Masuk“เสี่ยวถง เราไปเดินเล่นกันเถิด”
เช้าวันนี้กงเล่อหยางค่อนข้างที่จะอารมณ์ดี เธอเริ่มปรับตัวเข้ากับที่นี่ได้บ้างแล้ว จึงชวนเสี่ยวถงออกไปเดินเล่นรอบๆ เรือน ถึงแม้จะมีความทรงจำที่กงเล่อหยางคนก่อนทิ้งไว้ให้ แต่หลี่เล่อหยางก็ยังอยากที่จะสำรวจมันด้วยตัวเอง เธอเดินออกจากเรือนพร้อมรอยยิ้มสดใส จนบ่าวไพร่ที่ทำงานอยู่บริเวณนั้นพากันตะลึงอ้าปากค้าง นานแล้วที่พวกเขาไม่ได้เห็นรอยยิ้มเช่นนี้ของคุณหนู ยามนี้จึงได้แต่ยืนนิ่งจ้องมองตาไม่กระพริบด้วยกลัวว่าพวกตนนั้นจะตาฝาด แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นพวกเขาก็ยังจะมองอยู่ดี เพราะพวกเขาคิดถึงคุณหนูคนเก่าจะแย่อยู่แล้ว บ่าวไพร่ที่นี่มีแต่คนเก่าคนแก่นานครั้งที่จะมีบ่าวไพร่เข้ามาใหม่ “ท่านพ่อบ้าน วันนี้เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ” พ่อบ้านตกใจจนหน้าถอดสี สายตาล่อกแล่กไปมา เอ่ยตอบกงเล่อหยางได้ไม่เต็มเสียงนัก “ขะ ข้าสบายดีขอรับ” กงเล่อหยางส่งเสียงหัวเราะออกมาเล็กน้อยกับท่าทางของเขา เธอคิดเอาไว้แล้ว ว่าที่นี่ไม่เหมือนโลกที่เธอจากมา เธอจะใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ จะไม่เป็นแบบชีวิตที่แล้ว ที่นี่มีแค่เธอ ไม่มีแล้วบิดาที่เมินเฉย เธอจะใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เพื่อตัวเธอเองและเพื่อกงเล่อหยางที่จากไป “วันนี้อากาศดียิ่งนัก ข้าจึงออกมาเดินเล่น ท่านสนใจไปด้วยกันหรือไม่” เสี่ยวถงหันไปมองพ่อบ้านที่มีสีหน้ากระอักกระอ่วนใจ แล้วหันมามองคุณหนูของตนที่ดูจะยิ้มแย้มมีความสุขกว่าทุกวันก่อนจะหันกลับไปมองพ่อบ้านอีกครั้งด้วยสีหน้าเห็นอกเห็นใจ ก่อนหน้านี้นางก็เป็นเช่นเดียวกันกับพ่อบ้าน กว่าจะตั้งตัวได้ก็ใช้เวลาอยู่สองสามวัน “เอ่อ ข้ามีงานที่ยังทำไม่เสร็จ เชิญคุณหนูตามสบายเลยขอรับ” พ่อบ้านลอบปาดเหงื่อ กงเล่อหยางพยักหน้าพร้อมรอยยิ้มบาง “เช่นนั้น ข้าไปก่อนนะ ท่านเองก็ควรพักผ่อนให้มากนะ” คนจากไปแล้ว แต่พ่อบ้านยังคงยืนนิ่งค้างอยู่ที่เดิม ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า กล่าวพึมพำว่า ‘นายท่านกับนายหญิงมาเข้าฝันคุณหนูรึขอรับ นางถึงได้เปลี่ยนไปมากเช่นนี้’ เขาถอนหายใจออกมา ไม่ว่าคุณหนูจะเป็นเช่นไร เขาก็พร้อมที่จะยืนอยู่เคียงข้างตามคำสั่งเสียของนายหญิง อีกอย่างคุณหนูเติบโตมาตัวคนเดียว ญาติพี่น้องก็จ้องแต่จะเอาเปรียบนาง ง่ายๆ ก็คือรอโอกาสเข้ามาฮุบสมบัติของนายท่านและสินเดิมของนายหญิงที่ทิ้งไว้ให้ลูกสาวเพียงคนเดียว “คุณหนูเจ้าคะ ดอกไม้พวกนี้ท่านแน่ใจนะเจ้าคะ ว่าจะถอนมันทิ้งทั้งหมด” เสี่ยวถงถามเพื่อความแน่ใจ เพราะคุณหนูตั้งใจปลูกดอกไม้พวกนี้มาก เป็นดอกไม้ที่คุณชายมู่ชื่นชอบ คุณหนูชอบให้คนนำมันไปอบเสื้อผ้า คุณชายมู่จะได้จดจำและชอบคุณหนูมากยิ่งขึ้น “แน่ใจ ให้คนมาขุดสระน้ำเล็กๆ ความลึกแค่หัวเข่าพอ ข้าจะปลูกดอกบัว ส่วนต้นอิงฮวาสองต้นหน้าเรือนข้า ก็ให้คนมารื้อถอนออกไปด้วย แล้วหาดอกเหมยมาปลูกแทน” สิ่งใดที่มีความเกี่ยวข้องกับพระเอก เธอจะนำมันออกไปให้หมด เหตุผลก็คือเธอชอบดอกเหมยแล้วจะให้เธอปลูกอิงฮวาไว้ทำไม ดอกกุหลาบและดอกเบญจมาศพวกนี้ไม่ใช่ดอกไม้ที่เธอชอบสักหน่อยเก็บไว้มีประโยชน์อันใดรึ เธอชอบดอกบัวกับดอกกล้วยไม้ ดอกไม้สองชนิดนี้ต่างหากที่ควรอยู่ตรงนี้ กงเล่อหยางกับเสี่ยวถง และบ่าวไพร่คนอื่นๆ วิ่งวุ่นอยู่กับการจัดสวนใหม่กันทั้งวัน เธอยกมือขึ้นปาดเหงื่อ มองผลงานของตัวเองแล้วยิ้มออกมาอย่างภาคภูมิใจ สวนแห่งนี้ไม่เหลือเค้าโครงเดิมเลยสักนิดมันงดงามแลดูมีชีวิตชีวากว่าเดิม บ่งบอกว่าเจ้าของจวนได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง “เอาล่ะ ข้าได้ให้พ่อบ้านไปสั่งอาหารที่เหลาอาหารชื่อดังมาเลี้ยงทุกคน พวกเรารีบไปอาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วมาฉลองกันดีหรือไม่” “ดีเจ้าค่ะ/ขอรับ” บ่าวไพร่ตอบรับเจ้านายสาวด้วยรอยยิ้ม พวกเขาไม่รู้สึกเหนื่อยเลยสักนิด “เช่นนั้น ก็แยกย้ายกันได้ พบกันที่ลานกว้างหน้าเรือนใหญ่ พ่อบ้านน่าจะจัดเตรียมทุกอย่างไว้รอแล้ว” บ่าวไพร่พากันคำนับเจ้านายสาว แล้วรีบถอยออกไป กงเล่อหยางเองก็รีบเดินกลับเรือนไปอาบน้ำชำระกายผลัดเปลี่ยนอาภรณ์เช่นกัน รอยยิ้มงดงามยังคงปรากฎให้เห็นอยู่ตลอดเวลา เสี่ยวถงได้แต่ภาวนาในใจว่า ขอให้คุณหนูของนางมีรอยยิ้มที่งดงามสดใสเช่นนี้ตลอดไป อย่าได้มีความทุกข์อีกเลย ด้วยความตื่นเต้นที่จะได้ร่วมฉลองกับทุกคน กงเล่อหยางจึงใช้เวลาไม่นานในการจัดการตัวเอง เธอเดินออกมาด้วยความประหม่า กงเล่อหยางไม่คุ้นชินกับบรรยากาศแบบนี้ เนื่องจากเธอไม่เคยจัดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดเช่นคนอื่น การเข้าร่วมงานเลี้ยงต่างๆ เธอก็ไม่เคยได้รับเชิญให้เข้าร่วม ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสหาย เธอไม่เคยมี