Partager

บทที่4

last update Date de publication: 2025-11-08 10:48:04

บทที่ 4

ผ่านไปกว่า3ชั่วโมงแต่ในความรู้สึกของจ้าวลู่เฉินนั้นราวกับนานเป็นสิบปียี่สิบปีเลยทีเดียวในใจของมาเฟียอันดับต้น ๆ ของเมืองหนานจิ้งไม่เคยทรมานเท่านี้มาก่อนความรู้สึกผิดเกาะกินหัวใจดวงแกร่งไปหมดภาพของเหรินซินวันนี้ซ้อนทับกับภาพของเหรินเซียวที่เอาร่างรับกระสุนแทนเขายิ่งทำให้ชายหนุ่มได้แต่สาบานกับตนเองว่านับจากนี้ตนเองจะดูแลเหรินซินให้ดีจะไม่ยอมให้หญิงสาวห่างจากสายตาแม้แต่วินาทีเดียว!

"ญาติของคุณเหรินซินเชิญด้านนี้ค่ะ"

เสียงของพยาบาลสาวที่วิ่งเข้าวิ่งออกขอคอยตามเอกสารของผู้ป่วยเรียกหาญาติของผู้ป่วยไปพบกับแพทย์ผู้รักษาในห้องฉุกเฉินหลังจากเหรินซินผ่านการตรวจเอกซเรย์อย่างละเอียดจนทราบผลของอาการทั้งหมดของหญิงสาวแล้ว

"สวัสดีครับ ไม่ทราบว่าคุณชายจ้าวเป็นอะไรกับคุณเหรินซินครับ"

คุณหมอหนุ่มวัยคงไม่ไกลกันกับจ้าวลู่เฉินถามชายหนุ่มสกุลจ้าวไปตามหน้าที่ของแพทย์เพราะหากไม่ใช่ญาติสนิทคงไม่อาจเซ็นเอกสารรับรองการผ่าตัดนี้ได้

"ผมเป็นสามีของเธอครับ"

"ถูกต้องตามกฎหมายใช่ไหมครับ"

"ใช่ครับผมกับเธอจดทะเบียนสมรสกันมาได้สามปีแล้วครับ"

"แล้วนอกจากคุณชายจ้าวแล้วเธอยังมีญาติสนิทเช่นพี่ชาย พี่สาวหรือคุณพ่อคุณแม่อยู่อีกไหมครับ"

จ้าวลู่เฉินใจคอไม่ดีขึ้นมาทันทีเมื่อได้ฟังคำถามของแพทย์ตรงหน้าเพราะแต่ละคำถามมันชวนให้เขาคิดมากว่าอาการของเหรินซินนั้นคงไม่ดีนัก

"คืออย่างนี้นะครับ อาการภายนอกที่เห็นคือกระดูกขาข้างขวาหัก ข้อมือขวาร้าวและเคลื่อนนับว่าไม่อันตรายถึงชีวิต ที่อันตรายมากจนผมต้องเร่งส่งคุณเหรินซินให้แพทย์ทรวงอกเร่งผ่าตัดก็เพราะซี่โครงเธอหักถึงสามจุดและมีหนึ่งจุดทิ่มไปที่ปอดจนเกิดรอยรั่วและขณะนี้มีเลือดส่วนหนึ่งเริ่มท่วมปอดแล้วและการผ่าตัดนำเลือดออกจากปอดนี้ค่อนข้างอันตรายอยู่พอสมควรผมจึงต้องการให้คุณชายจ้าวแจ้งไปทางญาติของเธอน่ะครับ"

"เธอมีแค่ผมกับแมวอีกหนึ่งตัวเท่านั้น มีตรงไหนจะให้ผมเซ็นคุณหมอส่งมาเถอะครับเสร็จแล้วจะได้รีบลงมือรักษาเธอ"

"ได้ครับ คุณพยาบาลเอาเอกสารมาให้คุณชายจ้าวเซ็นให้ครบด้วยครับ ผมขอตัวไปดูอาการของคนไข้ท่านอีกก่อนนะครับ"

แค่จ้าวลู่เฉินได้ฟังว่าอาการของเหรินซินย่ำแย่เขาก็ร้อนใจจะแย่ ภายในใจโกรธแค้นน้องชายเพิ่มขึ้นอีกหลายส่วนแต่ที่โกรธที่สุดคงเป็นตัวของเขาเองที่ละเลยไม่ใส่ใจหญิงสาวให้มากพอจนเกิดเรื่องร้ายในวันนี้ขึ้นมาจนได้ชายหนุ่มขอโทษนายทหารรุ่นพี่อยู่ภายในใจเป็นล้านครั้ง จวบจนตลอดเวลาอันยาวนานของการผ่าตัดผ่านพ้นไปด้วยดี

"ภรรยาของผมเป็นอย่างไรบ้างครับ?"

เมื่อประตูห้องผ่าตัดเปิดออกจ้าวลู่เฉินก็พุ่งเข้าไปสอบถามอาการของเหรินซินทันที คุณหมอเห็นสภาพของญาติผู้ป่วยก็รู้สึกอ่อนใจหากแต่ก็พอจะเข้าใจได้

"เธอปลอดภัยแล้วครับอีกสักชั่วโมงเราจะย้ายเธอออกไปที่ห้องทั่วไปคุณชายจะกลับบ้านไปอาบน้ำก่อนก็ดีครับเพราะหากคุณชายจ้าวจะดูแลภรรยาสภาพของคุณไม่ค่อยจะเหมาะสมเท่าไหร่"

คุณหมอหนุ่มตัดสินใจเตือนสามีของคนไข้ออกไปเพราะคิดว่าหากเขาไม่เตือน อีกฝ่ายอาจจะแบกสภาพยับเยินเช่นนี้ตามไปยังห้องพักฟื้นของคนไข้รวมอีกเป็นแน่

"อ๋อครับ ได้ครับ"

พอได้ฟังดังนั้นจ้าวลู่เฉินจึงค่อยก้มลงมองดูสภาพของตนเองแล้วยิ้มเจื่อน ๆ ส่งไปให้กับคุณหมอที่ดูสีหน้าอิดโรยอยู่มาก

"กงเหยียนนายอยู่ที่นี่ก็แล้วกัน ฉันจะกลับบ้านกับจางจงเอง"

สั่งการคนสนิทแล้วชายหนุ่มจึงอุ้มเจ้าแมวส้มตัวอ้วนซึ่งคาดว่าสภาพของมันและเขาขณะนี้คงไม่แตกต่างกันมากนัก หลังจากมาถึงคฤหาสน์สกุลจ้าว ชายหนุ่มก็ตรงไปอาบน้ำทั้งตนเองและแมวส้มตัวอวบอ้วน ซึ่งฟาโรห์นั้นราวกับมันรู้ความรู้ประสาเพราะอดีตหากอยู่กับเหรินซินเรื่องอาบน้ำนี้ไม่ง่ายเลยสักครั้ง แต่วันนี้พอเป็นชายหนุ่มหน้าขรึมเป็นคนอาบให้มันกลับยอมโดยดี

"เอาละเจ้าอ้วน ฉันต้องรีบกลับไปดูแม่ของแก่ ส่วนแก่ก็อยู่บ้านเป็นเด็กดีกับหลิวมี่ก็แล้วกันนะ ลุงเหอ หลิวมี่นี่คือแมวของอาซ้อรองช่วยดูแลมันให้ดีด้วยละ"

ลุงเหอชงกับเหอหลิวมี่คือสาวใช้และพ่อบ้านที่ดูแลเรือนหลังซึ่งเป็นของมารดาผู้ล่วงลับไปแล้วของเขา จ้าวลู่เฉินไม่วางใจคนอื่น ๆ นอกจากคนของมารดาสองคนพ่อลูกคู่นี้เท่านั้นที่จะให้ดูแลแมวส้มตัวนี้เพราะจางจงนั้นต้องติดตามขับรถให้กับเขาไปที่โรงพยาบาล

"ได้ครับคุณชายรอง ไม่ต้องห่วง"

"ใช่ค่ะ เจ้าตัวอ้วนนี่น่ารักมาก หลิวมี่จะดูแลให้อย่างดีเลยค่ะ"

"ขอบใจมาก ฉันไปละ"

ลุงเหอชงกับเหอหลิวมี่ถึงจะสงสัยว่าคุณชายรองจ้าวของพวกตนไปแต่งงานมีคุณอาซ้อรองตั้งแต่เมื่อไหร่แต่ก็เคารพอีกฝ่ายมากจึงไม่เปิดปากถาม มีแต่รีบรับเอาเจ้าแมวเหมียวสีส้มนั้นไปดูแลตามคำสั่งด้วยความเต็มอกเต็มใจ เห็นดังนั้นจ้าวลู่เฉินจึงเร่งก้าวเท้ามุ่งหน้าไปยังด้านหน้าคฤหาสน์ทันที

"ลู่เฉิน!"

หากแต่แค่เพียงก้าวมาถึงด้านหน้าคฤหาสน์ยังไม่ทันได้ขึ้นรถ ท่านนายพลจ้าวผู้เป็นบิดานั้นกลับมาดักรอและเรียกเอาไว้เสียก่อน

"ตามไปคุยกับฉันที่ห้องหนังสือ!"

