Accueil / รักโบราณ / ทะลุมิติมาเป็นมารดาของตัวร้าย / เด็กทั้งสองไม่ควรถูกละเลย

Share

เด็กทั้งสองไม่ควรถูกละเลย

last update Dernière mise à jour: 2026-01-07 11:23:53

 จ้าวหานหรงมีชื่อเดียวกันกับนางเป็นหญิงชาวบ้านร่างอ้วนตุ้ยนุ้ยจอมตะกละกินมูมมามและเนื้อตัวสกปรกไม่ชอบอาบน้ำ ความเห็นแก่ตัวของนางเป็นที่โจษจันไปทั่วทั้งหมู่บ้าน นางมีบุตรชายและบุตรสาวฝาแฝดหน้าตาน่ารักดูเฉลียวฉลาดแต่กลับไม่สนใจความเป็นอยู่ของพวกเขา

สามีของนางมีอาชีพล่าสัตว์ทุกครั้งที่ออกจากบ้านเขาจะทำอาหารเอาไว้ให้นางและลูกแต่ทุกครั้งนางก็กินจนหมดไม่เคยเหลือเอาไว้ปล่อยให้เด็ก ๆ อดอยากต้องหากินเองตามยถากรรม วันใดที่อาหารหมดนางจะกลับไปหามารดากินข้าวที่นั่นและห่อกลับบ้านทว่ามิใช่เผื่อแผ่ให้ลูกน้อยนางเก็บไว้กินคนเดียวต่างหาก

ครั้งนี้สามีออกไปล่าสัตว์กับกลุ่มชาวบ้านเป็นเวลาสามวันแล้วพวกเขากลับมาจะนำไปขายแบ่งเงินกันไม่รู้ว่าเจอสภาพเช่นนี้นางจะทำอย่างไร

คิดย้อนกลับไปช่างน่าเจ็บใจยิ่งนักตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยเห็นใครเห็นแก่ตัวได้ขนาดนี้ งานบ้านงานเรือนนางก็ไม่เคยแตะต้องขี้เกียจสันหลังยาว หากพอจะมีเวลาว่างกลับเดินไปจับกลุ่มนินทาผู้อื่นกับชาวบ้านบางกลุ่มแทนที่จะสนใจลูกของตัวเอง

จ้าวหานหรงทะลุมิติเข้ามาในนิยายที่เพิ่งเปิดอ่านเพียงบางส่วน ตัวเอกของเรื่องมีชีวิตสวยงามตอนจบพวกเขาก็มีความสุขดี ทว่าเด็กคนนี้สิ ในวันข้างหน้าเขาจะเติบโตขึ้นเป็นโจรกบฏช่วงสุดท้ายของชีวิตถูกแขวนคอประหารอย่างน่าอนาถ น้องสาวฝาแฝดอีกคน นางเป็นคนหน้าตางดงามความงามของนางถูกใช้ในทางที่ผิดเป็นหญิงแพศยาอันดับหนึ่งในหอนางโลมด้วยความทะเยอทะยานนางไต่เต้าจากหญิงคณิกาได้เป็นอนุภรรยาของขุนนางชั้นสูงใช้ความสามารถที่มีขึ้นเป็นสนมขององค์ฮ่องเต้ทว่าด้วยความมักใหญ่ใฝ่สูงได้ร่วมมือกับบิดาและพี่ชายวางแผนยึดอำนาจจนตัวเองต้องจบชีวิตลง

ส่วนหัวหน้าตัวร้ายนั้นเล่าผู้วางแผนทุกสิ่งทุกอย่างแต่ก็ผิดพลาดนำพาลูกทั้งสองคนต้องตายอย่างไร้ที่ฝัง ส่วนนางก็แค่ตัวประกอบเล็ก ๆ ในตอนต้นเรื่องตายจากครอบครัวตั้งแต่วัยสาว

เพียงแค่นึกถึงก็น่าหดหู่ใจ การเลี้ยงดูและความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวมีส่วนทำให้ชีวิตของทั้งสามคนพบกับชะตากรรมเช่นนี้

