Share

มาทวงความยุติธรรม

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-07 11:24:29

ข้าวต้มผักคนละสองชามส่งผลต่อความอ่อนเพลียเด็กสองคนกินอิ่มแล้วไม่นานก็หลับไปง่ายดาย จ้าวหานหรงจึงมีเวลาไปจัดการสิ่งที่ต้องทำต่อไป นางต้มน้ำเตรียมให้เด็กอาบและทำความสะอาดห้องนอนที่สกปรกรกรุงรังไม่ต่างจากรังหนู

กว่าจะทำงานบ้านจนเสร็จเรียบร้อยก็ปาไปเกือบถึงตอนเย็นได้เวลาทำอาหารเย็นต่อนางอุ่นข้าวต้มและอุ่นหมั่นโถวที่ทำไว้กินแก้หิว วัตถุดิบในการทำอาหารก็หมดเกลี้ยงไม่มีเหลือแล้ว เสร็จจากในครัวนางมุ่งตรงไปยังห้องนอนพบหลี่จื่อหลินนั่งเฝ้าหลี่จิ่วเม่ยเหมือนเมื่อกลางวันในท่าเดิม

"เสี่ยวหลินมาอาบน้ำก่อนจะได้เปลี่ยนเสื้อผ้า"

หลี่จื่อหลินหันหน้ามาทำตาดุร้ายจ้องมองจ้าวหานหรงมีความหวาดระแวงไม่เปลี่ยนแปลง

"อย่าดื้อสิ ดูเจ้าเนื้อตัวเปื้อนดินโคลนอย่างนั้นต้องอาบน้ำแล้ว"

หลี่จื่อหลินกระถดตัวเข้าไปชิดเตียงไม้เก่ามากกว่าเดิมไม่ยินยอมให้จ้าวหานหรงได้เข้าใกล้

"ข้าไม่ไป"

น้ำเสียงดื้อรั้นแสดงความต่อต้านนางเต็มที่ จ้าวหานหรงไม่อดทนกับการเกลี้ยกล่อมอีกต่อไป ถึงเขาจะไม่ยินยอมนางก็ต้องใจแข็ง

มือใหญ่อ้วนท้วนยื่นมาจับแขนเล็ก ๆ เอาไว้ตามด้วยคว้าตัวเด็กชายอุ้มไปที่ถังน้ำ หลี่จื่อหลินดิ้นพล่านทว่าไม่มีทีท่าว่านางจะปล่อยเขาลง ทันทีที่เสื้อผ้าถูกถอดออกจนหมดร่างกายผอมแห้งได้สัมผัสกับน้ำอุ่นสบายตัวเด็กชายจึงคลายความหวาดกลัวลง

แสดงว่านางไม่ได้ฆ่าเขา จากตอนแรกที่เข้าใจว่านางจะเอาตัวเขาจุ่มน้ำเย็นแล้วปล่อยให้แข็งตาย หลี่จื่อหลินเงยหน้ามองมารดาที่เขาเคยขอความรักจากนางนับครั้งไม่ถ้วนในเมื่อก่อน ในใจเด็กน้อยพลันเกิดความหวั่นไหวขึ้นมา จ้าวหานหรงที่ไม่ใช่คนเก่าแล้วเห็นเด็กชายจ้องมองตนเองไม่ละสายตานางส่งยิ้มหวานให้พลางทำหน้าขี้เล่นขณะขัดถูตัว

"ว่าอย่างไรจ๊ะ หืม เด็กน้อย"

นางเสียสติหรือไม่เหตุใดพูดจาหยอกล้อเขาเช่นนี้ ต่างจากเมื่อก่อนที่นางไม่แม้แต่จะพูดด้วยสักคำ ถ้อยคำอ่อนหวานที่มารดาควรแสดงความรักต่อบุตรยิ่งไม่ต้องคิดถึง หลี่จื่อหลินไม่เอ่ยอะไรออกมาเขาเฝ้ามองสตรีอ้วนนางนี้ไปเรื่อย ๆ ว่าจะยังแสร้งเป็นคนดีอย่างนี้ไปได้นานแค่ไหน เขาไม่ไว้ใจนางง่าย ๆ บางทีนางอาจแค่ทำดีเพราะกลัวว่าท่านพ่อกลับมาแล้วจะตบตีนางที่รังแกเขากับน้องสาวเท่านั้นเอง

