Mag-log inหลี่หยวนหยวนทะลุมิติเข้าไปในร่างของพระชายาอ๋องหยางที่กำลังจะหย่า นางแอบคลอดลูกฝาแฝดชายหญิงและซ่อนเอาไว้ นางสร้างการค้าและความร่ำรวยด้วยความช่วยเหลือของจอมยุทธ์สามผี ทว่าสิ่งที่คาดไม่ถึงคือ ลูกฝาแฝดของนางก็คืออดีตฮ่องเต้และองค์หญิงใหญ่ที่กลับชาติมาเกิด ภารกิจอันยิ่งใหญ่ของนางจึงเริ่มต้นขึ้น
view moreติงหยวนหยวนเปิดเปลือกตาขึ้นก็เห็นเทียนแดงเล่มใหญ่ส่องแสงพริบพร่างอยู่ตรงหน้า ในใจก็นึกด่าทอน้องชาย เธอเคยเตือนเขาหลายครั้งแล้วว่าไม่ให้จุดเทียนในนี้เพราะหากเกิดไฟไหม้ขึ้นมา พ่อกับแม่คงบ่นจนหูชา
ครั้งที่แล้วน้องชายเธอจุดเทียนหอม เผลอครู่เดียว ไหม้ผ้าม่านส่วนปลายไปเล็กน้อยดีที่เธอมาเห็นเสียก่อนจึงใช้น้ำในแก้วเก็บอุณหภูมิที่ถือติดมือมาสาดให้ดับ หลังจากวันนั้นแม่เข้ามายูนิตที่เธอกับน้องชายพักอยู่ทีไรก็คอยจ้ำจี้จำไชเรื่องนี้อยู่เสมอ
‘หลิวเหว่ย! นายเอาจิตสำนึกให้สุนัขกินหมดแล้วรึไง เดี๋ยวเถอะ ฉันจะด่าให้พรุ่งนี้ไปทำงานไม่ถูกเลย’
หญิงสาวถอนหายใจก่อนจะมองไปที่เทียนแดงแท่งใหญ่อีกคราหนึ่ง คราวนี้เธอถึงกับชะงัก เทียนแดงถูกจุดเป็นคู่ เล่มแรกแกะสลักคำว่า ‘รักมั่น’ อีกเล่มแกะไว้ว่า ‘นิรันดร์’....นี่มัน ห้องหองั้นเหรอ
ปัง!
“หลี่หยวนหยวน ข้ามาแล้ว!”
เธอหันขวับไปมอง ชายหนุ่มที่ร้องตวาดอยู่ในชุดเจ้าบ่าวสีแดงปักลวดลายหรูหรา ใบหน้าหล่อเหลาคุ้นตาของเขาทำให้เธอถึงกับตกตะลึง
“หัวหน้าหยาง! คุณมาได้ยังไง”
บุรุษผู้นั้นเดินโซเซเข้ามาใกล้ กลิ่นสุราคละคลุ้ง ดวงตาคมปลาบหรี่ลง แววตาเขาดูงุนงง “เจ้าพูดอันใด ประหลาดนัก”
หญิงสาวผงะ หยางหลีเหว่ยผู้นี้เป็นหัวหน้าแผนกคลังสินค้าที่เธอทำงานอยู่ รูปร่างเขาสูงโปร่ง คิ้วพาดเฉียง จมูกโด่งเป็นสัน แนวกรามเป็นเส้นชัดเจน เป็นหนุ่มหล่อของบริษัทที่สาวๆ หมายตา รวมทั้งเธอด้วย
“ซื่อจื่อกลับมาแล้ว เช่นนั้นก็ดื่มสุรามงคลเลยเถอะเจ้าค่ะ” ซุนมามาเดินตามข้างหลังเขาและถัดไปก็มีแขกเหรื่อไม่คุ้นตากลุ่มหนึ่ง
“ได้! รีบดื่ม ข้าจะได้รีบเข้าห้องหอกับเจ้าสาวที่รอจนตัวสั่น” น้ำเสียงของเขาแข็งกร้าว จ้องหน้าเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
สาวใช้รีบเข้าไปประคองเจ้าสาวที่นั่งตะลึงอยู่ให้ลุกขึ้น ซุนมามายื่นน้ำเต้าผ่าซีกที่รินสุรามงคลแบ่งให้กับคู่บ่าวสาว ระหว่างซีกน้ำเต้านั้นมีเชือกสีแดงคล้องเอาไว้
