แม่สื่อเช่นข้าจะชนะใจองค์ชาย

แม่สื่อเช่นข้าจะชนะใจองค์ชาย

last updateDernière mise à jour : 2025-07-12
Par:  Luffy.gEn cours
Langue: Thai
goodnovel4goodnovel
Notes insuffisantes
58Chapitres
1.9KVues
Lire
Ajouter dans ma bibliothèque

Share:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

เมื่อบุรุษที่หมายปองมีใจให้กับสตรีอื่น และสตรีผู้นั้นก็เป็นถึงสหายรักของตน เฉินเส้าหว่านจึงรับอาสาเป็นแม่สื่อให้กับเขา พร้อมกับหาทางพิชิตใจชายในดวงใจให้สำเร็จ

Voir plus

Chapitre 1

บทที่ 1 เร่งรัด

บทที่ 1 เร่งรัด

        

         “ปึง...” เสียงตบโต๊ะดังสนั่นไปทั่วตำหนักของฮองเฮา เม่งฉีเต๋อถึงกับบันดาลโทสะอย่างหนัก ใบหน้าของนางแดงก่ำแล่นริ้วไปทั่วร่างของหญิงวัยกลางคน สายตาของนางยังคงจ้องหน้าบุตรชายคนโต “หงเฟยหย่า” รัชทายาทของแคว้นเจี้ยนอย่างเหลืออด

         “นี่เจ้าคิดจะทำให้ข้าอกแตกไปเลยเช่นนั้นหรือ” เสียงตวาดด้วยความโมโหและร้อนใจจนถึงกับแผดเสียงออกมา

         หงเฟยหย่าถอดทอนหายใจพร้อมกับเบือนหน้าอย่างรู้สึกเหนื่อยใจยิ่งนัก แต่เขาก็ยังคงยืนนิ่งอย่างสงวนท่าทีเช่นเคย “เสด็จแม่ ข้าบอกท่านหลายครั้งแล้วว่าข้ายังไม่มีความคิดที่จะแต่งงานในเวลานี้”

         “แต่นี่เจ้าอายุยี่สิบห้าแล้วนะ องค์ชายคนอื่นๆ ต่างมี สตรีในวังหลังมากมาย...แล้วดูเจ้าสิ วังหลังของเจ้านั้นกลับว่างเปล่าไร้ซึ่งกระทั่งสาวใช้อุ่นเตียงแม้สักคนเดียว”

          “โธ่...เสด็จแม่ ท่านอย่าได้เป็นกังวลกับข้าเช่นนี้เลย หากวันใดข้าพบคนที่ต้องใจแล้วละก็ ข้าสัญญาว่าข้าจะไม่มีวันปล่อยคนผู้นั้นไปเป็นแน่” หงเฟยหย่าตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ดวงตารีเรียวราวกับเหยี่ยวหรี่ลง สองคิ้วขมวดแน่นด้วยความตึงเครียดพร้อมกับจ้องมองมารดาของตนอย่างต้องการให้นางเลิกคาดคั้นเขาเสียที

         หลิวรั่วอัน องครักษ์ข้างกายของหงเฟยหย่าก้มหน้าพร้อมกับยกยิ้มขึ้นมาอย่างนึกขบขันกับคำกล่าวของชายหนุ่มตรงหน้า ตั้งแต่เขารู้จักกับหงเฟยหย่ามาก็ไม่เคยเห็นเขาปรายตามองหญิงสาวคนใดแม้แต่น้อย แต่เขากลับกล่าวคำมั่นราวกับพบคนที่ถูกใจเสียแล้ว

          หงเฟยหย่าหรี่ตาลงพร้อมกับปรายตามองหลิวรั่วอันด้วยสายตาตำหนิ ก่อนจะหันกลับไปหามารดาเช่นเคย

