LOGINเช้าวันนี้เธอมีหน้าที่อันยิ่งใหญ่มากนั้นคือการทำเครื่องปรุงอาหารต้องของคุณยายที่ชอบขี้งกและชอบทำอะไรเองอยู่เสมอๆ และนั้นทำให้เธอต้องโดนไปด้วยสิ่งที่ฉันจะทำในเช้าอันสดใสก็คือเครื่องปรุง ส่วนที่ต้องมีก็น่าจะหาได้ง่ายๆ นะพริกไทย น้ำตาล หัวหอม ผักชีแล้วก็หมูที่สำคัญน่าจะเป็นเกลือไปขอท่านผู้เฒ่าดีกว่าส่วนผักไปหาแถวๆ นี้หรือไม่ก็ไปเอากับท่านผู้เฒ่าเองเพื่ออาหารไปเลย
หลังจากที่บาน่าทำการเอาเนื้อที่น่าจะเป็นเนื้อหมูหันบางแล้วเอาไปตากส่วนที่เหลือก็เดินไปเก็บพวกสมุนไพรมาทำ ด้วยเหตุนั้นบาน่าหรืออลิสต้องเดินไปหาพวกมันต่อ
อลิสจำต้องเดินหาจนทั่วแต่ก็หาไม่เจอเพราะผักชีมันหายากมากๆ เลยในระหว่างทางที่เดินหาเธอก็ไปเจอเชนกับดัสที่เป็นตัวผู้ของนางกำลังทำอะไรกันอยู่อาจจะทำงานกันหรือไม่ก็ว่างซึ่งอลิสที่ไม่ได้รู้อะไรแถวนี้นักเลยไปถามทำให้เธอมาเดินอยู่ที่ไหนสักทีหลังจากที่ถามพวกเขาเสร็จแล้ว
“เรามาอยู่ที่ไหนกันล่ะเนี่ย เหมือนไม่เคยได้มาที่นี่เลยแฮะ” อลิสมองไปรอบๆ ต้นไม่ใหญ่ที่ดูจะเยอะมากเหมือนกับว่ามันใกล้ป่ามากๆ เลย
อ่อ ใช่ที่นี่คือที่ที่เราเคยถูกอุ้ม ว่าแต่เราเดินมาทางไหนกันล่ะเนี่ยจำได้ว่ามันไม่น่าจะเป็นที่นี่นะหรือว่าเรา
เมื่อสังเกตดูดีๆ ก็จะเห็นว่าที่นี่เป็นด้านหลังของกระโจมท่านผู้เฒ่าที่เดินไปไม่ไกลจะเป็นส่วนที่ติดกับป่า ต้นไม้ใบไม้และพืชขึ้นไปทั่วเหมือนมีคนมาปลูกมันเอาไว้และคนคนนั้นน่าจะเป็นท่านผู้เฒ่าเองเพราะนางคิดว่าพืชพวกนี้มีข้อดีนั้นคือการช่วยรักษาอาการต่างๆ และบางอย่างก็ขึ้นมาตามธรรมชาติแต่เพราะไม่มีคนมาสนใจทำให้พวกมันขึ้นกันอยู่เป็นจำนวนมากและพอมองไปดีๆ ก็จะเห็นกรงยักษ์อยู่ด้านล่างของพื้นและมีกรงยื่นออกมาทำให้เธอคิดว่าน่าจะเป็นที่คุมขังเหมือนในหนังที่เคยดูมา พืชและสมุนไพรเกือบจะทุกชนิดหรือบางชนิดเท่านั้นอยู่แถวนี้หมดอลิสจึงดีใจที่ตัวเองจะได้ไม่ต้องเดินหาไกล
“มีผักชีกับกระเทียมดีจังเลยอย่างน้องเราก็ได้มาแล้วสองอย่าง”
ปัง ปัง
เสียงของแหลมถูกขว้างขึ้นมาจากด้านบนจนไปกระทบกับกรงจนเกิดเสียงทำให้ร่างบางหันไปสนใจว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะเธอไม่คิดว่าจะมีคนอยู่ในนั้นจริงๆ เลยด้วยซ้ำแต่ด้วยความอยากรู้อยากเห็นไม่นานเกินรอเท้าทั้งสองข้างก็เดินเข้าไปหาด้วยความสนใจ
