LOGINทะลุมิติมาอยู่ในร่างของลูกสาวนางร้ายในตอนจบพอดี ซึ่งนางร้ายกำลังได้รับผลกรรมนั่นก็คือ พระเอกยื่นใบหย่าถูกลงโทษด้วยการโบยอย่างหนักแล้วขับออกจากจวน สองแม่ลูกนางร้ายต้องเผชิญชะตากรรมแสนเข็ญอย่างหนัก
View More
อี๋เมิ่งพานายสาวทั้งสองที่ร่างกายบาดเจ็บอย่างแสนสาหัส มาที่เรือนสับปะรังเคของนาง ยามนี้ไม่มีใครต้อนรับนายหญิงของนางและคุณหนู นายท่านฟ่านประกาศตัดขาดความสัมพันธ์พ่อลูกรวมทั้งหลานอย่างไร้เยื่อใย นางที่เป็นบ่าวที่จงรักภักดีไม่อาจทอดทิ้งเจ้านายที่กำลังลำบากและได้รับบาดเจ็บได้ลงคอ นางจึงพานายสาวและคุณหนูมารักษาตัวที่เรือนหลังเก่าของนาง
ฟ่านหว่านโหรวที่นอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียง นางพยายามพยุงร่างขึ้นมาอย่างยากลำบาก เพราะร่างกายปวดร้าวระบมจากการถูกโบย นางพยายามดึงปิ่นที่ปักอยู่บนผมออกมา จากนั้นก็ถอดกำไลบนข้อมือยื่นให้อี๋เมิ่ง “เจ้าเอาปิ่นกับกำไลนี่ไปขายแล้วซื้อยาและของใช้ที่จำเป็นมาเถอะ”
อี๋เมิ่งรับมาอย่างไม่อาจปฏิเสธได้ เพราะสถานการณ์ยามนี้คือต้องรีบไปซื้อยามารักษาโดยด่วน “อี๋เหยาเจ้าไปหากะละมังและผ้ามาเช็ดเลือด เดี๋ยวข้ากลับมา”
“เจ้าค่ะท่านแม่” อี๋เหยาที่เป็นลูกสาวของอี๋เมิ่งรีบผลุนผลันออกไปจัดการทันที
อี๋เมิ่งรีบนำกำไลและปิ่นหยกไปขายอย่างเร่งรีบ แม้จะได้เงินไม่มากนักแต่อย่างน้อยก็เพียงพอที่จะซื้อยาลดไข้และยาทาแผล
อี๋เมิ่งตรงไปที่ร้านขายยา แล้วซื้อยามาตามที่หมอเขียนใบสั่งยามาให้ โชคดีที่หมอเป็นคนคุ้นเคยกันดี และเขาก็รับรู้เรื่องราวมาแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น เขาจึงไม่ได้ซักถามอะไรมาก เขาเพียงเขียนใบสั่งยาและแนะนำการดูแลให้อี๋เมิ่งอย่างละเอียด
ฟ่านหว่านโหรวและกู้หว่านชิงมีอาการจับไข้ทั้งคืนจากอาการปวดระบมของบาดแผลที่ถูกโบย อี๋เมิ่งและอี๋เหยานั่งเฝ้ากันทั้งคืนเพราะเป็นห่วง สองแม่ลูกถูกปลุกมาให้กินยาแล้วก็หลับไป เป็นอยู่แบบนี้จนครบสามวันพวกนางจึงเริ่มดีขึ้น
