แชร์

ตอนที่ 4 ขว้างโซ่พันตัว

ผู้เขียน: บ.บี
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-07-01 23:23:40

เด็กสาวเม้มปากแน่น หันไปมองร่างบางที่อยู่ข้างนางด้วยสายตาเวทนา ก่อนจะกลั้นใจเอ่ยขึ้น

“แต่..ท่านช่วยนางไว้แล้วนะเจ้าคะ จะหยุดแค่นี้ได้อย่างไร”

เขาไม่ตอบ สีหน้าไร้อารมณ์ ทว่าสายตาเหลือบมองน้องสาวเล็กน้อย

เจียงเหยียนขยับเข้ามาอีกก้าว เงยหน้ามองพี่ชายด้วยแววตาขอร้อง “มันก็เหมือนช่วยคนตกน้ำแล้วดึงขึ้นมาแค่ครึ่งตัว..แบบนั้นคนผู้นั้นก็ยังจมน้ำอยู่ดีนะเจ้าคะ”

เจียงเหิงหน้าตึงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เขาแค่ยื่นมือไปช่วยเพียงครั้งเดียว ไฉนถึงเหมือนขว้างโซ่กลับมาพันตัวเองเสียได้เล่า!

อยู่ดีๆ นางหวางซื่อที่แสร้งทำเป็นร่ำไห้สงสารกู้ชิงเหอจับใจอยู่เมื่อครู่ก็เบิกตาโพลงขึ้นมา

“เจียงซิ่วไฉ ตามจริงเจ้าก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เช่นกัน จะปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องก็คงไม่ถูกนัก ”

ท้องไส้ของกู้ชิงเหอเริ่มปั่นป่วน นางรู้แล้วว่าเหตุการณ์ต่อจากนี้จะเป็นเช่นไร! 

ไม่ได้! นางจะปล่อยให้เหตุการณ์เป็นไปตามเนื้อเรื่องในนิยายไม่ได้! นางเริ่มวิงวอนหวางชุ่นฮวาอีกครั้ง

“ท่านป้าสะใภ้ ข้ารับปากท่าน ข้าจะทำงาน! ข้าจะทำทุกอย่างเพื่อหาเงินมาคืนท่าน พาข้ากลับไปที่เรือนด้วยเถิดเจ้าค่ะ”

หวางชุ่นฮวาถอยหลังไปสองก้าว “เด็กโง่ รู้หรือไม่ว่าข้ากำลังจะช่วยหาทางออกให้เจ้า!”

เจียงเหิงยกยิ้มมุมปากราวกับรู้ตอนจบของละครเรื่องนี้ แต่ก็ยังยืนรอฟังประโยคต่อไปของหวางชุ่นฮวาเงียบๆ

“ข้าถามหน่อยเถิด ก่อนที่ข้าจะมาถึงที่นี่ ผู้ใดเป็นคนช่วยเหลือหลานสาวข้าลงมาจากต้นไม้” 

บุรุษชาวบ้านสองคนหันไปมองหน้าเจียงเหิง

“เจียงซิ่วไฉตะโกนเรียกพวกเราให้เข้ามาช่วย เป็นเขาที่อุ้มหลานสาวของพวกเจ้าเอาไว้ ส่วนข้าก็ปีนขึ้นไปช่วยปลดเชือก”

แววตาของผู้เฒ่าหลู่ส่องประกายขึ้นมาวาบหนึ่ง 

“ดูเอาเถิด เจ้าสาวยังไม่ทันจะออกจากหมู่บ้าน นางก็ตกไปอยู่ในอ้อมกอดของบุรุษอื่นแล้ว มีตรงไหนที่ยุติธรรมกับชายชราเช่นข้าบ้างหรือไม่!”

เจียงเหยียนอ้าปากค้าง “ข้ารู้ว่าบุรุษกับสตรีย่อมแตกต่างไม่ควรสัมผัสใกล้ชิด แต่ยามนั้นสถานการณ์คับขัน ไม่ให้พี่ชายข้าเข้าไปช่วย แล้วจะปล่อยให้นางขาดใจตายอยู่บนนั้นหรืออย่างไร?"

หลายคนในที่นั้นเริ่มมองตากันไปมา คล้ายเข้าใจเจตนาที่แท้จริงของหวางซื่อแล้ว นางมิได้เพียงใส่ร้าย แต่กำลังปูทางให้เจียงซิ่วไฉกลายเป็นแพะรับบาป เพื่อจะได้บีบให้เขาต้องควักเงินชดเชยแทนตนอย่างเลี่ยงไม่ได้!

“หกร้อยอีแปะเชียวนะ บัณฑิตตกอับอย่างเจียงซิ่วไฉจะเอาที่ไหนมาจ่าย ฝันไปเถิดนางหวางซื่อ!” เสียงหนึ่งดังขึ้น

“เจียงซิ่วไฉช่วยเหลือด้วยใจจริง เพียงแต่..หญิงสาวกับบุรุษหากต้องแตะเนื้อต้องตัวกัน แม้เพียงชั่วครู่ก็ยากจะอธิบายต่อผู้คน” สตรีชาวบ้านคนหนึ่งเอ่ยขึ้น 

นางเห็นว่า ต่อให้เจียงซิ่วไฉไม่มีเงิน ก็ดีกว่าปล่อยให้หลานสาวบ้านกู้ตกไปอยู่ในมือของตาเฒ่าหลู่ จึงออกปากสนับสนุนอย่างไม่ลังเล

แต่ก็มีบางคนพูดตรงเสียยิ่งกว่าตรง ไม่ไว้หน้าสองสามีภรรยาสกุลกู้แม้แต่น้อย “นางไร้บิดามารดา ญาติพี่น้องก็พึ่งพาไม่ได้ มีแต่คิดจะขายหลานสาวกิน! ข้าว่านะ บัณฑิตเจียง หากท่านรับนางไว้ ก็เท่ากับช่วยชีวิตนางและปกป้องชื่อเสียงตนเองด้วย”

กู้ต้าซุนรีบโน้มตัวกระซิบกับหวางชุ่นฮวา “เมียจ๋า เจ้าก็รู้ เขาเป็นบัณฑิตตกอับ แม้แต่ค่าเดินทางไปสอบยังไม่มี จะให้เขาเอาเงินที่ไหนมาจ่ายแทนเราเล่า?”

หวางชุ่นฮวาหันมาค้อน “ท่านพี่อาจไม่เคยสังเกต เจียงซิ่วไฉมักพาน้องสาวเข้าเมืองไปซื้อตำรา หมึก กระดาษอยู่บ่อยๆ ไม่แน่ว่าเขาอาจมีเงิน เพียงแต่มันไม่พอสำหรับค่าเดินทางก็ได้นี่!”

แน่นอนว่าคำพูดของทุกคนเจียงเหิงล้วนได้ยินชัดแจ้ง

เขาสอบผ่านระดับซิ่วไฉตั้งแต่อายุสิบห้า ตอนนั้นผู้คนในหมู่บ้านต่างพากันเคารพและให้เกียรติคนสกุลเจียงราวกับเป็นเจ้าของหมู่บ้าน 

การสอบซิ่วไฉในครั้งนั้นเป็นการสอบระดับตำบล เขาจากเรือนไปแค่สามวันแต่เจียงเหยียนกลับถูกคนในบ้านละเลยกลั่นแกล้ง นางล้มป่วยอยู่เพียงลำพังตลอดสามวันจนเขากลับมาถึงได้มีคนรู้ว่านางป่วย

