Masukหลินเยว่ ทะลุมิติมาเป็นแม่แสนร้ายในยุค 70s ที่กำลังจะถูกสามีทหารหย่า! หนำซ้ำลูกชายทั้งสองยังหวาดกลัวและไม่อยากเข้าหา เป็นแบบนี้เธออยากจะตายอีกรอบ นี่ยังไม่พอ บ้านสามียังเห็นแก่ตัวยิ่งกว่าปลิงเสียอีก
Lihat lebih banyakร่างทั้งร่างของหลินเยว่หนักอึ้งไปด้วยความปวดร้าว ราวกับเพิ่งโดนรถสิบล้อทับอย่างไรอย่างนั้น แม้เธออยากจะลืมตาก็ยากลำบากเหลือเกิน
แต่เมื่อลืมตาขึ้นมากลับต้องตกใจจนแทบสิ้นสติ เนื่องจากภาพตรงหน้าช่างไม่คุ้นตาเอาเสียเลย นั่นเพราะว่าห้องนี้ช่างเก่าเหลือเกิน ดูอย่างไรก็ไม่น่าจะใช้ห้องทำงานหรือห้องนอนของเธอ
“ตื่นแล้วเหรอ?”
เสียงทุ้มต่ำที่ดูจะเย็นชาดังขึ้นข้างกาย ทำให้หญิงสาวต้องหันมามอง นั่นกลับทำให้ตกใจมากกว่าเดิม เพราะใบหน้าของเขาดูเหมือนจะโกรธเธอมาก ทั้งที่เธอจำได้ว่าไม่เคยพบเขามาก่อน อีกทั้งแววตาที่มองมาทางเธอก็เต็มไปด้วยความเบื่อหน่าย และรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง
“คุณคือใครเหรอคะ” หลินเยว่ตัดสินใจถามออกไป
แต่แล้วกลับตกใจยิ่งกว่าเดิม นั่นเพราะเสียงที่ได้ยินกลับไม่ใช่เสียงของตนเอง
‘ทำไมไม่ใช่เสียงฉัน นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ โอ๊ย ปวดหัว’ เธอครุ่นคิดอยู่ในใจ แต่ก็ต้องยกมือขึ้นกุมศีรษะเพราะเกิดอาการปวดขึ้นมา
ซึ่งขณะนั้นเอง ภาพความทรงจำมากมายก็หลั่งไหลเข้ามาหัวของเธออย่างบ้าคลั่งราวกับเขื่อนแตก
ทำให้หลินเยว่รู้ว่า นี่คือร่างของสตรีคนนี้ชื่อจ้าวฮุย เธอเป็นหญิงสาวที่ถูกส่งตัวมาแต่งงานกับนายทหารที่ยากจน โดยที่เธอไม่เต็มใจ ดังนั้นเธอมักหาเรื่องทะเลาะวิวาทกับสามีและคนในหมู่บ้านเป็นประจำ แล้วร่างนี้ยังชอบใช้กำลัง รวมถึงดุด่าลูกทั้งสองคนแทบทุกวัน เธอสร้างความเอือมระอาให้กับชายตรงหน้าไม่น้อย
เมื่อความทรงจำสิ้นสุดลง ทำให้หลินเยว่อยากจะตายอีกครั้ง เพื่อจะได้หลุดพ้นจากเรื่องราวพวกนี้
‘ตายแล้วแทนที่จะต้องไปชดใช้กรรมหรือขึ้นสวรรค์ แล้วทำไมฉันต้องทะลุมิติเข้ามาในร่างหญิงร้ายกาจแบบนี้ด้วยล่ะ ไม่แปลกเลยที่ลูกกับสามีไม่ชอบ’ หลินเยว่คิดในใจอย่างเหนื่อยใจ
“เธอถามทำไมว่าฉันเป็นใคร อย่ามาแกล้งเรื่องแบบนี้ ในเมื่อหายดีแล้วก็รับสิ่งนี้ไปเถอะ” หลี่เจี้ยนกั๋วพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ก่อนจะยื่นเอกสารบางอย่างให้ โดยแทบไม่อยากมองหน้าเธอเลยแม้แต่น้อย