กู้หว่านชิงนอนน้ำตาไหลพรากเพราะคิดถึงพ่อแม่ในยุคปัจจุบันที่เธอได้จากมา แต่พอพยุงร่างลุกขึ้นนั่ง เธอก็ต้องตกใจสุดขีดเมื่อมารดาที่เป็นนางร้ายในนิยาย หน้าเหมือนกับแม่ของเธอในยุคปัจจุบันไม่มีผิด นี่มันอะไรกัน! คนหน้าเหมือนกันหรือว่า เป็นแม่ของเธอจริง ๆ แต่ไม่น่าจะเป็นไปได้ ถึงไม่ใช่แม่ของเธอจริง ๆ แต่ใบหน้าเหมือนกันมากแบบนี้ เธอก็รู้สึกอุ่นใจอยู่มากทีเดียว
ฟ่านหว่านโหรวขยับเขามาจับมือบุตรสาวด้วยความเป็นห่วงและรู้สึกผิด ภายในใจรู้สึกเจ็บปวดมากกว่าแผลบนร่างกายมากมายนัก “แม่ขอโทษนะลูกรักที่ทำให้เจ้าต้องเจ็บตัวเช่นนี้”
พีรดาในร่างของกู้หว่านชิงยิ้มอ่อนให้มารดา ถึงจะเป็นคนหน้าเหมือนกัน แต่นางคือมารดาของร่างนี้ และใบหน้าของนางก็เหมือนแม่ของเธอทุกอย่าง แค่นี้เธอก็ดีใจมากแล้ว “ข้าไม่เป็นไรแล้วเจ้าค่ะท่านแม่”
“ลูกแม่…แม่ขอโทษนะที่ทำให้เจ้าลำบาก” ฟ่านหว่านโหรวร้องไห้ออกมาอย่างกลั้นเอาไว้ไม่อยู่อีกต่อไป เพราะรู้สึกเจ็บปวดภายในใจเหลือคณานับ กู้หว่านชิงพยายามขยับร่างอย่างยากลำบาก เพื่อมาสวมกอดมารดาเพื่อให้กำลังใจซึ่งกันและกัน
เธอรู้และเข้าใจเรื่องราวเป็นอย่างดีเพราะอ่านนิยายมา มันเป็นตอนจบของนิยายที่นางร้ายได้รับผลกรรม แต่ต่อจากนี้เธอไม่รู้เลยว่าเรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป ไม่มีเงิน ไม่มีบ้าน สงสัยสวรรค์คงจะอยากทดสอบความอดทนและสามารถของเธอ
“ท่านแม่อย่าโทษตนเองเลยเจ้าค่ะ อย่างน้อยเราก็ยังมีกันและกัน มีป้าอี๋เมิ่ง มีอี๋เหยา แต่ว่าท่านแม่ข้าอยากจะขอร้อง ในเมื่อพวกเราถูกตัดขาดจากพวกเขาแล้ว ข้าอยากให้ท่านแม่ลืมทุกอย่างให้หมด ข้าก็จะลืมทุกอย่างเช่นเดียวกัน เรามาเริ่มต้นใหม่กันนะเจ้าคะ ต่อจากนี้ข้าจะดูแลท่านแม่เองเจ้าค่ะ” นางคิดว่าควรบอกให้มารดาเปลี่ยนแปลงตัวเอง เพราะกู้หว่านชิงก็ไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไปแล้ว
ฟ่านหว่านโหรวมองบุตรสาวตรงหน้าด้วยสายตาครุ่นคิด ก่อนจะใคร่ครวญไตร่ตรองอย่างจริงจัง นางและลูกทำตัวร้ายกาจจนสภาพเป็นเช่นนี้ หากว่าไม่ปรับเปลี่ยนนิสัย วันข้างหน้าก็ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร บทเรียนที่ได้รับในครั้งนี้นางจะจดจำให้ขึ้นใจ และจะไม่กลับไปทำตัวเช่นนั้นอีกแล้ว
“หากว่าเป็นความต้องการของเจ้า แม่จะลืมและเริ่มต้นใหม่อย่างที่เจ้าว่า เรามาเริ่มต้นใหม่ไปด้วยกัน”
