INICIAR SESIÓN
ครืน…ครืน…เสียงฟ้าร้องฟ้าคำรามคล้ายฝนจะตก อี๋เหยาจึงรีบวิ่งออกไปดูท้องฟ้า ก่อนจะรีบวิ่งกลับมาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“นายหญิงเหมือนจะมีพายุฝน ท้องฟ้ามืดครึ้มน่ากลัวมากเลยเจ้าค่ะ” อี๋เมิ่งได้ยินเช่นนั้นก็รีบมองสำรวจบ้านหลังนี้ทันที หากเจอพายุฝนบ้านหลังนี้จะรอดหรือไม่นะ
ฉือหว่านชิงเห็นป้าอี๋เมิ่งเริ่มมองสำรวจสภาพบ้านด้วยสีหน้าเป็นกังวล นางจึงเริ่มกวาดสายตามองบ้าง เพราะตั้งแต่ลุกขึ้นมา นางก็ยังไม่ได้มองอย่างจริงจัง สวรรค์! สภาพเก่าและทรุดโทรม หลังคามีรูโบ๋อยู่หลายแห่ง หน้าต่างบานประตูแทบจะหลุดออกมา
หากมีพายุและฝนตกหนัก ทุกคนคงไม่มีที่อยู่แน่ พรุ่งนี้นางต้องให้ป้าอี๋เมิ่งไปขายปิ่นและกำไลของนาง ต้องหาเช่าบ้านราคาถูกสักหลัง จากนั้นก็ค่อยคิดวิธีหาเงิน นางจะต้องพาทุกคนให้รอดและมีชีวิตที่ดีให้ได้
แต่ว่าช่วงนี้นางคงต้องรักษาร่างกายให้กลับมาปกติเสียก่อน เพราะแม้แต่จะขยับยังทำได้อย่างยากลำบาก สู้ ๆ นะฉือหว่านชิง ทะลุมาอยู่ในร่างของคุณหนูตัวร้าย แถมมารดายังเป็นนางร้ายในนิยาย ซึ่งตอนจบก็มีสภาพอย่างที่เห็น นางจึงเอ่ยให้กำลังตนเองในใจ
ซ่า…ซ่า…สายฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา อีกทั้งลมก็พัดแรง ทำให้พัดหลังคาปลิวหายวับไปกับตา เปรี้ยง! ฟ้าผ่าลงมาดังสนั่น พวกนางต่างผวาเข้ากอดกันแน่น จากนั้นก็พากันไปนั่งหลบอยู่มุมหนึ่งด้วยความหวาดกลัว เพราะทั้งลมทั้งฝนไหนจะฟ้าร้อง
พวกนางทั้งสี่คนจึงจับมือกันเอาไว้แน่น ร่างของทุกคนเปียกฝนกันอย่างชุมโชก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากนอกจากนั่งอยู่อย่างนั้น จนกว่าฝนจะหยุดตก แต่ว่าดูเหมือนฝนจะตกหนักทั้งคืน ฉือหว่านชิงกังวลว่าทุกคนคงต้องป่วยแน่ ๆ เพราะตากฝนทั้งคืน พรุ่งนี้เช้าคงต้องให้ป้าอี๋เมิ่งซื้อยาลดไข้มาไว้
ฝนหยุดตกในยามรุ่งสาง ยามนี้ทุกคนมีสภาพหนาวสั่น ปากและฟันกระทบกันดังกึก ๆ แสงสีทองเริ่มสาดส่องกระทบท้องฟ้า ฉือหว่านชิงกัดฟันข่มความเจ็บปวดแล้วลุกขึ้นมาโดยมีอี๋เหยาช่วยพยุง ส่วนป้าอี๋เมิ่งช่วยพยุงมารดาของนาง