         หลิวรั่วอันได้แต่เม้มปากลงและก้มหน้าลงต่ำอย่างสงบเสงี่ยมอีกครั้ง

          “เจ้าก็ลองดูก่อนเถิด...วันก่อนข้าได้เจอคุณหนูซางหว่านถิง บุตรสาวของใต้เท้าซาง ข้าดูแล้วนางนั้นหน้าตาหมดจด กริยาท่าทางล้วนแล้วแต่เหมาะสมกับเจ้ายิ่งนัก แม้เวลานี้เจ้าจะยังมิได้คิดผูกสมัครรักใคร่กับนาง แต่อย่างน้อย เจ้าก็ควรหาเวลาทำความรู้จักกันเสียก็มิได้เสียหายอันใด” เม่งฉีเต๋อยังคงเกลี้ยกล่อมบุตรชายอีกครั้ง ตำแหน่งรัชทายาทนั้นหากมิมีทายาทสืบสายเลือดเช่นนั้นจะมั่นคงได้เช่นใด

         “เสด็จแม่...สตรีเหล่านั้นล้วนแล้วแต่ไร้แก่นสาร ท่านอย่าได้บังคับข้าอีกเลย” หงเฟยหย่ายังคงยืนกรานเช่นเดิมโดยมิได้สนใจมารดาที่เวลานี้นางได้ควันออกหูอีกครั้ง เมื่อถูกบุตรชายขัดใจอย่างไม่ไว้หน้า

         หงฟางซินที่ยืนอยู่ด้านข้างก็รีบปรี่เข้ามานั่งด้านข้างมารดาพร้อมกับบีบมือนางอย่างต้องการแก้สถานการณ์ที่กำลังจะปะทุอีกครั้ง “เสด็จแม่...นานทีพวกเราจะอยู่กันพร้อมหน้า วันนี้ข้าว่าเรื่องนี้พอแค่นี้ก่อนเถิด” ชายหนุ่มรีบเฉไฉเปลี่ยนเรื่องในทันที นี่เป็นครั้งที่กี่หนแล้วที่เขาต้องยืนฟังมารดาและพี่ชายทุ่มเถียงกันเกี่ยวกับเรื่องสตรีในตำหนักหลังของพี่ชายของตน

         “เจ้าก็อีกคน เวลานี้เจ้าก็อายุเหมาะสมแล้ว ข้าจะต้องรีบหาสตรีที่คู่ควรให้กับเจ้าเสียที จะได้ไม่ต้องเหมือนพี่ชายเจ้า ที่เอาแต่ล่องลอยเช่นนี้” เม่งฉีเต๋อมิวายหันมาแหวใส่บุตรชายคนเล็กอีกครั้ง

         หงฟางซินได้แต่ทำหน้าเหวอขึ้นมา เมื่อจู่ๆ มารดาวกกลับมาหาเรื่องเขาแทนพี่ชายไปเสียได้

         หงเฟยหย่าได้แต่กลั้นหัวเราะอย่างหนัก แต่ก็มิวายหันไปยักคิ้วหลิ่วตาให้กับน้องชายอย่างนึกชอบใจ

         หงฟางซินได้แต่เบ้ปากอย่างนึกขัดเคืองที่เขาต้องมาพลอยโดนหางเลขจากมารดาไปอีกคน “เสด็จแม่...ท่านโมโหเสด็จพี่แล้วเหตุใด ท่านจึงมาลงที่ข้าเล่า” ชายหนุ่มมิวายบ่นกระปอดกระแปดออกมาอย่างช่วยไม่ได้

         “ไม่รู้แหละ เอาเป็นว่าข้าจะจัดงานชมดอกไม้ ข้าตั้งใจจะเชิญเหล่าสตรีในเมืองหลวงมาร่วมงานเลี้ยง พวกเจ้าสองคนก็จงเตรียมตัวไว้ให้ดี” เม่งฉีเต๋อกล่าวตัดบทอย่างเอาแต่ใจ นางหมายมาดอย่างแรงกล้าว่าจะต้องหาคู่ครองที่เหมาะสมให้แก่บุตรชายทั้งสองของนางให้จงได้

         เสียงพ่นลมหายใจดังลึกขึ้นมา หงเฟยหย่าได้แต่เม้มริมฝีปากเอาไว้แน่นอย่างไม่คิดจะต่อล้อต่อเถียงกับมารดาของตนต่อไปอีก “เสด็จแม่ ข้ายังราชกิจที่ต้องดูแล เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน เอาไว้วันหน้าข้าจะหาเวลามาเยี่ยมท่านในคราวหลัง”

