Masukตั้งแต่กลับจากจวนตระกูลกง มู่ฉิงเทียนก็เอาแต่นั่งเหม่อ ในมือเขามีถุงหอมเก่าๆ ใบหนึ่ง ใจของเขากำลังสับสน เขาบอกเลิกนาง แล้วเขาตัดใจได้จากนางจริงหรือ ปากบอกนางว่า ชอบซ่งฮวา แต่ว่าความรู้สึกจริงๆ กลับเป็นเพียงความแปลกใหม่เท่านั้น เขารู้ว่าซ่งฮวาเข้าหาเขาเพราะอะไร
มู่ฉิงเทียนหลับตาลงเพื่อทบทวนความรู้สึกของตัวเอง เกือบยี่สิบปี กงเล่อหยางอยู่ข้างกายเขามาเกือบยี่สิบปี เขาย่อมรู้จักนิสัยนางดี แต่ที่ไม่เข้าใจคือเหตุใดช่วงสองปีที่ผ่านมานางถึงเปลี่ยนไปขนาดนั้น และเขาเองที่ควรเชื่อใจนาง กลับผันใจไปให้คนอื่น หลงเชื่อคำพูดของคนอื่น แล้วกล่าววาจาทำร้ายจิตใจนางที่เขาเฝ้าทะนุถนอมมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจ ช่วงเวลาสองเดือนมานี้ เขาไม่กล้าที่จะเข้าไปพูดคุยกับนาง วันนั้นที่เขาพลั้งปากบอกเลิกนางไป จนทำให้นางประชดเขาด้วยการกระโดดน้ำ ยิ่งทำให้เขาไม่กล้าสู้หน้านางเข้าไปอีก พร้อมกับที่เขานั้นกลับมาคิดทบทวนเรื่องราวต่างๆ ทำให้เขารู้ว่าสองปีมานี้ เขาทำร้ายจิตใจนางไปค่อนข้างมากเลยทีเดียว ทั้งที่นางเป็นคนรักของเขา แต่เขากลับปกป้องสตรีอื่น ก๊อกๆ “เข้ามา” มู่ฉิงเทียนขยับนั่งตัวตรง เก็บถุงหอมใบเก่าไว้ในสาบเสื้อ แล้วเงยหน้ามององครักษ์ องครักษ์ก้าวเข้ามาคำนับเจ้านาย พลางเอ่ยรายงาน “เรียนคุณชาย สาวใช้นางนั้นออกไปพบกับสาวใช้ของคุณหนูซ่งฮวาขอรับ” สิ้นเสียงองครักษ์ มู่ฉิงเทียนก็ย่นคิ้วเข้าหากันด้วยความไม่เข้าใจ “ทราบหรือไม่ว่าเรื่องไร” เสียงทุ้มเอ่ยถาม “เอ่อ…” องครักษ์ลังเลที่จะพูดออกไป แม้จะไม่มีคำยืนยันจากเจ้านายว่า ตอนนี้คุณหนูซ่งฮวาเป็นคนรักของเจ้านายแทนที่คุณหนูกงเล่อหยางแล้วหรือไม่ แต่ผู้คนภายนอกก็เล่าลือและคิดกันไปแล้วว่าเจ้านายของเขาคบหากับคุณหนูซ่งฮวาอยู่ “พูด!” เสียงเข้มเอ่ยขัดความคิดขององครักษ์ “ขอรับ” หน้าเรือนใหญ่ จวนตระกูลกง กงเล่อหยางเดินโซซัดโซเซมาที่เรือนของตน เธอยังพาเสี่ยวถงกลับมาด้วย ภาพเจ้านายแบกลูกน้องมีให้เห็นไม่บ่อยนัก “อึบ! เสี่ยวถง เจ้า! ทำตัวเบาๆ หน่อยได้หรือไม่” กงเล่อหยางส่างเมาตั้งแต่แบกเสี่ยวถงมาได้ครึ่งทางแล้ว “อึก! คุณหนู บ่าวอุ้มคุณหนูเองเจ้าค่ะ” เสี่ยวถงพูดออกพลางทำท่าทางจะอุ้มกงเล่อหยาง กงเล่อหยางรีบจับมือนางไว้ แล้วรีบลากเสี่ยวถงไปที่เรือนนอน “เสี่ยวถง! เจ้าอยู่นิ่งๆได้หรือไม่ แฮ่กๆ” กงเล่อหยางไม่คิดว่าการดูแลคนเมาจะเหนื่อยมากขนาดนี้ เธอเคยเห็นและได้ยินคนเขาพูดบอกเล่ามาก็เท่านั้น “คุณหนู! บ่าวแข็งแรงมากเจ้าค่ะ ผู้ใดจะทำร้ายคุณหนูต้องข้ามศพของบ่าวไปก่อน!” กงเล่อหยางยกมือกุมขมับ เสี่ยวถงดิ้นออกจากตัวนางไปตั้งท่ามวยไทยเสียแล้ว ดูเอาเถิดเมาขนาดนี้จิตใต้สำนึกยังสั่งให้ปกป้องเจ้านาย แล้วจะไม่ให้นางซาบซึ้งใจได้อย่างไร ทว่าตอนนี้เธอควรพาเสี่ยวถงไปให้ถึงเรือนนอนก่อน เรื่องซาบซึ้งใจไว้ค่อยว่ากันทีหลัง อีกอย่างเธอเองก็เหนื่อยมากแล้ว หากยังไปไม่ถึงเรือนนอน เธอกับเสี่ยวถงคงได้นอนหน้าเรือนใหญ่นี้แน่นอน “เสี่ยวถง! ข้าขอสั่งให้เจ้าอยู่นิ่งๆ!” “เจ้าค่ะ!” เสี่ยวถงตะโกนรับคำอย่างขันแข็ง จนกงเล่อหยางหลุดหัวเราะออกมา ก่อนจะรวบรวมแรงกายเข้าไปจับเสี่ยวถงแบกขึ้นหลังแล้วรีบเดินไปที่เรือน ไม่วายเซไปซ้ายทีขวาที แต่สุดท้ายเธอก็พาสาวใช้มาถึงเรือนจนได้ หลังจากส่งเสี่ยวถงเข้านอนแล้ว เธอก็กลับเข้าเรือนของตัวเองบ้าง กงเล่อหยางเดินตรงไปที่เตียงนอนของตัวเอง โดยไม่ได้สังเกตเห็นชายหนุ่มผู้หนึ่งกำลังนั่งจิบชาอยู่บนโต๊ะริมหน้าต่างในเรือนนอนของเธอ เธอขึ้นเตียงนอนและห่มผ้าห่มเข้าสู่นิทราไป มู่ฉิงเทียนถึงได้เดินมานั่งลงที่เตียงของนาง พลางส่ายหน้า หากคนที่เข้ามาไม่ใช่เขา นางคงถูกฆ่าตายหรือไม่ก็คงถูกจับตัวไปแล้ว เขายกมือไปสัมผัสที่แก้มนวล เกลี่ยผมออกจากใบหน้างาม จ้องมองอยู่สักพักก่อนจะผละตัวออก พลางคิดในใจว่า เล่อหยางเจ้าจะให้อภัยข้าหรือไม่ เขาทำผิดกับนางมากเกินไป จึงไม่กล้าคาดหวังการอภัยจากนาง… นางเปลี่ยนไปก็เพราะไปข้องเกี่ยวกับสตรีอื่น หากเป็นไปได้เขาก็อยากจะกลับไปยืนเคียงข้างกายนางอย่างเปิดเผยเช่นเมื่อก่อน ซ่งฮวาจุดประสงค์ของนางไม่ใช่เขา แต่เป็นสตรีที่นอนอย่าเบื้องหน้าเขาในตอนนี้ ตั้งแต่เมื่อใดกัน ที่เขาหลงลืมนาง มู่ฉิงเทียนนั่งเฝ้ามองเล่อหยางอยู่สักพัก ก่อนจะกลับออกไป เขาสั่งให้องครักษ์ดูแลนางให้ดี และให้จับตาดูสาวใช้นางนั้นไว้ด้วย ยังบอกอีกว่าหากกงเล่อหยางเป็นอะไรไป พวกเขาต้องชดใช้ด้วยชีวิต องครักษ์ไหนเลยจะกล้าละเลย คำสั่งเช่นนี้มีเพียงคนเดียวที่ได้รับคือคุณหนูกงเล่อหยาง ส่วนคุณหนูซ่งฮวาแทบจะไม่ได้รับอะไรจากนายของเขาเลย องครักษ์มองหน้ากัน ก่อนพยักให้กันก่อนจะหายเข้าไปในความมืด… มู่ฉิงเทียนกลับจวนมู่ของตัวเองไป ไม่นานบุรุษที่หลบซ่อนอยู่ในความมืดก็ออกมา องครักษ์ของมู่ฉิงเทียนถูกขัดขวางด้วยป้ายหยกที่องครักษ์ของบุรุษหนุ่มที่พึ่งเข้ามาชูขึ้นเบื้องหน้า "กงเล่อหยาง คิดได้แล้วสินะ เปิ่นไท่จื่อจะรอเจ้าวันที่เราได้พบกันอีกครั้ง" มือหนาที่กำลังจะสัมผัสใบหน้างามหยุดชะงัก เขายกยิ้ม พลางเอ่ยอีกครั้ง "เปิ่นไท่จื่อไม่ใช่มู่ฉิงเทียน