Masuk“ได้พักสักที เฮ้อ…เหนื่อยจังเลย”
ในที่สุดก็ได้อยู่คนเดียวสักที จริงด้วยสิวันนี้เราไม่ต้องทำอาหารใช่หรือเปล่านะ คงจะเป็นอย่างนั้นแน่เลยเพราะอาหารในเผ่าจะต้องประหยัดเอาไว้ที่เผ่านี้จะมีวันที่จะทำอาหารและกินด้วยกันเพื่อประหยัดเนื้อกับอาหารเอาไว้ให้มากที่สุด
วันนี้หรือเปล่านะ หรือว่าวันพรุ่งนี้คิดแล้วปวดหัวคิดก่อน อืม…พรุ่งนี้แน่เลย
งั้นวันนี้เราก็กินทอดเนื้อทอดไปก่อนก็แล้วกัน ครั้งหน้าทำรสดีกับน้ำมันหอยดีกว่าอืมน้ำผลไม้หมักก็น่าทำ
เฮ้อ…พอ พอมาอยู่ที่นี่เราต้องงัดความรู้ออกมาใช้ไม่คิดเลยว่าตัวเองจะต้องมาทำแบบนี้ต้องขอบคุณยายกับป้าข้างบ้านและครูสอนทำอาหารสินะที่ชอบสอนอะไรก็ไม่รู้มาสอนไม่คิดว่าจะได้เอามาใช้จริงๆ ขอสรรเสริญคุณยาย ป้าข้างบ้านทุกบ้านและครูคะ
“ดีนะเราที่เก็บผลไม้มาด้วยนะ มีอะไรบ้างน่าเรามีไข่ ส้ม องุ่น มะม่วง บลูเบอร์รี่ มัน แครอทกับเนื้อเมื่อวาน”
กินอะไรดีเรา…ต้นมันเพิ่มดีกว่าเรายังไงก็มีเนื้อทอดเมื่อวานอยู่แล้ว
ป่านนี้บาไกจะเป็นยังไงบ้างนะ เป็นห่วงจัง
“โอ๊ะ! ได้แล้วกินได้ จะกินล่ะน่า”
พรึบ
“บาน่า!!”
พัง มันเป็นใครกล้าดียังไงมาพังเวลาการกินของฉันห๊ะ!!!
ร่างบางในกระโจมของตัวเองนั่งอยู่บริเวณกลางกระโจมที่พื้นมีมันกับแครอทที่ต้มจนสุกแล้วกับเนื้อที่ทอดจากเมื่อวานแต่ยังไม่ทันที่จะได้เอาอาหารยัดเข้าปากก็มีเสียงเรียกจากคนด้านนอกกระโจม อลิสที่ตอนนี้คือบาน่าหันไปมองคนที่อยู่หน้าประตูของตนเองนั้นคือท่านผู้เฒ่ากับเพศผู้คนอื่นๆ ที่ชราอายุประมาณ 40-50 ปีอยู่ด้านหลังประมาณ 2-3 คนบาน่ารู้ทันทีว่าทั้งสามคนน่าจะไปบอกแล้ว
อันที่จริงเธอไปบอกท่านผู้เฒ่าเองก็ได้เพราะเธอสามารถเข้าออกกระโจมของท่านผู้เฒ่าได้ตลอดเวลาเพราะเป็นหนึ่งในผู้สืบทอดแต่เพราะมียัยซาซ่าที่ติดท่านผู้เฒ่าเป็นปลิงไม่ยอดไปไหนและยายชราก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่าเธอเหนื่อย
“มีอะไรกันหรือเปล่าท่านผู้เฒ่าถึงมาที่นี่”
“นั้นนะเหรอที่นอนที่กาเร็ตพูดให้ข้าฟังนะ” ชายที่น่าจะเป็นพ่อของกาเร็ตใบหน้าไม่ต้อนรับแขกไม่รู้ว่าเป็นที่หน้าตาที่ดูดุมากกว่านิสัยหรือเป็นแบบนี้อยู่แล้ว
ก่อนหน้านั้นที่กระโจมกาเร็ต
