LOGINบทที่ 6 ทะลุมิติมาเป็นแม่แสนร้ายที่กำลังจะถูกหย่า 70s
หย่งซื่อเกลียดจ้าวฮุย เพราะเธอคือภรรยาใหม่ของจ้าวตง และเป็นแม่เลี้ยงของจ้าวโม่ชวนกับจ้าวฮุย “เรื่องหย่าร้างฉันยังไม่รู้ว่าจริงเท็จแค่ไหน พวกเราก็อย่าเพิ่งทำตัวเป็นกระต่ายตื่นตูมเลย รอให้บ้านหลี่ส่งข่าวมาก่อนเถอะ ค่อยคิดว่าจะทำยังไง” จ้าวตงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงมีความกังวลเล็กน้อย ถึงแม้บ้านจ้าวและบ้านหลี่จะอยู่คนละหมู่บ้าน แต่ก็ไม่ไกลกันมากนัก อีกทั้งคนในหมู่บ้านนี้ ยังคงต้องไปทำงานในหน่วยผลิตเดียวกัน แต่วันนี้เขาเหนื่อยเลยหยุดงาน มีเพียงลูกชายและลูกสะใภ้ไปทำงานเพียงสองคน เขาจึงยังไม่ได้ข่าวอะไร “ต้องรอให้เรื่องมาถึงก่อนเหรอพ่อถึงจะแก้ไข ทำไมพ่อไม่ไปพูดให้พี่รองเลิกคิดเรื่องหย่าล่ะ ถ้าพี่รองกลับมาอยู่บ้านนี้ พวกเราคงวุ่นวายและเดือดร้อนหนักแน่” จ้าวหลินยังคงพูดอย่างไม่ยอม หัวเด็ดตีนขาดอย่างไร เธอก็ไม่มีทางให้พี่สาวอย่างจ้าวฮุยกลับมาอยู่บ้านจ้าวแน่ “เอาเถอะ พวกเธอแม่ลูกก็อย่าเพิ่งคิดไปก่อน พรุ่งนี้ฉันไปทำงานที่หมู่บ้านนั้น เดี๋ยวฉันจะลองถามเรื่องนี้เอง จ้าวฮุยคงมีคำตอบที่ดีให้” จ้าวตงพูดเพื่อตัดรำคาญแล้วถอนหายใจเล็กน้อย เขาหวังว่าเรื่องที่ได้ยินมาคงไม่ใช่เรื่องจริง ถึงจะเป็นพ่อของเธอ แต่ที่ผ่านมาลูกสาวคนนี้ ก็สร้างเรื่องให้ไม่เว้นวัน หลังจากแต่งงานไปก็ไม่ค่อยปวดหัวเท่าไร เขาเองก็ไม่อยากให้เธอกลับมาอยู่ที่บ้านนี้เหมือนกัน พอได้ยินจ้าวตงพูดแบบนั้นออกมา สองแม่ลูกก็ยิ้มอย่างพอใจ แล้วเดินเข้าไปในบ้านโดยไม่สนใจเรื่องนี้อีกหลี่เจี้ยนกั๋วนั่งทำงานอย่างเหม่อลอยเล็กน้อย แม้จะต้องมาทำงานตรวจตราความเรียบร้อยในหน่วยผลิตการเกษตรแทนจะอยู่ที่ค่ายทหาร แต่ก็ต้องทำงานด้านเอกสารเหมือนกัน
“เจี้ยนกั๋ว หัวหน้าโทรมาถามว่านายจะยื่นเรื่องหย่าเลยไหม เพราะกว่าจะอนุมัติคงเป็นเดือน” นายทหารที่อยู่ด้วยกันถามขึ้น หลังจากรับสายที่เจ้านายโทรมาสอบถาม เมื่อเจอคำถามนี้ ชายหนุ่มจึงนิ่งเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะตอบกลับไปอย่างไม่ลังเล “ไม่แล้วล่ะ ผมจะไม่หย่าในตอนนี้” สหายทหารแม้จะแปลกใจ แต่ก็เห็นว่าเรื่องส่วนตัวจึงไม่เอ่ยถามอะไรออกมา ได้แต่ตอบเจ้านายตามที่ได้ยิน หลี่เจี้ยนกั๋วก้มหน้าทำงานต่อ ทว่าภายในใจกลับครุ่นคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นกับจ้าวฮุยว่า ‘เกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่ แล้วสิ่งที่เธอพูดและสัญญาไว้จะจริงหรือเปล่า ต่อให้อยากจะรักษาครอบครัวไว้มากแค่ไหน ถ้าเธอยังทำตัวเหมือนเดิม อย่างไรเมื่อครบสามเดือนอย่างที่สัญญาไว้ ก็คงต้องหย่ากันอยู่ดี หวังว่าเธอจะเปลี่ยนตัวเองได้นะ จ้าวฮุย เพราะฉันเองก็ไม่อยากให้ลูกขาดแม่’ ชายหนุ่มได้แต่คิดอย่างมีความหวังอยู่เงียบ ๆ คนเดียวกลับมาทางด้านจ้าวฮุย
ตอนนี้หญิงสาวทำอาหารเสร็จแล้ว แต่รู้สึกหงุดหงิดในใจเพราะมีเสียงเรียกดังมาจากหน้าบ้าน ทำให้เธอต้องรีบวิ่งออกมา แล้วพบว่าแม่สามีและน้องสะใภ้ของเขา กำลังยืนรออยู่พร้อมกับส่งเสียงเอะอะโวยวาย “มาแล้วเหรอ ได้ยินว่าหล่อนจะหย่าไม่ใช่หรือไง นี่ยังอยู่ แสดงว่าต้องการเรียกร้องอะไรเพิ่มเติมสินะ” สะใภ้รองพูดขึ้นมาอย่างไม่พอใจ หากจ้าวฮุยไม่ยอมหย่า เพราะต้องการเรียกเงินหรือทรัพย์สินเพิ่ม แบบนี้เงินที่พี่ชายของสามีต้องส่งกลับบ้านหลี่ ก็ต้องน้อยลงไปด้วยน่ะสิ ‘มาอีกแล้ว ไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าทำไมคนพวกนี้ต้องมาหาเรื่องกันบ่อย ๆ ด้วย แม่สามีก็แม่สามีเถอะ หากมาหาเรื่องอีก ฉันก็พร้อมสวนกลับเหมือนกัน แม้จะแยกบ้านออกมา แต่ยังต้องส่งเงินเดือนกลับบ้านทุกเดือน นี่คงเป็นอีกเหตุผลที่เจ้าของร่างเดิมไม่พอใจ’ หญิงสาวคิดอย่างไม่ยินยอมอยู่ในใจ ก่อนจะตอบกลับ “ฉันไม่หย่าเพราะไม่อยากหย่า ไม่เกี่ยวกับการเรียกร้องอะไรเพิ่มอย่างที่แม่กับน้องสะใภ้กำลังเข้าใจ” จ้าวฮุยตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง และเลือกที่จะไม่เชิญพวกเธอเข้ามาในบ้าน “อย่างนั้นเหรอ ไม่หย่าแล้วก็ตามใจ แต่หล่อนต้องส่งเงินกลับบ้านหลี่ทุกเดือน ห้ามมีปัญหาเด็ดขาด” เหมาหรงสะบัดเสียงตอบกลับอย่างไม่พอใจ และไม่วายกำชับเรื่องส่งเงินกลับบ้าน เมื่อพูดจบก็ทำท่าจะเดินกลับไป แต่เหมือนจะได้กลิ่นอาหารจานเนื้อ จึงหันกลับมาและทำจมูกฟุดฟิด “บ้านหล่อนทำอะไรกิน นี่มันกลิ่นเนื้อไม่ใช่เหรอ” เหมาหรงถามอย่างสงสัย พร้อมกับพยายามมองเข้าไปในบ้านบทที่ 8 ทะลุมิติมาเป็นแม่แสนร้ายที่กำลังจะถูกหย่า 70sเสิ่นเนี่ยนฟางซึ่งเป็นภรรยาของจ้าวโม่ชวน ได้ขอลางานมาหนึ่งชั่วโมง เพราะสามีบอกให้มาคุยกับจ้าวฮุย เธอมาอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ เนื่องจากทุกครั้งที่มามักจะถูกอีกฝ่ายด่าและถูกไล่บ่อยครั้ง