         หงเฟยหย่ากล่าวจบก็โค้งตัวคำนับลามารดาในทันที เขาหันกายกลับพร้อมกับปรายตาไปยังหลิวรั่วอันอย่างให้สัญญาณ “กลับได้แล้ว”

         สิ้นคำสั่งหลิวรั่วอันก็รีบโค้งกายคำนับลาเม่งฉีเต๋อและหงฟางซินอย่างเร่งรีบ พร้อมกับก้าวเท้าตามหลังเจ้านายของตนออกจากตำหนักไปเช่นกัน

         “นี่เจ้าดูสิ...ดูสิ่งที่พี่ของเจ้าทำกับข้า...ข้าพูดเรื่องนี้ทีไร พี่ของเจ้าก็ทำท่าหุนหันหนีหน้าข้าไปเสียทุกครั้ง แล้วเช่นนี้เมื่อไหร่พี่ของเจ้าจะได้แต่งงานเสียที” เม่งฉีเต๋อแทบจะลุกขึ้นเต้นเร่า เมื่อเห็นว่าบุตรชายคนโตฉวยจังหวะหลบหน้านางอีกครั้ง

         หงฟางซินได้แต่ทำหน้าเลิกลักขึ้นมาอย่างทำตัวไม่ถูก เมื่อจู่ๆ พี่ชายก็หนีเอาตัวรอดไปเสียเช่นนั้น เขาหันไปยิ้มเจื่อนให้กับมารดาอีกครั้ง “เสด็จแม่ ท่านก็รู้ว่าเสด็จพี่ย่อมมีความคิดอ่านเป็นของตนเอง เสด็จแม่ก็อย่าได้ทำให้เสด็จพี่ต้องลำบากใจอีกเลย”

         “เจ้าจะไปรู้อันใด พี่ชายของเจ้าเป็นถึงรัชทายาท แต่จนถึงบัดนี้กลับยังมิมีทายาทแม้แต่คนเดียว เช่นนั้นต่อไปตำแหน่งของเขาจะมั่นคงได้เช่นใดกัน”

         “เสด็จแม่อย่าได้เป็นกังวลเลย ไม่แน่ว่าเสด็จพี่ อาจจะพบเจอกับหญิงสาวที่ถูกใจเร็วๆ นี้ก็เป็นได้ เสด็จแม่ก็โปรดรออีกสักหน่อยเถิด” หงฟางซินยังคงเกลี้ยกล่อมมารดาให้ใจเย็นลง เขานั้นรู้ดีว่าพี่ชายของตนนั้นทั้งเย่อหยิ่งและทะนงมากเพียงใด หากเขาคิดสิ่งใดแล้ว เขาย่อมไม่แปรเปลี่ยนเป็นแน่

         “เจ้าก็อย่ามาพูดเข้าข้างพี่ชายของเจ้าให้ข้าต้องอารมณ์เสียอีกเลย” เม่งฉีเต๋อค้อนขวับใส่บุตรชายคนเล็กของตนอีกครั้ง

         หงฟางซินได้แต่ยิ้มเจื่อนด้วยความจนใจอีกครั้ง “เช่นนั้นข้าขอตัวลาก่อน เสด็จแม่โปรดรักษาพระวรกายด้วย” ชายหนุ่มกล่าวจบก็รีบล่าถอยออกไปอีกคน