พอถึงการสอบจวี่เหรินในระดับอำเภอที่กระชั้นชิดกับการสอบซิ่วไฉเพียงไม่นาน ทำให้เขาไม่อาจเดินทางไปสอบได้สะดวก ปัญหามีหลายอย่างทั้งเรื่องเงิน ทั้งเขาไม่อยากทิ้งน้องสาวไว้เพียงลำพังในเรือนเป็นเวลานาน จึงตัดสินใจไม่ไปสอบจวี่เหริน

ไม่คิดว่าชาวบ้านกลับยกเอาเรื่องสกุลเจียงไม่สามารถหาเงินค่าเดินทางให้หลานชายไปเข้าสอบได้ ไปพูดกันปากต่อปากจนข่าวเกินจริงไปมากโข

ชาวบ้านนิสัยไม่ดีขี้อิจฉาบางคนยังประณามเขากับน้องสาวว่าเป็นตัวล้างผลาญของสกุลเจียงอีกด้วยซ้ำ ตั้งแต่นั้นเขาก็กลายเป็นบัณฑิตตกอับที่ชาวบ้านจะให้เกียรติก็เพียงต่อหน้า แต่ลับหลังก็พากันล้อเลียนสนุกปาก

ท่านย่าหูเบาได้ยินคนพูดเข้าหูบ่อยครั้งเข้าก็เชื่อถ้อยคำเหล่านั้นอย่างง่ายดาย ซ้ำยังเหมารวมเอาอาการเจ็บป่วยของคนในเรือนมาโทษว่าเพราะตนสองพี่น้องเป็นต้นเหตุอีก

ไม่ใช่ธุระอะไรที่เขาจะต้องไปอธิบายให้ทุกคนเข้าใจ และเรื่องที่สกุลเจียงมีปัญหาด้านการเงินนั้นก็เป็นเรื่องจริงที่ไม่อาจปฏิเสธ

“ท่านป้าหวาง หากมีอะไรในใจก็กล่าวมาตรงๆ เถิดขอรับ ข้ารอฟังอยู่”

“เจ้าทำให้หลานสาวข้าต้องแปดเปื้อน เช่นนั้นเจ้าก็ต้องรับผิดชอบ!”

มุมปากของชายหนุ่มกระตุกเล็กน้อย ราวกับกำลังยิ้มเย้ย เขากวาดตามองใบหน้าของผู้คนรอบด้านช้าๆ เพื่ออ่านความคิดของแต่ละคน

สายตาบางคู่เต็มไปด้วยความคาดหวัง บางคนแฝงความเหยียดหยาม ขณะที่อีกหลายคนคล้ายกำลังขอร้องให้เขายอมรับโดยดุษณี

“หืม?” เจียงเหิงส่งเสียงต่ำในลำคออย่างแปลกใจ

เหตุใดกู้ชิงเหอจึงมองเขาราวกับเห็นภูตผีปีศาจเช่นนั้นเล่า? ทั้งที่เขาเพิ่งช่วยชีวิตนางแท้ๆ กลับได้รับเพียงแววตาหวาดระแวงตอบกลับมา

ดวงตาคมสีดำสนิทของเขาหยุดอยู่บนใบหน้าซูบซีดไร้สีเลือดของนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเลื่อนไปมองร่างบอบบางของน้องสาวตนเอง

เขาไม่เคยเห็นเจียงเหยียนเอาใจใส่ผู้ใดเท่ากับกู้ชิงเหอมาก่อนเลย... ความคิดหนึ่งผุดขึ้นอย่างเงียบงัน

หากช่วยกู้ชิงเหอไว้ และให้นางอยู่เป็นเพื่อนเจียงเหยียน ยามที่เขาต้องออกไปสอบอีกครั้งก็จะได้ไม่ต้องกังวลว่าน้องสาวจะต้องโดดเดี่ยวอยู่เพียงลำพัง นั่นอาจเป็นทางเลือกที่ไม่เลวเลย!