แต่เมื่อสามีลางานมาไม่ได้ เขาเลยให้เธอมาแทน“จ้าวฮุย อยู่บ้านไหม” เสิ่นเนี่ยนฟางส่งเสียงเรียกอยู่ที่หน้าบ้าน อย่างหวาดกลัว โดยไม่รู้เลยว่าน้องสามีคนนี้ได้เปลี่ยนไปแล้วจ้าวฮุยได้ยินเสียงเรียกจึงได้ชะโงกหน้าออกมาดู เมื่อพบว่าคนที่มาเรียกคือพี่สะใภ้ของตนเอง จึงรีบเดินออกมาพร้อมรอยยิ้ม“อ้าวพี่สะใภ้ วันนี้ไม่ทำงานเหรอถึงมาหาฉันได้ เข้ามาในบ้านก่อนสิ” จ้าวฮุยทักทายอย่างเป็นกันเองและเชื้อเชิญเข้าบ้านด้วยรอยยิ้มเสิ่นเนี่ยนฟางแทบจะขยี้ตาเพราะคิดว่านี่คือความฝัน เธอไม่ถูกน้องสามีด่าและไล่กลับเหมือนทุกครั้ง แต่อีกฝ่ายกลับเชื้อเชิญเธอเข้าบ้าน แถมยังยิ้มแย้มให้อย่างสนิทสนมอีก‘เกิดอะไรขึ้นกันแน่ หรือว่าวันนี้พระอาทิตย์ขึ้นผิดทาง’ เธอคิดอย่างแปลกใจ“พอดีพี่โม่ชวนให้พี่มาถามเรื่อง...เอ่อ” เธอมีน้ำเสียงตะกุกตะกักในตอนที่ถาม เพราะรู้ดีว่านี่คือเรื่องส่วนตัวของน้องสามี
บทที่ 7 ทะลุมิติมาเป็นแม่แสนร้ายที่กำลังจะถูกหย่า 70sจ้าวฮุ่ยเงยหน้ากลอกตามองบนอย่างเบื่อหน่ายและคิดในใจ ‘ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมร่างเดิมถึงร้ายกาจ ก็น่าจะเพราะบ้านหลี่เป็นอย่างนี้ไงล่ะ’ “บ้านเราจะทำอะไรกิน มันเกี่ยวกับบ้านใหญ่ด้วยเหรอ ในเมื่อตอนนี้ก็ได้แยกบ้านกันแล้ว อีกทั้งบ้านของเรายังจ่ายเงินตามที่บ้านใหญ่ร้องขอทุกเดือน” เธอตอบกลับไปอย่างเย็นชา ชาวบ้านได้ยินต่างพยักหน้าตามอย่างเห็นด้วยกับหญิงสาว หลี่เจี้ยนกั๋วแยกบ้านเมื่อหลายปีก่อน เพราะบ้านใหญ่ไม่พอใจสะใภ้อย่างจ้าวฮุย เมื่ออยู่ด้วยกันก็มีแต่จะทะเลาะกันเสียงดังลั่นบ้าน ชายหนุ่มจึงตัดสินใจขอแยกบ้านเพื่อความสงบสุข แต่ก็ยังส่งเงินให้บ้านใหญ่เดือนละสองหยวน ไม่อย่างนั้นแม่สามีอย่างเหมาหรงจะไม่ยอมให้แยกบ้าน เมื่อถูกคำพูดของสะใภ้ตอกหน้า แล้วยังมีสายตาชาวบ้านมองอย่างอยากรู้ เหมาหรงเลยขึ้นเสียงใส่สะใภ้อีกครั้ง “แล้วอย่างไร ฉันก็แค่ถามเท่านั้น เผื่อว่าสะใภ้อย่างเธอจะแบ่งอาหารให้บ้านใหญ่ เพื่อแสดงความกตัญญูบ้าง” “แล้วแม่เคยเห็นฉันกตัญญูไหมล่ะ มาบ้านนี้แม่อย่ามาหาความกตัญญูจากสะใภ้คนนี้เลยนะ เพราะฉันไม่มีให้!” หญิงสาวสวนกลับแม่สามีตามแบบฉ
