ログインการที่จะรอดจากยุคหินแบบนี้ไม่ง่ายเลยแค่ทะลุข้ามโลกมาก็ว่าประหาดแล้วทำไมถึงมาพ่วงตำแหน่งเป็นผู้สืบทอดเทพ3ตาอีกล่ะ สามีก็ติดเป็นปลิงเลย อยู่ยุคนี้ยากกว่าที่คิดนะเนี่ย
もっと見るอืม เกิดอะไรขึ้นนะ ทำไมถึงปวดหัวแบบนี้เนี่ยมันเกิดอะไรขึ้นกัน
“บาน่าตื่นแล้ว” เสียงของใครบางคนที่ไม่คุ้นเคยพูดขึ้นมา น้ำเสียงมีลักษณะที่เหมือนคนแก่พูดขึ้นพร้อมยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ ร่างที่ยังไม่ได้สติดีเท่าไรนักโดยที่คนอื่นๆ อีกสี่ห้าคนก็นั่งดูเหตุการณ์อยู่ด้วยเช่นกัน เมื่อได้ยินดังนั้นชายร่างสูงก็ร้อนใจรีบตรงไปหาร่างที่ยังไม่ได้สติดีด้วยความเป็นห่วง
“บาน่าไม่ได้เป็นอะไรสินะ ไม่ได้ถูกเทพ 3 ตาเอาไปอยู่ด้วยสินะ”
“อืม โอ๊ย! เจ็บจังเลย”
หญิงสาวที่หมดสตินอนเป็นผักลุกขึ้นมาจากพื้นที่สากมากเหมือนกับว่ามันไม่ได้ทำมาจากพื้นดินบ้านทั่วไปทำให้เมื่อตื่นขึ้นมาเจ้าตัวก็รู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัวเลยรู้สึกเจ็บเนื้อเจ็บตัวไปหมด ปวดหัวตุบๆ เหมือนถูกทุบเข้ามาเต็มแรงจนรู้สึกเจ็บจี๊ดๆ สาวเจ้าประคองร่างของตัวเองให้ลุกขึ้นมาได้อย่างยากลำบากโดยที่มีมือหนาของใครบางคนประคองเอาไว้อย่างดีเจ้าของร่างก็ไม่ได้สนใจอะไรเท่าไรนักเพราะกำลังสนใจกับความเจ็บปวดที่ได้รับมาอย่างปริศนาอยู่
“บาน่าไม่ได้เป็นอะไรแล้วสินะ เจ็บตรงไหนหรือเปล่าไหนให้ข้าดูสิข้าคิดว่าเจ้าจะถูกท่านเทพสามตาเอาไปอยู่ด้วยซะแล้ว”
เทพสามตา?
บาน่าใครอะ แล้วไอความเจ็บนี้มันอะไรกัน
จำได้ว่าตัวเองกำลังเดินกลับบ้านอยู่นี้น่าแล้วเรา ก ก็อะไรน่า…ออ ตาย โชคร้ายจริงๆ เลยเราทั้งๆ ที่อยู่ดีๆ แท้แต่ก็มาตายเพราะตกท่อเนี่ยนะแต่ก็ไม่น่าจะทำให้ตายได้นี้น่าก็แค่ตกท่อเองนิแล้วพวกนี้เป็นใครอะ ทำไมถึงแต่งตัวแบบนี้เสื้อผ้าที่เหมือนกับเศษผ้าสองแผนแล้วเอามาประกบกันนี้มันอะไรปิดได้ด้วยรึไงไม่กลัวว่าอะไร อะไรจะโผล่ออกมารึไงกันแล้วคนพวกนี้เป็นใคร ที่นี่ที่ไหน มันเกิดอะไรขึ้น!!!
“บาน่าเจ้าเป็นอะไรหรือเปล่า”
หญิงแก่ที่ผมเผ้ากระเซอะกระเซิงพูดขึ้นด้วยสีหน้าที่ไม่ได้แสดงอะไรออกมา การแต่งกายเหมือนทำมาจากหนังสัตว์เย็บติดกันเป็นเครื่องแต่งกาย มีสร้อยคอทำจากอะไรก็ไม่รู้สีขาวประดับอยู่แต่ไม่มีความสวยงามอะไรเลยแม้แต่น้อยแต่มันยิ่งกลับทำให้เจ้าตัวดูเป็นเหมือนพวกไม่มีสติมากขึ้นไปอีก หญิงสาวมองไปรอบๆ เหมือนสำรวจก็พบว่าทุกคนมีการแต่งกายกันแบบนี้หมดตอนนี้มีคนจ้องมองมาที่เธอด้วยสายตาประหลาดเหมือนเป็นเชิงถามว่า ยัยนี้เสียสติไปแล้วหรือไง ทุกคนที่อยู่ที่นี่มีกันอยู่ประมาณ 4-5 คนเป็นชาย 2 หญิง3 รวมตัวเองด้วย
โดยผู้ชายจะมีร่างกายกำยำมีกล้ามเป็นมัดๆ สองคนจ้องมองอยู่โดยที่ทั้งสองมีเพียงแค่เศษผ้ายาวประมาณเท่าศอกปิดบังจุดที่ไม่ควรให้เห็นเพียงเท่านั้นโดยที่มีเชือกมัดรอบๆ เอวเพื่อให้เศษผ้ายึดติดกันเพียงแค่นั้นส่วนผู้หญิงก็มีแบบเดียวกันปิดจุดกึ่งกลางกายเอาไว้และมีเศษผ้าพัดที่หน้าอกเท่านั้นเอง
อะไรกันเนี่ย พวกนี้นะแล้วเสื้อผ้าพวกนั้นมันอะไรกันมันไม่ควรเรียกว่าเสื้อผ้าด้วยซ้ำแค่ลมพัดก็เห็นอะไร อะไรแล้วไม่ใช่รึไง
แล้วที่นี่มันที่ไหน พวกนี้เป็นใครกันวะรึว่าเราตายไปแล้ว
“บาน่าเจ้าเป็นอะไรหรือเปล่า”
“บาน่า?” อลิสพูดย้ำเมื่อเห็นว่าชายร่างสูงที่มีใบหน้าหล่อเหลาพอควรมองมาที่ตัวเองด้วยความเป็นห่วงแม้ว่าจะมีจุดอื่นที่เรียกความสนใจเธอมากกว่าหน้าตาก็ตามทีเพราะไอเจ้าเศษผ้านั้นมันแทบจะไม่ได้ปิดบังหรือทำหน้าที่ของมันเลย
มีสติเข้าไว้เรา อย่ามองมันเสียมารยาทนี้สินะที่เรียกว่าตายไปก็เอาอะไรไปไม่ได้นะ
อย่ามอง อย่าก้มลงไปมองเด็ดขาด (o_o)
“หรือว่าบาน่าเสียสติไปแล้ว” ชายอีกคนที่น่าจะมีอายุมากกว่าหน้าตาคล้ายกับชายที่จับมือของเธออยู่พูดขึ้น
“เสียสติเหรอ ปกติก็เสียสติอยู่แล้วไม่ใช่หรือไงเป็นพวกที่เสียสติคนในเผ่าก็รู้กันดีจะเสียสติเพิ่มมากขึ้นก็ไม่เห็นจะแปลกอะไรนี้น่า” หญิงสาวอีกคนที่มีผมสีดำสนิทพูดขึ้นใบหน้าธรรมดาไม่ได้สวยอะไรมากมายเรียกได้ว่าพบเห็นได้ตามข้างทางทั่วไป
ยัยนี้มันเป็นใครนะ กล้าดียังไงถึงพูดว่าเราบ้าหน้าตาก็ธรรมดาไม่ได้สวยถึงครึ่งหนึ่งของเราด้วยซ้ำ
นี้เราไม่ได้หลงตัวเองนะเนี่ยแต่เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่ฉันต้องยอมรับว่าตัวเองหน้าตาดีเป็นพิเศษฮิๆ
