LOGINกงเล่อหยางไม่ได้ใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยไปวันๆ หรือเอาแต่วิ่งตามบุรุษอย่างที่ผู้คนกล่าวขาน ในทุกๆ วันหลังจากทานมื้อเช้าเสร็จ นางจะออกไปตรวจดูบัญชีร้านค้า
แม้ว่าทรัพย์สมบัติที่บิดามารดาทิ้งไว้ให้นั้นมากพอที่จะใช้ชีวิตอยู่อย่างสุขสบายไปจนถึงชาติหน้า แต่กงเล่อหยางก็ยังอยากที่จะสร้างมันขึ้นมาด้วยตัวเอง ไม่มีใครทราบถึงเรื่องในอนาคต วันนี้มีกินมีใช้ วันหน้าอาจจะไม่มีก็ได้ ยิ่งเป็นตระกูลชนชั้นสูง ยามก้าวเดินยิ่งต้องระมัดระวัง ก้าวพลาดเมื่อใด ชีวิตของตัวเองและคนในตระกูลก็จบสิ้นเมื่อนั้น “อรุณสวัสดิ์ขอรับคุณหนู วันนี้คุณหนูมาเร็วกว่าทุกวันนะขอรับ” ผู้ดูแลร้านเดินออกมาทักทาย เมื่อเห็นว่าคนที่เดินเข้ามาเป็นนายหญิงของตัวเอง “หลายวันแล้วที่ข้าไม่ได้เข้ามาตรวจบัญชี วันนี้จึงมาเร็วหน่อย เพราะยังต้องไปตรวจอีกหลายร้าน รบกวนท่านลุงเว่ยนำบัญชีไปให้ข้าที่ห้องทำงานด้วย” กงเล่อหยางบอกกล่าวเสียงนุ่มนวล เนื่องจากหลี่เล่อหยางมีนิสัยคล้ายกันกับกงเล่อหยาง หญิงสาวจึงไม่ได้กังวลว่าจะถูกจับผิดเรื่องความเปลี่ยนแปลงของตัวเองมากนัก “ได้เลยขอรับ เดี๋ยวเชิญคุณหนูขึ้นไปรอข้าบนห้องก่อน ข้าขอไปหยิบเอกสารรายงานสักครู่ขอรับ” ท่านลุงเว่ยเป็นผู้ดูแลเก่าแก่ของมารดา ซึ่งกงเล่อหยางเองก็ไว้ใจเขามากเช่นกัน ร้านผ้าแห่งนี้เป็นร้านใหญ่ เขาเป็นผู้แลสูงสุดในเครือร้านผ้าแพรทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นในเมืองหลวงหรือต่างเมือง หากมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น คนที่จะต้องรับหน้าและถูกลงโทษหนักที่สุดก็คือเขา กงเล่อหยางพยักหน้า แล้วเดินขึ้นไปด้านบน ข้างหลังนางมีเสี่ยวถงที่ติดตามมาด้วย “ตั้งแต่คุณหนูเริ่มเข้ามาจัดการดูแลที่นี่ ร้านแห่งนี้ก็มีแต่จะขายดีขึ้นเรื่อยๆ นะเจ้าคะ ตอนนี้หาร้านที่เทียบชั้นกับเรายากแล้วเจ้าค่ะ” เสี่ยวถงเป็นคนหนึ่งที่อยู่กับกงเล่อหยางในทุกๆเหตุการณ์ เดือนที่ผ่านมานางแอบตะล่อมถามเรื่องราวต่างๆ ของกงเล่อหยางกับเสี่ยวถงตลอด ทำให้รู้ถึงสถานการณ์รอบตัวว่าเป็นเช่นไร และเพราะอะไร กงเล่อหยางถึงไม่ค่อยเปิดจวนรับแขกหรือจัดงานเลี้ยงเช่นจวนอื่นๆ สิ่งที่นางพึ่งรู้มาเป็นเสี่ยวถงที่พลั้งปากพูดมันออกมาเองด้วย ถามว่าทำไมเสี่ยวถงถึงรู้เรื่องสำคัญเช่นนี้ เสี่ยวถงบอกว่ากงเล่อหยางไม่ได้ไว้ใจผู้ใด ที่ต้องทำเป็นห่างเหินกับเสี่ยวถงและยกสาวใช้อีกคนขึ้นมาเป็นคนสนิทแทนก็เพราะเหตุนี้ เสี่ยวถงเป็นข้อยกเว้นเดียวของกงเล่อหยาง นางเป็นที่ไว้วางใจมากที่สุด รองลงมาก็เป็นแม่นมและพ่อบ้าน สามคนนี้เป็นคนที่รักและจริงใจกับกงเล่อหยางมากที่สุด “นั่นน่ะสิ ตอนแรกร้านเราถูกโจมตีจากหลายฝ่ายเพราะขายดีเกินหน้าเกินตา โดนข้อครหาไม่เว้นวัน แต่เราก็ผ่านมันมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ” “คุณหนูของบ่าวเก่งที่สุดเจ้าค่ะ” เสี่ยวถงยิ้มกว้าง “เจ้านี่นะ” เล่อหยางส่ายหน้า พร้อมกับรอยยิ้มเอ็นดูสาวใช้คนสนิท กงเล่อหยางเดินเข้าไปในห้องได้ไม่นาน ผู้ดูแลก็เดินหอบหิ้วเอกสารตามขึ้นมา เนื่องจากกงเล่อหยางเว้นระยะห่างหลายวันในการเข้ามาตรวจสอบบัญชี ทำให้เอกสารในวันนี้มีมากกว่าปกติ “คุณหนู ข้าเข้าไปนะขอรับ” ผู้ดูแลตะโกนบอกเสียงเหนื่อยหอบ เสี่ยวถงเปิดประตูออกมาก็ตกตะลึงกับสิ่งที่ผู้ดูแลหอบหิ้วขึ้นมา ก่อนจะรีบหลีกทางให้เขาเข้าไปข้างใน กงเล่อหยางยืนนิ่งค้างมองเอกสารตรงหน้า ก่อนจะมองหน้าผู้ดูแล เห็นท่านลุงเว่ยพยักหน้า นางก็กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก วันนี้นางจะตรวจเสร็จหรือไม่ หากเป็นกงเล่อหยางคนเก่าเอกสารแค่นี้ไม่นับว่ามาก แต่กับนางที่เป็นคนใหม่นั้นไม่ใช่ “คุณหนู นี่เป็นรายงานบัญชีรายรับรายจ่าย และรายงานการเครื่อนไหวต่างๆ ด้วยขอรับ ข้าว่าคุณหนูรีบอ่านรายงานอย่างหลังก่อนดีกว่าขอรับ ข้าจะได้รีบทำลายทิ้งเพื่อความปลอดภัย” ช่วงหลายวันมานี้เขาต้องคอยระมัดระวังดูแลเอกสารพวกนี้อย่างดี เส้นสายของตระกูลกงมีไม่น้อย เพียงแต่พวกเขาปกปิดตัวตนไว้ก็เท่านั้น หากเกิดสิ่งใดขึ้นกับคุณหนูใหญ่ เชื่อเถิดว่าต่อให้ฮ่องเต้มายืนอยู่ตรงหน้าก็ห้ามหรือฉุดรั้งพวกเขาไว้ไม่อยู่ อย่าดูถูกท่านลุงเว่ยว่าเป็นผู้ดูแลร้านผ้าธรรมดาๆ เชียว เขาเป็นคนสอดส่องความเคลื่อนไหวรอบทิศทางให้กับบิดามารดาในอดีต ปัจจุบันก็สอดส่องและส่งรายงานให้กับกงเล่อหยาง ยิ่งได้ทราบเรื่องราวเกี่ยวกับตระกูลกงมากเท่าใด ก็ยิ่งตกตะลึงและประหลาดใจมากเท่านั้น