หลังจากที่กาเร็ตกลับกระโจมไปนางก็เอาแต่มองพื้นอันว่างเปล่าที่มีเพียงแค่หนังสัตว์รองทำเป็นที่นอนเท่านั้นกาเร็ตมีพี่ชายที่เป็นนักล่าเหมือนกันชื่อเรนและมีพ่อที่เคยเป็นนักล่าแต่เพราะถูกสัตว์ป่าจู่โจมทำให้ขาไม่ดีจึงไม่สามารถล่าต่อได้อีกแล้ว ส่วนแม่ของนางก็ถูกเผ่าอื่นเอาตัวไปในครั้งที่ครอบครัวไม่สามารถเลี้ยงดูได้หมดทำให้นางอาสาไปเองตั้งแต่ตอนที่กาเร็ตยังเด็กมาก นั้นทำให้มีแค่พ่อของนางกับพี่ชายที่ดูแลมาตั้งแต่นั้นแม้ว่าจะรู้อยู่แก่ใจว่าพ่อของนางยังโทษว่าเป็นความผิดของตนเองที่ไม่มีความสามารถทำให้เพศเมียของตัวเองต้องไปแลกกับอาหารของเผ่า
“ท่านพ่อ ท่านพ่อ ข้านะไปช่วยบาน่าทำที่นอนมาล่ะที่นอนนุ่มมากเลย” (*v*)
“ที่นอนรึ”
“บาน่าบอกว่าทำให้นอนสบายนะ เวลาบาไกกลับมาจะได้หลับสบาย ท่านพ่อต้องได้เห็นมันน่านอนมากเลย”
“อย่างนี้นี่เอง ที่มาก็เพราะอยากจะมาดูสินะ”
แบบนี้เราก็ต้องต้อนรับเป็นอย่างดีซะหน่อย บาน่าพาแขกทั้งสามหรือสี่เข้ามาดูที่นอนเพื่อที่พวกเขาจะได้เอาไปทำตามได้แต่ใช่ว่าทุกครอบครัวจะมีหนังสัตว์เพราะที่นี่ไม่มีเงินจึงต้องมีการแลกเปลี่ยนด้วยของที่ตนมีเช่น เนื้อ อาหาร หิน อาวุธหรือเกลือ
“ครั้งต่อไปเรียกว่าอะไรนะวันถัดไปใช่ไหมข้าจะทำเสียหน่อยที่กระโจมมีหนังสัตว์อยู่ด้วย” พ่อของกาเร็ตที่ชื่อนาไจพูดพร้อมมองไปทุกด้านเพื่อดูว่าการเย็บเป็นยังไง
“งั้นถ้ากระโจมไหนอยากทำก็มาทำตอนพระอาทิตย์ขึ้นก็แล้วกัน”
“ขอรับท่านผู้เฒ่า”
แค่นี้อะนะ (-_-)
ท่านผู้เฒ่าดูเสร็จแล้วก็บอกลาบาน่าก่อนที่จะเดินออกไปโชคดีที่สามคนนั้นสามารถสอนวิธีแทนเธอได้ พอแขกที่มาขัดการกินของบาน่าไปกันหมดเจ้าตัวก็ได้เวลาดื่มด่ำกับความอร่อยอันน้อยนิดที่ไม่คิดว่าจะต้องมาเป็นแบบนี้เพราะไม่เคยเลยที่จะต้องมาประหยัดแบบนี้เลยพอกินอิ่มก็มาดื่มด่ำกับที่นอนอันใหม่ที่นอนสบายกว่าการนอนบนพื้นที่มีแค่หนังสัตว์เท่านั้นเอง
ต้องแบบนี้สิถึงจะน่านอน
เฮ้อ…ครอกฟี้ z z z
อีกด้าน
ในป่าลึกที่เต็มไปด้วยสัตว์อันตรายที่ต้องระวังและเรื่องที่คาดเดาไม่ได้ต้นใหญ่ที่ขึ้นสูงแม้แต่ต้นหญ้าก็ยังขึ้นดกเต็มไปหมด เมื่ออยู่ในยามค่ำคืนก็ทำให้น่ากลัวมากยิ่งขึ้นไปอีก สีของต้นไม้นานาชนิดที่ไม่ทราบชื่อ กลิ่นของธรรมชาติและต้นไม้ลอยไปทั่วแต่มันก็ยังคงน่ากลัวอยู่ดีที่เสียงของสัตว์ที่ดำรงชีพในยามค่ำคืนก็มีทำให้ต้องระวังในเรื่องนั้นแม้ว่าจะต้องพัก