หญิงสาวรับมาแล้วอ่านอย่างงง ๆ และเมื่อเห็นว่าเป็นสิ่งใด จึงเงยหน้ามองเขาอย่างตกใจ
“ใบหย่า” เธอพูดเสียงดังและมองกระดาษในมือสลับกับใบหน้าอีกฝ่ายอย่างสงสัย
“เราหย่ากันเถอะจ้าวฮุย ในเมื่อเราเข้ากันไม่ได้ ฉันมันก็แค่ทหารจน ๆ คนหนึ่ง ที่ผ่านมาฉันไม่สามารถสร้างความสุขหรือความสบายให้เธอได้ เธอเองก็ไม่อยากอยู่กับฉันและลูก ดังนั้นพวกเราควรทำเรื่องที่ควรทำกันสักที ส่วนลูกทั้งสองคนเธอก็ไม่ต้องห่วง ฉันจะดูแลพวกเขาเอง เธอจะได้ไปใช้ชีวิตอย่างที่ต้องการ” ชายหนุ่มพูดอธิบายทุกอย่างด้วยความใจเย็น น้ำเสียงที่เปล่งออกช่างเรียบนิ่งและเย็นชาอย่างที่สุด
แม้จะไม่ใช่คนพูดเยอะ แต่นี่คือคำอธิบายของเขาที่ยาวพอสมควรและเชื่อว่าเธอต้องเข้าใจสิ่งที่เขาพูดออกไป
หลินเยว่ที่อยู่ในร่างของจ้าวฮุยเกือบจะหัวเราะออกมา ไม่ใช่หัวเราะชอบใจ แต่เป็นการหัวเราะให้กับโชคชะตา ตอนนี้เธออยากจะบ้าแล้วจริง ๆ
‘สวรรค์ เวรกรรมอะไรของหลินเยว่คนนี้กันนะ ส่งฉันมาเป็นหญิงร้ายกาจไม่พอ ยังให้ฉันกลายเป็นเมียที่ถูกหย่าด้วยเหรอเนี่ย อยากจะบ้าตาย หย่าเหรอ หย่าแล้วฉันจะไปอยู่ที่ไหนกันล่ะ’ หญิงสาวคิดอย่างเหนื่อยใจ
‘หลินเยว่คือวิศวกรสาวในยุค 2024 ที่เพิ่งเซ็นสัญญามูลค่าหลายสิบล้านไป กำลังก้าวสู่จุดสูงสุดในชีวิตการทำงาน แต่ดันตายแล้วกลายมาเป็นแม่แสนร้ายในยุค 70 แถมกำลังถูกสามียื่นใบหย่าให้ มีอะไรอนาถมากกว่านี้ไหม’ เธอยังคงครุ่นคิดอย่างปลงกับชีวิต
หญิงสาวกวาดตามองไปรอบ ๆ ก็พบเด็กสองคนกำลังขดตัวนั่งอยู่ที่มุมห้อง จากความทรงจำทำให้เธอรู้ว่าคนโตชื่อหลี่ต้าเป่า วัยห้าขวบ ส่วนคนเล็กชื่อหลี่มู่เฉิน ทั้งสองคนใบหน้าซีดเซียว ร่างกายผ่ายผอมกว่าเด็กทั่วไป ดูแล้วคงจะไม่ค่อยได้กินอะไร อีกทั้งคนเล็กดูจะกลัวแม่มากกว่า เพราะเขานั่งกอดขาของพี่ชายไม่ปล่อย
ความผิดชอบชั่วดีพุ่งเข้าหัวใจ ‘แม้ฉันจะไม่ใช่แม่ของพวกเขา แต่ในเมื่อเวลานี้ก็มาอยู่ในร่างของจ้าวฮุยแล้ว ดังนั้นเด็กทั้งสองคน ก็ไม่ต่างจากลูกของฉัน ดังนั้นไม่ว่าอย่างไร ฉันจะไม่ยอมให้เด็กทั้งสองคน อยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากไปมากกว่านี้อีกแล้ว
และที่สำคัญ ฉันจะไม่ยอมให้ตัวเองอดตายในยุคที่ขาดแคลนอาหารและทรัพยากรต่าง ๆ แบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด ‘ หญิงสาวมองเด็กทั้งสองแล้วคิดในใจ ก่อนจะมองหน้าชายที่ได้ชื่อว่าเป็นสามี
‘หย่าเหรอ? ฝันไปเถอะ!’ เธอคิดอย่างเด็ดขาด “ฉันไม่หย่า!!”
