Share

บทที่5

last update Last Updated: 2025-11-08 10:49:10

บทที่ 5

เมื่อจ้าวลู่เจินมาถึงโรงพยาบาลเหรินซินที่ถูกปลุกจากยาสลบก่อนออกจากห้องผ่าตัดก็หลับไปอีกครั้งเพราะฤทธิ์ยาแก้ปวดที่หมอสั่งฉีดให้ ดังนั้นภาพที่จ้าวลู่เฉินกลับมาพบจึงเป็นร่างที่บอบบางหลับสนิทอยู่บนเตียงคนป่วยกับสายระบายเลือดออกจากปอดและขาที่ถูกผ่าตัดและใส่เฝือกเรียบร้อยแล้วเท่านั้น

"เป็นยังไงบ้าง"

ชายหนุ่มสอบถามเอากับกงเหยียนที่นั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงคนป่วย หลังจากที่หญิงสาวหลับไปแล้วด้วยฤทธิ์ของยาระงับปวด

"คุณเหรินซินรู้สึกตัวดีครับตอนออกจากห้องผ่าตัดตอนที่ย้ายมาลงเตียง แต่เพราะคุณหมอเพิ่งสั่งยาแก้ปวดให้เธอจึงหลับไปเพราะเหมือนเธอจะปวดแผลมากจนเพ้อเลยครับ"

กงเหยียนลุกขึ้นรายงานผู้เป็นนายด้วยท่าทางจริงจังเช่นเดิม ฟังอาการจากปากของเลขาคนสนิทแล้วจ้าวลู่เฉินก็ยิ่งเจ็บปวดที่ตนเองปล่อยให้อีกฝ่ายต้องมาพบเจอกับเรื่องร้ายแรงถึงขนาดนี้ ยิ่งเขามองดูร่างบอบบางที่หลับสนิทอยู่บนเตียงผู้ป่วยก็ยิ่งปวดใจ เพราะเธอก็ตัวเล็กเท่านี้แต่ต้องต่อสู้กับบาดแผลสาหัสมันเกินไปจริง ๆ

"นายกลับไปพักเถอะ แล้วอย่าลืมเร่งคนของเราจับตัวป๋อจิ้งมาให้ฉันเร็วที่สุดด้วยนะฉันอยากจะกระทืบมันให้เร็วที่สุด!"

"ครับคุณชายรอง"

กงเหยียนจากไปแล้วจ้าวลู่เฉินจึงหันไปดูทางคนป่วย มือแกร่งเอื้อมไปลูบศีรษะของหญิงสาวด้วยความเอ็นดูผสานห่วงใย เหรินซินในยามนี้น่าสงสารจับใจ หญิงสาวอายุเพียง21ปี ตัวคนเดียวไม่สมควรต้องมาพบเจอเหตุการณ์เลวร้ายเช่นนี้ หากเขาเอง3ปีที่ผ่านมาก็มีหน้าที่สำคัญซึ่งยังยากจะปลีกตัวไปดูแลเธอได้ แต่เขาก็วางแผนเอาไว้แล้วว่าอีกไม่เกิน3เดือนจะไปรับเธอมาอยู่หนานจิ้งด้วยกันแต่วันนี้กลับเกิดเหตุร้ายขึ้นมาเสียก่อน

"อืม...ฟาโรห์..."

คนป่วยพึมพำบางอย่างจ้าวลู่เฉินจึงขยับกายก้มลงไปฟังว่าหญิงสาวกล่าวว่าอะไร พอได้ฟังจนแน่ใจก็ถอนหายใจ รู้สึกผิดขึ้นมาอีกหลายขุมเมื่อเข้าใจกระจ่างว่าบัดนี้สำหรับหญิงสาวเธอเหลือแค่แมวส้มเป็นครอบครัวเท่านั้น

"ไม่ต้องห่วงมันหรอก พี่สัญญาจะดูแลมันให้ดี เธอเองก็ต้องรีบหายไวไวนะเหรินซิน"

"อือ"

ญาติข้างเตียงต่างมองมายังเตียงคนป่วยที่มาใหม่แล้วก็อมยิ้มกับภาพหนุ่มสาวที่ฝ่ายชายดูจะเป็นห่วงเป็นใยฝ่ายหญิงมากจริง ๆ ตลอดคืนนั้นเหรินซินหลับ ๆ ตื่น ๆ เพราะฤทธิ์ของอาการบาดเจ็บ ไม่ว่าจะเป็นซี่โครงหักภายในไหนจะยังเป็นขาที่หักกระดูกทิ่มเนื้อทะลุออกมาอีก ดังนั้นพยาบาลจึงวิ่งเข้าวิ่งออกฉีดยาระงับปวดให้แก่เธอแทบจะทุก2ชั่วโมง