ฉือหว่านชิงดึงปิ่นปักผมและถอดกำไลออกมา ก่อนจะยื่นให้ป้าอี๋เมิ่ง “ท่านป้านำไปขายเจ้าค่ะ เงินที่ขายปิ่นและกำไลของท่านแม่ยังมีเหลือ แต่อย่างไรก็ต้องได้ขายอยู่ดี เราต้องหาบ้านเช่าอยู่ชั่วคราวเจ้าค่ะ และต้องซื้อข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็น”
อี๋เมิงรับมาอย่างเข้าใจสถานการณ์เป็นอย่างดี “รอเช้ากว่านี้เราค่อยไปในเมืองกันเจ้าค่ะ”
ฉือหว่านชิงได้บ้านเช่าหลังหนึ่ง ที่พอนางเห็นก็พอใจเป็นอย่างมาก เพราะบ้านหลังนี้อยู่ห่างจากบ้านหลังอื่นแถมมีกำแพงล้อมรอบ แม้ราคาค่าเช่าจะแพงกว่าหลังอื่น แต่เจ๋อหว่านชิงยอมจ่ายเพราะถูกใจ ในความเป็นส่วนตัว
2ตำลึงต่อเดือนถือว่าแพงมากในยุคนี้ แต่พอเดินดูรอบ ๆ บ้าน นางคิดว่าเหมาะสมกับราคา มีสามห้องนอน หนึ่งห้องโถง หนึ่งห้องครัว หนึ่งห้องน้ำ รอบบ้านมีพื้นที่ให้ปลูกผักและดอกไม้
ทางเจ้าของบ้านเช่าขอเก็บเงินล่วงหน้าหกเดือน ซึ่งฉือหว่านชิงก็จ่ายให้ทันที เพราะนางคิดว่าแบบนี้ก็ดีจะได้ไม่ต้องมาบ่อย ๆ สัญญาเช่าบ้านเป็นเวลาหนึ่งปี หากครบกำหนดจะเช่าต่อก็ย่อมได้แต่ต้องทำสัญญาใหม่
“ท่านแม่ชอบหรือไม่เจ้าคะ?”
“ชอบร่มรื่นดี”
“นายหญิงข้าให้ร้านขายเครื่องนอนและข้าวของเครื่องใช้อื่น ๆ มาส่งของที่นี่เจ้าค่ะ” เจ๋อหว่านโหรวพยักหน้ารับ นางบอกอี๋เมิ่งไม่ต้องซื้อของดีมาก เพราะเงินทองต้องประหยัด เสื้อผ้าก็เอาแบบเรียบง่าย สิ่งสำคัญคือยาลดไข้เพราะตากฝนกันมาทั้งคืน
“คุณหนู นายหญิง ไม่ต้องช่วยหรอกเจ้าค่ะ พวกท่านยังไม่หายดีร่างกายก็ขยับตัวลำบาก ไปนั่งตรงโน้นเลยเจ้าค่ะ”
หว่านโหรวและหว่านชิงรีบปฏิเสธทันที เพราะที่ต้องมาลำบากเช่นนี้ ก็เป็นเพราะพวกนางสองคน ดังนั้นหว่านโหรวและหว่านชิงจึงช่วยจัดของอย่างกระตือรือร้น แม้ร่างกายจะเจ็บปวดเพียงใดก็พยายามกัดฟันอดทนโดยไม่ปริปากบ่น
หว่านโหรวมองบุตรสาวอย่างภาคภูมิใจ นางเข้มแข็งกว่าที่นางคิดเอาไว้เสียอีก ตอนแรกนางก็คิดว่าหว่านชิงจะร้องไห้ฟูมฟายและโวยวาย แต่นางกลับยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างนิ่งสงบ แปลกเหมือนไม่ใช่หว่านชิงคนเดิม หรือเพราะถูกโบยอย่างหนักนางเลยเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
อี๋เหยาก่อเตาต้มน้ำและเตรียมหุงข้าว นางคิดว่าจะทำอาหารง่าย ๆ เพราะทุกคนควรมีอะไรรอง ท้อง ก่อนกินยาและพักผ่อน เพราะไม่ได้นอนกันทั้งคืน ทุกคนเช็ดเนื้อเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ กินข้าวกับผัดผัก จากนั้นก็กินยาลดไข้และยาแก้ปวด ก่อนจะพากันล้มตัวลงนอนอย่างอ่อนล้า