ชีวิตในก่อนหน้านี้มีเพียงเสิ่นหลงที่จริงใจกับเธอเท่านั้น… “ทุกคนมากันครบแล้วใช่หรือไม่” เสี่ยวถงช่วยทำหน้าที่ตรวจสอบบ่าวไพร่คนอื่นๆ กับพ่อบ้าน “มากันครบแล้วเจ้าค่ะคุณหนู” กงเล่อหยางลุกขึ้นยืน ก่อนเสียงหวานจะเอื้อนเอ่ยออกมา “วันนี้ข้า กงเล่อหยาง อยากจะขอบคุณทุกคนที่ยังคงอยู่เคียงข้างข้า แม้ว่าในช่วงสองปีที่ผ่านมาข้าจะทำตัวไม่ดี ทำให้ชื่อเสียงของจวนเสียหายก็ตาม วันนี้ทุกคนยังช่วยข้าจัดทำสวนเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ ภายในจวนแห่งนี้ใหม่ ข้าอยากจะบอกทุกคนว่าไม่ได้มีแค่สวนหรือจวนแห่งนี้ที่เปลี่ยนไป แต่ยังมีกงเล่อหยางคนนี้ที่เปลี่ยนไปแล้วเช่นกัน ข้าไม่ได้ขอให้ทุกคนเชื่อในคำพูดของข้า แต่จากนี้ไปให้การกระทำของข้าพิสูจน์ว่าข้าเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ ตระกูลกงจะยังคงสืบต่อไปอีกนานเท่านาน ไม่มีทางจบสิ้นในเร็ววันนี้แน่นอน เอาล่ะ ข้ามีเรื่องที่จะบอกกล่าวทุกคนเพียงเท่านี้ ทุกคนลงมือทานได้ วันนี้ฉลองกันเต็มที่ ข้าอนุญาต!” “ขอบคุณคุณหนูขอรับ/เจ้าค่ะ” กงเล่อหยางและบ่าวไพร่ พากันกินเลี้ยงฉลองอย่างมีความสุข สุราถูกลำเลียงมาไม่ขาดสาย ทุกคนเต็มที่อย่างที่กงเล่อหยางได้บอกกล่าวไว้ เสี่ยวถงเองก็ไม่น้อยหน้า ยามนี้นั่งหน้าแดงก่ำกอดไหสุราไว้ไม่ปล่อย กงเล่อหยางไม่ได้ดื่มมากนัก เธอเอาแต่นั่งมองพร้อมเก็บบรรยากาศเช่นนี้ไว้ที่ส่วนลึกในใจ บริเวณต้นไม้ใหญ่ในเงามืด บุรุษร่างสูงยืนมองอดีตคนรักที่ดูแตกต่างไปจากทุกวัน ที่เขาได้มาอยู่ตรงนี้เป็นเพราะเขาให้องครักษ์ติดตามดูนาง องครักษ์ไปรายงานความเคลื่อนไหวของนางกับเขาตั้งแต่เช้า เดิมทีคิดว่าไม่มีอะไร ทว่าวันนี้องครักษ์กลับไปรายงานเขาบ่อยกว่าทุกครั้ง จนเขาต้องมาดูให้เห็นกับตาตัวเอง ว่าเล่อหยางนางเปลี่ยนไปอย่างไร มู่ฉิงเทียนมองอดีตคนรักด้วยสายตายากจะคาดเดา ก่อนที่สายตาของเขาจะเหลือบไปเห็นสาวใช้คนสนิทของนางกำลังทำท่าทางลับๆ ล่อๆ จึงส่งสายตาให้องครักษ์ตามไปดู เขาหันกลับมามองอดีตคนรักอีกครั้ง ความรู้สึกผูกพันพลันโจมตีเข้ามาในใจเขาไม่หยุด มู่ฉิงเทียนไม่รู้จะจัดการกับความรู้สึกนี้อย่างไร จึงสั่งให้องครักษ์จับตาดูนางต่อไป ส่วนเขานั้นก็รีบกลับจวนตัวเองไปทันทีกงเล่อหยางไม่ได้ใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยไปวันๆ หรือเอาแต่วิ่งตามบุรุษอย่างที่ผู้คนกล่าวขาน ในทุกๆ วันหลังจากทานมื้อเช้าเสร็จ นางจะออกไปตรวจดูบัญชีร้านค้าแม้ว่าทรัพย์สมบัติที่บิดามารดาทิ้งไว้ให้นั้นมากพอที่จะใช้ชีวิตอยู่อย่างสุขสบายไปจนถึงชาติหน้า