Masukเวลานี้บ่าวไพร่ในโรงครัวกำลังยุ่งวุ่นวายกันอยู่ เนื่องจากอยู่ๆ คุณหนูของพวกเขาเกิดอยากจะเข้าครัวทำอาหาร ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ในขณะเดียวกันด้านหน้าจวน ก็วุ่นวายไม่แพ้กัน พ่อบ้านได้รับคำสั่งจากกงเล่อหยางให้ไล่สิ่งอัปมงคลออกไปจากจวน
“นี่! เจ้าเป็นแค่พ่อบ้านมีสิทธิ์อะไรมาขวางข้าที่เป็นคุณหนู ข้าเป็นญาติผู้น้องของพี่หญิงเล่อหยางนะ” หญิงสาวพยายามพูดเสียงดังเพื่อเรียกร้องความสนใจจากชาวบ้านที่สัญจรไปมา นางคือบุตรสาวคนรองของท่านอารอง น้องชายต่างมารดาของแม่ทัพใหญ่กง นามว่า กงซูมี่ “ข้าน้อยไม่มีสิทธิ์ที่จะทำเช่นนี้หากเจ้านายไม่ได้รับสั่ง ทว่าคุณหนูอนุญาตให้ข้ามีสิทธิ์ในการจัดการความวุ่นวายอย่างเต็มที่ คุณหนูรีบกลับไปเถิด ก่อนที่จะอับอายขายขี้หน้าไปมากกว่านี้ ครอบครัวท่านเองก็มีกินมีใช้ไม่ขาดมือจะมาพึ่งพิงคุณหนูของข้าด้วยเรื่องใดกัน โปรดชี้แนะบ่าวผู้โง่เขลาด้วยเถิดขอรับ” กงซูมี่ นางไม่คิดว่าจะโดนตอบกลับมาเช่นนี้ ก็ยืนกำหมัดหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ จริงอย่างที่พ่อบ้านกล่าวมาคือท่านอารองที่แยกบ้านออกไปนั้น พวกเขามีกินมีใช้ไม่ขาดมือ ได้เชิดหน้าชูตาในตำแหน่งรองเจ้ากรม ไหนจะมีสินเดิมของมารดาของท่านอารองอีก มารดาของเขามาจากตระกูลพ่อค้า เมื่อแยกบ้านออกไปตั้งตัวใหม่เงินทองก็ยังคงเหลือให้ได้ใช้สอยไปอีกนาน กงเล่อหยางได้ฟังคำบอกเล่าของแม่นมและพ่อบ้านมาบ้างว่าท่านอารองผู้นี้เอาแต่อิจฉาริษยาบิดาของกงเล่อหยางมาตั้งแต่เล็กๆ ไม่รู้ว่ามีสาเหตุมาจากอะไร ตั้งแต่บิดาของนางตายจากไป เขากับภรรยาก็พยายามที่จะเข้ามามีสิทธิ์มีเสียงในจวนหลังนี้ อ้างเหตุผลสารพัด ดีที่มีท่านลุงมู่ซวนสหายของบิดามาช่วยไกล่เกลี่ยจัดการให้ กงเล่อหยางถึงได้ยืนหยัดมาได้จนถึงทุกวันนี้ กงซูมี่สูดลมหายใจเข้าลึก “ข้าเพียงแค่แวะมาเยี่ยมเยียนญาติผู้พี่ก็เท่านั้น ท่านพ่อและท่านแม่ของข้าเป็นห่วงนางยิ่งนัก หลังจากที่ได้ยินว่าคุณชายมู่เลิกคบหากับญาติผู้พี่ ส่วนทางญาติผู้พี่เองก็กระโดดน้ำเพื่อประชดประชัน สองเดือนมานี้ก็เจ็บไข้ได้ป่วยมาตลอด ให้ข้าได้เข้าไปดูนางสักนิดได้หรือไม่ ข้าจะได้กลับไปบอกกล่าวกับท่านพ่อท่านแม่ได้ว่านางเป็นอย่างไรบ้าง” กงซูมี่จงใจพูดเสียงดังขึ้นมากกว่าเดิม