คนเป็นบิดากล่าวเพียงเท่านั้นก็ก้าวเท้าเข้าไปภายในทันที จ้าวลู่เฉินไม่อยากจะตามไปแต่เพราะปกติแล้วความสัมพันธ์ระหว่างเขากับท่านนายพลจ้าวก็ไม่ดีมาโดยตลอด ยิ่งช่วง3ปีให้หลังมานี้แทบจะมองหน้ากันไม่ติดสุดท้ายชายหนุ่มจึงตัดสินใจก้าวตามคนเป็นบิดาเข้าไปด้านใจด้วยท่าทางเร่งรีบอย่างมากเนื่องจากภายในใจนั้นร้อนรนหนักหนากลัวว่าเหรินซินจะฟื้นขึ้นมาเพียงลำพังแล้วเธอจะรู้สึกไม่ดี

"นั่งสิ"

หลังจากเข้ามาภายในห้องแล้วท่านนายพลจ้าวก็กล่าวกับบุตรชายโดยไม่ยอมมองหน้าบุตรชายคนรองเพราะอารมณ์โกรธขณะนี้มีมากเหลือเกินนั่นก็เพราะเมื่อครู่ใหญ่บุตรชายเล็กของตนเองเพิ่งจะรายงานเรื่องสำคัญให้เขาทราบ

"แกกำลังจะไปไหน" รู้ทั้งรู้แต่ท่านนายพลจ้าวก็อยากจะฟังจากปากของบุตรชายคนกลางอยู่ดี

"ปกติท่านนายพลก็ไม่เคยสนใจว่าผมจะไปไหน มีอะไรก็พูดมาเถอะครับอย่าอ้อมค้อมเลยมันดูไม่เหมือนท่านนายพลจ้าวที่ผู้คนทั้งหนานจิ้งยำเกรงนะครับ" จ้าวลู่เฉินเอ่ยออกมาเสียงเรียบเนื่องจากพอจะเดาได้อยู่แล้วว่าจ้าวป๋อจิ้งคงเอาเรื่องที่เขาซุกซ่อนเหรินซินเอาไว้ที่หางโจวมารายงานอย่างไม่ต้องสงสัย ไม่เศษสวะนั่นมันคงเตรียมหาคนปกป้องอยู่เป็นแน่

"ไอ้ลู่เฉิน!"

ท่านนายพลจ้าวที่โกรธบุตรชายอยู่แล้วกลับยิ่งโกรธจนแทบจะพ่นไฟออกทางจมูกได้อยู่แล้ว ไม่เคยมีเลยสักครั้งที่มันจะได้ดังใจของเขา

"ท่านนายพลจ้าวต้องการจะพูดอะไรก็พูดออกมาเถอะผมกำลังรีบ"

จ้าวลู่เฉินไม่อยากต่อปากต่อคำกับบิดาให้เสียเวลาไปมากกว่านี้ จึงเอ่ยปากให้ตรงประเด็นไปเลย

"ฉันกับท่านนายพลเจียงตกลงกันแล้วว่าจะให้แกกับคุณหนูเจียงหมั้นกันเอาไว้ก่อน อีกครึ่งปีคุณหนูเจียงเรียนจบค่อยจัดการแต่งงานให้ถูกต้อง ส่วนตอนนี้แกจะไปมีใครอะไรยังไงฉันจะไม่ก้าวก่ายขอแค่เมื่อถึงเวลาแกแต่งงานรับคุณหนูเจียงมาเป็นสะใภ้รองของฉันก็พอ"

เพราะช่วงนี้เขากับสหายเช่นท่านนายพลเจียงที่อยู่ฉงชิ่งเห็นสมควรว่าต้องเกี่ยวดองกันเพื่ออำนาจทางการทหารที่มั่นคงจึงคิดว่าคู่ที่เหมาะสมนั้นจะเป็นใครไม่ได้นอกจากบุตรชายคนรองของเขากับคุณหนูเจียงบุตรสาวคนเล็กของท่านนายพลเจียง แต่เมื่อไม่กี่ชั่วโมงมานี่จ้าวป๋อจิ้งนั้นกลับรายงานว่าบุตรชายคนรองคล้ายจะเลี้ยงผู้หญิงเอาไว้ที่หางโจวคนหนึ่งเขาจึงต้องรีบเรียกจ้าวลู่เฉินมาพูดคุยทั้งที่ไม่อยากจะเห็นหน้าของมันแม้แต่น้อย

"ผมคงหมั้นกับใครอีกไม่ได้หรอกครับพ่อ ผมแต่งงานมีภรรยาอย่างถูกต้องตามกฎหมายมานาน3ปีแล้ว" จ้าวลู่เฉินตัดสินใจแล้วว่าจะเปิดเผยฐานะของเหรินซินออกไป ถึงจะยังไม่ลงตัวในชีวิตนักก็ไม่รออีกแล้ว เขากลัวจะไม่มีโอกาสที่สองดังนั้นเขาจะเดินหน้าพุ่งเขาชนไม่สนใจอีกแล้วว่าบิดานั้นจะยอมรับภรรยาคนนี้ของเขาหรือไม่

"อะไรนะ!?"

