Masukส่วนหลี่มู่เฉินได้ยินบทสนทนาก็พยักหน้าตาม ก่อนจะหยิบตะเกียบขึ้น แล้วจัดการกินข้าวผัดไข่คำแรก
เพียงแค่ข้าวเข้าปาก เด็กน้อยก็มีดวงตาเป็นประกาย จากนั้นก็พยักหน้าและยิ้มให้พี่ชาย
พอเห็นน้องชายยิ้มอย่างมีความสุข เด็กอย่างหลี่ต้าเป่าจึงยิ้มอีกคน ก่อนจะลงมือกินข้าวตามน้องชาย และเพียงคำแรกที่ได้ลิ้มรส ดวงตาของเขาเป็นประกายเหมือนกัน แถมยังเอ่ยปากชม “อร่อยมากครับแม่”
“อร่อยก็กินให้หมดจานเลยนะ ถ้าไม่อิ่มเดี๋ยวแม่จะทำให้ใหม่” จ้าวฮุยยิ้มและบอกทั้งสองด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
เด็กทั้งสองพยักหน้ารับ จากนั้นก็รีบกินข้าวต่อ จนจ้าวฮุยต้องปรามให้ค่อย ๆ กิน
เมื่อลูกทั้งสองกินอิ่มแล้ว เธอจึงเก็บถ้วยชามไปล้าง ก่อนจะเดินออกมาอีกครั้ง
“ลูกทั้งสองอยู่กันเองได้หรือเปล่า แม่จะออกไปซื้ออาหารสักหน่อย เสบียงบ้านเราหมดแล้ว” เธอถามทั้งสองคนด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
“ได้ครับแม่ ผมจะดูน้องเอง” หลี่ต้าเป่าตอบกลับอย่างแข็งขัน
เรื่องดูแลน้องชายเขาทำทุกวันอยู่แล้ว และไม่หวังว่าแม่จะซื้ออะไรกลับมาให้ เพราะที่ผ่านมาแค่ได้กินข้าวในแต่ละวัน ก็นับว่าดีแล้ว
“ลูกอยากได้อะไรไหม แม่จะซื้อมาฝาก” เธอยังถามอย่างใส่ใจ
“ไม่ครับ บ้านเราไม่ค่อยมีเงิน ซื้อของจำเป็นก็พอครับแม่” เป็นหลี่ต้าเป่าที่ตอบกลับมา และน้องชายก็พยักหน้าเห็นด้วยกับพี่ชาย
จ้าวฮุยได้ยินอย่างนั้นจึงนิ่งไปเล็กน้อย เธอไม่คิดว่าลูกชายจะมีอายุเพียงห้าขวบ เพราะคำพูดคำจาของเขาเกินวัยไปมาก
“อืม ถ้าอย่างนั้นแม่ไปก่อนนะ แล้วแม่จะรีบกลับมา”
เธอพยักหน้ารับรู้และบอกลูกทั้งสองคน แล้วแสร้งเดินเข้าไปหยิบตะกร้าสะพายหลัง จากนั้นก็เดินออกจากบ้านมา
จ้าวฮุยเดินออกมาจากบ้าน ก็ต้องผ่านสายตาคนทั้งหมู่บ้าน เนื่องจากบ้านของเธออยู่เกือบท้ายหมู่บ้าน แม้ไม่อยากสนใจเสียงของผู้คนที่ซุบซิบนินทา แต่ก็ต้องฟังมาตลอดทาง เพราะวีรกรรมที่ร่างเดิมทำไว้ไม่น้อยเลย
“นั่นมันจ้าวฮุย ลูกสะใภ้บ้านหลี่นี่”
“เฮ้อ...จะว่าไปแล้ว สงสารนายทหารหลี่เหมือนกันนะ แต่งเมียเข้าบ้านก็ดันเป็นคนขี้เกียจ วัน ๆ ไม่ทำอะไร ลูกก็ไม่ดูแล”
เสียงนินทาเริ่มดังมากขึ้น เหมือนอยากจะให้เจ้าตัวได้ยิน ทว่าจ้าวฮุยยังคงนิ่งเฉย นั่นเพราะร่างเดิมร้ายกาจจริง ๆ จึงทำให้คนทั้งหมู่บ้านแทบจะไม่ชอบเธอเลย
หญิงสาวจึงเดินเลี่ยงออกมาเพื่อหลีกหนีการปะทะ แต่ดูเหมือนว่าสถานการณ์จะไม่เป็นใจสักเท่าไร เพราะดันมาเจอคู่อริของร่างนี้เสียได้