“เอ่อ หวัดดีมีคนอยู่ในนั้นเหรอ”
“…”
“ม มีคนอยู่ไหมตอบหน่อย” อลิสถามเสียงสั่นไม่กล้าแม้แต่จะชะเง้อหน้าเข้าไปดูด้วยตาของตัวเองว่าใครอยู่ในกรงด้านล่างนั้น แต่เพราะความอยากรู้อยากเห็นมีมากกว่าจึงก้าวเท้าเข้าไปใกล้แล้วก้มลงไปดูจนเห็นว่ามีผู้ชายเปลือยอกนั่งอยู่ในนั้น
อลิสเห็นชายสองคนนั่งอยู่ในกรงนั้นทำให้คิดขึ้นมาได้ว่าสองคนนั้นอาจจะเป็นคนของเผ่างูหรือเผ่าอะไรไม่รู้ที่บุกเข้าชิงเพศเมียจากเผ่าอื่นเพราะดูจากแขนที่มีสีน้ำเงินป้ายรอบๆ แขนเพราะบาไกบอกว่าถ้าอยากรู้ว่าใครอยู่เผ่าไหนให้ดูที่แขนว่าเขามีสีอะไรป้ายอยู่ทั้งสองคนมองเธอด้วยสายตาที่จ้องจะจับเหยื่อและไม่สนใจว่าคนที่อยู่ด้านบนเป็นใครเพราะพวกเขาไม่ได้เป็นมิตรเท่าไรนักสำหรับคนในเผ่า
“พวกนายน่าจะเป็นคนที่บุกเผ่าของเราใช่ไหม ถ้าฉันจำไม่ผิด”
“ทำไมไม่ลงโทษเราล่ะมาจับเอาไว้ทำไมเจ้าพวกอ่อนแอ ห๊ะ” ผู้ชายอีกคนตะโกนด้วยน้ำเสียงไม่เป็นมิตรเท่าไรนักส่วนอีกคนแม้จะดูไม่เป็นมิตรแต่ก็ไม่ได้ดูน่ากลัวหรือดูไม่ดีเท่าคนที่กำลังตะโกนพูดกับเธออยู่
“เรื่องนั้นข้าไม่รู้เหรอนะ ไม่ได้จะมารบกวนนะแค่เห็นว่ามีกรงอยู่ตรงนี้เลยเข้ามาดูนะตามสบายนะ ตามสบาย”
นี้เราบ้าไปแล้วเรอะ ให้พวกเขาทำตัวสบายในคุกเนี่ยนะเข้าใจพูดนะเรา (-_-!)
“งั้นไม่รบกวนนะ”
“เดี๋ยว!”
อลิสจำเสียงผู้ชายคนนี้ได้คนนี้คือคนที่ลากเธอมาจากในกระโจม เสียงนั้นทำให้เธอต้องหันไปสนใจด้านหลังอีกครั้งในตอนนั้นเธอมองไม่เห็นหน้าเต็มๆ แต่ก็พอจะจำได้รางๆ ใบหน้าคมคายตามฉบับชายชาตรี หน้าท้องเป็นคลื่นหกลูกดูแล้วเหมือนคนออกกำลังกายมาอย่างสม่ำเสมอ ผมสีดำสนิท ดวงตาสีเดียวกันที่มองมาทางเธอด้วยสายตาที่ไม่ไว้ใจและดูฉลาดต่างจากคนข้างๆ ที่ร่างกายสมส่วนและน่ากลัวแต่ไร้สมอง
“มีอะไรกับข้าหรือเปล่า”
“ที่เจ้าใส่นะมันคืออะไรข้าไม่เคยเห็นตัวเมียใส่อะไรแบบนี้มาก่อนเลย ข้าเห็นแต่พวกตัวเมียในเผ่านี้ใส่กันมันคืออะไร” ชายผมดำปรายตามองด้วยใบหน้าหยิ่งยโสเงยหน้าขึ้นมาถามเธอ
“มันคือกางเกงนะ ฉันทำขึ้นมาแล้วก็สอนให้คนในเผ่าทำนะถึงแม้ว่าคนในเผ่าจะยังไม่ชิดเท่าไรก็เถอะทำไมเหรอ หรือว่าอยากได้”
ที่แท้ก็ชอบกางเกงกับเสื้อของเรานี้เองสินะคนเผ่าอื่นงจะไม่สวมกันเท่าไรสินะ