อาบน้ำให้คนเป็นพี่เสร็จแล้วก็เช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้น้องสาวต่อ ใบหน้ารูปสวยเกลี้ยงเกลาทำให้หลี่จิ่วเม่ยดูน่ารักมากกว่าเด็กชาวบ้านทั่ว ๆ ไป จากนั้นจึงเป็นเวลาของนางที่ต้องอาบน้ำชำระร่างกายหลังจากที่ไม่อาบน้ำมาสามวัน จ้าวหานหรงไม่อยากเชื่อเลยว่ายังมีสตรีที่ไม่ใส่ใจความสะอาดของตัวเองในโลกนี้หลงเหลืออยู่อีก ตัวนางในโลกปัจจุบันยังอาบน้ำวันละสองครั้งถึงจะพึงพอใจในความสะอาด

ครั้งนี้นางอาบน้ำชำระความสกปรกเป็นเวลานานกว่าปกติเสร็จแล้วจึงเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่นำชุดเก่าของทุก ๆ คนไปซักและตากให้เรียบร้อย

"บ้านหลังนี้มีหลายอย่างต้องจัดการ ดูท่าทางจะไม่มีคนคอยดูแลมาก่อน"

เป็นเพราะหลี่เล่อไม่ค่อยอยู่บ้านจึงมีฝุ่นหนาเตอะอยู่ทั่วทุกซอกทุกมุมถึงเขาทำความสะอาดก็ไม่ทั่วถึงเพราะมีเวลาน้อยและยังต้องดูแลลูกทั้งสองคนแทนนางที่ไม่เคยอยู่บ้าน นอกจากเขาออกไปขึ้นเขาล่าสัตว์นางถึงเฝ้าบ้านไว้ให้เป็นบางครั้ง

จ้าวหานหรงมีข้าวต้มผักกับหมั่นโถวเป็นอาหารเย็นให้เด็ก ๆ ได้กินเป็นมื้อสุดท้าย วันพรุ่งนี้เช้าทั้งสามแม่ลูกยังไม่มีอาหารนางจึงคิดหาวิธีการอื่นแก้ขัดไปก่อนระหว่างรอหลี่เล่อกลับมา

เช้าวันรุ่งขึ้นเด็ก ๆ ยังคงหลับอยู่จ้าวหานหรงออกไปบ้านเซียวจูตั้งแต่เช้า

"เซียวจูอยู่หรือไม่"

นางร้องเรียกอยู่หน้าบ้านไม่นานก็มีคนออกมาเปิดประตู

"มีธุระอะไรกับข้านังตัวดี"

ความเจ็บแค้นของเมื่อวานผุดขึ้นมาในหัวของเซียวจูทันที ใบหน้าของนางดุดันราวกับจะฉีกเนื้อของจ้าวหานหรงออกมาเป็นชิ้น ๆ ขณะที่อีกฝ่ายยืนมองไม่สะทกสะท้าน

ดูไปดูมาก็ชวนให้สงสัยจ้าวหานหรงไม่มีความกล้าในการสู้หน้ากับผู้อื่นสายตายามปกติของนางดูหลุกหลิกไม่มั่นใจเหมือนหวาดกลัวผู้คนทั้งที่รูปร่างใหญ่เทอะทะ ยิ่งเซียวจูชอบข่มเหงนางและลูกของนางอยู่บ่อย ๆ มีหรือจะกล้ามายืนเชิดหน้าอย่างวันนี้

นางก็เก่งแต่ตบตีลูกด่าทอสามีเท่านั้นกับคนภายนอกขี้ขลาดยิ่งกว่าอะไร และยังโง่เง่าไม่ทันคนอื่นแม้แต่กลุ่มคนที่นางชอบไปนั่งฟังเขานินทาชาวบ้านนางยังพูดกับเขาไม่เคยรู้เรื่อง เรียกได้ว่าการสื่อสารกับผู้อื่นของนางอยู่ในระดับต่ำที่สุดก็ว่าได้