“ข้าไม่มีเจตนาจะล่วงเกินนาง แต่หากทุกท่านคิดว่าข้าสมควรต้องรับผิดชอบ ข้าก็จะยอมรับ”

ร่างของกู้ชิงเหออ่อนยวบลงไปกองกับพื้น

จบแล้ว! นางหนีจากเจียงเหิงไปไม่ได้ เนื้อเรื่องเป็นไปตามอย่างที่นิยายเขียนไว้จริงๆ!!

บ.บี

- จวี่เหริน (舉人 หรือ Jǔrén) คือ ผู้ที่สอบผ่านการสอบระดับมณฑล (provincial exam) ในระบบการสอบเข้ารับราชการของจีนโบราณ (科举 หรือ Keju). การสอบจวี่เหรินจัดขึ้นทุกๆ 3 ปี และผู้ที่สอบผ่านจะได้รับสถานะเป็นจวี่เหริน ซึ่งเป็นผู้มีความรู้ความสามารถที่ได้รับการยอมรับในระดับภูมิภาค.

| ชอบ
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ทะลุมิติมาเป็นฮูหยินของกังฉินผู้เย็นชา   ตอนที่ 57 น้ำตาของท่านย่า

    ขากลับ กู้ชิงเหอก็ยิ้มไปตลอดทาง พลางพูดไม่หยุดถึงอนาคตอันสดใสที่จะเกิดจากการได้เพาะปลูกฝ้าย“ต่อไปกู้ชิงฉีและเจียงเหยียนก็จะสบายแล้วเจ้าค่ะ ข้ามั่นใจว่าฝ้ายครั้งนี้จะให้ผลผลิตดีแน่นอน”เจียงเหิงมองหญิงสาวที่พูดไป พลางแวะเก็บผักป่าที่ขึ้นอยู่ริมธารไปด้วยสายตาอ่อนโยนเขาเพิ่งสังเกตว่านางเปลี่ยนจากหญิงสาวมอมแมมผอมแห้ง เป็นหญิงสาวที่หน้าตาดีขึ้นมาก ดวงตาสดใสและเปล่งประกายด้วยความกระตือรือร้น รอยยิ้มสดใสที่ปรากฏบนใบหน้าของนางทำให้เขารู้สึกเหมือนทุกอย่างรอบตัวสว่างขึ้นกู้ชิงเหอยังคงก้มเก็บผักแว่นป่า พลางพูดต่อด้วยน้ำเสียงมั่นใจ“ต่อไปข้าจะซื้อ ตำราทุกเล่มที่ท่านต้องการ ของกินที่น้องทั้งสองอยากกิน และเสื้อผ้าชุดใหม่ให้เจียงเหยียนด้วยเจ้าค่ะ ชุดที่นางใส่อยู่ตอนนี้เล็กเกินไปแล้ว”เจียงเหิงเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ เขาคิดว่านางอาจจะอยากได้สิ่งใดเพื่อตัวเองบ้าง แต่กลับพบว่าหัวใจของนางเต็มไปด้วยความห่วงใยผู้อื่นเขาเฝ้ามองนางอย่างเงียบ ๆ สังเกตการเคลื่อนไหวของมือที่เก็บผักอย่างทะนุถนอม รอยยิ้มที่เคยเป็นเพียงแค่เงาของความสดใส เดี๋ยวนี้เต็มไปด้วยความมั่นใจและความสุขที่แท้จริง“ข้าดีใจที่เจ้าอยู่ร่วมกับพ