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Latest chapter

Plus de chapitres
Pas de commentaire
58
บทที่ 1 เร่งรัด
บทที่ 1 เร่งรัด “ปึง...” เสียงตบโต๊ะดังสนั่นไปทั่วตำหนักของฮองเฮา เม่งฉีเต๋อถึงกับบันดาลโทสะอย่างหนัก ใบหน้าของนางแดงก่ำแล่นริ้วไปทั่วร่างของหญิงวัยกลางคน สายตาของนางยังคงจ้องหน้าบุตรชายคนโต “หงเฟยหย่า” รัชทายาทของแคว้นเจี้ยนอย่างเหลืออด “นี่เจ้าคิดจะทำให้ข้าอกแตกไปเลยเช่นนั้นหรือ” เสียงตวาดด้วยความโมโหและร้อนใจจนถึงกับแผดเสียงออกมา หงเฟยหย่าถอดทอนหายใจพร้อมกับเบือนหน้าอย่างรู้สึกเหนื่อยใจยิ่งนัก แต่เขาก็ยังคงยืนนิ่งอย่างสงวนท่าทีเช่นเคย “เสด็จแม่ ข้าบอกท่านหลายครั้งแล้วว่าข้ายังไม่มีความคิดที่จะแต่งงานในเวลานี้” “แต่นี่เจ้าอายุยี่สิบห้าแล้วนะ องค์ชายคนอื่นๆ ต่างมี สตรีในวังหลังมากมาย...แล้วดูเจ้าสิ วังหลังของเจ้านั้นกลับว่างเปล่าไร้ซึ่งกระทั่งสาวใช้อุ่นเตียงแม้สักคนเดียว” “โธ่...เสด็จแม่ ท่านอย่าได้เป็นกังวลกับข้าเช่นนี้เลย หากวันใดข้าพบคนที่ต้องใจแล้วละก็ ข้าสัญญาว่าข้าจะไม่มีวันปล่อยคนผู้นั้นไปเป็นแน่” หงเฟยหย่าตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ดวงตารีเรียวราวกับเหยี่ยวหรี่ลง สองคิ้วขมวดแน่นด้วยความตึงเครียดพร้อมกับจ้องมองมารดาของตนอย่างต้องก
Read More
บทที่ 2 สะดุดตา
บทที่ 2 สะดุดตา หลังจากหงฟางซินออกจากตำหนักของเม่งฉีเต๋อแล้ว เขาก็รีบวิ่งไล่ตามหงเฟยหย่าไปในทันที ดวงตากวาดมองไปทั่วบริเวณเพื่อมองหาเขาที่เดินนำหน้าไปก่อนหน้านี้ และกว่าที่หงฟางซินจะวิ่งตามหงเฟยหย่าทันก็เล่นเอาชายหนุ่มถึงกับหอบเหนื่อยขึ้นมาในทันที “เสด็จพี่ โปรดรอข้าก่อน” หงฟางซินตะโกนเรียกเสียงดังขณะพยายามเร่งฝีเท้าตามหลังไปด้วยความกระหืดกระหอบ หงเฟยหย่าชะงักเท้าตามเสียงร้องพร้อมกับหันหลังกลับมายังน้องชายของตน ดวงตาคมกริบมองสบกับใบหน้าที่เปื้อนเหงื่อของน้องชาย ใบหน้ายังคงเคร่งเครียดจากการสนทนาเมื่อครู่กับพระมารดา “เจ้ายังมีธุระอันใดกับข้าอีกหรือ” ชายหนุ่มกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูหงุดหงิดไม่หาย “โธ่...เสด็จพี่ ท่านอย่าได้เอาอารมณ์มาลงใส่ข้าเลย ข้าแค่จะถามท่านว่างานเลี้ยงชมดอกไม้ เสด็จพี่จะไปหรือไม่” หงฟางซินถามอย่างระมัดระวัง กลัวจะไปกระตุ้นอารมณ์ที่กำลังเดือดของพี่ชาย หงเฟยหย่าได้ฟังก็ยิ่งรู้สึกรำคาญใจขึ้นมาอีกครั้ง ใบหน้าบูดบึ้งและเคร่งเครียดลง เขายกมือขึ้นลูบหน้าผากตนเองก่อนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงต่ำ “งานเลี้ยงเช่นนั้นมิได้อยู่
