Masuk“เสี่ยวถง เราไปเดินเล่นกันเถิด”
เช้าวันนี้กงเล่อหยางค่อนข้างที่จะอารมณ์ดี เธอเริ่มปรับตัวเข้ากับที่นี่ได้บ้างแล้ว จึงชวนเสี่ยวถงออกไปเดินเล่นรอบๆ เรือน ถึงแม้จะมีความทรงจำที่กงเล่อหยางคนก่อนทิ้งไว้ให้ แต่หลี่เล่อหยางก็ยังอยากที่จะสำรวจมันด้วยตัวเอง เธอเดินออกจากเรือนพร้อมรอยยิ้มสดใส จนบ่าวไพร่ที่ทำงานอยู่บริเวณนั้นพากันตะลึงอ้าปากค้าง นานแล้วที่พวกเขาไม่ได้เห็นรอยยิ้มเช่นนี้ของคุณหนู ยามนี้จึงได้แต่ยืนนิ่งจ้องมองตาไม่กระพริบด้วยกลัวว่าพวกตนนั้นจะตาฝาด แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นพวกเขาก็ยังจะมองอยู่ดี เพราะพวกเขาคิดถึงคุณหนูคนเก่าจะแย่อยู่แล้ว บ่าวไพร่ที่นี่มีแต่คนเก่าคนแก่นานครั้งที่จะมีบ่าวไพร่เข้ามาใหม่ “ท่านพ่อบ้าน วันนี้เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ” พ่อบ้านตกใจจนหน้าถอดสี สายตาล่อกแล่กไปมา เอ่ยตอบกงเล่อหยางได้ไม่เต็มเสียงนัก “ขะ ข้าสบายดีขอรับ” กงเล่อหยางส่งเสียงหัวเราะออกมาเล็กน้อยกับท่าทางของเขา เธอคิดเอาไว้แล้ว ว่าที่นี่ไม่เหมือนโลกที่เธอจากมา เธอจะใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ จะไม่เป็นแบบชีวิตที่แล้ว ที่นี่มีแค่เธอ ไม่มีแล้วบิดาที่เมินเฉย เธอจะใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เพื่อตัวเธอเองและเพื่อกงเล่อหยางที่จากไป “วันนี้อากาศดียิ่งนัก ข้าจึงออกมาเดินเล่น ท่านสนใจไปด้วยกันหรือไม่” เสี่ยวถงหันไปมองพ่อบ้านที่มีสีหน้ากระอักกระอ่วนใจ แล้วหันมามองคุณหนูของตนที่ดูจะยิ้มแย้มมีความสุขกว่าทุกวันก่อนจะหันกลับไปมองพ่อบ้านอีกครั้งด้วยสีหน้าเห็นอกเห็นใจ ก่อนหน้านี้นางก็เป็นเช่นเดียวกันกับพ่อบ้าน กว่าจะตั้งตัวได้ก็ใช้เวลาอยู่สองสามวัน “เอ่อ ข้ามีงานที่ยังทำไม่เสร็จ เชิญคุณหนูตามสบายเลยขอรับ” พ่อบ้านลอบปาดเหงื่อ กงเล่อหยางพยักหน้าพร้อมรอยยิ้มบาง “เช่นนั้น ข้าไปก่อนนะ ท่านเองก็ควรพักผ่อนให้มากนะ” คนจากไปแล้ว แต่พ่อบ้านยังคงยืนนิ่งค้างอยู่ที่เดิม ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า กล่าวพึมพำว่า ‘นายท่านกับนายหญิงมาเข้าฝันคุณหนูรึขอรับ นางถึงได้เปลี่ยนไปมากเช่นนี้’ เขาถอนหายใจออกมา ไม่ว่าคุณหนูจะเป็นเช่นไร เขาก็พร้อมที่จะยืนอยู่เคียงข้างตามคำสั่งเสียของนายหญิง อีกอย่างคุณหนูเติบโตมาตัวคนเดียว ญาติพี่น้องก็จ้องแต่จะเอาเปรียบนาง ง่ายๆ ก็คือรอโอกาสเข้ามาฮุบสมบัติของนายท่านและสินเดิมของนายหญิงที่ทิ้งไว้ให้ลูกสาวเพียงคนเดียว “คุณหนูเจ้าคะ ดอกไม้พวกนี้ท่านแน่ใจนะเจ้าคะ ว่าจะถอนมันทิ้งทั้งหมด” เสี่ยวถงถามเพื่อความแน่ใจ เพราะคุณหนูตั้งใจปลูกดอกไม้พวกนี้มาก เป็นดอกไม้ที่คุณชายมู่ชื่นชอบ คุณหนูชอบให้คนนำมันไปอบเสื้อผ้า คุณชายมู่จะได้จดจำและชอบคุณหนูมากยิ่งขึ้น “แน่ใจ ให้คนมาขุดสระน้ำเล็กๆ ความลึกแค่หัวเข่าพอ ข้าจะปลูกดอกบัว ส่วนต้นอิงฮวาสองต้นหน้าเรือนข้า ก็ให้คนมารื้อถอนออกไปด้วย แล้วหาดอกเหมยมาปลูกแทน” สิ่งใดที่มีความเกี่ยวข้องกับพระเอก เธอจะนำมันออกไปให้หมด เหตุผลก็คือเธอชอบดอกเหมยแล้วจะให้เธอปลูกอิงฮวาไว้ทำไม ดอกกุหลาบและดอกเบญจมาศพวกนี้ไม่ใช่ดอกไม้ที่เธอชอบสักหน่อยเก็บไว้มีประโยชน์อันใดรึ เธอชอบดอกบัวกับดอกกล้วยไม้ ดอกไม้สองชนิดนี้ต่างหากที่ควรอยู่ตรงนี้ กงเล่อหยางกับเสี่ยวถง และบ่าวไพร่คนอื่นๆ วิ่งวุ่นอยู่กับการจัดสวนใหม่กันทั้งวัน เธอยกมือขึ้นปาดเหงื่อ มองผลงานของตัวเองแล้วยิ้มออกมาอย่างภาคภูมิใจ สวนแห่งนี้ไม่เหลือเค้าโครงเดิมเลยสักนิดมันงดงามแลดูมีชีวิตชีวากว่าเดิม บ่งบอกว่าเจ้าของจวนได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง “เอาล่ะ ข้าได้ให้พ่อบ้านไปสั่งอาหารที่เหลาอาหารชื่อดังมาเลี้ยงทุกคน พวกเรารีบไปอาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วมาฉลองกันดีหรือไม่” “ดีเจ้าค่ะ/ขอรับ” บ่าวไพร่ตอบรับเจ้านายสาวด้วยรอยยิ้ม พวกเขาไม่รู้สึกเหนื่อยเลยสักนิด “เช่นนั้น ก็แยกย้ายกันได้ พบกันที่ลานกว้างหน้าเรือนใหญ่ พ่อบ้านน่าจะจัดเตรียมทุกอย่างไว้รอแล้ว” บ่าวไพร่พากันคำนับเจ้านายสาว แล้วรีบถอยออกไป กงเล่อหยางเองก็รีบเดินกลับเรือนไปอาบน้ำชำระกายผลัดเปลี่ยนอาภรณ์เช่นกัน รอยยิ้มงดงามยังคงปรากฎให้เห็นอยู่ตลอดเวลา เสี่ยวถงได้แต่ภาวนาในใจว่า ขอให้คุณหนูของนางมีรอยยิ้มที่งดงามสดใสเช่นนี้ตลอดไป อย่าได้มีความทุกข์อีกเลย ด้วยความตื่นเต้นที่จะได้ร่วมฉลองกับทุกคน กงเล่อหยางจึงใช้เวลาไม่นานในการจัดการตัวเอง เธอเดินออกมาด้วยความประหม่า กงเล่อหยางไม่คุ้นชินกับบรรยากาศแบบนี้ เนื่องจากเธอไม่เคยจัดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดเช่นคนอื่น การเข้าร่วมงานเลี้ยงต่างๆ เธอก็ไม่เคยได้รับเชิญให้เข้าร่วม ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสหาย เธอไม่เคยมี