เขาใช้มือกุมหัวไหล่ดึงร่างเธอเข้าไปใกล้แล้วคล้องแขนกันท่ามกลางเสียงร้องสนับสนุนของคนรอบข้าง ชายหนุ่มก้มหน้าลงดื่มสุรานั้นรวดเดียวจนหมด ในขณะที่เจ้าสาวดูจะมึนงงกับเหตุการณ์ตรงหน้า
“ดื่มเสียสิ เจ้าอยากให้ข้าป้อนหรือไร” เจ้าบ่าวหัวเสีย เขาใช้มือจับซีกน้ำเต้าในมือของเธอแล้วจ่อริมฝีปาก “อ้าปาก” เขากัดฟันกรอดพลางสั่ง
ติงหยวนหยวนอ้าปากขึ้น สุราร้อนไหลผ่านปากและลำคอลงไปอย่างรวดเร็ว เสียงปรบมือดังขึ้นพร้อมส่งเสียงอวยพรให้คู่บ่าวสาว ‘มีลูกหลานสืบสกุลมากมายในเร็ววัน’
“ออกไปกันได้แล้ว!” เจ้าบ่าวตวาด
ซุนมามารีบโบกมือให้สาวใช้ทั้งสองถอย ก่อนจะเอ่ยประโยคสุดท้ายก่อนปิดประตู “ขอให้ท่านอ๋อง ทนุถนอมเจ้าสาวด้วยนะเจ้าคะ”
ติงหยวนหยวนทรุดตัวลงนั่ง เธอรู้สึกว่าแขนขาอ่อนแรง ยังไม่ทันจะทบทวนเรื่องราว ร่างของเธอก็ถูกเจ้าบ่าวกระชากลากถูไปยังเตียงใหญ่
“โอ๊ย! เบาหน่อยสิ หัวหน้า ฉันเจ็บนะ!”
ปกติหยางหลีเหว่ยเป็นผู้ชายที่เงียบขรึมและสุภาพ เธอไม่คิดเลยว่าเขาจะทำตัวรุ่มร่าม เมื่อครู่เขาดูเหมือนจะเมาอยู่บ้างแต่ก็ไม่น่าจะถึงกับพูดคุยกันไม่รู้เรื่อง
“เจ้ายังจะเสแสร้ง สุรามงคลของสกุลหลี่ต้องมิใช่ของดีอยู่แล้ว!”
เขาเหวี่ยงเธอจนม้วนตัวไปบนเตียงหนึ่งรอบ พลันความจำของเจ้าของร่างเดิมก็ผุดขึ้นมา คืนนี้เป็นงานวิวาห์ของหลี่หยวนหยวนกับหนิงเฉิงอ๋องหยางหลีเหว่ย
“คุณไม่ใช่หัวหน้าหยางนี่!” ติงหยวนหยวนตกใจจ้องหน้าเจ้าบ่าว
แคว่ก!
มือใหญ่ของเขาแหวกสาบเสื้อนางออกจากกันอย่างแรงจนแขนเสื้อฉีกขาด ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ใบหน้ากลายเป็นสีชาด มือนั้นสั่นเล็กน้อย
“อย่ามาเรื่องมาก คืนนี้ข้าจะเข้าหอให้สมใจเจ้า”
ยังไม่ทันจะได้อ้าปากถาม ริมฝีปากบางของเขาก็ทาบลงมาติงหยวนหยวนรู้สึกว่าร่างกายของตนเองร้อนระอุ พอร่างเธอถูกรั้งเข้าไปแนบชิดกับเขาก็คล้ายถูกหลอมละลาย ความอุ่นร้อนและแข็งกร้าวทำให้ใจของเธอเต้นระส่ำราวกับจะกระเด็นออกมานอกอก เธอลูบไล้และรัดรึงเขาราวกับจะเรียกร้องให้เขาเชยชมร่างกายของเธอ
“สตรีไร้ยางอาย!” หยางหลีเหว่ยกัดฟันกรอด หากเขาไม่ยอมดื่มสุรามงคลผสมยาบัดซบนั่น เขาคงจะหลับนอนกับนางไม่ลง
...หลี่หยวนหยวน สตรีอย่างเจ้า ไม่คู่ควรจะอยู่เคียงข้างข้า...