เมื่อคิดดีแล้วก็ตอบกลับไปทันที แม้เสียงจะราบเรียบแต่ก็หนักแน่นและชัดเจนว่าจะไม่หย่า จากนั้นเธอก็ฉีกเอกสารนี้ ราวกับเป็นสิ่งของที่ต้องกำจัดทิ้งโดยเร็ว
หลี่เจี้ยนกั๋วขมวดคิ้วอย่างสงสัย และมองดูเศษกระดาษหล่นลงเกลื่อนพื้นด้วยความไม่พอใจ
“อย่ามาเล่นลิ้นนะจ้าวฮุย เธอทำให้ฉันและลูก ๆ ลำบากมามากพอแล้ว ตอนแรกเธอต้องการจะหย่าและไปจากพวกเรา เพราะคิดว่าฉันหาอนาคตที่ดีให้เธอไม่ได้”
บทส่งท้าย ขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่าง ที่ทำให้มีวันนี้จ้าวตงเมื่อได้ยินสิ่งที่ลูกสาวพูดกับครอบครัว เขาได้แต่ปาดน้ำตาและพูดกับลูกสาวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ขอบคุณนะที่ลูกพาพ่อมาอยู่ด้วยและดูแลอย่างดี ทั้งที่ตัวพ่อเองแทบจะได้ใส่ใจลูก ๆ เลย พ่อขอโทษนะ แต่ต่อจากนี้ไปพ่อจะดีกับลูก จะช่วยดูแลหลาน ๆ อย่างเต็มที่เพื่อเป็นการชดเชย” เขารู้สึกผิดไม่น้อยที่ไม่ได้สนใจลูกจากภรรยาคนแรกสักเท่าไร จึงตั้งใจจะดูแลหลาน ๆ อย่างดีเพื่อเป็นการชดเชย“พ่ออย่าคิดมากเลยนะคะ และต่อไปฉันก็คงต้องให้พ่อช่วยดูแลหลาน ๆ แล้วล่ะ” จ้าวฮุยพูดกับพ่อและยิ้มให้อย่างอ่อนโยนส่วนจ้าวโม่ชวนและภรรยาก็ไม่ต่างกัน ทั้งสองดีใจจนน้ำตาซึมออกมา ที่จ้าวฮุยฉุดพวกเขาออกมาจากความยากจน และพามาเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ดีเช่นนี้“ขอบใจมากนะที่พาครอบครัวของเรามาอยู่ด้วย จนได้พบกับชีวิตที่ดีแบบนี้ และไม่ว่าวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร พวกเราก็จะฝ่าฟันไปด้วยกัน เราสองสามีภรรยาขอสัญญาว่า จะไม่มีวันทรยศอาฮุยกับหลี่เจี้ยนกั๋วเด็ดขาด” จ้าวโม่ชวนพูดกับน้องสาวและน้องเขยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ โดยมีเสิ่นเนี่ยนฟางพยักหน้าอย่างเห็นด้วยอยู่ข้าง ๆ“พี่ใหญ่กับพี่สะใภ้ก็ไม่ต
บทที่ 55 ทะลุมิติมาเป็นแม่แสนร้ายที่กำลังจะถูกหย่า 70sจ้าวฮุยเตรียมที่จะเปิดร้าน ทุกคนจึงมาช่วยกันเพื่อให้ร้านออกมาดูดีที่สุด เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ซ่อมแล้ว อะไหล่ต่าง ๆ รวมถึงวัสดุอื่น และอะไรที่มีความเกี่ยวข้องกับงานช่าง ก็เรียงรายให้เห็นมากมาย“ไม่คิดเลยนะว่าสะใภ้รองบ้านหลี่จะกล้าทำเรื่องนี้” เสิ่นเนี่ยนฟางพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ในขณะที่นับอะไหล่แต่ละอย่างแล้วจดลงกระดาษ เพราะนี่คือสิ่งที่จ้าวฮุยสอน