ตระกูลกงที่มีอำนาจมากขนาดนี้ ไม่แปลกที่จะเป็นที่เพ่งเล็งและมีผู้คนเฝ้ารอวันที่จะกำจัดทิ้ง ตอนนี้กงเล่อหยางเริ่มจะไม่แน่ใจแล้วว่าการตายของแม่ทัพใหญ่เป็นอุบัติเหตุหรือมีคนจัดฉากกันแน่ “ในนี้ไม่มีรายงานความเคลื่อนไหวของท่านอารองเช่นทุกครั้ง ท่านพอจะทราบหรือไม่ว่าเพราะเหตุใด” กงเล่อหยางที่อ่านรายงานมาได้ครึ่งทางก็เอ่ยถามขึ้น “หลังจากวันนั้นที่คุณหนูกงซูมี่กลับไป ฝ่าบาทก็ทรงเรียกนายท่านรองไปพบ และตักเตือนเรื่องบุตรสาว ช่วงนี้ที่เขาเงียบไปน่าจะเพราะเหตุนี้ขอรับ” กงเล่อหยางพยักหน้ารับ ก่อนจะสะดุดตากับชื่อบนรายงานที่นางกำลังอ่าน ดวงตาที่ค่อยๆ หดเล็กลงจากความง่วงงุนเพราะการอ่านก็ขยายกว้างขึ้นทันที นางอ่านรายงานทุกตัวอักษร ยิ่งอ่านก็ยิ่งสับสน “ท่านช่วยอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายงานนี้ที” ท่านลุงเว่ยรับรายงานมาดู ครั้นเห็นว่าเป็นเรื่องอะไรก็เงยหน้ามองคุณหนูด้วยความห่วงใย เขาไม่ไว้ใจคนผู้นี้ตั้งแต่แรกจึงไม่ได้แปลกใจนักยามเห็นรายงานนี้ แต่กับคุณหนูนั้น... “ขอรับ” เขารับคำ สักวันคุณหนูก็ต้องทราบอยู่ดี ก่อนจะเริ่มอธิบายและบอกกล่าวเรื่องราวที่ตนนั้นได้รู้มาให้คุณหนูใหญ่ฟัง ส่วนเรื่องราวหลังจากนั้นจะเป็นเช่นไรก็ให้คุณหนูเป็นคนตัดสินใจเองกงเล่อหยางไม่ได้ใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยไปวันๆ หรือเอาแต่วิ่งตามบุรุษอย่างที่ผู้คนกล่าวขาน ในทุกๆ วันหลังจากทานมื้อเช้าเสร็จ นางจะออกไปตรวจดูบัญชีร้านค้าแม้ว่าทรัพย์สมบัติที่บิดามารดาทิ้งไว้ให้นั้นมากพอที่จะใช้ชีวิตอยู่อย่างสุขสบายไปจนถึงชาติหน้า แต่กงเล่อหยางก็ยังอยากที่จะสร้างมันขึ้นมาด้วยตัวเองไม่มีใครทราบถึงเรื่องในอนาคต วันนี้มีกินมีใช้ วันหน้าอาจจะไม่มีก็ได้ ยิ่งเป็นตระกูลชนชั้นสูง ยามก้าวเดินยิ่งต้องระมัดระวัง ก้าวพลาดเมื่อใด ชีวิตของตัวเองและคนในตระกูลก็จบสิ้นเมื่อนั้น“อรุณสวัสดิ์ขอรับคุณหนู วันนี้คุณหนูมาเร็วกว่าทุกวันนะขอรับ”ผู้ดูแลร้านเดินออกมาทักทาย เมื่อเห็นว่าคนที่เดินเข้ามาเป็นนายหญิงของตัวเอง“หลายวันแล้วที่ข้าไม่ได้เข้ามาตรวจบัญชี วันนี้จึงมาเร็วหน่อย เพราะยังต้องไปตรวจอีกหลายร้าน รบกวนท่านลุงเว่ยนำบัญชีไปให้ข้าที่ห้องทำงานด้วย” กงเล่อหยางบอกกล่าวเสียงนุ่มนวล เนื่องจากหลี่เล่อหยางมีนิสัยคล้ายกันกับกงเล่อหยาง หญิงสาวจึงไม่ได้กังวลว่าจะถูกจับผิดเรื่องความเปลี่ยนแปลงของตัวเองมากนัก“ได้เลยขอรับ เดี๋ยวเชิญคุณหนูขึ้นไปรอข้าบนห้องก่อน ข้าขอไปหยิบเอกสารรายงานสักครู่ขอรับ”ท่