บทที่ 6 ทะลุมิติมาเป็นแม่แสนร้ายที่กำลังจะถูกหย่า 70sหย่งซื่อเกลียดจ้าวฮุย เพราะเธอคือภรรยาใหม่ของจ้าวตง และเป็นแม่เลี้ยงของจ้าวโม่ชวนกับจ้าวฮุย “เรื่องหย่าร้างฉันยังไม่รู้ว่าจริงเท็จแค่ไหน พวกเราก็อย่าเพิ่งทำตัวเป็นกระต่ายตื่นตูมเลย รอให้บ้านหลี่ส่งข่าวมาก่อนเถอะ ค่อยคิดว่าจะทำยังไง” จ้าวตงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงมีความกังวลเล็กน้อยถึงแม้บ้านจ้าวและบ้านหลี่จะอยู่คนละหมู่บ้าน แต่ก็ไม่ไกลกันมากนัก อีกทั้งคนในหมู่บ้านนี้ ยังคงต้องไปทำงานในหน่วยผลิตเดียวกัน แต่วันนี้เขาเหนื่อยเลยหยุดงาน มีเพียงลูกชายและลูกสะใภ้ไปทำงานเพียงสองคน เขาจึงยังไม่ได้ข่าวอะไร“ต้องรอให้เรื่องมาถึงก่อนเหรอพ่อถึงจะแก้ไข ทำไมพ่อไม่ไปพูดให้พี่รองเลิกคิดเรื่องหย่าล่ะ ถ้าพี่รองกลับมาอยู่บ้านนี้ พวกเราคงวุ่นวายและเดือดร้อนหนักแน่” จ้าวหลินยังคงพูดอย่างไม่ยอม หัวเด็ดตีนขาดอย่างไร เธอก็ไม่มีทางให้พี่สาวอย่างจ้าวฮุยกลับมาอยู่บ้านจ้าวแน่ “เอาเถอะ พวกเธอแม่ลูกก็อย่าเพิ่งคิดไปก่อน พรุ่งนี้ฉันไปทำงานที่หมู่บ้านนั้น เดี๋ยวฉันจะลองถามเรื่องนี้เอง จ้าวฮุยคงมีคำตอบที่ดีให้” จ้าวตงพูดเพื่อตัดรำคาญแล้วถอนหายใจเล็กน้อย เขาหวังว่าเร
บทที่ 5 ทะลุมิติมาเป็นแม่แสนร้ายที่กำลังจะถูกหย่า 70sเวลาผ่านไปราวสองชั่วโมง จ้าวฮุยทำทีเดินหอบหิ้วของมากมายกลับเข้ามาในหมู่บ้านอีกครั้ง เพื่อให้ทุกคนเห็นว่าเธอกลับมาแล้ว นั่นเพราะต้องการให้คนรู้ว่า เธอไปซื้อของมาจริง ๆ ทั้ง ๆ ที่ช่วงเวลาที่เธอหายไปนั้น เธอเข้าไปอยู่ในมิติมา และตอนนี้เธอก็สามารถสร้างวิทยุได้สามเครื่องแล้ว โดยตั้งใจว่าอีกสองสามวันจะลองเอาไปขายที่ตลาดมืดดูเมื่อกลับมาถึงบ้านจึงเรียกลูกทั้งสองคนเข้ามาหา หลี่ต้าเป่าและหลี่มู่เฉินยังมีความหวาดกลัวอยู่ ถึงแม้ว่าวันนี้แม่ของพวกเขาจะทำข้าวผัดไข่แสนอร่อยให้กินแล้วก็ตาม “ลูกอยากกินขนมไหม แม่ซื้อขนมปังไส้ถั่วมาให้ แล้วยังมีลูกอมรสนมอีกนะ” หญิงสาวที่เห็นลูก ๆ ยังนิ่งอยู่ก็บอกอย่างอ่อนโยนบอกเสร็จเธอก็หยิบขนมปังออกมาสองก้อน ตอนแรกก็คิดว่าจะหาคำตอบอย่างไรดี เมื่อบรรจุภัณฑ์ห่อขนมพวกนี้ล้วนเป็นของในยุคที่เธอจากมา แต่ไม่คิดว่าเมื่อเอาออกมาจากมิติแล้ว ทุกอย่างล้วนกลายเป็นแบบเดียวกับของในยุคนี้ ทำให้เธอเบาใจขึ้นมาก หากถูกลูกและสามีถามถึงที่มาของขนมพวกนี้ ก็แค่บอกว่าซื้อมาจากตลาด“ผมกับน้องกินได้ใช่ไหมครับแม่ คราวหลังแม่ไม่ต้องซื้อมา