ภายใต้ม่านมุ้งโปร่งบางสีแดง สองหนุ่มสาวร่วมรักอย่างเร่าร้อนราวกับกำลังปลดปล่อยความรู้สึกอัดอั้นที่เก็บไว้นานแสนนาน ด้านนอกเรือนหอสายฝนกำลังโปรยปรายและกลายเป็นกระหน่ำซัดสาดกลบเสียงร้องครวญครางของคู่ข้าวใหม่ปลามัน
“ฉันเจ็บ...เจ็บนะ!” ติงหยวนหยวนที่ถูกล่วงล้ำในร่างกายอย่างฉับพลันร้องขึ้นมา
หยางหลีเหว่ยขบกรามแน่น เขาไม่ได้เห็นใจนาง แต่พอนางเกร็งร่างเขาจำต้องระวังมิให้ตนเองได้รับความกระทบกระเทือนไปด้วย เขาก้มลงมองใบหน้าของนางแล้วก็นึกโมโหจนต้องใช้มือใหญ่ทาบปิดใบหน้าของนาง
“อย่ามองข้า!” เขาผลักให้นางหันไปอีกทางหนึ่ง ก่อนจะผลักดันตัวตนเข้าไปจนแนบชิด
ติงหยวนหยวนถูกเขาพาโลดโผนอยู่บนคลื่นแห่งอารมณ์ปรารถนาจนเสร็จสมอารมณ์หมายไปคราหนึ่ง ทว่าร่างใหญ่ที่แข็งแกร่งกลับไม่ปล่อยให้นางได้พักผ่อน
“เจ้าเป็นคนเรียกร้องสิ่งนี้ เช่นนั้นข้าจะสนองให้เจ้าจนกว่าข้าจะพอใจ” เสียงเขาคำรามอยู่เหนือใบหู
จากนั้นติงหยวนหยวนก็คล้ายอยู่บนเรือน้อยท่ามกลางคลื่นลมโหมกระหน่ำ แม้จะได้มองใบหน้าของชายที่ตนเองแอบชอบอย่างใกล้ชิดบนเตียงอย่างที่ไม่คิดว่าจะมีโอกาส แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับมิได้หวานชื่นอย่างที่ฝันเอาไว้ เขาไม่อ่อนโยนเลยสักนิด น่าแปลกที่เธอเองก็กอดรัดเขาไม่ปล่อย
กระทั่งจวนรุ่งสาง ทั้งสองจึงผล็อยหลับไป
สายวันนั้นติงหยวนหยวนลืมตาขึ้นก็เห็นสาวใช้สองคนกำลังเก็บเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้น ผู้ชายที่เหมือนหัวหน้าหยางราวกับแกะคนนั้นหายตัวไปแล้ว ผ้าปูที่นอนยับยู่ยี่ชวนให้นึกถึงเรื่องวาบหวามเมื่อคืน เธอเขากับเขา...กว่าจะยุติลงได้ก็ปาเข้าไปเท่าจำนวนนิ้วบนมือข้างหนึ่ง
กลิ่นอายบนเตียงชวนให้ใบหน้าของเธอร้อนผ่าว อยู่มาจนอายุสามสิบปีกลับต้องมีครั้งแรกแบบไม่ได้ตั้งใจ ซ้ำฝ่ายชายยังไม่ทนุถนอมเลยสักนิด
“หวางเฟย[1]เจ้าคะ รีบลุกขึ้นอาบน้ำเถิด ท่านยังต้องไปคารวะน้ำชาไท่เฟยนะเจ้าคะ”
ติงหยวนหยวนลุกพรวดพราดขึ้นมานั่ง หญิงสาวหยิกหลังมือและแก้มตนเองหลายครั้ง พอรู้ว่านี่ไม่ใช่ความฝันเธอก็แตกตื่น
‘ไม่ใช่ฝัน นี่มันเรื่องบ้าอะไร คงไม่ใช่ทะลุมิติมาหรอกนะ’
พลันเธอก็จดจำได้ว่าเจ้าของร่างนี้คือหลี่หยวนหยวน หญิงสาวผู้มีชื่อเหมือนกับตนแต่ต่างแซ่