เสียงน้ำเดือดเรียกสติของนางกลับคืนมายาต้มจนได้ที่แล้วนางจึงตักเอาไปป้อนหลี่จิ่วเม่ยเสียก่อน ระหว่างป้อนยาหลี่จื่อหลินคอยจับจ้องพฤติกรรมของมารดาไม่วางตา เขาไม่เคยไว้ใจพฤติกรรมของหญิงคนนี้เกรงว่านางจะคิดไม่ซื่อทำร้ายน้องสาวที่เขารัก

ตั้งแต่วันที่สามีออกไปล่าสัตว์ทั้งคู่ก็ยังไม่มีอาหารตกถึงท้องนางจึงเข้าไปสำรวจในครัวเปิดดูโถทุกใบพบข้าวสารสองกำมือ เกลือ และแป้งเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

"ไม่มีอะไรเลยหรือ ใช้ชีวิตรอดมาได้อย่างไรกัน"

นางหาถังออกไปตักน้ำในบ่อมาใส่จนเต็มทุกใบเมื่อสักครู่ใช้น้ำล้างหม้อและใช้ต้มยาจนหมด น้ำแห้งขอดจนไม่เหลือให้ทำอาหารได้ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกย่ำแย่ จากนั้นนำหม้อสกปรกมาขัดถูจนสะอาดเกลี้ยงเกลาแล้วถึงต้มข้าวทำข้าวต้มตามวัตถุดิบที่มี

"สกปรกกันจริง ๆ เลย ไม่ใส่ครอบครัวขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย"

นางบ่นพึมพำระหว่างเดินไปสำรวจหลังบ้านพบเพียงแปลงผักแห้งเหี่ยวมีหญ้ารกขึ้นสูงราวกับไม่มีคนดูแล นางจึงตัดผักที่พอใช้ได้เอามาล้างจนสะอาดหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ต้มลงในหม้อข้าวต้มให้เปื่อยและใส่เกลือลงไป

"วันนี้กินข้าวต้มผักไปก่อนก็แล้วกัน"

หลังจากนั้นก็นำแป้งมานวดทำหมั่นโถวเอาไว้ให้กินรองท้องเผื่อหิวระหว่างมื้อ

นางถือชามข้าวต้มส่งกลิ่นหอมโชยมาแต่ไกลวางลงตรงหน้าของเด็กทั้งสองคน

"วันนี้กินข้าวต้มผักไปก่อนแล้วพรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่"

เสียงของนางฟังดูอ่อนโยนดั่งนางฟ้าใจดีมาช่วยเด็กน้อยในยามคับขัน หลี่จื่อหลินจ้องมองดูชามข้าวต้มเขากลืนน้ำลายลงคอยังไม่ยอมแตะต้องมัน

จ้าวหานหรงเป่าความร้อนออกและคนข้าวต้มอยู่ครู่หนึ่งเตรียมตัวป้อนหลี่จิ่วเม่ยพลันสายตาของนางมองมาที่หลี่จื่อหลินดวงตาคู่งามราวกับสวรรค์ปั้นแต่งมีแววหม่นแสงมันดูเศร้าหมองจนไม่สามารถอธิบายได้

"เสี่ยวหลินกินข้าวต้มสิยังไม่ได้กินอะไรไม่ใช่หรือ"

นางก้มลงถามเด็กน้อยเงยหน้าขึ้นมองนางสายตาของเขามีแววเจ็บปวดที่ซ่อนเอาไว้ไม่มิดดวงตาแดงก่ำมีน้ำใส ๆ คลอหน่วยไม่ยอมไหลออกมา เขากลั้นมันเอาไว้ไม่ยอมให้น้ำตาไหลรินต่อหน้านางมารร้ายเด็ดขาด 

แววตาของหลี่จื่อหลินสื่อความหมายแทนคำพูดมากมาย จู่ ๆ นางมาทำความดีให้เขาและน้องสาวเพื่อสิ่งใดกันเพื่อประจบท่านพ่อหรือเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกท่านพ่อตีนาง ยามที่เขาร้องขอความรักเล่านอกจากนางไม่เคยไยดียังผลักไสเขาราวกับไม่ใช่เลือดในอก คำด่าทอหยาบคายที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนในชีวิตเขาก็ได้รับมาแล้ว คำพูดไม่แยแสความรู้สึกไร้ความรักจากแม่นางก็ยัดเยียดมาให้ตั้งมากมาย