จ้าวลู่เฉินจึงไม่ได้นอนทั้งคืน พอถึงช่วงเช้า ชายหนุ่มก็ช่วยพยาบาลเช็ดตัวให้กับเธออย่างไม่เคยทำให้ใครมาก่อน ความรักระหว่างชายหญิงนั้นยังไม่ได้บังเกิด หากแต่ความผูกพันที่อีกฝ่ายเป็นน้องสาวของเหรินเซียวนั้นเหนียวแน่นมากเหลือเกิน จนช่วงสายรอจนหมอมาตรวจอาการของหญิงสาวอีกครั้งพร้อมกับเพิ่มขนาดยาระงับปวดให้กับเหรินซินเรียบร้อยแล้วจ้าวลู่เฉินจึงกลับบ้านสกุลจ้าวโดยก่อนหน้านั้นเขาได้โทรศัพท์ให้จางจงรับเอาหลิวมี่ติดรถมาด้วย เพื่อจะได้อยู่ดูแลเหรินซินแทนเขาในช่วงที่ตนเองหลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ากับแวะไปดูงานที่หงส์เพลิงกรุ๊ปในฐานะนายใหญ่อีกด้วย ส่วนเหรินซินตอนนี้อาการยังไม่เหมาะที่จะย้ายไปพักในห้องพิเศษคงต้องอยู่อาการในห้องรวมต่อไปอย่างน้อยก็คงอีกราว3วัน

"หากระหว่างที่ฉันไม่อยู่แล้วเกิดอะไรขึ้นเธอต้องรีบติดต่อไปหาฉันหรือไม่ก็กงเหยียนทันทีนะหลิวมี่"

ถึงจะกำชับสาวใช้เป็นอย่างดีแล้วสุดท้ายจ้าวลู่เฉินนั้นก็ยังคงทิ้งเฉียงเว่ยเอาไว้ที่โรงพยาบาลเพื่อคุ้มกันเหรินซินอยู่ดี เพราะบนเส้นทางที่เขาเลือกเดินนั้นศัตรูมามากยิ่งกว่าเม็ดทรายแล้วกระมังตลอด3ปีมานี้ ไม่ว่าจะงานสีเทา สีขาว หรือดำ ตลอด3ปีมานี้เขาจับผ่านมือมาแล้วทั้งหมด

"กลับมาได้แล้วหรือไอ้ลูกทรพี!"

แต่ที่จ้าวลู่เฉินคาดไม่ถึงก็คือบิดาของตนเองจะยังรอคอยการกลับมาของเขาอย่างผิดปกติ ชายหนุ่มจำได้ว่าครั้งแรกที่ท่านนายพลจ้าวมานั่งเฝ้ารอเขาเช่นนี้คงเป็นครั้งที่ตนเองตัดสินใจลาออกจากราชการทหารเมื่อ3ปีก่อน ครั้งนี้คาดว่าบิดาของตนเองนั้นอย่างไรก็คงไม่เปิดใจยอมรับเหรินซินอย่างแน่นอน ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วก้าวเท้ามั่นคงเดินผ่านหน้าของบิดาด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก

"หยุดนะไอ้ลู่เฉิน!"

ท่านนายพลจ้าวตรงเข้าไปกระชากแขนของบุตรชายคนรองเอาไว้ ครั้งนี้เขาโกรธมากจริง ๆ ที่จ้าวลู่เฉินแอบไปแต่งงานโดยไม่บอกกล่าวให้เขารับรู้ไม่พอผู้หญิงคนนั้นยังมีแต่ตัวอีกด้วย ยากจนเป็นคนบ้านนอก สะใภ้สกุลจ้าวทุกคนไม่เคยต่ำต้อยเช่นนี้มาก่อนหลายชั่วอายุ เขายอมไม่ได้เด็ดขาด ยิ่งช่วงนี้เขากำลังลำบากถูกหม่าเจินจูข่มเหงอย่างหนักทำให้ท่านนายพลจ้าวคิดจะแต่งสะใภ้รองมาส่งเสริมฐานะของเขาอีกคนเพื่อจะได้สู้กลับภรรยาเอกของตนเองได้แต่เจ้าลูกไม่รักดีมันกลับไม่เป็นดังใจของเขาเลยสักอย่าง

"พอเถอะครับท่านนายพล ยังไงผมก็ยังคงคำตอบเดิม คือไม่มีวันแต่งงานกับคุณหนูอะไรคนนั้นผมมีภรรยาแล้ว เหรินซินคือคนที่ผมยกย่องว่าเป็น‘เมีย’แค่คนเดียวเท่านั้น"

"ไอ้ลูกบัดซบ!"

