Home / รักโบราณ / ทะลุมิติมาเป็นภรรยาสุดร้าย ในปี1979 / บทที่ 20 ทำไมแม่ถึงคิดว่าผมเป็นคนพิการ

Share

บทที่ 20 ทำไมแม่ถึงคิดว่าผมเป็นคนพิการ

Author: sanvittayam
last update publish date: 2026-03-18 19:08:40

บทที่ 20 ทำไมแม่ถึงคิดว่าผมเป็นคนพิการ

ทางด้านบ้านสี่ไม่รู้เลยว่าปัญหาที่น่าปวดหัวกำลังเดินเข้ามาหาถึงบ้าน ทั้งสามคนยังคงคุยและปรึกษากันเรื่องร้านค้าที่กำลังจะไปจ่ายเงินซื้อพรุ่งนี้

“เหมยจูแล้วน้องจะต้องเข้าไปอำเภอขายของเองทุกวันหรือเปล่า” ตงซีเฉินถามภรรยาน้ำเสียงแผ่วเบา

“ฉันตั้งใจว่าจะหาลูกจ้างขายแทน ตัวฉันเองคงไม่มีเวลามานั่งขายเองหรอกพี่ซีเฉิน ฉันยังมีลูกสาวตัวน้อยต้องดูแล และยังมีสามีต้องดูแลอีกนะ ส่วนร้านค้าฉันเข้าไปดูอาทิตย์ละครั้งก็ไม่ใช่ปัญหา อีกทั้งฉันอยากจะเปิดร้านอื่นอีก แต่ต้องค่อยๆ ดูไป” ตงซีเฉินสีหน้าดีขึ้นเมื่อภรรยาบอกว่าเธอมีหน้าที่ดูแลสามีและลูกน้อยเลยคิดจะหาคนงานไปขายของแทน ทำให้เขารู้สึกผิดกับภรรยาไม่น้อยที่เขาเดินได้แล้วแต่ไม่กล้าบอกภรรยา

“แต่เหมยจู แม่ว่าลูกควรจะหาคนที่ไว้ใจได้นะ เรื่องเงินมันไม่เข้าใครออกใครหรอกลูก” ฟู่เจียจิ่นกังวลกลัวว่าลูกจ้างที่จ้างมาจะคิดไม่ซื่อ

“หนูว่าจะลองถามลุงเซียงดูค่ะ ว่าพอจะมีคนแนะนำบ้างไหม ลุงเซียงเป็นคนขับเกวียนที่หนูว่าจ้างวันนี้ ลุงดูเป็นคนน่าสงสาร หนูให้ค่าจ้างสิบหยวนเขาดีใจใหญ่เลย” หนิงเหมยจูนึกถึงลุงเซียงคนขับเกวียน เธอจะลองถามดูพรุ่งนี้เพราะยังไงต้องให้ลุงเซียงมาส่งอยู่แล้วเธอตั้งใจจะเอาจักรยานของเด็กออกมาให้เสี่ยวลู่ปั่นเล่นไว้ออกกำลังกาย

“ดีแล้วลูก ช่วยคนที่ลำบาก บุญจะหนุนนำให้เรามีชีวิตที่ดีขึ้น” ฟู่เจียจิ่นเห็นด้วยกับลูกสาว ในเมื่อพอจะมีก็ช่วยเท่าที่ช่วยได้

“นังเหมยจู แกออกมาเดี๋ยวนี้นะ!” เสียงแม่เฒ่าตงตะโกนเรียกอยู่ที่หน้าบ้านเสียงดัง

“นั่นไงแม่ ผลบาปของหนูมาแล้ว” หนิงเหมยจูพูดขณะมองหน้าสามีอยากรู้ว่าเขาจะทำยังไงในเมื่อแม่เขามาหาเรื่องถึงบ้าน