ชีวิตในก่อนหน้านี้มีเพียงเสิ่นหลงที่จริงใจกับเธอเท่านั้น… “ทุกคนมากันครบแล้วใช่หรือไม่” เสี่ยวถงช่วยทำหน้าที่ตรวจสอบบ่าวไพร่คนอื่นๆ กับพ่อบ้าน “มากันครบแล้วเจ้าค่ะคุณหนู” กงเล่อหยางลุกขึ้นยืน ก่อนเสียงหวานจะเอื้อนเอ่ยออกมา “วันนี้ข้า กงเล่อหยาง อยากจะขอบคุณทุกคนที่ยังคงอยู่เคียงข้างข้า แม้ว่าในช่วงสองปีที่ผ่านมาข้าจะทำตัวไม่ดี ทำให้ชื่อเสียงของจวนเสียหายก็ตาม วันนี้ทุกคนยังช่วยข้าจัดทำสวนเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ ภายในจวนแห่งนี้ใหม่ ข้าอยากจะบอกทุกคนว่าไม่ได้มีแค่สวนหรือจวนแห่งนี้ที่เปลี่ยนไป แต่ยังมีกงเล่อหยางคนนี้ที่เปลี่ยนไปแล้วเช่นกัน ข้าไม่ได้ขอให้ทุกคนเชื่อในคำพูดของข้า แต่จากนี้ไปให้การกระทำของข้าพิสูจน์ว่าข้าเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ ตระกูลกงจะยังคงสืบต่อไปอีกนานเท่านาน ไม่มีทางจบสิ้นในเร็ววันนี้แน่นอน เอาล่ะ ข้ามีเรื่องที่จะบอกกล่าวทุกคนเพียงเท่านี้ ทุกคนลงมือทานได้ วันนี้ฉลองกันเต็มที่ ข้าอนุญาต!” “ขอบคุณคุณหนูขอรับ/เจ้าค่ะ” กงเล่อหยางและบ่าวไพร่ พากันกินเลี้ยงฉลองอย่างมีความสุข สุราถูกลำเลียงมาไม่ขาดสาย ทุกคนเต็มที่อย่างที่กงเล่อหยางได้บอกกล่าวไว้ เสี่ยวถงเองก็ไม่น้อยหน้า ยามนี้นั่งหน้าแดงก่ำกอดไหสุราไว้ไม่ปล่อย กงเล่อหยางไม่ได้ดื่มมากนัก เธอเอาแต่นั่งมองพร้อมเก็บบรรยากาศเช่นนี้ไว้ที่ส่วนลึกในใจ บริเวณต้นไม้ใหญ่ในเงามืด บุรุษร่างสูงยืนมองอดีตคนรักที่ดูแตกต่างไปจากทุกวัน ที่เขาได้มาอยู่ตรงนี้เป็นเพราะเขาให้องครักษ์ติดตามดูนาง องครักษ์ไปรายงานความเคลื่อนไหวของนางกับเขาตั้งแต่เช้า เดิมทีคิดว่าไม่มีอะไร ทว่าวันนี้องครักษ์กลับไปรายงานเขาบ่อยกว่าทุกครั้ง จนเขาต้องมาดูให้เห็นกับตาตัวเอง ว่าเล่อหยางนางเปลี่ยนไปอย่างไร มู่ฉิงเทียนมองอดีตคนรักด้วยสายตายากจะคาดเดา ก่อนที่สายตาของเขาจะเหลือบไปเห็นสาวใช้คนสนิทของนางกำลังทำท่าทางลับๆ ล่อๆ จึงส่งสายตาให้องครักษ์ตามไปดู เขาหันกลับมามองอดีตคนรักอีกครั้ง ความรู้สึกผูกพันพลันโจมตีเข้ามาในใจเขาไม่หยุด มู่ฉิงเทียนไม่รู้จะจัดการกับความรู้สึกนี้อย่างไร จึงสั่งให้องครักษ์จับตาดูนางต่อไป ส่วนเขานั้นก็รีบกลับจวนตัวเองไปทันที“ฉางเจ๋อ! เล่อหยางเล่า! นางเป็นอย่างไรบ้าง!” รัชทายาทมามาถึงก็พ่นคำถามใส่อู๋หยางโหวไม่หยุด เขาชะเง้อคอมองเค้าไปข้างใน