“ก็เจ้าไงตัวเมียของข้า เจ้าชื่อบาน่าไงจำข้าไม่ได้รึ” ชายหนุ่มที่ประชิดตัวหญิงสาวมากที่สุดพูดจบก็กุมมือเธอเอาได้ด้วยสีหน้าเป็นห่วงปนเสียใจที่รู้ว่าตัวเมียของตนเองจำชื่อของตัวเองไม่ได้และถ้าจำชื่อตัวเองไม่ได้ก็ไม่จำเป็นต้องถามเลยว่าจำชื่อของเขาได้หรือเปล่าเลย เมื่อพูดจบชายหนุ่มที่แต่งกายยุคหินก็หันไปมองที่ยายผู้เฒ่า “ท่านผู้เฒ่านี้มันอะไรทำไมบาน่าถึงพูดแบบนั้นเหมือนกับว่าจำข้าไม่ได้เลยนะ ท่านผู้เฒ่า”
“เจ้าจำชื่อของตัวเองได้หรือเปล่า” อลิสที่เห็นว่ายายแก่ถามชื่อของตัวเองก็ทำสีหน้าเหมือนกำลังคิดว่าจะตอบดีไหม
พวกนั้นเรียกเราว่าบาน่า เราควรจะตอบไปดีไหมว่าไม่ใช่ หรือตอบว่าใช่ดี
“ฉันชื่ออลิส” อลิสตอบไปตามตรงเมื่อพูดจบก็มองปฏิกิริยาของคนอื่นที่ดูจะไม่แปลกใจอะไรเท่าไรนัก
“ข้าบอกแล้วว่านางเสียสติเหมือนเดิมนั่นแหละหรืออาจจะมากกว่า” ยัยผู้หญิงหน้าตาธรรมดาพูด “แต่ข้าว่าถึงนางจะเสียสติแต่อย่างน้อยตอนนี้นางก็พูดรู้เรื่องแล้วนะ”
“บาน่าเจ้าพูดได้ด้วย”
“นี้หรือว่าบาน่าจะกลับมาเป็นปกติแล้วสินะ ข้าคิดอยู่แล้วว่าเจ้าจะต้องกลับมาบาน่าคำทำนายของข้าไม่เคยผิดพลาด”
“ถ้าอย่างนี้บาน่าก็กลับมาเป็นปกติแล้วใช่ไหมท่านผู้เฒ่า” อีกฝ่ายถามด้วยความร้อนใจเมื่อเห็นว่าผู้เฒ่าพยักหน้าเป็นเชิงบอกว่าใช่ ชายร่างสูงที่อลิสคิดว่าหล่ออย่างแน่นอนเพราะเจ้าตัวไว้ผมยาวมากและดูรกรุงรังพันกันไปหมดก็ยิ้มปากกว้างขึ้นมาทันทีก่อนที่จะเข้ามากอดเธอด้วยความดีใจ
“แบบนี้เจ้าก็เป็นเพศเมียของข้าได้แล้ว ในที่สุดเจ้าก็หายแล้ว” (>_<)
อะไรนะ เมื่อกี้ได้ยินไม่ถนัดเพศเมียของข้า?
นี้คงจะไม่ใช่ว่าฉันเป็นเมียของเจ้าหนุ่มผมรุงรังนี้หรอกนะ ไม่ใช่ใช่ไหม (T_T)
“พ เพศเมียของข้าเหรอ” อลิสถามด้วยน้ำเสียงกล้าๆ กลัวๆ
“ (-_-) (_ _) (-_-) ”
“อ้าก…อ้าก…ช่วยด้วย ช่วยฉันด้วยไอเจ้าพวกนี้ลักพาตัวฉันมา ช่วยด้วย อ้าก…” พอเห็นว่าอีกฝ่ายพยักหน้าอลิสที่เห็นอย่างนั้นก็ถึงกับเหวอไปสักพักก่อนที่จะหายเหวอแล้วหันไปมองรอบๆ
เสื้อผ้าก็ไม่ใส่ ผมรุงรัง ผิวพรรณไม่สะอาดสะอ้าน สร้อยคอจากกระดูก
ไอพวกประหลาดพวกนี้คิดจะจับฉันมาบูชายัญหรือไง ฝันไปเถอะ!!!