  • ทะลุมิติมาเป็นฮูหยินของกังฉินผู้เย็นชา   ตอนที่ 56 เลือกเอง

    เสียงโต้เถียงยังคงดังระงมอยู่พักใหญ่ กว่าหูซุนจ่างจะเอ่ยขึ้นตัดบท“เอาล่ะ ๆ! พอเถอะ หากผู้ใดเต็มใจจะลองก็รับเมล็ดไปแบ่งปลูก ไม่ว่าจะได้ผลหรือไม่ได้ผลก็ห้ามผู้ใดอิจฉาหรือต่อว่ากัน เพราะวันนี้จะเป็นการตัดสินใจของตัวพวกเจ้าเองทั้งสิ้น”ว่าพลาง เขาสั่งให้เจียงเหิงช่วยตักเมล็ดฝ้ายออกมาแบ่งใส่ถุงเล็ก ๆ แจกจ่ายแก่ครัวเรือนที่ยกมือขอลองปลูก ใครรับไปก็มีทั้งสีหน้าตื่นเต้นหวังผล หรือแววตาหวาดหวั่นไม่แน่ใจส่วนอีกหลายคน รวมทั้งกู้ต้าซุนและเจียงซืออวี่ เพียงส่ายหน้าอย่างไม่เชื่อถือ พึมพำคำด่าทออยู่ข้างหลัง แล้วหันหลังกลับไปโดยไม่เหลียวแลไม่นานนัก เมล็ดพันธุ์ฝ้ายกองใหญ่ก็ถูกแบ่งไปจนหมด ผู้คนทยอยแยกย้ายกลับเรือน บ้างเดินจากไปด้วยท่าทีฮึกเหิม เต็มไปด้วยความหวังและตื่นเต้น บ้างก้าวช้า ๆ ด้วยความลังเลสงสัย เหลือเพียงกลุ่มคนที่สนิทสนมกับเจียงเหิงและกู้ชิงเหอไม่กี่คนที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ตรงที่เดิมกู้ชิงเหอมองดูกลุ่มคนที่อยู่ตรงหน้า ในนั้นย่อมมีสองพ่อลูกสกุลหู และสองสามีสกุลไห่ ส่วนที่เหลือก็ล้วนเป็นผู้อาวุโสที่เคยได้รับแป้งอวี่หูจากนางทำให้รอดชีวิตจากความอดอยากมาได้ในคราวก่อน ทุกคนเป็นคนที่นางสามารถวางใ

  • ทะลุมิติมาเป็นฮูหยินของกังฉินผู้เย็นชา   ตอนที่ 55 ครึ่งความจริง

    นางได้แต่เก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจ ก่อนที่จะก้าวตามชายหนุ่มไปยังเกวียนที่บรรทุกถุงบรรจุเมล็ดพันธุ์กองโต ท่ามกลางสายตาของผู้คนที่จ้องมองอย่างมีความหวังและวิตกปนกันไปเจียงเหิงก้มลงแกะปากถุงผ้าใบใหญ่ คลายเงื่อนเชือกออกอย่างระมัดระวัง เมล็ดพันธุ์สีคล้ำจำนวนมากปรากฏขึ้นภายใน เขาช้อนเมล็ดฝ้ายเต็มอุ้งมือ ละอองปุยขาวเล็กน้อยติดปลายนิ้ว ก่อนจะเงยหน้าส่งไปยังหญิงสาวที่ยืนรออยู่ข้างกายคนชราหลายคนย่อมคุ้นเคยกับเมล็ดพันธุ์ฝ้ายอยู่บ้าง ฝ้ายปลูกง่าย จึงมีผู้ปลูกกันแพร่หลาย เพียงแต่หมู่บ้านเกาซานมีข้อจำกัดเรื่องน้ำ พวกเขาจึงไม่เลือกปลูกฝ้าย เพราะราคามิได้งดงามนัก สู้ทุ่มแรงลงในนาข้าวหรือผักที่ขายได้ราคาดีกว่า ผลตอบแทนย่อมคุ้มค่า คนหนุ่มสาวรุ่นหลังในหมู่บ้านหลายคนจึงแทบไม่เคยเห็นเมล็ดพันธุ์ฝ้ายมาก่อนเลย“ฮึม… มันก็มิใช่ฝ้ายธรรมดาหรอกหรือ? ดูแล้วไม่เห็นแตกต่างจากเดิมเลยสักนิด เหตุใดทางการจึงว่ามันเพาะปลูกได้ยากนักเล่า?” ชายชราผู้หนึ่งขยับเข้ามาใกล้ หยิบเมล็ดขึ้นพลิกไปมาในฝ่ามือ พลางเอ่ยถามอย่างฉงนทว่ากู้ชิงเหอกลับเพียงเผยรอยยิ้มบาง ๆ ที่มุมปาก รอยยิ้มนั้นอ่อนโยนแต่แฝงด้วยความมั่นใจ และก็เพียงเท่านั้น