เสียงหวานนุ่มนวลชวนให้คนเห็นอกเห็นใจกล่าวเน้นย้ำเรื่องการเลิกคบหาของคนสองคนและเรื่องที่กงเล่อหยางกระโดดน้ำเพื่อประชดประชัน พ่อบ้านมีสีหน้าเย็นเยียบลงทันทีที่กงซูมี่พูดจบ เขากำลังจะพูดไล่นางออกไปอีกครั้งทว่า… “คุณหนูรองช่างรู้เรื่องราวภายในจวนข้าดียิ่งนัก” กงเล่อหยางก้าวเดินออกมาเผชิญหน้ากับญาติผู้น้องจอมเสแสร้งทั้งยังขี้อิจฉาไม่ต่างจากบิดาเลยสักนิด กงเล่อหยางเดินออกมาทันได้ยินประโยคเมื่อสักครู่ นางไม่ได้โกรธ เพียงแค่รำคาญแมลงพวกนี้ที่เอาแต่ตามรังควานไม่หยุดหย่อน เดือนนี้สตรีผู้นี้มาที่นี่เป็นครั้งที่สามแล้ว ไม่รู้ว่าเป็นคำสั่งของท่านอารองหรือมีคนอื่นอยู่เบื้องหลังอีก อ่า คงจะมาดูว่านางตายหรือยังสินะ แน่ล่ะ เธอไม่ได้ออกจากจวนไปตามติดมู่ฉิงเทียน คอยกีดกันเขากับแม่นางเอกเช่นที่ผ่านมานี่นา กงซูมี่ตกใจจนผงะถอยหลัง แต่นางก็ตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว กลับมายืนตัวตรงพร้อมทั้งยอบกายคำนับกงเล่อหยางอย่างงดงาม “คำนับพี่หญิงเจ้าค่ะ” “คุณหนูรองเผื่อเจ้าลืม ข้าไม่มีพี่น้อง เป็นบุตรเพียงคนเดียวของแม่ทัพใหญ่กงซึ่งเป็นพี่ชายของบิดาเจ้า วันหลังเจ้าช่วยเรียกขานตามฐานะและแซ่ของข้าด้วย หวังว่าเจ้าจะไม่ลืมอีก” กงเล่อหยางต่อให้ไม่มีบิดามารดาแต่ว่าฐานะของนางก็ยังคงสูงส่งมากอยู่ดี บุตรสาวตระกูลสายรองคิดขึ้นมาเทียบชั้นรอชาติหน้าเถิดหรืออาจจะไม่มีวันนั้น… กงซูมี่เกือบจะพุ่งเข้าไปตบตีกงเล่อหยาง แต่สาวใช้ฉุดรั้งนางไว้ได้ก่อน “เป็นข้าที่เลอะเลือน ต้องขออภัยคุณหนูใหญ่กงด้วยเจ้าค่ะ” ความจริงแล้วกงเล่อหยางไม่ใช่บุตรเพียงคนเดียว นางยังมีน้องที่ไม่ได้ลืมตาดูโลกอีกหนึ่งคนด้วย เรื่องนี้เธอรู้มาจากแม่นมเมื่อตอนอยู่ในครัว หลังจากที่บิดาไปทำศึกได้สองเดือนมารดาก็มาทราบว่าตั้งครรภ์ ตอนแรกมารดาไม่รู้ว่าตัวเองนั้นตั้งครรภ์ รู้ตัวอีกทีก็ยามที่ร่างกายของมารดาเริ่มอ่อนแอลงหลังจากทราบเรื่องการจากไปของบิดา ด้วยความเสียใจบวกกับความเครียดเรื่องญาติพี่น้อง ทำให้มารดาของกงเล่อหยางตกเลือดจนไม่อาจรักษาชีวิตเด็กในครรภ์ไว้ได้ ไม่นานหลังจากนั้นมารดาก็ล้มป่วยอย่างหนักและจากไปในที่สุด กงเล่อหยางพยักหน้ารับ "มีอะไรอีกหรือไม่ เจ้ามาขวางทางเข้าออกจวนของข้านานแล้ว” “เอ่อ ข้าขอเข้าไปนั่งพักด้านในสักครู่ได้หรือไม่เจ้าคะ” กงซูมี่ยังไม่ละความพยายามที่จะเข้าไปในเรือนของญาติผู้พี่ กงเล่อหยางผายมือไปที่รถม้าที่กงซูมี่นั่งมา “ไม่สู้คุณหนูรองกลับขึ้นไปนั่งพักบนรถม้า พร้อมกับเดินทางกลับเลยไม่ดีกว่าหรือ” “ท่านพ่อท่านแม่ให้ข้ามาดูว่าท่านเป็นอย่างไรบ้าง หากเจ็บป่วยหนักก็ให้ข้าช่วยอยู่ดูแลท่าน” กงเล่อหยางเลิกคิ้วมอง คิดในใจว่า นางตาบอดหรืออย่างไร ข้ามายืนพูดตากแดดตากลมอยู่ตั้งนาน ย่อมแปลว่า นางสบายดีแล้ว กงซูมี่หน้าซีดหลังจากที่พูดออกไปก็เหมือนพึ่งจะนึกขึ้นมาได้ นางจึงไม่รีรอให้กงเล่อหยางกล่าวอันใดอีก รีบชิงกล่าวลาแล้วรีบขึ้นรถม้ากลับทันที “ลำบากท่านแล้ว” กงเล่อหยางหันมากล่าวกับพ่อบ้านที่คอยรับหน้าคนบ้านรองมาตลอด “ไม่ลำบากเลยขอรับ ว่าแต่เมื่อครู่คุณหนูอยู่ในโรงครัวไม่ใช่หรือขอรับ” “อ้อ ข้าจะมาบอกท่านว่าให้จัดเรือนรับรองใหญ่ใหม่น่ะ ข้าอยากจะให้ไต้ซือมาสวดมนตร์ขับไล่สิ่งอัปมงคลออกไป จะได้มีแต่สิ่งดีๆ เข้ามา” “ข้าจะจัดการให้เรียบร้อยขอรับ” “ส่วนเรื่องฤกษ์ยาม ท่านก็แวะไปสอบถามที่อารามมาให้ข้าด้วยก็แล้วกัน” “ขอรับคุณหนู” เธอพยักหน้า และเดินกลับเข้าไปในตัวเรือน ส่วนพ่อบ้านหันไปกำชับทหารที่เฝ้าเวรยามอยู่หน้าประตู ก่อนจะปิดประตูจวนอย่างแน่นหนาแล้วรีบไปจัดการในสิ่งที่เล่อหยางบอกกล่าวไปก่อนหน้ากงเล่อหยางไม่ได้ใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยไปวันๆ หรือเอาแต่วิ่งตามบุรุษอย่างที่ผู้คนกล่าวขาน ในทุกๆ วันหลังจากทานมื้อเช้าเสร็จ นางจะออกไปตรวจดูบัญชีร้านค้าแม้ว่าทรัพย์สมบัติที่บิดามารดาทิ้งไว้ให้นั้นมากพอที่จะใช้ชีวิตอยู่อย่างสุขสบายไปจนถึงชาติหน้า แต่กงเล่อหยางก็ยังอยากที่จะสร้างมันขึ้นมาด้วยตัวเองไม่มีใครทราบถึงเรื่องในอนาคต วันนี้มีกินมีใช้ วันหน้าอาจจะไม่มีก็ได้ ยิ่งเป็นตระกูลชนชั้นสูง ยามก้าวเดินยิ่งต้องระมัดระวัง ก้าวพลาดเมื่อใด ชีวิตของตัวเองและคนในตระกูลก็จบสิ้นเมื่อนั้น“อรุณสวัสดิ์ขอรับคุณหนู วันนี้คุณหนูมาเร็วกว่าทุกวันนะขอรับ”ผู้ดูแลร้านเดินออกมาทักทาย เมื่อเห็นว่าคนที่เดินเข้ามาเป็นนายหญิงของตัวเอง“หลายวันแล้วที่ข้าไม่ได้เข้ามาตรวจบัญชี