LOGINข้าวต้มผักคนละสองชามส่งผลต่อความอ่อนเพลียเด็กสองคนกินอิ่มแล้วไม่นานก็หลับไปง่ายดาย จ้าวหานหรงจึงมีเวลาไปจัดการสิ่งที่ต้องทำต่อไป นางต้มน้ำเตรียมให้เด็กอาบและทำความสะอาดห้องนอนที่สกปรกรกรุงรังไม่ต่างจากรังหนู
กว่าจะทำงานบ้านจนเสร็จเรียบร้อยก็ปาไปเกือบถึงตอนเย็นได้เวลาทำอาหารเย็นต่อนางอุ่นข้าวต้มและอุ่นหมั่นโถวที่ทำไว้กินแก้หิว วัตถุดิบในการทำอาหารก็หมดเกลี้ยงไม่มีเหลือแล้ว เสร็จจากในครัวนางมุ่งตรงไปยังห้องนอนพบหลี่จื่อหลินนั่งเฝ้าหลี่จิ่วเม่ยเหมือนเมื่อกลางวันในท่าเดิม "เสี่ยวหลินมาอาบน้ำก่อนจะได้เปลี่ยนเสื้อผ้า" หลี่จื่อหลินหันหน้ามาทำตาดุร้ายจ้องมองจ้าวหานหรงมีความหวาดระแวงไม่เปลี่ยนแปลง "อย่าดื้อสิ ดูเจ้าเนื้อตัวเปื้อนดินโคลนอย่างนั้นต้องอาบน้ำแล้ว" หลี่จื่อหลินกระถดตัวเข้าไปชิดเตียงไม้เก่ามากกว่าเดิมไม่ยินยอมให้จ้าวหานหรงได้เข้าใกล้ "ข้าไม่ไป" น้ำเสียงดื้อรั้นแสดงความต่อต้านนางเต็มที่ จ้าวหานหรงไม่อดทนกับการเกลี้ยกล่อมอีกต่อไป ถึงเขาจะไม่ยินยอมนางก็ต้องใจแข็ง มือใหญ่อ้วนท้วนยื่นมาจับแขนเล็ก ๆ เอาไว้ตามด้วยคว้าตัวเด็กชายอุ้มไปที่ถังน้ำ หลี่จื่อหลินดิ้นพล่านทว่าไม่มีทีท่าว่านางจะปล่อยเขาลง ทันทีที่เสื้อผ้าถูกถอดออกจนหมดร่างกายผอมแห้งได้สัมผัสกับน้ำอุ่นสบายตัวเด็กชายจึงคลายความหวาดกลัวลง แสดงว่านางไม่ได้ฆ่าเขา จากตอนแรกที่เข้าใจว่านางจะเอาตัวเขาจุ่มน้ำเย็นแล้วปล่อยให้แข็งตาย หลี่จื่อหลินเงยหน้ามองมารดาที่เขาเคยขอความรักจากนางนับครั้งไม่ถ้วนในเมื่อก่อน ในใจเด็กน้อยพลันเกิดความหวั่นไหวขึ้นมา จ้าวหานหรงที่ไม่ใช่คนเก่าแล้วเห็นเด็กชายจ้องมองตนเองไม่ละสายตานางส่งยิ้มหวานให้พลางทำหน้าขี้เล่นขณะขัดถูตัว "ว่าอย่างไรจ๊ะ หืม เด็กน้อย" นางเสียสติหรือไม่เหตุใดพูดจาหยอกล้อเขาเช่นนี้ ต่างจากเมื่อก่อนที่นางไม่แม้แต่จะพูดด้วยสักคำ ถ้อยคำอ่อนหวานที่มารดาควรแสดงความรักต่อบุตรยิ่งไม่ต้องคิดถึง หลี่จื่อหลินไม่เอ่ยอะไรออกมาเขาเฝ้ามองสตรีอ้วนนางนี้ไปเรื่อย ๆ ว่าจะยังแสร้งเป็นคนดีอย่างนี้ไปได้นานแค่ไหน เขาไม่ไว้ใจนางง่าย ๆ บางทีนางอาจแค่ทำดีเพราะกลัวว่าท่านพ่อกลับมาแล้วจะตบตีนางที่รังแกเขากับน้องสาวเท่านั้นเอง