ตอนนี้เธอกลายเป็น ‘หลี่หยวนหยวน’ หญิงสาวอายุสิบเจ็ด คุณหนูใหญ่สกุลหลี่แห่งแคว้นต้าหลงที่หลงใหลคลั่งไคล้ในตัวหนิงเฉิงอ๋อง ท่านป๋อหลี่หรือหลี่เหวินจั๋วหวังให้บุตรสาวสติปัญญาน้อยผู้นี้มีที่พึ่งพิงจึงบีบบังคับหนิงเฉินอ๋องให้แต่งงานกับหลี่หยวนหยวนแลกกับยาสูตรลับของตระกูล
เธอก้มลงสำรวจร่างกายที่ไม่ใช่ของตนอีกครั้งหนึ่ง เรือนร่างนี้ช่างงดงามสะโอดสะองต่างจากตัวเธอที่เป็นติงหยวนหยวนอวบอ้วนผู้นั้น
‘ใช้ได้นะนี่ ทะลุมิติมาก็อยู่ในร่างคนสวย แบบนี้ถือว่าเข้าท่า’
“หวางเฟย เร็วเข้าเถิดเจ้าค่ะ น้ำผสมกำลังพอดี” ไป๋ซวงร้องเร่ง
หญิงสาวลุกขึ้นสวมเสื้อคลุมที่สาวใช้ยื่นให้ ปากก็เอ่ยถามถึงคนที่ร่วมเตียงเมื่อคืน “ท่านอ๋องไปไหนแล้ว”
“ออกไปตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางเจ้าค่ะ บอกว่าจะรอที่ศาลาริมสวนหน้าเรือนไท่เฟย ท่านรีบเถิด หากช้าชักเกรงว่าท่านอ๋องจะ.....” ไป๋ซวงเป็นสาวใช้คนสนิทที่ตามมาจากจวนสกุลหลี่ นางร้อนใจที่นายหญิงถูกสามีรังเกียจตั้งแต่วันแรกหลังการแต่งงาน
[1] หวางเฟยหรือพระชายาเป็นตำแหน่งภรรยาเอกของท่านอ๋อง
*****************
ไรเตอร์แนะนำ...ติดตามได้ทางแฟนเพจเฟสบุ๊ก "เอสเต้และซีฟางกั๋วเจีย"
เด็กชายตัวน้อยลุกขึ้นยืน ผายมือสองข้างออก “ยินดีต้อนรับท่านน้าโจวเข้าสู่สกุลหยาง” ทุกคนมองอดีตฮ่องเต้ที่อยู่ในร่างของเด็กชายตัวน้อยกำลังทำท่าทางคล้ายผู้ใหญ่แต่ดูแล้วน่ารักน่าชังก็พากันหัวเราะ ซื่อจื่อตัวน้อยชักสีหน้า “นี่พวกท่าน! อย่ามาหัวเราะข้านะ อันที่จริงข้าสมควรเป็นผู้นำตระกูลหยางในตอนนี้ด้วยซ้ำไป” แม่ทัพใหญ่หยางอมยิ้ม “ได้ๆ ข้ายกให้หลิวเหว่ยเป็นผู้นำตระกูลแทนข้าเลยก็แล้วกัน แต่น่าเสียดายที่เปิดศาลบรรพชนประกาศเรื่องนี้ไม่ได้” “ท่านปู่! อย่ามาล้อข้า เอาไว้ข้าสวมกวานเมื่อใด ข้าจะบีบบังคับให้ท่านเปิดศาลบรรพชนสละตำแหน่งผู้นำตระกูลให้ข้า” เด็กชายประกาศ “ได้ๆ ปู่เชื่อฟังเจ้า” หยางข่ายผงกศีรษะรับ หลี่หยวนหยวนมองเด็กชายที่ยืนเอามือไพล่หลัง ยามนี้หยางหลิวเหว่ยรูปร่างอวบขึ้น แก้มยุ้ยดูน่ารักน่าชังนัก “ลูกแม่ ที่เจ้าพูดเช่นนี้เพราะคิดการณ์ใหญ่อยู่ใช่หรือไม่” เด็กชายสีหน้าเคร่งขรึม สองมือไพล่หลัง “ถูกต้อง ตอนนี้บารมีสกุลหยางเกินหน้าเกินตาฮ่องเต้ไปแล้ว เห็นที โจวจื่ออี้จะต้องหาทางกำจัดพวกเราให้เร็วที่สุด” ข้อสันน
