Masukบทที่ 7 ทะลุมิติมาเป็นแม่แสนร้ายที่กำลังจะถูกหย่า 70s
จ้าวฮุ่ยเงยหน้ากลอกตามองบนอย่างเบื่อหน่ายและคิดในใจ ‘ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมร่างเดิมถึงร้ายกาจ ก็น่าจะเพราะบ้านหลี่เป็นอย่างนี้ไงล่ะ’
“บ้านเราจะทำอะไรกิน มันเกี่ยวกับบ้านใหญ่ด้วยเหรอ ในเมื่อตอนนี้ก็ได้แยกบ้านกันแล้ว อีกทั้งบ้านของเรายังจ่ายเงินตามที่บ้านใหญ่ร้องขอทุกเดือน” เธอตอบกลับไปอย่างเย็นชา ชาวบ้านได้ยินต่างพยักหน้าตามอย่างเห็นด้วยกับหญิงสาว หลี่เจี้ยนกั๋วแยกบ้านเมื่อหลายปีก่อน เพราะบ้านใหญ่ไม่พอใจสะใภ้อย่างจ้าวฮุย เมื่ออยู่ด้วยกันก็มีแต่จะทะเลาะกันเสียงดังลั่นบ้าน ชายหนุ่มจึงตัดสินใจขอแยกบ้านเพื่อความสงบสุข แต่ก็ยังส่งเงินให้บ้านใหญ่เดือนละสองหยวน ไม่อย่างนั้นแม่สามีอย่างเหมาหรงจะไม่ยอมให้แยกบ้าน เมื่อถูกคำพูดของสะใภ้ตอกหน้า แล้วยังมีสายตาชาวบ้านมองอย่างอยากรู้ เหมาหรงเลยขึ้นเสียงใส่สะใภ้อีกครั้ง “แล้วอย่างไร ฉันก็แค่ถามเท่านั้น เผื่อว่าสะใภ้อย่างเธอจะแบ่งอาหารให้บ้านใหญ่ เพื่อแสดงความกตัญญูบ้าง” “แล้วแม่เคยเห็นฉันกตัญญูไหมล่ะ มาบ้านนี้แม่อย่ามาหาความกตัญญูจากสะใภ้คนนี้เลยนะ เพราะฉันไม่มีให้!” หญิงสาวสวนกลับแม่สามีตามแบบฉบับที่ร่างเดิมเคยทำ หรือต่อให้ร่างเดิมไม่เคยทำ เธอนี่แหละจะทำเอง แม่สามีที่เอาเปรียบและเห็นแก่ตัวอย่างนี้ ไม่มีเสียดีกว่า “หน็อยแน่นังจ้าวฮุย นี่หล่อนด่าฉันเหรอ คอยดูเถอะ ฉันจะบอกให้เจี๋ยนกั๋วหย่ากับแก บ้านหลี่ไม่ต้องการสะใภ้อย่างแก ได้ยินไหม” เหมาหรงชี้หน้าและด่ากราดจ้าวฮุยอย่างไม่พอใจ เธอไม่คิดว่าปากของสะใภ้จะจัดจ้านอย่างนี้ แถมยังถูกสะใภ้ด่าจนต้องมาเสียหน้ากับชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์นี้อีก “พี่สะใภ้ พี่พูดอย่างนี้ได้ยังไง พวกเราคือครอบครัวเดียวกันนะ แม่แค่ถามพี่เท่านั้นว่า บ้านพี่ทำอาหารจานเนื้อกินเหรอ ไม่เห็นต้องด่ากันอย่างนี้เลย” หลิวซื่อเจียงพูดเสียงเบา ๆ เธอเองก็อยากกินเนื้อบ้างเหมือนกัน แต่บ้านแม่สามีแทบจะไม่มีให้กินเลย ‘นั่นไง ฉันอยากรู้จริงเชียว ตกลงคนที่ควรสืบทอดดูแลบ้านใหญ่ต่อคือใคร ลูกชายคนโตต้องแยกบ้านออกมา แต่แม่สามีกลับดูแลลูกชายคนรองดียิ่งกว่าอะไร หรือว่าหลี่เจี้ยนกั๋วไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของบ้านหลี่’ เธอได้แต่คิดในใจอย่างสงสัย ก่อนจะสลัดศีรษะ แล้วคิดต่อ ‘เพ้อเจ้อแล้ว