ไม่อายกันบ้างหรือไงที่ใช้ผ้าปิดแค่นั้นแล้วเดินไปไหนต่อไหน ผู้ชายยังพอเข้าใจว่ามีผ้าพัดเป้าเอาไว้อยู่แต่ผู้หญิงนี้สิเสื้อผ้าก็ไม่สวมไม่มีอะไรปิดหน้าอกเลยสักนิดยางอายหมดไปแล้วหรือไงกัน
“เราได้ขอความเห็นใจจากพวกตัวเมีย” ชายอีกคนตะโกนขึ้นมา
นี้ดูถูกเพศแม่อย่างนั้นเหรอ
“เห็นใจเหรอแค่นี้ถึงกับดูถูกเพศเมียเลยเหรอห๊ะ!! คิดว่าตัวเองเป็นใครยิ่งใหญ่มาจากไหนถึงมาดูถูกเพศเมียแบบนี้กันไม่มีคนสอนหรือไงว่าต้องเคารพเพศเมียนะ เจ้าพวกไร้มารยาทรู้ไหมว่าเพศเมียต้องคลอดเด็กออกมาอย่างยากลำบากแค่ไหนกว่าจะเลี้ยงนายที่โง่ๆ แบบนี้โตขึ้นมาได้ต้องเหนื่อยจนเลือดตาแทบกระเด็นขนาดไหนห๊ะ
ต้องท้องถึง 9 เดือนกว่าจะออกนายที่โง่ๆ แบบนี้ออกมาได้สักตัวหนึ่งนะแถมยังต้องทำอาหารให้กิน ทำงานบ้านทุกอย่างอีกเพราะอย่างนั้นอย่ามาดูถูกเพศเมียเข้าใจไหม เข้าใจไหมห๊ะ!!”
พอใจล่ะสบายใจขึ้นเยอะเลย เฮ้อ โล่ง… (^-^)
“ (o_o) ” หน้าของทั้งสองคน
“บาน่า เจ้ามาทำอะไรที่นี่ไม่ได้จะมาซุกซนเล่นอะไรไม่เข้าเรื่องอีกนะ”
อยู่ๆ ก็มีคนเดินมาจากด้านหลังตะโกนด้วยน้ำเสียงแข็งจนทำเอาเธอสะดุ้งเมื่อได้ยินก่อนที่ร่างบางจะหันไปทางด้านหลังก็พบว่าตอนนี้มีชายสามคนในเผ่ามองเธอด้วยสีหน้าไม่ชอบเธอเท่าไรนัก ถือหอกไม้ที่ปลายของมันมีหินแหลมคมเพื่อเอาไว้ป้องกันตัวเอง กับท่านผู้เฒ่าและซาซ่า
“มาทำอะไรที่นี่บาน่า เจ้าอยากจะเล่นซนสินะหรือว่าตอนนี้กลับมาบ้าเหมือนเดิมแล้ว” ซาซ่ากอดอกยืนยิ้มอย่างพอใจมองมาที่เธอทำให้อลิสรู้ว่าชายที่อยู่ด้านหลังน่าจะเป็นคนที่เข้าข้างซาซ่าเพราะดูจากสายตาที่มองมาเจ้าตัวไม่ถูกใจเธอเท่าไรนัก
“ข้าจะไปไหนต้องรายงานเจ้าด้วยหรือไงแล้วเจ้าล่ะเดินตามท่านผู้เฒ่าอยู่ได้กลัวว่าตัวเองจะเสียตำแหน่งไปหรือยังไง”
“แก นัง”
“กลับไปได้แล้วที่นี่ไม่ใช่ที่เล่นซนของเจ้านะบาน่า ไปซะ”
ชายอีกคนเสริมทัพดูก็รู้ว่าไม่ชอบเธอแต่ใครสนล่ะไม่ใช่พ่อแม่เราเสียหน่อยสนทำไม ชิ แล้วดูมองสิทำอย่างกับว่ากำลังมองคนอื่นที่ต่ำกว่าฉันล่ะเกลียดจริงๆ กับคนพวกนี้ที่คิดว่าตัวเองสูงส่งมาจากไหน มองมาก็มองกลับสิมีหน้าเหมือนกัน ตาก็มีปากก็มีเหมือนกันมองกลับไปใครกลัวกัน
