แม่สื่อเช่นข้าจะชนะใจองค์ชาย

แม่สื่อเช่นข้าจะชนะใจองค์ชาย

last updateآخر تحديث : 2025-07-12
بواسطة:  Luffy.gمستمر
لغة: Thai
goodnovel4goodnovel
لا يكفي التصنيفات
58فصول
1.9Kوجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

เมื่อบุรุษที่หมายปองมีใจให้กับสตรีอื่น และสตรีผู้นั้นก็เป็นถึงสหายรักของตน เฉินเส้าหว่านจึงรับอาสาเป็นแม่สื่อให้กับเขา พร้อมกับหาทางพิชิตใจชายในดวงใจให้สำเร็จ

عرض المزيد

الفصل الأول

บทที่ 1 เร่งรัด

“หากฉันจะรักใครสักคนก็ทุ่มเทให้หมดใจแม้แต่หางตายังไม่เคยชำเลืองมองใครอื่น”มิราเอ่ยปากบอก นิรมนเพื่อนรัก

พยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ

“ว่าแต่ สุดที่รักของแกแนะนำให้ฉันรู้จักหน่อยได้ไหม” มิราอมยิ้ม

“ทำไมจะไม่ได้ในเมื่อเหลือแกกับฉันสองคนที่ยังนั่งบนคานทั้งคู่” 

น้ำเสียงร่าเริงสดใสทำไมจะไม่ได้ก็ในเมื่ออยากจะอวดเพื่อนอยู่แล้ว นิรมนยิ้มหวานหยดเธอเป็นคนที่สวยโดยกำเนิดแล้วยังไม่พอใจความสวยที่ติดตัวมา การแต่งเติมความสวยด้วยการทำศัลยกรรมทุกอย่างเท่าที่จะทำได้เพื่อให้ตัวเองออกมาดูดีที่สุดต่างกับมิราที่สวยเรียบๆ ไม่ได้โดดเด่นอะไร อาจเป็นเพราะมิราไม่เคยแม้แต่จะดัดขนตาด้วยซ้ำการที่เธอเป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างจะห้าวหาญเกินหญิงจึงไม่มีผู้ชายสักคนผ่านเข้ามาในชีวิตมีเพียงปัณภัทรเท่านั้นที่เอ่ยได้เต็มปากว่าคบหาดูใจกันอยู่

“เขาชอบแกตรงไหนมิรา” นิรมนถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“คง...ตรงที่ฉันเป็นฉันละมั้ง”

 มิรานึกไม่ออกด้วยซ้ำว่าปัณภัทรชอบมิราตรงไหน จะว่าสวยมิราก็ไม่ได้สวยขาดบาดใจ ชนิดที่ผู้ชายเห็นต้องเหลียวหลังจึงทำให้ครองโสดอยู่ได้ไม่มีใครมาจีบ นิรมนต่างออกไปนิรมนค่อนข้างเลือกจนกลายเป็นคนที่ไม่มีใครเหมือนกันทั้งๆ ที่หนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่เมื่อพบนิรมนครั้งแรกมักจะเก็บอาการไม่อยู่เลยทีเดียวอาจเป็นเพราะการแต่งตัวที่วาบหวิว

“แล้วแกคิดว่าคนนี้ตัวจริงแน่หรือ”

“ใช่สิพี่ปัณเขาน่ารักเอาใจเก่ง เราวาดอนาคตไว้ด้วยกันแล้วนะ เมื่อแต่งงานกันแล้วพี่ปัณเขาจะให้ฉันอยู่บ้านเฉยๆ เป็นแม่บ้านดูแลลูก ปีแรกเราจะปล่อยให้มีลูกกันเลย” 

มิราบอกเล่าความฝันที่มีร่วมกันกับปัณภัทรให้เพื่อนรักฟัง

“ฉันชักอยากเห็นหน้าที่รักของแกเร็วๆ แล้วสิ อย่างนั้นวันนี้เลยดีไหมแก ฉันว่าง” 

นิรมนออกปากแววตาระยิบระยับ มิรายกนาฬิกาข้อมือดูด้วยความเคยชินมากกว่าจะดูเวลาจริงๆ

“เอาอย่างนั้นเลยเหรอ เดี๋ยวฉันโทรหาพี่เขาก่อน” 

นิรมนเลิกคิ้วสวยเป็นเชิงเข้าใจ

“ว่าง...พอดีเลย เย็นนี้ไปกินข้าวเย็นกับพี่เขากัน”

 นิรมนขยับเสื้อเกาะอกที่เผยให้เห็นเนินเนื้อชัดเจนให้แน่นขึ้นเหมือนการเตรียมพร้อม มิราเบ้ปากอมยิ้มน้อยๆ นึกขำที่นิรมนทำท่าเป็นงานเป็นการ

“แกไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้”

“ก็ฉันได้ยินว่าพี่เขาเป็นถึงระดับผู้บริหารเครือสหโชติเลยที่เดียวฉันทำเพื่อแกเลยนะพี่เขาจะได้ไม่ดูถูกแกได้ว่าคบเพื่อนบ้านๆ” มิราหัวเราะคิกคัก

“แกคิดมากพี่เขาไม่ถือสาหรอกดูอย่างฉันสิไม่เห็นต้องเปลี่ยนอะไรเลย”

 มิรารู้สึกมั่นใจในตัวของปัณภัทรเพราะคบหากันมานาน นิรมนยิ้มหวาน

“ดีใจด้วยจริงๆนะแก ที่แกพบคนที่จริงใจขนาดนั้น”

 มิราสูดลมหายใจเข้าก่อนจะถอนหายใจยาวๆ

“ฉันก็อดที่จะเป็นห่วงแกไม่ได้นะนิราเมื่อไหร่แกจะเจอคนดีๆ แบบฉันสักที”

 มิรากุมมือนิรมนแน่น

“ไม่ต้องเป็นห่วงแค่ฉันเห็นแกมีใครที่รักจริงฉันก็พอใจแล้วของฉันมีเป็นกุรุส555” ทั้งสองหัวเราะด้วยความสุข มิราคิดว่าอย่างไรเสียนิรมนก็คือเพื่อนที่ดีที่สุดคนหนึ่งทีเดียว

ภัตตาคารหรูบนเรือลำใหญ่ในแม่น้ำเจ้าพระยาที่ต้องจองโต๊ะล่วงหน้าสำหรับบุคคลอื่นแต่สำหรับปัณภัทรเป็นเรื่องง่ายนิดเดียว มิรานั่งมองพระอาทิตย์อัสดงสีหมากสุก สวยไม่ร้อนแรงหากอ่อนแสงลงในยามสนธยา

สายตาคมบนใบหน้าหล่อเหลาของปัณภัทร ที่คอยเหลือบมองทุกอากัปกิริยาของนิรมน ไม่ต่างจากชายอื่นยามที่มองนิรมน อาหารถูกนำเสิรฟจนครบ ปัณภัทรคลี่ผ้ากันเปื้อนคลุมหน้าขาให้มิราอย่างเอาใจ

“ขอบคุณค่ะพี่ปัณ” มิราสบตาคม

“นิราเรียก..พี่ปัณ..เหมือนที่มิราเรียกก็ได้นะ” 

มิราเม้มริมฝีปากแต่ก็คลายมันออกมาเป็นรอยยิ้มเพราะไม่ได้คิดอะไร

“จริงฉันเห็นด้วย ดีกว่าเรียกคุณปัณภัทรมันดูอย่างไงพิกล” 

นิรมนยิ้มหวานหยดตามแบบฉบับของเธอ

“คือพี่ปัณเขาชวนฉันไปเที่ยวญี่ปุ่นปลายเดือนนี้ แกว่างไหมนิรา” นิรมนเลิกคิ้วฉีกยิ้ม รอยยิ้มหวานแววตาขี้เล่นน่ามอง