  • ทะลุมิติมาเป็นฮูหยินของกังฉินผู้เย็นชา   ตอนที่ 54 เชิญผู้รู้

    คราวนี้ทั้งลานหมู่บ้านเงียบกริบ ความหวังดีที่แฝงอยู่ในคำพูดแข็งกร้าวของเจียงเหิง ทำให้คนส่วนใหญ่ตระหนักได้ พวกเขาพากันส่งถุงเมล็ดพันธุ์พืชกลับมาวางไว้ที่เดิมแล้วถอยออกมาทีละก้าวหูซ่างซุนกับหูจื้อจิ่นเห็นว่าความสงบกลับคืนมาแล้ว เขาก็เริ่มแบ่งเมล็ดพันธุ์ผักกาด คะน้า และถั่วลิสงออกเป็นส่วนเล็ก ๆ แจกจ่ายทีละครอบครัว แม้จะได้เพียงน้อยนิด แต่ทุกคนก็ได้รับครบถ้วน สีหน้าชาวบ้านบางคนยังคงหงุดหงิดเพราะไม่พอใจ แต่ก็ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากค้านอีกจนกระทั่งเสียงหนึ่งดังขึ้นจากกลางฝูงชน “แล้วถุงใหญ่ ๆ ที่เหลืออยู่ตรงนั้นเล่า? เหตุใดจึงยังไม่แจกจ่าย?”สายตาทั้งหมดหันไปยังถุงผ้าใบใหญ่ที่กองพะเนินอยู่บนเกวียนดังเดิม “นั่นคือ…เมล็ดพันธุ์ฝ้าย แต่ปัญหาคือ พวกเราไม่เคยปลูกมันมาก่อน และก็ไม่เคยมีผู้ใดในแผ่นดินนี้เพาะให้มันงอกเงยขึ้นมาได้สักครั้ง เมล็ดเหล่านี้เป็นพันธุ์ต่างถิ่น แม้แต่ทางการก็ยังไม่รู้ว่ามันเหมาะสมกับดินหรืออากาศแบบใด หมู่บ้านอื่นที่เคยลองก็ล้วนล้มเหลวทั้งสิ้น”เสียงซุบซิบดังขึ้นระงมทันที บ้างขมวดคิ้วไม่เชื่อ บ้างหัวเราะเยาะ “แล้วเอากลับมาทำไมกัน ของกินยังไม่พอ จะเอาฝ้ายมาปลูกให้เสียที่ดินทำไม