แบบนี้มันมีแต่ในนิยายเท่านั้นแหละ’ “ฉันพูดตามความจริง หากไม่มีอะไรแล้ว น้องสะใภ้ควรพาแม่สามีกลับบ้านได้แล้วนะ ฉันเองยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่ต้องจัดการต่อ ไม่ส่งนะ” พูดจบก็โบกมือเหมือนไล่ ก่อนจะหมุนตัวเดินเข้าบ้าน โดยไม่ลืมที่จะเรียกลูกทั้งสองคนให้ตามมาด้วย เธอกลัวว่าแม่สามีและน้องสะใภ้จะหาเรื่องลูกชายทั้งสองคนของตนเอง “นังสะใภ้ชั่ว หล่อนจะส่งฉันได้ยังไง ในเมื่อฉันยังไม่ก้าวข้ามประตูรั้วบ้านของหล่อนเลย” เหมาหรงตะโกนตามหลังไปอย่างโมโห ชาวบ้านได้ยินต่างก็พากันยิ้มขำ ก่อนจะเดินไปพร้อมเสียงหัวเราะอย่างชอบใจ เหมาหรงเมื่อทำอะไรสะใภ้ไม่ได้ ก็เดินกลับบ้านไปเหมือนกัน โดยเก็บความแค้นครั้งนี้ไว้ เพื่อรอสะสางคราวหน้าหลี่ต้าเป่านิ่งเงียบตั้งแต่เข้าบ้านมา ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยถามแม่อย่างกล้า ๆ กลัว ๆ “แม่ครับ แบบนี้ย่าจะไม่มาหาเรื่องเราอีกเหรอครับ”
ที่เขาถามอย่างนี้เพราะทุกครั้งที่ย่ามา แล้วไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการกลับไป ก็มักจะคอยแวะเวียนมาหาเรื่องอยู่ตลอด หลายครั้งที่พ่อของเขาต้องให้เงินไปเพื่อตัดปัญหา ทั้งที่ในบ้านก็แทบจะไม่พอกินอยู่แล้ว “มาก็ช่างสิ แม่ไม่สนใจหรอก แม่ไม่ได้สอนให้ลูกทั้งสองเกลียดย่า แต่ก็ควรจะอยู่ห่างเอาไว้ ถ้าแม่อยู่ด้วย แม่ยังปกป้องลูกทั้งสองได้ แต่หากแม่ไม่อยู่แล้วคนบ้านใหญ่มาที่นี่ ให้ลูกรีบหนีไปในบ้านและเก็บตัวอยู่เงียบ ๆ ไม่ต้องออกมาประจันหน้ากับคนบ้านนั้นนะ เข้าใจที่แม่พูดหรือเปล่า” จ้าวฮุยพูดกำชับลูกทั้งสองคนให้รู้จักหลบหลีกคนจากบ้านใหญ่ เธอจะไม่สอนให้ลูกเกลียดย่า อย่างไรฝ่ายนั้นก็คือแม่ของหลี่เจี้ยนกั๋ว พ่อของลูกทั้งสองคน แต่ก็ควรจะอยู่ให้ห่างไว้ เพราะสายตาของแม่สามีที่มองทั้งสองคน ดูจะไม่รักหลานบ้านนี้เลย “เข้าใจแล้วครับแม่” หลี่ต้าเป่าตอบกลับ แล้วพยักหน้าอย่างเข้าใจ สายตาชำเลืองมองแม่ ‘แม่ไม่เคยปกป้องผมกับน้องมาก่อนเลย หรือว่าที่แม่ขอโอกาส แม่คิดจะเปลี่ยนตัวเองจริง ๆ ผมอยากให้แม่ดีกับพวกผมแบบนี้ตลอดไป’ เด็กน้อยได้แต่คิดในใจเงียบ ๆ และหวังอย่างที่สุดว่าแม่จะเปลี่ยนไปอย่างที่บอกไว้บทที่ 8 ทะลุมิติมาเป็นแม่แสนร้ายที่กำลังจะถูกหย่า 70sเสิ่นเนี่ยนฟางซึ่งเป็นภรรยาของจ้าวโม่ชวน ได้ขอลางานมาหนึ่งชั่วโมง เพราะสามีบอกให้มาคุยกับจ้าวฮุย เธอมาอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ เนื่องจากทุกครั้งที่มามักจะถูกอีกฝ่ายด่าและถูกไล่บ่อยครั้ง แต่เมื่อสามีลางานมาไม่ได้ เขาเลยให้เธอมาแทน“จ้าวฮุย อยู่บ้านไหม” เสิ่นเนี่ยนฟางส่งเสียงเรียกอยู่ที่หน้าบ้าน อย่างหวาดกลัว โดยไม่รู้เลยว่าน้องสามีคนนี้ได้เปลี่ยนไปแล้วจ้าวฮุยได้ยินเสียงเรียกจึงได้ชะโงกหน้าออกมาดู เมื่อพบว่าคนที่มาเรียกคือพี่สะใภ้ของตนเอง จึงรีบเดินออกมาพร้อมรอยยิ้ม“อ้าวพี่สะใภ้ วันนี้ไม่ทำงานเหรอถึงมาหาฉันได้ เข้ามาในบ้านก่อนสิ” จ้าวฮุยทักทายอย่างเป็นกันเองและเชื้อเชิญเข้าบ้านด้วยรอยยิ้มเสิ่นเนี่ยนฟางแทบจะขยี้ตาเพราะคิดว่านี่คือความฝัน เธอไม่ถูกน้องสามีด่าและไล่กลับเหมือนทุกครั้ง แต่อีกฝ่ายกลับเชื้อเชิญเธอเข้าบ้าน แถมยังยิ้มแย้มให้อย่างสนิทสนมอีก‘เกิดอะไรขึ้นกันแน่ หรือว่าวันนี้พระอาทิตย์ขึ้นผิดทาง’ เธอคิดอย่างแปลกใจ“พอดีพี่โม่ชวนให้พี่มาถามเรื่อง...เอ่อ” เธอมีน้ำเสียงตะกุกตะกักในตอนที่ถาม เพราะรู้ดีว่านี่คือเรื่องส่วนตัวของน้องสามี
บทที่ 7 ทะลุมิติมาเป็นแม่แสนร้ายที่กำลังจะถูกหย่า 70sจ้าวฮุ่ยเงยหน้ากลอกตามองบนอย่างเบื่อหน่ายและคิดในใจ ‘ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมร่างเดิมถึงร้ายกาจ ก็น่าจะเพราะบ้านหลี่เป็นอย่างนี้ไงล่ะ’ “บ้านเราจะทำอะไรกิน มันเกี่ยวกับบ้านใหญ่ด้วยเหรอ ในเมื่อตอนนี้ก็ได้แยกบ้านกันแล้ว อีกทั้งบ้านของเรายังจ่ายเงินตามที่บ้านใหญ่ร้องขอทุกเดือน” เธอตอบกลับไปอย่างเย็นชา ชาวบ้านได้ยินต่างพยักหน้าตามอย่างเห็นด้วยกับหญิงสาว หลี่เจี้ยนกั๋วแยกบ้านเมื่อหลายปีก่อน เพราะบ้านใหญ่ไม่พอใจสะใภ้อย่างจ้าวฮุย เมื่ออยู่ด้วยกันก็มีแต่จะทะเลาะกันเสียงดังลั่นบ้าน ชายหนุ่มจึงตัดสินใจขอแยกบ้านเพื่อความสงบสุข แต่ก็ยังส่งเงินให้บ้านใหญ่เดือนละสองหยวน ไม่อย่างนั้นแม่สามีอย่างเหมาหรงจะไม่ยอมให้แยกบ้าน เมื่อถูกคำพูดของสะใภ้ตอกหน้า แล้วยังมีสายตาชาวบ้านมองอย่างอยากรู้ เหมาหรงเลยขึ้นเสียงใส่สะใภ้อีกครั้ง “แล้วอย่างไร ฉันก็แค่ถามเท่านั้น เผื่อว่าสะใภ้อย่างเธอจะแบ่งอาหารให้บ้านใหญ่ เพื่อแสดงความกตัญญูบ้าง” “แล้วแม่เคยเห็นฉันกตัญญูไหมล่ะ มาบ้านนี้แม่อย่ามาหาความกตัญญูจากสะใภ้คนนี้เลยนะ เพราะฉันไม่มีให้!” หญิงสาวสวนกลับแม่สามีตามแบบฉ
