แชร์

ตอนที่ 5 ยอมรับชะตา

ผู้เขียน: บ.บี
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-07-01 23:32:17

ยามนี้กู้ต้าซุนถึงได้กล้าหาญ ก้าวออกมายืนเบื้องหน้าภรรยา “เจียงซิ่วไฉ อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะ เรื่องนี้เจ้าเอ่ยปากเปล่าไม่ได้ จะรับตัวหลานสาวข้าไปเจ้าก็ต้องมีเงินหกร้อยอีแปะไปคืนตาเฒ่าหลู่ เจ้ามีหรือไม่เล่า?”

ชายหนุ่มไม่ตอบ แต่กลับล้วงเอาถุงเงินออกมานับแล้วยื่นส่งให้ผู้เฒ่าหลู่โดยตรง

“ขออภัยผู้อาวุโสที่ข้าล่วงเกิน”

ชายชราดีใจจนเนื้อเต้น เขาคิดว่าจะต้องเสียเงินไปเปล่าเสียแล้ว 

“เจ้าเกรงใจไปแล้ว คนเราย่อมผิดพลาดกันได้ แต่หากทำผิดแล้วไม่รับผิดชอบนี่สิถึงจะไม่ควรอภัย” ผู้เฒ่าหลู่รับเงินกลับไปเก็บโดยที่ไม่เสียเวลานับ

“แต่ข้าเตือนเจ้าไว้อย่างนะบัณฑิตเจียง สตรีผู้นี้ไร้กตัญญู ลุงกับป้าสะใภ้เลี้ยงดูนางมาหลายปีแต่นางกลับไม่คิดทดแทนคุณ! ซ้ำยังก่อเรื่องให้ผู้คนต้องวุ่นวาย เจ้าก็ดูนางให้ดีๆ หน่อยเล่า” ชายชราตบบ่าเจียงเหิงเบาๆ ก่อนจะเดินจากไปพร้อมกับคนของเขา

กู้ชิงเหอเหม่อมองพื้นดินอย่างเลื่อนลอย นางผิดอะไร? กู้ชิงเหอผู้นี้ทำผิดอะไร นางต่างหากที่เป็นผู้ถูกกระทำมาตลอด!!

หวางชุ่นฮวาเบิกตามองถุงเงินในมือของเจียงเหิงด้วยแววตาลุกวาว นางเห็นอยู่ว่าในถุงเงินนั้นยังมีเงินเหลืออยู่อีก!

“ช้าก่อนตาเฒ่า”

“บ๊ะ! เจ้ายังจะมีปัญหาอะไรอีก นางหวางซื่อ!” ชายชราหันกลับมาตวาดลั่น

“เจ้าให้เงินข้ามาแล้วหกร้อยอีแปะก็จริงอยู่ แต่ตามที่เราตกลงกันไว้ เจ้าจะให้สินสอดหลานสาวข้า 1 ตำลึงมิใช่หรือ? ที่เหลืออีกสี่ร้อยอีแปะเล่า”

“เพ่ย! นางหญิงหิวทอง!! ยามเจ้าพูดจากับผู้คนเจ้าจ้องแต่ถุงเงินโดยไม่มองหน้าผู้ใดเลยหรืออย่างไร!” ผู้เฒ่าหลู่เต้นผาง “ข้าไม่ได้เอาตัวหลานสาวเจ้ากลับไปด้วยจะให้ข้าจ่ายอะไรให้อีก!”