“ฉันไม่อยากไปเป็นก.ข.ค” 

น้ำเสียงทีเล่นทีจริงหากแต่จะค่อนไปทางเล่นมากว่าจริง

“ก็สิ้นปีนี้แกไม่มีนัดกับใครไม่ใช่เหรอ เที่ยวคนเดียวสนุกตายล่ะ” 

ปัณภัทรมองสบตานิรมนอย่างเปิดเผย

“นิราอยู่คนเดียวหรือครับไม่น่าเชื่อ” 

นิรมนทำตากลมยิ่งทำให้กิริยาของเธอน่ารัก

“เชื่อเถอะค่ะพี่ปัณนิราเขายังไม่มีใครยังไม่เจอคนที่ถูกใจ”

 ปัณภัทรยิ้มพึงใจสบตานิรมนนิ่งเหมือนจะค้นหาความจริง

นิรมนแก้มแดงด้วยความเขินอาย

ปัณภัทรเลือกตักของที่มิราชอบใส่จานให้มิราก่อนจะเอื้อมมือตักของที่ตัวเองชอบใส่จานให้นิรมน นิรมนย่อตัวแสดงความขอบคุณเนินอกเนียนขาวไหวขึ้นลงชวนมอง ปีณภัทธยิ้มสบตานิรมน

อะไรกันนี่คือการดูตัวหรืออย่างไรและมีมิราทำหน้าที่เป็นแม่สื่อ มิราพยายามบอกตัวเองว่าอย่าคิดมาก