"ข้ามาพูดกับเจ้าเรื่องเมื่อวาน"

น้ำเสียงหนักแน่นที่เปลี่ยนไปทำให้คนฟังรู้สึกได้ถึงความเอาจริงของนาง

"เรื่องเมื่อวานเจ้าจะทำไมนังลาโง่"

เซียวจูยังไม่วายเอ่ยคำพูดดูถูกเหยียดหยามนาง ตลอดเวลาที่ได้พบกันจ้าวหานหรงก็มักถูกเซียวจูแสดงอำนาจกดขี่นางให้ต่ำต้อยมาตลอด

จ้างหานหรงเอียงคอมองเซียวจูพลางเลิกคิ้วขึ้นสูง

"ข้ามาทำข้อตกลงกับเจ้ายังไงล่ะ"

"เจ้ามีเงินชดใช้ค่าเสียหายหรือถึงกล้ามาตกลงกับข้า สามีของเจ้ามาแล้วหรือถึงได้ทำท่าทางยโสไม่เกรงกลัวผู้ใด"

เซียวจูยกมือเท้าสะเอวทำเสียงล้อเลียนจ้าวหานหรง

"เรื่องเด็กกินไข่ของเจ้าก็แค่ฟองเดียวความจริงข้าต้องชดใช้ให้"

จ้าวหานหรงพูดถึงความผิดของลูกตัวเอง เซียวจูหัวเราะเสียงดังในความซื่อบื้อของหญิงสาวร่างอ้วนตรงหน้าพลางพูดเยาะเย้ย

"นับว่าเจ้ายังฉลาดที่รู้ตัว ข้าคิดค่าไข่ไม่แพงหรอก เอามาสองตำลึง"

พูดพลางเหยียดยิ้มแบมือออกมา จ้าวหานหรงมองอย่างท้าทายก่อนเอ่ยประโยคถัดไป

"เจ้าตบตีลูกข้าจนเม่ยเอ๋อร์ได้รับบาดเจ็บบอบช้ำในร่างกาย ข้าต้องหาหมอมารักษาค้างค่ายาสองตำลึง ถ้าอย่างนั้นส่วนนี้ก็หายกัน"

เซียวจูหดมือกลับเม้มปากแน่นมองจ้าวหานหรงอย่างอาฆาต สองตำลึงอะไรนั่นก็พูดไปอย่างนั้นเอง

"แต่เจ้าก็ตีข้า"

"เจ้าไม่เป็นอะไรนี่ยังสบายดีมายืนพูดได้ฉอด ๆ ๆ เพราะฉะนั้นเจ้าจะต้องชดใช้มาให้ข้า ข้าตีเจ้าเบา ๆ แต่เจ้าตีลูกข้าถึงสองคนแล้วยังบาดเจ็บ ข้าต้องหาหมอมารักษาจ่ายค่ายาเอง สิ่งที่ข้าได้รับมันมากกว่าไข่ฟองเดียวและหัวของเจ้าก็ไม่ปูด"

จ้าวหานหรงชี้หน้าเซียวจูหมายเอาเรื่องถึงที่สุด เซียวจูคนหยาบกระด้างนางไม่เคยเสียเปรียบใครมาก่อนครั้งนี้จะยอมให้นางโง่คนนี้มาเรียกร้องได้อย่างไร

"ไม่มีทาง ลูกเจ้าเป็นหัวขโมยถ้าเจ้าไม่ชดใช้ข้าจะแจ้งผู้ใหญ่บ้าน"

"ได้สิไปเรียกมาเลย ข้าจะเอาหลักฐานบนตัวลูกข้าให้ดูแล้วแจ้งที่ว่าการอำเภอจับเจ้าเข้าคุก ดูซิว่าผู้ใหญ่บ้านจะช่วยเจ้าอยู่หรือไม่"

เซียวจูพูดไม่ออกได้แต่ยืนอ้ำอึ้งคิดไม่ทันคำพูดของจ้าวหานหรง

"แล้ว แล้วจะเอายังไง"

