Mag-log inเพิ่งจะปากเก่งไปหยก ๆ ว่าไม่กลัว พอกลับถึงบ้าน ผมก็โดนคุณท่านกับคุณหญิงของบ้านเรียกตัวไปดุด่าอยู่ร่วมสองชั่วโมง ปิดท้ายด้วยการโดนลากไปขังในห้องนอน บังคับให้คัดหนังสือธรรมะหนึ่งร้อยหน้า ด้วยความหวังว่าลูกชายเพียงคนเดียวจะกลายเป็นดีมีศีลธรรม เคารพผู้หลักผู้ใหญ่ขึ้นมาบ้าง
“...” ผมนั่งเหม่ออยู่หน้าโต๊ะหนังสือด้วยความช็อกไม่หาย
นี่มันอะไรกันวะ ลงโทษให้คัดหนังสือธรรมะเนี่ยนะ!
แล้วอะไรคือไม่เคารพผู้หลักผู้ใหญ่ ไอ้คุณพระเอกมันแก่กว่าตัวร้ายแค่สองปีเอง พูดกันตามตรงแล้วเป็นเพื่อนกันได้ด้วยซ้ำ แต่พ่อกับแม่ดันทำเหมือนเขาแก่กว่าผมเป็นยี่สิบปีซะงั้น
แล้วก็ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องบังเอิญหรือเปล่า ใบหน้าพ่อแม่ของร่างนี้ดันเหมือนพ่อแม่ในชาติก่อนของผมเปี๊ยบ อย่างกับเป็นคนคนเดียวกัน ต่างกันก็แค่พ่อแม่ในโลกนี้ค่อนข้างดุกว่า คงเพราะด้วยฐานะละมั้ง ก็เลยทำให้พวกท่านมีนิสัยเฉียบขาดมากกว่าพ่อแม่ในโลกก่อน
ในเมื่อพ่อกับแม่มีหน้าตาเหมือนเดิม ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหน้าตาของผมจะเป็นยังไง ร่างนี้เองก็มีใบหน้าเหมือนผมเปี๊ยบ ต่างกันแค่ตรงสีผมและสีตา
ร่างนี้มีดวงตาและผมสีน้ำตาล ส่วนร่างเดิมเป็นสีดำ อ้อ ส่วนที่ต่างก็ยังมีชื่ออีกด้วย ชาติก่อนผมไม่ได้ชื่อเมล
เออ แต่เรื่องนั้นช่างมันไปเหอะ เรื่องที่สำคัญกว่าก็คือตอนนี้ผมกำลังโดนลงโทษต่างหาก!
ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูเรียกสติที่เตลิดของผมกลับคืนมา ไม่นานก็มีเสียงไขกุญแจดังขึ้น
“คุณเมลคะ ป้าเอามื้อเย็นมาส่งค่ะ”
ป้าแม่บ้านหน้าตาใจดีที่ผมหงอกเต็มศีรษะเดินถือถาดอาหารมาวางลงบนโต๊ะ จากนั้นก็ชะโงกหน้ามองกระดาษว่างเปล่าที่ไม่มีตัวหนังสือแม้แต่ตัวเดียว
“ยังไม่ได้เขียนเลยเหรอคะ คุณก็รู้ว่าพวกคุณท่านเวลาลงโทษแล้วไม่เคยอ่อนข้อ ถ้าเขียนไม่เสร็จ คุณไม่มีทางได้ออกไปจากห้องแน่ ๆ”
ไม่ ผมไม่รู้เรื่องนี้เลยป้า...
ด้วยความที่ต้นฉบับนิยายดำเนินเรื่องวนเวียนอยู่แค่กับพระเอกนายเอก จะกล่าวถึงตัวร้ายก็แค่ตอนที่โผล่ไปเสนอหน้ากับสองคนนั้นเท่านั้น ทำให้ผมไม่รู้เลยว่าจริง ๆ แล้วตัวร้ายใช้ชีวิตยังไงกันแน่
“แต่พรุ่งนี้ผมมีเข้ากองนะครับ”
พ่อแม่จะโหดถึงขั้นทำให้ลูกเสียการเสียงานจริงเหรอ
ไม่สิ...