Read More
บทที่ 3 สหาย
บทที่ 3 สหาย ทางด้านหงเฟยหย่าที่เดินทางกลับมายังตำหนักของตน เขาก้าวเท้าตรงไปยังห้องนอนด้วยท่าทางอ่อนเพลียยิ่งนัก ชายหนุ่มหย่อนกายนั่งลงบนเก้าอี้ด้วยความเหนื่อยล้า และอ่อนใจกับสิ่งที่มารดาของเขาพยายามยัดเยียดให้ มือข้างหนึ่งยกขึ้นนวดระหว่างคิ้วที่ขมวดแน่นจนแทบจะเป็นปมขึ้นมา หลิวรั่วอันเดินมารินน้ำชาให้กับชายหนุ่มตรงหน้า ท่าทางอ่อนน้อมเมื่อสักครู่เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นกันเองและผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น “เฟยหย่า...ท่านจะลำบากใจอันใดกันนักหนา กับแค่หญิงสาวข้างกายเพียงไม่กี่คน ท่านก็รับเข้าตำหนักหลังก็เพียงพอแล้ว” หลิวรั่วอันเอ่ยปากออกมาอย่างเป็นกันเอง คำเรียกขานที่ดูเป็นทางการก่อนหน้าแปรเปลี่ยนเป็นสนิทสนมขึ้นมา อันที่จริงหลิวรั่วอันนั้นเป็นเพื่อนเล่นวัยเยาว์ของหงเฟยหย่ามาตั้งแต่เด็ก พวกเขาเรียกได้ว่าแทบจะตัวติดกันไปเสียทุกเวลาทีเดียว ชายหนุ่มเป็นบุตรชายของหลิวฟู่เว่ย เสนาบดีกรมคลัง แต่เพราะชายหนุ่มชื่นชอบการต่อสู้ตั้งแต่ยังเล็ก ดังนั้นเขาจึงมุ่งความสนใจไปกับการฝึกซ้อมวรยุทธ์ และได้กลายเป็นสหายร่วมเรียนกับหงเฟยหย่า จนกระทั่งบัดนี้เขาได้กลายมาเป็นองครักษ์ข้างกายขอ
Read More
บทที่ 4 งานเลี้ยงชมดอกไม้
บทที่ 4 งานเลี้ยงชมดอกไม้ “องค์ชายได้เวลาไปร่วมงานเลี้ยงในวังแล้วขอรับ” คนสนิทเดินเข้าตามหงฟางซิน เมื่อได้เวลาเดินทางไปร่วมงานเลี้ยงชมดอกไม้ในวังตามคำสั่งของฮองเฮา หงฟางซินลุกขึ้นแต่งกายด้วยชุดที่สง่างามเป็นพิเศษ เขาหันไปหาคนสนิทอีกครั้ง เมื่อนึกถึงเรื่องสำคัญขึ้นมาได้ “เรื่องคุณหนูเจียงที่ข้าให้ไปสืบเป็นเช่นใดบ้าง” “ข้าน้อยให้คนตรวจสอบแล้ว คุณหนูเจียงจะเข้าร่วมงานเลี้ยงในครั้งนี้ด้วยขอรับ” รายงานที่คนสนิทบอกมาทำให้หงฟางซินยิ้มกริ่มขึ้นมาด้วยความเบิกบานใจ ท่าทางเบื่อหน่ายก่อนหน้าหายวับไปในทันที ปรากฏเพียงความตื่นเต้นที่มีบนใบหน้า “เช่นนั้นก็รีบไปเถิด” หงฟางซินรีบเดินทางไปยังวังหลวงในทันที ภายในใจร้อนรนอยากเจอหน้าหญิงสาวผู้นั้นอีกสักหน ชายหนุ่มเร่งฝีเท้าก้าวไปตามทางเดินด้วยใจที่เหม่อลอย ฉับพลันร่างบางก็ปะทะเข้ากับแผงอกของเขาเข้าอย่างจัง “โอ๊ย...” เสียงร้องดังขึ้นพร้อมกับร่างของหญิงสาวคนหนึ่งที่ลอยหวือจนเกือบจะก้มลงไปกับพื้น หงฟางซินยกมือขึ้นคว้าเอวบางเอาไว้แน่นตามสัญชาตญาณพร้อมกับดึงร่างบางเข้าหาตัวเองก่อนที่ร่างขอ