เพศผู้ของแต่ละเผ่าที่มีความสามารถจะเป็นตัวแทนของครอบครัวและของเผ่าต้องมาล่าสัตว์และการที่จะล่าสัตว์ได้ก็ต้องใช้กำลังและต่อสู้อย่างหนักเพราะสัตว์แต่ละตัวนั้นมีขนาดและต่อสู้เก่งมาก เวลาออกไปล่าสัตว์แต่ละเผ่าอาจจะเจอกันโดยบังเอิญแต่ไม่ได้เสียเวลาไปกับการสู้กันเองเพราะหน้าที่ของพวกเขาคือต้องหาอาหารและเนื้อไปให้คนในเผ่าให้มากที่สุดนั้นคือหน้าที่ของนักล่า
“นั้นเจ้าจาย” เสียงของเรนที่หลบอยู่แถวต้นไม้ใหญ่เพื่อที่กลิ่นของต้นไม้และดอกไม้จะได้กลบกลิ่นของพวกเขา
จายเป็นสัตว์ที่ตัวใหญ่และมักจะขี้เกียจพวกมันจะอยู่ที่ป่าที่มีจมูกของพวกมันรับกลิ่นได้ดีมากแต่มันมีน้ำหนักที่ค่อนข้างเยอะและอาศัยอยู่ในป่าที่มีน้ำและโคลนเยอะแม้ว่าจมูกของมันจะดีแต่ตาก็ไม่ดีเท่าไรนักและพวกมันอยู่กันเป็นฝูง น้ำหนักของมันจะอ้วนมากมีขนาดใหญ่กว่ามนุษย์อย่างพวกเขามากทำให้เวลาล่าไปสามารถกินได้ทั้งเผ่าเลยก็ว่าได้
ตัวสีเหลืองน้ำตาลตัวใหญ่มีจมูกเป็นวงรูตั้งด้านบนมีเขาเล็กๆ อยู่สองอัน มีหูพับจนมองไม่เห็นกับหางที่พันกันกำลังนอนหลับอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรอยู่
“ข้าว่าเราก็ได้เยอะแล้วนะ มีทั้งงูกับจายอีกสองตัวแค่นี้ก็ต้องใช้คนแบกหลายคนเลยนะ”
ไกบาพูดก่อนจะหันไปมองด้านหลังที่มีงูยักษ์ที่คนในเผ่าสามารถกินกันได้ไปหลายมื้อแต่เพราะกระเป๋าของบาน่าที่ทำนั้นทำให้เพศผู้ทั้งหลายแยกชิ้นส่วนเอาไปเก็บส่วนที่เหลือก็ใช้กำลัง
คนแบกไป แต่ถ้าเอาไปมากกว่านี้คงจะเอากลับไม่ไหว
“ข้าว่าพอแค่นี้ก่อนดีกว่าถ้าเอาเจ้าจายไปเพิ่มพวกเราคงแบกกลับไม่ไหวอีกอย่างคนในเผ่าของเราก็บาดเจ็บเพราะเจ้างูนั้นไปเยอะเลยนะ” กาตินกับพวกที่ยืนอยู่ใกล้กับบาไกเสริมเพราะตอนที่ไปล่าเจ้าจายมาได้สองตัวก็กินแรงไม่มาก ตอนแรกกะว่าจะเอาตัวเดียวเพราะแต่ดันไปเจอตัวที่สองที่อยู่ใกล้ๆ และมันก็ดูจะโกรธมากด้วย
หลังจากที่ล่ามาได้และกำลังจะกลับและพักในตอนกลางคืนแต่ด้วยความที่เหนื่อยกันมาจากการล่าสัตว์และยังต้องแบกเจ้าจายถึงสองตัวกลับเผ่าด้วย
“เจ้างูนั้นทำให้คนของเราเจ็บไปสี่คนเลยนะ ข้าว่าเรากลับกันจะดีกว่านะ เดินไปอีกหน่อยแล้วพอตื่นมาค่อยเดินทางกลับต่อดีกว่านะ” บาไกเสริม