วันนี้จึงมาเร็วหน่อย เพราะยังต้องไปตรวจอีกหลายร้าน รบกวนท่านลุงเว่ยนำบัญชีไปให้ข้าที่ห้องทำงานด้วย” กงเล่อหยางบอกกล่าวเสียงนุ่มนวล เนื่องจากหลี่เล่อหยางมีนิสัยคล้ายกันกับกงเล่อหยาง หญิงสาวจึงไม่ได้กังวลว่าจะถูกจับผิดเรื่องความเปลี่ยนแปลงของตัวเองมากนัก“ได้เลยขอรับ เดี๋ยวเชิญคุณหนูขึ้นไปรอข้าบนห้องก่อน ข้าขอไปหยิบเอกสารรายงานสักครู่ขอรับ”ท่
“คุณหนูเจ้าคะ บ่าวจัดการเรื่องนั้นเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ” อันฉีสาวใช้ของซ่งฮวา เข้ามารายงานความคืบหน้าทันที หลังจากได้ออกไปข้างนอกตั้งแต่เช้าตรู่ซ่งฮวาวางถ้วยชาลงอย่างสง่างาม พลางเอ่ย “ง่ายถึงเพียงนั้นเชียว แน่ใจว่าไม่มีใครพบเห็นเจ้า”นางเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ ไม่คิดว่าคนของตัวเองจะจัดการเรื่องนั้นได้อย่างง่ายดาย“ดูเหมือนวันนี้สวรรค์จะเข้าข้างเราเจ้าค่ะ ที่จวนกงจัดงานเลี้ยงฉลองเล็กๆ ให้บ่าวไพร่ ทำให้หละหลวมเรื่องการตรวจสอบคน อีกอย่างหนึ่งก็คือสาวใช้ของคุณหนูใหญ่กง ไม่ได้ภักดีกับนางมากถึงขั้นถวายชีวิต และยังมักใหญ่ใฝ่สูง บ่าวถึงได้ซื้อตัวนางได้ง่ายๆ เจ้าค่ะ”ซ่งฮวาส่งเสียงหัวเราะออกแผ่วเบา “กงเล่อหยาง หากรู้ถึงเรื่องราวทั้งหมดจะเป็นเช่นไรนะ”นางไม่ได้ชมชอบคุณชายมู่มากถึงขนาดยอมพลีกายถวายชีวิต ที่ทำไปล้วนแล้วแต่มีเหตุและผลของมันกงเล่อหยางแม้ไม่มีบิดามารดา ทว่าอำนาจในมือกลับมีมากจนน่าอิจฉา ซ่งฮวาย่อมทราบถึงเรื่องบุญคุณความดีของอดีตแม่ทัพใหญ่กงกับฝ่าบาทและไทเฮาถามว่านางกลัวหรือไม่ หากเรื่องราวที่นางกระทำกับกงเล่อหยางถูกเปิดเผยออกมา ซ่งฮว่าตอบได้เลยว่า ไม่นางสามารถหาคนมารับผิดแทนได้ อีก
เวลานี้บ่าวไพร่ในโรงครัวกำลังยุ่งวุ่นวายกันอยู่ เนื่องจากอยู่ๆ คุณหนูของพวกเขาเกิดอยากจะเข้าครัวทำอาหาร ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ในขณะเดียวกันด้านหน้าจวน ก็วุ่นวายไม่แพ้กัน พ่อบ้านได้รับคำสั่งจากกงเล่อหยางให้ไล่สิ่งอัปมงคลออกไปจากจวน“นี่! เจ้าเป็นแค่พ่อบ้านมีสิทธิ์อะไรมาขวางข้าที่เป็นคุณหนู ข้าเป็นญาติผู้น้องของพี่หญิงเล่อหยางนะ” หญิงสาวพยายามพูดเสียงดังเพื่อเรียกร้องความสนใจจากชาวบ้านที่สัญจรไปมา นางคือบุตรสาวคนรองของท่านอารอง