เข้าสู่ระบบเธอแค่บังเอิญได้อ่านนิยายเรื่องหนึ่ง แล้วไม่ทันได้อ่านตอนจบ ก็กลายเป็นศพเสียก่อน! เมื่อฟื้นขึ้นมาอีกที กลับพบว่าตัวเองอยู่ในร่างของตัวประกอบที่มีชื่อแซ่เดียวกับตนเอง ที่มีหน้าที่แค่ ทนทุกข์ ลำบาก แล้วก็ตายเท่านั้น!! ที่เลวร้ายยิ่งกว่า คือคนที่ช่วยเธอไว้ในวันนี้ คือ ‘กังฉินเลือดเย็น’ ที่ในอีกไม่กี่บทข้างหน้าจะเป็นคนสังหารเธอเอง! ไม่มีทางกลับร่างเดิม ไม่มีโอกาสได้อ่านตอนจบ ถ้าอยากรอด เธอต้องเขียนตอนจบใหม่ด้วยสองมือตัวเอง — แม้ต้องล่อลวงหัวใจของคนอันตรายที่สุดในเรื่องนี้ก็ตาม!
ดูเพิ่มเติมThe twins always woke up before the sun. Selene heard them through the baby monitor…Luca’s careful whispers first, then Luna’s quick, sharp laugh. She just lay there for a minute, eyes open in the dark, listening. They were here. Right now, that was enough.
She got out of bed.
The sunlight hadn’t even touched the tips of the jasmine outside. From where she stood, the villa watched over Florence, all faded walls and tangled vines. Two years ago she bought this place after Vasquez Global landed its third big deal. She finally stopped pretending she’d ever move back to the city. This was home now. She’d made sure of it.
“Mama.”
Luca stood in the doorway, dragging his battered stuffed bear behind him. His dinosaur pajamas were all twisted around his ankle. He had her warm brown skin, her nose. But his eyes…icy gray, steady, too old…those were no one’s but his own.
For four years, she told herself it didn’t matter. These days, she doesn't even try to believe it.
“Morning, baby.” She opened her arms and Luca trudged across the cold tile toward her, always so serious, leaning in like the world was heavy already. She kissed his head but avoided those searching, wintry eyes.
Then Luna came crashing down the hallway, hair flying wild, all energy and pounced right onto Selene’s back. “Mama! The birds are SO LOUD”
“You’re louder.”
“I’m not a bird.”
“No,” Selene said, heaving her onto the counter. “You’re a whole different animal.”
Luna grinned back, her eyes bright amber…just like Selene’s.
Selene let out a breath. Breakfast happened on muscle memory. Her phone buzzed, ignored on the table. The twins circled, filling the kitchen with kid-chaos.
Today’s date didn’t need a reminder from her calendar. Five years ago, on this night, she’d stood in the Blackthorn Pack’s drafty old hall and listened while the only man she’d ever loved told her to go.
I reject you, Selene Vasquez, as my mate.
You are not what this pack needs.
Those words still sat under her ribs. They’d healed, in a way, but if she pressed on the bruise the ache was still there.
She left it alone.
She made eggs.
“Mama.” Luna was watching her, serious, like she saw right through every shield Selene put up.
“What, love?”
“You’re doing the quiet thing again.”
Selene set down the spatula. “What quiet thing?”
“When you’re loud on the outside but quiet inside.”
Luca peeked out from behind his bear.
“I’m fine,” Selene said.
Luna tilted her head, not convinced…then shrugged. “Okay.”
The kids let it go.
After breakfast, Selene headed to her office…sleek furniture, three monitors, a simple sign on the wall: Vasquez Global Acquisitions. Est. Year One.
Her uncle Marco had left her nothing but a sinking import business and a pile of debt. She flipped that debt into leverage, built it all up until the company sprawled across seventeen countries.
No pack. No mate. None of the things she’d once thought you needed just to make it.
When she finally glanced at her phone, one notification jumped out.
Selene. The Volkov Holdings account triggered the default clause under Section 12(b). The thirty-day negotiation window starts today. Call me.
She read it again. Leaned back, stared at the ceiling.
She’d bought that debt on purpose a year and a half ago, after spending three years tracking every crack in Volkov’s empire. She found the weak spot…a $2.3 billion hole, barely covered and waited. She could be patient.
Whatever grief she had burned out years ago in the backseat of a taxi to the airport. All that was left now was a thin edge of fear and the rawness underneath.
This was something else. This was clarity.
Nikolai Volkov had always acted untouchable. Not this time. Selene held the leverage now.
Her phone rang, her finance director.
“I saw it,” she said. No small talk.
“So. What’s the plan?”
Through the window she heard Camille laughing with the twins, chasing them through the roses. Something deep in her stirred. Not pain. Recognition.
“Book the meeting.”
A pause on the line.
“Selene. Are you sure?”
“I’m going to New York.” Selene looked at the garden, thought about Luca’s stormy eyes and Luna’s wild heart…everything she built from nothing. “Set it for forty-eight hours from now. Their building, their boardroom. I’ll be there at ten sharp.”
She hung up. Put her hand flat on the desk. Breathed in, breathed out.
She wasn’t going back because of regret or old wounds. Those gray eyes didn’t haunt her mornings anymore. She was going back because she’d won. Nikolai Volkov needed to see that with his own eyes.
Her phone buzzed again…a text, no name.
We know about the children.
Outside, the garden was still full of laughter. The twins kept running, wild and free, no idea at all. Selene’s hand went cold.
ในขณะที่บทสนทนากำลังออกรส เสียงตะโกนเจื้อยแจ้วของเด็กชายตัวน้อยก็ดังขัดจังหวะขึ้นมาแต่ไกล“ใต้เท้าเฉินมาถึงแล้วขอรับ หูซุนจ่างให้ข้ามาตามพวกท่าน!” กู้ชิงฉีวิ่งหน้าตั้งหอบแฮกมาหยุดตรงหน้ากู้ชิงเหอ “ตอนนี้ขบวนเกวียนหยุดอยู่ที่หน้าเรือนหูซุนจ่างแล้ว ทุกคนกำลังรีบไปรวมตัวกันที่นั่นขอรับ!”“มาได้จังหวะพอดี!” กู้ชิงเหอตบมือเบาๆ ก่อนจะหันไปทางชาวบ้านที่มาช่วยรดน้ำต้นฝ้ายในแปลงของไห่เทา “ท่านอาทั้งหลาย เมล็ดพันธุ์ที่พวกเราเก็บไว้เองมีไม่มากนัก ยามนี้ทางการนำมาเติมให้แล้ว รีบไปรับมาลงดินให้เต็มพื้นที่เถิดเจ้าค่ะ”สิ้นคำของนาง ทุกคนก็ไม่รอช้า ต่างพากันกึ่งวิ่งกึ่งเดินมุ่งหน้าไปยังเรือนของหัวหน้าหมู่บ้านด้วยความตื่นเต้น ราวกับว่าที่นั่นมีขุมทรัพย์รออยู่ก็ไม่ปานทว่าท่ามกลางกระแสการปลูกฝ้ายที่ร้อนแรง ชาวบ้านอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้ปลูกฝ้ายในคราแรกกลับไม่ได้มีสีหน้าหม่นหมองแต่อย่างใด เพราะพวกเขาก็มีวิธีการหาเงินเพิ่มโดยไม่ต้องอาศัยการปลูกฝ้ายเทียนจูเหมี่ยนแต่เพียงอย่างเดียว“ขายฝ้ายได้เงินดีก็จริง แต่แป้งอวี่หูของพวกเรายามนี้ก็มีคนมาดักรอซื้อถึงหน้าหมู่บ้านเชียวนะ!” หญิงชาวบ้านคนหนึ่งเอ่ยพลางยกตะก
