LOGINเสิ่นเนี่ยนฟางซึ่งเป็นภรรยาของจ้าวโม่ชวน ได้ขอลางานมาหนึ่งชั่วโมง เพราะสามีบอกให้มาคุยกับจ้าวฮุย เธอมาอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ เนื่องจากทุกครั้งที่มามักจะถูกอีกฝ่ายด่าและถูกไล่บ่อยครั้ง แต่เมื่อสามีลางานมาไม่ได้ เขาเลยให้เธอมาแทน
“จ้าวฮุย อยู่บ้านไหม” เสิ่นเนี่ยนฟางส่งเสียงเรียกอยู่ที่หน้าบ้าน อย่างหวาดกลัว โดยไม่รู้เลยว่าน้องสามีคนนี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว
จ้าวฮุยได้ยินเสียงเรียกจึงได้ชะโงกหน้าออกมาดู เมื่อพบว่าคนที่มาเรียกคือพี่สะใภ้ของตนเอง จึงรีบเดินออกมาพร้อมรอยยิ้ม
“อ้าวพี่สะใภ้ วันนี้ไม่ทำงานเหรอถึงมาหาฉันได้ เข้ามาในบ้านก่อนสิ” จ้าวฮุยทักทายอย่างเป็นกันเองและเชื้อเชิญเข้าบ้านด้วยรอยยิ้ม
เสิ่นเนี่ยนฟางแทบจะขยี้ตาเพราะคิดว่านี่คือความฝัน เธอไม่ถูกน้องสามีด่าและไล่กลับเหมือนทุกครั้ง แต่อีกฝ่ายกลับเชื้อเชิญเธอเข้าบ้าน แถมยังยิ้มแย้มให้อย่างสนิทสนมอีก
‘เกิดอะไรขึ้นกันแน่ หรือว่าวันนี้พระอาทิตย์ขึ้นผิดทาง’ เธอคิดอย่างแปลกใจ
“พอดีพี่โม่ชวนให้พี่มาถามเรื่อง...เอ่อ” เธอมีน้ำเสียงตะกุกตะกักในตอนที่ถาม เพราะรู้ดีว่านี่คือเรื่องส่วนตัวของน้องสามี
“เรื่องหย่าใช่ไหม” จ้าวฮุยพูดต่อให้เสียเอง ก่อนจะบอกอีกว่า “ตอนนี้ฉันไม่หย่าแล้วล่ะพี่ ฉันขอโอกาสกับพี่เจี้ยนกั๋วอีกครั้ง เพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้น แต่หากสามเดือนฉันยังเปลี่ยนตัวเองไม่ได้ ฉันก็พร้อมจะหย่าให้เขา พร้อมเดินจากเขาและลูกทั้งสองคนไปโดยไม่เรียกร้องอะไร ตอนนี้ฉันพยายามเปลี่ยนตัวเองอยู่ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะดีพอที่จะยืนเคียงข้างเขาหรือเปล่า”
จ้าวฮุยเล่าให้ฟังพี่สะใภ้ฟังอย่างไม่ปิดบัง เธอมองว่าพี่ชายและพี่สะใภ้คนนี้คือครอบครัวของตนเอง เนื่องจากความทรงจำที่มี บอกว่าทั้งสองคนหวังดีกับเธอจริง ๆ
“อย่างนั้นเหรอ พี่ดีใจด้วยนะ อย่างน้อยก็มีเวลาสามเดือนเพื่อเปลี่ยนตัวเอง พี่ดีใจนะที่เธอคิดได้ และจะเป็นกำลังใจให้เสมอ” เสิ่นเนี่ยนฟางพูดอย่างตื่นเต้นดีใจ ที่น้องสามีคิดได้และขอโอกาสจากหลี่เจี้ยนกั๋วอีกครั้ง เธอเองก็หวังว่าภายในสามเดือน จ้าวฮุยจะเอาชนะใจสามีและลูกทั้งสองคนได้
“งั้นพี่ไปก่อนนะ จะรีบไปบอกพี่โม่ชวนให้สบายใจ เขาเองก็กังวลเรื่องนี้ เพราะพ่อ...” เสิ่นเนี่ยนฟางขอตัวกลับ และท้ายประโยคเธอชะงักไป