หลังจากที่ตัดสิ้นกันได้ว่าจะทำยังไงกับเจ้าสัตว์ตัวนั้นดีจนได้ข้อสรุปมานั้นคือจะยอมทิ้งจายตัวนั้นไปก่อนเพราะถ้าดื้อดึงจะเอามาด้วยก็ไม่มีคนแบกกลับไปอยู่ดี
“พวกข้าจะเฝ้าเองส่วนที่เหลือพักเถอะ เจ้าก็ด้วยนะบาไก”
“เจ้าจะไปที่แลกเปลี่ยนกับเผ่าหมีขาวอย่างนั้นเหรอ ข้าได้ยินมาว่าเจ้าจะไปลแกเปลี่ยนอะไรสักอย่างนะ” คนที่สองที่นั่งอยู่ใกล้กับกองไฟพูดขึ้นพร้อมกับนอนนิ่งอยู่ที่โคนต้นไม้ “นั้นนะสิ ข้าเห็นว่าเจ้าเก็บอะไรไม่รู้เต็มไปหมดเลยระหว่างทางนะ”
“ข้าเก็บไปให้บาน่านะนางบอกว่าจะเอาไปทำอาหารให้ข้ากินนะ เนื้อที่นางให้มาก็เป็นฝีมือของนางด้วยนะอร่อยมากเลยข้านะ ไม่คิดว่าเนื้อจะอร่อยได้ด้วยทุกทีก็กินให้อิ่มแค่นั้นเองไม่คิดเลยนะพวกเจ้าก็ลองกินดูสิ” บาไกที่นั่งอยู่รอบกองไฟเปิดกระเป๋าออกมาพร้อมเอาอาหารที่เพศเมียของตัวเองยัดเข้ามาไม่หยุดออกมาอวดคนอื่น
เพศผู้ที่นั่งใกล้ๆ ถึงกับหันมาสนใจเนื้อแดดเดียวที่ออกมากับน้ำที่เจ้าตัวเตรียมเอามาให้ต่อหน้าคนอื่นจนคนที่เห็นอยากจะกินด้วย
“ข้าว่าเจ้าจะตามใจเพศเมียของเจ้ามากเกินไปหรือเปล่า”
“ข้าก็ว่าอย่างนั้นนะ เจ้าจะเอาอาหารไปแลกกับเผ่าหมีขาวเพราะอยากได้พืชเนี่ยนะ”
“อืม” (-_-) (_ _) (-_-)
“แต่ถ้าเจ้าเอาไปแลกเนื้อของเจ้าก็จะน้อยลงนะ” อีกคนพูด “เพราะแบบนั้นเข้าเลยล่าจายตัวที่สองมาเพิ่มสินะ”
“แค่เอาไปแลกกับข้าวเท่านั้นเอง บาน่าอยากได้เพราะจะทำของกินอร่อยๆ ให้ข้านะ”
“งั้นบาไกก็น่าจะไปแลกที่นั่นสินะ”
“ก็น่าจะเป็นอย่างนั้น ข้าจะเอาบาน่าไปดูด้วยเผื่อนางอยากจะได้อย่างอื่นเพิ่มอีกนะ” พูดจบพวกเขาก็นั่งแลกเปลี่ยนกันกินอาหารเพื่อให้อิ่มท้อง
ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงวันที่เธอจะได้ไปเปิดหูเปิดตาสักที บาไกเตรียมของเอาไปแลกเยอะพอควรเลยเนื้อตัวที่บาไกล่ามามันเหมือนหมูมากกว่าบาไกจัดการเอาสับเนื้อที่จะเอาไปแลกเป็นเนื้อส่วนขาหลังแค่ขาหลังข้างหนึ่งก็ใหญ่และหนาก็ตัวของเธออีกประมาณ 40-60 กิโลได้น่าจะแลกข้าวได้เยอะอยู่เหมือนกันนะสถานที่จะแลกจะเป็นป่าส่วนกลางไม่ไกลเท่าไรจากป่านักที่นั่นจะเป็นที่ที่เผ่าอื่นๆ เดินทางกันทำให้พอทานอาหารกันเสร็จและอลิสก็ได้กอบกู้ชื่อเสียงอันน้อยนิดกลับมาได้แล้วเพราะทุกคนต่างก็อยากรู้ว่าบาน่าทำยังไงและทุกคนก็เชื่อกันสนิทใจว่าเธอได้ความรู้พวกนี้มาจากท่านเทพประจำเผ่าซื่งอลิสไม่เคยเห็นหรือเคยเจอ คนในเผ่าอื่นๆ ที่เป็นเพศผู้ต่างอยากได้ที่นอนทำให้เพศผู้มีความต้องการที่จะอยากได้หนังสัตว์เพิ่มและบางคนอย่างเชนหรือกาเร็ตก็จะหาของไปแลกเพื่อที่จะได้เกลือก้อนเล็กๆ เท่าก้อนนิ้วมาทำให้อลิสรู้ว่าการแลกเปลี่ยนเพื่อที่จะได้เกลือมานั้นยากพอสมควรเพราะที่นี่ราคาเกลือแพงมาก“บาไกแบกไหวจริงนะเหรอ”“ไหว เจ้าไม่ต้องห่วงนะข้าไหวแค่นี้เองสบายมาก” ร่างบางในชุดแปลกตาสำหรับคนอื่นหันมาถามบาไกด
นานเท่าไรไม่รู้ที่หลับไปแต่เป็นการนอนที่สบายที่สุดเมื่อได้สิ่งมีชีวิตนุ่นนิ้มกับแผ่นอกแน่นปึกอยู่ใกล้ๆ แทนตุ๊กตาที่เธอมักจะชอบนอนกอดอยู่เป็นประจำเมื่อลืมตาขึ้นมาก็จะเจอกับใบหน้าของชายหนุ่มที่มีความหล่อเหลาพอสมควรแต่ต้องถูกบดบังอย่างน่าเสียดายด้วยผมที่ปกคลุมยาวไปถึงบ่าที่ไม่ได้รับการดูแลนักกับร่างกายที่มีแผลอยู่จำนวนหนึ่งเพราะต้องเดินทางและต่อสู้เป็นประจำจมูกที่โด่งได้รูปผิวสีขาวที่ไม่ได้ขาวมากนักออกจะไปทางสองสีมากกว่าเพราะโดนแดดมาพอสมควร เส้นผมที่พันกันไปหมดจนแค่หวีก็สามารถทำให้หวีหักได้เลยทำให้ตัวเมียตรงหน้าอยากจะจัดการกับทรงผมมากพอสมควรมันช่างทำให้เธอคันมือมากว่าอยากจะตัดมันและหวีให้มันเป็นระเบียบมากกว่าที่จะพันกันไปหมดแบบนี้ภารกิจใหม่ของเราสินะ เฮ้อ…อยู่ที่นี่ก็ทำให้เราขยันขึ้นมาเลยนะเนี่ย ทำยาสระผมอืม…ต้องทำจริงๆ แล้วสินะว่าแต่นี้กี่โมงแล้วเนี่ย น่าจะใกล้ถึงเวลาที่เราต้องทำของกินเปิดหูเปิดตาคนในเผ่าแล้วสินะคิดได้ดังนั้นร่างเล็กก็ลุกขึ้นเตรียมที่จะลุกแต่ถูกแขนของบาไกที่นอนอยู่ข้างๆ บังคับเอาไว้อยู่ทำให้เธอไม่สามารถเอาออกได้เพราะแขนของเขาค่อนข้างที่จะหนักมากตามฉบับของคนที่ออกกำล
อลิสจัดการช่วยบาไกถือกระเป๋าแต่เจ้าตัวก็ไม่ยอมให้ทำแต่ด้วยความสามารถของเธอเองจึงได้มันมาสะพานอย่างง่ายดาย ระหว่างทางเธอก็เล่าสองวันที่ผ่านมาให้บาไกฟังเมื่อเดินมาถึงเจ้าตัวดูจะแปลกใจที่เห็นกระโจมที่ถูกจัดใหม่และของที่ดูใหม่มากๆ เพราะนางเอาไปทำความสะอาดมาใหม่จนหมดอาหารที่ทำเมื่อเช้ายังคงอยู่เพราะเธอทำเผื่อเอาไว้นั้นคือมันต้มกับเนื้อ“นี้กระโจมเหรอ” (O_O)“ก็ใช่นะสิ ฉันนะทำใหม่เลยนะเพราะมันดูรกไปหน่อยด้วยส่วนที่นอนอยู่ในสุดนะอาบน้ำแล้วก็ไปพักได้แล้วหรือจะทานอาหารก่อนดี”“ข้าต้องอาบด้วยเหรอ” บาไกถามเพราะปกติแล้วคนที่นี่นานๆ ทีถึงจะอาบบางครั้งก็10วันอาบทีก็มี “ต้องสิ อาบน้ำจะได้สดชื่นขึ้นไม่ร้อนแล้วก็สบายตัวด้วยทำไมนายไม่ใส่กางเกงไปด้วยล่ะ คงจะโดนยุงกันเยอะแน่เลยใช่หรือเปล่า ลำบากมากไหม” อลิสเดินเข้าไปจับที่ใบหน้าของชายหนุ่มที่มีอายุมากกว่าเธอไม่กี่ปีและเป็นสามีของนางด้วยความเป็นห่วงจนทำให้บาไกที่เห็นอย่างนั้นตกใจไม่น้อยนางเป็นห่วงเราด้วย นี้สินะที่เรียกว่าครอบครัวข้านี้โชคดีจริงๆ ที่เลือกนางมาเป็นตัวเมียของข้า“ตอนนายไม่อยู่ฉันทำเสื้อให้ด้วยนะเป็นเสื้อแขนกุดเวลาใส่จะได้ไม่อึดอัดไปอาบน้ำเ
หลังจากที่รู้ที่หมายแล้วร่างบางก็เปลี่ยนจุดหมายการเดินทางคือเดินเข้าป่าไปแม้ว่าจะอยู่ไม่ไกลแต่มันก็คือป่า แม้ว่าจะห่างจากรั้วเผ่าหมีดำแค่ไม่กี่เมตรก็ยังต้องเรียกว่าป่าอยู่ดีเพราะต้นไม้ที่ชุกชุมเต็มไปหมด ต้นหญ้าที่ขึ้นสูงเกือบครึ่งหนึ่งของเข่าถ้ามีงูโผล่มาก็ไม่แปลกอะไรที่จะเห็นแต่เธอจะไม่ไปคนเดียวอย่างแน่นอนฉันจะเอาคนไปลำบากด้วยถ้าถูกงูกัดตาย เราก็จะเอาคนไปด้วยแบบนี้ถึงจะเรียกว่าเพื่อนแท้เพื่อนตายเพราะอย่างนั้นจึงเอากาเร็ตมาด้วยกันเพราะนางดูจะตื่นเต้นดีและอีกอย่างคือคนอื่นไม่ว่างกันด้วยไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะเอาหนังสัตว์มาทำเป็นที่นอนเพราะคิดว่ามันเปลืองโดยใช้เหตุ ทำให้คนที่มาเย็บปักถักร้อยที่กลางเผ่าแบบนี้มีส่วนน้อยหรือก็คือส่วนที่ว่างและอีกส่วนคืออยากลองทำดูบ้างเมื่อได้รู้สรรพคุณจากอลิสเข้าไปเข้าไปเสริม“บาน่าที่ว่าเจ้าจะทำเครื่องปรุงอะไรนั้นนะมันจำเป็นด้วยเหรอ ขึ้นพึ่งทำที่นอนเสร็จเองนะข้านะทำของท่านพ่อและคนในครอบครัวด้วยเลยทำเยอะมากๆ ดีนะที่มีคนช่วยข้า” เด็กสาวพูดไปเดินไปแม้จะบ่นอยู่ตลอดว่าไม่อยากเดินแต่ก็ก้าวเท้าตามไม่ขาดอีกทั้งยังมีแววตาตื่นเต้นนั้นด้วย“จำเป็นสิ พวกเจ้าปกติจะเอาเนื