“ข้าไม่รู้ล่ะ แม่สื่อก็เป็นพยานให้ข้าได้ว่าสินสอดของกู้ชิงเหอต้องเป็น 1 ตำลึงเงิน” แต่ข้าเพิ่งได้รับมาเพียงหกร้อยอีแปะแล้วผู้ใดจะรับผิดชอบส่วนที่เหลือให้ข้า!" หวางชุ่นฮวามองสลับไปสลับมาระหว่างเจียงเหิงกับผู้เฒ่าหลู่

“ก็ต้องเป็นเจียงซิ่วไฉน่ะสิ เขาซื้อแม่นางกู้มาจากผู้เฒ่าหลู่แล้วมิใช่หรือ เขาก็ต้องเป็นคนจ่าย” ชายหนุ่มที่มากับผู้เฒ่าหลู่ชี้มือไปยังเจียงเหิง

“ผิดแล้ว 1 ตำลึงนั่นมันเป็นเรื่องที่ผู้เฒ่าหลู่ตกลงกับคนสกุลกู้ แต่เจียงซิ่วไฉตกลงจะซื้อคนในราคาหกร้อยอีแปะ เขาไม่ต้องจ่ายส่วนที่เหลือ” อีกคนว่า

“ข้าว่าเจ้าทำใจเสียเถิดต้าซุน หวางซื่อ อย่าลืมสิว่าบ้านเจียงไม่มีเงินเหลือแล้ว ข้าเดาว่าเท่าที่เจียงซิ่วไฉนำออกมาเมื่อครู่ก็คงจะหมดตัวแล้วกระมัง” บางคนเสียดสีอย่างนึกสนุก”

เจียงเหิงไม่ได้สนใจกับคำพูดของชาวบ้านเลยสักนิด เขารู้อยู่แล้วว่าหวางชุ่นฮวาแสร้งทักท้วงเฒ่าหลู่ก็เพื่อให้ตนยอมจ่ายเพิ่มอีกสี่ร้อยตำลึง 

ทีแรกเขาคิดจะยกเลิกการซื้อตัวหญิงสาวไปเสียเลยอย่างนึกรำคาญ ตนก็ไม่ได้เป็นพ่อพระที่จิตใจเมตตาถึงเพียงนั้น! แต่พอเห็นสายตาของน้องสาวแล้วเขาก็ได้แต่ถอนใจ

“เหยียนเอ๋อร์..ข้าตามใจเจ้ามากไปแล้วจริงๆ”

พอเห็นเจียงเหิงยอมควักเงินอีกสี่ร้อยอีแปะยื่นส่งให้ หวางชุ่นฮวาก็ยิ้มแก้มแทบแตก รีบคว้าเงินทั้งหมดเก็บเข้าไปไว้ในแขนเสื้อแล้วเดินมาสั่งความหลานสาวสามีด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“ออกเรือนไปแล้วก็ทำตัวดีๆ นะชิงเหอ วันหน้าได้ดิบได้ดีแล้วก็อย่าลืมกลับมาตอบแทนน้ำใจพวกเราบ้างแล้วกัน”

กู้ชิงเหอเหลือบตามองป้าสะใภ้ สตรีใจร้ายผู้นี้ยังคิดจะหาประโยชน์จากนางอีกหรือ! 

เจียงเหิงชักสีหน้าใส่หวางชุ่นฮวา ก่อนจะเอ่ยเสียงดังให้ทุกคนได้ยิน “ทุกท่านอย่าได้เข้าใจผิด เงินที่ข้ายอมจ่ายไปก็แค่ค่าชดเชยชีวิตคน ไม่เกี่ยวกับสินสอด อย่าเอาเรื่องข้ากับนางไปตีความให้เสื่อมเสีย!”

นางหวางซื่อยักไหล่ เจียงเหิงจะรับตัวกู้ชิงเหอไปเป็นภรรยาหรือเป็นบ่าวก็แล้วแต่เขาเถิด! ที่แท้เจียงซิ่วไฉก็ไม่ได้ฉลาดสักเท่าใดนัก นางแค่โวยวายนิดหน่อยก็หลงกลนางแล้ว!