ไม่ฉวยโอกาสเจ้า" สิ้นเสียงชายหนุ่มก็เคลื่อนตัวออกจากจวนตระกูลกงไปอย่างเงียบๆกงเล่อหยางไม่ได้ใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยไปวันๆ หรือเอาแต่วิ่งตามบุรุษอย่างที่ผู้คนกล่าวขาน ในทุกๆ วันหลังจากทานมื้อเช้าเสร็จ นางจะออกไปตรวจดูบัญชีร้านค้าแม้ว่าทรัพย์สมบัติที่บิดามารดาทิ้งไว้ให้นั้นมากพอที่จะใช้ชีวิตอยู่อย่างสุขสบายไปจนถึงชาติหน้า แต่กงเล่อหยางก็ยังอยากที่จะสร้างมันขึ้นมาด้วยตัวเองไม่มีใครทราบถึงเรื่องในอนาคต วันนี้มีกินมีใช้ วันหน้าอาจจะไม่มีก็ได้ ยิ่งเป็นตระกูลชนชั้นสูง ยามก้าวเดินยิ่งต้องระมัดระวัง ก้าวพลาดเมื่อใด ชีวิตของตัวเองและคนในตระกูลก็จบสิ้นเมื่อนั้น“อรุณสวัสดิ์ขอรับคุณหนู วันนี้คุณหนูมาเร็วกว่าทุกวันนะขอรับ”ผู้ดูแลร้านเดินออกมาทักทาย เมื่อเห็นว่าคนที่เดินเข้ามาเป็นนายหญิงของตัวเอง“หลายวันแล้วที่ข้าไม่ได้เข้ามาตรวจบัญชี วันนี้จึงมาเร็วหน่อย เพราะยังต้องไปตรวจอีกหลายร้าน รบกวนท่านลุงเว่ยนำบัญชีไปให้ข้าที่ห้องทำงานด้วย” กงเล่อหยางบอกกล่าวเสียงนุ่มนวล เนื่องจากหลี่เล่อหยางมีนิสัยคล้ายกันกับกงเล่อหยาง หญิงสาวจึงไม่ได้กังวลว่าจะถูกจับผิดเรื่องความเปลี่ยนแปลงของตัวเองมากนัก“ได้เลยขอรับ เดี๋ยวเชิญคุณหนูขึ้นไปรอข้าบนห้องก่อน ข้าขอไปหยิบเอกสารรายงานสักครู่ขอรับ”ท่
“คุณหนูเจ้าคะ บ่าวจัดการเรื่องนั้นเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ” อันฉีสาวใช้ของซ่งฮวา เข้ามารายงานความคืบหน้าทันที หลังจากได้ออกไปข้างนอกตั้งแต่เช้าตรู่ซ่งฮวาวางถ้วยชาลงอย่างสง่างาม พลางเอ่ย “ง่ายถึงเพียงนั้นเชียว แน่ใจว่าไม่มีใครพบเห็นเจ้า”นางเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ ไม่คิดว่าคนของตัวเองจะจัดการเรื่องนั้นได้อย่างง่ายดาย“ดูเหมือนวันนี้สวรรค์จะเข้าข้างเราเจ้าค่ะ ที่จวนกงจัดงานเลี้ยงฉลองเล็กๆ ให้บ่าวไพร่ ทำให้หละหลวมเรื่องการตรวจสอบคน อีกอย่างหนึ่งก็คือสาวใช้ของคุณหนูใหญ่กง ไม่ได้ภักดีกับนางมากถึงขั้นถวายชีวิต และยังมักใหญ่ใฝ่สูง บ่าวถึงได้ซื้อตัวนางได้ง่ายๆ เจ้าค่ะ”ซ่งฮวาส่งเสียงหัวเราะออกแผ่วเบา “กงเล่อหยาง หากรู้ถึงเรื่องราวทั้งหมดจะเป็นเช่นไรนะ”นางไม่ได้ชมชอบคุณชายมู่มากถึงขนาดยอมพลีกายถวายชีวิต ที่ทำไปล้วนแล้วแต่มีเหตุและผลของมันกงเล่อหยางแม้ไม่มีบิดามารดา ทว่าอำนาจในมือกลับมีมากจนน่าอิจฉา ซ่งฮวาย่อมทราบถึงเรื่องบุญคุณความดีของอดีตแม่ทัพใหญ่กงกับฝ่าบาทและไทเฮาถามว่านางกลัวหรือไม่ หากเรื่องราวที่นางกระทำกับกงเล่อหยางถูกเปิดเผยออกมา ซ่งฮว่าตอบได้เลยว่า ไม่นางสามารถหาคนมารับผิดแทนได้ อีก