น้องชายต่างมารดาของแม่ทัพใหญ่กง นามว่า กงซูมี่“ข้าน้อยไม่มีสิทธิ์ที่จะทำเช่นนี้หากเจ้านายไม่ได้รับสั่ง ทว่าคุณหนูอนุญาตให้ข้ามีสิทธิ์ในการจัดการความวุ่นวายอย่างเต็มที่ คุณหนูรีบกลับไปเถิด ก่อนที่จะอับอายขายขี้หน้าไปมากกว่านี้ ครอบครัวท่านเองก็มีกินมีใช้ไม่ขาดมือจะมาพึ่งพิงคุณหนูของข้าด้วยเรื่องใดกัน โปรดชี้แนะบ่าวผู้โง่เขลาด้วยเถิดขอรับ”กงซูมี่ นางไม่คิดว่าจะโดนตอบกลับมาเช่นนี้ ก็ยืนกำหมัดหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจริงอย่างที่พ่อบ้านกล่าวมาคือท่านอารองที่แยกบ้านออกไปนั้น พวกเขามีกินมีใช้ไม่ขาดมือ ได้เชิดหน้าชูตาในตำแหน่งรองเจ้ากรม ไหนจะมีสินเดิมของ
ตั้งแต่กลับจากจวนตระกูลกง มู่ฉิงเทียนก็เอาแต่นั่งเหม่อ ในมือเขามีถุงหอมเก่าๆ ใบหนึ่ง ใจของเขากำลังสับสน เขาบอกเลิกนาง แล้วเขาตัดใจได้จากนางจริงหรือ ปากบอกนางว่า ชอบซ่งฮวา แต่ว่าความรู้สึกจริงๆ กลับเป็นเพียงความแปลกใหม่เท่านั้น เขารู้ว่าซ่งฮวาเข้าหาเขาเพราะอะไรมู่ฉิงเทียนหลับตาลงเพื่อทบทวนความรู้สึกของตัวเอง เกือบยี่สิบปี กงเล่อหยางอยู่ข้างกายเขามาเกือบยี่สิบปี เขาย่อมรู้จักนิสัยนางดี แต่ที่ไม่เข้าใจคือเหตุใดช่วงสองปีที่ผ่านมานางถึงเปลี่ยนไปขนาดนั้น และเขาเองที่ควรเชื่อใจนาง กลับผันใจไปให้คนอื่น หลงเชื่อคำพูดของคนอื่น แล้วกล่าววาจาทำร้ายจิตใจนางที่เขาเฝ้าทะนุถนอมมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจช่วงเวลาสองเดือนมานี้ เขาไม่กล้าที่จะเข้าไปพูดคุยกับนาง วันนั้นที่เขาพลั้งปากบอกเลิกนางไป จนทำให้นางประชดเขาด้วยการกระโดดน้ำ ยิ่งทำให้เขาไม่กล้าสู้หน้านางเข้าไปอีก พร้อมกับที่เขานั้นกลับมาคิดทบทวนเรื่องราวต่างๆ ทำให้เขารู้ว่าสองปีมานี้ เขาทำร้ายจิตใจนางไปค่อนข้างมากเลยทีเดียว ทั้งที่นางเป็นคนรักของเขา แต่เขากลับปกป้องสตรีอื่นก๊อกๆ“เข้ามา”มู่ฉิงเทียนขยับนั่งตัวตรง เก็บถุงหอมใบเก่าไ