ผลัวะ!

เป็นอีกครั้งที่จ้าวลู่เฉินถูกบิดาตบหน้า แต่เขาชาชินกับมันแล้ว บิดาของเขานั้นเป็นผู้ชายหัวเก่ายึดถือฐานะเป็นหลัก ที่สำคัญก็คือทุกสิ่งของลูก ๆ คนเป็นบิดาต้องชี้ทางให้เดินเท่านั้นดังเช่นพี่ใหญ่ จ้าวลู่คังที่ถูกบังคับให้แต่งงานกับคุณหนูสกุลซูก็เพื่อผลประโยชน์เท่านั้นไม่สนใจสักนิดว่าจ้าวลู่คังจะรู้สึกอย่างไร

"ท่านนายพลจะฆ่าผมให้ตายก็ได้แต่ผมไม่มีวันหย่ากับเหรินซินแน่นอน"

จ้าวลู่เฉินพูดจบก็หันหลังเตรียมจะจากไปเก็บข้าวของเพื่อจะได้ย้ายออกอยู่ข้างนอกเพราะเขาเลือกความปลอดภัยและสบายใจของเหรินซินเป็นที่หนึ่งในเมื่อบิดาของเขาแสดงออกชัดเจนถึงเพียงนี้ว่าไม่ยอมรับเธอเขาก็จะไม่พาหญิงสาวเข้ามาให้ลำบากใจ

"หากแกกล้าจะเดินออกจากสกุลจ้าววันนี้ความเป็นพ่อลูกของเราก็ถือว่าขาดกันไอ้ลูกอกตัญญู!"

เท้าแกร่งของจ้าวลู่เฉินหยุดนิ่งลงทันใดเพราะนี่อาจนับเป็นครั้งแรกที่ท่านนายพลจ้าวนั้นเอ่ยตัดสัมพันธ์พ่อลูกด้วยน้ำเสียงและสีหน้าจริงจังเช่นนี้ชายหนุ่มใจหายอยู่มากแต่ภาพของเหรินเซียวก็ทำให้เขาคิดได้ว่าตัวของเขาถึงบิดาตัดขาดสายสัมพันธ์ก็ยังมีมารดาเลี้ยงกับพี่ชายต่างมารดาที่เอ็นดูไม่เคยทอดทิ้งผิดกับเหรินซินที่ไม่มีใครอีกแล้วหากเขาทอดทิ้งเธอ

"อย่างนั้นก็คงต้องแล้วแต่ท่านนายพลจะตัดสินใจเถอะครับผมอย่างไรก็ได้"

เผียะ!

ฝ่ามือแกร่งของจ้าวป๋อเหวินนั้นฟาดเปรี้ยงบนใบหน้าหล่อเหลาของบุตรชายคนรองด้วยโทสะเต็มเปี่ยม หากแต่จ้าวลู่เฉินกลับเช็ดเลือดแล้วหัวเราะน้อย ๆ เพราะชินชากับนิสัยเอาแต่ใจตนเองเป็นใหญ่มา29ปีแล้วนั่นเอง

"จะตีผมให้ตายก็ได้ แต่ผมไม่มีวันทำตามใจของท่านนายพลหรอกนะครับ ปกติผมก็เป็นลูกอกตัญญูมาตลอดชีวิตอยู่แล้วจะเป็นต่อไปก็ไม่น่าจะผิดแปลกอะไร"

"ไอ้!"

"หยุดนะ!"

