรานชะงัก องค์ชายโจวอวิ๋นเซวียนผู้นั้นออกผนวชเป็นหลวงจีนสิบกว่าปีแล้ว เดิมทีเคยช่วยงานอดีตฮ่องเต้โจวอู๋ชวนอยู่หลายปี แต่ตอนหลังทรงเลื่อมใสในลัทธิเต๋า จึงบวชเป็นนักพรต ขึ้นไปอยู่อารามบนเขา“เช่นนั้นก็เหมาะสม แต่...”“ท่านห่วงว่าจะหาข้อหาใดที่รุนแรงพอให้โจวจื่ออี้กลายเป็นฮ่องเต้ทรราช ใช่หรือไม่”“ถูกต้อง ต่อให้ฮ่องเต้จะทรงหาทางกำจัดขุนนาง แต่นั่นก็อยู่ในขอบเขตที่ฮ่องเต้สามารถกระทำได้ แต่ขุนนางต้องหาข้ออ้างที่เหมาะสมที่จะกำจัดฮ่องเต้จึงจะไม่ถูกราษฎรสาปส่ง”“ก็ต้องเอาหลักฐานออกมาเปิดเผยให้ได้ว่า โจวจื่ออี้ลอบสังหารอดีตฮ่องเต้และองค์หญิงใหญ่เพื่อขึ้นครองราชย์ จากนั้นค่อยเชิญเสด็จอาเซวียนออกมา”“ซื่อจื่อ มีหลักฐานพร้อมแล้วหรือ”เด็กชายพยักหน้า “ข้าวางแผนมาพักใหญ่แล้ว และหลักฐานพวกนั้น ยามนี้ก็เตรียมเอาไว้เรียบร้อย”ซ่งจิ้นหรานมองเด็กชายที่มีอายุเพียงสองขวบด้วยความอัศจรรย์ใจ หากเขามิได้พูดคุยกับหยางหลิวเหว่ยเป็นการส่วนตัว ไม่มีทางจะเชื่อเด็ดขาดว่านี่คืออดีตฮ่องเต้ที่กลับชาติมาเกิด“ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ก็สามารถกล่าวอ้างได้ว่าสกุล หยางมีเจตนากำจัดภัยให้ราชวงศ์” ซ่งจิ้นหรานพยักหน้ารับว่า
ซ่งจิ้นหรานอดีตราชครูรูปงามผู้นั้น มาถึงบัดนี้ก็ยังมิได้แต่งงาน หยางหลีเหว่ยไม่อยากจะให้ภรรยาของตนไปใกล้เลยจริงๆ “ฮึ่ม!” หยางหลีเหว่ยระงับความขุ่นเคืองอยู่ครู่หนึ่งก็ค่อยสงบใจลง “แต่หากเราเปิดเผยความผิดของอดีตฮ่องเต้แล้วขุนนางทั้งหลายเห็นควรปลดฮ่องเต้ออก ต่อไปผู้ใดจะเป็นฮ่องเต้แทนเล่า องค์ชายคนเดียวก็สิ้นพระชนม์ไปแล้ว” “ท่านพ่อยังมีแก่ใจคิดห่วงใยบ้านเมือง ช่างจงรักภักดีเสียจริง” หยางหลีเหว่ยหันมามองบุตรชาย “อย่าบอกนะว่าเจ้าอยากให้ท่านปู่เป็นฮ่องเต้เพื่อที่เจ้าจะได้กลับคืนตำแหน่ง” เด็กชายส่ายหน้า “การเป็นฮ่องเต้ฟังดูแล้วยิ่งใหญ่แต่กลับพันธการข้าไว้จนสิ้นไร้อิสระ ข้าไม่ต้องการกลับไปอยู่หลังกำแพงแห่งนั้นอีกแล้ว” “เช่นนั้น จะมีผู้ใดสมควรเป็นฮ่องเต้เล่า” “ท่านพ่อไม่ต้องห่วง ข้าคิดเอาไว้แล้ว มีเชื้อพระวงศ์ผู้หนึ่งที่มีคุณสมบัติครบถ้วน คู่ควรแก่การครองบัลลังก์” “ดีๆ ข้ากำลังหนักใจอยู่เชียวว่าพวกเจ้าจะผลักดันให้ข้าไปเป็นฮ่องเต้ ข้าคงจะอึดอัดตายแท้เทียว เป็นท่านอ๋องก็สบายดีแล้ว ข้าไม่อยากแบกรับภาระการเป็นฮ่องเต้หรอก” หยางข