เวลานี้บ่าวไพร่ในโรงครัวกำลังยุ่งวุ่นวายกันอยู่ เนื่องจากอยู่ๆ คุณหนูของพวกเขาเกิดอยากจะเข้าครัวทำอาหาร ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ในขณะเดียวกันด้านหน้าจวน ก็วุ่นวายไม่แพ้กัน พ่อบ้านได้รับคำสั่งจากกงเล่อหยางให้ไล่สิ่งอัปมงคลออกไปจากจวน“นี่! เจ้าเป็นแค่พ่อบ้านมีสิทธิ์อะไรมาขวางข้าที่เป็นคุณหนู ข้าเป็นญาติผู้น้องของพี่หญิงเล่อหยางนะ” หญิงสาวพยายามพูดเสียงดังเพื่อเรียกร้องความสนใจจากชาวบ้านที่สัญจรไปมา นางคือบุตรสาวคนรองของท่านอารอง น้องชายต่างมารดาของแม่ทัพใหญ่กง นามว่า กงซูมี่“ข้าน้อยไม่มีสิทธิ์ที่จะทำเช่นนี้หากเจ้านายไม่ได้รับสั่ง ทว่าคุณหนูอนุญาตให้ข้ามีสิทธิ์ในการจัดการความวุ่นวายอย่างเต็มที่ คุณหนูรีบกลับไปเถิด ก่อนที่จะอับอายขายขี้หน้าไปมากกว่านี้ ครอบครัวท่านเองก็มีกินมีใช้ไม่ขาดมือจะมาพึ่งพิงคุณหนูของข้าด้วยเรื่องใดกัน โปรดชี้แนะบ่าวผู้โง่เขลาด้วยเถิดขอรับ”กงซูมี่ นางไม่คิดว่าจะโดนตอบกลับมาเช่นนี้ ก็ยืนกำหมัดหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจริงอย่างที่พ่อบ้านกล่าวมาคือท่านอารองที่แยกบ้านออกไปนั้น พวกเขามีกินมีใช้ไม่ขาดมือ ได้เชิดหน้าชูตาในตำแหน่งรองเจ้ากรม ไหนจะมีสินเดิมของ
ตั้งแต่กลับจากจวนตระกูลกง มู่ฉิงเทียนก็เอาแต่นั่งเหม่อ ในมือเขามีถุงหอมเก่าๆ ใบหนึ่ง ใจของเขากำลังสับสน เขาบอกเลิกนาง แล้วเขาตัดใจได้จากนางจริงหรือ ปากบอกนางว่า ชอบซ่งฮวา แต่ว่าความรู้สึกจริงๆ กลับเป็นเพียงความแปลกใหม่เท่านั้น เขารู้ว่าซ่งฮวาเข้าหาเขาเพราะอะไรมู่ฉิงเทียนหลับตาลงเพื่อทบทวนความรู้สึกของตัวเอง เกือบยี่สิบปี กงเล่อหยางอยู่ข้างกายเขามาเกือบยี่สิบปี เขาย่อมรู้จักนิสัยนางดี แต่ที่ไม่เข้าใจคือเหตุใดช่วงสองปีที่ผ่านมานางถึงเปลี่ยนไปขนาดนั้น และเขาเองที่ควรเชื่อใจนาง กลับผันใจไปให้คนอื่น หลงเชื่อคำพูดของคนอื่น แล้วกล่าววาจาทำร้ายจิตใจนางที่เขาเฝ้าทะนุถนอมมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจช่วงเวลาสองเดือนมานี้ เขาไม่กล้าที่จะเข้าไปพูดคุยกับนาง วันนั้นที่เขาพลั้งปากบอกเลิกนางไป จนทำให้นางประชดเขาด้วยการกระโดดน้ำ ยิ่งทำให้เขาไม่กล้าสู้หน้านางเข้าไปอีก พร้อมกับที่เขานั้นกลับมาคิดทบทวนเรื่องราวต่างๆ ทำให้เขารู้ว่าสองปีมานี้ เขาทำร้ายจิตใจนางไปค่อนข้างมากเลยทีเดียว ทั้งที่นางเป็นคนรักของเขา แต่เขากลับปกป้องสตรีอื่นก๊อกๆ“เข้ามา”มู่ฉิงเทียนขยับนั่งตัวตรง เก็บถุงหอมใบเก่าไ