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
58 فصول
บทที่ 1 เร่งรัด
บทที่ 1 เร่งรัด “ปึง...” เสียงตบโต๊ะดังสนั่นไปทั่วตำหนักของฮองเฮา เม่งฉีเต๋อถึงกับบันดาลโทสะอย่างหนัก ใบหน้าของนางแดงก่ำแล่นริ้วไปทั่วร่างของหญิงวัยกลางคน สายตาของนางยังคงจ้องหน้าบุตรชายคนโต “หงเฟยหย่า” รัชทายาทของแคว้นเจี้ยนอย่างเหลืออด “นี่เจ้าคิดจะทำให้ข้าอกแตกไปเลยเช่นนั้นหรือ” เสียงตวาดด้วยความโมโหและร้อนใจจนถึงกับแผดเสียงออกมา หงเฟยหย่าถอดทอนหายใจพร้อมกับเบือนหน้าอย่างรู้สึกเหนื่อยใจยิ่งนัก แต่เขาก็ยังคงยืนนิ่งอย่างสงวนท่าทีเช่นเคย “เสด็จแม่ ข้าบอกท่านหลายครั้งแล้วว่าข้ายังไม่มีความคิดที่จะแต่งงานในเวลานี้” “แต่นี่เจ้าอายุยี่สิบห้าแล้วนะ องค์ชายคนอื่นๆ ต่างมี สตรีในวังหลังมากมาย...แล้วดูเจ้าสิ วังหลังของเจ้านั้นกลับว่างเปล่าไร้ซึ่งกระทั่งสาวใช้อุ่นเตียงแม้สักคนเดียว” “โธ่...เสด็จแม่ ท่านอย่าได้เป็นกังวลกับข้าเช่นนี้เลย หากวันใดข้าพบคนที่ต้องใจแล้วละก็ ข้าสัญญาว่าข้าจะไม่มีวันปล่อยคนผู้นั้นไปเป็นแน่” หงเฟยหย่าตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ดวงตารีเรียวราวกับเหยี่ยวหรี่ลง สองคิ้วขมวดแน่นด้วยความตึงเครียดพร้อมกับจ้องมองมารดาของตนอย่างต้องก
اقرأ المزيد
บทที่ 2 สะดุดตา
บทที่ 2 สะดุดตา หลังจากหงฟางซินออกจากตำหนักของเม่งฉีเต๋อแล้ว เขาก็รีบวิ่งไล่ตามหงเฟยหย่าไปในทันที ดวงตากวาดมองไปทั่วบริเวณเพื่อมองหาเขาที่เดินนำหน้าไปก่อนหน้านี้ และกว่าที่หงฟางซินจะวิ่งตามหงเฟยหย่าทันก็เล่นเอาชายหนุ่มถึงกับหอบเหนื่อยขึ้นมาในทันที “เสด็จพี่ โปรดรอข้าก่อน” หงฟางซินตะโกนเรียกเสียงดังขณะพยายามเร่งฝีเท้าตามหลังไปด้วยความกระหืดกระหอบ หงเฟยหย่าชะงักเท้าตามเสียงร้องพร้อมกับหันหลังกลับมายังน้องชายของตน ดวงตาคมกริบมองสบกับใบหน้าที่เปื้อนเหงื่อของน้องชาย ใบหน้ายังคงเคร่งเครียดจากการสนทนาเมื่อครู่กับพระมารดา “เจ้ายังมีธุระอันใดกับข้าอีกหรือ” ชายหนุ่มกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูหงุดหงิดไม่หาย “โธ่...เสด็จพี่ ท่านอย่าได้เอาอารมณ์มาลงใส่ข้าเลย ข้าแค่จะถามท่านว่างานเลี้ยงชมดอกไม้ เสด็จพี่จะไปหรือไม่” หงฟางซินถามอย่างระมัดระวัง กลัวจะไปกระตุ้นอารมณ์ที่กำลังเดือดของพี่ชาย หงเฟยหย่าได้ฟังก็ยิ่งรู้สึกรำคาญใจขึ้นมาอีกครั้ง ใบหน้าบูดบึ้งและเคร่งเครียดลง เขายกมือขึ้นลูบหน้าผากตนเองก่อนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงต่ำ “งานเลี้ยงเช่นนั้นมิได้อยู่