“พี่ไม่ต้องพูดหรอก ฉันเข้าใจ พ่อกับแม่เลี้ยงคงกลัวฉันจะหย่า พวกเขาคงไม่ต้อนรับให้ฉันกลับไปอยู่บ้านจ้าวสินะ แต่ฉันไม่สนใจหรอก ว่าแต่พี่เถอะ เที่ยงนี้มีอะไรกินหรือยัง รอก่อนนะ ฉันจะห่อข้าวให้ แต่อย่าให้คนพวกนั้นเห็นล่ะ เดี๋ยวจะไม่ได้กิน”
หญิงสาวพูดอย่างไม่สนใจพ่อกับแม่เลี้ยง ก่อนจะบอกให้พี่สะใภ้รอก่อน จากนั้นก็ไม่รอช้ารีบเดินเข้าไปในครัว เพื่อห่ออาหารให้พี่ชายและพี่สะใภ้ทันที โดยที่ไม่รอคำห้ามปรามอย่างเกรงใจของเสิ่นเนี่ยนฟาง
“ป้าสะใภ้ไม่ต้องกังวลหรอกนะ แม่ทำอาหารเสร็จแล้วและทำอร่อยด้วยครับ” หลี่ต้าเป่าพูดขึ้นอย่างสดใส
“จริงเหรอ แม่ของเธอทำอาหารเองเนี่ยนะ” เสิ่นเนี่ยนฟางถามอย่างแปลกใจ เธอแทบไม่เชื่อ หากเด็กที่ดีอย่างหลี่ต้าเป่าไม่พูดขึ้นมา
“ใช่ครับ ก่อนหน้านี้แม่ก็ทำข้าวผัดไข่ให้พวกเรากิน จากนั้นก็เข้าเมืองเพื่อไปซื้อของเข้าบ้าน พอมาถึงก็ลงมือทำอาหารเลยครับ” เด็กชายบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง เรื่องนี้คือเรื่องที่เกิดขึ้นจริง เขาเลยไม่จำเป็นต้องโกหก
‘ดูท่าแล้วจ้าวฮุยคงอยากจะเปลี่ยนตัวเองเพื่อครอบครัวจริง ๆ สินะ พี่เอาใจช่วยนะ’ เสิ่นเนี่ยนฟางมองไปทางห้องครัวแล้วคิดในใจ ก่อนจะผุดรอยยิ้มออกมาอย่างยินดี
ไม่นานจ้าวฮุยก็เดินออกมาพร้อมกล่องข้าวสองกล่อง เธอยื่นให้พี่สะใภ้ พร้อมกับบอกอย่างสดใส “เอาไปกินกับพี่ใหญ่นะ แล้วทุกเที่ยงก็มาเอาข้าวไปกิน เดี๋ยวฉันจะทำเผื่อ”
“ไม่ต้องหรอก มันสิ้นเปลืองเกินไป เธอเก็บเงินไว้ซื้อของกินให้ลูกทั้งสองคนเถอะนะ” คนเป็นพี่สะใภ้ตอบอย่างเกรงใจ
“ไม่ต้องขัดสักเรื่องได้ไหมพี่สะใภ้ ถ้าพี่ไม่มาเอาข้าวทุกเที่ยง ฉันจะตามเอาไปให้ถึงคอมมูนเลยนะ ไม่เชื่อก็คอยดู” เธอแสร้งพูดขู่ออกไป โดยคิดว่าอย่างน้อยทุกวันเธอต้องทำอาหารให้สามีและลูกทั้งสองคนอยู่แล้ว จะทำเผื่อพี่ชายและพี่สะใภ้อีกสักหน่อย ก็ไม่ได้เหนื่อยเพิ่มนี่นา
“เอาอย่างนั้นก็ได้ วันนี้พี่ต้องกลับก่อน ขอบใจสำหรับอาหารนะ” เสิ่นเนี่ยนฟางยิ้มให้น้องสามี พร้อมกับพูดขอบคุณอีกครั้ง ก่อนจะเดินออกมา เธอตั้งใจว่าจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้สามีฟังอย่างละเอียดเลย