อาบน้ำให้คนเป็นพี่เสร็จแล้วก็เช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้น้องสาวต่อ ใบหน้ารูปสวยเกลี้ยงเกลาทำให้หลี่จิ่วเม่ยดูน่ารักมากกว่าเด็กชาวบ้านทั่ว ๆ ไป จากนั้นจึงเป็นเวลาของนางที่ต้องอาบน้ำชำระร่างกายหลังจากที่ไม่อาบน้ำมาสามวัน จ้าวหานหรงไม่อยากเชื่อเลยว่ายังมีสตรีที่ไม่ใส่ใจความสะอาดของตัวเองในโลกนี้หลงเหลืออยู่อีก ตัวนางในโลกปัจจุบันยังอาบน้ำวันละสองครั้งถึงจะพึงพอใจในความสะอาด ครั้งนี้นางอาบน้ำชำระความสกปรกเป็นเวลานานกว่าปกติเสร็จแล้วจึงเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่นำชุดเก่าของทุก ๆ คนไปซักและตากให้เรียบร้อย "บ้านหลังนี้มีหลายอย่างต้องจัดการ ดูท่าทางจะไม่มีคนคอยดูแลมาก่อน" เป็นเพราะหลี่เล่อไม่ค่อยอยู่บ้านจึงมีฝุ่นหนาเตอะอยู่ทั่วทุกซอกทุกมุมถึงเขาทำความสะอาดก็ไม่ทั่วถึงเพราะมีเวลาน้อยและยังต้องดูแลลูกทั้งสองคนแทนนางที่ไม่เคยอยู่บ้าน นอกจากเขาออกไปขึ้นเขาล่าสัตว์นางถึงเฝ้าบ้านไว้ให้เป็นบางครั้ง จ้าวหานหรงมีข้าวต้มผักกับหมั่นโถวเป็นอาหารเย็นให้เด็ก ๆ ได้กินเป็นมื้อสุดท้าย วันพรุ่งนี้เช้าทั้งสามแม่ลูกยังไม่มีอาหารนางจึงคิดหาวิธีการอื่นแก้ขัดไปก่อนระหว่างรอหลี่เล่อกลับมา เช้าวันรุ่งขึ้นเด็ก ๆ ยังคงหลับอยู่จ้าวหานหรงออกไปบ้านเซียวจูตั้งแต่เช้า "เซียวจูอยู่หรือไม่" นางร้องเรียกอยู่หน้าบ้านไม่นานก็มีคนออกมาเปิดประตู "มีธุระอะไรกับข้านังตัวดี" ความเจ็บแค้นของเมื่อวานผุดขึ้นมาในหัวของเซียวจูทันที ใบหน้าของนางดุดันราวกับจะฉีกเนื้อของจ้าวหานหรงออกมาเป็นชิ้น ๆ ขณะที่อีกฝ่ายยืนมองไม่สะทกสะท้าน ดูไปดูมาก็ชวนให้สงสัยจ้าวหานหรงไม่มีความกล้าในการสู้หน้ากับผู้อื่นสายตายามปกติของนางดูหลุกหลิกไม่มั่นใจเหมือนหวาดกลัวผู้คนทั้งที่รูปร่างใหญ่เทอะทะ ยิ่งเซียวจูชอบข่มเหงนางและลูกของนางอยู่บ่อย ๆ มีหรือจะกล้ามายืนเชิดหน้าอย่างวันนี้ นางก็เก่งแต่ตบตีลูกด่าทอสามีเท่านั้นกับคนภายนอกขี้ขลาดยิ่งกว่าอะไร และยังโง่เง่าไม่ทันคนอื่นแม้แต่กลุ่มคนที่นางชอบไปนั่งฟังเขานินทาชาวบ้านนางยังพูดกับเขาไม่เคยรู้เรื่อง