พวกเขาทำได้
ถ้าจำไม่ผิด รู้สึกว่าในต้นฉบับ ตัวร้ายจะชอบเข้ากองสายเป็นประจำ ตอนที่อ่านผมก็คิดว่าตัวร้ายแค่ต้องการก่อกวนพระเอก หรือไม่ก็เขามีนิสัยไม่มีความรับผิดชอบเท่านั้น ที่แท้เรื่องนี้ก็มีสาเหตุ
ส่วนเหตุผลที่ว่าทำไมตัวร้ายทำตัวแบบนี้แล้วยังไม่ถูกแบน นั่นก็เพราะละครเรื่องนี้ได้ทุนสร้างหลักจากพระเอก และพระเอกคือใคร
ก็คือคู่หมั้นของตัวร้ายยังไงล่ะ!
ต่อให้ใครต่อใครอยากด่าพ่อล่อแม่ตัวร้าย แต่ก็ต้องขยำ ๆ แล้วกลืนคำด่าลงท้องไปเพราะไม่กล้าพูด
“คุณเมลเคยลองแล้วนี่คะ” ป้าแม่บ้านส่ายหน้าด้วยท่าทางเหมือนอ่อนใจ “คุณท่านกับคุณนายจะมาตรวจความคืบหน้าตอนเที่ยงคืน ถ้ายังคัดไม่ถึงครึ่ง พวกท่านก็จะไม่ให้คุณนอนเด็ดขาด”
“...” โอ้โห นี่ลูกชายเพียงคนเดียวแน่นะ
ตัวร้ายคงไม่ใช่ลูกของศัตรูที่ถูกเก็บมาเลี้ยงใช่ไหม
“เดี๋ยวป้าไปก่อนนะคะ พอดีละคนรอบเย็นจะมาแล้ว ป้าต้องไปดูเป็นเพื่อนคุณนายค่ะ”
“...ดูให้สนุกนะครับ”
ทำไมชีวิตคนใช้ในตระกูลนี้มันสบายจังวะ
หลังจากป้าแม่บ้านออกไปแล้ว ผมก็ลงมือกินอาหารเย็น โชคดีที่กับข้าวยังปกติ ไม่ใช่อาหารของนักโทษอะไรเทือกนั้น
“เอาวะ เขียนก็เขียน”
ในเมื่อต่อต้านไม่ได้ก็จงเข้าร่วมซะ
พรุ่งนี้ผมยังต้องเสนอหน้าไปขัดขวางพระเอกกับนายเอกอยู่นะ
ผมตัดสินใจแล้ว ไอ้นิยายน้ำเน่าเรื่องนี้ ผมจะไม่ให้มันจบแบบเดิม!
นายเอกจะคบกับใครก็ได้ แต่ต้องไม่ใช่ไอ้คนเฮงซวยคนนั้น
นี่ไม่ใช่เพื่อนายเอก แต่เพื่อตัวของผมเอง
ช่วงเที่ยงคืน ท่านพ่อท่านแม่ก็เสด็จมาเยือนอย่างที่ป้าแม่บ้านบอกเอาไว้ จนผมอยากจะถามเหลือเกินว่าทำไมพวกเขาถึงยังไม่นอน คนชราควรเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำไม่ใช่เหรอ แต่ก็ต้องยั้งปากเอาไว้ เพราะไม่งั้นจากคัดร้อยหน้าอาจได้เพิ่มเป็นสองร้อยแทน
โชคดีที่ผมขายวิญญาณให้ซาตาน ใช้วิชาไก่เขี่ยรีบเขียนจนได้มาครึ่งหนึ่งก่อนเที่ยงคืนแบบฉิวเฉียด
ถึงแม้ว่ามันจะอ่านไม่ออกเลยก็เถอะ
“ทำไมลายมือลูกเป็นแบบนี้” หญิงแม่พลิกสมุดไปมา สีหน้าเหมือนคนเหยียบขี้หมามา
ผมแกล้งตีหน้าเศร้านวดมือ “วันนี้เมลไม่ค่อยสบายเท่าไร มือเลยอ่อนแรงจับปากกาไม่ไหว”
แม่ทำหน้าเหมือนไม่เชื่อ หรี่ตาลงคล้ายจับผิด
“ถ้าไม่เชื่อแม่ก็โทรไปถามที่กองได้นะครับ มีหลายคนในกองเลยที่เห็นว่าเมลอาการไม่ค่อยดี”
“คุณหญิง ผมว่าวันนี้ก็ลงโทษลูกแค่นี้เถอะ ดูสิ เขาหน้าซีดจริง ๆ นั่นแหละ”
ขอโทษนะครับพ่อ เมื่อกี้ผมเอาแป้งโบกหน้ากับปากไปน่ะ...