“ไม่เป็นไรเหมยจู เราแยกบ้านกับบ้านใหญ่แล้ว อะไรที่น้องคิดว่าไม่ถูกต้องน้องจัดการได้เลย อีกทั้งพี่เองเป็นลูกชังของครอบครัวมาตลอด คนที่พี่ต้องอยู่ด้วยไปตลอดชีวิตคือน้องและลูก ไม่ใช่บ้านใหญ่ตง แล้วในหนังสือสัญญาแยกบ้านพ่อกับแม่ไม่มีค่าเลี้ยงดูใดๆ ไม่มีธัญพืชหรืออาหารอื่นๆ ที่ต้องส่งเสียให้เป็นค่าเลี้ยงดู พี่ออกมาอยู่กับเสี่ยวลู่สองคนตั้งแต่แม่ของเสี่ยวลู่หย่าขาดจากพี่แล้ว” ตงซีเฉินยิ้มให้ภรรยาแต่แววตาของเขานั้นกลับเจือไปด้วยความเศร้า

“ไม่เป็นไรลูกเขย ใครไม่รักปล่อยเขาไป อย่างน้อยแม่ยายคนนี้ก็รักลูกเขยเหมือนลูกแท้ๆ ของแม่เอง”

ฟู่เจียจิ่นรู้ดีว่าบ้านตงนั้นเป็นยังไงและเพราะอะไรพ่อแม่ของตงซีเฉินจึงรังเกียจลูกชายคนนี้ ก่อนหน้านี้เธอยอมรับว่าเธอนั้นอ่อนแอจนต้องโดนทำร้ายมาตลอดทั้งร่างกายและจิตใจ แต่ตอนนี้เธอต้องเข้มแข็งและเปลี่ยนตัวเองเหมือนกับเหมยจู เพื่อปกป้องครอบครัวของเธอรวมทั้งลูกเขยของเธอด้วย เมื่อคิดได้ดังนั้นฟู่เจียจิ่นจึงเป็นคนเดินออกมาหน้าบ้านคนแรก สองสามีภรรยาได้แต่มองหน้ากันก่อนจะรีบตามออกไป

“มีอะไร มาร้องโวยวายทำไมที่นี่” ฟู่เจียจิ่นถามอย่างไม่ชอบใจ

“ออกมากันได้แล้วเหรอ นังเหมยจูกล้าดียังไงเอาเงินของเจ้าสี่ซื้อจักรยานมา แล้วจักรยานอยู่ไหน ฉันจะเอากลับบ้านตง” แม่เฒ่าตงเมื่อเห็นว่ามีคนเดินออกมาแล้วเธอจึงรีบถามหารถจักรยาน

“หน้าด้าน แล้วรู้ได้ยังไงว่าลูกสาวของฉันเอาเงินซีเฉินไปซื้อ สงสัยสมองเธอคงจะไม่ปกตินะกู้หลัน ก็เห็นอยู่ว่าฉันอยู่ที่นี่ เหมยจูจะะเอาเงินลูกเขยไปซื้อได้ยังไง แล้วที่สำคัญตอนที่ลูกเขยนอนอยู่ติดเตียงเธอและลูกสะใภ้ตัวดีทั้งหลายก็มาขนเอาอาหารและของที่มีค่าไปหมดแล้วไม่ใช่หรือไง” แม้ว่าฟู่เจียจิ่นจะไม่ค่อยออกไปไหน แต่ข่าวเรื่องนี้มีใครบ้างที่ ไม่รู้

“อะไร แกพูดอะไร ฉันไม่ได้มาเอาไปเสียหน่อย ต่อให้ฉันจะมาเอาไปจริงๆ เจ้าสี่มันคือลูกของฉันทำไมฉันจะมาเอาของบ้านลูกชายฉันไม่ได้ มีแต่แกนะสิ คิดยังไงหอบลูกชายมาอยู่กับลูกสาวทั้งๆ ที่มีลูกเขยวัยฉกรรจ์อยู่ด้วย หรือว่าผัวหย่าจึงหาเป้าหมายใหม่ โอ๊ย!” แม่เฒ่าตงพูดไม่ทันจบก็เจอแรงถีบของฟู่เจียจิ่นเข้าไปเต็มเท้าจนกระเด็นออกมานอกลานบ้าน