“คุณหนูเจ้าคะ บ่าวจัดการเรื่องนั้นเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ” อันฉีสาวใช้ของซ่งฮวา เข้ามารายงานความคืบหน้าทันที หลังจากได้ออกไปข้างนอกตั้งแต่เช้าตรู่ซ่งฮวาวางถ้วยชาลงอย่างสง่างาม พลางเอ่ย “ง่ายถึงเพียงนั้นเชียว แน่ใจว่าไม่มีใครพบเห็นเจ้า”นางเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ ไม่คิดว่าคนของตัวเองจะจัดการเรื่องนั้นได้อย่างง่ายดาย“ดูเหมือนวันนี้สวรรค์จะเข้าข้างเราเจ้าค่ะ ที่จวนกงจัดงานเลี้ยงฉลองเล็กๆ ให้บ่าวไพร่ ทำให้หละหลวมเรื่องการตรวจสอบคน อีกอย่างหนึ่งก็คือสาวใช้ของคุณหนูใหญ่กง ไม่ได้ภักดีกับนางมากถึงขั้นถวายชีวิต และยังมักใหญ่ใฝ่สูง บ่าวถึงได้ซื้อตัวนางได้ง่ายๆ เจ้าค่ะ”ซ่งฮวาส่งเสียงหัวเราะออกแผ่วเบา “กงเล่อหยาง หากรู้ถึงเรื่องราวทั้งหมดจะเป็นเช่นไรนะ”นางไม่ได้ชมชอบคุณชายมู่มากถึงขนาดยอมพลีกายถวายชีวิต ที่ทำไปล้วนแล้วแต่มีเหตุและผลของมันกงเล่อหยางแม้ไม่มีบิดามารดา ทว่าอำนาจในมือกลับมีมากจนน่าอิจฉา ซ่งฮวาย่อมทราบถึงเรื่องบุญคุณความดีของอดีตแม่ทัพใหญ่กงกับฝ่าบาทและไทเฮาถามว่านางกลัวหรือไม่ หากเรื่องราวที่นางกระทำกับกงเล่อหยางถูกเปิดเผยออกมา ซ่งฮว่าตอบได้เลยว่า ไม่นางสามารถหาคนมารับผิดแทนได้ อีก
เวลานี้บ่าวไพร่ในโรงครัวกำลังยุ่งวุ่นวายกันอยู่ เนื่องจากอยู่ๆ คุณหนูของพวกเขาเกิดอยากจะเข้าครัวทำอาหาร ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ในขณะเดียวกันด้านหน้าจวน ก็วุ่นวายไม่แพ้กัน พ่อบ้านได้รับคำสั่งจากกงเล่อหยางให้ไล่สิ่งอัปมงคลออกไปจากจวน“นี่! เจ้าเป็นแค่พ่อบ้านมีสิทธิ์อะไรมาขวางข้าที่เป็นคุณหนู ข้าเป็นญาติผู้น้องของพี่หญิงเล่อหยางนะ” หญิงสาวพยายามพูดเสียงดังเพื่อเรียกร้องความสนใจจากชาวบ้านที่สัญจรไปมา นางคือบุตรสาวคนรองของท่านอารอง น้องชายต่างมารดาของแม่ทัพใหญ่กง นามว่า