“เอาล่ะ ทีนี้ข้ากลับได้แล้วใช่ไหม” ผู้เฒ่าหลู่กล่าวออกมาสีหน้าหงุดหงิด

“ไปให้เร็วเลยตาแก่ ไปแล้วไม่ต้องกลับมาเหยียบที่นี่อีกเลยก็ยิ่งดี!” หวางชุ่นฮวายกมือตวัดไปด้านข้างแรงๆ ราวกับไล่สุนัขจรจัด

กลุ่มของผู้เฒ่าหลู่ทำท่าจะกระโดดกลับมาอีกครั้ง เดือดร้อนให้ชาวบ้านในหมู่บ้านเกาซานต้องมาช่วยกันทั้งห้ามทั้งดึงสองผัวเมียจอมปั่นป่วนกันอีกรอบ

“เหยียนเอ๋อร์..เรากลับบ้านกันเถิด” เจียงเหิงพยักหน้าให้น้องสาว

“ข้า..ข้า” กู้ชิงเหอไม่รู้จะทำเช่นไรดี นางควรตามเจียงเหิงกลับไปในตอนนี้ หรือจะพยายามหาทางรั้งอยู่กับท่านลุงให้ได้อีกสักวันสองวัน

“ท่านลุง ข้าขอกลับไป..” 

“ไม่ได้!!” หวางชุ่นฮวาขัดขึ้นทันควันโดยไม่รอให้นางพูดจบประโยค “เรือนสกุลกู้มิใช่โรงทาน เจียงซิ่วไฉรับตัวเจ้าไปแล้วเจ้าก็ต้องไปกับเขา จะกลับมาเรือนเดิมให้ชาวบ้านเขานินทาข้าได้หรือ?” น้ำเสียงของนางคล้ายห่วงเกียรติบ้าน แต่ใครก็รู้ว่า นางห่วงแค่ข้าวในหม้อของตนเท่านั้น!

กู้ชิงเหอเม้มริมฝีปากแน่น ก้มมองดูร่างกายผ่ายผอมของตัวเอง “ข้าไม่ได้เอาเสื้อผ้ามาด้วย ข้าขอกลับไปที่เรือนสักรอบได้หรือไม่เจ้าคะ"

กู้ต้าซุนที่ยืนฟังอยู่คัดค้านขึ้นมาทันที “เจ้าอย่าถ่วงเวลาอีกเลยชิงเหอ เอาไว้พรุ่งนี้ข้าจะเอาของๆ เจ้าไปส่งให้ที่เรือนสกุลเจียงก็แล้วกัน” 

สีหน้าของเจียงเหิงที่ยืนฟังอยู่เงียบ ๆ พลันเปลี่ยนไปเล็กน้อย คิ้วเรียวย่นเข้าหากันอย่างครุ่นคิด

กู้ชิงเหอมีน้องชายอยู่อีกคน ที่นางไม่อยากออกเรือนไปอยู่ที่อื่นก็คงเพราะเป็นห่วงน้องชาย

เขาแก้ปัญหาให้นางได้อยู่ในหมู่บ้านเดิมก็ยังมีโอกาสได้พบหน้าน้องชาย และเขายังบอกชัดเจนอีกว่าเขาไม่ได้ต้องการเอาตัวนางมาเป็นภรรยา  ไม่รู้หญิงสาวผู้นี้จะกลัวอะไรตนนักหนา

แต่แล้วความคิดหนึ่งผุดขึ้นมา ใต้ชายคาท่านลุงแท้ ๆ ของนางยังลำบากถึงเพียงนี้ นางย่อมไม่อาจไว้ใจผู้ใดง่าย ๆ เช่นกัน

บางทีเขาควรอ่อนโยนกับนางบ้าง… อย่างน้อยก็เพราะสุดท้ายแล้ว เขาต้องฝากฝังนางให้ดูแลเจียงเหยียน

กู้ชิงเหอยืนนิ่งคล้ายรูปสลักสีซีด ร่างผอมบางของนางยังไม่ขยับไปไหน ก่อนจะกลั้นใจก้าวเท้าเดินตามสองพี่น้องสกุลเจียงไปราวกับยอมรับชะตากรรม