ไม่ได้สนใจอู๋หยางโหวที่กำลังพยายามหลบหน้ารัชทายาทด้วยไม่อยากให้รัชทายาทเห็นว่าเขาร้องไห้อู๋ฉางเจ๋อนับกงเล่อหยางเป็นสหายของเขาตั้งแต่ที่ได้รู้จักกันแล้ว เพราะเขาถูกใจนางมาก ต่อมายิ่งได้รู้จักกันเพิ่มขึ้น เขาคิดว่าตัวเองนั้นคิดไม่ผิดที่เลือกให้นางเป็นสหาย ตอนที่รัชทายาทส่งนางมาให้เขา เขาตกใจมาก จนเกือบจะลืมวิธีการใช้วิทยายุทธ์ ระหว่างทางที่พานางมาที่นี่ ใจกังวลไปหมด กลัวว่าจะพานางไปรักษาไม่ทัน“เจ้า! ฉางเจ๋อ…หลบหน้าเปิ่นไท่จื่อทำไม” รัชทายาทจับอีกฝ่ายหันกลับมา อู๋หยางโหวสะบัดหน้าหลบหลบหลีกมือของรัชทายาท สุดท้ายก็หนีไม่พ้น รัชทายาทบีบคางเขาไว้แน่น “เจ้าร้องไห้?”อู๋หยางโหวดิ้นหลุดออกมาก็บีบนวดกรามบริเวณคางที่ถูกจับเมื่อครู่ ก่อนจะเอ่ยถาม “คางของกระหม่อมหลุดติดมือพระองค์ไปหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ เหตุใดจับแล้วมันถึงได้รู้สึกแปลกๆ”“ … ” รัชทายาทมองมือตัวเองด้วยกลัวว่ามันจะติดมาจริงๆ เพ้ย! “เจ้าตอบคำถามเปิ่นไท่จื่อมาก่อน”“รัชทายาท พระองค์ก็เห็นว่ากระหม่อมนั่งอยู่หน้าห้อง มันหมายค
ขณะที่เมืองหลวงกำลังเตรียมตัวรับมือป้องกันภัยจากกลุ่มกบฏกันอย่างเต็มที่ ทางชายแดนใต้นั้นกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด วันนี้เป็นวันที่สองของการทำศึกแล้ว ทหารของสองฝั่งเริ่มลดลงเรื่อยๆ จีอ๋องขี่ม้าสู้รบเคียงข้างน้องชาย ตัวเขาและน้องชายกินยาต้านพิษมาแล้ว แต่ใช่ว่ามันจะต้านพิษของชนนเผ่าใต้ได้ทุกชนิดยามนี้ชินอ๋องไป๋เทียนหลงกำลังต่อสู้อยู่กับบุตรชายของผู้นำเผ่า จีอ๋องก็อยู่ไม่ไกลจากเขาสัก ภายในใจคิดว่า เขาต้องทำให้ศึกนี้จบเร็วที่สุด เขาไม่อยากให้เกิดความสูญเสียไปมากกว่านี้ จีอ๋องคล้ายกำลังปลดผลึกตัวเอง วิทยายุทธ์ขั้นสูงสุดถูกนำออกมาใช้ร่วมกับวิชาแพทย์ ทำให้มันประสานกันอย่างลงตัว เพียงเขาคนเดียวก็สามารถป้องกันศัตรูรอบตัวที่ต้องการเข้าจัดการชินอ๋องจากทางด้านหลังได้แล้ว และยังมีทิศทางอื่นอีกชนเผ่าใต้เริ่มเห็นความผิดปกติแล้ว เพราะคนของพวกเขาลดลงไปมากกว่าเมื่อวานนี้ ครั้นมองเห็นว่าผู้ใดเป็นคนจัดการสังหารสหายของตน ความบ้าคลั่งก็เริ่มต้นขึ้น จีอ๋องรับมือกับพวกเขาได้อย่างแข็งแกร่ง คนหนึ่งต้านรับคนสี่คน“คิดจะใช้พิษรึ เอาพิษข้าไปก่อนแล้วกัน!” จีอ๋องสาดพิษใส่คนทั้งสี่ที่เข้ามาต่อสู้กับเขา “หึ คิดว่าพ