“แก่แล้วยังจิตใจสกปรกอีก ฉันมาอยู่ที่นี่เพราะฉันหย่า ฉันไม่เถียง ฉันมาเพราะลูกสาวและลูกเขยอย่างซีเฉินชวนให้มาอยู่ด้วย ไม่มีใครคิดอกุศลแบบเธอหรอกนะ ส่วนเงินซื้อจักรยานก็เป็นเงินของเหมยจูเอง เธอลืมไปแล้วเหรอว่าวันที่เหมยจูแต่งงานเข้ามานั้นมีสินเดิมมากแค่ไหน

แค่ซื้อจักรยานคันละไม่กี่ร้อยหยวนทำไมเหมยจูของฉันจะไม่มีปัญญาซื้อเอง และจักรยานคันนี้เหมยจูซื้อให้น้องชายอย่างฮุ่ยหมินขี่ไปโรงเรียน และพรุ่งนี้จะไปซื้อให้เสี่ยวลู่หลานสาวตัวน้อยของฉันขี่เล่นอีก

หนึ่งคัน ทำไมมีปัญหาหรือไง”

ชาวบ้านที่ตามมาดูได้แต่อ้าปากค้าง นี่ใช่ฟู่เจียจิ่นผู้แสนอ่อนโยนและขี้กลัวจริงเหรอ ทำไมวันนี้จึงได้กลายเป็นคนละคนแบบนี้ แม้แต่หนิงเหมยจูเองยังไม่เชื่อสายตาว่าแม่ผู้แสนอ่อนโยนและขี้กลัวของเธอจะกล้าถีบแม่สามีเสียกระเด็น ส่วนตงซีเฉินนั้นมองแม่ของเขาด้วยสายตาว่างเปล่า ไม่คิดว่าแม่ผู้ให้กำเนิดกล้าคิดเรื่องแบบนี้ได้

“น้าเจียจิ่น น้ากล้าทำร้ายแม่สามีฉันได้ยังไง น้าไม่กลัวฉันแจ้งเจ้าหน้าที่เหรอ” กู้เปียวอ้ายสะใภ้ใหญ่ได้สติก่อนจึงชี้หน้าถามเสียงสั่น

“ถ้าฉันกลัว ฉันจะทำไหม ดีแค่ไหนแล้วที่ฉันไม่เอาน้ำสกปรกมาล้างปากแม่สามีของเธอ สมองคิดได้แค่นี้จริงๆ ใช่ไหม หากฉันอยากมีสามีใหม่ฉันไม่จำเป็นต้องมามองลูกเขยตัวเองหรอก มีแต่คนจิตใจวิปริตเท่านั้นที่

คิดได้” ฟู่เจียจิ่นอยากจะเข้าไปตบซ้ำเหลือเกินมันน่าไหม

“แล้วการที่พูดแบบนี้ไม่เท่ากับดูถูกชาวบ้านคนอื่นด้วยเหรอในหมู่บ้านเรามีกี่ร้อยครัวเรือน และมีตั้งหลายครอบครัวที่ลูกเขยอยู่บ้านเดียวกับแม่ยาย การที่เธอพูดแบบนี้เท่ากับดูถูกทุกคนด้วยเหมือนกัน หรือเธอว่าไม่จริง”

“นั่นนะสิ ฉันเองก็สามีตายลูกสาวและลูกเขยก็รับให้มาอยู่บ้านเดียวกัน อย่างนี้ก็เท่ากับเธอด่าฉันด้วยใช่ไหม”

ชาวบ้านคนหนึ่งที่สามีตายถูกลูกเขยและลูกสาวรับมาอยู่ด้วยพูดขึ้นเหมือนกัน จากนั้นจึงมีอีกหลายคนที่ส่งเสียงสนับสนุนฟู่เจียจิ่น ทำให้หรือแม่เฒ่าตงนั้นเกิดความกลัวไม่คิดว่าจะออกมาในรูปแบบนี้ จนหนิงฮุ่ยหมินและเสี่ยวลู่ปั่นจักรยานกลับมา ทำให้แม่เฒ่าตงเกิดแรงฮึดเพราะเห็นจักรยานคันใหม่และคิดอยากได้กลับไปบ้านตัวเอง จึงบอกให้สะใภ้ใหญ่และสะใภ้รองเข้าไปเอาจักรยานมา