เรียกได้ว่าการสื่อสารกับผู้อื่นของนางอยู่ในระดับต่ำที่สุดก็ว่าได้ "ข้ามาพูดกับเจ้าเรื่องเมื่อวาน" น้ำเสียงหนักแน่นที่เปลี่ยนไปทำให้คนฟังรู้สึกได้ถึงความเอาจริงของนาง "เรื่องเมื่อวานเจ้าจะทำไมนังลาโง่" เซียวจูยังไม่วายเอ่ยคำพูดดูถูกเหยียดหยามนาง ตลอดเวลาที่ได้พบกันจ้าวหานหรงก็มักถูกเซียวจูแสดงอำนาจกดขี่นางให้ต่ำต้อยมาตลอด จ้างหานหรงเอียงคอมองเซียวจูพลางเลิกคิ้วขึ้นสูง "ข้ามาทำข้อตกลงกับเจ้ายังไงล่ะ" "เจ้ามีเงินชดใช้ค่าเสียหายหรือถึงกล้ามาตกลงกับข้า สามีของเจ้ามาแล้วหรือถึงได้ทำท่าทางยโสไม่เกรงกลัวผู้ใด" เซียวจูยกมือเท้าสะเอวทำเสียงล้อเลียนจ้าวหานหรง "เรื่องเด็กกินไข่ของเจ้าก็แค่ฟองเดียวความจริงข้าต้องชดใช้ให้" จ้าวหานหรงพูดถึงความผิดของลูกตัวเอง เซียวจูหัวเราะเสียงดังในความซื่อบื้อของหญิงสาวร่างอ้วนตรงหน้าพลางพูดเยาะเย้ย "นับว่าเจ้ายังฉลาดที่รู้ตัว ข้าคิดค่าไข่ไม่แพงหรอก เอามาสองตำลึง" พูดพลางเหยียดยิ้มแบมือออกมา จ้าวหานหรงมองอย่างท้าทายก่อนเอ่ยประโยคถัดไป "เจ้าตบตีลูกข้าจนเม่ยเอ๋อร์ได้รับบาดเจ็บบอบช้ำในร่างกาย ข้าต้องหาหมอมารักษาค้างค่ายาสองตำลึง ถ้าอย่างนั้นส่วนนี้ก็หายกัน" เซียวจูหดมือกลับเม้มปากแน่นมองจ้าวหานหรงอย่างอาฆาต สองตำลึงอะไรนั่นก็พูดไปอย่างนั้นเอง "แต่เจ้าก็ตีข้า" "เจ้าไม่เป็นอะไรนี่ยังสบายดีมายืนพูดได้ฉอด ๆ ๆ เพราะฉะนั้นเจ้าจะต้องชดใช้มาให้ข้า ข้าตีเจ้าเบา ๆ แต่เจ้าตีลูกข้าถึงสองคนแล้วยังบาดเจ็บ ข้าต้องหาหมอมารักษาจ่ายค่ายาเอง สิ่งที่ข้าได้รับมันมากกว่าไข่ฟองเดียวและหัวของเจ้าก็ไม่ปูด" จ้าวหานหรงชี้หน้าเซียวจูหมายเอาเรื่องถึงที่สุด เซียวจูคนหยาบกระด้างนางไม่เคยเสียเปรียบใครมาก่อนครั้งนี้จะยอมให้นางโง่คนนี้มาเรียกร้องได้อย่างไร "ไม่มีทาง ลูกเจ้าเป็นหัวขโมยถ้าเจ้าไม่ชดใช้ข้าจะแจ้งผู้ใหญ่บ้าน" "ได้สิไปเรียกมาเลย ข้าจะเอาหลักฐานบนตัวลูกข้าให้ดูแล้วแจ้งที่ว่าการอำเภอจับเจ้าเข้าคุก ดูซิว่าผู้ใหญ่บ้านจะช่วยเจ้าอยู่หรือไม่" เซียวจูพูดไม่ออกได้แต่ยืนอ้ำอึ้งคิดไม่ทันคำพูดของจ้าวหานหรง "แล้ว แล้วจะเอายังไง" จ้าวหานหรงมองไปรอบบ้านเห็นไก่กับเป็ดเดินเล่นอยู่ฝูงใหญ่นางจึงเดินไปจับมาอย่างละตัว "นั่นไก่ข้า เป็ดข้า เอาไปไม่ได้นะ" เซียวจูวิ่งถลามาร้องห้ามพอดีแม่ของนางได้ยินเสียงโวยวายก็เดินออกมาดู "มีอะไรกันอาจู" นางวิ่งไปหามารดาเล่าเรื่องให้ฟังว่าถูกจ้าวหานหรงรังแก "เจ้ารังแกลูกข้าแล้วยังจะเอาเป็ดไก่ของข้าไป มันมากเกินไปแล้ว" จ้าวหานหรงไม่ใช่คนเดิมนางไม่รู้จักคนพวกนี้รู้เพียงว่าหากบ้านของนางโดนกระทำนางก็พร้อมเอาคืนทุกคนไม่มีข้อยกเว้น ความเกรงอกเกรงใจให้ความเคารพผู้ที่น่านับถือนางจะพิจารณาอีกทีว่าสมควรทำหรือไม่ "ข้าไม่ชอบพูดมาก ถ้าท่านป้ายังขัดขวางก็เตรียมไปเยี่ยมลูกสาวในคุกได้เลย" พูดจบนางก็หิ้วเป็ดไก่เดินออกไปทิ้งให้แม่ของเซียวจูยืนอ้าปากค้างตะลึงกับสิ่งที่ได้ยิน "อะไรกันนางกล้าพูดเรื่องคุกเรื่องตะรางได้อย่างไร" หันไปมองหน้าบุตรสาวที่ยืนหน้างออยู่ด้านข้างแล้วมองตามหลังร่างอ้วนที่เพิ่งเดินจากไปแม่นางถงได้แต่ทำตาปริบ ๆ ยืนสิ้นคิดอยู่กลางลานบ้านอย่างไม่อยากเชื่อ สตรีทั้งหลายไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องบ้านเมืองเรื่องพวกนี้มันคือหน้าที่ของบุรุษ ยิ่งเป็นเรื่องคดีความหรือเรื่องขุนนางก็เป็นหน้าที่ของผู้นำหมู่บ้านจัดการให้ แล้วจ้าวหานหรงที่โง่งมเหตุใดยกเรื่องที่สตรีไม่สมควรพูดมาพูดโจ่งแจ้งเช่นนี้"วันนี้ขายได้มากข้าให้เจ้าเก็บไว้ทั้งหมด" หลี่เล่อยื่นถุงเงินให้จ้าวหานหรงหลังจากกินข้าวเย็นเสร็จและทุกคนรวมตัวกันอยู่ในห้องนอนของเขาก่อนแยกตัวไปนอน จ้าวหานหรงนึกแปลกใจที่เขาไว้ใจให้นางเก็บทั้งหมดถ้าเป็นเมื่อก่อนหลี่เล่อเป็นทั้งคนหาเงินทั้งแบ่งเก็บแบ่งใช้ คราวที่แล้วเขาก็แบ่งให้นางเก็บ แล้วครั้งนี้เล่ากลับยื่นให้นางทั้งหมดมันหมายความว่าอย่างไร "ท่านไม่เก็บไว้เองบ้างหรือ" นางมองดูเงินในถุงแล้วเงยหน้าขึ้นมอง หลี่เล่อส่ายหน้าพูดว่า "ข้าเห็นเจ้าเก็บเงินเป็นแล้วหน้าที่เก็บเงินเป็นของเจ้าส่วนหน้าที่หาเงินเป็นของข้า" จ้าวหานหรงไม่เซ้าซี้นางถือถุงเงินลุกขึ้นอุ้มหลี่จิ่วเม่ยเตรียมตัวไปนอน "ได้ ถ้าอย่างนั้นข้าจะเก็บเอาไว้ให้พอหาได้รวมกันมากแล้วจะได้ซ่อมบ้าน" นางพาหลี่จิ่วเม่ยเข้านอนแต่หัววันไม่อยากทำงานตอนกลางคืนให้เขาจับได้เหมือนวันก่อนอีก