อลิสคนนี้วิ่งเก่งนะจะบอกให้ เหรียญทองเชียวนะ
ฟุบ ฟิ้ว…
หลังจากที่สำรวจทุกๆ คนที่อยู่ในบ้านหลังนี้หรือต้องเรียกว่ากระโจมที่กันอะไรไม่ได้เลยเพราะมันมีเพียงแค่ไม้หรือกิ่งไม้เล็กๆ มาต่อกันและมีต้นอะไรสักอย่างเย็บติดกันให้เป็นหลังคาเพียงแค่นั้นเท่านั้นเอง ทำให้มีแสงแดดรอดผ่านเข้ามาไม่ควรจะเรียกมันส่วนตัวเลยด้วยซ้ำเพราะไม่มีความเป็นส่วนตัวเลยแม้แต่น้อย หลังจากที่อลิสมองไปรอบๆ และสำรวจทุกตารางนิ้วและสีหน้าของแต่ละคนที่อยู่ในนี้เสร็จแล้วก็ลุกขึ้นยืนแต่คนอื่นๆ ก็ไม่ได้คิดอะไรทำเพียงแค่มองก็เท่านั้นทำให้ร่างบางที่เห็นอย่างนั้นก็รีบใช้ตีนผีวิ่งออกไปจากที่นี่ทันทีพร้อมกับเสียงที่ตะโกนร้องขอให้คนข้างนอกช่วยอย่างสุดความสามารถที่ปอดทั้งสองข้างจะทำได้
“ช่วยด้วย อ้าก…มีโจรลักพาตัวฉาน ช่วยด้วย กรี๊ด!!! อย่าตามมา บอกว่าอย่าตามมาไงเล่า”
“บาน่าเจ้าจะวิ่งไปไหนนะ อย่าวิ่งสิเจ้ายังไม่หายดีนะ” ชายคนที่กอดเธอก่อนหน้านี้วิ่งตามมาด้วยสีหน้าเป็นห่วงทำให้เธอไม่ได้สนใจสิ่งรอบด้านหรือสภาพแวดล้อมเลยว่าเป็นยังไง ทำให้เจ้าตัวไม่ได้รู้เลยว่าตอนนี้เธอตกเป็นเป้าสายตาของคนอื่นๆ ที่ยืนทำงานกันอยู่จนเกิดเสียงซุบซิบตามมา
“ข้าบอกแล้วว่านางไม่หายหรอกดูสิ เสียสติมากกว่าเดิมอีกนะ”
“นั้นนะสิ บาไกช่างเป็นเพศผู้ที่น่าสงสารเสียจริงต้องมาดูแลคนที่เสียสติแบบนี้”
“ข้าว่าท่านผู้เฒ่าต้องคิดผิดแน่ๆ ที่เลือกนางมาเป็นผู้สืบทอดเทพสามตาของเผ่าเราแบบนี้นะ”
“เอาเถอะ ถึงยังไงเผ่าของเราก็มีซาซ่าที่เป็นผู้สืบทอดเหมือนกันอยู่”
อ้าก มันยังตามอยู่เลย ทำไมถึงไม่มีใครมาช่วยฉันเลยล่ะ
ในหัวคิดแต่ต้องวิ่งหนีไปให้ไกลที่สุดโดยไม่สนใจแผลที่หัวเลยว่ามันจะส่งสัญญาณมาว่าไม่ไหวมาแค่ไหนก็ตามแต่ขาก็ยังคงวิ่งต่อไปไม่หยุด ชายคนนั้นก็ยังไงวิ่งตามมาไม่หยุด
“พวกเจ้าจับบาน่าเอาไว้ นางยังไม่หายดี” ชายที่วิ่งตามมาตะโกนให้คนอื่นๆ เข้าไปจับหญิงสาวที่ไม่รู้ว่าไปเอาแรงมาจากไหนเพราะปกติแล้วบาน่าถึงแม้ว่าจะชอบวิ่งเล่นอยู่บ่อยๆ แต่ก็ไม่ถึงขั้นวิ่งเร็วกว่าปกติแบบนี้
อ้าก ไอ้เจ้านั้นเรียกคนมาจับฉันแล้ว!!!