บ้านเรือนเก่าแก่และถนนดินแห้งแล้งของหมู่บ้านเกาซานรายล้อมด้วยทุ่งหญ้ารกชัฏที่กำลังจะตาย ใบไม้แห้งกรอบแทบไม่มีเหลือให้ปลิวไสว 

เสียงซุบซิบนินทาแว่วเข้าหูพวกเขาอยู่เป็นระยะ คนสองสามคนแอบมองกู้ชิงเหอด้วยสายตาแตกต่างกันไป และยังมีบางคนวิ่งไปทางท้ายหมู่บ้านเพื่อส่งข่าวให้สกุลเจียงได้รับรู้อีกด้วย

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ทะลุมิติมาเป็นฮูหยินของกังฉินผู้เย็นชา   ตอนที่ 57 น้ำตาของท่านย่า

    ขากลับ กู้ชิงเหอก็ยิ้มไปตลอดทาง พลางพูดไม่หยุดถึงอนาคตอันสดใสที่จะเกิดจากการได้เพาะปลูกฝ้าย“ต่อไปกู้ชิงฉีและเจียงเหยียนก็จะสบายแล้วเจ้าค่ะ ข้ามั่นใจว่าฝ้ายครั้งนี้จะให้ผลผลิตดีแน่นอน”เจียงเหิงมองหญิงสาวที่พูดไป พลางแวะเก็บผักป่าที่ขึ้นอยู่ริมธารไปด้วยสายตาอ่อนโยนเขาเพิ่งสังเกตว่านางเปลี่ยนจากหญิงสาวมอมแมมผอมแห้ง เป็นหญิงสาวที่หน้าตาดีขึ้นมาก ดวงตาสดใสและเปล่งประกายด้วยความกระตือรือร้น รอยยิ้มสดใสที่ปรากฏบนใบหน้าของนางทำให้เขารู้สึกเหมือนทุกอย่างรอบตัวสว่างขึ้นกู้ชิงเหอยังคงก้มเก็บผักแว่นป่า พลางพูดต่อด้วยน้ำเสียงมั่นใจ“ต่อไปข้าจะซื้อ ตำราทุกเล่มที่ท่านต้องการ ของกินที่น้องทั้งสองอยากกิน และเสื้อผ้าชุดใหม่ให้เจียงเหยียนด้วยเจ้าค่ะ ชุดที่นางใส่อยู่ตอนนี้เล็กเกินไปแล้ว”เจียงเหิงเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ เขาคิดว่านางอาจจะอยากได้สิ่งใดเพื่อตัวเองบ้าง แต่กลับพบว่าหัวใจของนางเต็มไปด้วยความห่วงใยผู้อื่นเขาเฝ้ามองนางอย่างเงียบ ๆ สังเกตการเคลื่อนไหวของมือที่เก็บผักอย่างทะนุถนอม รอยยิ้มที่เคยเป็นเพียงแค่เงาของความสดใส เดี๋ยวนี้เต็มไปด้วยความมั่นใจและความสุขที่แท้จริง“ข้าดีใจที่เจ้าอยู่ร่วมกับพ