วันรุ่งขึ้นหลี่เล่อก็ยังคงเตรียมตัวขึ้นเขาเช่นทุกวัน จ้าวหานหรงเห็นเขาเตรียมของกำลังจะออกไปนางจึงร้องเรียก "ช้าก่อน ข้าจะขึ้นเขากับท่านรับรองครั้งนี้ไม่สร้างปัญหา" นางอยากไปเก็บของป่าเผื่อเจอของหายากจะได้นำไปขายให้มีรายได้เพิ่มขึ้น หลี่เล่อไม่เห็นด
รุ่งเช้าจ้าวหานหรงทำอาหารแต่เช้ามืดส่วนหลี่เล่อตักน้ำไว้ให้เต็มถังทุกใบแล้วมุ่งหน้าขึ้นภูเขาต่อไป นางทำอาหารหลายอย่างเผื่อช่วงกลางวันหรืออาจกินได้ถึงตอนเย็นเพราะไม่ค่อยมีเวลาเหมือนเมื่อก่อนแล้ว บางวันนางอาจต้องขึ้นเขาไปหาของป่าระหว่างรอผักเติบโตและเก็บเกี่ยวขายได้ การล่าสัตว์ของหลี่เล่อในช่วงหลังมานี้ค่อนข้างยากขึ้นเมื่อก่อนได้สัตว์ตัวใหญ่ทุกรอบที่ออกล่าระยะนี้มักได้เพียงสัตว์ตัวเล็ก กว่าจะได้ตัวใหญ่สักครั้งต้องเข้าไปในป่าลึกเข้าไปอีกครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันเขาต้องเข้าไปในป่าลึกกว่าเดิมถึงชั้นในของป่า หลี่เล่อลงเขามาได้สัตว์ป่าหายากลงมาด้วยถึงสองตัว "ข้าจะเอาเข้าไปขายในเมืองวันนี้มีพ่อค้าที่มารับสัตว์หายากประจำเดือนต้องรีบไปให้ทันเวลา" หลี่เล่อบอกกับจ้าวหานหรงก่อนเดินทางเข้าเมือง นางพยักหน้าเข้าใจและฝากซื้อเมล็ดผักหลานชนิด "วันหลังข้าจะขึ้นเขาไปด้วยถ้าไปขายของในเมืองจะขอตามไปด้วย" "แล้วค่อยว่ากันทีหลัง" เขายังไม่ตอบรับหรือปฏิเสธเร่งออกเดินทางให้ทันเวลาไว้ก่อน การซื้อขายครั้งนี้หลี่เล่อได้เงินมาถึงห้าตำลึงนับเป็นครั้งแรกตั้งแต่ล่าสัตว์มาที่มีรายได้เยอะจากสัตว์หายาก หลังจากพ่อค้า
"เมื่อเช้าข้าเดินดูรอบบ้าน เจอจุดเริ่มผุพังหลายจุดอีกอย่างได้เวลาขยับขยายห้องแล้ว หากถึงหน้าฝนครั้งหน้าบ้านที่ไม่ค่อยแข็งแรงแล้วรับรองความปลอดภัยไม่ได้ หลังคาหรือหน้าต่างอาจปลิวไปกับลมพายุถ้าหน้าหนาวก็ไม่อบอุ่น" ดูจากสภาพแล้วหลายปีที่ผ่านมาไม่รู้ว่าครอบครัวนี้ผ่านฤดูหนาวกับฤดูฝนแสนสาหัสมาได้อย่างไร หลี่เล่อมองตามมืออวบอ้วนชี้ไปยังหลังคาบ้าน ก็จริงของนางเขาละเลยเรื่องนี้มาหลายปีเพราะมัวแต่ออกไปล่าสัตว์หาเลี้ยงชีพ หลายครั้งต้องไปค้างหลายคืนที่อื่นปล่อยให้สามแม่ลูกอยู่บ้านเพียงลำพังนางจึงมองเห็นปัญหาได้มากกว่าเขา "เอาไว้ข้าจะล่าสัตว์ให้ได้อีกบ่อย ๆ เราจะได้มีเงินเก็บไว้สร้างบ้าน" นางพยักหน้าเห็นด้วย "ได้ ข้าจะหาเงินช่วยท่าน" เป็นอีกครั้งที่หลี่เล่อรู้สึกไม่เหมือนเดิมแต่ละคำพูดที่นางออกความคิดเห็นล้วนไม่เคยได้ยินมาก่อน นางจะหาเงินได้อย่างไรในเมื่อนางทำงานไม่เป็น "เจ้าจะไปล่าสัตว์กับข้า?" เขามีอาชีพล่าสัตว์แล้วนางจะไปกับเขางั้นหรือ จ้าวหานหรงครุ่นคิดว่าคนที่นี่ทำการเกษตรแต่นางไม่มีที่ดินต้องหาสิ่งที่ทำแล้วให้เกิดมูลค่าขึ้นมา "การล่าสัตว์ท่านจะทำไปได้อีกกี่ปี สัตว์ป่าไม่ได้มีล้นภูเข
บ้านหลังเล็กของครอบครัวหลี่เล่อที่สร้างเอาไว้เมื่อห้าปีที่แล้วเป็นแบบง่าย เขามีเงินไม่มากในการสร้างบ้านวัสดุจึงหาเอาเท่าที่มีทั้งไปตัดไม้บนเขาและซื้อราคาถูกต่อจากคนอื่น จ้าวหานหรงเดินวนไปรอบบ้านพบรอยแตกของดินและเนื้อไม้เริ่มผุพังหลายจุด หลี่เล่อออกไปล่าสัตว์ตั้งแต่เช้ายังไม่มีโอกาสได้คุยกันถ้าเขากลับมานางต้องพูดเรื่องนี้จริงจัง ผักที่ปลูกไว้เริ่มเป็นต้นกล้าเล็ก ๆ นางไปจัดการทำแปลงปลูกเพิ่มถอนต้นกล้าผักมาลงแปลงจนเต็ม ทำวนเวียนจนเสร็จเรียบร้อยจึงเข้าครัวไปอุ่นอาหารเช้า หลี่เล่อได้กวางป่าตัวใหญ่กลับมาคราแรกกะว่าจะเลยเข้าไปในเมืองแต่นึกได้ว่าจ้าวหานหรงอาจจะฝากซื้อของจึงกลับมาที่บ้านก่อน "ข้าจะเข้าไปในเมืองเจ้าอยากได้อะไรเพิ่มหรือไม่" ของกินก็เพิ่งซื้อมาไว้นางยังนึกไม่ออกเดินเข้าไปสำรวจในครัวอีกครั้ง "แป้งมีไม่มาก นอกนั้นก็แล้วแต่ท่าน" หลี่เล่อพยักหน้าแล้วแบกกวางป่าเดินออกจากบ้านไป จ้าวหานหรงมองร่างสูงใหญ่ที่กำลังเดินออกไปนางมองตามเขาด้วยความเหม่อลอย หลี่เล่อดูสง่าผ่าเผยรูปร่างกำยำสูงใหญ่หากเวลานี้อยู่ในสนามรบศัตรูก็มีแต่ความเกรงกลัว ใบหน้าหล่อเหลายิ่งส่งให้เขาดูสมบูรณ์แบบ น่าเสียดา
ความสุขในช่วงเวลาอาหารในครอบครัวเล็ก ๆ ท้ายหมู่บ้านที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เด็กสองคนมีรอยยิ้มได้กินอิ่มท้องถึงพ่อของทั้งคู่จะเฉยชาแต่เขาก็กินข้าวเป็นเพื่อนลูก ๆ จนอิ่ม ต่างจากเมื่อก่อนแม้ไม่อิ่มท้องก็ต้องหยุดกินเพื่อให้ทุกคนได้กิน