LOGINจ้าวหานหรงมีชื่อเดียวกันกับนางเป็นหญิงชาวบ้านร่างอ้วนตุ้ยนุ้ยจอมตะกละกินมูมมามและเนื้อตัวสกปรกไม่ชอบอาบน้ำ ความเห็นแก่ตัวของนางเป็นที่โจษจันไปทั่วทั้งหมู่บ้าน นางมีบุตรชายและบุตรสาวฝาแฝดหน้าตาน่ารักดูเฉลียวฉลาดแต่กลับไม่สนใจความเป็นอยู่ของพวกเขา
สามีของนางมีอาชีพล่าสัตว์ทุกครั้งที่ออกจากบ้านเขาจะทำอาหารเอาไว้ให้นางและลูกแต่ทุกครั้งนางก็กินจนหมดไม่เคยเหลือเอาไว้ปล่อยให้เด็ก ๆ อดอยากต้องหากินเองตามยถากรรม วันใดที่อาหารหมดนางจะกลับไปหามารดากินข้าวที่นั่นและห่อกลับบ้านทว่ามิใช่เผื่อแผ่ให้ลูกน้อยนางเก็บไว้กินคนเดียวต่างหาก ครั้งนี้สามีออกไปล่าสัตว์กับกลุ่มชาวบ้านเป็นเวลาสามวันแล้วพวกเขากลับมาจะนำไปขายแบ่งเงินกันไม่รู้ว่าเจอสภาพเช่นนี้นางจะทำอย่างไร คิดย้อนกลับไปช่างน่าเจ็บใจยิ่งนักตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยเห็นใครเห็นแก่ตัวได้ขนาดนี้ งานบ้านงานเรือนนางก็ไม่เคยแตะต้องขี้เกียจสันหลังยาว หากพอจะมีเวลาว่างกลับเดินไปจับกลุ่มนินทาผู้อื่นกับชาวบ้านบางกลุ่มแทนที่จะสนใจลูกของตัวเอง จ้าวหานหรงทะลุมิติเข้ามาในนิยายที่เพิ่งเปิดอ่านเพียงบางส่วน ตัวเอกของเรื่องมีชีวิตสวยงามตอนจบพวกเขาก็มีความสุขดี ทว่าเด็กคนนี้สิ ในวันข้างหน้าเขาจะเติบโตขึ้นเป็นโจรกบฏช่วงสุดท้ายของชีวิตถูกแขวนคอประหารอย่างน่าอนาถ น้องสาวฝาแฝดอีกคน นางเป็นคนหน้าตางดงามความงามของนางถูกใช้ในทางที่ผิดเป็นหญิงแพศยาอันดับหนึ่งในหอนางโลมด้วยความทะเยอทะยานนางไต่เต้าจากหญิงคณิกาได้เป็นอนุภรรยาของขุนนางชั้นสูงใช้ความสามารถที่มีขึ้นเป็นสนมขององค์ฮ่องเต้ทว่าด้วยความมักใหญ่ใฝ่สูงได้ร่วมมือกับบิดาและพี่ชายวางแผนยึดอำนาจจนตัวเองต้องจบชีวิตลง ส่วนหัวหน้าตัวร้ายนั้นเล่าผู้วางแผนทุกสิ่งทุกอย่างแต่ก็ผิดพลาดนำพาลูกทั้งสองคนต้องตายอย่างไร้ที่ฝัง ส่วนนางก็แค่ตัวประกอบเล็ก ๆ ในตอนต้นเรื่องตายจากครอบครัวตั้งแต่วัยสาว เพียงแค่นึกถึงก็น่าหดหู่ใจ การเลี้ยงดูและความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวมีส่วนทำให้ชีวิตของทั้งสามคนพบกับชะตากรรมเช่นนี้ เสียงน้ำเดือดเรียกสติของนางกลับคืนมายาต้มจนได้ที่แล้วนางจึงตักเอาไปป้อนหลี่จิ่วเม่ยเสียก่อน ระหว่างป้อนยาหลี่จื่อหลินคอยจับจ้องพฤติกรรมของมารดาไม่วางตา