จ้าวหานหรงมองไปรอบบ้านเห็นไก่กับเป็ดเดินเล่นอยู่ฝูงใหญ่นางจึงเดินไปจับมาอย่างละตัว

"นั่นไก่ข้า เป็ดข้า เอาไปไม่ได้นะ"

เซียวจูวิ่งถลามาร้องห้ามพอดีแม่ของนางได้ยินเสียงโวยวายก็เดินออกมาดู

"มีอะไรกันอาจู"

นางวิ่งไปหามารดาเล่าเรื่องให้ฟังว่าถูกจ้าวหานหรงรังแก

"เจ้ารังแกลูกข้าแล้วยังจะเอาเป็ดไก่ของข้าไป มันมากเกินไปแล้ว"

จ้าวหานหรงไม่ใช่คนเดิมนางไม่รู้จักคนพวกนี้รู้เพียงว่าหากบ้านของนางโดนกระทำนางก็พร้อมเอาคืนทุกคนไม่มีข้อยกเว้น ความเกรงอกเกรงใจให้ความเคารพผู้ที่น่านับถือนางจะพิจารณาอีกทีว่าสมควรทำหรือไม่

"ข้าไม่ชอบพูดมาก ถ้าท่านป้ายังขัดขวางก็เตรียมไปเยี่ยมลูกสาวในคุกได้เลย"

พูดจบนางก็หิ้วเป็ดไก่เดินออกไปทิ้งให้แม่ของเซียวจูยืนอ้าปากค้างตะลึงกับสิ่งที่ได้ยิน

"อะไรกันนางกล้าพูดเรื่องคุกเรื่องตะรางได้อย่างไร"

หันไปมองหน้าบุตรสาวที่ยืนหน้างออยู่ด้านข้างแล้วมองตามหลังร่างอ้วนที่เพิ่งเดินจากไปแม่นางถงได้แต่ทำตาปริบ ๆ ยืนสิ้นคิดอยู่กลางลานบ้านอย่างไม่อยากเชื่อ

สตรีทั้งหลายไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องบ้านเมืองเรื่องพวกนี้มันคือหน้าที่ของบุรุษ ยิ่งเป็นเรื่องคดีความหรือเรื่องขุนนางก็เป็นหน้าที่ของผู้นำหมู่บ้านจัดการให้ แล้วจ้าวหานหรงที่โง่งมเหตุใดยกเรื่องที่สตรีไม่สมควรพูดมาพูดโจ่งแจ้งเช่นนี้

 

 

 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทะลุมิติมาเป็นมารดาของตัวร้าย   ตอนจบของตัวร้าย

    "ครั้งนี้คงเป็นครั้งสุดท้ายของพวกเจ้าแล้ว" หลี่เล่อเดินเข้ามาพร้อมกับท่านโหว โหวฮูหยินและเจ้าหน้าที่ของทางการอีกหลายคน ลี่ถิงตกใจเก็บอาการไม่อยู่ขณะที่นักพรตยังคงนิ่งขรึม "นี่มันเรื่องใดกันท่านโหว" "ไปให้การกับศาลพิจารณาก็แล้วกัน" "ข้าไม่ยอมนะเจ้าคะ!" "เจ้ายังปอกลอกจวนโหวไม่พออีกหรือเจ้าหลอกลวงข้าเอาลูกชู้มาให้ข้าเลี้ยง เจ้าคิดว่าข้าสมควรปล่อยให้เจ้าลอยนวลอยู่ที่นี่ต่อไปอย่างนั้นหรือ" นักพรตพูดสมทบขึ้นพยายามให้ท่านโหวใจเย็น "ท่านโหวเข้าใจผิดแล้ว" สายตาที่เคยนับถือกลับกลายเป็นเกลียดชังขึ้นมาทันที "อย่ามาพูดมากกับข้าไอ้คนหลอกลวง วางแผนฆ่าลูกฆ่าหลานข้าแล้วคิดครอบครองจวนโหว เจ้ามันใฝ่สูงเกินไปแล้ว" ท่านโหวพูดด้วยความโมโหเหลืออดกับความละโมบของสองคนนี้ ทั้งเจ็บปวดและแค้นใจในเวลาเดียวกัน ลี่ถิงมองท่านโหวอย่างขอร้อง แต่ท่านโหวไม่รับฟังอีกต่อไป "เอาตัวไป" ทหารเข้าจับกุมตัวตามคำสั่งนักพรตจะขัดขืนทว่าก็ยินยอมตามออกไป เขายังคงมั่นใจว่าจะรอดพ้นทุก ๆ ความผิด ขณะที่ลี่ถิงทั้งขอร้องวิงวอนขอความเห็นใจ หลี่หยวนเซียวเข้ามาขัดขวางไม่ยินยอมให้ทางการเอาตัวลี่ถิงไปแต่เขาก็แทบล้มทั้งยืนเมื่อได้ย