ท่านนายพลจ้าวผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ ดวงตาที่มองบุตรชายคนรองนั้นเรืองรองไปด้วยเพลิงโทสะยากจะระงับเลยทีเดียว หากแต่จ้าวลู่เฉินนั้นกลับยังคงนั่งเงียบสงบไม่แสดงอาการใดออกมาทั้งสิ้น

"ผมบอกว่า ผมแต่งงานมีภรรยาตามกฎหมายมานาน3ปีแล้วครับ หมั้นหมายหรือแต่งงานกับใครอีกไม่ได้หรอก แม้แต่ภรรยารองผมก็ไม่ยินดีจะแต่งเข้ามาให้วุ่นวาย เพราะเท่าที่เห็นจากประสบการณ์ตรงของท่านนายพลผมก็ปวดหัวจะแย่"

จ้าวลู่เฉินพูดออกไปด้วยกิริยามั่นคงน้ำเสียงนั้นแสนจะแน่วแน่ นั่นยิ่งทำให้ท่านนายพลจ้าวโกรธจนหนวดเหนือเรียวปากเขากระตุกเลยทีเดียว

"จ้าวลู่เฉิน! แก่นี่มันจะเกินไปแล้วนะ!"

ท่านนายพลจ้าวชี้หน้าบุตรชายคนกลางด้วยร่างกายที่สั่นเทิ้มไปหมด เนื่องจากแต่อดีตหลังจากแม่ของมันตาย เขาชี้ซ้ายมันก็แหกคอกไปขวา ครั้งนี้ก็เช่นกัน

"ผมแค่แต่งงาน เกินไปตรงไหนครับ" จ้าวลู่เฉินเอ่ยถามเสียงนิ่ง ใบหน้ายิ่งนิ่งสนิท

"ฉันไม่มีวันยอมรับผู้หญิงไร้หัวนอนปลายเท้ามาเป็นลูกสะใภ้คนรองของสกุลจ้าวเด็ดขาดแก่จำเอาไว้"

"ก็ตามใจท่านนายพลจ้าวเลยครับ ส่วนผมอย่างไรก็มีเหรินซินเป็นภรรยาคนเดียวไม่ตายไม่แยกจากแน่นอน ส่วนท่านนายพลจะยอมรับเธอหรือไม่มันไม่เห็นว่าจะเกี่ยวอะไรกับผมนี่ครับ เมียก็เป็นเมียของผมไม่ใช่เมียของท่านนายพลสักหน่อย หากท่านนายพลอยากจะดองกับสกุลเจียงนักก็แต่งเธอเข้ามาเองสิครับ หรือไม่นอกจากผม เผื่อท่านนายพลจ้าวจะลืม ลูกชายที่ยังว่างของท่านนายพลนั้นมีอีกคนหนึ่ง"

ผลัวะ!

ใบหน้าของจ้าวลู่เฉินสะบัดไปตามแรงฝ่ามือของผู้เป็นบิดา หากแต่เขากลับไม่พูดอะไรออกมาสักคำนอกจากมองบิดาด้วยสายตาตัดพ้ออยู่หลายส่วน

"ยังไงแกก็ต้องหย่ากับผู้หญิงคนนั้น เพราะฉันไม่รับมันมาเป็นสะใภ้แกได้ยินไหม!!!"

"พอเถอะครับท่านนายพล ผมไม่มีวันนอกใจเหรินซิน และยิ่งไม่มีวันจะหย่าขาดกับเธอ แล้วอีกอย่างนะครับนอกจากผมกับพี่ใหญ่ท่านนายพลช่วยอย่าลืมว่ายังมีป๋อจิ้งเป็นลูกชายอีกคน บีบบังคับผม บีบบังคับพี่ใหญ่แล้วช่วยหันไปใส่ใจป๋อจิ้งด้วยจะดีมาก ๆ"

ผลัวะ!

ใบหน้าอีกข้างของจ้าวลู่เฉินสะบัดไปอีกทาง พอเขาเหลียวกลับมาคราวนี้มีหยดเลือดไหลลงมาจากมุมปากอีกด้วย หากแต่ชายหนุ่มกลับเหยียดยิ้มราวกับจะเย้ยหยันโชคชะตาของตนเองอย่างไรอย่างนั้น

"ตบพอใจหรือยังครับ หากท่านนายพลพอใจแล้วผมยังมีธุระที่สำคัญกว่าเรื่องไร้สาระของท่านนายพลให้ต้องไปทำอีกมาก"

"จ้าวลู่เฉิน! แกจะไปไหน กลับมาเดี๋ยวนี้นะ!!!"