เสียงหวานแต่ก็ทรงอำนาจอยู่ในทีดังขึ้นก่อนที่ร่างบอบบางของหม่าเจินจูหรือคุณนายใหญ่ของท่านนายพลจ้าวปรากฏมาพร้อมกับบุตรชายคนโตที่พุ่งตัวเอาร่างมาบังกำปั้นของบิดาที่มุ่งเป้าหมายมายังน้องชายคนรองได้ทันท่วงที

"กับทหารใต้บังคับบัญชาท่านนายพลจะตบตีหรือลงโทษยังไงฉันไม่ยุ่งนะคะ แต่ที่บ้านกับลูก ๆ ฉันเคยขอไปหลายครั้งแล้วว่าอย่าลงไม้ลงมือ"

สตรีสาวใหญ่ผู้มีใบหน้างดงามลืมวัยหากไม่รู้อายุจริงคงคิดว่าเธอเพิ่งจะ30ตอนปลายเท่านั้นเอ่ยขึ้นก่อนที่จะเอาเรือนร่างอรชรของตนเองนั้นก้าวมาบดบังเรือนกายสูงใหญ่ของบุตรชายทั้งสองเอาไว้ไม่สนใจว่าตนเองตัวเล็กตัวน้อยเพียงใด

"เธออย่ามายุ่งดีกว่าเจินจู" จ้าวป๋อเหวินกล่าว

"ฉันไม่ยุ่งไม่ได้หรอกค่ะ ที่นี่สกุลจ้าวไม่ใช่กองทัพหรือค่ายทหารของท่านนายพล"

"เธอ!"

"พอเถอะค่ะ! อาคังพาอาเฉินไปทำแผลเถอะ"

หม่าเจินจูจัดการออกหน้าเช่นนี้ท่านนายพลที่ช่วงหลังมานี้ต้องพึ่งพาอาศัยเงินทองและทรัพย์สินของสกุลหม่าก็จำใจต้องปิดปากเมินหน้าหนีภรรยาคนแรกของตนเองและสุดท้ายจึงสะบัดมือเดินหนีไปหาภรรยาคนที่สามแทนเพราะรู้ดีว่าบัดนี้ตนเองทำอะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว

"จงจำเอาไว้นะลู่เฉินหากแกกล้าจะย้ายออกไปอยู่กับนังผู้หญิงคนนั้นระหว่างเราพ่อลูกก็ขาดกัน!"

แต่ก่อนจะก้าวขาจากไปจ้าวป๋อเหวินก็ยังหันไปกล่าววาจาข่มขู่บุตรชายคนรองเอาไว้อีกคำรบหนึ่งแต่จ้าวลู่เฉินก็ยังคงนิ่งเฉย

"ไปทำแผลก่อนเถอะอาเฉิน อย่าไปสนใจเขาเลย"

"ไม่เป็นไรครับแม่ใหญ่ผมขอไปเก็บของก่อนดีกว่าประเดี๋ยวจะต้องรีบไปดูเหรินซินที่โรงพยาบาลอีกครับ"

"แต่แผล..."

"ไม่เป็นอะไรครับแม่ใหญ่ผมรีบ"

"นายจะไปจากบ้านสกุลจ้าวจริงหรือ" จ้าวลู่คังชายหนุ่มวัย31ปีเอ่ยถามน้องชายด้วยสีหน้าห่วงใยจากใจจริง

"ครับพี่ใหญ่"

"อย่าไปเลยนะอาเฉิน แม่ใหญ่จะช่วยพูดกับท่านนายพลให้เอง"

"นั่นสิ ฉันจะช่วยด้วยอีกแรง"

"อย่าเลยครับ พี่ใหญ่ แม่ใหญ่ ผมไปนะดีที่สุดแล้ว อย่าให้เป็นเพราะผมที่ต้องทำให้แม่ใหญ่กับพี่ใหญ่ต้องลำบากใจเลยคนแบบท่านนายพลจ้าวหากเขาไม่ยอมรับก็คือไม่ยอมรับแต่จะให้ผมทอดทิ้งเหรินซินผมก็ทำไม่ได้ดังนั้นผมออกไปคือทางออกครับ"

"อาเฉิน...เอาเถอะ แม่ใหญ่เคารพการตัดสินใจของอาเฉิน" หม่าเจินจูไม่อยากบีบบังคับใจบุตรชายคนรองเพราะอย่างไรเขาก็โตเป็นผู้ใหญ่อายุตั้ง29ปีเต็มแล้วนางไม่ควรเข้าไปก้าวก่ายกับเขาเกินไป

เหตุการณ์ดังกล่าวตกอยู่ในสายตาคู่หนึ่งมาโดยตลอดพอมีโอกาสขณะที่จ้าวลู่เฉินเข้าไปเก็บของบางอย่างในห้องทำงานหญิงสาวคนดังกล่าวจึงแทรกกายแอบตามติดเข้าไปทันที

"ออกไป!"