"ข้าไม่เคยต้องการพวกเจ้า ไปให้พ้นหน้าข้า"

คำพูดเหล่านี้ก้องอยู่ในหัวสมองตลอดเวลาความเจ็บปวดแสนสาหัสมันหยั่งรากฝังลึกจนยากจะลืมเลือน แล้ววันนี้เล่านางเสแสร้งเพื่อต้องการผลประโยชน์อันใดกัน

"เสี่ยวหลินกินข้าวสิข้าวต้มเย็นชืดเดี๋ยวไม่อร่อยนะ หากเจ้าไม่กินจะเอาแรงที่ไหนมาปกป้องน้องของเจ้า ถ้ามีคนมารังแกนางเจ้าจะช่วยได้หรือ"

จ้าวหานหรงเกลี้ยกล่อมเพราะหลี่จื่อหลินไม่กินหลี่จิ่วเม่ยก็ไม่ยอมอ้าปากรับอาหารเช่นเดียวกัน

หลี่จื่อหลินเม้มปากแน่นเขาไม่ยอมแตะต้องข้าวต้มน้องสาวของเขาก็ปิดปากสนิทพี่ชายของนางไม่กินนางก็ไม่กล้ากินถึงแม้ว่าจะหิวจนไส้ขาดก็ตาม

"ข้าจะเก็บไว้ให้เม่ยเอ๋อร์ นางไม่สบายต้องการของบำรุงร่างกาย"

หลี่จื่อหลินรักน้องสาวมากสิ่งใดที่เสียสละได้เขาเต็มใจทำเพื่อนางได้เสมอ จ้าวหานหรงยิ้มแย้มกับความไร้เดียงสาจึงบอกความจริง

"ข้าวต้มมีเต็มหม้อ กินคนละสองชามก็ไม่หมดเจ้าควรกินข้าวมิใช่ทรมานร่างกายตัวเองอย่างนี้"

หลี่จื่อหลินลังเลได้ไม่นานท้องก็ร้องขึ้นเสียงดังประท้วงให้เขากินเสียที เขาตักอาหารเข้าปากคำแรกก็มองหน้าหลี่จิ่วเม่ยเบิกตากว้างไม่อยากเชื่อ

"เม่ยเอ๋อร์กินข้าวเถิดข้าวต้มอร่อยมากรับรองเจ้าต้องอยากกินอีก"

หลี่จิ่วเม่ยแสดงความดีใจค่อย ๆ อ้าปากรับอาหารจ้าวหานหรงจึงป้อนนางได้สำเร็จ นับว่าสองพี่น้องมีอิทธิพลต่อกันอย่างยิ่งยวดซึ่งนางถือว่าเป็นประโยชน์สำหรับเรื่องนี้

 

 

 

 

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • ทะลุมิติมาเป็นมารดาของตัวร้าย   ตอนจบของตัวร้าย

    "ครั้งนี้คงเป็นครั้งสุดท้ายของพวกเจ้าแล้ว" หลี่เล่อเดินเข้ามาพร้อมกับท่านโหว โหวฮูหยินและเจ้าหน้าที่ของทางการอีกหลายคน ลี่ถิงตกใจเก็บอาการไม่อยู่ขณะที่นักพรตยังคงนิ่งขรึม "นี่มันเรื่องใดกันท่านโหว" "ไปให้การกับศาลพิจารณาก็แล้วกัน" "ข้าไม่ยอมนะเจ้าคะ!" "เจ้ายังปอกลอกจวนโหวไม่พออีกหรือเจ้าหลอกลวงข้าเอาลูกชู้มาให้ข้าเลี้ยง เจ้าคิดว่าข้าสมควรปล่อยให้เจ้าลอยนวลอยู่ที่นี่ต่อไปอย่างนั้นหรือ" นักพรตพูดสมทบขึ้นพยายามให้ท่านโหวใจเย็น "ท่านโหวเข้าใจผิดแล้ว" สายตาที่เคยนับถือกลับกลายเป็นเกลียดชังขึ้นมาทันที "อย่ามาพูดมากกับข้าไอ้คนหลอกลวง วางแผนฆ่าลูกฆ่าหลานข้าแล้วคิดครอบครองจวนโหว เจ้ามันใฝ่สูงเกินไปแล้ว" ท่านโหวพูดด้วยความโมโหเหลืออดกับความละโมบของสองคนนี้ ทั้งเจ็บปวดและแค้นใจในเวลาเดียวกัน ลี่ถิงมองท่านโหวอย่างขอร้อง แต่ท่านโหวไม่รับฟังอีกต่อไป "เอาตัวไป" ทหารเข้าจับกุมตัวตามคำสั่งนักพรตจะขัดขืนทว่าก็ยินยอมตามออกไป เขายังคงมั่นใจว่าจะรอดพ้นทุก ๆ ความผิด ขณะที่ลี่ถิงทั้งขอร้องวิงวอนขอความเห็นใจ หลี่หยวนเซียวเข้ามาขัดขวางไม่ยินยอมให้ทางการเอาตัวลี่ถิงไปแต่เขาก็แทบล้มทั้งยืนเมื่อได้ย