“แต่ลูกทำผิดนะคะ” หญิงแม่หันไปคุยกับสามี “ตากันต์โทรมาบอกว่าน้องเมลไม่เคารพเขา พูดจาไม่ดีใส่ นี่ถ้าเขาเอาไปบอกพ่อแม่ คนบ้านนั้นก็จะมองลูกเราไม่ดี อนาคตแต่งงานกันไปน้องเมลจะลำบากเอานะคะ”
ผมฟังจบแล้วขึ้นเลย หัวนี่เดือดปุด ๆ
เป็นผู้ชายซะเปล่า ทำไมขี้ฟ้องจังวะ เรื่องแค่นี้ก็ต้องเอามาฟ้องด้วย ตัวเองก็ทำท่าทางไม่ดีเหมือนกันนั่นแหละ
“ที่เมลทำแบบนั้นเพราะมีเหตุผลนะ...” ผมก้มหน้าลง กะพริบตาถี่ ๆ เพื่อเรียกน้ำตา ฝ่ามือกำแน่นอย่างอัดอั้น
“วันนี้เมลเห็นพี่กันต์เขายืนว่าคีย์อยู่ อ้อ คีย์ก็คือนักแสดงหน้าใหม่ในบริษัทน่ะครับ พ่อแม่คงไม่รู้จัก เมลเห็นแบบนั้นก็เลยเข้าไปพูดแทรกจนโดนพี่เขาด่าว่าไม่มีมารยาท เมล...ผิดเองที่ไปพูดว่าจะมีมารยาทกับคนที่ควรมี เมลก็แค่ประชดเพราะน้อยใจพี่เขาเท่านั้น”
พูดแล้วก็อยากกัดลิ้นตาย แต่ต้องไปต่อ
“ถึงเมลกับพี่กันต์จะเป็นคู่หมั้นกัน แต่พี่กันต์ไม่เคยสนใจเมลเลย สำหรับเขา เมลไม่ต่างอะไรไปจากพนักงานในบริษัทคนอื่น มีแค่คีย์ที่พี่เขามักจะเรียกหาตลอด ถึงจะเป็นการเรียกมาดุด่า แต่เมลก็มองออกว่าพี่กันต์สนใจคนคนนี้มาก”
สมกับที่ร่างนี้เป็นนักแสดงจริง ๆ ผมตีบทรันทดแตกจนถึงขนาดที่คุณแม่ยกมือขึ้นมาปิดปากอย่างตกใจ ส่วนสีหน้าของคุณพ่อที่ตอนแรกอ่อนโยนก็กลายเป็นบิดเบี้ยวเหมือนกลืนยาขมเข้าไป
แหงสิ การถูกพระเอกถอนหมั้น ก็คือการหักหน้าตระกูลของตัวร้ายนั่นแหละ
ตัวร้ายกับพระเอกหมั้นกันมาตั้งแต่ยังไม่อุแว้ ในแวดวงไฮโซใคร ๆ ก็รู้เรื่องนี้ทั้งนั้น เดิมทีกันต์กับเมลควรแต่งงานกันตั้งแต่เรียนจบมหาลัยแล้วด้วยซ้ำ แต่เป็นอีตาพระเอกนั่นแหละที่เอาแต่บิดพลิ้วไปมา บอกว่าอยากประสบความสำเร็จก่อน
ตอนนี้บริษัทของพระเอกเป็นเบอร์หนึ่งของประเทศไปแล้ว ยังไม่มีวี่แววของงานแต่งงาน พอมาได้ยินผมพูดถึงบุคคลที่สาม ไม่แปลกที่พวกท่านทั้งสองจะตกใจขนาดนี้
เดาได้เลยว่าพรุ่งนี้คุณพระเอกจะต้องโดนฤทธิ์เดชของท่านพ่อและท่านแม่ของผมแน่ หึหึ
ผมก้มหน้าจนคางชิดอก น้ำตาหยดแหมะอย่างสั่งได้ เม้มปากด้วยท่าทางอดสู แต่จริง ๆ คือกลั้นขำจนไหล่สั่น
“วันนี้ลูกไม่ต้องคัดหนังสือธรรมะแล้ว พักผ่อนเถอะจ้ะ เดี๋ยวแม่บอกให้ป้านวลเอายามาให้ ส่วนเรื่องตากันต์เดี๋ยวแม่ไปคุยเอง”