พอชายหนุ่มได้ยินเสียงกดล็อกดังมาจากประตูของเขาชายหนุ่มจึงหันขวับกลับไปยังต้นเสียงเมื่อเห็นว่าเป็นใครใบหน้าของเขาก็แสดงอารมณ์ไม่พอใจออกมาอย่างชัดเจนพร้อมกับเอ่ยวาจาขับไล่อย่างไม่ไว้หน้าอีกฝ่ายทันที

"พี่คิดดีแล้วหรือ"

"ไม่เกี่ยวอะไรกับเธอออกไป!"

จ้าวลู่เฉินไม่ได้ไล่เพียงคำพูดแต่ทว่าเขาเดินทางไปที่ประตูพร้อมกับปลดกลอนและกระชากมันออก ก่อนจะใช้สายตาเย็นชามองกดดันให้หญิงสาวผู้มีฐานะเป็นพี่สะใภ้ของตนเองออกไปจากห้องทำงานที่กำลังจะกลายเป็นอดีตของตนเองนิ่ง

"แต่ฉันหวังดีกับพี่นะคะ"

"ไม่จำเป็น!"

พอดีกับที่ลุงเหอขึ้นมาช่วยคุณชายรองของตนเองขนเอกสารที่สำคัญพอดี‘ซูเมิ่งจี’ผู้เป็นสะใภ้คนโตของท่านนายพลจ้าวจึงจำใจต้องก้าวจากไป ชายหนุ่มได้แต่ส่ายศีรษะพลางถอนใจเฮือกใหญ่ก่อนจะไม่พูดอะไรกับใครอีก เขาเร่งมือเก็บของเพราะอยากรีบกลับไปดูแลเหรินซินให้เต็มที่

"หากมีอะไรก็โทรหรือให้คนของนายมาแจ้งกับฉันได้ตลอดนะลู่เฉิน เรายังเป็นครอบครัวเป็นพี่น้องกันเสมอไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน"

"ใช่มีอะไรก็จำไว้ว่ายังมีแม่ใหญ่กับพี่ใหญ่นะอาเฉิน"

จ้าวลู่คังและหม่าเจินจูออกมาส่งจ้าวลู่เฉินพร้อมกำชับอีกฝ่ายหนักแน่นเพราะรู้นิสัยของอีกฝ่ายดีกว่าท่านนายพลผู้เป็นบิดานั่นเอง จ้าวลู่เฉินรับปากก่อนจะก้าวขึ้นรถจากมา แต่พอพ้นออกมาจากประตูใหญ่กลับพบเข้ากับรถของซูเมิ่งจีจอดรออยู่

"คุณชาย..."

จางจงหันมาคล้ายจะถาม

"ไม่ต้องจอดฉันรีบ"

จางจงแอบพ่นลมหายใจออกทางปาก ส่วนจ้าวลู่เฉินนั้นไม่ได้เหลือบสายตาไปมองหน้างดงามของคนเป็นพี่สะใภ้คนโตแม้แต่น้อย เขาสนใจเพียงเกาคางให้กับเจ้าเหมียวสีส้มตัวอ้วนที่กำลังคลอเคลียอยู่บนตักของเขาเท่านั้น ทำให้ซูเมิ่งจีโกรธจนหัวฟัดหัวเหวี่ยงที่จ้าวลู่เฉินเมินเฉยกับตนเองราวกับเธอเป็นอากาศอันว่างเปล่าเท่านั้น...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทะลุมิติมาเป็นสะใภ้แสนชังยุค80    ตอนพิเศษ (3)