“สะใภ้ใหญ่สะใภ้รองเธอสองคนเข้าไปเอาจักรยานมา เราจะได้กลับบ้านเสียที”

“ใครกล้าก็เข้ามา” หนิงเหมยจูเดินออกมายืนอยู่ด้านหน้า ก่อนจะหันไปสั่งน้องชายให้พาเสี่ยวลู่เข้าบ้านไปอย่าออกมาจนกว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย

“ฮุ่ยหมินพาเสี่ยวลู่เข้าไปอยู่ในห้องก่อน เสร็จเรื่องแล้วค่อยออกมา” หนิงฮุ่ยหมินพยักหน้ารับก่อนจะอุ้มเสี่ยวลู่เข้าบ้านไป เขาเองไม่อยากให้หลานสาวตัวน้อยต้องเจอกับเหตุการณ์นี้เพราะตั้งแต่ที่ปั่นจักรยานเข้ามา เสี่ยวลู่กอดเอวเขาแน่นและดูเหมือนว่าเสี่ยวลู่จะตัวสั่นเพราะกลัวคนที่ได้ชื่อว่าเป็นย่าและป้าสะใภ้ใหญ่

“ขอโทษนะแม่สามี คุณมีสิทธิ์อะไรจะมาเอาจักรยานคันนี้ไป แต่ถ้าอยากได้ต้องจ่ายเงินมาสามร้อยหยวนค่าจักรยานคันนี้ก่อน แล้วเข้ามาเอากลับไปบ้านตงได้เลย แต่ถ้าไม่มีเงินก็อย่าคิดที่จะหยิบหรือเอาของจากบ้านนี้ไปอีก” หนิงเหมยจูพูดเสียงเย็น

“ฉันจะเอาของบ้านลูกชายฉัน ฉันเป็นแม่ฉันมีสิทธิ์ แกมันก็แค่สะใภ้ที่ลูกชายฉันไม่ต้องการแกอย่ามาพูดดี สะใภ้ใหญ่สะใภ้รองยืนบื้ออยู่ทำไมรีบเข้าไปเอาจักรยานมาสิ” แม่เฒ่าตงอ้างสิทธิ์ที่เธอเป็นแม่สามีเป็นแม่ของ

ตงซีเฉินเจ้าของบ้านหลังนี้อย่างหน้าไม่อาย ชาวบ้านและทุกคนที่ได้ยินต่างก็เบือนหน้าหนีทั้งนั้น

“หยุดเถอะครับแม่ แล้วใครบอกแม่ว่าผมไม่ต้องการเหมยจูภรรยาคนนี้ หากไม่ใช่เธอผมก็คงจะตายไปแล้วครับ และผมเองที่เป็นคนให้แม่ยายและฮุ่ยหมินมาอยู่ที่นี่เอง” ตงซีเฉินทนฟังแม่ของตัวเองมานานแล้วจึงอดที่จะพูดขึ้นไม่ได้

“เจ้าสี่แกกล้าปกป้องคนอื่นมากกว่าแม่ของตัวเองหรือยังไง แกพูดขึ้นมาก็ดีแล้ว แกเอาจักรยานคันนั้นมาให้หลานชายแกเสีย ตอนนี้หลานชายแกโตพอจะขี่ได้แล้ว”

“ผมให้ไม่ได้ครับ แม่ก็ได้ยินที่แม่ยายและภรรยาของผมพูดแล้ว ถ้าแม่อยากได้แม่ก็จ่ายเงินมาสิครับ ผมเชื่อว่าถ้าแม่จ่ายเงินเหมยจูภรรยาของผมคงจะยอมให้จักรยานแก่แม่แน่ๆ อีกอย่างแม่ก็รู้ว่าผมนั้นตกเขาจนขาหักไม่มีเงินไปรักษา ผมอยู่มาได้เพราะเงินของภรรยาทั้งนั้น ผมยังคงต้องพึ่งพาภรรยาและแม่ยายต่อไปอีกนะครับ อย่าทำให้ผมกับเสี่ยวลู่ต้องลำบากเลย แม่อย่ามาสร้างเรื่องจนทำให้ภรรยาต้องขอหย่าจากผมเลยนะครับ”