บทที่ 6 ทะลุมิติมาเป็นแม่แสนร้ายที่กำลังจะถูกหย่า 70sหย่งซื่อเกลียดจ้าวฮุย เพราะเธอคือภรรยาใหม่ของจ้าวตง และเป็นแม่เลี้ยงของจ้าวโม่ชวนกับจ้าวฮุย “เรื่องหย่าร้างฉันยังไม่รู้ว่าจริงเท็จแค่ไหน พวกเราก็อย่าเพิ่งทำตัวเป็นกระต่ายตื่นตูมเลย รอให้บ้านหลี่ส่งข่าวมาก่อนเถอะ ค่อยคิดว่าจะทำยังไง” จ้าวตงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงมีความกังวลเล็กน้อยถึงแม้บ้านจ้าวและบ้านหลี่จะอยู่คนละหมู่บ้าน แต่ก็ไม่ไกลกันมากนัก อีกทั้งคนในหมู่บ้านนี้ ยังคงต้องไปทำงานในหน่วยผลิตเดียวกัน แต่วันนี้เขาเหนื่อยเลยหยุดงาน มีเพียงลูกชายและลูกสะใภ้ไปทำงานเพียงสองคน เขาจึงยังไม่ได้ข่าวอะไร“ต้องรอให้เรื่องมาถึงก่อนเหรอพ่อถึงจะแก้ไข ทำไมพ่อไม่ไปพูดให้พี่รองเลิกคิดเรื่องหย่าล่ะ ถ้าพี่รองกลับมาอยู่บ้านนี้ พวกเราคงวุ่นวายและเดือดร้อนหนักแน่” จ้าวหลินยังคงพูดอย่างไม่ยอม หัวเด็ดตีนขาดอย่างไร เธอก็ไม่มีทางให้พี่สาวอย่างจ้าวฮุยกลับมาอยู่บ้านจ้าวแน่ “เอาเถอะ พวกเธอแม่ลูกก็อย่าเพิ่งคิดไปก่อน พรุ่งนี้ฉันไปทำงานที่หมู่บ้านนั้น เดี๋ยวฉันจะลองถามเรื่องนี้เอง จ้าวฮุยคงมีคำตอบที่ดีให้” จ้าวตงพูดเพื่อตัดรำคาญแล้วถอนหายใจเล็กน้อย เขาหวังว่าเร
บทที่ 5 ทะลุมิติมาเป็นแม่แสนร้ายที่กำลังจะถูกหย่า 70sเวลาผ่านไปราวสองชั่วโมง จ้าวฮุยทำทีเดินหอบหิ้วของมากมายกลับเข้ามาในหมู่บ้านอีกครั้ง เพื่อให้ทุกคนเห็นว่าเธอกลับมาแล้ว นั่นเพราะต้องการให้คนรู้ว่า เธอไปซื้อของมาจริง ๆ ทั้ง ๆ ที่ช่วงเวลาที่เธอหายไปนั้น เธอเข้าไปอยู่ในมิติมา และตอนนี้เธอก็สามารถสร้างวิทยุได้สามเครื่องแล้ว โดยตั้งใจว่าอีกสองสามวันจะลองเอาไปขายที่ตลาดมืดดูเมื่อกลับมาถึงบ้านจึงเรียกลูกทั้งสองคนเข้ามาหา หลี่ต้าเป่าและหลี่มู่เฉินยังมีความหวาดกลัวอยู่ ถึงแม้ว่าวันนี้แม่ของพวกเขาจะทำข้าวผัดไข่แสนอร่อยให้กินแล้วก็ตาม “ลูกอยากกินขนมไหม แม่ซื้อขนมปังไส้ถั่วมาให้ แล้วยังมีลูกอมรสนมอีกนะ” หญิงสาวที่เห็นลูก ๆ ยังนิ่งอยู่ก็บอกอย่างอ่อนโยนบอกเสร็จเธอก็หยิบขนมปังออกมาสองก้อน ตอนแรกก็คิดว่าจะหาคำตอบอย่างไรดี เมื่อบรรจุภัณฑ์ห่อขนมพวกนี้ล้วนเป็นของในยุคที่เธอจากมา แต่ไม่คิดว่าเมื่อเอาออกมาจากมิติแล้ว ทุกอย่างล้วนกลายเป็นแบบเดียวกับของในยุคนี้ ทำให้เธอเบาใจขึ้นมาก หากถูกลูกและสามีถามถึงที่มาของขนมพวกนี้ ก็แค่บอกว่าซื้อมาจากตลาด“ผมกับน้องกินได้ใช่ไหมครับแม่ คราวหลังแม่ไม่ต้องซื้อมา