หากแต่จ้าวลู่เฉินไม่ฟังอะไรอีกเพราะยิ่งพูดก็ยิ่งยาว ทะเลาะกันไม่รู้จบเช่นเรื่องที่เขาลาออกจากราชการทหารไม่ยอมเจริญรอยตามบิดา เนื่องจากพี่ชายคนโตนั้นต้องไปสืบต่อธุรกิจทางฝ่ายมารดาเลี้ยงของเขาดังนั้นหน้าที่สืบทอดอำนาจทางการทหารของสกุลจ้าวจึงต้องตกมาเป็นของเขาทั้งที่บุตรชายนั้นไม่ใช่มีเพียงเขากับพี่ชายคนโตสักหน่อยหากยังคงมีจ้าวป๋อจิ้งอีกคน แต่บิดากลับลำเอียงเอาแต่บีบบังคับเขากับพี่ใหญ่ไม่มีวันสิ้นสุด แบบนี้นี่แหละที่จนวันนี้เขาก็ไม่เคยเรียกอีกฝ่ายว่า พ่อ มาเป็น10กว่าปี

"ไอ้ลู่เฉิน ไอ้ลูกอกตัญญู กลับมาเดี๋ยวนี้นะ!"

"พอเถอะครับ ถึงอย่างไรผมก็ไม่มีทางแต่งงานหรือหมั้นหมายกับคุณหนูอะไรคนนั้นหรอกครับ และอีกอย่างหนึ่งผมจะพาเหรินซินเข้ามาอยู่ในบ้านไม่ว่าท่านนายพลจะยอมรับหรือไม่ เพราะเธอคือเมียของผม ไม่ใช่เมียของท่าน!"

"ไม่ได้ ห้ามพานังผู้หญิงไร้ยางอายนั่นเข้ามาอยู่ในบ้านของฉันเด็ดขาด!"

"ได้ ถ้าอย่างนั้นผมจะย้ายออกไปอยู่กับเหรินซินเอง!"

พูดจบจ้าวลู่เฉินก็ก้าวออกจากห้องไปทันทีไม่สนใจว่าบิดาจะด่าทอหรือขว้างปาข้าวของไล่หลังมาติด ๆ ก่อนที่ชายหนุ่มจะปิดประตูแจกันใบหนึ่งก็พุ่งตามมาเฉียดศีรษะของเขาไปเล็กน้อย หากแต่ชายหนุ่มกลับวางสีหน้าสงบก้าวเดินมั่นคงมุ่งหน้าไปยังด้านหน้าตึกแล้วให้จางจงออกรถไปโรงพยาบาลทันที...

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ทะลุมิติมาเป็นสะใภ้แสนชังยุค80    ตอนพิเศษ (3)

    เหรินซินทุ่มเทให้เวลากับลูกในทุกช่วงวัยจนเมื่อพวกเขาอายุได้7ขวบ เธอถึงได้กลับมาเขียนนิยายอย่างจริงจังอีกครั้ง ส่วนจ้าวลู่เฉินนั้นทุกวันนี้ก็เป็นหนุ่มใหญ่วัยต้น40ที่มีแต่ความหล่อเหลาจนมีหลายครั้งที่เธอยังก้มมองตัวเองว่าทุกวันนี้โทรมจนไม่คู่ควรกับสามีไปแล้วกระมัง“คิดอะไรแบบนั้นกัน โทรมก็แค่ดูแลตัวเองใหม่ อย่าลืมสิ สามีของเธอมีเงินเยอะแยะ นอกจากเก็บเอาไว้ให้เจ้า2แฝด พี่ก็เก็บเอาไว้ใช้เธอใช้แก้ปัญหาตลอดนั่นแหละ”จ้าวลู่เฉินไม่ได้คิดมากกับเรื่องรูปร่างหน้าตาของเมียที่เปลี่ยนไป ไม่งดงามสดใสเช่นในอดีต เพราะเขารู้ดีว่าทุกสิ่งเกิดจากการที่เหรินซินยอมอุ้มท้องลูกของเขา ตอนที่ตั้งท้องเธอต้องยอมเสียสละตัวเองมากแล้วหลังคลอดกลับยิ่งมากกว่า ตลอด9ปีที่ผ่านมาเมียของเขาใส่ใจแค่ลูกกับผัวจนแทบไม่มีเวลาสนใจดูแลตัวเอง“พี่ไม่รังเกียจฉันใช่ไหม?”คืนหนึ่งในห้องนอนเหรินซินที่มองดูต้นขาของตนเองมีรอยแตกลายจางๆ ให้เห็น ไหนจะหน้าท้องที่ยังมีรอยให้เห็น หน้าก็เหมือนจะมีรอยร่องลึกที่หางตาแล้ว อยากจะกรี๊ดเสียจริง นี่เธอเพิ่งจะ30กว่า แต่โทรมเกินหน้าเกินตาสามีไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน“รังเกียจอะไร สำหรับพี่เธอก็ยังคงเป็นเ

  • ทะลุมิติมาเป็นสะใภ้แสนชังยุค80    ตอนพิเศษ (2)