ใครก็ได้ช่วยฉันด้วย เทพทั้งหลาย ผีสางหรือพระเจ้าองค์ไหนก็ได้ฉันยังไม่อยากผู้จับเอาไปบูชายัญ
อ้าก
นานเท่าไรไม่รู้ที่หลับไปแต่เป็นการนอนที่สบายที่สุดเมื่อได้สิ่งมีชีวิตนุ่นนิ้มกับแผ่นอกแน่นปึกอยู่ใกล้ๆ แทนตุ๊กตาที่เธอมักจะชอบนอนกอดอยู่เป็นประจำเมื่อลืมตาขึ้นมาก็จะเจอกับใบหน้าของชายหนุ่มที่มีความหล่อเหลาพอสมควรแต่ต้องถูกบดบังอย่างน่าเสียดายด้วยผมที่ปกคลุมยาวไปถึงบ่าที่ไม่ได้รับการดูแลนักกับร่างกายที่มีแผลอยู่จำนวนหนึ่งเพราะต้องเดินทางและต่อสู้เป็นประจำจมูกที่โด่งได้รูปผิวสีขาวที่ไม่ได้ขาวมากนักออกจะไปทางสองสีมากกว่าเพราะโดนแดดมาพอสมควร เส้นผมที่พันกันไปหมดจนแค่หวีก็สามารถทำให้หวีหักได้เลยทำให้ตัวเมียตรงหน้าอยากจะจัดการกับทรงผมมากพอสมควรมันช่างทำให้เธอคันมือมากว่าอยากจะตัดมันและหวีให้มันเป็นระเบียบมากกว่าที่จะพันกันไปหมดแบบนี้ภารกิจใหม่ของเราสินะ เฮ้อ…อยู่ที่นี่ก็ทำให้เราขยันขึ้นมาเลยนะเนี่ย ทำยาสระผมอืม…ต้องทำจริงๆ แล้วสินะว่าแต่นี้กี่โมงแล้วเนี่ย น่าจะใกล้ถึงเวลาที่เราต้องทำของกินเปิดหูเปิดตาคนในเผ่าแล้วสินะคิดได้ดังนั้นร่างเล็กก็ลุกขึ้นเตรียมที่จะลุกแต่ถูกแขนของบาไกที่นอนอยู่ข้างๆ บังคับเอาไว้อยู่ทำให้เธอไม่สามารถเอาออกได้เพราะแขนของเขาค่อนข้างที่จะหนักมากตามฉบับของคนที่ออกกำล
อลิสจัดการช่วยบาไกถือกระเป๋าแต่เจ้าตัวก็ไม่ยอมให้ทำแต่ด้วยความสามารถของเธอเองจึงได้มันมาสะพานอย่างง่ายดาย ระหว่างทางเธอก็เล่าสองวันที่ผ่านมาให้บาไกฟังเมื่อเดินมาถึงเจ้าตัวดูจะแปลกใจที่เห็นกระโจมที่ถูกจัดใหม่และของที่ดูใหม่มากๆ เพราะนางเอาไปทำความสะอาดมาใหม่จนหมดอาหารที่ทำเมื่อเช้ายังคงอยู่เพราะเธอทำเผื่อเอาไว้นั้นคือมันต้มกับเนื้อ“นี้กระโจมเหรอ” (O_O)“ก็ใช่นะสิ ฉันนะทำใหม่เลยนะเพราะมันดูรกไปหน่อยด้วยส่วนที่นอนอยู่ในสุดนะอาบน้ำแล้วก็ไปพักได้แล้วหรือจะทานอาหารก่อนดี”“ข้าต้องอาบด้วยเหรอ” บาไกถามเพราะปกติแล้วคนที่นี่นานๆ ทีถึงจะอาบบางครั้งก็10วันอาบทีก็มี “ต้องสิ อาบน้ำจะได้สดชื่นขึ้นไม่ร้อนแล้วก็สบายตัวด้วยทำไมนายไม่ใส่กางเกงไปด้วยล่ะ คงจะโดนยุงกันเยอะแน่เลยใช่หรือเปล่า ลำบากมากไหม” อลิสเดินเข้าไปจับที่ใบหน้าของชายหนุ่มที่มีอายุมากกว่าเธอไม่กี่ปีและเป็นสามีของนางด้วยความเป็นห่วงจนทำให้บาไกที่เห็นอย่างนั้นตกใจไม่น้อยนางเป็นห่วงเราด้วย นี้สินะที่เรียกว่าครอบครัวข้านี้โชคดีจริงๆ ที่เลือกนางมาเป็นตัวเมียของข้า“ตอนนายไม่อยู่ฉันทำเสื้อให้ด้วยนะเป็นเสื้อแขนกุดเวลาใส่จะได้ไม่อึดอัดไปอาบน้ำเ