“เสี่ยวถง เราไปเดินเล่นกันเถิด”เช้าวันนี้กงเล่อหยางค่อนข้างที่จะอารมณ์ดี เธอเริ่มปรับตัวเข้ากับที่นี่ได้บ้างแล้ว จึงชวนเสี่ยวถงออกไปเดินเล่นรอบๆ เรือน ถึงแม้จะมีความทรงจำที่กงเล่อหยางคนก่อนทิ้งไว้ให้ แต่หลี่เล่อหยางก็ยังอยากที่จะสำรวจมันด้วยตัวเองเธอเดินออกจากเรือนพร้อมรอยยิ้มสดใส จนบ่าวไพร่ที่ทำงานอยู่บริเวณนั้นพากันตะลึงอ้าปากค้าง นานแล้วที่พวกเขาไม่ได้เห็นรอยยิ้มเช่นนี้ของคุณหนู ยามนี้จึงได้แต่ยืนนิ่งจ้องมองตาไม่กระพริบด้วยกลัวว่าพวกตนนั้นจะตาฝาด แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นพวกเขาก็ยังจะมองอยู่ดี เพราะพวกเขาคิดถึงคุณหนูคนเก่าจะแย่อยู่แล้ว บ่าวไพร่ที่นี่มีแต่คนเก่าคนแก่นานครั้งที่จะมีบ่าวไพร่เข้ามาใหม่“ท่านพ่อบ้าน วันนี้เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ”พ่อบ้านตกใจจนหน้าถอดสี สายตาล่อกแล่กไปมา เอ่ยตอบกงเล่อหยางได้ไม่เต็มเสียงนัก “ขะ ข้าสบายดีขอรับ”กงเล่อหยางส่งเสียงหัวเราะออกมาเล็กน้อยกับท่าทางของเขา เธอคิดเอาไว้แล้ว ว่าที่นี่ไม่เหมือนโลกที่เธอจากมา เธอจะใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ จะไม่เป็นแบบชีวิตที่แล้ว ที่นี่มีแค่เธอ ไม่มีแล้วบิดาที่เมินเฉย เธอจะใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เพื่อตัวเธอเองและเพื่อกงเล่อหยาง
สายลมเย็นในฤดูวสันต์พัดมากระทบกับใบหน้างามที่เอาแต่นั่งเหม่อมองไปนอกหน้าต่างแล้วถอนหายใจออกมาไม่หยุดสองเดือน!ใช่! สองเดือนแล้วที่เธอมาอยู่ที่นี่ หลี่เล่อหยางจำได้ว่านี่เป็นโลกของนิยายเรื่องหนึ่งที่เธอเคยอ่านแต่อ่านไม่จบ เพราะเนื้อหาไม่ค่อยถูกใจเธอสักเท่าไร เธอจึงเลือกที่จะไม่อ่านต่อ แถมชื่อเรื่องเธอก็ยังจำไม่ได้ โชคดีที่ยังจำเนื้อเรื่องที่อ่านไปแล้วคร่าวๆ ได้อยู่บ้างเธอมาอยู่ในร่างของหญิงสาวที่เป็นอดีตคนรักของพระเอก หญิงสาวนางนี้มีชื่อเหมือนกับเธอแต่คนละแซ่ คือ กงเล่อหยางกงเล่อหยางอาศัยอยู่ที่เรือนใหญ่โตนี้กับบ่าวไพร่ แม่นม พ่อบ้านเก่าแก่ของตระกูล เนื่องจากแม่ทัพใหญ่ที่เป็นบิดาของเธอนั้นสิ้นชีพในสนามรบ ต่อมามารดาก็ตรอมใจตายตามบิดาไป เหลือเพียงกงเล่อหยางที่เป็นทายาทของตระกูลอยู่เพียงคนเดียว กงเล่อหยางต้องต่อสู้เพื่อปกป้องตระกูลมาตั้งแต่แปดขวบ เพราะญาติพี่น้องมีแต่จะเข้ามาเอาเปรียบนางกงเล่อหยางกับพระเอกอย่าง มู่ฉิงเทียน รู้จักกันมาตั้งแต่เล็กๆ บิดามารดาของทั้งสองฝ่ายเคยพูดไว้ว่าจะให้ทั้งสองแต่งงานกันเมื่อทั้งสองถึงวัยออกเรือนเมื่อกงเล่อหยางเหลือตัวคนเดียว สหายของบิดาอย่างมู่ซวน ก็