    ส่วนเหรินซินเองเพราะนิยายเรื่องที่3ผลตอบรับไม่ดี แต่พอเธอส่งนิยายแนวพีเรียดแฟนตาซีทะลุมิตินางเอกย้อนเวลากลับไปแก้แค้นไปให้กับบก.ที่ดูแลเธอได้ลองอ่าน ก็เป็นที่ถูกอกถูกใจ และเกินจะคาด หลังจากเหรินซินใช้เวลาเขียนนิยายเรื่องนี้ถึง1ปีกว่าจะจบ เมื่อตีพิมพ์ออกไปกลับขายหมดเกลี้ยงยอด2พันกว่าเล่มหมดใน2วัน เรียกว่าพลิกหน้าวรรณกรรมของเยี่ยนจิ่งเลยก็ว่าได้ เหมือนกับหญิงสาวพบแนวนิยายที่ตัวเองถนัดและเขียนแล้วมีความสุขจนลืมวันลืมคืนเข้าแล้วนิยายเรื่องที่5และต่อๆ มาจึงมักเป็นแนวพีเรียดหรือไม่ก็แฟนตาซีดรามา จนนามปากกา ลมใต้ เป็นที่รู้จักของนักอ่าน สำนักพิมพ์ต่างแยกกันอยากซื้อลิขสิทธิ์ไปตีพิมพ์ ไม่นานก็ถูกซื้อไปผลิตเป็นซีรีส์ ซึ่งข่าวดีนี้มาพร้อมกับลูกคนแรกของเธอ5ปีเต็มที่หญิงสาวใช้ชีวิตคู่อย่างเต็มที่ อยู่กันเพียงสองคนกับแมวเป็นลูกชายแค่หนึ่งตัว จนเข้าปีที่6 เหรินซินจึงตัดสินใจปล่อยให้มีเด็กตัวน้อยมาเพิ่มในครอบครัว ไม่ใช่ว่าไม่พร้อม แต่คงเพราะหญิงสาวนั้นอยากใช้ชีวิตในช่วงวัยรุ่นให้เต็มที่จะไปท่องเที่ยวที่ไหนก็ไปกันสองคน อาจมีบ้างในบางครั้งที่พาเจ้าแมวฟาโรห์ไปด้วย“กว่าจะมีหลานคนแรก แม่ใหญ่ก็แก่จนเกือ

  • ทะลุมิติมาเป็นสะใภ้แสนชังยุค80    ตอนพิเศษ (1)

    ตอนพิเศษหลังจากค่ำคืนเร่าร้อนผ่านไป ใครจะเชื่อว่าสุดท้ายเหรินซินก็คิดได้ว่าตัวเองจะเขียนออกมาแนวไหน เธอมันพวกถนัดซ่อนปมและหักมุม จะให้เปลี่ยนไปเขียนแนวอิโรติก อย่างไรก็ไม่ใช่แนวของเธอ ในเมื่อถนัดแนวไหนหญิงสาวก็จะไปให้สุดและให้ดี พล็อตนิยายเรื่องใหม่ของเธอคราวนี้จึงไม่ใช่แนวสืบสวนฆาตกรรม แต่เป็นแนวเกิดใหม่มาแก้แค้น ซึ่งในยุคนี้ยังไม่มีนักเขียนแนวนี้ออกมามากนัก พอวางพล็อตและเขียนรายนามตัวละครกับชื่อเมือง เพราะเป็นแนวพีเรียดย้อนยุค สงครามวังหลัง แก้แค้นซ่อนปมและแย่งชิง เรื่องวางผังตัวละครกับผังเมืองจึงสำคัญมาก การมีคู่ชีวิตที่คอยซัปพอร์ตกันนี่มันโคตรจะดีจริง ๆช่วงนี้ข่าวของจ้าวป๋อจิ้งก็มาเข้าหูว่าศาลตัดสินโทษออกมาแล้วว่าอีกฝ่ายต้องจำคุก15ปี โทษของคดีแบบที่จ้าวป๋อจิ้งโดนนี้ตัดสิน15ปีก็ต้องติดจริง15ปีไม่มีลดหย่อน ซึ่งเหรินซินค่อนข้างชอบกฎหมายนี้มาก ๆ ค้ายาเสพติด ค้าชีวิตมนุษย์ จะทำดีลดโทษได้อย่างไรส่วนทางด้านหม่าเจินจูกับจ้าวลู่คังนั้นก็ทำการซื้อคฤหาสน์สกุลจ้าวที่ถูกทางการยึดเป็นของรัฐบาลกลับมาเป็นทรัพย์สินของสกุลหม่าได้แล้ว นับว่าจ้าวลู่คังนั้นไม่ผิดต่อบรรพบุรุษของสกุลจ้าวแล้วทั้งที่คว

  • ทะลุมิติมาเป็นสะใภ้แสนชังยุค80    ตอนจบ (3)