และบอกว่าร้านค้าต้องนับจำนวนสินค้าไว้“เธอคงทำไปเพราะแค้นใจพี่เจี้ยนกั๋วและฉันนั่นแหละพี่ ทั้ง ๆ ที่เรื่องที่เกิดขึ้นตอนนั้นหลี่ชิงหยวนทำตัวเอง ไม่เกี่ยวกับพวกเราสักหน่อย แต่ก็ช่างเถอะพี่สะใภ้ เรื่องมันผ่านไปหมดแล้ว พรุ่งนี้พวกเราก็จะเปิดร้านแล้ว มาเริ่มต้นใหม่กันดีกว่าค่ะ” จ้าวฮุยบอกกับพี่สะใภ้อย่างอ่อนโยนและยิ้มให้อีกฝ่าย“ฉันไม่อยากสนใจเรื่องที่ผ่านมาอีกแล้ว ขอแค่ได้เริ่มใหม่และพาทุกคนให้มีชีวิตที่ดีก็พอแล้ว ส่วนเรื่องอื่นก็เลือกที่จะปล่อยวาง แต่หากมีคนมาหาเรื่อง ฉัน จ้าวฮุยคนนี้ ก็ไม่ยอมเหมือนกัน’ หญิงสาวคิดอยู่ในใจ“ดูท่าคนบ้านนั้นจะไม่ปกติสักคน คอยแต่อิจฉาคนอื่น พี่ต้องขอโทษเธอด้วยนะ
บทที่ 54 ทะลุมิติมาเป็นแม่แสนร้ายที่กำลังจะถูกหย่า 70s“ได้ ฉันจะให้คนโทรไปถาม ถ้าไม่จริงอย่างที่เธอพูดมา เธอต้องรับผิดชอบด้วย” เจ้าหน้าที่คนนั้นพูดขึ้นมาอย่างท้าทาย ก่อนจะหันไปสั่งลูกน้องที่ตามมา “นายโทรไปสอบถามคนที่เธออ้าง แล้วกลับมารายงานฉัน”“ครับ” เจ้าหน้าที่ตอบรับแล้วรีบออกมาทันที“ฉันจะรอดูว่าเธอจะพูดจริงหรือเปล่า” เจ้าหน้าที่คนเดิมพูดกับหญิงสาวหนึ่งเดียวในห้องหลี่เจี้ยนกั๋วเห็นภรรยาถูกดูหมิ่นอย่างนั้น ก็ไม่พอใจเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนนี้เหมือนกัน แม้ว่าเขาจะเป็นนายทหารและเป็นบุรุษ แต่ไม่เคยดูถูกผู้หญิงแบบนี้มาก่อน จึงได้เอ่ยขึ้นเสียงเข้ม “ผมอยู่กับภรรยามาตลอด ย่อมต้องรู้จักเธอดีกว่าคนอื่น และสาเหตุที่ผมยื่นใบลาออกก็เพราะเรื่องนี้เหมือนกัน” เขานิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้นมาอีกครั้งว่า “ภรรยาของผมมีงานซ่อมเครื่องจักรมาก ต้องไปที่โรงงานทั้งในเมืองนี้และเมืองอื่น ถ้าจะให้เธอเดินทางไปคนเดียว ผมมองว่ามันดูจะอันตรายเกินไป เลยตั้งใจจะไปกับเธอด้วยทุกครั้งที่มีงานซ่อมในโรงงานเหล่านั้น”“นายยอมตัดอนาคตตัวเองอย่างนั้นเหรอ ถ้านายยังไม่ลาออก ไม่แน่ว่าอีกสองสามปี นายอาจจะได้เลื่อนขั้น หร
บทที่ 53 ทะลุมิติมาเป็นแม่แสนร้ายที่กำลังจะถูกหย่า 70sวันเวลาล่วงเลยจนอีกวันเดียวจ้าวฮุยก็จะเปิดร้านแล้ว ทว่าหลี่เจี้ยนกั๋วเมื่อมาทำงาน กลับถูกเจ้าหน้าที่ในเมืองเข้ามาหาถึงหน่วยผลิต“นายทหารหลี่ พวกเราเป็นเจ้าหน้าที่ มาที่นี่เพราะเรื่องที่มีคนร้องเรียนว่าคุณมีเงินเกินกว่าความจริงที่ควรเป็น และภรรยาของคุณอย่างจ้าวฮุย