เด็กชายตัวน้อยลุกขึ้นยืน ผายมือสองข้างออก “ยินดีต้อนรับท่านน้าโจวเข้าสู่สกุลหยาง” ทุกคนมองอดีตฮ่องเต้ที่อยู่ในร่างของเด็กชายตัวน้อยกำลังทำท่าทางคล้ายผู้ใหญ่แต่ดูแล้วน่ารักน่าชังก็พากันหัวเราะ ซื่อจื่อตัวน้อยชักสีหน้า “นี่พวกท่าน! อย่ามาหัวเราะข้านะ อันที่จริงข้าสมควรเป็นผู้นำตระกูลหยางในตอนนี้ด้วยซ้ำไป” แม่ทัพใหญ่หยางอมยิ้ม “ได้ๆ ข้ายกให้หลิวเหว่ยเป็นผู้นำตระกูลแทนข้าเลยก็แล้วกัน แต่น่าเสียดายที่เปิดศาลบรรพชนประกาศเรื่องนี้ไม่ได้” “ท่านปู่! อย่ามาล้อข้า เอาไว้ข้าสวมกวานเมื่อใด ข้าจะบีบบังคับให้ท่านเปิดศาลบรรพชนสละตำแหน่งผู้นำตระกูลให้ข้า” เด็กชายประกาศ “ได้ๆ ปู่เชื่อฟังเจ้า” หยางข่ายผงกศีรษะรับ หลี่หยวนหยวนมองเด็กชายที่ยืนเอามือไพล่หลัง ยามนี้หยางหลิวเหว่ยรูปร่างอวบขึ้น แก้มยุ้ยดูน่ารักน่าชังนัก “ลูกแม่ ที่เจ้าพูดเช่นนี้เพราะคิดการณ์ใหญ่อยู่ใช่หรือไม่” เด็กชายสีหน้าเคร่งขรึม สองมือไพล่หลัง “ถูกต้อง ตอนนี้บารมีสกุลหยางเกินหน้าเกินตาฮ่องเต้ไปแล้ว เห็นที โจวจื่ออี้จะต้องหาทางกำจัดพวกเราให้เร็วที่สุด” ข้อสันน
หลี่หยวนหยวนสั่งให้คนนำป้าย ‘บ้านสกุลหลี่’ ที่ซุ้มหน้าบ้าน และนางก็กลายเป็นเจ้าบ้านหญิงคนแรกในย่านนั้น “คุณหนูเจ้าคะ ในที่สุด ท่านก็แยกบ้านได้เสียที” ไป๋ซวงยิ้มกว้าง “แน่นอน วันหน้าข้าไม่ต้องทำตามความต้องการของผู้อาวุโสในบ้านอีกแล้ว” หลี่หยวนหยวนยิ้มกว้าง “การหย่าก็ม
เซียวหว่านจำต้องอดทนอยู่ในจวนสกุลซางอย่างสงบเสงี่ยม รอเวลาที่นางจะพบช่องทางสลัดสามีที่เลวร้ายและด้อยสามารถผู้นี้ทิ้ง ต้วนเหม่ยหลิงเห็นสีหน้าของสหายก็ยิ้มน้อยๆ “เจ้ามาหาข้าเพราะหวังให้ข้ากระจายข่าวของอ๋องหยางกับหลี่หยวนหยวนใช่หรือไม่” เซียวหว่านรีบหยิบพัดมาโบกตรงหน้าสหายเพ
หลี่เหวินจั๋วรู้สึกว่าครั้งล่าสุดที่บุตรสาวมาเยือนจวนสกุลหลี่นางก็เปลี่ยนไป หลี่หยวนหยวนที่ไม่เคยสนใจถามไถ่ซักไซ้เรื่องทรัพย์สินกลับกลายเป็นคนถี่ถ้วนเรื่องเงินทองอย่างน่าประหลาดใจ “ท่านพ่อ ข้าให้คนเตรียมของบำรุงร่างกายจากเมืองเฉินม่ายเอามาฝากท่านด้วย เดี๋ยวจะให้ไป๋ซวงจัดขึ้นรถม้าข
“คุณหนูไม่ต้องห่วง ข้าคิดเอาไว้แล้วว่าจะให้ ลี่จิ่นกลับไปดูแลกิจการที่เมืองเฉินม่าย ส่วนข้าจะอยู่ที่นี่ดูแลกิจการทั้งหมดแทนท่านเอง” “ลำบากท่านแล้วจริงๆ” หลี่หยวนหยวนผงกศีรษะ ระหว่างพูดคุยกัน หนานกงโจวคอยลอบสังเกตบุรุษรูปงามแซ่ชิวสองพี่น้องอยู่แทบตลอดเวลา เขากลัวว่าพี่ส


















ความคิดเห็น