“ขอบคุณเจ้าค่ะท่านแม่ ท่านแม่ไม่ต้องกังวล ต่อไปข้าจะดูแลท่านแม่เองเจ้าค่ะ” ฟ่านหว่านโหรวได้ยินก็น้ำตาไหลออกมาอีกครั้งด้วยความตื้นตันใจ นางกอดกู้หว่านชิงแน่น ถ่ายทอดความรู้สึกอบอุ่นให้บุตรสาวด้วยความรักทั้งหมดที่มี
จุดจบของนางร้ายในเรื่องนี้ คือถูกขับออกจากจวน ไม่มีบ้านไม่มีทรัพย์สินเงินทอง สิ้นเนื้อประดาตัว ต้องมาอาศัยบ้านหลังเก่าของป้าอี๋เมิ่งมารดาของอี๋เหยา เครื่องประดับที่พอจะติดตัวมา มารดาของนางก็ขายไปแล้ว แต่ยังมีปิ่นของนางกับกำไล กว่าจะหาวิธีหาเงินได้ นางคงต้องขายมันเพื่อมาประทังชีวิตด้วยเช่นกัน
“ในเมื่อบิดาเจ้าหย่าขาดกับข้าแล้ว ทางตระกูลฟ่านก็ตัดขาดกับพวกเรา เรามาเปลี่ยนแซ่เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่กันดีหรือไม่?” ฟ่านหว่านโหรวเอ่ยขึ้นมาอย่างตัดสินใจอย่างแน่วแน่
“หากท่านแม่ตัดสินใจดีแล้ว ข้ายังไงก็ได้เจ้าค่ะ”
“แม่ชอบคำว่า ฉือที่แปลว่าเมตตา ฉือหว่านชิง ฉือหว่านโหรว เป็นอย่างไรดีหรือไม่?”
“ดีเจ้าค่ะ”
“อี๋เมิ่งข้าขอบใจเจ้ามากนะที่ไม่ทิ้งข้าและลูก” ฉือหว่านโหรวเอ่ยด้วยความซาบซึ้งใจ โชคดีที่นางมีบ่าวที่จงรักภักดีมากเช่นนี้ ในวันข้างหน้านางจะต้องตอบแทนบุญคุณในครั้งนี้อย่างแน่นอน
“นายหญิงช่วยเหลือบ่าวและลูกจากการถูกทำร้าย แล้วยังพาบ่าวกับลูกมาอยู่ด้วย บุญคุณของนายหญิงบ่าวจดจำไม่มีวันลืมเจ้าค่ะ หากตอบแทนได้บ่าวย่อมยินดีทำเจ้าค่ะ”
อี๋เหยาเอ่ยขึ้นมาอย่างจงรักภักดีและให้ความเคารพฉือหว่านโหรวอย่างไม่เปลี่ยนแปลง สองแม่ลูกพอได้ยินก็ถึงกับน้ำตาคลอเบ้า คนเราจะเห็นความจริงใจกันอย่างแท้จริงก็ยามลำบากเช่นนี้
สองปีต่อมางานสมรสถูกจัดขึ้นมาอย่างยิ่งใหญ่ ยามนี้หว่านชิงพร้อมแล้วที่จะเป็นไท่จื่อเฟย ส่วนฟู่อี้เหรินก็พร้อมแล้วที่จะเป็นหวางเฟย งานแต่งงานถูกจัดขึ้นพร้อมกันทั้งสองคู่ เพราะเป็นความต้องการของไท่จื่อเสวียนฮ่าวหยางและหว่านชิงราชสำนักตกแต่งประดับวังหลวงอย่างงดงาม ผ้าแดงถูกปูลงบนพื้นยาวจนถึงหน้าประตูวังคู่แรกเป็นไท่จื่อเสวียนฮ่าวหยางและฉือหว่านชิง คู่ที่สองเป็นเสวียนหรงจื้อและฟู่อี้เหริน ทั้งสองฝั่งทางเดินมีทหารและขุนนาง ต่างแต่งกายเต็มยศเพื่อร่วมเป็นเกียรติในการสมรสในครั้งนี้ ญาติและคนในรอบครัวของฝั่งเจ้าสาวต่างยืนมองด้วยตาปลาบปลื้มใจ“คำนับฟ้าดิน”“คำนับบิดามารดา”“คำนับกันและกัน จบพิธี”เสวียนอ๋องหลังจากเข้าประตูห้องหอเข้ามา เขาก็ไม่รอช้า รีบจัดการเปิดผ้าปิดหน้าของเจ้าสาวและเริ่มปลดเสื้อผ้าของนางอย่างรวดเร็ว แต่แล้วเสียงทุบประตูก็ดังขึ้น ปึก! ปึก! “เสวียนอ๋องจะรีบเข้าหอไปไหนกันเปิดประตู ข้าและหว่านชิงขนสุราและอาหารมาดื่มกินกับพวกเจ้า”เสวียนอ๋องกลอกตามองบนอย่างไม่สบอารมณ์ ไท่จื่อท่านนี่มันมารขัดความสุขข้าชัด ๆ แต่แล้วเขาก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า ไท่จื่อเคยกล่าวขู่เขาไว้เนิ่นนานมาแล้วว่า ว
เช้าของวันใหม่อี๋เมิ่งและอี๋เหยาได้ให้บ่าวจัดเตรียมน้ำอาบให้กับทุกคน แต่ว่าดูเหมือนว่าทุกคนจะยังไม่อยากตื่น เพราะว่าเมื่อคืนกว่าพวกเขาจะพากันไปนอนก็ดึกดื่นค่อนคืน อีหมิงและเลี่ยงซูรีบกลับไปเอาอาภรณ์ชุดใหม่มาให้ไท่จื่อและเสวียนอ๋องให้พวกเขาได้เปลี่ยน แต่ว่าในเรือนใหญ่ยามนี้ยังคงปิดประตูเงียบสนิท หว่านชิงสภาพตอนนี้ เนื้อตัวของนางเต็มไปด้วยร่องรอยของการฝากรักจากไท่จื่อ นางนอนหลับใหลอย่างอ่อนเพลีย ขาของนางพาดอยู่บนใบหน้าของไท่จื่อ ส่วนศีรษะของนางพาดอยู่บนต้นขาของเขา สภาพร่างกายของไท่จื่อก็ไม่ต่างกัน บนลำคอของเขาเต็มไปด้วยร่องรอย ดูเหมือนว่าเมื่อคืนนี้พวกเขาจะทำสงครามกันอย่างหนักหน่วง จนยามนี้ไม่มีใครอยากลุกออกมาจากเตียงส่วนเสวียนอ๋องก็ไม่ด้อยไปกว่าคู่ของไท่จื่อ เตียงมีไม่นอน พากันลงมานอนอยู่บนพื้นด้านล่าง ยามนี้ฟู่อี้เหรินนอนก่ายอยู่บนตัวของเขา พวกเขาจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่สิ่งที่จดจำได้อย่างขึ้นใจก็คือ บทรักอันแสนหวานและเร่าร้อนที่พวกเขาได้มอบให้แก่กันส่วนคู่ของจางไป๋อวี้และฟู่อี้เฉิงพวกเขาตื่นขึ้นมาจัดหนักกันในยามรุ่งสาง จากนั้นก็พากันหลับไปอีกครั้ง ยามนี้คู่รักข้าวใหม่ปลาม