  • ทะลุมิติมาเป็นฮูหยินของกังฉินผู้เย็นชา   ตอนที่ 53 การตัดสินใจครั้งสำคัญ

    ทั้งสามมองหน้ากันไปมา สีหน้าเต็มไปด้วยความลังเล เมล็ดพันธุ์ที่ชาวบ้านต้องการย่อมเป็นจำพวกพืชผักที่กินได้อยู่แล้ว หาใช่เมล็ดฝ้ายเหล่านี้ พวกเขาจึงยังมิอาจตัดสินใจได้ในทันทีเจ้าหน้าที่คนเดิมเห็นดังนั้นจึงเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงแฝงความกดดัน“เมล็ดพันธุ์ฝ้ายเหล่านี้เป็นของพระราชทานจากเบื้องสูง ให้นำมาแจกจ่ายแก่ราษฎร หากพวกท่านรับไปปลูก ย่อมมีแต่ผลดี อีกทั้งทางเหนือต้องการฝ้ายเป็นจำนวนมาก มีเท่าไรก็รับซื้อทั้งหมด เหตุใดจึงยังต้องรีรอกันอีกเล่า?”แววตาของเจียงเหิงไหววูบเพียงเล็กน้อยด้วยความสงสัย แม้จะไม่เคยปลูกฝ้ายมาก่อนแต่เขาก็รู้จักมัน และรู้ด้วยว่ามีคนปลูกตั้งมากมาย แต่ไม่เคยรู้มาก่อนว่ามันเป็นสินค้าที่มีคนต้องการมากจนถึงขั้นมีเท่าไรก็รับซื้อทั้งหมดแล้วเหตุใดจึงไม่มีผู้ใดยอมเอาเมล็ดพันธุ์ฝ้ายเหล่านี้ไปปลูกกันเล่า? ความสงสัยปรากฏอยู่บนใบหน้าของชายหนุ่มไม่นานนัก ก่อนที่เขาจะกลับมามีสีหน้าปกติแล้วหันไปกล่าวกับสองพ่อลูก“แม้ฝ้ายจะมิใช่ของกิน แต่หากมีคนรับซื้อรออยู่แล้ว อย่างน้อยชาวบ้านก็ยังมีความหวังว่าจะได้เงินไปซื้อเสบียงอาหารมาเก็บไว้กินได้นะขอรับ" เขากล่าวพลางพยายามยิ้มกลบความกังวลทันใดน

  • ทะลุมิติมาเป็นฮูหยินของกังฉินผู้เย็นชา   ตอนที่ 52 ทุกข์ไม่รู้จบ

    สามวันถัดมา ความวุ่นวายภายในหมู่บ้านเกาซานยามนี้ก็ยังไม่สงบลงเท่าใดนัก ลานกลางหมู่บ้านเต็มไปด้วยผู้คน ที่มารวมตัวกันเกือบทั้งหมู่บ้าน เสียงร่ำไห้ปนเสียงตัดพ้อดังระงมไปทั่ว เด็ก ๆ บางคนผอมแห้งเหี่ยว แม้จะมีน้ำดื่มมากพอ แต่ท้องกลับยังว่างเปล่า“หูซุนจ่าง..ตอนนี้พวกเรามีน้ำดื่มมากพอแล้ว แต่ไร้ซึ่งเมล็ดพันธุ์สักเม็ดจะหว่านลงดิน” ชายชราผู้หนึ่งก้าวออกมากล่าว ดวงตาลึกโบ๋เต็มไปด้วยความกังวล “ที่ผ่านมาพวกเราขุดกินทุกอย่าง ไม่เหลือเมล็ดพันธุ์ใดไว้เพาะปลูกอีกต่อไป หากไม่มีสิ่งใดให้เพาะปลูก อย่างไรเสียปีนี้ก็ต้องอดตายแน่นอน”หญิงคนหนึ่งอุ้มลูกน้อยไว้แนบอก น้ำเสียงสั่นเครือ “ข้ากับครอบครัวพร้อมจะทำงานหนัก แต่ในยามนี้ก็ไม่มีใครว่าจ้าง เราจะหาเงินไปซื้อเมล็ดพันธุ์ได้จากที่ใดกันเล่า… หากไม่ได้เมล็ดพันธุ์จากทางการ พวกเราก็ไร้ทางรอดแล้ว ท่านมีหนทางช่วยเหลือพวกเราหรือไม่เจ้าคะ”เสียงโอดครวญดังตามมาเป็นระลอก ไม่ว่าจะเป็นชายหนุ่มที่เพิ่งเสียพ่อแม่ไปเพราะความอดอยาก หรือหญิงเฒ่าที่หอบหิ้วหลานกำพร้ามายืนเบียดเสียดรอความหวัง ทุกถ้อยคำล้วนแทงลึกลงในใจของหูซ่างซุนเขายืนนิ่งอยู่กลางวงสายตานับร้อย ความทุกข์ของ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status