จ้าวหานหรงแม้จะชื่นชอบรสชาติอร่อยของอาหารแต่นางก็ต้องยับยั้งใจตัวเองเพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย เสร็จจากการล้างจานนางก็เข้าไปทำความสะอาดห้องครัว ครั้งก่อนยังไม่สะอาดเพียงพอวันนี้นางจึงลงมืออีกครั้งและจัดวางของใหม่ทั้งหมด งานบ้านเมื่อก่อนหลี่เล่อเป็นคนทำถึงจะดูสะอาดแต่ก็ไม่ค่อยน่าพอใจนักความพิถีพิถันของผู้ชายยังน้อยกว่าผู้หญิงอยู่มาก หลี่เล่อปล่อยให้เด็กแฝดสองคนเล่นอยู่ในห้องเขาออกมาช่วยจ้าวหานหรงขัดห้องครัวจนสะอาดเกลี้ยงเกลาภายในเวลาไม่นาน นางกับสามีจึงแยกตัวกันไปอาบน้ำเตรียมตัวนอน ภายในห้องนอนของบ้านถึงแม้เป็นหลังเล็กแต่ก็แยกออกเป็นสองห้องค่อนข้างแคบ เมื่อก่อนสามคนพ่อลูกนอนด้วยกันส่วนจ้าวหานหรงนอนคนเดียวขณะที่สามีและลูกนอนเบียดกันแต่นางกลับได้นอนคนเดียวอย่างสุขสบาย หลี่จิ่วเม่ยเริ่มโตขึ้นนางคิดว่าควรแยกมานอนกับนางดีกว่าอีกอย่างเป็นการลดความแออัดภายในห้องลงได้
นางมองซ้ายขวาเห็นว่าตรงที่ยืนอยู่เป็นลานโล่ง ๆ มีเพียงดินทรายและหินกรวดจึงลองเดินแยกไปอีกทาง เดินไปเรื่อย ๆ ก็มาถึงเขตป่าชื้นอากาศเย็นลงสายตาของจ้าวหานหรงมองหาพืชพรรณป่าไปเรื่อย ๆ หวังว่าจะเจอของที่กินได้บ้าง นางเดินอ้อมไปมาก็เจอเห็ดหลากหลายชนิดจึงนั่งลงเก็บปลิดใบไม้ใหญ่มารองเอาไว้จนเต็มแล้วจึงห่อเก็บใส่ตะกร้า นางมีความรู้เรื่องเห็ดที่มีพิษและไม่มีพิษเพราะนางชอบกินจึงเลือกเอาเฉพาะชนิดที่รู้จัก เดินเลยไปอีกเจอพุ่มไม้คุ้นตาจึงลองดึงออกมาดู "มันฝรั่ง โอ ดีจริง" จากนั้นลงมือขุดใช้มีดสั้นที่พกติดตัวมาด้วยเป็นเครื่องทุ่นแรง ขุดได้ครึ่งตะกร้านางก็เก็บผักป่าอีกสองสามชนิดเตรียมเดินออกไปรอหลี่เล่อด้านนอก จ้าวหานหรงเดินออกมาทางเดิมอยู่ครู่หนึ่งนางก็นึกแปลกใจมองไปรอบ ๆ ตัวอย่างมึนงง "เหตุใดเป็นที่เดิมเล่า" นางจึงลองเปลี่ยนเส้นทางแล้วเดินต่อไปทว่ากลับวนเวียนมาที่เก่า "ข้าหลงทางแล้วทำอย่างไรดีนะ" นางเงยหน้าขึ้นมองดูพระอาทิตย์เคลื่อนมาตรงที่หัวทว่านางไม่รู้ว่าตัวเองเดินมาจากทางใดนางเดินมาทั้งสี่ทิศแล้วมีแต่ความงุนงง จึงทำเครื่องหมายไว้ที่ต้นไม้เดินไปตามทางเรื่อย ๆ "วนกลับมาที่เดิมอีกแล้ว ข