  • ทะลุมิติมาเป็นฮูหยินของกังฉินผู้เย็นชา   ตอนที่ 56 เลือกเอง

    เสียงโต้เถียงยังคงดังระงมอยู่พักใหญ่ กว่าหูซุนจ่างจะเอ่ยขึ้นตัดบท“เอาล่ะ ๆ! พอเถอะ หากผู้ใดเต็มใจจะลองก็รับเมล็ดไปแบ่งปลูก ไม่ว่าจะได้ผลหรือไม่ได้ผลก็ห้ามผู้ใดอิจฉาหรือต่อว่ากัน เพราะวันนี้จะเป็นการตัดสินใจของตัวพวกเจ้าเองทั้งสิ้น”ว่าพลาง เขาสั่งให้เจียงเหิงช่วยตักเมล็ดฝ้ายออกมาแบ่งใส่ถุงเล็ก ๆ แจกจ่ายแก่ครัวเรือนที่ยกมือขอลองปลูก ใครรับไปก็มีทั้งสีหน้าตื่นเต้นหวังผล หรือแววตาหวาดหวั่นไม่แน่ใจส่วนอีกหลายคน รวมทั้งกู้ต้าซุนและเจียงซืออวี่ เพียงส่ายหน้าอย่างไม่เชื่อถือ พึมพำคำด่าทออยู่ข้างหลัง แล้วหันหลังกลับไปโดยไม่เหลียวแลไม่นานนัก เมล็ดพันธุ์ฝ้ายกองใหญ่ก็ถูกแบ่งไปจนหมด ผู้คนทยอยแยกย้ายกลับเรือน บ้างเดินจากไปด้วยท่าทีฮึกเหิม เต็มไปด้วยความหวังและตื่นเต้น บ้างก้าวช้า ๆ ด้วยความลังเลสงสัย เหลือเพียงกลุ่มคนที่สนิทสนมกับเจียงเหิงและกู้ชิงเหอไม่กี่คนที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ตรงที่เดิมกู้ชิงเหอมองดูกลุ่มคนที่อยู่ตรงหน้า ในนั้นย่อมมีสองพ่อลูกสกุลหู และสองสามีสกุลไห่ ส่วนที่เหลือก็ล้วนเป็นผู้อาวุโสที่เคยได้รับแป้งอวี่หูจากนางทำให้รอดชีวิตจากความอดอยากมาได้ในคราวก่อน ทุกคนเป็นคนที่นางสามารถวางใ

  • ทะลุมิติมาเป็นฮูหยินของกังฉินผู้เย็นชา   ตอนที่ 55 ครึ่งความจริง

    นางได้แต่เก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจ ก่อนที่จะก้าวตามชายหนุ่มไปยังเกวียนที่บรรทุกถุงบรรจุเมล็ดพันธุ์กองโต ท่ามกลางสายตาของผู้คนที่จ้องมองอย่างมีความหวังและวิตกปนกันไปเจียงเหิงก้มลงแกะปากถุงผ้าใบใหญ่ คลายเงื่อนเชือกออกอย่างระมัดระวัง เมล็ดพันธุ์สีคล้ำจำนวนมากปรากฏขึ้นภายใน เขาช้อนเมล็ดฝ้ายเต็มอุ้งมือ ละอองปุยขาวเล็กน้อยติดปลายนิ้ว ก่อนจะเงยหน้าส่งไปยังหญิงสาวที่ยืนรออยู่ข้างกายคนชราหลายคนย่อมคุ้นเคยกับเมล็ดพันธุ์ฝ้ายอยู่บ้าง ฝ้ายปลูกง่าย จึงมีผู้ปลูกกันแพร่หลาย เพียงแต่หมู่บ้านเกาซานมีข้อจำกัดเรื่องน้ำ พวกเขาจึงไม่เลือกปลูกฝ้าย เพราะราคามิได้งดงามนัก สู้ทุ่มแรงลงในนาข้าวหรือผักที่ขายได้ราคาดีกว่า ผลตอบแทนย่อมคุ้มค่า คนหนุ่มสาวรุ่นหลังในหมู่บ้านหลายคนจึงแทบไม่เคยเห็นเมล็ดพันธุ์ฝ้ายมาก่อนเลย“ฮึม… มันก็มิใช่ฝ้ายธรรมดาหรอกหรือ? ดูแล้วไม่เห็นแตกต่างจากเดิมเลยสักนิด เหตุใดทางการจึงว่ามันเพาะปลูกได้ยากนักเล่า?” ชายชราผู้หนึ่งขยับเข้ามาใกล้ หยิบเมล็ดขึ้นพลิกไปมาในฝ่ามือ พลางเอ่ยถามอย่างฉงนทว่ากู้ชิงเหอกลับเพียงเผยรอยยิ้มบาง ๆ ที่มุมปาก รอยยิ้มนั้นอ่อนโยนแต่แฝงด้วยความมั่นใจ และก็เพียงเท่านั้น