Read More
บทที่ 5 ทำความรู้จัก
บทที่ 5 ทำความรู้จัก ภายใต้ร่มเงาของต้นหลิวใหญ่ที่ปลูกเรียงรายริมสระน้ำกลางสวนหลวง เสียงพิณที่บรรเลงแผ่วเบาจากศาลาริมน้ำลอยละล่องมาตามลม บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมจาง ๆ ของบุปผานานาพรรณ กลุ่มบุตรสาวของขุนนางจวนต่างๆ ต่างพากันจับกลุ่มสนทนา หัวร่อต่อกระซิบกันโดยบทสนทนาเหล่านั้นล้วนไม่พ้นเรื่องที่ฮองเฮาต้องการหาคู่ครองเคียงกายให้กับองค์รัชทายาทและองค์ชายห้า เจียงอันเล่อที่รู้สึกเบื่อหน่ายยิ่งนัก มิใช่ว่านางจะไม่รู้วัตถุประสงค์ของการจัดงานครั้งนี้ แต่เพราะหัวใจของนางยึดติดอยู่กับเพียงหานอี้หลงผู้เดียวเท่านั้น นางจึงเลือกหลบมานั่งอยู่เพียงลำพังใต้ต้นหลิว แววตาเหม่อลอยอย่างมิได้ใส่ใจกับเรื่องราวดังกล่าวทำเพียงนั่งรอฆ่าเวลาจนกว่างานเลี้ยงจะสิ้นสุดลง ทว่าเจียงอันเล่อก็ต้องสะดุ้งตัวโยนขึ้น เมื่อได้ยินเสียงร้องเรียกดังขึ้นมาจากทางด้านข้าง “คุณหนูเจียง...” เสียงทุ้มและนุ่มนวลดังขึ้นพร้อมกับร่างของหงฟางซินที่ก้าวมาหยุดตรงด้านหน้าของนาง เจียงอันเล่อเงยหน้าขึ้น พร้อมกับลุกขึ้นย่อกายเคารพตามธรรมเนียมอย่างสุภาพ “คารวะ...องค์ชายเก้า” หงฟา
Read More
บทที่ 6 ตามตื๊อ
บทที่ 6 ตามตื๊อ หลังจากงานเลี้ยงจบ หงฟางซินก็พยายามหาทางติดต่อกับเจียงอันเล่อ เขาถึงกับเดินทางไปยังจวนสกุลเจียงเพื่อขอพบกับหญิงสาว “นายท่านขอรับ...องค์ชายเก้าเสด็จมาขอรับ” เสียงของพ่อบ้านที่รีบเข้ามารายงานต่อเจียงเสิ่นเย่วได้ทราบ เจียงเสิ่นเย่วเงยหน้าขึ้นช้าๆ ดวงตาฉายความประหลาดใจออกมาเล็กน้อย ก่อนจะหุบเอกสารในมือลงแล้วขมวดคิ้วเข้าหากัน “องค์ชายเก้า...เหตุใดจึงมาที่นี่โดยมิได้นัดหมายกัน” เจียงเสิ่นเย่วพึมพำออกมา สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะเอ่ยออกคำสั่งออกไป “ไปเชิญองค์ชายเข้ามา” ไม่นานนักร่างสูงในชุดสีฟ้าครามปักดิ้นทองของหงฟางซินก็ก้าวเข้ามาภายในโถงกว้าง เส้นผมถูกรวบขึ้นอย่างเรียบร้อย ใบหน้าแต้มรอยยิ้มอ่อน ดวงตาสุขุมและสงบนิ่งสะท้อนถึงความมั่นใจในตัวเอง “คารวะองค์ชายเก้า” เจียงเสิ่นเย่วโค้งกายต้อนรับอย่างนอบน้อม หงฟางซินยกมือขึ้นพยุงอีกฝ่ายให้ลุกขึ้นด้วยท่าทีนอบน้อมไม่แพ้กัน “ท่านโหวอย่าได้มากพิธี วันนี้ข้ามารบกวนถึงจวนโดยมิได้นัดไว้ ต้องขออภัยด้วยอย่างยิ่ง” “หามิได้ องค์ชายโปรดประทับนั่งก่อนเ