    เหรินซินทุ่มเทให้เวลากับลูกในทุกช่วงวัยจนเมื่อพวกเขาอายุได้7ขวบ เธอถึงได้กลับมาเขียนนิยายอย่างจริงจังอีกครั้ง ส่วนจ้าวลู่เฉินนั้นทุกวันนี้ก็เป็นหนุ่มใหญ่วัยต้น40ที่มีแต่ความหล่อเหลาจนมีหลายครั้งที่เธอยังก้มมองตัวเองว่าทุกวันนี้โทรมจนไม่คู่ควรกับสามีไปแล้วกระมัง“คิดอะไรแบบนั้นกัน โทรมก็แค่ดูแลตัวเองใหม่ อย่าลืมสิ สามีของเธอมีเงินเยอะแยะ นอกจากเก็บเอาไว้ให้เจ้า2แฝด พี่ก็เก็บเอาไว้ใช้เธอใช้แก้ปัญหาตลอดนั่นแหละ”จ้าวลู่เฉินไม่ได้คิดมากกับเรื่องรูปร่างหน้าตาของเมียที่เปลี่ยนไป ไม่งดงามสดใสเช่นในอดีต เพราะเขารู้ดีว่าทุกสิ่งเกิดจากการที่เหรินซินยอมอุ้มท้องลูกของเขา ตอนที่ตั้งท้องเธอต้องยอมเสียสละตัวเองมากแล้วหลังคลอดกลับยิ่งมากกว่า ตลอด9ปีที่ผ่านมาเมียของเขาใส่ใจแค่ลูกกับผัวจนแทบไม่มีเวลาสนใจดูแลตัวเอง“พี่ไม่รังเกียจฉันใช่ไหม?”คืนหนึ่งในห้องนอนเหรินซินที่มองดูต้นขาของตนเองมีรอยแตกลายจางๆ ให้เห็น ไหนจะหน้าท้องที่ยังมีรอยให้เห็น หน้าก็เหมือนจะมีรอยร่องลึกที่หางตาแล้ว อยากจะกรี๊ดเสียจริง นี่เธอเพิ่งจะ30กว่า แต่โทรมเกินหน้าเกินตาสามีไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน“รังเกียจอะไร สำหรับพี่เธอก็ยังคงเป็นเ

  • ทะลุมิติมาเป็นสะใภ้แสนชังยุค80    ตอนพิเศษ (2)

    ส่วนเหรินซินเองเพราะนิยายเรื่องที่3ผลตอบรับไม่ดี แต่พอเธอส่งนิยายแนวพีเรียดแฟนตาซีทะลุมิตินางเอกย้อนเวลากลับไปแก้แค้นไปให้กับบก.ที่ดูแลเธอได้ลองอ่าน ก็เป็นที่ถูกอกถูกใจ และเกินจะคาด หลังจากเหรินซินใช้เวลาเขียนนิยายเรื่องนี้ถึง1ปีกว่าจะจบ เมื่อตีพิมพ์ออกไปกลับขายหมดเกลี้ยงยอด2พันกว่าเล่มหมดใน2วัน เรียกว่าพลิกหน้าวรรณกรรมของเยี่ยนจิ่งเลยก็ว่าได้ เหมือนกับหญิงสาวพบแนวนิยายที่ตัวเองถนัดและเขียนแล้วมีความสุขจนลืมวันลืมคืนเข้าแล้วนิยายเรื่องที่5และต่อๆ มาจึงมักเป็นแนวพีเรียดหรือไม่ก็แฟนตาซีดรามา จนนามปากกา ลมใต้ เป็นที่รู้จักของนักอ่าน สำนักพิมพ์ต่างแยกกันอยากซื้อลิขสิทธิ์ไปตีพิมพ์ ไม่นานก็ถูกซื้อไปผลิตเป็นซีรีส์ ซึ่งข่าวดีนี้มาพร้อมกับลูกคนแรกของเธอ5ปีเต็มที่หญิงสาวใช้ชีวิตคู่อย่างเต็มที่ อยู่กันเพียงสองคนกับแมวเป็นลูกชายแค่หนึ่งตัว จนเข้าปีที่6 เหรินซินจึงตัดสินใจปล่อยให้มีเด็กตัวน้อยมาเพิ่มในครอบครัว ไม่ใช่ว่าไม่พร้อม แต่คงเพราะหญิงสาวนั้นอยากใช้ชีวิตในช่วงวัยรุ่นให้เต็มที่จะไปท่องเที่ยวที่ไหนก็ไปกันสองคน อาจมีบ้างในบางครั้งที่พาเจ้าแมวฟาโรห์ไปด้วย“กว่าจะมีหลานคนแรก แม่ใหญ่ก็แก่จนเกือ

  • ทะลุมิติมาเป็นสะใภ้แสนชังยุค80    ตอนพิเศษ (1)