หลังจากที่รู้ที่หมายแล้วร่างบางก็เปลี่ยนจุดหมายการเดินทางคือเดินเข้าป่าไปแม้ว่าจะอยู่ไม่ไกลแต่มันก็คือป่า แม้ว่าจะห่างจากรั้วเผ่าหมีดำแค่ไม่กี่เมตรก็ยังต้องเรียกว่าป่าอยู่ดีเพราะต้นไม้ที่ชุกชุมเต็มไปหมด ต้นหญ้าที่ขึ้นสูงเกือบครึ่งหนึ่งของเข่าถ้ามีงูโผล่มาก็ไม่แปลกอะไรที่จะเห็นแต่เธอจะไม่ไปคนเดียวอย่างแน่นอนฉันจะเอาคนไปลำบากด้วยถ้าถูกงูกัดตาย เราก็จะเอาคนไปด้วยแบบนี้ถึงจะเรียกว่าเพื่อนแท้เพื่อนตายเพราะอย่างนั้นจึงเอากาเร็ตมาด้วยกันเพราะนางดูจะตื่นเต้นดีและอีกอย่างคือคนอื่นไม่ว่างกันด้วยไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะเอาหนังสัตว์มาทำเป็นที่นอนเพราะคิดว่ามันเปลืองโดยใช้เหตุ ทำให้คนที่มาเย็บปักถักร้อยที่กลางเผ่าแบบนี้มีส่วนน้อยหรือก็คือส่วนที่ว่างและอีกส่วนคืออยากลองทำดูบ้างเมื่อได้รู้สรรพคุณจากอลิสเข้าไปเข้าไปเสริม“บาน่าที่ว่าเจ้าจะทำเครื่องปรุงอะไรนั้นนะมันจำเป็นด้วยเหรอ ขึ้นพึ่งทำที่นอนเสร็จเองนะข้านะทำของท่านพ่อและคนในครอบครัวด้วยเลยทำเยอะมากๆ ดีนะที่มีคนช่วยข้า” เด็กสาวพูดไปเดินไปแม้จะบ่นอยู่ตลอดว่าไม่อยากเดินแต่ก็ก้าวเท้าตามไม่ขาดอีกทั้งยังมีแววตาตื่นเต้นนั้นด้วย“จำเป็นสิ พวกเจ้าปกติจะเอาเนื
เช้าวันนี้เธอมีหน้าที่อันยิ่งใหญ่มากนั้นคือการทำเครื่องปรุงอาหารต้องของคุณยายที่ชอบขี้งกและชอบทำอะไรเองอยู่เสมอๆ และนั้นทำให้เธอต้องโดนไปด้วยสิ่งที่ฉันจะทำในเช้าอันสดใสก็คือเครื่องปรุง ส่วนที่ต้องมีก็น่าจะหาได้ง่ายๆ นะพริกไทย น้ำตาล หัวหอม ผักชีแล้วก็หมูที่สำคัญน่าจะเป็นเกลือไปขอท่านผู้เฒ่าดีกว่าส่วนผักไปหาแถวๆ นี้หรือไม่ก็ไปเอากับท่านผู้เฒ่าเองเพื่ออาหารไปเลยหลังจากที่บาน่าทำการเอาเนื้อที่น่าจะเป็นเนื้อหมูหันบางแล้วเอาไปตากส่วนที่เหลือก็เดินไปเก็บพวกสมุนไพรมาทำ ด้วยเหตุนั้นบาน่าหรืออลิสต้องเดินไปหาพวกมันต่ออลิสจำต้องเดินหาจนทั่วแต่ก็หาไม่เจอเพราะผักชีมันหายากมากๆ เลยในระหว่างทางที่เดินหาเธอก็ไปเจอเชนกับดัสที่เป็นตัวผู้ของนางกำลังทำอะไรกันอยู่อาจจะทำงานกันหรือไม่ก็ว่างซึ่งอลิสที่ไม่ได้รู้อะไรแถวนี้นักเลยไปถามทำให้เธอมาเดินอยู่ที่ไหนสักทีหลังจากที่ถามพวกเขาเสร็จแล้ว“เรามาอยู่ที่ไหนกันล่ะเนี่ย เหมือนไม่เคยได้มาที่นี่เลยแฮะ” อลิสมองไปรอบๆ ต้นไม่ใหญ่ที่ดูจะเยอะมากเหมือนกับว่ามันใกล้ป่ามากๆ เลยอ่อ ใช่ที่นี่คือที่ที่เราเคยถูกอุ้ม ว่าแต่เราเดินมาทางไหนกันล่ะเนี่ยจำได้ว่ามันไม่น่าจะเป็นที