    ชายหนุ่มเสียวซ่านไปตลอดลำเอ็น จนต้องแหงนหน้าขึ้นไปสูดหายใจเข้าปอดอยู่หลายครั้ง ยิ่งเรียวปากจิ้มลิ้มอ้าอมท่อนลำแข็งขืนของเขานั้นเข้าปาก แล้วขยับเป็นจังหวะเร็วแรงแต่ก็เก็บทุกรายละเอียด ทุกซอกทุกมุม จนเขาต้องกำหมัดกัดฟันเพราะเสียวซ่านตั้งแต่รากผมจนถึงปลายเท้า“โอ้ว...อา...อืม...ซี้ด...อา...เป่าเป้ยไม่ไหว อ๊า!”เวลาไม่นานเขาก็ปลดปล่อยน้ำขุ่นขาวมีกลิ่นคาวราคะออกมาจนล้นเรียวปากจิ้มลิ้ม ไหลย้อยลงมาถึงปลายคางน่ารัก ดวงตาใสกระจ่างมองขึ้นมาสบประสาน จ้าวลู่เฉินทั้งรักและหลงผู้หญิงคนนี้อย่างที่ชีวิตนี้ไม่เคยรู้สึกกับใครมาก่อน เขาดึงให้เธอขยับขึ้นมารับจูบเต็มอารมณ์วาบหวามของเขาอีกครั้ง ซึ่งเหรินซินก็ไม่ขัดขืน เธอยอมรับจุมพิตเร่าร้อนรุนแรงนี้จนบังเกิดเรียบ จ๊วบจ๊าบ ดังกึกก้องอยู่ภายในห้องแห่งนี้ เพราะอยากจะ ชิม เมียตลอดร่าง จ้าวลู่เฉินจึงอุ้มร่างเล็กในท่าลิงอุ้มแตงตรงไปยังเตียงขนาดเล็กที่เหรินซินเอาไว้เอนหลังช่วงที่ต้องการพักผ่อนแต่ยังไม่อยากกลับห้องนอนทันทีพอวางร่างเล็กลงบนเตียงก็ไม่รอช้าปลดเสื้อและกางเกงยางยืดสวมสบายออกไปจากเรือนกายอรชร แล้วก็ตามด้วยกางเกงของเขาเอง ก่อนจะผลักเบา ๆ ให้เหรินซินล้ม

  • ทะลุมิติมาเป็นสะใภ้แสนชังยุค80    ตอนจบ (2)

    ฝนด้านนอกตกพรำ ๆ พาให้ง่วงนอน ช่วงนี้นิยายเรื่องแรกกับเรื่องที่2ของเหรินซินตีพิมพ์แล้วและเป็นที่ยอมรับจากคนอ่านจนมีการตีพิมพ์ซ้ำ เรื่องที่3ของหญิงสาวก็กำลังอยู่ในช่วงแก้ไขให้เนื้อหาเข้มข้นขึ้นตามที่กองบก.ของสำนักพิมพ์แนะนำ กับเริ่มพูดคุยถึงนิยายเรื่องที่4 ที่ทางกองบก.อยากให้เหรินซินพัฒนาการงานเขียนขึ้นไปอีกขั้นด้วยการเพิ่มฉาก NC ระหว่างพระเอกและนางเอกซึ่งเรื่องนี้เหรินซินจะเปลี่ยนไปเขียนแนวพีเรียดย้อนยุค แก้แค้นเข้มข้น ดังนั้นช่วงนี้หญิงสาวจึงมักมาจมอยู่ในห้องทำงานมากกว่าจะใส่ใจสามีเสียอีก“อุ้มหน่อย”วันนี้คิดไปคิดมา สมองก็ตัน คิดอะไรไม่ออกแล้ว ขอเติมพลังด้วยการเอาอกเอาใจสามีสักหน่อยก็คงจะดีไม่น้อย ดังนั้นเหรินซินจึงเริ่มต้นจากการออดอ้อนจ้าวลู่เฉินให้อุ้มตนเองกลับห้องเสียเลย“ทำไม? วันนี้ดูแปลก ๆ ไม่สบายใจหรือครับ”พอหลัง ๆ จ้าวลู่เฉินนั้นจับทางได้ว่าเหรินซินนั้น แพ้คำว่า ‘ครับ’ ของตนเองชายหนุ่มก็จะยิ่งชอบพูดจนติดปากไปแล้ว คู่อื่นเป็นอย่างไรเขากับเหรินซินไม่รู้ เขารู้แค่คู่ของตนเองมีแต่ปรับตัวมาเจอกันคนละครึ่งทาง ใช้ชีวิตคู่อย่างจริงจังก็เพิ่งครบ1ปีไป ถึงจะแต่งงานกันมาถึง4ปีเศษแล้วก็

  • ทะลุมิติมาเป็นสะใภ้แสนชังยุค80    ตอนจบ (1)