Read More
บทที่ 7 ราชการลับ
บทที่ 7 ราชการลับ ภายในตำหนักอักษร หงจูเหลียงนั่งตรวจฎีกาด้วยใบหน้าที่เคร่งเครียด มือใหญ่ที่มีรอยเหี่ยวย่นตามกาลเวลากำแน่นด้วยความโมโหอย่างไม่อาจควบคุม หงเฟยหย่าสวมอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มขลิบทองก้าวเข้ามาภายในพร้อมกับโค้งกายคำนับ “ถวายพระพร เสด็จพ่อ” “รัชทายาท...เจ้ามาก็ดีแล้ว” หงจูเหลียงละสายตาจากฎีกาฉบับหนึ่งในมือ ก่อนจะโบกพระหัตถ์ไปมาอย่างไม่ใส่ใจพิธีการมากนัก เขาเงยหน้ามองบุตรชาย พร้อมกับหันไปหาขันทีด้านข้างในทันที ขันทีรีบหยิบฎีกาตรงเข้าไปหาหงเฟยหย่าพร้อมกับยื่นให้เขาอย่างรู้งาน หงเฟยหย่าอ่านฎีกาฉบับดังกล่าวพร้อมใบหน้าที่เคร่งเครียดขึ้นมาในทันที “เสด็จพ่อมีความคิดเห็นเช่นใด” “ข้าเรียกเจ้ามาเข้าเฝ้าโดยด่วนก็เพราะเรื่องนี้” หงจูเหลียงเอ่ยขึ้นด้วยเสียงนิ่งเย็น “เมื่อคืนมีฎีกาฉบับหนึ่งส่งตรงจากผู้ตรวจการเมืองเจี้ยนหนาน แจ้งว่ามีการทุจริตเงินภาษีและเบียดบังเสบียงหลวงอย่างโจ่งแจ้ง ทั้งยังมีเบาะแสว่าขุนนางท้องถิ่นพัวพันโดยตรง” ชายสูงวัยกล่าวออกมาพร้อมใบหน้าที่ถมึงทึง ดวงตาลุกวาวด้วยโทสะที่มี “เรื่องนี้ดูผิวเผินก็ไม่ต่างจากการทุจริตโดยทั่
Read More
บทที่ 8 ค้างคืน
บทที่ 8 ค้างคืน รุ่งสางของวันใหม่ ร่างของชายสองคนขึ้นควบม้าออกเดินทางออกจากเมืองหลวง หงเฟยหย่าในชุดสีน้ำตาลเรียบง่ายไม่ต่างจากหลิวรั่วอันที่ควบม้าเคียงข้างกันไปราวกับภาพวาดของคู่หูจอมยุทธ์พเนจรที่เดินทางร่อนเร่เคียงข้างกันไปอย่างรู้ใจ “เมืองเจี้ยนหนานอยู่ห่างจากเมืองหลวงราวสามวัน หากพวกเราเร่งรีบสักหน่อยคงไปถึงได้ภายในสองวันกระมัง” “ครั้งนี้พวกเราออกเดินทางในฐานะพี่น้องในครอบครัวพ่อค้า เจ้าก็อย่าแสดงพิรุธอันใดออกมาเล่า” หงเฟยหย่ากำชับเขาอีกครั้ง ทั้งสองควบม้าตรงไปด้านหน้าด้วยความเร็วที่สูสีกันโดยมิได้กล่าวสิ่งใดต่อกันอีก เมืองหลวงค่อยๆ ห่างออกไปจนกระทั่งลับสายตา ดวงหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นของทั้งสองฉายชัดออกมาด้วยความแน่วแน่ในการปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จในจงได้ แสงอาทิตย์สีส้มอ่อนของช่วงพลบค่ำทอดตัวไปตามถนนที่ทอดยาวไกลสุดสายตา หลิวรั่วอันค่อยๆ กระตุกบังเหียนเพื่อชะลอความเร็วของม้าลง ก่อนจะหันไปกล่าวกับหงเฟยหย่าอีกครั้ง “ด้านหน้ามีโรงเตี๊ยม พวกเราค้างแรมกันที่มีก่อน” หงเฟยหย่าที่ขี่ม้าอยู่ข้างกัน เขาทำเ