ตงซีเฉินทำหน้าเศร้าระหว่างพูด หนิงเหมยจูและฟู่เจียจิ่นแทบอยากกระโดดปรบมือให้ตงซีเฉินจริงๆ ใครว่ามารยานั้นมีแต่ผู้หญิงแล้วดูนี่สิมันคืออะไรแม้แต่แม่เฒ่าตงยังไม่เชื่อว่าลูกชายจะกระโดดออกมาปกป้องภรรยาแบบนี้

“แกอย่ามาพูดแบบนี้นะ แกไม่รู้หรือยังไงว่าตอนที่แกนอนอยู่ที่เตียง เมียของแกคนนี้นัดเจอใครบ้าง มันกล้าถึงขนาดนัดแนะกับชายหนุ่มคนอื่นเพื่อจะหนีไปเพราะว่าแกเป็นคนพิการยังไงล่ะ แกอย่าโง่ไปหน่อยเลย”

“ใครบอกแม่ล่ะครับว่าผมนั้นพิการ ตลอดเวลาที่ผ่านมาเหมยจูพยายามเสาะหาหมอต่างๆ มากมายแอบมารักษาผม การที่เธอพบเจอคนมากหน้าหลายตามันก็ไม่แปลกไม่ใช่เหรอนี่คือการพิสูจน์ว่าเหมยจูนั้นรักผมมากแค่ไหนมากกว่าครับแม่ เธอยอมที่จะให้คนอื่นเข้าใจผิดกล่าวหาต่างๆ นานา แต่ไม่ยอมพูดความจริงออกไปว่าเธอทำแบบนั้นทำไม

ภรรยาแบบนี้ผมจะหาได้จากที่ไหนอีก และแม่ยายไม่รังเกียจลูกเขยจนๆ แถมยังมีลูกติดแบบผม ภรรยาไม่รังเกียจที่สามีจะต้องกลายเป็นคนพิการ เรื่องนี้มันพิสูจน์ทุกอย่างแล้วครับ และผมไม่ใช่คนพิการ”

ตงซีเฉินพูดจบจึงลุกขึ้นยืนจากรถเข็น ก่อนจะก้าวเดินอย่างมั่นคงเข้ามาหาหนิงเหมยจูภรรยาของเขา พร้อมกับส่งยิ้มให้เธอด้วยความอบอุ่นและจริงใจ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาสุดร้าย ในปี1979   บทที่ 120 ผมรับเลี้ยงเอง

    บทที่ 120 ผมรับเลี้ยงเองเมื่อป้านเซียงเหวินนำตัวเด็กน้อยไปส่งให้หน่วยแพทย์และพยาบาลตรวจดูแล้ว แพทย์บอกว่าเด็กน้อยไม่ได้เป็นอันตรายอะไร เพียงแค่หิวและร้องไห้จนหมดแรง นี่คือสิ่งที่บ่งบอกและการันตีได้ว่าแม่ของเด็กนั้นยอมทำทุกอย่างเพื่อปกป้องลูกชายตัวน้อยๆ ของเธอ พอรู้ว่าเด็กปลอดภัยเขาจึงเดินกลับมาหาทุกคน “ปลอดภัยแล้วครับ” ทันทีที่ป้านเซียงเหวินพูดจบทุกคนถอนหายใจด้วยความโล่งอก “เอาร่างของนางฟางไปทำพิธีให้เรียบร้อย ค่าใช้จ่ายทุกอย่างฉันรับผิดชอบเอง ให้เธอได้ไปอยู่กับสามีที่รัก” ท่านนายพลเอ่ยสั่งหัวหน้าหมู่บ้าน “ครับท่าน” “จริงสิ หัวหน้าหมู่บ้านช่วยไปตามครอบครัวฝั่งพ่อของเด็กน้อยมาหน่อย ผมอยากรู้อะไรบางอย่าง” ป้านเซียงเหวินพูดขึ้น ตงซีเฉินมองหน้าพี่ชายบุญธรรม และคิดว่าเด็กน้อยคนนี้มีบุญแล้วที่พี่เซียงเหวินพูดออกหน้า ไม่เช่นนั้นเขาจะเป็นคนรับเลี้ยงเด็กน้อยนี่เอง ไม่นานบ้านซวนจึงยกโขยงกันมาตรงหน้ากลุ่มของท่านนายพลยืนอยู่ “ท่านเรียกพวกเราบ้านซวนมามีอะไรหรือเปล่าครับ” พ่อเฒ่าซวนเอ่ยอย่างนอบน้อมเพราะรู้ดีว่าชายสูงวัยตรงหน้านี้คือท่านนายพล“ผมจะแจ้งข่าวเรื่องแม่นางฟางกับลูกน้อย ตอนนี้แม่นา