“หล่อนจะไปไหนน่ะ คงไปผลาญเงินพี่เจี้ยนกั๋วอีกล่ะสิ” ม่านเซียนเดินมาดักหน้าจ้าวฮุยไว้แล้วพูดอย่างไม่พอใจ
“ฉันจะผลาญเงินสามีแล้วมันยังไงเหรอ คนนอกอย่างเธอมีสิทธิ์มาสอดปากหรือไง” จ้าวฮุยเชิดหน้าขึ้นแล้วโต้กลับทันที ในใจก็คิดว่า ‘เอาสิ ด่ามาด่ากลับไม่โกงย่ะ มีปากด่าเป็นคนเดียวหรือไง’
ในขณะที่ม่านเซียนกำลังจะกรีดร้องอย่างไม่พอใจ แต่โดนเสียงกรีดร้องของจ้าวฮุยดักไว้เสียก่อน
“กรี๊ดดดดด หล่อนกล้าด่าฉันเหรอ”
จ้าวฮุยทำท่าและส่งเสียงเลียนแบบม่านเซียนตามความทรงจำที่มี โดยทุกครั้งที่อีกฝ่ายเถียงสู้ไม่ได้ ก็จะกรีดร้องแบบนี้ทุกครั้ง ย้ำว่าทุกครั้ง ก่อนที่หญิงสาวจะพูดต่อด้วยท่าทีกลับมาปกติ
“เธอเลิกทำตัวไร้สาระได้แล้วนะ เถียงไม่ทัน ด่าไม่ทันก็ร้องกรี๊ด ๆ ราวกับคนบ้า เอาเวลาที่ทะเลาะกับฉันไปทำประโยชน์อย่างอื่นเถอะ ฉันเองก็เบื่อจะทะเลาะกับเธอแล้ว เอาเวลาไปดูแลลูกทั้งสองยังดีกว่าเยอะเลย”
ที่หญิงสาวพูดไปอย่างนั้น เพราะนี่คือเรื่องจริง แทนที่จะเอาเวลามาทะเลาะหรือตบตีกันทุกครั้งที่เจอหน้า ไม่สู้เอาเวลาไปทำงาน หรือทำในสิ่งที่มีสาระดีกว่า จะมานั่งทะเลาะตบตีกันทำไม
ม่านเซียนแทบจะขยี้หูตัวเองกับสิ่งที่ได้ยิน ‘มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว นังจ้าวฮุยไม่อยากทะเลาะด้วย เพราะจะเอาเวลาไปเลี้ยงลูก นังนี่มันกินอะไรผิดสำแดงหรือเปล่าเนี่ย’ เธอได้แต่คิดในใจอย่างสงสัย
จ้าวฮุยไม่สนใจจะตอบหรือพูดคุยต่อ จึงรีบเดินออกมาทันที
‘ความจริงก็อยากไปตลาดมืดดูเหมือนกัน แต่วันนี้เหมือนจะไม่เหมาะสักเท่าไร ไปแค่หน้าหมู่บ้านแล้วหาที่ลับตาคน เพื่อเอาเสบียงและอาหารออกมาดีกว่า วันหลังค่อยไปก็ได้ เผื่อว่าจะหาเงินหางานได้ อย่างน้อยสองสามวันนี้ จะต้องลองสร้างวิทยุหรือทีวีสักหน่อย เผื่อจะเอาไปขายได้ หรือไม่ ก็ไปหาซื้อของเสียของพังมาซ่อม แล้วขายเป็นของมือสองน่าจะดีเหมือนกัน’ เธอเดินไปก็ครุ่นคิดในใจไป
ส่วนม่านเซียนและชาวบ้านที่ได้ยินสิ่งที่หญิงสาวพูดออกมา ต่างมองตามแผ่นหลังของจ้าวฮุยไปจนลับสายตา เพราะไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเดินจากไปง่าย ๆ โดยไม่มีเรื่องทะเลาะกับคนในหมู่บ้านหรืออริของเธอ