ก็อาจจะทำเรื่องผิดกฎหมาย” เจ้าหน้าที่ระดับสูงพูดกับหลี่เจี้ยนกั๋วในตอนที่เรียกเขาเข้ามาในห้องประชุมของหน่วยผลิต“ผมกับภรรยาไม่ได้ทำผิดกฎหมายนะครับ คงจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดแน่” หลี่เจี้ยนกั๋วตอบกลับไปอย่างเคร่งเครียด“ฉันเข้าใจ แต่เมื่อมีคนร้องเรียน พวกเราก็ต้องมาตรวจสอบ นี่ก็ให้เจ้าหน้าที่ไปเรียกภรรยาของคุณมาที่นี่อยู่” เจ้าหน้าที่คนนั้นพูดเสียงเรียบนิ่งส่วนทางจ้าวฮุย เมื่อมีเจ้าหน้าที่มาหาถึงบ้านแล้วแจ้งเรื่องที่เธอกับสามีถูกร้องเรียน จากนั้นก็พาตัวมาที่หน่วยผลิต ก็ไม่ได้ตกใจอะไรมาก และมองไว้แล้วว่าเมื่อมีคนรู้เรื่องที่เธอจะเปิดร้าน แถมยังซื้อบ้านในเมือง ย่อมต้องมีคนอิจฉาริษยา จึงอยากใส่ร้ายด้วยการร้องเรียน“อาฮุยเป็นยังไงบ้าง ไม่ต้องตกใจหรือกังวลนะ พวกเราไม่ได้ทำผิดอะไร
บทที่ 16 ทะลุมิติมาเป็นแม่แสนร้ายที่กำลังจะถูกหย่า 70sหลี่เจี้ยนกั๋วไม่คาดคิดว่าภรรยาที่แสนจะขี้เกียจและร้ายกาจจะคิดเป็น นั่นทำให้เขาคิดสงสัยอยู่ในใจ ‘เธอไม่ผลาญเงินเหมือนเมื่อก่อน แต่กลับรู้จักทำงานหาเงินเข้าบ้าน แต่ถึงอย่างนั้นฉันยังไม่กล้าปักใจเชื่อว่าเธอจะเปลี่ยนไปหรอกนะ ไม่แน่ว่าการกระทำนี้ขอ
บทที่ 15 ทะลุมิติมาเป็นแม่แสนร้ายที่กำลังจะถูกหย่า 70sเช้าวันต่อมา...จ้าวฮุยยังคงตื่นเช้าเหมือนเดิม และยังคงทำหน้าที่แม่บ้านด้วยการทำอาหารเตรียมไว้ให้ทุกคนกิน เมื่อทำอาหารเสร็จแล้ว และเห็นว่ายังไม่มีใครตื่น จึงลงมือเก็บกวาดบ้านและครัวให้เรียบร้อย จากนั้นจึงไปปลุกลูกชายทั้งสองคน ให้มาล้างหน้าแปรงฟ
บทที่ 14 ทะลุมิติมาเป็นแม่แสนร้ายที่กำลังจะถูกหย่า 70sแต่ขณะกำลังเดินออกจากตลาด สายตาของเธอเหลือบไปเห็นชายคนหนึ่ง เขากำลังนั่งกลุ้มใจอยู่ข้างเครื่องสีข้าวขนาดเล็ก ที่กำลังส่งเสียงแกรก ๆ แต่ทว่าเม็ดข้าวกลับไม่ออกมา‘เหมือนเครื่องสีข้าวจะมีปัญหา’ จ้าวฮุยมองแล้วคิดในใจ ก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปหาแล้วถ
บทที่ 13 ทะลุมิติมาเป็นแม่แสนร้ายที่กำลังจะถูกหย่า 70sตลาดมืดยุคนี้มีมากพอสมควร แต่นั่นก็ขึ้นอยู่กับพื้นที่ว่าเจ้าของตลาดจะทำการค้าแบบไหน ทว่าตลาดที่จ้าวฮุยไปนั้นเต็มไปด้วยผู้คนที่ชอบทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆเธอจึงกวาดสายตามองเพื่อดูว่า จะมีใครสนใจสินค้าของเธอบ้างหรือเปล่า แต่ส่วนมากคนที่นี่มักจะมาหาซื้อเ












Ulasan-ulasan