“เสี่ยวถง เราไปเดินเล่นกันเถิด”เช้าวันนี้กงเล่อหยางค่อนข้างที่จะอารมณ์ดี เธอเริ่มปรับตัวเข้ากับที่นี่ได้บ้างแล้ว จึงชวนเสี่ยวถงออกไปเดินเล่นรอบๆ เรือน ถึงแม้จะมีความทรงจำที่กงเล่อหยางคนก่อนทิ้งไว้ให้ แต่หลี่เล่อหยางก็ยังอยากที่จะสำรวจมันด้วยตัวเองเธอเดินออกจากเรือนพร้อมรอยยิ้มสดใส จนบ่าวไพร่ที่ทำงานอยู่บริเวณนั้นพากันตะลึงอ้าปากค้าง นานแล้วที่พวกเขาไม่ได้เห็นรอยยิ้มเช่นนี้ของคุณหนู ยามนี้จึงได้แต่ยืนนิ่งจ้องมองตาไม่กระพริบด้วยกลัวว่าพวกตนนั้นจะตาฝาด แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นพวกเขาก็ยังจะมองอยู่ดี เพราะพวกเขาคิดถึงคุณหนูคนเก่าจะแย่อยู่แล้ว บ่าวไพร่ที่นี่มีแต่คนเก่าคนแก่นานครั้งที่จะมีบ่าวไพร่เข้ามาใหม่“ท่านพ่อบ้าน วันนี้เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ”พ่อบ้านตกใจจนหน้าถอดสี สายตาล่อกแล่กไปมา เอ่ยตอบกงเล่อหยางได้ไม่เต็มเสียงนัก “ขะ ข้าสบายดีขอรับ”กงเล่อหยางส่งเสียงหัวเราะออกมาเล็กน้อยกับท่าทางของเขา เธอคิดเอาไว้แล้ว ว่าที่นี่ไม่เหมือนโลกที่เธอจากมา เธอจะใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ จะไม่เป็นแบบชีวิตที่แล้ว ที่นี่มีแค่เธอ ไม่มีแล้วบิดาที่เมินเฉย เธอจะใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เพื่อตัวเธอเองและเพื่อกงเล่อหยาง
สายลมเย็นในฤดูวสันต์พัดมากระทบกับใบหน้างามที่เอาแต่นั่งเหม่อมองไปนอกหน้าต่างแล้วถอนหายใจออกมาไม่หยุดสองเดือน!ใช่! สองเดือนแล้วที่เธอมาอยู่ที่นี่ หลี่เล่อหยางจำได้ว่านี่เป็นโลกของนิยายเรื่องหนึ่งที่เธอเคยอ่านแต่อ่านไม่จบ เพราะเนื้อหาไม่ค่อยถูกใจเธอสักเท่าไร เธอจึงเลือกที่จะไม่อ่านต่อ แถมชื่อเรื่องเธอก็ยังจำไม่ได้ โชคดีที่ยังจำเนื้อเรื่องที่อ่านไปแล้วคร่าวๆ ได้อยู่บ้างเธอมาอยู่ในร่างของหญิงสาวที่เป็นอดีตคนรักของพระเอก หญิงสาวนางนี้มีชื่อเหมือนกับเธอแต่คนละแซ่ คือ กงเล่อหยางกงเล่อหยางอาศัยอยู่ที่เรือนใหญ่โตนี้กับบ่าวไพร่ แม่นม พ่อบ้านเก่าแก่ของตระกูล เนื่องจากแม่ทัพใหญ่ที่เป็นบิดาของเธอนั้นสิ้นชีพในสนามรบ ต่อมามารดาก็ตรอมใจตายตามบิดาไป เหลือเพียงกงเล่อหยางที่เป็นทายาทของตระกูลอยู่เพียงคนเดียว กงเล่อหยางต้องต่อสู้เพื่อปกป้องตระกูลมาตั้งแต่แปดขวบ เพราะญาติพี่น้องมีแต่จะเข้ามาเอาเปรียบนางกงเล่อหยางกับพระเอกอย่าง มู่ฉิงเทียน รู้จักกันมาตั้งแต่เล็กๆ บิดามารดาของทั้งสองฝ่ายเคยพูดไว้ว่าจะให้ทั้งสองแต่งงานกันเมื่อทั้งสองถึงวัยออกเรือนเมื่อกงเล่อหยางเหลือตัวคนเดียว สหายของบิดาอย่างมู่ซวน ก็