เสียงฆ้องดังกังวานมาแต่ไกลจากปากทางเข้าหมู่บ้านเกาซาน พร้อมกับเสียงตะโกนแจ้งข่าวที่ทำให้หัวใจของคนทั้งหมู่บ้านเต้นรัว สวี่อี้หมิงในชุดอาภรณ์สะอาดตาเดินนำหน้าเจ้าหน้าที่จากทางการเข้ามาด้วยใบหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มภาคภูมิใจอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน“ประกาศข่าวดี! เจียงเหิง แห่งหมู่บ้านเกาซาน สอบติดจวี่เหรินอันดับหนึ่ง เป็นเจี่ยหยวนแห่งมณฑล!”สิ้นเสียงประกาศ ชาวบ้านที่เคยเรียกเขาว่าบัณฑิตตกอับ ต่างพากันนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะเปลี่ยนเป็นเสียงโห่ร้องยินดีกันระงม ชื่อเสียงของหมู่บ้านเกาซานยามนี้ไม่ได้มีดีเพียงแค่ฝ้ายเทียนจูเหมี่ยน แต่กำลังจะมีว่าที่ขุนนางใหญ่ประดับแผ่นดิน!ผู้เฒ่าจางและย่าเหยาที่กำลังช่วยกู้ชิงเหอคัดเมล็ดพันธุ์ฝ้ายถึงกับปล่อยมือจากตะกร้า น้ำตาแห่งความปิติรื้นขึ้นมาจนเต็มเบ้า พวกเขาเดินออกไปรับหน้าเจ้าหน้าที่ด้วยตัวสั่นเทา ยามนี้ไม่มีใครกล้าดูถูกคนชราทั้งสองอีกต่อไป เพราะหลานชายของพวกเขาคือ ‘เจี่ยหยวน’ ผู้มีความรู้เหนือใครในมณฑลทว่าในขณะที่คนทั้งหมู่บ้านมาห้อมล้อมแสดงความยินดี เจียงซืออวี่และหลี่ซื่อกลับยืนหน้างอง้ำอยู่ท้ายแถว ความสำเร็จของเจียงเหิงเปรียบเสมือนตบหน้าพวก
ทุกคนนิ่งฟังและยอมรับในการตัดสินใจของชายหนุ่ม โดยตกลงตามแผนของกู้ชิงเหอว่า เมื่อเรือนเก่าของนางซ่อมแซมจนเข้าอยู่ได้ ท่านปู่และท่านย่าจะย้ายมาพำนักที่เรือนท้ายหมู่บ้านแห่งนี้ถาวรเพื่ออยู่เป็นเพื่อนเจียงเหยียนกู้ชิงเหอเดินตามเจียงเหิงเข้าไปในห้องพักที่แลดูว่างเปล่าลงถนัดตา นางมองชายหนุ่มที่กำลังเก็บสัมภาระใส่ห่อผ้าอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะยื่นเงินห้าตำลึงที่ได้มาจากการขายฝ้ายส่งให้เขา“ค่าอาหาร ค่าที่พักและตำราล้วนต้องใช้เงิน ท่านอย่าได้ประหยัดจนทำให้ตัวเองต้องลำบากเลยนะเจ้าคะ ทางนี้ไม่ขาดเงินแน่ หรือหากขาดข้าก็มีวิธีการมากมายที่จะหามาใหม่ ท่านอย่าได้กังวล”“ขอบใจเจ้ามาก... ระหว่างที่ข้าไม่อยู่ หากมีเรื่องติดขัดอันใดให้ไปหาอาจารย์สวี่ แม้เขาจะทำตัวแปลกแยกและปากคอเราะร้ายไปบ้างเจ้าก็อย่าได้ถือสา เขาเป็นคนจิตใจดี ย่อมเป็นธุระเรื่องซื้อเสบียงและคุ้มครองพวกเจ้าได้”กู้ชิงเหอพยักหน้ารับคำสั่งเสียของเขาด้วยหัวใจที่หนักอึ้งอย่างบอกไม่ถูก นางมองใบหน้าคมสันที่ดูเคร่งเครียดกว่าปกติแล้วจึงเอ่ยย้ำเพื่อให้เขาคลายกังวล“เจียงเกอเกอ... ท่านไปเถิดเจ้าค่ะ มุ่งหน้าสู่เส้นทางของท่านให้เต็มที่ ส่วนทางนี้...