  • ทะลุมิติมาเป็นมารดาของตัวร้าย   นักต้มตุ๋น

    สายลับเข้ามารายงานเรื่องสำคัญที่หลี่เล่อให้ไปสืบเรื่องของนักพรต หลี่เล่อนั่งฟังการรายงานและให้โหวฮูหยินร่วมฟังไปด้วยกัน "เรียนคุณชายใหญ่ นักพรตคนนี้เดิมทีเป็นคนพเนจร เขาใช้ชีวิตร่อนเร่ไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งได้รู้จักกับแม่นางลี่ถิงที่ตลาดและแอบคบหากันโดยเขาปลอมตัวเป็นนักพรตตั้งแต่นั้นมา ใช้เรื่องทำนายโชคชะตาเป็นอาชีพหลักในการหาเลี้ยงตัว" "เล่าต่อไป" ถึงโหวฮูหยินจะรู้เรื่องมาแล้วนางก็ยังอยากฟังต่อ "ลี่ถิงเป็นคนชักนำให้เข้ามาทำนายดวงชะตาในจวนโหว คนมักใหญ่ใฝ่สูงเห็นจวนโหวดูร่ำรวยก็เกิดความโลภร่วมมือกับลี่ถิงกำจัดคุณชายใหญ่โดยใช้ดวงชะตาเป็นเครื่องมือหลอกลวงผู้อื่นและที่สำคัญบุตรชายของนางคือลูกชายของนักพรตขอรับ" "เจ้าแน่ใจนะ" "ยิ่งกว่าแน่ใจขอรับ" สายลับนำหลักฐานที่ได้มาส่งให้หลี่เล่อทั้งหมด หากอ้างถึงพยานเขาสามารถพามาพบได้ เพราะนักพรตเกรงว่าลูกชายจะไม่ยอมรับตัวเองเขาจึงให้หมอทำคลอดที่เป็นคนพามาเองลงลายมือชื่อเป็นพยานว่าเขาเป็นพ่อของเด็กเก็บหลักฐานไว้ในบ้านพักและหมอคนนั้นก็หายสาบสูญไป เขาเป็นคนกุมความลับของเรื่องความสัมพันธ์ของทั้งคู่นับตั้งแต่นักพรตเริ่มวางแผนให้เด็กคนนี้เข้ามาเป็นทายา