บทที่ 4 ทะลุมิติมาเป็นแม่แสนร้ายที่กำลังจะถูกหย่า 70sส่วนหลี่มู่เฉินได้ยินบทสนทนาก็พยักหน้าตาม ก่อนจะหยิบตะเกียบขึ้น แล้วจัดการกินข้าวผัดไข่คำแรกเพียงแค่ข้าวเข้าปาก เด็กน้อยก็มีดวงตาเป็นประกาย จากนั้นก็พยักหน้าและยิ้มให้พี่ชายพอเห็นน้องชายยิ้มอย่างมีความสุข เด็กอย่างหลี่ต้าเป่าจึงยิ้มอีกคน ก่อนจะลงมือกินข้าวตามน้องชาย และเพียงคำแรกที่ได้ลิ้มรส ดวงตาของเขาเป็นประกายเหมือนกัน แถมยังเอ่ยปากชม “อร่อยมากครับแม่”“อร่อยก็กินให้หมดจานเลยนะ ถ้าไม่อิ่มเดี๋ยวแม่จะทำให้ใหม่” จ้าวฮุยยิ้มและบอกทั้งสองด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเด็กทั้งสองพยักหน้ารับ จากนั้นก็รีบกินข้าวต่อ จนจ้าวฮุยต้องปรามให้ค่อย ๆ กินเมื่อลูกทั้งสองกินอิ่มแล้ว เธอจึงเก็บถ้วยชามไปล้าง ก่อนจะเดินออกมาอีกครั้ง“ลูกทั้งสองอยู่กันเองได้หรือเปล่า แม่จะออกไปซื้ออาหารสักหน่อย เสบียงบ้านเราหมดแล้ว” เธอถามทั้งสองคนด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม“ได้ครับแม่ ผมจะดูน้องเอง” หลี่ต้าเป่าตอบกลับอย่างแข็งขันเรื่องดูแลน้องชายเขาทำทุกวันอยู่แล้ว และไม่หวังว่าแม่จะซื้ออะไรกลับมาให้ เพราะที่ผ่านมาแค่ได้กินข้าวในแต่ละวัน ก็นับว่าดีแล้ว“ลูกอยากได้อะไรไหม แม่จะซื้
บทที่ 3 ทะลุมิติมาเป็นแม่แสนร้ายที่กำลังจะถูกหย่า 70sเมื่อตกลงกันได้แล้ว หลี่เจี้ยนกั๋วก็ออกไปทำงานที่หน่วยผลิต ก่อนหน้านี้เขาคือทหารที่อยู่ในกองทัพ แต่เพราะจ้าวฮุยมักจะไปหาเรื่องอยู่บ่อยครั้ง ทำให้เขาถูกส่งมาประจำที่หน่วยผลิตของหมู่บ้านแทน เหมือนจะถูกลดตำแหน่ง แต่ก็ยังใส่เครื่องแบบทหารไปทำงาน และได้รับสวัสดิการของกรมทหารจ้าวฮุยเดินเข้าครัวโดยหวังว่าจะทำอาหารเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ลูกทั้งสองคนได้กินก่อน แต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้ากลับว่างเปล่า ข้าวสารหมด อาหารไม่มี แม้แต่ต้นหอมสักต้นก็ไม่เหลือ“อ้าว ไม่มีอะไรเลยแบบนี้ แล้วฉันจะทำอาหารให้ลูกทั้งสองยังไง เธอโคตรเลวเลยนะจ้าวฮุย เอาแต่ความสุขและความสบายของตัวเอง ส่วนลูกทั้งสองและสามีกลับผอมแห้งไม่ต่างกับตะเกียบเดินได้ ฉันไม่เคยเจอใครเห็นแก่ตัวและชั่วเหมือนเธอเลย”หญิงสาวด่าเจ้าของร่างอย่างไม่เกรงใจ แต่ก็เงียบไปอึดใจหนึ่ง เพราะรู้สึกเหมือนว่าเธอกำลังด่าตัวเองแต่ในขณะนั้นเอง เธอรู้สึกเย็นยะเยือกทั่วทั้งร่าง จึงหลับตาลง และเมื่อลืมตาขึ้นมาก็พบว่าได้โผล่มายังอีกสถานที่แห่งหนึ่ง เมื่อมองดูรอบ ๆ ก็พบว่านี่คือโกดังเก็บของขนาดใหญ่ ที่เธอเตรียมไว้รับมือภัย