اقرأ المزيد
บทที่ 3 สหาย
บทที่ 3 สหาย ทางด้านหงเฟยหย่าที่เดินทางกลับมายังตำหนักของตน เขาก้าวเท้าตรงไปยังห้องนอนด้วยท่าทางอ่อนเพลียยิ่งนัก ชายหนุ่มหย่อนกายนั่งลงบนเก้าอี้ด้วยความเหนื่อยล้า และอ่อนใจกับสิ่งที่มารดาของเขาพยายามยัดเยียดให้ มือข้างหนึ่งยกขึ้นนวดระหว่างคิ้วที่ขมวดแน่นจนแทบจะเป็นปมขึ้นมา หลิวรั่วอันเดินมารินน้ำชาให้กับชายหนุ่มตรงหน้า ท่าทางอ่อนน้อมเมื่อสักครู่เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นกันเองและผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น “เฟยหย่า...ท่านจะลำบากใจอันใดกันนักหนา กับแค่หญิงสาวข้างกายเพียงไม่กี่คน ท่านก็รับเข้าตำหนักหลังก็เพียงพอแล้ว” หลิวรั่วอันเอ่ยปากออกมาอย่างเป็นกันเอง คำเรียกขานที่ดูเป็นทางการก่อนหน้าแปรเปลี่ยนเป็นสนิทสนมขึ้นมา อันที่จริงหลิวรั่วอันนั้นเป็นเพื่อนเล่นวัยเยาว์ของหงเฟยหย่ามาตั้งแต่เด็ก พวกเขาเรียกได้ว่าแทบจะตัวติดกันไปเสียทุกเวลาทีเดียว ชายหนุ่มเป็นบุตรชายของหลิวฟู่เว่ย เสนาบดีกรมคลัง แต่เพราะชายหนุ่มชื่นชอบการต่อสู้ตั้งแต่ยังเล็ก ดังนั้นเขาจึงมุ่งความสนใจไปกับการฝึกซ้อมวรยุทธ์ และได้กลายเป็นสหายร่วมเรียนกับหงเฟยหย่า จนกระทั่งบัดนี้เขาได้กลายมาเป็นองครักษ์ข้างกายขอ
اقرأ المزيد
บทที่ 4 งานเลี้ยงชมดอกไม้
บทที่ 4 งานเลี้ยงชมดอกไม้ “องค์ชายได้เวลาไปร่วมงานเลี้ยงในวังแล้วขอรับ” คนสนิทเดินเข้าตามหงฟางซิน เมื่อได้เวลาเดินทางไปร่วมงานเลี้ยงชมดอกไม้ในวังตามคำสั่งของฮองเฮา หงฟางซินลุกขึ้นแต่งกายด้วยชุดที่สง่างามเป็นพิเศษ เขาหันไปหาคนสนิทอีกครั้ง เมื่อนึกถึงเรื่องสำคัญขึ้นมาได้ “เรื่องคุณหนูเจียงที่ข้าให้ไปสืบเป็นเช่นใดบ้าง” “ข้าน้อยให้คนตรวจสอบแล้ว คุณหนูเจียงจะเข้าร่วมงานเลี้ยงในครั้งนี้ด้วยขอรับ” รายงานที่คนสนิทบอกมาทำให้หงฟางซินยิ้มกริ่มขึ้นมาด้วยความเบิกบานใจ ท่าทางเบื่อหน่ายก่อนหน้าหายวับไปในทันที ปรากฏเพียงความตื่นเต้นที่มีบนใบหน้า “เช่นนั้นก็รีบไปเถิด” หงฟางซินรีบเดินทางไปยังวังหลวงในทันที ภายในใจร้อนรนอยากเจอหน้าหญิงสาวผู้นั้นอีกสักหน ชายหนุ่มเร่งฝีเท้าก้าวไปตามทางเดินด้วยใจที่เหม่อลอย ฉับพลันร่างบางก็ปะทะเข้ากับแผงอกของเขาเข้าอย่างจัง “โอ๊ย...” เสียงร้องดังขึ้นพร้อมกับร่างของหญิงสาวคนหนึ่งที่ลอยหวือจนเกือบจะก้มลงไปกับพื้น หงฟางซินยกมือขึ้นคว้าเอวบางเอาไว้แน่นตามสัญชาตญาณพร้อมกับดึงร่างบางเข้าหาตัวเองก่อนที่ร่างขอ