แต่กงเล่อหยางก็ยังอยากที่จะสร้างมันขึ้นมาด้วยตัวเองไม่มีใครทราบถึงเรื่องในอนาคต วันนี้มีกินมีใช้ วันหน้าอาจจะไม่มีก็ได้ ยิ่งเป็นตระกูลชนชั้นสูง ยามก้าวเดินยิ่งต้องระมัดระวัง ก้าวพลาดเมื่อใด ชีวิตของตัวเองและคนในตระกูลก็จบสิ้นเมื่อนั้น“อรุณสวัสดิ์ขอรับคุณหนู วันนี้คุณหนูมาเร็วกว่าทุกวันนะขอรับ”ผู้ดูแลร้านเดินออกมาทักทาย เมื่อเห็นว่าคนที่เดินเข้ามาเป็นนายหญิงของตัวเอง“หลายวันแล้วที่ข้าไม่ได้เข้ามาตรวจบัญชี วันนี้จึงมาเร็วหน่อย เพราะยังต้องไปตรวจอีกหลายร้าน รบกวนท่านลุงเว่ยนำบัญชีไปให้ข้าที่ห้องทำงานด้วย” กงเล่อหยางบอกกล่าวเสียงนุ่มนวล เนื่องจากหลี่เล่อหยางมีนิสัยคล้ายกันกับกงเล่อหยาง หญิงสาวจึงไม่ได้กังวลว่าจะถูกจับผิดเรื่องความเปลี่ยนแปลงของตัวเองมากนัก“ได้เลยขอรับ เดี๋ยวเชิญคุณหนูขึ้นไปรอข้าบนห้องก่อน ข้าขอไปหยิบเอกสารรายงานสักครู่ขอรับ”ท่
“คุณหนูเจ้าคะ บ่าวจัดการเรื่องนั้นเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ” อันฉีสาวใช้ของซ่งฮวา เข้ามารายงานความคืบหน้าทันที หลังจากได้ออกไปข้างนอกตั้งแต่เช้าตรู่ซ่งฮวาวางถ้วยชาลงอย่างสง่างาม พลางเอ่ย “ง่ายถึงเพียงนั้นเชียว แน่ใจว่าไม่มีใครพบเห็นเจ้า”นางเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ ไม่คิดว่าคนของตัวเองจะจัดการเรื่องนั้นได้อย่างง่ายดาย“ดูเหมือนวันนี้สวรรค์จะเข้าข้างเราเจ้าค่ะ ที่จวนกงจัดงานเลี้ยงฉลองเล็กๆ ให้บ่าวไพร่ ทำให้หละหลวมเรื่องการตรวจสอบคน อีกอย่างหนึ่งก็คือสาวใช้ของคุณหนูใหญ่กง ไม่ได้ภักดีกับนางมากถึงขั้นถวายชีวิต และยังมักใหญ่ใฝ่สูง บ่าวถึงได้ซื้อตัวนางได้ง่ายๆ เจ้าค่ะ”ซ่งฮวาส่งเสียงหัวเราะออกแผ่วเบา “กงเล่อหยาง หากรู้ถึงเรื่องราวทั้งหมดจะเป็นเช่นไรนะ”นางไม่ได้ชมชอบคุณชายมู่มากถึงขนาดยอมพลีกายถวายชีวิต ที่ทำไปล้วนแล้วแต่มีเหตุและผลของมันกงเล่อหยางแม้ไม่มีบิดามารดา ทว่าอำนาจในมือกลับมีมากจนน่าอิจฉา ซ่งฮวาย่อมทราบถึงเรื่องบุญคุณความดีของอดีตแม่ทัพใหญ่กงกับฝ่าบาทและไทเฮาถามว่านางกลัวหรือไม่ หากเรื่องราวที่นางกระทำกับกงเล่อหยางถูกเปิดเผยออกมา ซ่งฮว่าตอบได้เลยว่า ไม่นางสามารถหาคนมารับผิดแทนได้ อีก