บทที่ 8 ทะลุมิติมาเป็นแม่แสนร้ายที่กำลังจะถูกหย่า 70sเสิ่นเนี่ยนฟางซึ่งเป็นภรรยาของจ้าวโม่ชวน ได้ขอลางานมาหนึ่งชั่วโมง เพราะสามีบอกให้มาคุยกับจ้าวฮุย เธอมาอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ เนื่องจากทุกครั้งที่มามักจะถูกอีกฝ่ายด่าและถูกไล่บ่อยครั้ง แต่เมื่อสามีลางานมาไม่ได้ เขาเลยให้เธอมาแทน“จ้าวฮุย อยู่บ้านไหม” เสิ่นเนี่ยนฟางส่งเสียงเรียกอยู่ที่หน้าบ้าน อย่างหวาดกลัว โดยไม่รู้เลยว่าน้องสามีคนนี้ได้เปลี่ยนไปแล้วจ้าวฮุยได้ยินเสียงเรียกจึงได้ชะโงกหน้าออกมาดู เมื่อพบว่าคนที่มาเรียกคือพี่สะใภ้ของตนเอง จึงรีบเดินออกมาพร้อมรอยยิ้ม“อ้าวพี่สะใภ้ วันนี้ไม่ทำงานเหรอถึงมาหาฉันได้ เข้ามาในบ้านก่อนสิ” จ้าวฮุยทักทายอย่างเป็นกันเองและเชื้อเชิญเข้าบ้านด้วยรอยยิ้มเสิ่นเนี่ยนฟางแทบจะขยี้ตาเพราะคิดว่านี่คือความฝัน เธอไม่ถูกน้องสามีด่าและไล่กลับเหมือนทุกครั้ง แต่อีกฝ่ายกลับเชื้อเชิญเธอเข้าบ้าน แถมยังยิ้มแย้มให้อย่างสนิทสนมอีก‘เกิดอะไรขึ้นกันแน่ หรือว่าวันนี้พระอาทิตย์ขึ้นผิดทาง’ เธอคิดอย่างแปลกใจ“พอดีพี่โม่ชวนให้พี่มาถามเรื่อง...เอ่อ” เธอมีน้ำเสียงตะกุกตะกักในตอนที่ถาม เพราะรู้ดีว่านี่คือเรื่องส่วนตัวของน้องสามี
บทที่ 7 ทะลุมิติมาเป็นแม่แสนร้ายที่กำลังจะถูกหย่า 70sจ้าวฮุ่ยเงยหน้ากลอกตามองบนอย่างเบื่อหน่ายและคิดในใจ ‘ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมร่างเดิมถึงร้ายกาจ ก็น่าจะเพราะบ้านหลี่เป็นอย่างนี้ไงล่ะ’ “บ้านเราจะทำอะไรกิน มันเกี่ยวกับบ้านใหญ่ด้วยเหรอ ในเมื่อตอนนี้ก็ได้แยกบ้านกันแล้ว อีกทั้งบ้านของเรายังจ่ายเงินตามที่บ้านใหญ่ร้องขอทุกเดือน” เธอตอบกลับไปอย่างเย็นชา ชาวบ้านได้ยินต่างพยักหน้าตามอย่างเห็นด้วยกับหญิงสาว หลี่เจี้ยนกั๋วแยกบ้านเมื่อหลายปีก่อน เพราะบ้านใหญ่ไม่พอใจสะใภ้อย่างจ้าวฮุย เมื่ออยู่ด้วยกันก็มีแต่จะทะเลาะกันเสียงดังลั่นบ้าน ชายหนุ่มจึงตัดสินใจขอแยกบ้านเพื่อความสงบสุข แต่ก็ยังส่งเงินให้บ้านใหญ่เดือนละสองหยวน ไม่อย่างนั้นแม่สามีอย่างเหมาหรงจะไม่ยอมให้แยกบ้าน เมื่อถูกคำพูดของสะใภ้ตอกหน้า แล้วยังมีสายตาชาวบ้านมองอย่างอยากรู้ เหมาหรงเลยขึ้นเสียงใส่สะใภ้อีกครั้ง “แล้วอย่างไร ฉันก็แค่ถามเท่านั้น เผื่อว่าสะใภ้อย่างเธอจะแบ่งอาหารให้บ้านใหญ่ เพื่อแสดงความกตัญญูบ้าง” “แล้วแม่เคยเห็นฉันกตัญญูไหมล่ะ มาบ้านนี้แม่อย่ามาหาความกตัญญูจากสะใภ้คนนี้เลยนะ เพราะฉันไม่มีให้!” หญิงสาวสวนกลับแม่สามีตามแบบฉ