เช้าวันนี้เธอมีหน้าที่อันยิ่งใหญ่มากนั้นคือการทำเครื่องปรุงอาหารต้องของคุณยายที่ชอบขี้งกและชอบทำอะไรเองอยู่เสมอๆ และนั้นทำให้เธอต้องโดนไปด้วยสิ่งที่ฉันจะทำในเช้าอันสดใสก็คือเครื่องปรุง ส่วนที่ต้องมีก็น่าจะหาได้ง่ายๆ นะพริกไทย น้ำตาล หัวหอม ผักชีแล้วก็หมูที่สำคัญน่าจะเป็นเกลือไปขอท่านผู้เฒ่าดีกว่าส่วนผักไปหาแถวๆ นี้หรือไม่ก็ไปเอากับท่านผู้เฒ่าเองเพื่ออาหารไปเลยหลังจากที่บาน่าทำการเอาเนื้อที่น่าจะเป็นเนื้อหมูหันบางแล้วเอาไปตากส่วนที่เหลือก็เดินไปเก็บพวกสมุนไพรมาทำ ด้วยเหตุนั้นบาน่าหรืออลิสต้องเดินไปหาพวกมันต่ออลิสจำต้องเดินหาจนทั่วแต่ก็หาไม่เจอเพราะผักชีมันหายากมากๆ เลยในระหว่างทางที่เดินหาเธอก็ไปเจอเชนกับดัสที่เป็นตัวผู้ของนางกำลังทำอะไรกันอยู่อาจจะทำงานกันหรือไม่ก็ว่างซึ่งอลิสที่ไม่ได้รู้อะไรแถวนี้นักเลยไปถามทำให้เธอมาเดินอยู่ที่ไหนสักทีหลังจากที่ถามพวกเขาเสร็จแล้ว“เรามาอยู่ที่ไหนกันล่ะเนี่ย เหมือนไม่เคยได้มาที่นี่เลยแฮะ” อลิสมองไปรอบๆ ต้นไม่ใหญ่ที่ดูจะเยอะมากเหมือนกับว่ามันใกล้ป่ามากๆ เลยอ่อ ใช่ที่นี่คือที่ที่เราเคยถูกอุ้ม ว่าแต่เราเดินมาทางไหนกันล่ะเนี่ยจำได้ว่ามันไม่น่าจะเป็นที
“ได้พักสักที เฮ้อ…เหนื่อยจังเลย”ในที่สุดก็ได้อยู่คนเดียวสักที จริงด้วยสิวันนี้เราไม่ต้องทำอาหารใช่หรือเปล่านะ คงจะเป็นอย่างนั้นแน่เลยเพราะอาหารในเผ่าจะต้องประหยัดเอาไว้ที่เผ่านี้จะมีวันที่จะทำอาหารและกินด้วยกันเพื่อประหยัดเนื้อกับอาหารเอาไว้ให้มากที่สุดวันนี้หรือเปล่านะ หรือว่าวันพรุ่งนี้คิดแล้วปวดหัวคิดก่อน อืม…พรุ่งนี้แน่เลยงั้นวันนี้เราก็กินทอดเนื้อทอดไปก่อนก็แล้วกัน ครั้งหน้าทำรสดีกับน้ำมันหอยดีกว่าอืมน้ำผลไม้หมักก็น่าทำเฮ้อ…พอ พอมาอยู่ที่นี่เราต้องงัดความรู้ออกมาใช้ไม่คิดเลยว่าตัวเองจะต้องมาทำแบบนี้ต้องขอบคุณยายกับป้าข้างบ้านและครูสอนทำอาหารสินะที่ชอบสอนอะไรก็ไม่รู้มาสอนไม่คิดว่าจะได้เอามาใช้จริงๆ ขอสรรเสริญคุณยาย ป้าข้างบ้านทุกบ้านและครูคะ“ดีนะเราที่เก็บผลไม้มาด้วยนะ มีอะไรบ้างน่าเรามีไข่ ส้ม องุ่น มะม่วง บลูเบอร์รี่ มัน แครอทกับเนื้อเมื่อวาน”กินอะไรดีเรา…ต้นมันเพิ่มดีกว่าเรายังไงก็มีเนื้อทอดเมื่อวานอยู่แล้วป่านนี้บาไกจะเป็นยังไงบ้างนะ เป็นห่วงจัง“โอ๊ะ! ได้แล้วกินได้ จะกินล่ะน่า”พรึบ“บาน่า!!”พัง มันเป็นใครกล้าดียังไงมาพังเวลาการกินของฉันห๊ะ!!!ร่างบางในกระโจมของตัวเอง