“เปิ่นหวางไม่คิดว่าแดนใต้จะร้อนมากขนาดนี้ เทียนหลงใกล้ถึงหรือยัง เปิ่นหวางจะไม่ไหวแล้วนะ” จีอ๋องอยู่ในรถม้านานติดต่อกันหลายวันแล้ว ป่านนี้เมืองหลวงคงจะเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว เปิ่นหวางคิดถึงหิมะ คิดถึงอากาศหนาว เป็นเพราะชนเผ่าใต้บ้าบอนั่น ทำให้เขาต้องมาลำบากอยู่ที่นี่ คอยดูเถิดไปถึงเมื่อไหร่เปิ่นหวางจะเผาให้วอดเลย ร้อนดีนักใช่ไหม หึ!“ใกล้แล้วพี่รอง พ้นเมืองนี้ไปเราก็จะถึงแล้ว ท่าทนอีกนิดเถิด”“ข้าทนมาเดือนกว่าแล้ว ก้นข้าช้ำไปหมดแล้วเจ้าจะดูหรือไม่”ไป๋เทียนหลงส่ายหน้าให้พี่ชาย เขาเองก็นั่งอยู่ในรถม้าด้วยกันไม่ใช่หรือ พอจะออกไปขี่ม้าอีกฝ่ายก็ไม่ยอมให้เขาไปอีก“หากข้างหน้ามีลำธารก็แวะพักกันก่อน” ชินอ๋องตะโกนบอกองครักษ์ ทั้งที่พึ่งพ้นประตูเมืองออกมาได้ไม่นานองครักษ์ขานรับและขี่ม้าออกไปตรวจสอบดูทางข้างหน้า ก่อนจะพบแหล่งน้ำและบอกให้ทุกแวะพักที่ตรงนั้นจีอ๋องดีใจยิ่งกว่าผู้ใด เขาลงจากรถม้าก็รีบเดินตรงไปที่ลำธารทันที ธารน้ำใสและเย็นถูกใจเขายิ่งนัก“เทียนหลง น้ำเย็นยิ่งนัก เจ้าลงมาเร็วเข้า น้ำที่โรงเตี๊ยมยังไม่ดีเท่านี้ อ่า ค่อยยังชั่ว”ครั้งนี้เขาไม่ได้ปฏิเสธพี่ชาย ถอดเสื้อผ้าแล้วเดินลงไปในลำธา
เช้าวันรุ่งขึ้นในยามเหม่า รัชทายาทเป็นคสไปส่งกงเล่อหยางที่กระโจมด้วยตัวเอง ใช้ความมืดอำพรางตัวนางและเขา หลบหลีกทหารเวรยาม โดยมีองครักษ์เงาคอยให้ความช่วยเหลือเมื่อเข้ามาในกระโจมกงเล่อหยางตัวปลอมและสาวใช้ก็รีบวิ่งเข้ามาหาเจ้านาย “คุณหนู!!”“เสี่ยวถง เจ้าเหตุใดถึงมีสภาพเช่นนี้เล่า เจ้าก็ด้วย…”“บ่าวนอนไม่หลับเจ้าค่ะ แหะๆ บ่าวกลัวว่าจะมีคนเข้ามาในกระโจมกะทันหันเจ้าค่ะ ถึงเวลานั้นคุณหนูจะเดือดร้อนเอาได้ บ่าวไม่กล้าละเลยเจ้าค่ะ”กงเล่อหยางยกมือขึ้นกุมขมับ เป็นห่วงนาง แต่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้เลยหรือ “ไปนอนพักกันสักหน่อยเถิด ยังพอมีเวลา ไม่ต้องห่วงข้า”“เจ้าค่ะ” ทั้งสองรับคำ แล้วรีบแยกย้ายกันไปนอน“รัชทายาทจะกลับเลยหรือไม่เพคะ” กงเล่อหยางหันไปมองคนที่นั่งจิบชาอยู่ไป๋หลงส่ายหน้า “ไม่รีบ เปิ่นไท่จื่อกลับไปตอนนี้คงต้องปวดหัวมากกว่าเดิมแน่นอน”เสิ่นมู่หยางเมื่อคืนไม่ได้กลับกระโจม เขานอนเตียงเดียวกันกับอู๋หยางโหวอยู่ในกระโจมรัชทายาท กว่าเขาจะนอนหลับก็เหนื่อยกันแทบแย่ แต่เรื่องแบบนี้จะโทษใครได้ เสิ่นมู่หยางก็ผิดที่ชิงหยางบอกว่ามีคนรักแล้วไม่ยอมถอยออกมา ส่วนชิงหยางก็ผิดที่ไม่พูดบอกเขาให้ชัดเจนกว่