  • ทะลุมิติมาเป็นฮูหยินของกังฉินผู้เย็นชา   ตอนที่ 54 เชิญผู้รู้

    คราวนี้ทั้งลานหมู่บ้านเงียบกริบ ความหวังดีที่แฝงอยู่ในคำพูดแข็งกร้าวของเจียงเหิง ทำให้คนส่วนใหญ่ตระหนักได้ พวกเขาพากันส่งถุงเมล็ดพันธุ์พืชกลับมาวางไว้ที่เดิมแล้วถอยออกมาทีละก้าวหูซ่างซุนกับหูจื้อจิ่นเห็นว่าความสงบกลับคืนมาแล้ว เขาก็เริ่มแบ่งเมล็ดพันธุ์ผักกาด คะน้า และถั่วลิสงออกเป็นส่วนเล็ก ๆ แจกจ่ายทีละครอบครัว แม้จะได้เพียงน้อยนิด แต่ทุกคนก็ได้รับครบถ้วน สีหน้าชาวบ้านบางคนยังคงหงุดหงิดเพราะไม่พอใจ แต่ก็ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากค้านอีกจนกระทั่งเสียงหนึ่งดังขึ้นจากกลางฝูงชน “แล้วถุงใหญ่ ๆ ที่เหลืออยู่ตรงนั้นเล่า? เหตุใดจึงยังไม่แจกจ่าย?”สายตาทั้งหมดหันไปยังถุงผ้าใบใหญ่ที่กองพะเนินอยู่บนเกวียนดังเดิม “นั่นคือ…เมล็ดพันธุ์ฝ้าย แต่ปัญหาคือ พวกเราไม่เคยปลูกมันมาก่อน และก็ไม่เคยมีผู้ใดในแผ่นดินนี้เพาะให้มันงอกเงยขึ้นมาได้สักครั้ง เมล็ดเหล่านี้เป็นพันธุ์ต่างถิ่น แม้แต่ทางการก็ยังไม่รู้ว่ามันเหมาะสมกับดินหรืออากาศแบบใด หมู่บ้านอื่นที่เคยลองก็ล้วนล้มเหลวทั้งสิ้น”เสียงซุบซิบดังขึ้นระงมทันที บ้างขมวดคิ้วไม่เชื่อ บ้างหัวเราะเยาะ “แล้วเอากลับมาทำไมกัน ของกินยังไม่พอ จะเอาฝ้ายมาปลูกให้เสียที่ดินทำไม