    ตอนจบเหตุการณ์ต่าง ๆ ผ่านไปแล้ว แต่ไม่ใช่ง่าย เพราะการจับคุมขบวนการค้ายาเสพติดและค้ามนุษย์กับอวัยวะคราวนี้เกี่ยวพันถึงหลายสกุลใหญ่ในหนานจิ้ง ไม่ว่าจะเป็นท่านนายพลจ้าว กับภรรยาคนที่สามของเขา กับนายท่านสกุลซู ยังมีท่านนายพลเจียง เรียกว่าครั้งนี้แทบจะล้างบางผู้มีอำนาจในหนานจิ้งและเยี่ยนจิ่งเลยก็ไม่ผิดสกุลจ้าว สกุลเจียง และสกุลซู ถูกทลายอำนาจจนไม่เหลือ แน่นอนว่า งานนี้ย่อมส่งผลถึงสกุลหม่า และหม่าฉางกรุ๊ป รวมถึงกลุ่มกิจการ หงส์เพลิงกรุ๊ปของคุณชายรองจ้าว แต่เพราะทั้งจ้าวลู่คังกับจ้าวลู่เฉินนั้นเตรียมรับมือกับแรงกระแทกมาสักพักหนึ่งแล้วจึงพอจะรับมือได้ ไหนจะยังมีหม่าเจินจูอยู่เป็นหลักให้กับลูกชายแท้และลูกเลี้ยง จึงไม่ทำให้เกิดเรื่องมากนักทุกคนที่ได้รับผลประทบจากเหตุการณ์คราวนี้ล้วนต้องปรับตัวและใช้เวลา แม้แต่จ้าวลู่เฉินเองก็ต้องยอมรับความจริงว่าบิดาของตนเองทำชั่วทำเลว เมื่อสุดท้ายถูกสอบสวนจากสาเหตุว่าเขาคือลูกชายแท้ ๆ ของท่านนายพลจ้าว สามีของเธอนั้นกลับรับมือได้โดยไม่หวั่นไหว สกุลซู สกุลเจียงถูกยึดทรัพย์ไม่เหลือ สกุลจ้าวเองก็เช่นกัน โชคยังดีที่ช่วง3ปีมานี้จ้าวลู่เฉินนั้นสร้างทรัพย์สินมาด้ว

  • ทะลุมิติมาเป็นสะใภ้แสนชังยุค80    บทที่18.3

    เห็นหญิงสาวชิมแล้วเงียบไปนานก็อดที่จะถามออกไปเสียมิได้ ส่วนเหรินซินนั้นที่นิ่งเงียบไปก็เพราะอึ้งที่รสชาติอาหารของจ้าวลู่เฉินนับว่ากลมกล่อมราวกับมืออาชีพคนหนึ่งนั่นเอง"รสชาติดีมาก ๆ เลยค่ะพี่ลู่เฉิน รสมือเยี่ยมจนบอกว่าพ่อครัวมืออาชีพทำฉันก็เชื่อนะคะเนี่ย"เรียวปากแกร่งของจ้าวลู่เฉินโค้งขึ้นสูงอย่าง

  • ทะลุมิติมาเป็นสะใภ้แสนชังยุค80    บทที่23.1

    บทที่ 23ดังนั้นในเช้าของวันใหม่ เหรินซินจึงนอนซมด้วยพิษไข้ เพราะโดนคนเอาแต่ใจ จับกินทั้งคืนราวกับตายอดตายอยากมาสัก10ปี บ้าบอที่สุด เธอไม่น่าจะยอมใจอ่อนยอมเขาเลยจริง ๆ"ลุกมากินข้าวก่อน"ยังดีว่าหลังค่ำคืนเร่าร้อนผ่านไป จ้าวลู่เฉินไม่ได้ทอดทิ้งให้เธอนอนจมอยู่บนเตียงเพียงลำพัง เขายังมีโปรโมชั่นให้กั

  • ทะลุมิติมาเป็นสะใภ้แสนชังยุค80    บทที่16.1

    บทที่ 16และผ่านไปไม่ถึง2สัปดาห์ตามกำหนดเดิมจ้าวลู่เฉินก็ตัดสินใจรีบออกมาจากเรือนใหญ่ ไม่รอให้ลุงเหอกลับมาด้วยซ้ำ เพราะรุ่งขึ้นอีก3วันต่อมาเขาตรวจดูความเรียบร้อยของเรือนหลังเล็กแล้วว่ามันสมบูรณ์ดีชายหนุ่มก็ให้กงเหยียนกับเฉียงเว่ยและจางจงควบคุมคนของหงส์เพลิงมาช่วยกันขนย้ายข้าวของทั้งของเขากับเหรินซิ

  • ทะลุมิติมาเป็นสะใภ้แสนชังยุค80    บทที่5

    บทที่ 5เมื่อจ้าวลู่เจินมาถึงโรงพยาบาลเหรินซินที่ถูกปลุกจากยาสลบก่อนออกจากห้องผ่าตัดก็หลับไปอีกครั้งเพราะฤทธิ์ยาแก้ปวดที่หมอสั่งฉีดให้ ดังนั้นภาพที่จ้าวลู่เฉินกลับมาพบจึงเป็นร่างที่บอบบางหลับสนิทอยู่บนเตียงคนป่วยกับสายระบายเลือดออกจากปอดและขาที่ถูกผ่าตัดและใส่เฝือกเรียบร้อยแล้วเท่านั้น"เป็นยังไงบ้

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status