บทที่ 6 ทะลุมิติมาเป็นแม่แสนร้ายที่กำลังจะถูกหย่า 70sหย่งซื่อเกลียดจ้าวฮุย เพราะเธอคือภรรยาใหม่ของจ้าวตง และเป็นแม่เลี้ยงของจ้าวโม่ชวนกับจ้าวฮุย “เรื่องหย่าร้างฉันยังไม่รู้ว่าจริงเท็จแค่ไหน พวกเราก็อย่าเพิ่งทำตัวเป็นกระต่ายตื่นตูมเลย รอให้บ้านหลี่ส่งข่าวมาก่อนเถอะ ค่อยคิดว่าจะทำยังไง” จ้าวตงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงมีความกังวลเล็กน้อยถึงแม้บ้านจ้าวและบ้านหลี่จะอยู่คนละหมู่บ้าน แต่ก็ไม่ไกลกันมากนัก อีกทั้งคนในหมู่บ้านนี้ ยังคงต้องไปทำงานในหน่วยผลิตเดียวกัน แต่วันนี้เขาเหนื่อยเลยหยุดงาน มีเพียงลูกชายและลูกสะใภ้ไปทำงานเพียงสองคน เขาจึงยังไม่ได้ข่าวอะไร“ต้องรอให้เรื่องมาถึงก่อนเหรอพ่อถึงจะแก้ไข ทำไมพ่อไม่ไปพูดให้พี่รองเลิกคิดเรื่องหย่าล่ะ ถ้าพี่รองกลับมาอยู่บ้านนี้ พวกเราคงวุ่นวายและเดือดร้อนหนักแน่” จ้าวหลินยังคงพูดอย่างไม่ยอม หัวเด็ดตีนขาดอย่างไร เธอก็ไม่มีทางให้พี่สาวอย่างจ้าวฮุยกลับมาอยู่บ้านจ้าวแน่ “เอาเถอะ พวกเธอแม่ลูกก็อย่าเพิ่งคิดไปก่อน พรุ่งนี้ฉันไปทำงานที่หมู่บ้านนั้น เดี๋ยวฉันจะลองถามเรื่องนี้เอง จ้าวฮุยคงมีคำตอบที่ดีให้” จ้าวตงพูดเพื่อตัดรำคาญแล้วถอนหายใจเล็กน้อย เขาหวังว่าเร
บทที่ 5 ทะลุมิติมาเป็นแม่แสนร้ายที่กำลังจะถูกหย่า 70sเวลาผ่านไปราวสองชั่วโมง จ้าวฮุยทำทีเดินหอบหิ้วของมากมายกลับเข้ามาในหมู่บ้านอีกครั้ง เพื่อให้ทุกคนเห็นว่าเธอกลับมาแล้ว นั่นเพราะต้องการให้คนรู้ว่า เธอไปซื้อของมาจริง ๆ ทั้ง ๆ ที่ช่วงเวลาที่เธอหายไปนั้น เธอเข้าไปอยู่ในมิติมา และตอนนี้เธอก็สามารถสร้างวิทยุได้สามเครื่องแล้ว โดยตั้งใจว่าอีกสองสามวันจะลองเอาไปขายที่ตลาดมืดดูเมื่อกลับมาถึงบ้านจึงเรียกลูกทั้งสองคนเข้ามาหา หลี่ต้าเป่าและหลี่มู่เฉินยังมีความหวาดกลัวอยู่ ถึงแม้ว่าวันนี้แม่ของพวกเขาจะทำข้าวผัดไข่แสนอร่อยให้กินแล้วก็ตาม “ลูกอยากกินขนมไหม แม่ซื้อขนมปังไส้ถั่วมาให้ แล้วยังมีลูกอมรสนมอีกนะ” หญิงสาวที่เห็นลูก ๆ ยังนิ่งอยู่ก็บอกอย่างอ่อนโยนบอกเสร็จเธอก็หยิบขนมปังออกมาสองก้อน ตอนแรกก็คิดว่าจะหาคำตอบอย่างไรดี เมื่อบรรจุภัณฑ์ห่อขนมพวกนี้ล้วนเป็นของในยุคที่เธอจากมา แต่ไม่คิดว่าเมื่อเอาออกมาจากมิติแล้ว ทุกอย่างล้วนกลายเป็นแบบเดียวกับของในยุคนี้ ทำให้เธอเบาใจขึ้นมาก หากถูกลูกและสามีถามถึงที่มาของขนมพวกนี้ ก็แค่บอกว่าซื้อมาจากตลาด“ผมกับน้องกินได้ใช่ไหมครับแม่ คราวหลังแม่ไม่ต้องซื้อมา