บทที่ 8 ทะลุมิติมาเป็นแม่แสนร้ายที่กำลังจะถูกหย่า 70sเสิ่นเนี่ยนฟางซึ่งเป็นภรรยาของจ้าวโม่ชวน ได้ขอลางานมาหนึ่งชั่วโมง เพราะสามีบอกให้มาคุยกับจ้าวฮุย เธอมาอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ เนื่องจากทุกครั้งที่มามักจะถูกอีกฝ่ายด่าและถูกไล่บ่อยครั้ง แต่เมื่อสามีลางานมาไม่ได้ เขาเลยให้เธอมาแทน“จ้าวฮุย อยู่บ้านไหม” เสิ่นเนี่ยนฟางส่งเสียงเรียกอยู่ที่หน้าบ้าน อย่างหวาดกลัว โดยไม่รู้เลยว่าน้องสามีคนนี้ได้เปลี่ยนไปแล้วจ้าวฮุยได้ยินเสียงเรียกจึงได้ชะโงกหน้าออกมาดู เมื่อพบว่าคนที่มาเรียกคือพี่สะใภ้ของตนเอง จึงรีบเดินออกมาพร้อมรอยยิ้ม“อ้าวพี่สะใภ้ วันนี้ไม่ทำงานเหรอถึงมาหาฉันได้ เข้ามาในบ้านก่อนสิ” จ้าวฮุยทักทายอย่างเป็นกันเองและเชื้อเชิญเข้าบ้านด้วยรอยยิ้มเสิ่นเนี่ยนฟางแทบจะขยี้ตาเพราะคิดว่านี่คือความฝัน เธอไม่ถูกน้องสามีด่าและไล่กลับเหมือนทุกครั้ง แต่อีกฝ่ายกลับเชื้อเชิญเธอเข้าบ้าน แถมยังยิ้มแย้มให้อย่างสนิทสนมอีก‘เกิดอะไรขึ้นกันแน่ หรือว่าวันนี้พระอาทิตย์ขึ้นผิดทาง’ เธอคิดอย่างแปลกใจ“พอดีพี่โม่ชวนให้พี่มาถามเรื่อง...เอ่อ” เธอมีน้ำเสียงตะกุกตะกักในตอนที่ถาม เพราะรู้ดีว่านี่คือเรื่องส่วนตัวของน้องสามี
บทที่ 7 ทะลุมิติมาเป็นแม่แสนร้ายที่กำลังจะถูกหย่า 70sจ้าวฮุ่ยเงยหน้ากลอกตามองบนอย่างเบื่อหน่ายและคิดในใจ ‘ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมร่างเดิมถึงร้ายกาจ ก็น่าจะเพราะบ้านหลี่เป็นอย่างนี้ไงล่ะ’ “บ้านเราจะทำอะไรกิน มันเกี่ยวกับบ้านใหญ่ด้วยเหรอ ในเมื่อตอนนี้ก็ได้แยกบ้านกันแล้ว อีกทั้งบ้านของเรายังจ่ายเงินตามที่บ้านใหญ่ร้องขอทุกเดือน” เธอตอบกลับไปอย่างเย็นชา ชาวบ้านได้ยินต่างพยักหน้าตามอย่างเห็นด้วยกับหญิงสาว หลี่เจี้ยนกั๋วแยกบ้านเมื่อหลายปีก่อน เพราะบ้านใหญ่ไม่พอใจสะใภ้อย่างจ้าวฮุย เมื่ออยู่ด้วยกันก็มีแต่จะทะเลาะกันเสียงดังลั่นบ้าน ชายหนุ่มจึงตัดสินใจขอแยกบ้านเพื่อความสงบสุข แต่ก็ยังส่งเงินให้บ้านใหญ่เดือนละสองหยวน ไม่อย่างนั้นแม่สามีอย่างเหมาหรงจะไม่ยอมให้แยกบ้าน เมื่อถูกคำพูดของสะใภ้ตอกหน้า แล้วยังมีสายตาชาวบ้านมองอย่างอยากรู้ เหมาหรงเลยขึ้นเสียงใส่สะใภ้อีกครั้ง “แล้วอย่างไร ฉันก็แค่ถามเท่านั้น เผื่อว่าสะใภ้อย่างเธอจะแบ่งอาหารให้บ้านใหญ่ เพื่อแสดงความกตัญญูบ้าง” “แล้วแม่เคยเห็นฉันกตัญญูไหมล่ะ มาบ้านนี้แม่อย่ามาหาความกตัญญูจากสะใภ้คนนี้เลยนะ เพราะฉันไม่มีให้!” หญิงสาวสวนกลับแม่สามีตามแบบฉ