  • ทะลุมิติมาเป็นมารดาของตัวร้าย   นางตายแล้ว

    หลี่เล่อโผล่ขึ้นมาพร้อมร่างหมดสติของจ้าวหานหรง นางสำลักน้ำขณะที่จมลงไปทหารและสาวรับใช้ช่วยกันรับร่างของนางและพาขึ้นฝั่งจากนั้นหลี่เล่อก็อุ้มร่างของจ้าวหานหรงมุ่งตรงกลับเรือนด้วยใจร้อนรน "คุณชายน้อยปลอดภัยแล้วแต่มีอาการไข้ขึ้นควรนอนพักขอรับ ส่วนฮูหยินน้อย..." เมื่อรู้ว่าหลี่จื่อหลินปลอดภัยและลืมตาขึ้นได้ดื่มยาของท่านหมอแล้วหลี่เล่อจึงมาดูอาการของจ้าวหานหรงต่อ "มีสิ่งใดผิดปกติรึท่านหมอ" "นางยังไม่ได้สติ ชีพจรเต้นอ่อนและไม่คงที่ หากนางฟื้นขึ้นมาจึงจะถือว่าปลอดภัยขอรับ" หัวใจของคนฟังหล่นวูบหมายความว่าตอนนี้จ้าวหานหรงมีอาการเป็นตายเท่ากัน เมื่อนางฟื้นขึ้นมาก็ถือว่ารอดชีวิตหากยังไม่ฟื้นก็หมายความว่า... "นางจะตายไม่ได้นะ ท่านหมอ" หลี่เล่อขอร้อง หมอเป็นหมอจากวังหลวงที่เก่งที่สุดยังส่ายหน้าไม่เข้าใจอาการของจ้าวหานหรงเช่นเดียวกัน เมฆหมอกหนาบดบังทัศนียภาพเบื้องหน้า มองไปทิศทางใดก็ไม่เห็นจุดสิ้นสุดแม้แต่ภาพด้านล่างก็ยังเป็นหมอกควันสีขาวล่องลอยไปมาไม่ขาดสาย จ้าวหานหรงราวกับล่องลอยอยู่บนอากาศ ร่างกายของนางคล้ายกำลังลอยไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงสถานที่แห่งหนึ่ง นางเพิ่งรู้สึกตัวว่ากำลังยืนอยู่

  • ทะลุมิติมาเป็นมารดาของตัวร้าย   เสี่ยวหลินเกิดเรื่องแล้ว

    ภายในเรือนของลี่ถิง ทั้งหลี่หยวนเซียวและนักพรตพร้อมด้วยลี่ถิงกำลังหารือกันถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกะทันหัน "ไม่นึกเลยว่าคุณชายใหญ่จะดวงแข็งครั้งแล้วครั้งเล่า" นักพรตเอ่ยขึ้นหลังจากแผนการของเขาผิดพลาดครั้งใหญ่ทั้งลี่ถิงและหลี่หยวนเซียวต่างเป็นกังวล "ท่านแม่ มิใช่ว่าวันหนึ่งจะเอาตำแหน่งของข้าคืนไปหรอกนะขอรับ" หลี่หยวนเซียวนั่งไม่ติดเรื่องนี้เขารับรู้มาตลอดและยินดีเป็นตัวแทนของหลี่เล่อในการทำหน้าที่ต่อจากท่านโหว "โหวฮูหยินบอกแล้วว่าไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลง ถ้าไม่เป็นอย่างที่พูดถือว่านางเสียสัจจะ อีกอย่างการเปลี่ยนคนยุ่งยากหลายอย่างและท่านโหวก็ยังอยู่ข้างเรา" นางพยายามข่มกลั้นความหวาดระแวงเอาไว้เมื่อเรื่องที่วางแผนร่วมกับนักพรตล้มเหลวลงไปแล้วซึ่งเรื่องนี้หลี่หยวนเซียวไม่เคยรู้ "เจ้าก็ต้องรีบไปเรียนหนังสือไปเรียนการต่อสู้สร้างผลงานได้แล้ว ป่านนี้โหวฮูหยินคงให้อาจารย์ทั้งหลายเตรียมเข้าจวนแล้ว" นางเร่งเร้าบุตรชายที่ผัดผ่อนเรื่องนี้เรื่อยมา "โธ่ท่านแม่ ข้าขอเป็นปีหน้านะขอรับ" หลี่หยวนเซียวเบื่อหน่ายการร่ำเรียนท่องตำรา เขาเคยเรียนมาแล้วสามปีจึงขอพักผ่อนให้หายเบื่อถึงจะกลับไปเรียนต