เขาไม่เคยไว้ใจพฤติกรรมของหญิงคนนี้เกรงว่านางจะคิดไม่ซื่อทำร้ายน้องสาวที่เขารัก ตั้งแต่วันที่สามีออกไปล่าสัตว์ทั้งคู่ก็ยังไม่มีอาหารตกถึงท้องนางจึงเข้าไปสำรวจในครัวเปิดดูโถทุกใบพบข้าวสารสองกำมือ เกลือ และแป้งเพียงเล็กน้อยเท่านั้น "ไม่มีอะไรเลยหรือ ใช้ชีวิตรอดมาได้อย่างไรกัน" นางหาถังออกไปตักน้ำในบ่อมาใส่จนเต็มทุกใบเมื่อสักครู่ใช้น้ำล้างหม้อและใช้ต้มยาจนหมด น้ำแห้งขอดจนไม่เหลือให้ทำอาหารได้ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกย่ำแย่ จากนั้นนำหม้อสกปรกมาขัดถูจนสะอาดเกลี้ยงเกลาแล้วถึงต้มข้าวทำข้าวต้มตามวัตถุดิบที่มี "สกปรกกันจริง ๆ เลย ไม่ใส่ครอบครัวขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย" นางบ่นพึมพำระหว่างเดินไปสำรวจหลังบ้านพบเพียงแปลงผักแห้งเหี่ยวมีหญ้ารกขึ้นสูงราวกับไม่มีคนดูแล นางจึงตัดผักที่พอใช้ได้เอามาล้างจนสะอาดหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ต้มลงในหม้อข้าวต้มให้เปื่อยและใส่เกลือลงไป "วันนี้กินข้าวต้มผักไปก่อนก็แล้วกัน" หลังจากนั้นก็นำแป้งมานวดทำหมั่นโถวเอาไว้ให้กินรองท้องเผื่อหิวระหว่างมื้อ นางถือชามข้าวต้มส่งกลิ่นหอมโชยมาแต่ไกลวางลงตรงหน้าของเด็กทั้งสองคน "วันนี้กินข้าวต้มผักไปก่อนแล้วพรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่" เสียงของนางฟังดูอ่อนโยนดั่งนางฟ้าใจดีมาช่วยเด็กน้อยในยามคับขัน หลี่จื่อหลินจ้องมองดูชามข้าวต้มเขากลืนน้ำลายลงคอยังไม่ยอมแตะต้องมัน จ้าวหานหรงเป่าความร้อนออกและคนข้าวต้มอยู่ครู่หนึ่งเตรียมตัวป้อนหลี่จิ่วเม่ยพลันสายตาของนางมองมาที่หลี่จื่อหลินดวงตาคู่งามราวกับสวรรค์ปั้นแต่งมีแววหม่นแสงมันดูเศร้าหมองจนไม่สามารถอธิบายได้ "เสี่ยวหลินกินข้าวต้มสิยังไม่ได้กินอะไรไม่ใช่หรือ" นางก้มลงถามเด็กน้อยเงยหน้าขึ้นมองนางสายตาของเขามีแววเจ็บปวดที่ซ่อนเอาไว้ไม่มิดดวงตาแดงก่ำมีน้ำใส ๆ คลอหน่วยไม่ยอมไหลออกมา เขากลั้นมันเอาไว้ไม่ยอมให้น้ำตาไหลรินต่อหน้านางมารร้ายเด็ดขาด แววตาของหลี่จื่อหลินสื่อความหมายแทนคำพูดมากมาย จู่ ๆ นางมาทำความดีให้เขาและน้องสาวเพื่อสิ่งใดกันเพื่อประจบท่านพ่อหรือเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกท่านพ่อตีนาง