اقرأ المزيد
บทที่ 5 ทำความรู้จัก
บทที่ 5 ทำความรู้จัก ภายใต้ร่มเงาของต้นหลิวใหญ่ที่ปลูกเรียงรายริมสระน้ำกลางสวนหลวง เสียงพิณที่บรรเลงแผ่วเบาจากศาลาริมน้ำลอยละล่องมาตามลม บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมจาง ๆ ของบุปผานานาพรรณ กลุ่มบุตรสาวของขุนนางจวนต่างๆ ต่างพากันจับกลุ่มสนทนา หัวร่อต่อกระซิบกันโดยบทสนทนาเหล่านั้นล้วนไม่พ้นเรื่องที่ฮองเฮาต้องการหาคู่ครองเคียงกายให้กับองค์รัชทายาทและองค์ชายห้า เจียงอันเล่อที่รู้สึกเบื่อหน่ายยิ่งนัก มิใช่ว่านางจะไม่รู้วัตถุประสงค์ของการจัดงานครั้งนี้ แต่เพราะหัวใจของนางยึดติดอยู่กับเพียงหานอี้หลงผู้เดียวเท่านั้น นางจึงเลือกหลบมานั่งอยู่เพียงลำพังใต้ต้นหลิว แววตาเหม่อลอยอย่างมิได้ใส่ใจกับเรื่องราวดังกล่าวทำเพียงนั่งรอฆ่าเวลาจนกว่างานเลี้ยงจะสิ้นสุดลง ทว่าเจียงอันเล่อก็ต้องสะดุ้งตัวโยนขึ้น เมื่อได้ยินเสียงร้องเรียกดังขึ้นมาจากทางด้านข้าง “คุณหนูเจียง...” เสียงทุ้มและนุ่มนวลดังขึ้นพร้อมกับร่างของหงฟางซินที่ก้าวมาหยุดตรงด้านหน้าของนาง เจียงอันเล่อเงยหน้าขึ้น พร้อมกับลุกขึ้นย่อกายเคารพตามธรรมเนียมอย่างสุภาพ “คารวะ...องค์ชายเก้า” หงฟา
اقرأ المزيد
บทที่ 6 ตามตื๊อ
บทที่ 6 ตามตื๊อ หลังจากงานเลี้ยงจบ หงฟางซินก็พยายามหาทางติดต่อกับเจียงอันเล่อ เขาถึงกับเดินทางไปยังจวนสกุลเจียงเพื่อขอพบกับหญิงสาว “นายท่านขอรับ...องค์ชายเก้าเสด็จมาขอรับ” เสียงของพ่อบ้านที่รีบเข้ามารายงานต่อเจียงเสิ่นเย่วได้ทราบ เจียงเสิ่นเย่วเงยหน้าขึ้นช้าๆ ดวงตาฉายความประหลาดใจออกมาเล็กน้อย ก่อนจะหุบเอกสารในมือลงแล้วขมวดคิ้วเข้าหากัน “องค์ชายเก้า...เหตุใดจึงมาที่นี่โดยมิได้นัดหมายกัน” เจียงเสิ่นเย่วพึมพำออกมา สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะเอ่ยออกคำสั่งออกไป “ไปเชิญองค์ชายเข้ามา” ไม่นานนักร่างสูงในชุดสีฟ้าครามปักดิ้นทองของหงฟางซินก็ก้าวเข้ามาภายในโถงกว้าง เส้นผมถูกรวบขึ้นอย่างเรียบร้อย ใบหน้าแต้มรอยยิ้มอ่อน ดวงตาสุขุมและสงบนิ่งสะท้อนถึงความมั่นใจในตัวเอง “คารวะองค์ชายเก้า” เจียงเสิ่นเย่วโค้งกายต้อนรับอย่างนอบน้อม หงฟางซินยกมือขึ้นพยุงอีกฝ่ายให้ลุกขึ้นด้วยท่าทีนอบน้อมไม่แพ้กัน “ท่านโหวอย่าได้มากพิธี วันนี้ข้ามารบกวนถึงจวนโดยมิได้นัดไว้ ต้องขออภัยด้วยอย่างยิ่ง” “หามิได้ องค์ชายโปรดประทับนั่งก่อนเ