หนานกงโจวยืนอยู่ข้างหลี่หยวนหยวนและหลานชายทั้งสอง ท่านอ๋องหยางข่ายและหยางหลีเหว่ยสองพ่อลูกอยู่บนหลังม้า หยางไท่เฟยอยู่ในรถม้าคันใหญ่ “ท่านปู่! ท่านพ่อ!” เด็กสองคนตะโกนส่งเสียงแข่งกับชาวเมืองที่กำลังโห่ร้องแสดงความยินดี แม่ทัพใหญ่หยางยิ้มตวัดขาลงจากหลังม้าพร้อมกับบุตรชาย ทั้งสองเข้าไปอุ้มเด็กไว้คนละคน “เจ้าตัวน้อยของปู่!”เด็กชายกางแขนออกเพื่อให้ท่านปู่อุ้มตน ส่วนเด็กหญิงก็กางสองแขนยิ้มหวานรอบิดา “ผู้คนมากมายนัก เจ้าสองพี่น้องไปนั่งบนรถม้ากับท่านย่าเถิด” แม่ทัพใหญ่อุ้มหลานชายไปยืนบนรถม้าคันใหญ่ หยางหลีเหว่ยจึงอุ้มบุตรสาวไปยืนข้างบุตรชาย “ลูกรัก เจ้าเข้าไปนั่งกับท่านย่าเถอะ จะได้สบายหน่อย” หยางไท่เฟยเปิดม่านหน้ารถออกมาพร้อมกับยื่นมือมาหาหลานชายและหลานสาว “พวกเจ้าเข้ามาสิ!” หลี่หยวนหยวนเดินตามมาด้านหลัง หยางหลีเหว่ยหันไปยิ้มให้ภรรยา เขายื่นมือไปกุมมือนางและประคองให้ขึ้นไปบนรถม้า ชายหนุ่มแอบใช้นิ้วสามนิ้วเกาหลังมือนางเบาๆ แล้วยื่นหน้ากระซิบ “ข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกิน หยวนหยวน คืนนี้ส่งเจ้าเด็กสองคนไปนอนกับท่านปู
หนานกงโจวนำมือปราบหลายร้อยนายไปล้อมจวนสกุลอู๋ ฉินกงกงถือพระราชโองการมาด้วยตนเอง เมื่อคนในจวนถูกต้อนออกมาคุกเข่าที่ลานกลางเรือนแล้วก็เริ่มประกาศ “ด้วยโองการแห่งฟ้า อู๋กั๋วกงเจ้ากรมมหาดไทรับสินบนขายตำแหน่งขุนนางและแอบกักตุนข้าวสารในยามเกิดศึกสงคราม ค้าขายเอาเปรียบราษฎร จึงให้ลงโทษตามกฎหมายแคว้นต้าหลง ถอนออกจากตำแหน่ง รับโทษประหารชีวิต ริบจวนและทรัพย์ทั้งหมด เนรเทศทั้งครอบครัวไปยังชายแดน จบพระราชโองการ” บิดาของอู๋ฮองเฮาฟังคำประกาศของรองผู้บัญชาการหนานกงจบก็ถึงกับกระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง เสียงร่ำไห้ของอนุภรรยา ลูกๆ ที่เกิดจากอนุภรรยา รวมทั้งบ่าวรับใช้ทั้งหลายดังระงมอู๋กั๋วกงเงยหน้าขึ้นมองฉินกงกง “เหตุใดฝ่าบาทจึงได้ทำกับผู้จงรักภักดีเยี่ยงนี้ สกุลอู๋มีส่วนช่วยให้อำนาจในราชสำนักมั่นคง ไม่ควรคิดถอนรากถอนโคนถึงเพียงนี้”ฉินกงกงยิ้มเย็น “อู๋กั๋วกง รากฐานสกุลอู๋แผ่ไปทั่วราชสำนัก คนที่ท่านผลักดันขึ้นมาเป็นขุนนางมีมากมาย น่าเสียดายที่ส่วนใหญ่ไม่ได้มาด้วยความสามารถ ฮองเฮาเองก็ไม่อาจทรงพระครรภ์ได้แล้ว แต่น่าเสียดายที่พระองค์มิได้อยู่อย่างสงบ หากแต่กลับลอบปลงพระชนม์องค์ชาย