    ตอนพิเศษหลังจากค่ำคืนเร่าร้อนผ่านไป ใครจะเชื่อว่าสุดท้ายเหรินซินก็คิดได้ว่าตัวเองจะเขียนออกมาแนวไหน เธอมันพวกถนัดซ่อนปมและหักมุม จะให้เปลี่ยนไปเขียนแนวอิโรติก อย่างไรก็ไม่ใช่แนวของเธอ ในเมื่อถนัดแนวไหนหญิงสาวก็จะไปให้สุดและให้ดี พล็อตนิยายเรื่องใหม่ของเธอคราวนี้จึงไม่ใช่แนวสืบสวนฆาตกรรม แต่เป็นแนวเกิดใหม่มาแก้แค้น ซึ่งในยุคนี้ยังไม่มีนักเขียนแนวนี้ออกมามากนัก พอวางพล็อตและเขียนรายนามตัวละครกับชื่อเมือง เพราะเป็นแนวพีเรียดย้อนยุค สงครามวังหลัง แก้แค้นซ่อนปมและแย่งชิง เรื่องวางผังตัวละครกับผังเมืองจึงสำคัญมาก การมีคู่ชีวิตที่คอยซัปพอร์ตกันนี่มันโคตรจะดีจริง ๆช่วงนี้ข่าวของจ้าวป๋อจิ้งก็มาเข้าหูว่าศาลตัดสินโทษออกมาแล้วว่าอีกฝ่ายต้องจำคุก15ปี โทษของคดีแบบที่จ้าวป๋อจิ้งโดนนี้ตัดสิน15ปีก็ต้องติดจริง15ปีไม่มีลดหย่อน ซึ่งเหรินซินค่อนข้างชอบกฎหมายนี้มาก ๆ ค้ายาเสพติด ค้าชีวิตมนุษย์ จะทำดีลดโทษได้อย่างไรส่วนทางด้านหม่าเจินจูกับจ้าวลู่คังนั้นก็ทำการซื้อคฤหาสน์สกุลจ้าวที่ถูกทางการยึดเป็นของรัฐบาลกลับมาเป็นทรัพย์สินของสกุลหม่าได้แล้ว นับว่าจ้าวลู่คังนั้นไม่ผิดต่อบรรพบุรุษของสกุลจ้าวแล้วทั้งที่คว

  • ทะลุมิติมาเป็นสะใภ้แสนชังยุค80    ตอนจบ (3)

    ชายหนุ่มเสียวซ่านไปตลอดลำเอ็น จนต้องแหงนหน้าขึ้นไปสูดหายใจเข้าปอดอยู่หลายครั้ง ยิ่งเรียวปากจิ้มลิ้มอ้าอมท่อนลำแข็งขืนของเขานั้นเข้าปาก แล้วขยับเป็นจังหวะเร็วแรงแต่ก็เก็บทุกรายละเอียด ทุกซอกทุกมุม จนเขาต้องกำหมัดกัดฟันเพราะเสียวซ่านตั้งแต่รากผมจนถึงปลายเท้า“โอ้ว...อา...อืม...ซี้ด...อา...เป่าเป้ยไม่ไหว อ๊า!”เวลาไม่นานเขาก็ปลดปล่อยน้ำขุ่นขาวมีกลิ่นคาวราคะออกมาจนล้นเรียวปากจิ้มลิ้ม ไหลย้อยลงมาถึงปลายคางน่ารัก ดวงตาใสกระจ่างมองขึ้นมาสบประสาน จ้าวลู่เฉินทั้งรักและหลงผู้หญิงคนนี้อย่างที่ชีวิตนี้ไม่เคยรู้สึกกับใครมาก่อน เขาดึงให้เธอขยับขึ้นมารับจูบเต็มอารมณ์วาบหวามของเขาอีกครั้ง ซึ่งเหรินซินก็ไม่ขัดขืน เธอยอมรับจุมพิตเร่าร้อนรุนแรงนี้จนบังเกิดเรียบ จ๊วบจ๊าบ ดังกึกก้องอยู่ภายในห้องแห่งนี้ เพราะอยากจะ ชิม เมียตลอดร่าง จ้าวลู่เฉินจึงอุ้มร่างเล็กในท่าลิงอุ้มแตงตรงไปยังเตียงขนาดเล็กที่เหรินซินเอาไว้เอนหลังช่วงที่ต้องการพักผ่อนแต่ยังไม่อยากกลับห้องนอนทันทีพอวางร่างเล็กลงบนเตียงก็ไม่รอช้าปลดเสื้อและกางเกงยางยืดสวมสบายออกไปจากเรือนกายอรชร แล้วก็ตามด้วยกางเกงของเขาเอง ก่อนจะผลักเบา ๆ ให้เหรินซินล้ม

  • ทะลุมิติมาเป็นสะใภ้แสนชังยุค80    ตอนจบ (2)