ยามที่เขาร้องขอความรักเล่านอกจากนางไม่เคยไยดียังผลักไสเขาราวกับไม่ใช่เลือดในอก คำด่าทอหยาบคายที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนในชีวิตเขาก็ได้รับมาแล้ว คำพูดไม่แยแสความรู้สึกไร้ความรักจากแม่นางก็ยัดเยียดมาให้ตั้งมากมาย "ข้าไม่เคยต้องการพวกเจ้า ไปให้พ้นหน้าข้า" คำพูดเหล่านี้ก้องอยู่ในหัวสมองตลอดเวลาความเจ็บปวดแสนสาหัสมันหยั่งรากฝังลึกจนยากจะลืมเลือน แล้ววันนี้เล่านางเสแสร้งเพื่อต้องการผลประโยชน์อันใดกัน "เสี่ยวหลินกินข้าวสิข้าวต้มเย็นชืดเดี๋ยวไม่อร่อยนะ หากเจ้าไม่กินจะเอาแรงที่ไหนมาปกป้องน้องของเจ้า ถ้ามีคนมารังแกนางเจ้าจะช่วยได้หรือ" จ้าวหานหรงเกลี้ยกล่อมเพราะหลี่จื่อหลินไม่กินหลี่จิ่วเม่ยก็ไม่ยอมอ้าปากรับอาหารเช่นเดียวกัน หลี่จื่อหลินเม้มปากแน่นเขาไม่ยอมแตะต้องข้าวต้มน้องสาวของเขาก็ปิดปากสนิทพี่ชายของนางไม่กินนางก็ไม่กล้ากินถึงแม้ว่าจะหิวจนไส้ขาดก็ตาม "ข้าจะเก็บไว้ให้เม่ยเอ๋อร์ นางไม่สบายต้องการของบำรุงร่างกาย" หลี่จื่อหลินรักน้องสาวมากสิ่งใดที่เสียสละได้เขาเต็มใจทำเพื่อนางได้เสมอ จ้าวหานหรงยิ้มแย้มกับความไร้เดียงสาจึงบอกความจริง "ข้าวต้มมีเต็มหม้อ กินคนละสองชามก็ไม่หมดเจ้าควรกินข้าวมิใช่ทรมานร่างกายตัวเองอย่างนี้" หลี่จื่อหลินลังเลได้ไม่นานท้องก็ร้องขึ้นเสียงดังประท้วงให้เขากินเสียที เขาตักอาหารเข้าปากคำแรกก็มองหน้าหลี่จิ่วเม่ยเบิกตากว้างไม่อยากเชื่อ "เม่ยเอ๋อร์กินข้าวเถิดข้าวต้มอร่อยมากรับรองเจ้าต้องอยากกินอีก" หลี่จิ่วเม่ยแสดงความดีใจค่อย ๆ อ้าปากรับอาหารจ้าวหานหรงจึงป้อนนางได้สำเร็จ นับว่าสองพี่น้องมีอิทธิพลต่อกันอย่างยิ่งยวดซึ่งนางถือว่าเป็นประโยชน์สำหรับเรื่องนี้"วันนี้ขายได้มากข้าให้เจ้าเก็บไว้ทั้งหมด" หลี่เล่อยื่นถุงเงินให้จ้าวหานหรงหลังจากกินข้าวเย็นเสร็จและทุกคนรวมตัวกันอยู่ในห้องนอนของเขาก่อนแยกตัวไปนอน จ้าวหานหรงนึกแปลกใจที่เขาไว้ใจให้นางเก็บทั้งหมดถ้าเป็นเมื่อก่อนหลี่เล่อเป็นทั้งคนหาเงินทั้งแบ่งเก็บแบ่งใช้ คราวที่แล้วเขาก็แบ่งให้นางเก็บ แล้วครั้งนี้เล่ากลับยื่นให้นางทั้งหมดมันหมายความว่าอย่างไร "ท่านไม่เก็บไว้เองบ้างหรือ" นางมองดูเงินในถุงแล้วเงยหน้าขึ้นมอง หลี่เล่อส่ายหน้าพูดว่า "ข้าเห็นเจ้าเก็บเงินเป็นแล้วหน้าที่เก็บเงินเป็นของเจ้าส่วนหน้าที่หาเงินเป็นของข้า" จ้าวหานหรงไม่เซ้าซี้นางถือถุงเงินลุกขึ้นอุ้มหลี่จิ่วเม่ยเตรียมตัวไปนอน "ได้ ถ้าอย่างนั้นข้าจะเก็บเอาไว้ให้พอหาได้รวมกันมากแล้วจะได้ซ่อมบ้าน" นางพาหลี่จิ่วเม่ยเข้านอนแต่หัววันไม่อยากทำงานตอนกลางคืนให้เขาจับได้เหมือนวันก่อนอีก วันรุ่งขึ้นหลี่เล่อก็ยังคงเตรียมตัวขึ้นเขาเช่นทุกวัน จ้าวหานหรงเห็นเขาเตรียมของกำลังจะออกไปนางจึงร้องเรียก "ช้าก่อน ข้าจะขึ้นเขากับท่านรับรองครั้งนี้ไม่สร้างปัญหา" นางอยากไปเก็บของป่าเผื่อเจอของหายากจะได้นำไปขายให้มีรายได้เพิ่มขึ้น หลี่เล่อไม่เห็นด
รุ่งเช้าจ้าวหานหรงทำอาหารแต่เช้ามืดส่วนหลี่เล่อตักน้ำไว้ให้เต็มถังทุกใบแล้วมุ่งหน้าขึ้นภูเขาต่อไป นางทำอาหารหลายอย่างเผื่อช่วงกลางวันหรืออาจกินได้ถึงตอนเย็นเพราะไม่ค่อยมีเวลาเหมือนเมื่อก่อนแล้ว บางวันนางอาจต้องขึ้นเขาไปหาของป่าระหว่างรอผักเติบโตและเก็บเกี่ยวขายได้ การล่าสัตว์ของหลี่เล่อในช่วงหลังมานี้ค่อนข้างยากขึ้นเมื่อก่อนได้สัตว์ตัวใหญ่ทุกรอบที่ออกล่าระยะนี้มักได้เพียงสัตว์ตัวเล็ก กว่าจะได้ตัวใหญ่สักครั้งต้องเข้าไปในป่าลึกเข้าไปอีกครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันเขาต้องเข้าไปในป่าลึกกว่าเดิมถึงชั้นในของป่า หลี่เล่อลงเขามาได้สัตว์ป่าหายากลงมาด้วยถึงสองตัว "ข้าจะเอาเข้าไปขายในเมืองวันนี้มีพ่อค้าที่มารับสัตว์หายากประจำเดือนต้องรีบไปให้ทันเวลา" หลี่เล่อบอกกับจ้าวหานหรงก่อนเดินทางเข้าเมือง นางพยักหน้าเข้าใจและฝากซื้อเมล็ดผักหลานชนิด "วันหลังข้าจะขึ้นเขาไปด้วยถ้าไปขายของในเมืองจะขอตามไปด้วย" "แล้วค่อยว่ากันทีหลัง" เขายังไม่ตอบรับหรือปฏิเสธเร่งออกเดินทางให้ทันเวลาไว้ก่อน การซื้อขายครั้งนี้หลี่เล่อได้เงินมาถึงห้าตำลึงนับเป็นครั้งแรกตั้งแต่ล่าสัตว์มาที่มีรายได้เยอะจากสัตว์หายาก หลังจากพ่อค้า
"เมื่อเช้าข้าเดินดูรอบบ้าน เจอจุดเริ่มผุพังหลายจุดอีกอย่างได้เวลาขยับขยายห้องแล้ว หากถึงหน้าฝนครั้งหน้าบ้านที่ไม่ค่อยแข็งแรงแล้วรับรองความปลอดภัยไม่ได้ หลังคาหรือหน้าต่างอาจปลิวไปกับลมพายุถ้าหน้าหนาวก็ไม่อบอุ่น" ดูจากสภาพแล้วหลายปีที่ผ่านมาไม่รู้ว่าครอบครัวนี้ผ่านฤดูหนาวกับฤดูฝนแสนสาหัสมาได้อย่างไร