บทที่ 6 ทะลุมิติมาเป็นแม่แสนร้ายที่กำลังจะถูกหย่า 70sหย่งซื่อเกลียดจ้าวฮุย เพราะเธอคือภรรยาใหม่ของจ้าวตง และเป็นแม่เลี้ยงของจ้าวโม่ชวนกับจ้าวฮุย “เรื่องหย่าร้างฉันยังไม่รู้ว่าจริงเท็จแค่ไหน พวกเราก็อย่าเพิ่งทำตัวเป็นกระต่ายตื่นตูมเลย รอให้บ้านหลี่ส่งข่าวมาก่อนเถอะ ค่อยคิดว่าจะทำยังไง” จ้าวตงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงมีความกังวลเล็กน้อยถึงแม้บ้านจ้าวและบ้านหลี่จะอยู่คนละหมู่บ้าน แต่ก็ไม่ไกลกันมากนัก อีกทั้งคนในหมู่บ้านนี้ ยังคงต้องไปทำงานในหน่วยผลิตเดียวกัน แต่วันนี้เขาเหนื่อยเลยหยุดงาน มีเพียงลูกชายและลูกสะใภ้ไปทำงานเพียงสองคน เขาจึงยังไม่ได้ข่าวอะไร“ต้องรอให้เรื่องมาถึงก่อนเหรอพ่อถึงจะแก้ไข ทำไมพ่อไม่ไปพูดให้พี่รองเลิกคิดเรื่องหย่าล่ะ ถ้าพี่รองกลับมาอยู่บ้านนี้ พวกเราคงวุ่นวายและเดือดร้อนหนักแน่” จ้าวหลินยังคงพูดอย่างไม่ยอม หัวเด็ดตีนขาดอย่างไร เธอก็ไม่มีทางให้พี่สาวอย่างจ้าวฮุยกลับมาอยู่บ้านจ้าวแน่ “เอาเถอะ พวกเธอแม่ลูกก็อย่าเพิ่งคิดไปก่อน พรุ่งนี้ฉันไปทำงานที่หมู่บ้านนั้น เดี๋ยวฉันจะลองถามเรื่องนี้เอง จ้าวฮุยคงมีคำตอบที่ดีให้” จ้าวตงพูดเพื่อตัดรำคาญแล้วถอนหายใจเล็กน้อย เขาหวังว่าเร
บทที่ 5 ทะลุมิติมาเป็นแม่แสนร้ายที่กำลังจะถูกหย่า 70sเวลาผ่านไปราวสองชั่วโมง จ้าวฮุยทำทีเดินหอบหิ้วของมากมายกลับเข้ามาในหมู่บ้านอีกครั้ง เพื่อให้ทุกคนเห็นว่าเธอกลับมาแล้ว นั่นเพราะต้องการให้คนรู้ว่า เธอไปซื้อของมาจริง ๆ ทั้ง ๆ ที่ช่วงเวลาที่เธอหายไปนั้น เธอเข้าไปอยู่ในมิติมา และตอนนี้เธอก็สามารถสร้างวิทยุได้สามเครื่องแล้ว โดยตั้งใจว่าอีกสองสามวันจะลองเอาไปขายที่ตลาดมืดดูเมื่อกลับมาถึงบ้านจึงเรียกลูกทั้งสองคนเข้ามาหา หลี่ต้าเป่าและหลี่มู่เฉินยังมีความหวาดกลัวอยู่ ถึงแม้ว่าวันนี้แม่ของพวกเขาจะทำข้าวผัดไข่แสนอร่อยให้กินแล้วก็ตาม “ลูกอยากกินขนมไหม แม่ซื้อขนมปังไส้ถั่วมาให้ แล้วยังมีลูกอมรสนมอีกนะ” หญิงสาวที่เห็นลูก ๆ ยังนิ่งอยู่ก็บอกอย่างอ่อนโยนบอกเสร็จเธอก็หยิบขนมปังออกมาสองก้อน ตอนแรกก็คิดว่าจะหาคำตอบอย่างไรดี เมื่อบรรจุภัณฑ์ห่อขนมพวกนี้ล้วนเป็นของในยุคที่เธอจากมา แต่ไม่คิดว่าเมื่อเอาออกมาจากมิติแล้ว ทุกอย่างล้วนกลายเป็นแบบเดียวกับของในยุคนี้ ทำให้เธอเบาใจขึ้นมาก หากถูกลูกและสามีถามถึงที่มาของขนมพวกนี้ ก็แค่บอกว่าซื้อมาจากตลาด“ผมกับน้องกินได้ใช่ไหมครับแม่ คราวหลังแม่ไม่ต้องซื้อมา