“เจ้า นังเด็กไร้มารยาท” ชายอีกคนชี้หน้ามาที่เธอด้วยสายตาและท่าทางที่ไม่พอใจ
“ใครกันที่ไร้มารยาทมาจ้องคนอื่นเขาก่อนแล้วยังมาชี้หน้าด่าอีก มารยาทไม่มีหรือไงคิดว่าตัวเองมีหน้าอยู่คนเดียวเรอะ”
“แก นังไร้มารยาทไม่มีพ่อแม่สั่งสอนแล้วยังจะมาพูดแบบนี้กับพ่อของข้าอีกอย่างนั้นเหรอห๊ะ”
อ่อ พ่อลูกกันไม่น่าล่ะถึงมีนิสัยเหมือนกันแบบนี้ นี้สินะที่เรียกว่าพ่อแม่เป็นยังไงลูกก็เป็นอย่างนั้นนะ
“ซาซ่าเงียบ”
“ต แต่ว่า”
“ข้าบอกให้เงียบ” ท่านผู้เฒ่าจ้องหน้าของซาซ่าที่มีท่าทีไม่พอใจนางกระทืบเท้าไปมาที่พื้นพร้อมเขย่าแขนของพ่อตัวเองเหมือนเด็กไม่รู้จักโต แต่อย่างน้อยเธอก็รู้ว่าท่านผู้เฒ่าคนนี้ไม่ได้เข้าข้างยัยซาซ่าคนนั้น ยายชราเดินเข้ามาหาอลิสที่นั่งอยู่ที่พื้นหญ้าใกล้ๆ กับกรงด้วยสายตานิ่งเฉยเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่
“เจ้ามาทำอะไรที่นี่รึ เมื่อวานข้าได้ยินว่าเจ้าทำส่งที่เรียกว่าที่นอนกันตอนนี้เชนกับดัสและคนอื่นๆ กำลังช่วยกันที่นอนที่กระโจมของตัวเองเจ้าไม่ไปช่วยเขาอย่างนั้นรึ”
“ก็ตอนแรกหนูกะว่าจะไปช่วยแต่พอดีหนูคิดมาได้ว่าหนูมีอย่างอื่นที่ต้องทำอีกก่อนที่บาไกจะกลับมาหนูอยากให้เขากินอาหารอร่อยๆ หลังจากเหนื่อยๆ มาเท่านั้นเองเลยมาหาพืชสมุนไพรทำเครื่องปรุง”
“ชิ แค่ข้ออ้างนั่นแหละคนไร้ประโยชน์ก็ต้องไร้ประโยชน์ต่อไปนั่นแหละ”
“เจ้าต่างหากที่ไร้ประโยชน์เอาแต่เดินตามท่านผู้เฒ่าทุกวันไม่คิดจะรับสิ่งจากท่านผู้เฒ่ามาเลยสินะ อย่างน้อยข้าก็ทำประโยชน์ข้าทำกางเกงและสอนให้ทำให้คนในเผ่ามีกางเกงและเสื้อสวมใส่แทนการแก้ผ้าแบบไม่อายคนอื่น อีกทั้งยังสอนทำกระเป๋าให้คนในเผ่าไม่ต้องเหนื่อยและสบายขึ้นเจ้าล่ะทำอะไรนอกจากเดินตามท่านผู้เฒ่าและมาหว่านเสน่ห์ใส่ผัวคนอื่น”
เจ็บล่ะสิ คิดผิดคิดใหม่ได้นะที่จะมาต่อฝีปากกับคนอย่างอลิสไม่รู้แล้วว่าคนไทยนะเก่งเรื่องเสือกเรื่องคนอื่นและด่ามากแค่ไหน เหอะนี้และความภูมิใจของฉันล่ะ (>_+)
ทุกประโยคที่พูดมาของทั้งสองและการทะเลาะกันของพวกเขาอย่างไม่สนใจใครทำให้ไม่รู้เลยว่ามีคนตั้งใจฟังอย่างชอบใจอยู่ด้านล่างอย่างเอาใจช่วยว่าใครจะชนะ