  • ทะลุมิติมาเป็นฮูหยินของกังฉินผู้เย็นชา   ตอนที่ 53 การตัดสินใจครั้งสำคัญ

    ทั้งสามมองหน้ากันไปมา สีหน้าเต็มไปด้วยความลังเล เมล็ดพันธุ์ที่ชาวบ้านต้องการย่อมเป็นจำพวกพืชผักที่กินได้อยู่แล้ว หาใช่เมล็ดฝ้ายเหล่านี้ พวกเขาจึงยังมิอาจตัดสินใจได้ในทันทีเจ้าหน้าที่คนเดิมเห็นดังนั้นจึงเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงแฝงความกดดัน“เมล็ดพันธุ์ฝ้ายเหล่านี้เป็นของพระราชทานจากเบื้องสูง ให้นำมาแจกจ่ายแก่ราษฎร หากพวกท่านรับไปปลูก ย่อมมีแต่ผลดี อีกทั้งทางเหนือต้องการฝ้ายเป็นจำนวนมาก มีเท่าไรก็รับซื้อทั้งหมด เหตุใดจึงยังต้องรีรอกันอีกเล่า?”แววตาของเจียงเหิงไหววูบเพียงเล็กน้อยด้วยความสงสัย แม้จะไม่เคยปลูกฝ้ายมาก่อนแต่เขาก็รู้จักมัน และรู้ด้วยว่ามีคนปลูกตั้งมากมาย แต่ไม่เคยรู้มาก่อนว่ามันเป็นสินค้าที่มีคนต้องการมากจนถึงขั้นมีเท่าไรก็รับซื้อทั้งหมดแล้วเหตุใดจึงไม่มีผู้ใดยอมเอาเมล็ดพันธุ์ฝ้ายเหล่านี้ไปปลูกกันเล่า? ความสงสัยปรากฏอยู่บนใบหน้าของชายหนุ่มไม่นานนัก ก่อนที่เขาจะกลับมามีสีหน้าปกติแล้วหันไปกล่าวกับสองพ่อลูก“แม้ฝ้ายจะมิใช่ของกิน แต่หากมีคนรับซื้อรออยู่แล้ว อย่างน้อยชาวบ้านก็ยังมีความหวังว่าจะได้เงินไปซื้อเสบียงอาหารมาเก็บไว้กินได้นะขอรับ" เขากล่าวพลางพยายามยิ้มกลบความกังวลทันใดน

  • ทะลุมิติมาเป็นฮูหยินของกังฉินผู้เย็นชา   ตอนที่ 52 ทุกข์ไม่รู้จบ

    สามวันถัดมา ความวุ่นวายภายในหมู่บ้านเกาซานยามนี้ก็ยังไม่สงบลงเท่าใดนัก ลานกลางหมู่บ้านเต็มไปด้วยผู้คน ที่มารวมตัวกันเกือบทั้งหมู่บ้าน เสียงร่ำไห้ปนเสียงตัดพ้อดังระงมไปทั่ว เด็ก ๆ บางคนผอมแห้งเหี่ยว แม้จะมีน้ำดื่มมากพอ แต่ท้องกลับยังว่างเปล่า“หูซุนจ่าง..ตอนนี้พวกเรามีน้ำดื่มมากพอแล้ว แต่ไร้ซึ่งเมล็ดพันธุ์สักเม็ดจะหว่านลงดิน” ชายชราผู้หนึ่งก้าวออกมากล่าว ดวงตาลึกโบ๋เต็มไปด้วยความกังวล “ที่ผ่านมาพวกเราขุดกินทุกอย่าง ไม่เหลือเมล็ดพันธุ์ใดไว้เพาะปลูกอีกต่อไป หากไม่มีสิ่งใดให้เพาะปลูก อย่างไรเสียปีนี้ก็ต้องอดตายแน่นอน”หญิงคนหนึ่งอุ้มลูกน้อยไว้แนบอก น้ำเสียงสั่นเครือ “ข้ากับครอบครัวพร้อมจะทำงานหนัก แต่ในยามนี้ก็ไม่มีใครว่าจ้าง เราจะหาเงินไปซื้อเมล็ดพันธุ์ได้จากที่ใดกันเล่า… หากไม่ได้เมล็ดพันธุ์จากทางการ พวกเราก็ไร้ทางรอดแล้ว ท่านมีหนทางช่วยเหลือพวกเราหรือไม่เจ้าคะ”เสียงโอดครวญดังตามมาเป็นระลอก ไม่ว่าจะเป็นชายหนุ่มที่เพิ่งเสียพ่อแม่ไปเพราะความอดอยาก หรือหญิงเฒ่าที่หอบหิ้วหลานกำพร้ามายืนเบียดเสียดรอความหวัง ทุกถ้อยคำล้วนแทงลึกลงในใจของหูซ่างซุนเขายืนนิ่งอยู่กลางวงสายตานับร้อย ความทุกข์ของ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status