บทที่ 4 ทะลุมิติมาเป็นแม่แสนร้ายที่กำลังจะถูกหย่า 70sส่วนหลี่มู่เฉินได้ยินบทสนทนาก็พยักหน้าตาม ก่อนจะหยิบตะเกียบขึ้น แล้วจัดการกินข้าวผัดไข่คำแรกเพียงแค่ข้าวเข้าปาก เด็กน้อยก็มีดวงตาเป็นประกาย จากนั้นก็พยักหน้าและยิ้มให้พี่ชายพอเห็นน้องชายยิ้มอย่างมีความสุข เด็กอย่างหลี่ต้าเป่าจึงยิ้มอีกคน ก่อนจะลงมือกินข้าวตามน้องชาย และเพียงคำแรกที่ได้ลิ้มรส ดวงตาของเขาเป็นประกายเหมือนกัน แถมยังเอ่ยปากชม “อร่อยมากครับแม่”“อร่อยก็กินให้หมดจานเลยนะ ถ้าไม่อิ่มเดี๋ยวแม่จะทำให้ใหม่” จ้าวฮุยยิ้มและบอกทั้งสองด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเด็กทั้งสองพยักหน้ารับ จากนั้นก็รีบกินข้าวต่อ จนจ้าวฮุยต้องปรามให้ค่อย ๆ กินเมื่อลูกทั้งสองกินอิ่มแล้ว เธอจึงเก็บถ้วยชามไปล้าง ก่อนจะเดินออกมาอีกครั้ง“ลูกทั้งสองอยู่กันเองได้หรือเปล่า แม่จะออกไปซื้ออาหารสักหน่อย เสบียงบ้านเราหมดแล้ว” เธอถามทั้งสองคนด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม“ได้ครับแม่ ผมจะดูน้องเอง” หลี่ต้าเป่าตอบกลับอย่างแข็งขันเรื่องดูแลน้องชายเขาทำทุกวันอยู่แล้ว และไม่หวังว่าแม่จะซื้ออะไรกลับมาให้ เพราะที่ผ่านมาแค่ได้กินข้าวในแต่ละวัน ก็นับว่าดีแล้ว“ลูกอยากได้อะไรไหม แม่จะซื้
บทที่ 3 ทะลุมิติมาเป็นแม่แสนร้ายที่กำลังจะถูกหย่า 70sเมื่อตกลงกันได้แล้ว หลี่เจี้ยนกั๋วก็ออกไปทำงานที่หน่วยผลิต ก่อนหน้านี้เขาคือทหารที่อยู่ในกองทัพ แต่เพราะจ้าวฮุยมักจะไปหาเรื่องอยู่บ่อยครั้ง ทำให้เขาถูกส่งมาประจำที่หน่วยผลิตของหมู่บ้านแทน เหมือนจะถูกลดตำแหน่ง แต่ก็ยังใส่เครื่องแบบทหารไปทำงาน และได้รับสวัสดิการของกรมทหารจ้าวฮุยเดินเข้าครัวโดยหวังว่าจะทำอาหารเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ลูกทั้งสองคนได้กินก่อน แต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้ากลับว่างเปล่า ข้าวสารหมด อาหารไม่มี แม้แต่ต้นหอมสักต้นก็ไม่เหลือ“อ้าว ไม่มีอะไรเลยแบบนี้ แล้วฉันจะทำอาหารให้ลูกทั้งสองยังไง เธอโคตรเลวเลยนะจ้าวฮุย เอาแต่ความสุขและความสบายของตัวเอง ส่วนลูกทั้งสองและสามีกลับผอมแห้งไม่ต่างกับตะเกียบเดินได้ ฉันไม่เคยเจอใครเห็นแก่ตัวและชั่วเหมือนเธอเลย”หญิงสาวด่าเจ้าของร่างอย่างไม่เกรงใจ แต่ก็เงียบไปอึดใจหนึ่ง เพราะรู้สึกเหมือนว่าเธอกำลังด่าตัวเองแต่ในขณะนั้นเอง เธอรู้สึกเย็นยะเยือกทั่วทั้งร่าง จึงหลับตาลง และเมื่อลืมตาขึ้นมาก็พบว่าได้โผล่มายังอีกสถานที่แห่งหนึ่ง เมื่อมองดูรอบ ๆ ก็พบว่านี่คือโกดังเก็บของขนาดใหญ่ ที่เธอเตรียมไว้รับมือภัย