ผลของการตากฝน พวกนางทั้งสี่คนจึงล้มป่วยด้วยไข้หวัดอยู่นานถึงห้าวันเต็ม ๆ วันที่หกอาการถึงเริ่มดีขึ้น หว่านชิงจึงเดินมานั่งรับอากาศอยู่หน้าเรือน พลางครุ่นคิดว่า นางจะหาเงินอย่างไรดี เท่าที่อ่านนิยายแนวทะลุมิติ ส่วนใหญ่ทำอาหารขาย ทำเครื่องประดับ ออกแบบเสื้อผ้า เพราะยุคจีนโบราณยังไม่ทันสมัยมากนัก ทางเลือกจึงค่อนข้างจำกัด
“คิดอะไรอยู่หรือ?” หว่านโหรวทรุดตัวลงนั่งข้างหว่านชิง ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง เพราะเห็นว่านางนั่งคิดอยู่นานแล้ว โดยไม่พูดอะไรสักคำ
“ข้ากำลังคิดวิธีหาเงินอยู่เจ้าค่ะท่านแม่”
เมื่อได้ยินคำตอบหว่านโหรวก็ถอนใจออกมา “ข้าจะไปสมัครงานร้านขายผ้า”
“ท่านแม่อย่าเพิ่งเลยเจ้าค่ะ ให้ข้าคิดหาวิธีก่อน อีกอย่างท่านหน้าตางดงามถึงเพียงนี้ ข้ากลัวว่าท่านจะไม่ปลอดภัย” หว่านโหรวได้ยินก็หัวเราะออกมา นางพูดโดยไม่มองดูตัวนางเลยสักนิด
“แล้วตัวเจ้าไม่งดงามรึ แม่อายุ31ปีแล้วส่วนเจ้าจะย่าง16ปี เจ้าว่าคนไหนน่าเป็นห่วงมากกว่ากัน”
“ให้ข้าคิดหาวิธีก่อนเจ้าค่ะ เมื่อก่อนพวกเราร้ายกาจทำตัวสูงส่งไม่เห็นหัวใคร หากต้องไปเป็นลูกจ้างต้องถูกรังแกแน่เจ้าค่ะ” หว่านโหรวได้ฟังก็พยักหน้าเห็นด้วย นางตกต่ำถึงเพียงนี้ผู้คนย่อมพร้อมจะกระทืบซ้ำ เพราะเมื่อก่อนนางหาใช่คนดีอะไร
สองปีต่อมางานสมรสถูกจัดขึ้นมาอย่างยิ่งใหญ่ ยามนี้หว่านชิงพร้อมแล้วที่จะเป็นไท่จื่อเฟย ส่วนฟู่อี้เหรินก็พร้อมแล้วที่จะเป็นหวางเฟย งานแต่งงานถูกจัดขึ้นพร้อมกันทั้งสองคู่ เพราะเป็นความต้องการของไท่จื่อเสวียนฮ่าวหยางและหว่านชิงราชสำนักตกแต่งประดับวังหลวงอย่างงดงาม ผ้าแดงถูกปูลงบนพื้นยาวจนถึงหน้าประตูวังคู่แรกเป็นไท่จื่อเสวียนฮ่าวหยางและฉือหว่านชิง คู่ที่สองเป็นเสวียนหรงจื้อและฟู่อี้เหริน ทั้งสองฝั่งทางเดินมีทหารและขุนนาง ต่างแต่งกายเต็มยศเพื่อร่วมเป็นเกียรติในการสมรสในครั้งนี้ ญาติและคนในรอบครัวของฝั่งเจ้าสาวต่างยืนมองด้วยตาปลาบปลื้มใจ“คำนับฟ้าดิน”“คำนับบิดามารดา”“คำนับกันและกัน จบพิธี”เสวียนอ๋องหลังจากเข้าประตูห้องหอเข้ามา