اقرأ المزيد
บทที่ 7 ราชการลับ
บทที่ 7 ราชการลับ ภายในตำหนักอักษร หงจูเหลียงนั่งตรวจฎีกาด้วยใบหน้าที่เคร่งเครียด มือใหญ่ที่มีรอยเหี่ยวย่นตามกาลเวลากำแน่นด้วยความโมโหอย่างไม่อาจควบคุม หงเฟยหย่าสวมอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มขลิบทองก้าวเข้ามาภายในพร้อมกับโค้งกายคำนับ “ถวายพระพร เสด็จพ่อ” “รัชทายาท...เจ้ามาก็ดีแล้ว” หงจูเหลียงละสายตาจากฎีกาฉบับหนึ่งในมือ ก่อนจะโบกพระหัตถ์ไปมาอย่างไม่ใส่ใจพิธีการมากนัก เขาเงยหน้ามองบุตรชาย พร้อมกับหันไปหาขันทีด้านข้างในทันที ขันทีรีบหยิบฎีกาตรงเข้าไปหาหงเฟยหย่าพร้อมกับยื่นให้เขาอย่างรู้งาน หงเฟยหย่าอ่านฎีกาฉบับดังกล่าวพร้อมใบหน้าที่เคร่งเครียดขึ้นมาในทันที “เสด็จพ่อมีความคิดเห็นเช่นใด” “ข้าเรียกเจ้ามาเข้าเฝ้าโดยด่วนก็เพราะเรื่องนี้” หงจูเหลียงเอ่ยขึ้นด้วยเสียงนิ่งเย็น “เมื่อคืนมีฎีกาฉบับหนึ่งส่งตรงจากผู้ตรวจการเมืองเจี้ยนหนาน แจ้งว่ามีการทุจริตเงินภาษีและเบียดบังเสบียงหลวงอย่างโจ่งแจ้ง ทั้งยังมีเบาะแสว่าขุนนางท้องถิ่นพัวพันโดยตรง” ชายสูงวัยกล่าวออกมาพร้อมใบหน้าที่ถมึงทึง ดวงตาลุกวาวด้วยโทสะที่มี “เรื่องนี้ดูผิวเผินก็ไม่ต่างจากการทุจริตโดยทั่
اقرأ المزيد
บทที่ 8 ค้างคืน
บทที่ 8 ค้างคืน รุ่งสางของวันใหม่ ร่างของชายสองคนขึ้นควบม้าออกเดินทางออกจากเมืองหลวง หงเฟยหย่าในชุดสีน้ำตาลเรียบง่ายไม่ต่างจากหลิวรั่วอันที่ควบม้าเคียงข้างกันไปราวกับภาพวาดของคู่หูจอมยุทธ์พเนจรที่เดินทางร่อนเร่เคียงข้างกันไปอย่างรู้ใจ “เมืองเจี้ยนหนานอยู่ห่างจากเมืองหลวงราวสามวัน หากพวกเราเร่งรีบสักหน่อยคงไปถึงได้ภายในสองวันกระมัง” “ครั้งนี้พวกเราออกเดินทางในฐานะพี่น้องในครอบครัวพ่อค้า เจ้าก็อย่าแสดงพิรุธอันใดออกมาเล่า” หงเฟยหย่ากำชับเขาอีกครั้ง ทั้งสองควบม้าตรงไปด้านหน้าด้วยความเร็วที่สูสีกันโดยมิได้กล่าวสิ่งใดต่อกันอีก เมืองหลวงค่อยๆ ห่างออกไปจนกระทั่งลับสายตา ดวงหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นของทั้งสองฉายชัดออกมาด้วยความแน่วแน่ในการปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จในจงได้ แสงอาทิตย์สีส้มอ่อนของช่วงพลบค่ำทอดตัวไปตามถนนที่ทอดยาวไกลสุดสายตา หลิวรั่วอันค่อยๆ กระตุกบังเหียนเพื่อชะลอความเร็วของม้าลง ก่อนจะหันไปกล่าวกับหงเฟยหย่าอีกครั้ง “ด้านหน้ามีโรงเตี๊ยม พวกเราค้างแรมกันที่มีก่อน” หงเฟยหย่าที่ขี่ม้าอยู่ข้างกัน เขาทำเ