ยายผู้เฒ่าเมื่อได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าอย่างเข้าใจและขอบคุณเทพเจ้าที่ประทานบาน่ามาให้กับนางเพราะตั้งแต่ที่นางมาคนในเผ่าก็สบายขึ้นเยอะทั้งเสื้อผ้า กางเกงที่นางสอนทำ กระเป๋าที่ทำให้คนในเผ่าไม่ว่าจะใส่ของอะไรก็ได้โดยที่ไม่ต้องใช้แค่มือสองข้างอีกต่อไปและล่าสุดที่นอนที่บางกระโจมเริ่มที่มีหนังสัตว์ก็เริ่มทำกันแล้ว
“เครื่องปรุงรึ”
“อาหารนะ หนูว่าจะไปหาท่านผู้เฒ่าพอดีหลังจากที่หาของครบแล้วหนูอยากจะได้เกลือแค่หยิบมือเท่านั้นเอง เห็นว่าท่านน่าจะมีเจ้านี้มันจะทำให้อาหารหรือเนื้อรสชาติดีขึ้นเยอะเพราะกินแต่เนื้อเดิมๆ ไม่ย่างก็ต้มรสชาติไม่อร่อยเลยพอจะมีให้ไหม”
“เกลือรึ เจ้าจะใช้ของมีค่ามากเกินไปแล้วนะไม่รู้รึว่าเกลือมันหายากแค่ไหน” ชายอีกคนที่อายุน่าจะเท่ากับพ่อของซาซ่าชักสีหน้าที่ได้ยินว่าเด็กตรงหน้าอยากได้ของมีค่าที่เกินตัวของตัวเองและใช้ของเปลืองมากเป็นพิเศษ
“ถ้าอยากได้ก็ไปเอาในกระโจมของข้าได้เลย แล้วสมุนไพรครบหรือยังล่ะ”
“ยังเลยขาดหัวหอมใหญ่กับพริกไทย เอ่อเจ้าหัวใหญ่ๆ กลมๆ ที่เวลาสับจะทำให้น้ำตาเราไหลกับพริกไทยลูกกลมๆ เป็นพวงสีเขียวเข็มรสชาติเผ็ดนะ”
อลิสที่กลัวว่าเจ้าตัวจะไม่รู้จักหัวหอมใหญ่กับพริกไทยเพราะที่นี่มีชื่อเรียกไม่เหมือนกับที่โลกของนาง ทันทีที่พวกเขาได้ยินท่านผู้เฒ่าก็บอกทางไป แต่ทางที่จะไปเก็บเป็นนอกเผ่าหรือนอกรั้วของเผ่าอยู่ในป่าไม่ลึกเท่าไรนักเดินไปไม่ไกลด้านหน้าของเผ่าจะมีพืชขึ้นอยู่จำนวนหนึ่ง
ท่านผู้เฒ่าให้เธอพาคนในเผ่าไปด้วยกันเพื่อความปลอดภัย หลังจากนั้นอลิสก็เดินออกมาแต่ก่อนออกมาก็ไม่ลืมที่จะบ๊ายบายนักโทษทั้งสองคนที่ไม่รู้ว่าจะเข้าใจความหมายของมันหรือเปล่าแต่ร่างบางก็คิดว่าเธอส่งยิ้มไปให้แล้วอีกฝ่ายน่าจะรับรู้ได้ว่ามันไม่ได้มีความหมายไม่ดี (อาจจะ)
ตอนนี้ในกระโจมของเรามีสมาชิกใหม่มาเพิ่มแล้วโชคดีและเป็นเรื่องที่ดีมากที่ฉันทำที่นอนเพิ่มเอาไว้ก่อน (เผื่อจะอยากให้ที่นอนหนาและนุ่มมากกว่านี้) ไม่คิดว่าจะต้องเอาไปให้สมาชิกใหม่อย่างจาเนียร์ที่ต้องมาอยู่กับพวกเราสองคนหลังจากที่ทุกคนต่างแยกย้ายกันไปแล้วพวกเราทั้งสาวคนก็เดินเข้ามาในกระโจมบาไกที่ตอนนี้หน้าเป็นตูดลิงบ่งบอกและแสดงออกให้อย่างชัดเจนว่าตัวเขาไม่พอใจที่อีกฝ่ายจะมาอยู่ด้วยมากพอสมควรซึ่งสีหน้าต่างจากจาเนียร์มากเพราะเจ้าตัวมีสีหน้าที่ดูจะอารมณ์ดีแบบสุดๆ ไม่รู้ว่าไปอารมณ์ดีมาจากไหน“เจ้าก็นอนตรงนั้นก็แล้วกันนะ อันนี้คือที่นอนแล้วก็ผ้าห่ม” ร่างบางพูดพร้อมหอบที่นอนกับผ้าห่มไปให้ชายตรงหน้าที่นั่งมองเธออยู่ก่อนที่สายตาของทั้งสองคน (ไม่รวมบาน่า) หันไปมองฝั่งทางขวาซึ่งเป็นที่เก็บของและด้านซ้ายคือที่นอนที่พวกเขานอนกันอยู่“ขอบใจเจ้ามากนะ แล้วของพวกนี้คือ…” จาเนียร์ก้มมองผ้าอะไรบางอย่างที่อยู่ด้านบนของที่นอน “มันคือเสื้อผ้าไงแบบที่บาไกใส่อยู่นะกางเกงกับเสื้อ” เธออธิบาย“ชิ บาน่าเจ้านอนริมด้านในนะเดี๋ยวข้าจะนอนด้านนอกเอง” บาไกพูดเสียงเข้มเพราะเขาไม่อยากให้ตัวเมียของตนเองนอนใกล้สายตาของเพศผู
3 วันต่อมาสามวันต่อมาไปไว้มากเหมือนโกหกเลยก็ว่าได้เธอพึ่งจะมารู้ว่ามีเพศเมียที่ต้องไปที่เผ่าเสือด้วยกัน 3 คนแลกกับเพศผู้ที่เก่งด้านการตีหินหม้อกับของเล็กๆ น้อยหินที่สามารถตีเป็นหมอหรืออาวุธได้ ซึ่งเพศเมียในนั้นมีคนที่บาน่ารู้จัดด้วยเพราะพวกนางมักจะมาช่วยทำงานต่างๆ อยู่เสมอๆ“คนที่ไปอยู่เผ่าอื่นจะไม่กลับมาที่เผ่าเดิมอีกพวกนางจะถือว่าเป็นคนของเผ่านั้นแล้ว” บาไกอธิบายกับร่างตรงหน้าที่กำลังเอาผ้าห่อตัวเองเป็นดักแดอยู่เพราะอากาศเริ่มหนาวขึ้นมาแล้วและนั้นทำให้เจ้าตัวดีใจมากที่ตัวเองมีที่นอนที่ให้ความอบอุ่นกับร่างกายได้ก็ตอนนี้เนี่ยแหละ เพราะอย่างนั้นตั้งแต่ตื่นขึ้นมาร่างบางที่อยู่ในที่นอนก็ไม่คิดจะลุกออกจากที่นอนเลยเราน่าจะทำผ้าห่มด้วยก็ดีนะแล้วก็หมอนด้วยก็น่าจะดีเหมือนกัน อือ ขี้เกียจจังเลยอ่า…อยากนอนต่อ“นายก็นอนต่อสิ เผ่าไม่หนีไปไหนหรอกน่านะนอนต่อนะบาไกนายตื่นเช้ามาได้ไงในทั้งที่เมื่อคืนยังกลับซะดึกเลย” ใช่ หลังจากที่ฉันสั่งให้ไปอยู่กับเพื่อนบ้างไม่จำเป็นต้องมาอยู่กับฉันตลอดเวลาก็ได้เพราะพวกนั้นจะคิดว่าบาน่าคนนี้แย้งเพื่อนรักของพวกเขาไปจนครอบครองสมองของเขาจนหมดแล้วไม่น่าเชื่อเลยว่าคนพ
“เจ้าไม่ไปหาพวกข้าเลย ไม่ไปเล่นหรือทำอย่างอื่นกับพวกข้าเลยตอนเย็นเจ้าก็เข้ากระโจมนอนแล้ว เจ้าเป็นอะไรเนี่ย” เพื่อนชายอีกคนมองมาที่ร่างบางที่ยืนอยู่ด้วยกันก่อนจะหันมามองเพื่อนของตัวเองจริงสิ พอเราฟื้นขึ้นมาก็เห็นบาไกตัวติดเราตลอดเลยพวกนี้คงไม่พอใจที่เพื่อนของตัวเองไม่มาทำอย่างอื่นที่เพื่อนด้วยกันมักจะทำเหมือนเมื่อก่อนสินะ“เจ้าดูแปลกไปตั้งแต่บาน่าฟื้นขึ้นมาเลยนะ ไม่เหมือนบาไกคนก่อนเลย” ทันทีที่ซาวพูดประโยคนั้นบาไกก็หันไปมองด้วยสายตาไม่พอใจทันทีเมื่อเห็นว่าอลิสของเขามองไม่เห็นเพราะนางยืนอยู่ด้านหลังทำให้คนอื่นๆ เงียบปากลงเมื่อรู้ว่าพวกเขาไม่ควรจะพูดเรื่องพวกนี้ต่อหน้าบาน่าเมื่อก่อน?