เขาก็ไม่รอช้า รีบจัดการเปิดผ้าปิดหน้าของเจ้าสาวและเริ่มปลดเสื้อผ้าของนางอย่างรวดเร็ว แต่แล้วเสียงทุบประตูก็ดังขึ้น ปึก! ปึก! “เสวียนอ๋องจะรีบเข้าหอไปไหนกันเปิดประตู ข้าและหว่านชิงขนสุราและอาหารมาดื่มกินกับพวกเจ้า”เสวียนอ๋องกลอกตามองบนอย่างไม่สบอารมณ์ ไท่จื่อท่านนี่มันมารขัดความสุขข้าชัด ๆ แต่แล้วเขาก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า ไท่จื่อเคยกล่าวขู่เขาไว้เนิ่นนานมาแล้วว่า ว
เช้าของวันใหม่อี๋เมิ่งและอี๋เหยาได้ให้บ่าวจัดเตรียมน้ำอาบให้กับทุกคน แต่ว่าดูเหมือนว่าทุกคนจะยังไม่อยากตื่น เพราะว่าเมื่อคืนกว่าพวกเขาจะพากันไปนอนก็ดึกดื่นค่อนคืน อีหมิงและเลี่ยงซูรีบกลับไปเอาอาภรณ์ชุดใหม่มาให้ไท่จื่อและเสวียนอ๋องให้พวกเขาได้เปลี่ยน แต่ว่าในเรือนใหญ่ยามนี้ยังคงปิดประตูเงียบสนิท หว่านชิงสภาพตอนนี้ เนื้อตัวของนางเต็มไปด้วยร่องรอยของการฝากรักจากไท่จื่อ นางนอนหลับใหลอย่างอ่อนเพลีย ขาของนางพาดอยู่บนใบหน้าของไท่จื่อ ส่วนศีรษะของนางพาดอยู่บนต้นขาของเขา สภาพร่างกายของไท่จื่อก็ไม่ต่างกัน บนลำคอของเขาเต็มไปด้วยร่องรอย ดูเหมือนว่าเมื่อคืนนี้พวกเขาจะทำสงครามกันอย่างหนักหน่วง จนยามนี้ไม่มีใครอยากลุกออกมาจากเตียงส่วนเสวียนอ๋องก็ไม่ด้อยไปกว่าคู่ของไท่จื่อ เตียงมีไม่นอน พากันลงมานอนอยู่บนพื้นด้านล่าง ยามนี้ฟู่อี้เหรินนอนก่ายอยู่บนตัวของเขา พวกเขาจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่สิ่งที่จดจำได้อย่างขึ้นใจก็คือ บทรักอันแสนหวานและเร่าร้อนที่พวกเขาได้มอบให้แก่กันส่วนคู่ของจางไป๋อวี้และฟู่อี้เฉิงพวกเขาตื่นขึ้นมาจัดหนักกันในยามรุ่งสาง จากนั้นก็พากันหลับไปอีกครั้ง ยามนี้คู่รักข้าวใหม่ปลาม
จางไป๋อวี้ ฟู่อวี้เหริน ต่างเข้ามาช่วยหว่านชิงทำอาหารอย่างสนุกสนาน เนื้อย่างไม่ต้องทำอะไรมากเพียงหมักเนื้อใส่เครื่องปรุงก็เป็นอันใช้ได้ หว่านชิงให้จื่อหานซื้อของสดมามากมายหลายอย่าง เนื้อหมู เนื้อวัว กุ้ง ไก่ หว่านชิงกำลังจะทำน้ำจิ้มจึงให้พวกนางช่วยแกะกระเทียม ฟู่อี้เหรินในระหว่างช่วยแกะกระเทียมก็เอ่ยถามหว่านชิงขึ้นมา“หว่านชิงเจ้าบอกว่าเนื้อคู่ของข้าอยู่ในงานเลี้ยงด้วย ถ้าเช่นนั้นเจ้าก็รู้นะสิว่าเขาคือใคร?” จางไป๋อวี้ได้ยินเช่นนั้นก็ตาโตด้วยความสนใจ รีบเข้ามาเกาะแขนหว่านชิงทันที “หว่านชิงถ้าเช่นนั้นเจ้าช่วยดูเนื้อคู่ให้ข้าอีกสักครั้งได้หรือไม่ ตอนนี้ดวงชะตาของข้าอาจเปลี่ยนไปแล้ว” หว่านชิงพยักหน้ารับ ก่อนจะรีบไปล้างมือแล้วกลับมาจับมือของจางไป๋อวี้ ภาพในนิมิตค่อย ๆ ปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง หว่านชิงยกยิ้มด้วยความพอใจ เนื้อคู่ของนางคือพี่ชายของฟู่อี้เหรินอย่างนั้นหรือ “เนื้อคู่ของพวกเจ้าทั้งสองคนก็อยู่ที่นี่ด้วย” หว่านชิงเอ่ยยิ้ม ๆ“อยู่ที่นี่!” พวกนางร้องออกมาด้วยความตกใจ“หว่านชิงเจ้าบอกมาเถอะว่าพวกเขาเป็นใคร” พวกนางรีบพุ่งมาจับแขนของหว่านชิงคนละข้าง แล้วส่งสายตาออดอ้อนมาให้ทันที
สามวันต่อมาทางราชสำนักก็ออกมาติดประกาศ ความผิดของเหล่าขุนนางและบทลงโทษ หลี่ซูเผิงถูกถอดจากตำแหน่งอัครมหาเสนาบดีและให้ติดคุกตลอดชีวิต เสนาบดีหลี่จงหยวนกรมยุติธรรมโทษติดคุกตลอดชีวิต เสนาบดีโจวหยางเฉิงโทษติดคุกตลอดชีวิต เสนาบดีสวี่ซูเฉินโทษติดคุกตลอดชีวิต ส่วนคนอื่น ๆ ที่ไม่ได้เป็นขุนนางแต่ได้ทำความผิด โทษติดคุก20ปี ประกาศต่อมาคือการประกาศยกเลิกการหมั้นหมาย ระหว่างคุณหนูโจวอวิ๋นเยว่และไท่จื่อเสวียนฮ่าวหยาง ประกาศต่อมาเป็นการประกาศยกเลิกการหมั้นหมาย ระหว่างคุณหนูสวี่ซูหรานและเสวียนอ๋อง เสวียนหรงจื้อประกาศต่อมาคือการประกาศ ให้มีการยกเลิกการค้าขายทาส หากตรวจพบว่ายังมีคนลักลอบค้าขาย จะถือว่ามีความผิดอย่างร้ายแรง โทษคือประหารชีวิต เมื่อมีประกาศออกมาเช่นนี้ บรรดาพ่อค้าทาสจำเป็นต้องเดินทางมาพบกับอวี้สื่อต้าฟู เพราะยามนี้ทาสที่พวกเขาซื้อมามีเป็นจำนวนมาก หากทางการประกาศออกมาเช่นนี้ หากว่าพวกเขาต้องปล่อยทาสไป พวกเขาย่อมขาดทุนไม่ใช่น้อยเลย หว่านชิงรับฟังปัญหาของพวกเขาอย่างเข้าใจ การค้าขายทาสมีมาอย่างยาวนาน จู่ ๆ มาประกาศให้ยกเลิก พ่อค้าย่อมตั้งตัวไม่ทัน“ทางการจะช่วยชดเชยเงินที่พวกท่านจ่ายไป แต่ต