  • ทะลุมิติมาเป็นมารดาของตัวร้าย   นักต้มตุ๋น

    สายลับเข้ามารายงานเรื่องสำคัญที่หลี่เล่อให้ไปสืบเรื่องของนักพรต หลี่เล่อนั่งฟังการรายงานและให้โหวฮูหยินร่วมฟังไปด้วยกัน "เรียนคุณชายใหญ่ นักพรตคนนี้เดิมทีเป็นคนพเนจร เขาใช้ชีวิตร่อนเร่ไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งได้รู้จักกับแม่นางลี่ถิงที่ตลาดและแอบคบหากันโดยเขาปลอมตัวเป็นนักพรตตั้งแต่นั้นมา ใช้เรื่องทำนายโชคชะตาเป็นอาชีพหลักในการหาเลี้ยงตัว" "เล่าต่อไป" ถึงโหวฮูหยินจะรู้เรื่องมาแล้วนางก็ยังอยากฟังต่อ "ลี่ถิงเป็นคนชักนำให้เข้ามาทำนายดวงชะตาในจวนโหว คนมักใหญ่ใฝ่สูงเห็นจวนโหวดูร่ำรวยก็เกิดความโลภร่วมมือกับลี่ถิงกำจัดคุณชายใหญ่โดยใช้ดวงชะตาเป็นเครื่องมือหลอกลวงผู้อื่นและที่สำคัญบุตรชายของนางคือลูกชายของนักพรตขอรับ" "เจ้าแน่ใจนะ" "ยิ่งกว่าแน่ใจขอรับ" สายลับนำหลักฐานที่ได้มาส่งให้หลี่เล่อทั้งหมด หากอ้างถึงพยานเขาสามารถพามาพบได้ เพราะนักพรตเกรงว่าลูกชายจะไม่ยอมรับตัวเองเขาจึงให้หมอทำคลอดที่เป็นคนพามาเองลงลายมือชื่อเป็นพยานว่าเขาเป็นพ่อของเด็กเก็บหลักฐานไว้ในบ้านพักและหมอคนนั้นก็หายสาบสูญไป เขาเป็นคนกุมความลับของเรื่องความสัมพันธ์ของทั้งคู่นับตั้งแต่นักพรตเริ่มวางแผนให้เด็กคนนี้เข้ามาเป็นทายา