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาสุดร้าย ในปี1979   บทที่ 119 รักต้องห้าม ทำได้เพียงเก็บไว้ในใจ

    บทที่ 119 รักต้องห้าม ทำได้เพียงเก็บไว้ในใจวันเวลาผันผ่านจนถึงวันที่ยี่สิบห้าเดือนสุดท้ายของปี แม้ว่าจะมีหิมะตกปรอยๆ แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาในการเดินทางของทุกคนที่จะไปทำงานหรือว่าเดินทางมาที่หมู่บ้านเหอซาน แม้ว่าอำเภอนี้หิมะตกไม่หนักอย่างที่คาดคะเนหรือหวั่นวิตก แต่อำเภอข้างๆ กลับมีหิมะตกไม่หยุด มีบ้านเรือนหลายหมู่บ้านที่หลังคาถล่มลงมา ทำให้นายพลป้านและผู้พันลั่วจื่อต้องออกไปช่วยชาวบ้านทุกวัน โดยมีถุงบริจาคของหนิงเหมยจูติดไปด้วย ทั้งทหารและเจ้าหน้าที่ตำรวจต่างก็ออกพื้นที่เพื่อช่วยชาวบ้านที่ประสบภัย “เหมยจู พี่กับพี่รองและพี่เซียงเหวินจะตามพ่อและพี่ลั่วจื่อไปช่วยชาวบ้านนะ เย็นๆ พี่จะรีบกลับ” ตงซีเฉินบอกกับภรรยารัก “พี่อย่าลืมเอาเสบียงไปแจกจ่ายชาวบ้านด้วยนะ ตอนนี้สำคัญที่สุดคืออาหารและน้ำ ต่อให้มีเงินแต่ไม่มีอาหารก็ยากที่จะอยู่รอด” หนิงเหมยจูเป็นห่วงชาวบ้านไม่น้อย หวังว่าจะไม่มีใครเสียชีวิตกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ แม้ว่าสองอำเภอจะห่างกันไม่มากแต่ก็ไม่คิดว่าอำเภอนี้รอดแต่อีกอำเภอเจอกับภัยธรรมชาติแบบนี้ นี่สินะที่เขาเรียกฝนตกไม่ทั่วฟ้า “ครับ พี่ไปก่อนนะ” ตงซีเฉินเอ่ยลาภรรยาและออกเดินทางไปพร้อมก

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาสุดร้าย ในปี1979   บทที่ 118 สองพ่อจอมหวง

    บทที่ 118 สองพ่อจอมหวงหลังจากที่ชำระร่างกายเสร็จเรียบร้อย ตงซีเฉินจึงเดินออกมาคุยกับฮ่าวเทียนด้วยสีหน้าที่จริงจัง เขารู้ว่าภรรยานั้นเป็นห่วงเขาจึงได้หาผู้ช่วยมาให้ แต่ชายหนุ่มไม่อยากฝืนใจใคร เพราะการทำงานของเขาและการเดินทางไปทำการค้าแต่ละครั้งกับพี่เซียงเหวินนั้นมีอันตรายรอบด้วย เขาไม่เข้าใจเหมือนกันว่าก่อนหน้านี้พี่ชายบุญธรรมไปทำการค้าหรือว่าไปออกรบ เดินทางทีไรมีเรื่องแทบทุกรอบ “พี่ฮ่าวเทียนผมจะถามความสมัครใจอีกครั้ง ถ้าพี่ไม่ยินยอมพี่สามารถทำงานข้างกายเป็นผู้ช่วยของเหมยจูต่อไป การเดินทางไปดูการค้าและทำการค้าของผมและพี่ๆ นั้นมีอันตรายรอบด้าน มีหลายครั้งที่แทบเอาชีวิตไม่รอด และแทบทุกครั้งที่เจอกับปัญหาหรือถูกดักทำร้าย ผมให้พี่เลือกว่าจะเอายังไง อีกอย่างพี่ยังมีลูกเล็ก ผมไม่อยากให้พี่ต้องเสี่ยงหรือเพราะว่าเหมยจูช่วยพี่แล้วพี่จะต้องคล้อยตามทุกครั้ง” “ผมยินดีที่จะติดตามเถ้าแก่ครับ ไม่ใช่เพียงเพราะเถ้าแก่เนี้ยช่วยครอบครัวผมไว้ แต่เพราะเถ้าแก่คือคนสำคัญของเถ้าแก่เนี้ย ผมจึงอยากปกป้อง ที่ผมยอมติดตามเถ้าแก่ไม่ใช่เพราะความต้องการของเถ้าแก่เนี้ยอย่างเดียว แต่เพราะความต้องการของผมด้วย เถ้าแก