งานล่าสัตว์จัดแบ่งเป็นสองฟากฝั่งทางด้านทิศตะวันออกเป็นฝั่งของเชื้อพระวงศ์และขุนนางขั้นห้าขึ้นไป ส่วนทิศตะวันตกเป็นขุนนางตั้งแต่ขั้นหกลงมาและบรรดาคหบดีที่ได้รับเชิญ เทียบเชิญที่ได้รับจะเป็นเทียบเชิญพิเศษ ที่ไม่อนุญาตให้คนที่อยู่นอกเหนือจากรายชื่อที่ระบุไว้ในเทียบเชิญเข้ามาในงานเด็ดขาดแม้ว่าการล่าสัตว์จะแบ่งฝั่งกัน ทว่างานเลี้ยงที่จะเริ่มขึ้นในเย็นนี้กลับจัดรวมกันที่บริเวณลานกว้างตรงกลางที่ถูกเว้นว่างไว้ โดยจัดเป็นเวลาสองคืน คืนนี้จะเป็นเพียงงานเลี้ยงธรรมดาทั่วไป จะเข้าร่วมหรือไม่ก็ได้ แต่คืนที่สองนั้นมีกฎบังคับชัดเจนว่าทุกคนต้องเข้าร่วมเพื่อให้เกียรติผู้ที่เข้าไปล่าสัตว์ เพราะสัตว์ที่ถูกล่ามาได้ส่วนหนึ่งจะนำไปทำอาหาร แล้วส่งมอบไปให้แต่ละกระโจมในช่วงเช้าของวันที่สามก่อนเดินทางกลับแต่ใช่ว่าจะไม่มีกรณียกเว้น เช่น เกิดการบาดเจ็บระหว่างทาง หรืออาจจะเกิดอุบัติเหตุขณะออกไปเดินเที่ยวเล่นบริเวณโดยรอบข้อนี้สำหรับคุณหนูและเหล่าฮูหยิน หากเป็นบุรุษต้องให้คำตอบที่ชัดเจนและน่าเชื่อถือ ไม่อย่างนั้นจะถูกนำไปสอบสวน อีกเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งคือได้รับบาดเจ็บขณะเข้าไปล่าสัตว์ สตรีและบุรุษมีสิทธิ์เท่า
สองวันต่อมารัชทายาทไป๋หลงก็มารับกงเล่อหยางตั้งแต่เช้า ซึ่งเป็นเช้าที่สดใสมาก เพราะหลังจากที่เขาสารภาพรักกับนาง กงเล่อหยางเหมือนจะเปิดใจให้เขามากยิ่งขึ้นรถม้าจอดที่หน้าประตูจวนใหญ่ ยังไม่ทันที่เขาจะลงจากรถม้า กงเล่อหยางก็โผล่หน้าเข้ามาก่อน นี่นางออกมายืนรอเขารึ! เขาคิดในใจ“อากาศเย็นลงทุกวัน อาเล่อเจ้าไม่รอข้าอยู่ข้างในเล่า” ฤดูสารทใกล้สิ้นสุดลงแล้ว ฤดูเหมันต์กำลังจะเริ่มต้นขึ้น เช่นเดียวกับเขาและกงเล่อหยางที่กำลังเริ่มต้นสานสัมพันธ์กันคำเรียกขานเป็นรัชทายาทที่เอ่ยขอร้องนาง กงเล่อหยางทำได้เพียงพยักหน้า ใครใช้ให้นางหวั่นไหวกับเขากันเล่า“อาหลง ไม่เป็นไรหรอก ที่สำคัญข้าชอบฤดูหนาว” กงเล่อหยางส่งยิ้มซุกซนไปให้เขา “เรารีบไปกันเถิดเจ้าค่ะ จะว่าไปก็น่าเสียดายที่องค์ชายสี่ไม่ได้เข้าร่วมนะเพคะ พระชายาทั้งสามต้องอยู่แต่เพียงในจวน คงอึดอัดน่าดู”“ไปได้แล้วอาฝู” ไป๋หลงตะโกนบอกองครักษ์ให้เคลื่อนรถม้า “ไม่มาก็ดีแล้ว ยามลงมือจะได้ไม่ลังเล ภรรยาอยู่เรือนปรนนิบัติสามีเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว มาคิดเรื่องงานล่าสัตว์กันก่อนเถิด เจ้าห้ามอยู่ห่างจากพี่ เข้าใจหรือไม่”“ข้าสามารถตัวติดอยู่กับท่านตลอดเวลาได