  • ทะลุมิติมาเป็นมารดาของตัวร้าย   เพื่อความสงบในจวน

    รถม้าจอดเทียบหน้าบ้านตั้งแต่เช้ามืด สัมภาระมีไม่มากขนย้ายไม่นานรถก็เคลื่อนตัวออกจากหมู่บ้านเดินทางเข้าไปในเมืองเพื่อไปสมทบกับหวงเย่าฉี การเดินทางเงียบเชียบไร้เสียงสนทนาเพราะหลี่จื่อหลินกับหลี่จิ่วเม่ยยังคงหลับอยู่ ถึงหน้าร้านเถ้าแก่หวงทักทายสองสามีภรรยาและควบม้านำทางไปยังจวนโหวโดยมีหยางชุนเดินทางไปด้วย เขาลางานสองวันเพื่อไปส่งหลี่เล่อและครอบครัว อีกอย่างอยากรู้จักที่อยู่ของสหายหากวันหน้ามีเรื่องไม่ชอบมาพากลจะได้ตามไปถูกที่ รถม้าแล่นไปเรื่อย ๆ โดยไม่หยุดพัก เพราะเป็นรถใช้เดินทางไกลจึงสามารถทนการเดินทางระยะไกลได้จากความเคยชิน จวบจนกระทั่งถึงครึ่งทางก็ได้พบกับเหอจิ้งเซียน "เจ้ามาทำอะไรกลางป่าอย่างนี้จิ้งเซียน" หวงเย่าฉีเห็นว่าสหายไม่เคยมีเวลาว่างแล้วเขามาที่นี่ได้อย่างไร "มีคนส่งข้ามานะสิ ข้ามารับขบวนนี้เข้าจวน" โหวฮูหยินมีคำสั่งให้เหอจิ้งเซียนมารับทุกคนและพาเข้าจวนด้วยตัวเอง การเดินทางเร่งความเร็วขึ้นไปเรื่อย ๆ เพราะเหอจิ้งเซียนส่งพิราบสื่อสารไปที่จวนโหวแล้วว่าจะไปถึงไม่เกินยามจื่อ(23.00น.-01.00น.) จวนโหวที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ใกล้เขตวังหลวงภายในเป็นบริเวณกว้างขวางมีความเป็นระเบียบ

  • ทะลุมิติมาเป็นมารดาของตัวร้าย   การตัดสินใจครั้งสำคัญ

    จวนโหว โหวฮูหยินอ่านจดหมายของหวงเย่าฉีด้วยความปลาบปลื้มใจ "ขอพรกับพระโพธิสัตว์มานานในที่สุดคำอธิษฐานของข้าก็เป็นจริง" แต่ข่าวนี้นางจะยังไม่แพร่งพรายออกไปเพื่อความปลอดภัยของหลี่เล่อเพราะเนื้อความข้างในได้แจ้งมาว่าครอบครัวของเขาเพิ่งถูกวางเพลิงโดยคนร้ายซัดทอดมาถึงนักพรต หวงเย่าฉีจำเป็นต้องบอกโหวฮูหยินเพราะหลังจากวันนั้นหยางชุนไปพบเขาที่ร้านกำชับให้เรื่องนี้เป็นความลับให้มากที่สุด นางจึงไม่ได้แจ้งให้ท่านโหวทราบหากท่านโหวรู้เรื่องนี้ไม่พ้นต้องบอกฮูหยินรองอย่างแน่นอน โหวฮูหยินตอบกลับจดหมายนัดวันเวลาให้หวงเย่าฉี เขาจึงให้คนไปส่งข่าวที่บ้านหลี่เล่อเพื่อเตรียมตัวออกเดินทางจะให้รถม้ามารับที่บ้าน หลี่เล่อนั่งคุยกับจ้าวหานหรงในสิ่งที่ยังตัดสินใจค้างเอาไว้ก่อนถึงวันไฟไหม้บ้าน "เจ้าจำเรื่องที่เคยถามข้าได้หรือไม่" นางมีหลายเรื่องให้คิดจึงตอบไม่ได้ว่าเป็นเรื่องราวใดที่เคยพูดกันบ้าง "ข้าถามไปตั้งหลายอย่าง" "เราจะย้ายเข้าไปอยู่ในจวนโหว" "หา!" การตัดสินใจที่ไม่มีการบอกกล่าวล่วงหน้าทำให้นางตั้งตัวไม่ทัน "ท่านคิดดีแล้วหรือไม่" นางถามย้ำอีกครั้ง ตั้งแต่พูดเรื่องนี้ขึ้นมาเขามีท่าทีต่อต้านมาต

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status