หลี่เล่อมองตามมืออวบอ้วนชี้ไปยังหลังคาบ้าน ก็จริงของนางเขาละเลยเรื่องนี้มาหลายปีเพราะมัวแต่ออกไปล่าสัตว์หาเลี้ยงชีพ หลายครั้งต้องไปค้างหลายคืนที่อื่นปล่อยให้สามแม่ลูกอยู่บ้านเพียงลำพังนางจึงมองเห็นปัญหาได้มากกว่าเขา "เอาไว้ข้าจะล่าสัตว์ให้ได้อีกบ่อย ๆ เราจะได้มีเงินเก็บไว้สร้างบ้าน" นางพยักหน้าเห็นด้วย "ได้ ข้าจะหาเงินช่วยท่าน" เป็นอีกครั้งที่หลี่เล่อรู้สึกไม่เหมือนเดิมแต่ละคำพูดที่นางออกความคิดเห็นล้วนไม่เคยได้ยินมาก่อน นางจะหาเงินได้อย่างไรในเมื่อนางทำงานไม่เป็น "เจ้าจะไปล่าสัตว์กับข้า?" เขามีอาชีพล่าสัตว์แล้วนางจะไปกับเขางั้นหรือ จ้าวหานหรงครุ่นคิดว่าคนที่นี่ทำการเกษตรแต่นางไม่มีที่ดินต้องหาสิ่งที่ทำแล้วให้เกิดมูลค่าขึ้นมา "การล่าสัตว์ท่านจะทำไปได้อีกกี่ปี สัตว์ป่าไม่ได้มีล้นภูเข
บ้านหลังเล็กของครอบครัวหลี่เล่อที่สร้างเอาไว้เมื่อห้าปีที่แล้วเป็นแบบง่าย เขามีเงินไม่มากในการสร้างบ้านวัสดุจึงหาเอาเท่าที่มีทั้งไปตัดไม้บนเขาและซื้อราคาถูกต่อจากคนอื่น จ้าวหานหรงเดินวนไปรอบบ้านพบรอยแตกของดินและเนื้อไม้เริ่มผุพังหลายจุด หลี่เล่อออกไปล่าสัตว์ตั้งแต่เช้ายังไม่มีโอกาสได้คุยกันถ้าเขากลับมานางต้องพูดเรื่องนี้จริงจัง ผักที่ปลูกไว้เริ่มเป็นต้นกล้าเล็ก ๆ นางไปจัดการทำแปลงปลูกเพิ่มถอนต้นกล้าผักมาลงแปลงจนเต็ม ทำวนเวียนจนเสร็จเรียบร้อยจึงเข้าครัวไปอุ่นอาหารเช้า หลี่เล่อได้กวางป่าตัวใหญ่กลับมาคราแรกกะว่าจะเลยเข้าไปในเมืองแต่นึกได้ว่าจ้าวหานหรงอาจจะฝากซื้อของจึงกลับมาที่บ้านก่อน "ข้าจะเข้าไปในเมืองเจ้าอยากได้อะไรเพิ่มหรือไม่" ของกินก็เพิ่งซื้อมาไว้นางยังนึกไม่ออกเดินเข้าไปสำรวจในครัวอีกครั้ง "แป้งมีไม่มาก นอกนั้นก็แล้วแต่ท่าน" หลี่เล่อพยักหน้าแล้วแบกกวางป่าเดินออกจากบ้านไป จ้าวหานหรงมองร่างสูงใหญ่ที่กำลังเดินออกไปนางมองตามเขาด้วยความเหม่อลอย หลี่เล่อดูสง่าผ่าเผยรูปร่างกำยำสูงใหญ่หากเวลานี้อยู่ในสนามรบศัตรูก็มีแต่ความเกรงกลัว ใบหน้าหล่อเหลายิ่งส่งให้เขาดูสมบูรณ์แบบ น่าเสียดา