ฮ่องเต้เริ่มรู้สึกแล้วว่าเด็กฝาแฝดทั้งสองผิดแผกแตกต่างจากเด็กทั่วไปอยู่มาก สายตาที่เด็กพวกนั้นจ้องมองตนก็คล้ายกับรู้จักกันมานาน แต่...เด็กที่มีอายุไม่กี่ขวบจะรู้จักฮ่องเต้ในวังหลวงได้อย่างไร ยกเว้นชาติก่อน พวกเขาจะเป็นคนในนี้ คิดมาถึงตรงนี้ โจวจื่ออี้ก็พลันขนลุกขึ้นมาโดยไม่รู้สาเหตุ จะว่าไปสายตาของเด็กน้อยแซ่หยางก็ราวกับญาติผู้ใหญ่ที่กำลังจับผิดเขาอยู่ในที “ฝ่าบาท! ลูกๆ ของหม่อมฉันคุ้นชินกับการถูกลอบทำร้ายแล้วเพคะ พวกเขาเคยอยู่ในเหตุการณ์ที่หม่อมฉันถูกลอบสังหารหลายหนจนเลิกกลัวแล้วเพคะ” “จริงรึ! ถึงอย่างนั้นก็ยังแปลกอยู่มาก หากเป็นเด็กทั่วไปคงจะหวาดกลัวจนไม่กล้าเผชิญหน้ากับเหตุการณ์เช่นนี้แล้ว แต่ลูกๆ ของเจ้ากลับเหมือนผู้ใหญ่ที่พบเจอโลกมานาน” หยางหลิวเหว่ยอดไม่ได้ที่จะเผลอยิ้มออกมา ในใจนึกชมที่โจวจื่ออี้ไม่เลวเลย เริ่มจะรู้สึกถึงความผิดปกติของตนสองพี่น้องแล้ว เด็กชายประสานมือค้อมศีรษะเล็กน้อย “ขอบพระทัยฝ่าบาทที่ทรงเป็นห่วงกระหม่อมสองพี่น้อง พ่ะย่ะค่ะ” “เจ้าเพิ่งอายุแค่นี้ กลับเฉลียวฉลาดยิ่ง สกุลหยางนับว่ามีควันเขีย
สำนักมือปราบทำการสอบสวนจนรู้ชัด โจรกลุ่มนั้นสารภาพว่าเซียวหว่านหรือซางฮูหยินคือนายจ้างของพวกตน ทว่าเหตุที่พวกเขาจุดไฟที่ร้านประทัดทำให้เกิดการระเบิด มีเพลิงไหม้ ทำให้มีคนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุหนึ่งราย เสียชีวิตในตอนวิ่งหนีอีกสองราย อีกทั้งยังมีบาดเจ็บเนื่องจากวิ่งหนีเพราะความตกใจอีกจำนวนหน
ซางฮ่าวอวี่มองลงไปยังถนนเบื้องล่าง ฮูหยินเอกของเขากำลังยืนพูดคุยกับคุณหนูต้วนอยู่หน้าร้านเครื่องประดับ ขุนนางหนุ่มยกจอกน้ำชาขึ้นจิบ ขณะหูฟังคนของตนรายงานพฤติกรรมของเซียวหว่าน ครั้นฟังจบก็ยกยิ้มมุมปากก่อนจะโบกมือไล่ “พอแล้ว เจ้าไปตามดูนางต่อเถอะ” เมื่อคนผู้นั้นจากไป คนสนิท
เสี่ยวเอ้อร์ด้านนอกส่งเสียงเข้ามาบอกว่าอาหารพร้อมแล้ว “พี่เหนือ ข้าหิวพอดี รีบให้พวกเขาเอาเข้ามาเถิด” ชิวต้าซานเอามือลูบท้อง อาหารถูกลำเลียงมาตั้งโต๊ะ คนทั้งสี่จึงขยับเข้ามานั่งที่เก้าอี้ ชิวลี้จิ่นเห็นอาหารจำนวนมากก็กลืนน้ำลายดังเอี๊อก เขาดีใจที่หลี่หยวนหยวนมาเยือน ไม่เช
เฉาเฟิง เจิ้งตู้ และซูจิ้ง ล้วนตกอยู่ในอาการคุมแค้นดุจเดียวกัน ศึกครานั้น พวกเขาติดตามหยางหลีเหว่ย ออกรบด้วย ทว่าหน่วยของพวกเขาถูกล่อให้ติดกับดักที่เบื้องล่าง ทหารแคว้นศัตรูรายล้อมทุกด้าน นับเป็นหมากที่มีโอกาสแพ้อย่างสูง ในยามนั้นคุณชายใหญ่หยางถูกแทงไปหลายแห่งแต่ก็แข็งใจ บุกขึ้นไปถึงหน้าผา












Rebyu