เวลานี้บ่าวไพร่ในโรงครัวกำลังยุ่งวุ่นวายกันอยู่ เนื่องจากอยู่ๆ คุณหนูของพวกเขาเกิดอยากจะเข้าครัวทำอาหาร ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ในขณะเดียวกันด้านหน้าจวน ก็วุ่นวายไม่แพ้กัน พ่อบ้านได้รับคำสั่งจากกงเล่อหยางให้ไล่สิ่งอัปมงคลออกไปจากจวน“นี่! เจ้าเป็นแค่พ่อบ้านมีสิทธิ์อะไรมาขวางข้าที่เป็นคุณหนู ข้าเป็นญาติผู้น้องของพี่หญิงเล่อหยางนะ” หญิงสาวพยายามพูดเสียงดังเพื่อเรียกร้องความสนใจจากชาวบ้านที่สัญจรไปมา นางคือบุตรสาวคนรองของท่านอารอง น้องชายต่างมารดาของแม่ทัพใหญ่กง นามว่า กงซูมี่“ข้าน้อยไม่มีสิทธิ์ที่จะทำเช่นนี้หากเจ้านายไม่ได้รับสั่ง ทว่าคุณหนูอนุญาตให้ข้ามีสิทธิ์ในการจัดการความวุ่นวายอย่างเต็มที่ คุณหนูรีบกลับไปเถิด ก่อนที่จะอับอายขายขี้หน้าไปมากกว่านี้ ครอบครัวท่านเองก็มีกินมีใช้ไม่ขาดมือจะมาพึ่งพิงคุณหนูของข้าด้วยเรื่องใดกัน โปรดชี้แนะบ่าวผู้โง่เขลาด้วยเถิดขอรับ”กงซูมี่ นางไม่คิดว่าจะโดนตอบกลับมาเช่นนี้ ก็ยืนกำหมัดหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจริงอย่างที่พ่อบ้านกล่าวมาคือท่านอารองที่แยกบ้านออกไปนั้น พวกเขามีกินมีใช้ไม่ขาดมือ ได้เชิดหน้าชูตาในตำแหน่งรองเจ้ากรม ไหนจะมีสินเดิมของ
ตั้งแต่กลับจากจวนตระกูลกง มู่ฉิงเทียนก็เอาแต่นั่งเหม่อ ในมือเขามีถุงหอมเก่าๆ ใบหนึ่ง ใจของเขากำลังสับสน เขาบอกเลิกนาง แล้วเขาตัดใจได้จากนางจริงหรือ ปากบอกนางว่า ชอบซ่งฮวา แต่ว่าความรู้สึกจริงๆ กลับเป็นเพียงความแปลกใหม่เท่านั้น เขารู้ว่าซ่งฮวาเข้าหาเขาเพราะอะไรมู่ฉิงเทียนหลับตาลงเพื่อทบทวนความรู้สึกของตัวเอง เกือบยี่สิบปี กงเล่อหยางอยู่ข้างกายเขามาเกือบยี่สิบปี เขาย่อมรู้จักนิสัยนางดี แต่ที่ไม่เข้าใจคือเหตุใดช่วงสองปีที่ผ่านมานางถึงเปลี่ยนไปขนาดนั้น และเขาเองที่ควรเชื่อใจนาง กลับผันใจไปให้คนอื่น หลงเชื่อคำพูดของคนอื่น แล้วกล่าววาจาทำร้ายจิตใจนางที่เขาเฝ้าทะนุถนอมมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจช่วงเวลาสองเดือนมานี้ เขาไม่กล้าที่จะเข้าไปพูดคุยกับนาง วันนั้นที่เขาพลั้งปากบอกเลิกนางไป จนทำให้นางประชดเขาด้วยการกระโดดน้ำ ยิ่งทำให้เขาไม่กล้าสู้หน้านางเข้าไปอีก พร้อมกับที่เขานั้นกลับมาคิดทบทวนเรื่องราวต่างๆ ทำให้เขารู้ว่าสองปีมานี้ เขาทำร้ายจิตใจนางไปค่อนข้างมากเลยทีเดียว ทั้งที่นางเป็นคนรักของเขา แต่เขากลับปกป้องสตรีอื่นก๊อกๆ“เข้ามา”มู่ฉิงเทียนขยับนั่งตัวตรง เก็บถุงหอมใบเก่าไ