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาสุดร้าย ในปี1979   บทที่ 117 แพ้ภัยตัวเอง

    บทที่ 117 แพ้ภัยตัวเองเมื่อได้เห็นสีหน้าและท่าทางของสารวัตรหู่ชาง ทุกคนรู้ได้ทันทีว่านี่คงเป็นแผนการของสารวัตรจริงๆ“จริงเหรอ ถ้าอย่างนั้นคุณบอกผมได้ไหมว่าชาวบ้านกลุ่มนั้นชื่ออะไร เพราะผมให้น้ามู่ไปตรวจสอบที่โรงพยาบาลไม่เห็นว่าจะมีคนไปรักษาตัวด้วยอาการอาหารเป็นพิษเลย หากได้ชื่อ-แซ่ ที่แน่ชัดมันอาจจะง่ายสำหรับการตรวจสอบก็ได้” ตงซีเฉินกระตุกยิ้มมุมปาก “ไม่มีโรงพยาบาลที่ไหนให้ตรวจสอบง่ายๆ หรอกมันเป็นกฎของโรงพยาบาล” แม้จะหน้าเสียที่คนพวกนี้กล้าไปตรวจสอบที่โรงพยาบาลแต่หู่ชางยังคงตอบด้วยสีหน้าและท่าทางปกติ “แต่คงไม่ยากสำหรับครอบครัวลูกชายของนายพลป้านไม่ใช่เหรอครับ ผมลืมแนะนำตัวผมป้านเซียงเหวิน นี่คือน้องชายผมซีเฉิน และเหมยจูน้องสะใภ้ ได้ข่าวว่าคุณก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าเหมยจูเป็นลูกสะใภ้นายพลป้าน หรือคิดว่าท่านนายพลจะไม่สนใจหากเกิดเรื่องกับลูกสะใภ้คนนี้ แต่ผมบอกเลยว่าคุณคิดผิดเพราะท่านนายพลป้านรักลูกสะใภ้ยิ่งกว่าลูกชายตัวเองอีกครับ”ป้านเซียงเหวินทนไม่ได้กับหน้าตาไม่รู้เรื่องรู้ราวของสารวัตรหน้ามึนนี่ เลยต้องสอดแทรกคำพูดของตัวเองไปอีกเล็กน้อย เผื่อว่าท่านสารวัตรผู้ยิ่งใหญ่คนนี้จะรู้ตัวเสียทีว

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาสุดร้าย ในปี1979   บทที่ 116 พอดีเท้าผมกระตุก ต้องขอโทษจริงๆ