จางไป๋อวี้ ฟู่อวี้เหริน ต่างเข้ามาช่วยหว่านชิงทำอาหารอย่างสนุกสนาน เนื้อย่างไม่ต้องทำอะไรมากเพียงหมักเนื้อใส่เครื่องปรุงก็เป็นอันใช้ได้ หว่านชิงให้จื่อหานซื้อของสดมามากมายหลายอย่าง เนื้อหมู เนื้อวัว กุ้ง ไก่ หว่านชิงกำลังจะทำน้ำจิ้มจึงให้พวกนางช่วยแกะกระเทียม ฟู่อี้เหรินในระหว่างช่วยแกะกระเทียมก็เอ่ยถามหว่านชิงขึ้นมา“หว่านชิงเจ้าบอกว่าเนื้อคู่ของข้าอยู่ในงานเลี้ยงด้วย ถ้าเช่นนั้นเจ้าก็รู้นะสิว่าเขาคือใคร?” จางไป๋อวี้ได้ยินเช่นนั้นก็ตาโตด้วยความสนใจ รีบเข้ามาเกาะแขนหว่านชิงทันที “หว่านชิงถ้าเช่นนั้นเจ้าช่วยดูเนื้อคู่ให้ข้าอีกสักครั้งได้หรือไม่ ตอนนี้ดวงชะตาของข้าอาจเปลี่ยนไปแล้ว” หว่านชิงพยักหน้ารับ ก่อนจะรีบไปล้างมือแล้วกลับมาจับมือของจางไป๋อวี้ ภาพในนิมิตค่อย ๆ ปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง หว่านชิงยกยิ้มด้วยความพอใจ เนื้อคู่ของนางคือพี่ชายของฟู่อี้เหรินอย่างนั้นหรือ “เนื้อคู่ของพวกเจ้าทั้งสองคนก็อยู่ที่นี่ด้วย” หว่านชิงเอ่ยยิ้ม ๆ“อยู่ที่นี่!” พวกนางร้องออกมาด้วยความตกใจ“หว่านชิงเจ้าบอกมาเถอะว่าพวกเขาเป็นใคร” พวกนางรีบพุ่งมาจับแขนของหว่านชิงคนละข้าง แล้วส่งสายตาออดอ้อนมาให้ทันที
สามวันต่อมาทางราชสำนักก็ออกมาติดประกาศ ความผิดของเหล่าขุนนางและบทลงโทษ หลี่ซูเผิงถูกถอดจากตำแหน่งอัครมหาเสนาบดีและให้ติดคุกตลอดชีวิต เสนาบดีหลี่จงหยวนกรมยุติธรรมโทษติดคุกตลอดชีวิต เสนาบดีโจวหยางเฉิงโทษติดคุกตลอดชีวิต เสนาบดีสวี่ซูเฉินโทษติดคุกตลอดชีวิต ส่วนคนอื่น ๆ ที่ไม่ได้เป็นขุนนางแต่ได้ทำความผิด โทษติดคุก20ปี ประกาศต่อมาคือการประกาศยกเลิกการหมั้นหมาย ระหว่างคุณหนูโจวอวิ๋นเยว่และไท่จื่อเสวียนฮ่าวหยาง ประกาศต่อมาเป็นการประกาศยกเลิกการหมั้นหมาย ระหว่างคุณหนูสวี่ซูหรานและเสวียนอ๋อง เสวียนหรงจื้อประกาศต่อมาคือการประกาศ ให้มีการยกเลิกการค้าขายทาส หากตรวจพบว่ายังมีคนลักลอบค้าขาย จะถือว่ามีความผิดอย่างร้ายแรง โทษคือประหารชีวิต เมื่อมีประกาศออกมาเช่นนี้ บรรดาพ่อค้าทาสจำเป็นต้องเดินทางมาพบกับอวี้สื่อต้าฟู เพราะยามนี้ทาสที่พวกเขาซื้อมามีเป็นจำนวนมาก หากทางการประกาศออกมาเช่นนี้ หากว่าพวกเขาต้องปล่อยทาสไป พวกเขาย่อมขาดทุนไม่ใช่น้อยเลย หว่านชิงรับฟังปัญหาของพวกเขาอย่างเข้าใจ การค้าขายทาสมีมาอย่างยาวนาน จู่ ๆ มาประกาศให้ยกเลิก พ่อค้าย่อมตั้งตัวไม่ทัน“ทางการจะช่วยชดเชยเงินที่พวกท่านจ่ายไป แต่ต