    ฝนด้านนอกตกพรำ ๆ พาให้ง่วงนอน ช่วงนี้นิยายเรื่องแรกกับเรื่องที่2ของเหรินซินตีพิมพ์แล้วและเป็นที่ยอมรับจากคนอ่านจนมีการตีพิมพ์ซ้ำ เรื่องที่3ของหญิงสาวก็กำลังอยู่ในช่วงแก้ไขให้เนื้อหาเข้มข้นขึ้นตามที่กองบก.ของสำนักพิมพ์แนะนำ กับเริ่มพูดคุยถึงนิยายเรื่องที่4 ที่ทางกองบก.อยากให้เหรินซินพัฒนาการงานเขียนขึ้นไปอีกขั้นด้วยการเพิ่มฉาก NC ระหว่างพระเอกและนางเอกซึ่งเรื่องนี้เหรินซินจะเปลี่ยนไปเขียนแนวพีเรียดย้อนยุค แก้แค้นเข้มข้น ดังนั้นช่วงนี้หญิงสาวจึงมักมาจมอยู่ในห้องทำงานมากกว่าจะใส่ใจสามีเสียอีก“อุ้มหน่อย”วันนี้คิดไปคิดมา สมองก็ตัน คิดอะไรไม่ออกแล้ว ขอเติมพลังด้วยการเอาอกเอาใจสามีสักหน่อยก็คงจะดีไม่น้อย ดังนั้นเหรินซินจึงเริ่มต้นจากการออดอ้อนจ้าวลู่เฉินให้อุ้มตนเองกลับห้องเสียเลย“ทำไม? วันนี้ดูแปลก ๆ ไม่สบายใจหรือครับ”พอหลัง ๆ จ้าวลู่เฉินนั้นจับทางได้ว่าเหรินซินนั้น แพ้คำว่า ‘ครับ’ ของตนเองชายหนุ่มก็จะยิ่งชอบพูดจนติดปากไปแล้ว คู่อื่นเป็นอย่างไรเขากับเหรินซินไม่รู้ เขารู้แค่คู่ของตนเองมีแต่ปรับตัวมาเจอกันคนละครึ่งทาง ใช้ชีวิตคู่อย่างจริงจังก็เพิ่งครบ1ปีไป ถึงจะแต่งงานกันมาถึง4ปีเศษแล้วก็

  • ทะลุมิติมาเป็นสะใภ้แสนชังยุค80    ตอนจบ (1)

    ตอนจบเหตุการณ์ต่าง ๆ ผ่านไปแล้ว แต่ไม่ใช่ง่าย เพราะการจับคุมขบวนการค้ายาเสพติดและค้ามนุษย์กับอวัยวะคราวนี้เกี่ยวพันถึงหลายสกุลใหญ่ในหนานจิ้ง ไม่ว่าจะเป็นท่านนายพลจ้าว กับภรรยาคนที่สามของเขา กับนายท่านสกุลซู ยังมีท่านนายพลเจียง เรียกว่าครั้งนี้แทบจะล้างบางผู้มีอำนาจในหนานจิ้งและเยี่ยนจิ่งเลยก็ไม่ผิดสกุลจ้าว สกุลเจียง และสกุลซู ถูกทลายอำนาจจนไม่เหลือ แน่นอนว่า งานนี้ย่อมส่งผลถึงสกุลหม่า และหม่าฉางกรุ๊ป รวมถึงกลุ่มกิจการ หงส์เพลิงกรุ๊ปของคุณชายรองจ้าว แต่เพราะทั้งจ้าวลู่คังกับจ้าวลู่เฉินนั้นเตรียมรับมือกับแรงกระแทกมาสักพักหนึ่งแล้วจึงพอจะรับมือได้ ไหนจะยังมีหม่าเจินจูอยู่เป็นหลักให้กับลูกชายแท้และลูกเลี้ยง จึงไม่ทำให้เกิดเรื่องมากนักทุกคนที่ได้รับผลประทบจากเหตุการณ์คราวนี้ล้วนต้องปรับตัวและใช้เวลา แม้แต่จ้าวลู่เฉินเองก็ต้องยอมรับความจริงว่าบิดาของตนเองทำชั่วทำเลว เมื่อสุดท้ายถูกสอบสวนจากสาเหตุว่าเขาคือลูกชายแท้ ๆ ของท่านนายพลจ้าว สามีของเธอนั้นกลับรับมือได้โดยไม่หวั่นไหว สกุลซู สกุลเจียงถูกยึดทรัพย์ไม่เหลือ สกุลจ้าวเองก็เช่นกัน โชคยังดีที่ช่วง3ปีมานี้จ้าวลู่เฉินนั้นสร้างทรัพย์สินมาด้ว

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status