  • ทะลุมิติมาเป็นมารดาของตัวร้าย   นางตายแล้ว

    หลี่เล่อโผล่ขึ้นมาพร้อมร่างหมดสติของจ้าวหานหรง นางสำลักน้ำขณะที่จมลงไปทหารและสาวรับใช้ช่วยกันรับร่างของนางและพาขึ้นฝั่งจากนั้นหลี่เล่อก็อุ้มร่างของจ้าวหานหรงมุ่งตรงกลับเรือนด้วยใจร้อนรน "คุณชายน้อยปลอดภัยแล้วแต่มีอาการไข้ขึ้นควรนอนพักขอรับ ส่วนฮูหยินน้อย..." เมื่อรู้ว่าหลี่จื่อหลินปลอดภัยและลืมตาขึ้นได้ดื่มยาของท่านหมอแล้วหลี่เล่อจึงมาดูอาการของจ้าวหานหรงต่อ "มีสิ่งใดผิดปกติรึท่านหมอ" "นางยังไม่ได้สติ ชีพจรเต้นอ่อนและไม่คงที่ หากนางฟื้นขึ้นมาจึงจะถือว่าปลอดภัยขอรับ" หัวใจของคนฟังหล่นวูบหมายความว่าตอนนี้จ้าวหานหรงมีอาการเป็นตายเท่ากัน เมื่อนางฟื้นขึ้นมาก็ถือว่ารอดชีวิตหากยังไม่ฟื้นก็หมายความว่า... "นางจะตายไม่ได้นะ ท่านหมอ" หลี่เล่อขอร้อง หมอเป็นหมอจากวังหลวงที่เก่งที่สุดยังส่ายหน้าไม่เข้าใจอาการของจ้าวหานหรงเช่นเดียวกัน เมฆหมอกหนาบดบังทัศนียภาพเบื้องหน้า มองไปทิศทางใดก็ไม่เห็นจุดสิ้นสุดแม้แต่ภาพด้านล่างก็ยังเป็นหมอกควันสีขาวล่องลอยไปมาไม่ขาดสาย จ้าวหานหรงราวกับล่องลอยอยู่บนอากาศ ร่างกายของนางคล้ายกำลังลอยไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงสถานที่แห่งหนึ่ง นางเพิ่งรู้สึกตัวว่ากำลังยืนอยู่

  • ทะลุมิติมาเป็นมารดาของตัวร้าย   เสี่ยวหลินเกิดเรื่องแล้ว

    ภายในเรือนของลี่ถิง ทั้งหลี่หยวนเซียวและนักพรตพร้อมด้วยลี่ถิงกำลังหารือกันถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกะทันหัน "ไม่นึกเลยว่าคุณชายใหญ่จะดวงแข็งครั้งแล้วครั้งเล่า" นักพรตเอ่ยขึ้นหลังจากแผนการของเขาผิดพลาดครั้งใหญ่ทั้งลี่ถิงและหลี่หยวนเซียวต่างเป็นกังวล "ท่านแม่ มิใช่ว่าวันหนึ่งจะเอาตำแหน่งของข้าคืนไปหรอกนะขอรับ" หลี่หยวนเซียวนั่งไม่ติดเรื่องนี้เขารับรู้มาตลอดและยินดีเป็นตัวแทนของหลี่เล่อในการทำหน้าที่ต่อจากท่านโหว "โหวฮูหยินบอกแล้วว่าไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลง ถ้าไม่เป็นอย่างที่พูดถือว่านางเสียสัจจะ อีกอย่างการเปลี่ยนคนยุ่งยากหลายอย่างและท่านโหวก็ยังอยู่ข้างเรา" นางพยายามข่มกลั้นความหวาดระแวงเอาไว้เมื่อเรื่องที่วางแผนร่วมกับนักพรตล้มเหลวลงไปแล้วซึ่งเรื่องนี้หลี่หยวนเซียวไม่เคยรู้ "เจ้าก็ต้องรีบไปเรียนหนังสือไปเรียนการต่อสู้สร้างผลงานได้แล้ว ป่านนี้โหวฮูหยินคงให้อาจารย์ทั้งหลายเตรียมเข้าจวนแล้ว" นางเร่งเร้าบุตรชายที่ผัดผ่อนเรื่องนี้เรื่อยมา "โธ่ท่านแม่ ข้าขอเป็นปีหน้านะขอรับ" หลี่หยวนเซียวเบื่อหน่ายการร่ำเรียนท่องตำรา เขาเคยเรียนมาแล้วสามปีจึงขอพักผ่อนให้หายเบื่อถึงจะกลับไปเรียนต