ความสุขในช่วงเวลาอาหารในครอบครัวเล็ก ๆ ท้ายหมู่บ้านที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เด็กสองคนมีรอยยิ้มได้กินอิ่มท้องถึงพ่อของทั้งคู่จะเฉยชาแต่เขาก็กินข้าวเป็นเพื่อนลูก ๆ จนอิ่ม ต่างจากเมื่อก่อนแม้ไม่อิ่มท้องก็ต้องหยุดกินเพื่อให้ทุกคนได้กิน จ้าวหานหรงแม้จะชื่นชอบรสชาติอร่อยของอาหารแต่นางก็ต้องยับยั้งใจตัวเองเพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย เสร็จจากการล้างจานนางก็เข้าไปทำความสะอาดห้องครัว ครั้งก่อนยังไม่สะอาดเพียงพอวันนี้นางจึงลงมืออีกครั้งและจัดวางของใหม่ทั้งหมด งานบ้านเมื่อก่อนหลี่เล่อเป็นคนทำถึงจะดูสะอาดแต่ก็ไม่ค่อยน่าพอใจนักความพิถีพิถันของผู้ชายยังน้อยกว่าผู้หญิงอยู่มาก หลี่เล่อปล่อยให้เด็กแฝดสองคนเล่นอยู่ในห้องเขาออกมาช่วยจ้าวหานหรงขัดห้องครัวจนสะอาดเกลี้ยงเกลาภายในเวลาไม่นาน นางกับสามีจึงแยกตัวกันไปอาบน้ำเตรียมตัวนอน ภายในห้องนอนของบ้านถึงแม้เป็นหลังเล็กแต่ก็แยกออกเป็นสองห้องค่อนข้างแคบ เมื่อก่อนสามคนพ่อลูกนอนด้วยกันส่วนจ้าวหานหรงนอนคนเดียวขณะที่สามีและลูกนอนเบียดกันแต่นางกลับได้นอนคนเดียวอย่างสุขสบาย หลี่จิ่วเม่ยเริ่มโตขึ้นนางคิดว่าควรแยกมานอนกับนางดีกว่าอีกอย่างเป็นการลดความแออัดภายในห้องลงได้
นางมองซ้ายขวาเห็นว่าตรงที่ยืนอยู่เป็นลานโล่ง ๆ มีเพียงดินทรายและหินกรวดจึงลองเดินแยกไปอีกทาง เดินไปเรื่อย ๆ ก็มาถึงเขตป่าชื้นอากาศเย็นลงสายตาของจ้าวหานหรงมองหาพืชพรรณป่าไปเรื่อย ๆ หวังว่าจะเจอของที่กินได้บ้าง นางเดินอ้อมไปมาก็เจอเห็ดหลากหลายชนิดจึงนั่งลงเก็บปลิดใบไม้ใหญ่มารองเอาไว้จนเต็มแล้วจึงห่อเก็บใส่ตะกร้า นางมีความรู้เรื่องเห็ดที่มีพิษและไม่มีพิษเพราะนางชอบกินจึงเลือกเอาเฉพาะชนิดที่รู้จัก เดินเลยไปอีกเจอพุ่มไม้คุ้นตาจึงลองดึงออกมาดู "มันฝรั่ง โอ ดีจริง" จากนั้นลงมือขุดใช้มีดสั้นที่พกติดตัวมาด้วยเป็นเครื่องทุ่นแรง ขุดได้ครึ่งตะกร้านางก็เก็บผักป่าอีกสองสามชนิดเตรียมเดินออกไปรอหลี่เล่อด้านนอก จ้าวหานหรงเดินออกมาทางเดิมอยู่ครู่หนึ่งนางก็นึกแปลกใจมองไปรอบ ๆ ตัวอย่างมึนงง "เหตุใดเป็นที่เดิมเล่า" นางจึงลองเปลี่ยนเส้นทางแล้วเดินต่อไปทว่ากลับวนเวียนมาที่เก่า "ข้าหลงทางแล้วทำอย่างไรดีนะ" นางเงยหน้าขึ้นมองดูพระอาทิตย์เคลื่อนมาตรงที่หัวทว่านางไม่รู้ว่าตัวเองเดินมาจากทางใดนางเดินมาทั้งสี่ทิศแล้วมีแต่ความงุนงง จึงทำเครื่องหมายไว้ที่ต้นไม้เดินไปตามทางเรื่อย ๆ "วนกลับมาที่เดิมอีกแล้ว ข