اقرأ المزيد
บทที่ 9 ในห้วงฝัน
บทที่ 9 ในห้วงฝัน ยามดึกของค่ำคืน หลิวรั่วอันที่หลับใหลอยู่บนเตียงไม้ ชายหนุ่มนอนนิ่งร่างกายผ่อนคลายเต็มที่ ทว่าไม่รู้ตั้งแต่เมื่อใดที่ความรู้สึกแปลกประหลาดเริ่มคืบคลานเข้ามาอย่างช้าๆ หลิวรั่วอันค่อยๆ ขยับตัวเล็กน้อยเมื่อรู้สึกถึงความร้อนที่นาบลงบนผิวกายราวกับความฝัน ริมฝีปากหนาเผยอออก พร้อมกับลมหายใจที่เริ่มติดขัดขึ้นมา ราวกับห้วงฝันอันแสนวาบหวาม ชายหนุ่มรู้สึกถึงสัมผัสอุ่นร้อนที่แนบลงบนผิวกายอย่างแผ่วเบา ความร้อนผ่าวลูบไล้ไปตามแนวลำคอ ไล่ลงมาจนถึงแผงอก ความอุ่นร้อนลากไล้ไปมาคล้ายกับมีเจตนาหยอกเย้ายั่วยวนจนไม่อาจต่อต้าน “อืม...” เสียงครางต่ำหลุดออกจากลำคอโดยไม่รู้ตัว ริมฝีปากหนาเผยอออก พร้อมกับหัวคิ้วที่ขมวดเข้าหากัน ขนอ่อนทั่วร่างลุกชันขึ้นตามสัมผัสอันเร่าร้อน แต่กลับแฝงด้วยความเย้ายวนใจ ลมหายใจของเขาเริ่มติดขัดและหอบถี่ขึ้นมา ความร้อนรุ่มลุกโชนไปทั่วร่างกายจนร่างจนหลิวรั่วอันเผลอบิดเร้าและแอ่นรับสัมผัสนั้นอย่างลืมตัว ความอุ่นร้อนยังคงไล้วนไปมา จากนั้นก็ลากไล้ลงไปยังเบื้องล่าง เส้นประสาทแข็งตึงขึ้น หน้าท้องเขม็งเกร็งจนรู้สึกปวดหน
اقرأ المزيد
บทที่ 10 งานเลี้ยง
บทที่ 10 งานเลี้ยง ภายในเมืองหลวงได้มีการจัดเตรียมงานเลี้ยงต้อนรับ “จางลู่เหวิน” แม่ทัพคนใหม่ของแคว้นเจี้ยน วังหลวงถูกจัดเตรียมเป็นสถานที่จัดงานอย่างยิ่งใหญ่ เหล่าขุนนางน้อยใหญ่ต่างพากันมาร่วมงานอย่างคับคั่ง หงฟางซินในชุดสีน้ำเงินปักเลื่อมทองยืนอยู่ภายในงานด้วยความกระตือรือร้น ดวงตาคมเอาแต่กวาดสายตามองหาหญิงสาวในดวงใจ โดยมิได้สนใจสายตาของเหล่าคุณหนูสกุลต่างๆ ที่เอาแต่ทอดสายตามองเขาอย่างหวานซึ้ง เป้าหมายเดียวของเขาในงานวันนี้คงมีแต่เพียง “เจียงอันเล่อ” หญิงสาวที่เขาเพียรพยายามแวะเวียนไปหาที่สกุลเจียงอยู่ไม่ขาด แต่ชายหนุ่มกลับต้องผิดหวังไปเสียแทบทุกครั้งจนเขารู้สึกอ่อนใจ แต่คนเช่นเขาไหนเลยจะละความพยายามไปได้โดยง่าย ชายหนุ่มจึงตั้งใจอาศัยงานเลี้ยงครั้งนี้ เพื่อหาทางเข้าใกล้หญิงสาวอีกครั้ง “เจ้าไปดูสิ...คนจากสกุลเจียงมาหรือยัง” หงฟางซินกระซิบบอกคนสนิทอีกครั้ง นี่แทบจะเป็นคำถามนับครั้งที่สิบที่เขาเอาแต่ถามคนสนิทอย่างไม่ขาดปาก เพียงไม่นานร่างของชายวัยกลางคนพร้อมกับหญิงสาวก็เดินเข้ามาด้านใน ดวงตาของหงฟางซินเบิกกว้างขึ้นด้วยความตื่นเต้นดี
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status