  • ทะลุมิติมาเป็นมารดาของตัวร้าย   เพื่อความสงบในจวน

    รถม้าจอดเทียบหน้าบ้านตั้งแต่เช้ามืด สัมภาระมีไม่มากขนย้ายไม่นานรถก็เคลื่อนตัวออกจากหมู่บ้านเดินทางเข้าไปในเมืองเพื่อไปสมทบกับหวงเย่าฉี การเดินทางเงียบเชียบไร้เสียงสนทนาเพราะหลี่จื่อหลินกับหลี่จิ่วเม่ยยังคงหลับอยู่ ถึงหน้าร้านเถ้าแก่หวงทักทายสองสามีภรรยาและควบม้านำทางไปยังจวนโหวโดยมีหยางชุนเดินทางไปด้วย เขาลางานสองวันเพื่อไปส่งหลี่เล่อและครอบครัว อีกอย่างอยากรู้จักที่อยู่ของสหายหากวันหน้ามีเรื่องไม่ชอบมาพากลจะได้ตามไปถูกที่ รถม้าแล่นไปเรื่อย ๆ โดยไม่หยุดพัก เพราะเป็นรถใช้เดินทางไกลจึงสามารถทนการเดินทางระยะไกลได้จากความเคยชิน จวบจนกระทั่งถึงครึ่งทางก็ได้พบกับเหอจิ้งเซียน "เจ้ามาทำอะไรกลางป่าอย่างนี้จิ้งเซียน" หวงเย่าฉีเห็นว่าสหายไม่เคยมีเวลาว่างแล้วเขามาที่นี่ได้อย่างไร "มีคนส่งข้ามานะสิ ข้ามารับขบวนนี้เข้าจวน" โหวฮูหยินมีคำสั่งให้เหอจิ้งเซียนมารับทุกคนและพาเข้าจวนด้วยตัวเอง การเดินทางเร่งความเร็วขึ้นไปเรื่อย ๆ เพราะเหอจิ้งเซียนส่งพิราบสื่อสารไปที่จวนโหวแล้วว่าจะไปถึงไม่เกินยามจื่อ(23.00น.-01.00น.) จวนโหวที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ใกล้เขตวังหลวงภายในเป็นบริเวณกว้างขวางมีความเป็นระเบียบ

  • ทะลุมิติมาเป็นมารดาของตัวร้าย   การตัดสินใจครั้งสำคัญ

    จวนโหว โหวฮูหยินอ่านจดหมายของหวงเย่าฉีด้วยความปลาบปลื้มใจ "ขอพรกับพระโพธิสัตว์มานานในที่สุดคำอธิษฐานของข้าก็เป็นจริง" แต่ข่าวนี้นางจะยังไม่แพร่งพรายออกไปเพื่อความปลอดภัยของหลี่เล่อเพราะเนื้อความข้างในได้แจ้งมาว่าครอบครัวของเขาเพิ่งถูกวางเพลิงโดยคนร้ายซัดทอดมาถึงนักพรต หวงเย่าฉีจำเป็นต้องบอกโหวฮูหยินเพราะหลังจากวันนั้นหยางชุนไปพบเขาที่ร้านกำชับให้เรื่องนี้เป็นความลับให้มากที่สุด นางจึงไม่ได้แจ้งให้ท่านโหวทราบหากท่านโหวรู้เรื่องนี้ไม่พ้นต้องบอกฮูหยินรองอย่างแน่นอน โหวฮูหยินตอบกลับจดหมายนัดวันเวลาให้หวงเย่าฉี เขาจึงให้คนไปส่งข่าวที่บ้านหลี่เล่อเพื่อเตรียมตัวออกเดินทางจะให้รถม้ามารับที่บ้าน หลี่เล่อนั่งคุยกับจ้าวหานหรงในสิ่งที่ยังตัดสินใจค้างเอาไว้ก่อนถึงวันไฟไหม้บ้าน "เจ้าจำเรื่องที่เคยถามข้าได้หรือไม่" นางมีหลายเรื่องให้คิดจึงตอบไม่ได้ว่าเป็นเรื่องราวใดที่เคยพูดกันบ้าง "ข้าถามไปตั้งหลายอย่าง" "เราจะย้ายเข้าไปอยู่ในจวนโหว" "หา!" การตัดสินใจที่ไม่มีการบอกกล่าวล่วงหน้าทำให้นางตั้งตัวไม่ทัน "ท่านคิดดีแล้วหรือไม่" นางถามย้ำอีกครั้ง ตั้งแต่พูดเรื่องนี้ขึ้นมาเขามีท่าทีต่อต้านมาต

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status