    บทที่ 116 พอดีเท้าผมกระตุก ต้องขอโทษจริงๆหนิงเหมยจูเมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นหูเรียกจึงหันไปมองก่อนจะยิ้มกว้างและวิ่งเข้าไปหาสามีสุดที่รัก แม้ว่าจะโถมตัวเข้ากอดไม่ได้เธอจึงทำได้เพียงจับมือสามีไว้ไม่ปล่อย “สามีกลับมาแล้ว” “ครับพี่กลับมาแล้ว คิดถึงพี่ไหม” ตงซีเฉินยิ้มไม่หุบที่ภรรยาสุดที่รักเรียกว่าสามี เขาใช้มืออีกข้างที่ไม่ได้ถูกภรรยารักจับไว้ลูบผมของเธออย่างแผ่วเบาด้วยความคิดถึง หากไม่ติดว่าอยู่ในสถานที่ราชการเขาคงคว้าตัวเธอมากอดแล้ว หนิงเหมยจูพยักหน้ารับ เธอจึงทำสีหน้าออดอ้อนสามี ก่อนจะฟ้องว่าเธอนั้นโดนรังแกอีกแล้ว แม้ว่าเธอจะเข้มแข็งแค่ไหน แต่เธอเป็นเพียงหญิงสาวคนหนึ่งเท่านั้นยังคงต้องการการปกป้องของคนเป็นสามี“พี่ซีเฉิน ไอ้ศา-ลา-วัดนั่นแกล้งร้านเราอีกแล้ว”จากนั้นหญิงสาวผู้เข้มแข็งที่ล้มผู้ชายตัวโตได้เป็นสิบ ฟ้องสามีผู้เป็นที่รักอย่างละเอียด ทำเอามู่ซาและฮ่าวเทียนมองตาไม่กะพริบ ทำไมเถ้าแก่เนี้ยจึงได้กลายเป็นอีกคนเมื่อเจอกับเถ้าแก่แบบนี้ล่ะ หรือว่าพวกเขาตาฝาดกัน เมื่อคิดได้ดังนั้นทั้งสองคนขยี้ตาแทบหลุดออกมา ภาพที่เห็นตรงหน้าก็ยังเป็นเหมือนเดิม จนเว่ยอิ้นเฉิงมองมาแล้วหัวเราะ “ไม่ต้อ

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาสุดร้าย ในปี1979   บทที่ 115 คงไม่อยากจะอยู่ตำแหน่งเดิมอีกแล้วใช่ไหม

    บทที่ 115 คงไม่อยากจะอยู่ตำแหน่งเดิมอีกแล้วใช่ไหมวันเวลายังคงดำเนินผ่านไปวันแล้ววันเล่า ตอนนี้ใกล้จะปีใหม่เข้ามาทุกที ร้านแต่ละร้านของหนิงเหมยจูยังคงมีลูกค้าเข้าไม่ขาดสายทั้งๆ ที่หิมะเริ่มตกแล้ว แต่ไม่ได้ตกหนักจนถึงขนาดเดินทางไม่ได้ ชาวบ้านหลายครัวเรือนต่างก็อยู่แต่ในบ้าน อาหารที่ถูกแจกจ่ายในปีนี้ก็แจกเรียบร้อยแล้ว แต่ละบ้านมีสีหน้าดีขึ้น แม้ว่าผลผลิตมีน้อย แต่ยังดีที่หนิงเหมยจูและท่านนายพล แจกถุงบริจาคทำให้ชาวบ้านมีความเป็นอยู่ดีขึ้น ร้านชาบูเมื่อไม่กี่วันก่อนมีการรับพนักงานเพิ่มขึ้นมาอีกสองคน เธอให้หมานซวนหรือพี่อาหมานเป็นคนจัดการเพราะตัวเธอนั้นวุ่นวายกับงานที่ทำกับคุณตู้ โรงงานผุดขึ้นเพิ่มมาอีกคือโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าทั้งของเด็กและของผู้ใหญ่ รวมถึงสอนพี่สะใภ้อย่างเว่ยเย่หนานทำเครื่องสำอาง อย่างสบู่และแป้งฝุ่น ตอนนี้หนิงเหมยจูแทบจะไม่มีเวลาเลยทีเดียว ความสุขผ่านพ้นไปได้ไม่กี่วัน กลับมีลูกค้าที่สั่งชาบูไปกินที่บ้านเกิดปัญหาเข้าจนได้ มีลูกค้าอยู่สามครอบครัวกินเข้าไปแล้วท้องเสียจนต้องหามส่งโรงพยาบาล วันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้ามาควบคุมตัวผู้ดูแลร้านอย่างอาหมานไปที่สำนักงานตำรวจ จนก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status