“หูซุนจ่างอยู่ตรงนี้ หากใครกล้าใช้กำลังก็เชิญไปสำนึกผิดที่ศาลาว่าการเมืองได้เลย” น้ำเสียงทุ้มต่ำของเจียงเหิงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยคำขู่ที่ทำเอาคนบ้านใหญ่ทั้งสามคนถึงกับน้ำท่วมปาก ได้แต่หมอบคลานร้องไห้ปานจะขาดใจอยู่บนพื้นดินอย่างน่าสมเพช…หลังจากจัดการเรื่องทะเบียนสำมะโนครัวและเอกสารสิทธิ์ที่ดินกับหูซ่างซุนจนเสร็จสิ้น กู้ชิงเหอ กู้ชิงฉี และเจียงเหิง ก็พากันเดินกลับมายังเรือนท้ายหมู่บ้านท่ามกลางแสงแดดยามบ่ายที่เริ่มอ่อนแสงลงความเงียบปกคลุมระหว่างทางเดิน มีเพียงเสียงฝีเท้าที่สม่ำเสมอของคนทั้งสาม กู้ชิงเหอรู้สึกเบาสบายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เพราะยามนี้นางมีทั้งที่ดินเป็นของตนเอง มีหนทางสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำอยู่ในมือหากในอนาคต เจียงเหิงยังคงเดินตามเส้นทางในนิยาย กลายเป็นขุนนางกังฉินผู้เหี้ยมโหดคนนั้น อย่างน้อยนางก็ยังมีรังให้ถอยกลับมาพักพิงและพึ่งพาตนเองได้ทว่าเมื่อนางเงยหน้าขึ้น มองไปยังแผ่นหลังที่เหยียดตรงและสง่างามของเจียงเหิงที่เดินนำอยู่เบื้องหน้า หัวใจที่เคยพองโตกลับวูบโหวงประหลาด เขายังคงนิ่งเงียบ ไม่เอ่ยปากถามหรือทัดทานแผนการย้ายออกของนางแม้แต่คำเดียว รัศมีรอบกายของบัณฑิตหน
“จ๊าก!! ช่วยด้วย! แย่แล้ว!!” เสียงตะโกนลั่นทุ่งของเจียงเสี่ยวเหวิน ทำให้กู้ชิงเหอและคนอื่นๆ ตกใจจนแทบหยุดหายใจ นางรีบวิ่งไปยังแปลงผักไปทันที คิดว่าเด็กหนุ่มอาจถูกงูกัดหรือเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงแต่เมื่อมาถึงกลับเห็นภาพที่ทำให้นางต้องหยุดชะงัก ใกล้กับเจียงเสี่ยวเหวินมีร่างที่ชุ่มไปด้วยเลือดของบุรุษวัย
ขากลับ กู้ชิงเหอก็ยิ้มไปตลอดทาง พลางพูดไม่หยุดถึงอนาคตอันสดใสที่จะเกิดจากการได้เพาะปลูกฝ้าย“ต่อไปกู้ชิงฉีและเจียงเหยียนก็จะสบายแล้วเจ้าค่ะ ข้ามั่นใจว่าฝ้ายครั้งนี้จะให้ผลผลิตดีแน่นอน”เจียงเหิงมองหญิงสาวที่พูดไป พลางแวะเก็บผักป่าที่ขึ้นอยู่ริมธารไปด้วยสายตาอ่อนโยนเขาเพิ่งสังเกตว่านางเปลี่ยนจากหญิ
คราวนี้ทั้งลานหมู่บ้านเงียบกริบ ความหวังดีที่แฝงอยู่ในคำพูดแข็งกร้าวของเจียงเหิง ทำให้คนส่วนใหญ่ตระหนักได้ พวกเขาพากันส่งถุงเมล็ดพันธุ์พืชกลับมาวางไว้ที่เดิมแล้วถอยออกมาทีละก้าวหูซ่างซุนกับหูจื้อจิ่นเห็นว่าความสงบกลับคืนมาแล้ว เขาก็เริ่มแบ่งเมล็ดพันธุ์ผักกาด คะน้า และถั่วลิสงออกเป็นส่วนเล็ก ๆ แจกจ
ทั้งสามมองหน้ากันไปมา สีหน้าเต็มไปด้วยความลังเล เมล็ดพันธุ์ที่ชาวบ้านต้องการย่อมเป็นจำพวกพืชผักที่กินได้อยู่แล้ว หาใช่เมล็ดฝ้ายเหล่านี้ พวกเขาจึงยังมิอาจตัดสินใจได้ในทันทีเจ้าหน้าที่คนเดิมเห็นดังนั้นจึงเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงแฝงความกดดัน“เมล็ดพันธุ์ฝ้ายเหล่านี้เป็นของพระราชทานจากเบื้องสูง ให้นำมาแจกจ


















ความคิดเห็นเพิ่มเติม