“เสี่ยวถง เราไปเดินเล่นกันเถิด”เช้าวันนี้กงเล่อหยางค่อนข้างที่จะอารมณ์ดี เธอเริ่มปรับตัวเข้ากับที่นี่ได้บ้างแล้ว จึงชวนเสี่ยวถงออกไปเดินเล่นรอบๆ เรือน ถึงแม้จะมีความทรงจำที่กงเล่อหยางคนก่อนทิ้งไว้ให้ แต่หลี่เล่อหยางก็ยังอยากที่จะสำรวจมันด้วยตัวเองเธอเดินออกจากเรือนพร้อมรอยยิ้มสดใส จนบ่าวไพร่ที่ทำงานอยู่บริเวณนั้นพากันตะลึงอ้าปากค้าง นานแล้วที่พวกเขาไม่ได้เห็นรอยยิ้มเช่นนี้ของคุณหนู ยามนี้จึงได้แต่ยืนนิ่งจ้องมองตาไม่กระพริบด้วยกลัวว่าพวกตนนั้นจะตาฝาด แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นพวกเขาก็ยังจะมองอยู่ดี เพราะพวกเขาคิดถึงคุณหนูคนเก่าจะแย่อยู่แล้ว บ่าวไพร่ที่นี่มีแต่คนเก่าคนแก่นานครั้งที่จะมีบ่าวไพร่เข้ามาใหม่“ท่านพ่อบ้าน วันนี้เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ”พ่อบ้านตกใจจนหน้าถอดสี สายตาล่อกแล่กไปมา เอ่ยตอบกงเล่อหยางได้ไม่เต็มเสียงนัก “ขะ ข้าสบายดีขอรับ”กงเล่อหยางส่งเสียงหัวเราะออกมาเล็กน้อยกับท่าทางของเขา เธอคิดเอาไว้แล้ว ว่าที่นี่ไม่เหมือนโลกที่เธอจากมา เธอจะใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ จะไม่เป็นแบบชีวิตที่แล้ว ที่นี่มีแค่เธอ ไม่มีแล้วบิดาที่เมินเฉย เธอจะใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เพื่อตัวเธอเองและเพื่อกงเล่อหยาง
สายลมเย็นในฤดูวสันต์พัดมากระทบกับใบหน้างามที่เอาแต่นั่งเหม่อมองไปนอกหน้าต่างแล้วถอนหายใจออกมาไม่หยุดสองเดือน!ใช่! สองเดือนแล้วที่เธอมาอยู่ที่นี่ หลี่เล่อหยางจำได้ว่านี่เป็นโลกของนิยายเรื่องหนึ่งที่เธอเคยอ่านแต่อ่านไม่จบ เพราะเนื้อหาไม่ค่อยถูกใจเธอสักเท่าไร เธอจึงเลือกที่จะไม่อ่านต่อ แถมชื่อเรื่องเธอก็ยังจำไม่ได้ โชคดีที่ยังจำเนื้อเรื่องที่อ่านไปแล้วคร่าวๆ ได้อยู่บ้างเธอมาอยู่ในร่างของหญิงสาวที่เป็นอดีตคนรักของพระเอก หญิงสาวนางนี้มีชื่อเหมือนกับเธอแต่คนละแซ่ คือ กงเล่อหยางกงเล่อหยางอาศัยอยู่ที่เรือนใหญ่โตนี้กับบ่าวไพร่ แม่นม พ่อบ้านเก่าแก่ของตระกูล เนื่องจากแม่ทัพใหญ่ที่เป็นบิดาของเธอนั้นสิ้นชีพในสนามรบ ต่อมามารดาก็ตรอมใจตายตามบิดาไป เหลือเพียงกงเล่อหยางที่เป็นทายาทของตระกูลอยู่เพียงคนเดียว กงเล่อหยางต้องต่อสู้เพื่อปกป้องตระกูลมาตั้งแต่แปดขวบ เพราะญาติพี่น้องมีแต่จะเข้ามาเอาเปรียบนางกงเล่อหยางกับพระเอกอย่าง มู่ฉิงเทียน รู้จักกันมาตั้งแต่เล็กๆ บิดามารดาของทั้งสองฝ่ายเคยพูดไว้ว่าจะให้ทั้งสองแต่งงานกันเมื่อทั้งสองถึงวัยออกเรือนเมื่อกงเล่อหยางเหลือตัวคนเดียว สหายของบิดาอย่างมู่ซวน ก็