บทที่ 4 ทะลุมิติมาเป็นแม่แสนร้ายที่กำลังจะถูกหย่า 70sส่วนหลี่มู่เฉินได้ยินบทสนทนาก็พยักหน้าตาม ก่อนจะหยิบตะเกียบขึ้น แล้วจัดการกินข้าวผัดไข่คำแรกเพียงแค่ข้าวเข้าปาก เด็กน้อยก็มีดวงตาเป็นประกาย จากนั้นก็พยักหน้าและยิ้มให้พี่ชายพอเห็นน้องชายยิ้มอย่างมีความสุข เด็กอย่างหลี่ต้าเป่าจึงยิ้มอีกคน ก่อนจะลงมือกินข้าวตามน้องชาย และเพียงคำแรกที่ได้ลิ้มรส ดวงตาของเขาเป็นประกายเหมือนกัน แถมยังเอ่ยปากชม “อร่อยมากครับแม่”“อร่อยก็กินให้หมดจานเลยนะ ถ้าไม่อิ่มเดี๋ยวแม่จะทำให้ใหม่” จ้าวฮุยยิ้มและบอกทั้งสองด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเด็กทั้งสองพยักหน้ารับ จากนั้นก็รีบกินข้าวต่อ จนจ้าวฮุยต้องปรามให้ค่อย ๆ กินเมื่อลูกทั้งสองกินอิ่มแล้ว เธอจึงเก็บถ้วยชามไปล้าง ก่อนจะเดินออกมาอีกครั้ง“ลูกทั้งสองอยู่กันเองได้หรือเปล่า แม่จะออกไปซื้ออาหารสักหน่อย เสบียงบ้านเราหมดแล้ว” เธอถามทั้งสองคนด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม“ได้ครับแม่ ผมจะดูน้องเอง” หลี่ต้าเป่าตอบกลับอย่างแข็งขันเรื่องดูแลน้องชายเขาทำทุกวันอยู่แล้ว และไม่หวังว่าแม่จะซื้ออะไรกลับมาให้ เพราะที่ผ่านมาแค่ได้กินข้าวในแต่ละวัน ก็นับว่าดีแล้ว“ลูกอยากได้อะไรไหม แม่จะซื้
บทที่ 3 ทะลุมิติมาเป็นแม่แสนร้ายที่กำลังจะถูกหย่า 70sเมื่อตกลงกันได้แล้ว หลี่เจี้ยนกั๋วก็ออกไปทำงานที่หน่วยผลิต ก่อนหน้านี้เขาคือทหารที่อยู่ในกองทัพ แต่เพราะจ้าวฮุยมักจะไปหาเรื่องอยู่บ่อยครั้ง ทำให้เขาถูกส่งมาประจำที่หน่วยผลิตของหมู่บ้านแทน เหมือนจะถูกลดตำแหน่ง แต่ก็ยังใส่เครื่องแบบทหารไปทำงาน และได้รับสวัสดิการของกรมทหารจ้าวฮุยเดินเข้าครัวโดยหวังว่าจะทำอาหารเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ลูกทั้งสองคนได้กินก่อน แต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้ากลับว่างเปล่า ข้าวสารหมด อาหารไม่มี แม้แต่ต้นหอมสักต้นก็ไม่เหลือ“อ้าว ไม่มีอะไรเลยแบบนี้ แล้วฉันจะทำอาหารให้ลูกทั้งสองยังไง เธอโคตรเลวเลยนะจ้าวฮุย เอาแต่ความสุขและความสบายของตัวเอง ส่วนลูกทั้งสองและสามีกลับผอมแห้งไม่ต่างกับตะเกียบเดินได้ ฉันไม่เคยเจอใครเห็นแก่ตัวและชั่วเหมือนเธอเลย”หญิงสาวด่าเจ้าของร่างอย่างไม่เกรงใจ แต่ก็เงียบไปอึดใจหนึ่ง เพราะรู้สึกเหมือนว่าเธอกำลังด่าตัวเองแต่ในขณะนั้นเอง เธอรู้สึกเย็นยะเยือกทั่วทั้งร่าง จึงหลับตาลง และเมื่อลืมตาขึ้นมาก็พบว่าได้โผล่มายังอีกสถานที่แห่งหนึ่ง เมื่อมองดูรอบ ๆ ก็พบว่านี่คือโกดังเก็บของขนาดใหญ่ ที่เธอเตรียมไว้รับมือภัย