หว่านชิงยิ้มออกมาอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้น “ถ้าเช่นนั้นข้าขอเลือกคนที่ตรวจดูดวงชะตาให้ก็แล้วกัน คุณหนูฟู่อี้เหรินท่านอยากตรวจดูเนื้อคู่ของท่านหรือไม่?” ฟู่อี้เหรินหน้าแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย แต่ก็พยักหน้าแล้วก้าวออกไป หว่านชิงเอื้อมมือไปจับมือของนาง ก่อนจะเอ่ยด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม“คุณหนูฟู่เนื้อคู่ของท่านอยู่ในงานเลี้ยงนี้ด้วยเจ้าค่ะ” พอจบคำพูดของหว่านชิง ฟู่อี้เหรินก็ตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ ฟู่อี้หยางและฟู่อี้เฉิงรีบมองหาบุรุษที่คิดว่าน่าจะเป็นไปได้ทันที หลายตระกูลที่พาบุตรชายมาด้วยต่างรู้สึกตื่นเต้น เพราะว่าตระกูลฟู่ร่ำรวยมาก หากใครได้เป็นลูกเขยคงสบายไปทั้งชาติ“บุรุษผู้นั้นสวมอาภรณ์สีเข้ม นิสัยส่วนตัวชอบปั้นหน้าดุเย็นชาราวกับเจ้าชายน้ำแข็ง” หว่านชิงจงใจที่จะไม่เปิดเผยออกไปมากนัก ไท่จื่อที่รู้อยู่แล้วว่าคนผู้นั้นเป็นใครก็หลุดขำออกมาอย่างเก็บอาการไม่อยู่“เจ้าขำเช่นนี้เจ้ารู้ใช่หรือไม่ว่าคนผู้นั้นเป็นใคร?” เสวียนอ๋องหันมาถามด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์“ข้าขำคำพูดของนางต่างหากเล่า นางไม่ได้บอกข้าแล้วข้าจะรู้ได้อย่างไร แต่ว่าเจ้าดูบุรุษผู้นั้นสิตรงตามคำทำนายของนางทุกกระเบียดนิ้วเล
“หากเป็นสหายกันแล้ว ข้าอนุญาตให้เจ้าเรียกข้าว่าหว่านชิง ส่วนข้าจะเรียกเจ้าว่าอี้เหรินและข้าก็อยากให้เจ้ามานั่งกับข้า” ฟู่อี้เหรินเริ่มประหม่าขึ้นมาทันที นางเป็นคนกระโดกกระเดกไม่เรียบร้อย หากต้องมานั่งร่วมกับเชื้อพระวงศ์ นางกลัวว่าจะทำให้บิดาขายหน้า หว่านชิงจับมือของนางมากุมเอาไว้ “ไม่ต้องกังวลทำตัวตามสบาย ก็แค่เชื้อพระวงศ์มีอะไรน่ากลัวกัน” ประโยคหลังนางเอ่ยเสียงเบา แต่ทว่าไท่จื่อเสวียนฮ่าวหยางก็ยังได้ยิน เขารีบยกมือมาบีบแก้มของนางเบา ๆ โดยไม่สนสายตาของผู้ใดเลยสักนิด ในเมื่อวันก่อนเขาประกาศออกไปแล้ว จะต้องมากังวลสิ่งใดอีก อย่างไรนางก็คือว่าที่พระชายาของเขา “ลิงทโมนน้อยอย่าดื้อให้มันมากนัก” “งื้อ…” หว่านชิงรีบมาจับมือของเขาเอาไว้ “ก็ดื้อแต่กับพระองค์ผู้เดียว” เขาได้ฟังก็ยิ้มออกมาเต็มใบหน้า ภายในใจเบ่งบานราวกับดอกไม้ได้รับหยาดฝน น่ารักจริง ๆ ลิงน้อยของข้า หากอยู่กันเพียงลำพังเขาคงดึงนางมากอดเอาไว้แล้ว รอกลับถึงจวนเขาจะกอดนางให้หนำใจ ฟู่อี้เหรินมองท่าทีของพวกเขาสองคนก่อนจะยิ้มออกมา พวกเขาสองคนชอบพอกันหรอกหรือ ถ้าเช่นนั้นนางก็คือว่าที่พระชายาหรือที่เรียกว่าไท่จื่อ