กงซูมี่“ข้าน้อยไม่มีสิทธิ์ที่จะทำเช่นนี้หากเจ้านายไม่ได้รับสั่ง ทว่าคุณหนูอนุญาตให้ข้ามีสิทธิ์ในการจัดการความวุ่นวายอย่างเต็มที่ คุณหนูรีบกลับไปเถิด ก่อนที่จะอับอายขายขี้หน้าไปมากกว่านี้ ครอบครัวท่านเองก็มีกินมีใช้ไม่ขาดมือจะมาพึ่งพิงคุณหนูของข้าด้วยเรื่องใดกัน โปรดชี้แนะบ่าวผู้โง่เขลาด้วยเถิดขอรับ”กงซูมี่ นางไม่คิดว่าจะโดนตอบกลับมาเช่นนี้ ก็ยืนกำหมัดหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจริงอย่างที่พ่อบ้านกล่าวมาคือท่านอารองที่แยกบ้านออกไปนั้น พวกเขามีกินมีใช้ไม่ขาดมือ ได้เชิดหน้าชูตาในตำแหน่งรองเจ้ากรม ไหนจะมีสินเดิมของ
ตั้งแต่กลับจากจวนตระกูลกง มู่ฉิงเทียนก็เอาแต่นั่งเหม่อ ในมือเขามีถุงหอมเก่าๆ ใบหนึ่ง ใจของเขากำลังสับสน เขาบอกเลิกนาง แล้วเขาตัดใจได้จากนางจริงหรือ ปากบอกนางว่า ชอบซ่งฮวา แต่ว่าความรู้สึกจริงๆ กลับเป็นเพียงความแปลกใหม่เท่านั้น เขารู้ว่าซ่งฮวาเข้าหาเขาเพราะอะไรมู่ฉิงเทียนหลับตาลงเพื่อทบทวนความรู้สึกของตัวเอง เกือบยี่สิบปี กงเล่อหยางอยู่ข้างกายเขามาเกือบยี่สิบปี เขาย่อมรู้จักนิสัยนางดี แต่ที่ไม่เข้าใจคือเหตุใดช่วงสองปีที่ผ่านมานางถึงเปลี่ยนไปขนาดนั้น และเขาเองที่ควรเชื่อใจนาง กลับผันใจไปให้คนอื่น หลงเชื่อคำพูดของคนอื่น แล้วกล่าววาจาทำร้ายจิตใจนางที่เขาเฝ้าทะนุถนอมมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจช่วงเวลาสองเดือนมานี้ เขาไม่กล้าที่จะเข้าไปพูดคุยกับนาง วันนั้นที่เขาพลั้งปากบอกเลิกนางไป จนทำให้นางประชดเขาด้วยการกระโดดน้ำ ยิ่งทำให้เขาไม่กล้าสู้หน้านางเข้าไปอีก พร้อมกับที่เขานั้นกลับมาคิดทบทวนเรื่องราวต่างๆ ทำให้เขารู้ว่าสองปีมานี้ เขาทำร้ายจิตใจนางไปค่อนข้างมากเลยทีเดียว ทั้งที่นางเป็นคนรักของเขา แต่เขากลับปกป้องสตรีอื่นก๊อกๆ“เข้ามา”มู่ฉิงเทียนขยับนั่งตัวตรง เก็บถุงหอมใบเก่าไ
“เสี่ยวถง เราไปเดินเล่นกันเถิด”เช้าวันนี้กงเล่อหยางค่อนข้างที่จะอารมณ์ดี เธอเริ่มปรับตัวเข้ากับที่นี่ได้บ้างแล้ว จึงชวนเสี่ยวถงออกไปเดินเล่นรอบๆ เรือน ถึงแม้จะมีความทรงจำที่กงเล่อหยางคนก่อนทิ้งไว้ให้ แต่หลี่เล่อหยางก็ยังอยากที่จะสำรวจมันด้วยตัวเองเธอเดินออกจากเรือนพร้อมรอยยิ้มสดใส