บทที่ 4 ทะลุมิติมาเป็นแม่แสนร้ายที่กำลังจะถูกหย่า 70sส่วนหลี่มู่เฉินได้ยินบทสนทนาก็พยักหน้าตาม ก่อนจะหยิบตะเกียบขึ้น แล้วจัดการกินข้าวผัดไข่คำแรกเพียงแค่ข้าวเข้าปาก เด็กน้อยก็มีดวงตาเป็นประกาย จากนั้นก็พยักหน้าและยิ้มให้พี่ชายพอเห็นน้องชายยิ้มอย่างมีความสุข เด็กอย่างหลี่ต้าเป่าจึงยิ้มอีกคน ก่อนจะลงมือกินข้าวตามน้องชาย และเพียงคำแรกที่ได้ลิ้มรส ดวงตาของเขาเป็นประกายเหมือนกัน แถมยังเอ่ยปากชม “อร่อยมากครับแม่”“อร่อยก็กินให้หมดจานเลยนะ ถ้าไม่อิ่มเดี๋ยวแม่จะทำให้ใหม่” จ้าวฮุยยิ้มและบอกทั้งสองด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเด็กทั้งสองพยักหน้ารับ จากนั้นก็รีบกินข้าวต่อ จนจ้าวฮุยต้องปรามให้ค่อย ๆ กินเมื่อลูกทั้งสองกินอิ่มแล้ว เธอจึงเก็บถ้วยชามไปล้าง ก่อนจะเดินออกมาอีกครั้ง“ลูกทั้งสองอยู่กันเองได้หรือเปล่า แม่จะออกไปซื้ออาหารสักหน่อย เสบียงบ้านเราหมดแล้ว” เธอถามทั้งสองคนด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม“ได้ครับแม่ ผมจะดูน้องเอง” หลี่ต้าเป่าตอบกลับอย่างแข็งขันเรื่องดูแลน้องชายเขาทำทุกวันอยู่แล้ว และไม่หวังว่าแม่จะซื้ออะไรกลับมาให้ เพราะที่ผ่านมาแค่ได้กินข้าวในแต่ละวัน ก็นับว่าดีแล้ว“ลูกอยากได้อะไรไหม แม่จะซื้
บทที่ 3 ทะลุมิติมาเป็นแม่แสนร้ายที่กำลังจะถูกหย่า 70sเมื่อตกลงกันได้แล้ว หลี่เจี้ยนกั๋วก็ออกไปทำงานที่หน่วยผลิต ก่อนหน้านี้เขาคือทหารที่อยู่ในกองทัพ แต่เพราะจ้าวฮุยมักจะไปหาเรื่องอยู่บ่อยครั้ง ทำให้เขาถูกส่งมาประจำที่หน่วยผลิตของหมู่บ้านแทน เหมือนจะถูกลดตำแหน่ง แต่ก็ยังใส่เครื่องแบบทหารไปทำงาน และได้รับสวัสดิการของกรมทหารจ้าวฮุยเดินเข้าครัวโดยหวังว่าจะทำอาหารเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ลูกทั้งสองคนได้กินก่อน แต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้ากลับว่างเปล่า ข้าวสารหมด อาหารไม่มี แม้แต่ต้นหอมสักต้นก็ไม่เหลือ“อ้าว ไม่มีอะไรเลยแบบนี้ แล้วฉันจะทำอาหารให้ลูกทั้งสองยังไง เธอโคตรเลวเลยนะจ้าวฮุย เอาแต่ความสุขและความสบายของตัวเอง ส่วนลูกทั้งสองและสามีกลับผอมแห้งไม่ต่างกับตะเกียบเดินได้ ฉันไม่เคยเจอใครเห็นแก่ตัวและชั่วเหมือนเธอเลย”หญิงสาวด่าเจ้าของร่างอย่างไม่เกรงใจ แต่ก็เงียบไปอึดใจหนึ่ง เพราะรู้สึกเหมือนว่าเธอกำลังด่าตัวเองแต่ในขณะนั้นเอง เธอรู้สึกเย็นยะเยือกทั่วทั้งร่าง จึงหลับตาลง และเมื่อลืมตาขึ้นมาก็พบว่าได้โผล่มายังอีกสถานที่แห่งหนึ่ง เมื่อมองดูรอบ ๆ ก็พบว่านี่คือโกดังเก็บของขนาดใหญ่ ที่เธอเตรียมไว้รับมือภัย