“ตอนนี้บาน่าของข้านางยังต้องปรับตัวนะ อีกอย่างพวกเจ้าก็อยู่แถวนี้ไม่ได้อยู่กันไกลนิมาหาข้าได้ตลอดอยู่แล้วอันที่จริงพวกเจ้าควรให้ความสำคัญกับครอบครัวและตัวเมียของเจ้าบ้างนะ” บาไกกันฟันยิ้มให้ในปากก็พูดต่อ คนอื่นก็ทำสีหน้าเป็นปกติที่สุดเมื่อเห็นว่าพวกเขาไม่ควรจะพูดเรื่องพวกนั้นออกมา“ขอโทษพวกเจ้าด้วยนะ พอข้าฟื้นขึ้นมาข้าก็เอาเวลาของบาไกไปหมดเลย”“อะไรกันบาน่า เจ้าไม่ได้เอาไปหมดข้าเต็มใจอีกอย่างจ้าพวกนี้ก็ไม่
ไม่น่าเชื่อว่าหลังจากนั้นคนในเผ่าจะพูดเรื่องนี้กันหมดว่าไม่น่าเชื่อเลยว่าเนื้อปลาจะมีรสชาติอร่อยขนาดนี้ บาน่าช่างเป็นผู้สืบทอดที่น่านับถือเสียจริงอะไรแบบนั้นแต่เอาจริงๆ นะฉันไม่สนใจตำแหน่งอะไรนั้นหรอกนะ มันฟังดูเหลือเชื่อเกนไปแล้วจะอะไรอีก เป็นหมอผีของเผ่าแล้วไงอยู่แบบนี้นะดีที่สุดแล้วไม่ต้องเหนื่อยไม่ต้องมีภาระสบายจะตายไปดีสุดๆ เลย“บาน่าเจ้าไม่ไปเหรอ” เสียงของเชนเรียกให้เธอหันไปมองด้วยความสนใจ ทั้งๆ ที่ตอนนี้ยังเช้าอยู่เลยซึ่งเวลาเช้าไม่เป็นมิตรกับเธอเท่าไรนักแต่พอมาอยู่ที่นี่เท่านั้นแหละ ก็ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองที่มีคนพูกันว่าเข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตามรึเปล่า ช่างเถอะไหนมีอะไรน่าสนใจบ้าง อลิสคนนี้อยากเผือกมากจริงๆ“วันนี้มีอะไรเหรอ ทำไมทุกคนดูตื่นเต้นกันดีจัง” อลิสหันไปถามบาไกที่กำลังทำหน้าที่เป็นลูกมือช่วยตัวเมียของตนทำงานอยู่กับเดรและคนอื่นอีกประมาณสองสามคนหนึ่งในนั้นคือแกรนกับกาเร็ตที่ช่วยทำไปหวังผลไปหล่อนอยากจะกินก็เลยมาช่วยเพราะวันนี้เธอกับบาไกก็ไปเก็บพวกเบอร์รี่ต่างๆ ในป่าใกล้ๆ เผ่าแถวนี้ไม่น่าเชื่อเลยว่าที่นี่จะมีชื่อเรียกต่างจากบ้านของเธออย่างมะม่วงพวกนี้ก็เรียกว่าลู
จัดการซาซ่ากับพวกที่มากันเป็นฝูงเสร็จเธอก็เดินไปด้วยรอยยิ้มอย่างชอบใจที่คำพูดพวกนั้นทำให้นางอึ้งไปเพราะไม่รู้ว่าจะด่ากลับมายังไงดี เพราะยังไงเสียเธอมีบาไกอยู่ด้วยนางคงจะไม่คิดอยากจะด่าเธอต่อหน้าตัวผู้ที่ตนต้องการหรอกแม้ว่าจะรู้อยู่แก่ใจว่าบาไกดูออก พอหลับมาถึงที่กระโจมเชน กาเร็ต แกรน คนอื่นๆ อีกก็มาออกันอยู่ที่หน้ากระโจมด้วยความสนใจเพราะเห็นบาไกแบกข้าวมาพร้อมกับหินเกลือที่อุสาไปแลกมาที่ถือว่าก้อนใหญ่มากๆ แล้ว ตัวผู้คนอื่นก็เช่นกันมารุมกันอยู่เหมือนไม่มีที่ไปแล้ว“เป็นยังไงบ้างที่นั่นนะ” กาเร็ตมองด้วยสายตาคาดหวังเพราะนางไม่เคยได้ไปเลยสักครั้งเพราะยังเด็กอยู่ “ก็ดีนะ คนก็เยอะดี”“บาไกอยู่ด้านในนะ เข้าไปสิ” ฉันบอกกับพวกเพื่อนสนิทของบาไกให้เดินเข้าไปเลยจนทั้งหมดเดินกันเข้าไปแทบจะทันทีเพราะบาไกไม่ชอบให้เดินเข้าไปโดยที่ไม่บอกก่อน ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรทั้งที่เมื่อก่อนก็เดินเข้าออกบ่อยแท้ๆ แต่พอบาน่าหายดีเจ้าตัวก็จ้องจะฆ่าคนที่เดินเข้ามาโดยที่ไม่บอกไม่กล่าวแทบจะทุกคนเลยพวกตัวผู้หรือพวกผู้ชายปกติแล้วเวลาที่ไม่ล่าสัตว์จะทำงานทั่วไปเช่น ทำงาน เดินป่า ล่าสัตว์ตัวน้อยๆ อะไรพวกนั้นมากกว่าบางครอบค
อีกด้านทางด้านของนักโทษ 2 คนที่ถูกคุมขังอยู่ไม่สามารถไปไหนได้เพราะอยู่ในคุกดินที่บึกพอสมควรมีอาหารให้กินเช้า-เย็น ไปไหนไม่ได้แม้ว่าจะรู้อยู่แก่ใจว่าอีกไม่นานเดี๋ยวเผ่างูก็จะต้องมาช่วยพวกเขาอยู่ดี ไม่คิดว่าแค่การจะอยากพาเพศเมียกลับเผ่าไปสักคนหรือสองคนจะลำบากขนาดนี้ทั้งๆ ที่ตอนแรกจะหนีไปได้แล้วแท้ๆนี้ถ้าไม่ติดอยู่ตรงที่เจ้าโตแต่ตัวแต่สมองไม่มีอย่างอาดูล่ะก็ เขาคงจะไม่ยอมจำนนและต้องมาถูกขังแบบนี้หรอก คงจะทิ้งเจ้าโง่นี้แล้วหนีกลับเผ่าไปพร้อมกับเพศเมียที่ชิงตัวมาได้แล้วนาเจียร์คือชายนักล่าของเผ่าที่มีความสามารถในการลอบทำร้ายและเก่งด้านการเป่ายาสลบมากไม่ว่าจะอยู่ไกลแค่ไหนเข้าก็สามารถจัดการเป้าหมายได้ทุกครั้งแต่ไม่คิดว่าพอมาอยู่ในคุกของเผ่าหมีดำจะเป็นเรื่องดีขนาดนี้ แม้ว่าจะรู้อยู่แล้วว่าเผ่านี้มีผู้สืบทอดอยู่ 2 คนแต่ก็ไม่คิดว่าจะไม่ถูกกันถึงขนาดนี้อีกคนก็อยากได้ทั้งตำแหน่งและชายที่หมายปองส่วนอีกคนก็ไม่คิดอะไรนอกจากเรื่องกินและเอาแต่โทษฟ้าดินเรื่องไร้สาระที่เขาฟังไม่ออก“เมื่อไรพวกนั้นจะมาสักทีเนี่ย จะให้รอไปถึงเมื่อไรคอยดูนะเมื่อไรที่ข