จนบ่าวไพร่ที่ทำงานอยู่บริเวณนั้นพากันตะลึงอ้าปากค้าง นานแล้วที่พวกเขาไม่ได้เห็นรอยยิ้มเช่นนี้ของคุณหนู ยามนี้จึงได้แต่ยืนนิ่งจ้องมองตาไม่กระพริบด้วยกลัวว่าพวกตนนั้นจะตาฝาด แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นพวกเขาก็ยังจะมองอยู่ดี เพราะพวกเขาคิดถึงคุณหนูคนเก่าจะแย่อยู่แล้ว บ่าวไพร่ที่นี่มีแต่คนเก่าคนแก่นานครั้งที่จะมีบ่าวไพร่เข้ามาใหม่“ท่านพ่อบ้าน วันนี้เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ”พ่อบ้านตกใจจนหน้าถอดสี สายตาล่อกแล่กไปมา เอ่ยตอบกงเล่อหยางได้ไม่เต็มเสียงนัก “ขะ ข้าสบายดีขอรับ”กงเล่อหยางส่งเสียงหัวเราะออกมาเล็กน้อยกับท่าทางของเขา เธอคิดเอาไว้แล้ว ว่าที่นี่ไม่เหมือนโลกที่เธอจากมา เธอจะใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ จะไม่เป็นแบบชีวิตที่แล้ว ที่นี่มีแค่เธอ ไม่มีแล้วบิดาที่เมินเฉย เธอจะใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เพื่อตัวเธอเองและเพื่อกงเล่อหยาง
สายลมเย็นในฤดูวสันต์พัดมากระทบกับใบหน้างามที่เอาแต่นั่งเหม่อมองไปนอกหน้าต่างแล้วถอนหายใจออกมาไม่หยุดสองเดือน!ใช่! สองเดือนแล้วที่เธอมาอยู่ที่นี่ หลี่เล่อหยางจำได้ว่านี่เป็นโลกของนิยายเรื่องหนึ่งที่เธอเคยอ่านแต่อ่านไม่จบ เพราะเนื้อหาไม่ค่อยถูกใจเธอสักเท่าไร เธอจึงเลือกที่จะไม่อ่านต่อ แถมชื่อเรื่องเธอก็ยังจำไม่ได้ โชคดีที่ยังจำเนื้อเรื่องที่อ่านไปแล้วคร่าวๆ ได้อยู่บ้างเธอมาอยู่ในร่างของหญิงสาวที่เป็นอดีตคนรักของพระเอก หญิงสาวนางนี้มีชื่อเหมือนกับเธอแต่คนละแซ่ คือ กงเล่อหยางกงเล่อหยางอาศัยอยู่ที่เรือนใหญ่โตนี้กับบ่าวไพร่ แม่นม พ่อบ้านเก่าแก่ของตระกูล เนื่องจากแม่ทัพใหญ่ที่เป็นบิดาของเธอนั้นสิ้นชีพในสนามรบ ต่อมามารดาก็ตรอมใจตายตามบิดาไป เหลือเพียงกงเล่อหยางที่เป็นทายาทของตระกูลอยู่เพียงคนเดียว กงเล่อหยางต้องต่อสู้เพื่อปกป้องตระกูลมาตั้งแต่แปดขวบ เพราะญาติพี่น้องมีแต่จะเข้ามาเอาเปรียบนางกงเล่อหยางกับพระเอกอย่าง มู่ฉิงเทียน รู้จักกันมาตั้งแต่เล็กๆ บิดามารดาของทั้งสองฝ่ายเคยพูดไว้ว่าจะให้ทั้งสองแต่งงานกันเมื่อทั้งสองถึงวัยออกเรือนเมื่อกงเล่อหยางเหลือตัวคนเดียว สหายของบิดาอย่างมู่ซวน ก็