Read More
บทที่ 9 ในห้วงฝัน
บทที่ 9 ในห้วงฝัน ยามดึกของค่ำคืน หลิวรั่วอันที่หลับใหลอยู่บนเตียงไม้ ชายหนุ่มนอนนิ่งร่างกายผ่อนคลายเต็มที่ ทว่าไม่รู้ตั้งแต่เมื่อใดที่ความรู้สึกแปลกประหลาดเริ่มคืบคลานเข้ามาอย่างช้าๆ หลิวรั่วอันค่อยๆ ขยับตัวเล็กน้อยเมื่อรู้สึกถึงความร้อนที่นาบลงบนผิวกายราวกับความฝัน ริมฝีปากหนาเผยอออก พร้อมกับลมหายใจที่เริ่มติดขัดขึ้นมา ราวกับห้วงฝันอันแสนวาบหวาม ชายหนุ่มรู้สึกถึงสัมผัสอุ่นร้อนที่แนบลงบนผิวกายอย่างแผ่วเบา ความร้อนผ่าวลูบไล้ไปตามแนวลำคอ ไล่ลงมาจนถึงแผงอก ความอุ่นร้อนลากไล้ไปมาคล้ายกับมีเจตนาหยอกเย้ายั่วยวนจนไม่อาจต่อต้าน “อืม...” เสียงครางต่ำหลุดออกจากลำคอโดยไม่รู้ตัว ริมฝีปากหนาเผยอออก พร้อมกับหัวคิ้วที่ขมวดเข้าหากัน ขนอ่อนทั่วร่างลุกชันขึ้นตามสัมผัสอันเร่าร้อน แต่กลับแฝงด้วยความเย้ายวนใจ ลมหายใจของเขาเริ่มติดขัดและหอบถี่ขึ้นมา ความร้อนรุ่มลุกโชนไปทั่วร่างกายจนร่างจนหลิวรั่วอันเผลอบิดเร้าและแอ่นรับสัมผัสนั้นอย่างลืมตัว ความอุ่นร้อนยังคงไล้วนไปมา จากนั้นก็ลากไล้ลงไปยังเบื้องล่าง เส้นประสาทแข็งตึงขึ้น หน้าท้องเขม็งเกร็งจนรู้สึกปวดหน
Read More
บทที่ 10 งานเลี้ยง
บทที่ 10 งานเลี้ยง ภายในเมืองหลวงได้มีการจัดเตรียมงานเลี้ยงต้อนรับ “จางลู่เหวิน” แม่ทัพคนใหม่ของแคว้นเจี้ยน วังหลวงถูกจัดเตรียมเป็นสถานที่จัดงานอย่างยิ่งใหญ่ เหล่าขุนนางน้อยใหญ่ต่างพากันมาร่วมงานอย่างคับคั่ง หงฟางซินในชุดสีน้ำเงินปักเลื่อมทองยืนอยู่ภายในงานด้วยความกระตือรือร้น ดวงตาคมเอาแต่กวาดสายตามองหาหญิงสาวในดวงใจ โดยมิได้สนใจสายตาของเหล่าคุณหนูสกุลต่างๆ ที่เอาแต่ทอดสายตามองเขาอย่างหวานซึ้ง เป้าหมายเดียวของเขาในงานวันนี้คงมีแต่เพียง “เจียงอันเล่อ” หญิงสาวที่เขาเพียรพยายามแวะเวียนไปหาที่สกุลเจียงอยู่ไม่ขาด แต่ชายหนุ่มกลับต้องผิดหวังไปเสียแทบทุกครั้งจนเขารู้สึกอ่อนใจ แต่คนเช่นเขาไหนเลยจะละความพยายามไปได้โดยง่าย ชายหนุ่มจึงตั้งใจอาศัยงานเลี้ยงครั้งนี้ เพื่อหาทางเข้าใกล้หญิงสาวอีกครั้ง “เจ้าไปดูสิ...คนจากสกุลเจียงมาหรือยัง” หงฟางซินกระซิบบอกคนสนิทอีกครั้ง นี่แทบจะเป็นคำถามนับครั้งที่สิบที่เขาเอาแต่ถามคนสนิทอย่างไม่ขาดปาก เพียงไม่นานร่างของชายวัยกลางคนพร้อมกับหญิงสาวก็เดินเข้ามาด้านใน ดวงตาของหงฟางซินเบิกกว้างขึ้นด้วยความตื่นเต้นดี
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status