คุณแม่ยื่นมือมาลูบบ่าผมเป็นเชิงปลอบ
“ไม่ต้องรบกวนป้านวลหรอกครับ ป่านนี้แกคงนอนไปแล้ว เมลมียาติดกระเป๋าอยู่ เดี๋ยวกินยาแล้วจะไปนอนเลย”
ท่าทางของผมคงดูเหมือนนางเอกผู้รันทดเกินไปละมั้ง เพราะสีหน้าของพ่อกับแม่ดูโกรธเกรี้ยวมากกว่าเดิมเสียอีก
หลังพ่อกับแม่ออกไปจากห้อง ผมก็ปิดสมุดคัดธรรมะแล้วจับมันยัดเข้าซอกไปเพราะไม่อยากเห็นให้แสลงตาอีก
ผมกระโดดขึ้นเตียงนอนไปกอดตุ๊กตาแมวส้มตัวอ้วน ก่อนจะหลับตาพริ้มอย่างมีความสุข เฝ้ารอวันพรุ่งนี้อย่างใจจดใจจ่อ
ตอนที่อ่านนิยายผมรู้สึกว่าพระเอกเรื่องนี้มันเฮงซวยที่ได้นางฟ้าอย่างคีย์ไปครอบครอง พอทะลุมิติมาที่นี่ผมก็เลยแปะฟิลเตอร์คนนิสัยไม่ดีไว้กลางหน้าผากอีกฝ่าย แต่พอได้มาฟังเหตุผลของพี่กันต์ ผมกลับรู้สึกว่าตัวเองช่างตื้นเขิน มองอะไรเพียงแค่ด้านเดียวจนเข้าใจคนอื่นผิดไปที่แท้ ไอ้หมอนี่มันก็เป็นคนปกตินี่หว่า“งั้นทำไมพี่ต้องเรียกเขาไปชงกาแฟด้วยล่ะ แม่บ้านก็มี เลขาพี่ก็น่าจะทำได้”“พี่ก็แค่หมั่นไส้”“...?” คำตอบแต่ละอย่างของเขาทำให้ผมอึ้งแล้วอึ้งอีกจริง ๆ “หมั่นไส้เรื่องอะไร”“นายดูท่าทางเขาสิ ไม่รู้จะหงอจะหงิมไปไหน เป็นนักแสดงมันต้องเชิดหน้ายืดอก ไม่ใช่ยืนคางชิดอก พี่ก็เลยอยากแกล้ง แค่นั้นแหละ”“...” ขอถอนคำพูด ไอ้หมอนี่มันเฮงซวยเหมือนเดิมนั่นแหละ...เมื่อคืนผมไม่ได้กลับบ้าน แถมยังไม่ได้โทรบอกพ่อกับแม่ เดิมทีคิดว่าพอกลับมาจะต้องเจอกับนรกอย่างการคัดหนังสือธรรมะแน่ ๆ แต่ไม่คิดเลยว่าทันทีที่ทั้งสองเห็นหน้าไอ้พี่กันต์ สีหน้าของพ
ผมตื่นขึ้นมาตอนสิบเอ็ดโมงด้วยสภาพปวดไปทั้งตัวเหมือนโดนรถบรรทุกชน สภาพเตียงนอนหลังสมรภูมิดุเดือดเรียกได้ว่าเละตุ้มเป๊ะในห้องมีแค่ผมคนเดียว ที่นอนด้านข้างเย็นชืดไร้ไออุ่น บ่งบอกว่าอีกคนจากไปนานแล้ว แถมยังจากไปแบบไม่บอกกล่าวกันสักคำ ไม่มีแม้แต่โน๊ตสักแผ่นด้วยซ้ำจู่ ๆ ผมก็เริ่มเข้าใจความรู้สึกของคนที่ถูกฟันแล้วทิ้งขึ้นมาเลยหงุดหงิดว่ะไอ้คนเฮงซวย สมกับที่เฮงซวยจริง ๆผมไม่ได้คาดหวังให้คนอย่างพี่กันต์มาทำตัวเหมือนพระเอกนิยายเรื่องอื่นที่ออกปากรับผิดชอบหรอกขนาดในต้นฉบับ ในช่วงแรกอีตาพระเอกมันยังไม่แสดงท่าทีอะไรกับนายเอกเลย ทำเหมือนนายเอกเป็นแค่ที่ระบายอารมณ์ด้วยซ้ำแต่อย่างน้อย ในฐานะเพื่อนนอนชั่วคราวที่เป็นถึงคู่หมั้นตั้งแต่เด็ก ก็ควรจะแสดงน้ำใจบ้างสิ!มีอย่างที่ไหนมาทิ้งกันไปดื้อ ๆ ทำอย่างกับผมเป็นเด็กขาย พอเสร็จกิจก็สะบัดตูดหนี ถ้าเจอกันคราวหน้าผมจะต่อยให้หน้าหันเลยคอยดูผมลากร่างกายที่ปวดไปทั้งตัวเข้าไปในห้องน้ำ สายน้ำเย็นฉ่ำช่วยดับอารมณ์คุกรุ่นให้เบาบางลง ช่องทางด้านหลังแสบขัดจนต้องร้องซี้ดออกมาต
“พี่กันต์...”“นี่กำลังอ่อยเหรอ” เสียงของพี่กันต์เองก็ยานคาง บ่งบอกว่าเมาได้ที่ผมตั้งใจจะบอกว่าไม่ได้อ่อย แต่ลิ้นดันเปลี้ยพูดออกไปได้แค่คำเดียว“อ่อย...”ผมเห็นคนตัวสูงดวงตาสว่างวาบ เขาลงมือช้อนร่างผมขึ้นจากอ่างอาบน้ำ แล้วพาไปโยนบนเตียงอย่างไม่เบามือเลยสักนิด“อือ” แรงกระแทกทำให้ร่างกายที่อ่อนไหวของผมสั่นสะท้านขึ้นมาเสียงสวบสาบของเสื้อผ้าดังขึ้น ไม่นานร่างเปลือยเปล่าของพี่กันต์ก็ตามลงมาทาบทับ สติของผมกลับเข้าร่างทันที“พี่ อุ๊บ”ยังไม่ทันได้พูดอะไรออกไป ริมฝีปากก็ถูกปิดด้วยปากของอีกฝ่าย ลิ้นร้อนกวาดเลียไปบนปากของผมจนเปียกชุ่ม ไม่รู้ทำไม แต่ผมกลับไม่รู้สึกต่อต้านเลยสักนิด“อ้าปาก”ผมหลับตาปี๋ อ้าปากอย่างกล้า ๆ กลัว ๆฤทธิ์ยาทำให้หลงลืมไปหมดสิ้นว่าคนที่กำลังจูบอยู่ คือพระเอกเฮงซวยตัวร้าย ที่จะเป็นคนมาทำลายตระกูลของตัวเองในอนาคตปลายลิ้นของพี่กันต์สอดแทรกเข้ามาในโพรงปาก ตวัดหยอกล้อลิ้นของผมที่เอาแต่หลบหนี ลมหายใจของเ
ระหว่างที่กำลังนั่งนึกถึงเนื้อหาในนิยาย ผมก็เห็นว่ามีนักแสดงชายร่างเล็กคนหนึ่งกำลังทำลับ ๆ ล่อ ๆ อยู่ตรงมุมเสาฝั่งตรงข้ามในมือมีแก้วไวน์ที่ยังไม่ถูกดื่ม อีกฝ่ายมองซ้ายมองขวาด้วยท่าทางเป็นกังวล จากนั้นก็ถอนหายใจเหมือนโล่งอกที่ไม่มีคนเห็น แล้วรีบหยิบถุงบรรจุผงสีขาวเทลงไปในแก้ว จากนั้นก็เขย่าจนมันละลาย“...”เฮ้! น้องชาย ผีข้างเสาฝั่งตรงข้ามอย่างฉันกำลังมองนายอยู่นะ นี่รอบคอบแล้วจริงดิแต่ก็เพราะความมักง่ายของอีกฝ่ายนั่นแหละที่ทำให้งานของผมง่ายขึ้นเยอะนักแสดงหนุ่มร่างเล็กเดินตรงดิ่งไปหาพี่กันต์ เป้าหมายชัดเจนมาก ผมรีบลุกแล้วเดินตามไปติด ๆ ทันที“สวัสดีครับคุณกันต์ พอจะให้เกียรติดื่มกับผมสักแก้วได้ไหม ผมยินดีมากเลยที่ได้แสดงหนังที่คุณเป็นคนลงทุน หวังว่าในอนาคตจะมีโอกาสได้ร่วมงานกับคุณอีก” นักแสดงหนุ่มโปรยยิ้มหวานฉ่ำ ยื่นแก้วในมือไปตรงหน้าพี่กันต์“อ่า...” พี่กันต์ทำหน้าลังเลแหงสิ นิสัยจริงของคุณพระเอกมันถือตัวจะตาย แค่วันนี้ยอมคุยกับคนอื่นหลายประโยคก็ถือว่าไว้หน้ามากแล้ว ถึงพี่กันต์จะมีท่าทางลังเล แต่ผมรู้ว่าครั้งนี้เขาจะต้องรับแก้วไปแน่นอน“พี่กันต์!” ผมตะโกนเสียงดังคนตัวสูงชะงัก ก่อ
หลังจากพูดเรื่องแต่งงาน คีย์ก็ไม่ยอมคุยกับผมอีกเลย ทุกครั้งที่เข้าไปทัก หนุ่มน้อยก็จะมองผมด้วยสีหน้าหมองเศร้าเหมือนคนโดนรังแก ทำเอาทีมงานบางส่วนพากันเข้าใจกันไปว่าผมกลั่นแกล้งเขาปกติพวกทีมงานก็ไม่ค่อยมีสีหน้าดี ๆ ให้ผมอยู่แล้ว เพราะเมื่อก่อนเจ้าของร่างคนเดิมมักจะเข้ากองสายเป็นประจำ ถึงแม้ตอนนี้ผมจะมาตรงเวลา แต่ภาพลักษณ์ไม่ดีในอดีตก็ใช่ว่าจะสลัดไปได้ง่าย ๆ พอมีเรื่องของคีย์ พวกเขาก็เลยคิดว่าผมไปรังแกรุ่นน้องแต่ถามว่าแคร์ไหมก็ไม่อะผมมาเพื่อทำงาน ไม่ได้มาเพื่อสนใจสีหน้าคนอื่นสักหน่อยในเมื่อเขาไม่คุย ผมก็ไม่คุย ทำงานเสร็จก็ตรงกลับบ้าน กินอาหารอร่อย ๆ ของป้านวล แล้วเข้านอนอย่างเกือบจะมีความสุข...ใช่ ‘เกือบจะ’ นั่นแหละเอาจริง ๆ ชีวิตตอนนี้ก็เกือบจะสงบราบรื่นแล้วล่ะ ถ้าไม่ติดว่าต้องมาเห็นหน้าตัวต้นเหตุอย่างคุณพระเอกทุกวันน่ะไม่รู้ทำไม แต่หลังจากประกาศเรื่องงานแต่งไป พี่กันต์ก็มานั่งจ๋องที่กองถ่ายทุกวัน ย้ำว่าทุกวัน!ผมล่ะสงสัยจริง ๆ ว่าเขาไม่มีงานมีการทำหรือไงแต่ก็โชคดีที่เขามา ‘นั่ง’ ตรงตามตัวอักษร นอกจากมองผมทำงาน เขาก็ไม่ได้ทำอะไรนอกจากนั้นอีก อ้อ อีกอย่างหนึ่งที่แปลกไปคือ เขาไม่
เมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็เที่ยงคืนครึ่ง แถมยังต้องตื่นตั้งแต่ตีสี่เพื่อมาเข้ากองตอนเช้าตรู่ เดิมทีผมควรจะง่วงแต่ตอนนี้ดันตาสว่างสุด ๆ ไปเลยนายเอกอย่างคีย์ที่แม้จะเล่นบทคนบ้า แต่ก็เป็นคนบ้าที่เป็นปมหลักของเรื่อง ทำให้วันนี้อีกฝ่ายก็ต้องมาเข้ากองแต่เช้าเช่นกันผมพุ่งปรี่ไปทางคนน่ารักอย่างรวดเร็ว ฉีกยิ้มแฉ่งอวดฟันขาว“อรุณสวัสดิ์ คีย์”“อ๊ะ อรุณสวัสดิ์ครับพี่เมล” คีย์ในสภาพหัวกระเซอะกระเซิงตามบทคนบ้าส่งยิ้มน่ารักกระชากใจ “วันนี้ก็มาพยายามด้วยกันนะครับ”โว้ย ทำไมน่ารักแบบนี้วะเนี่ยความจริงผมไม่ได้ชอบคีย์ในเชิงชู้สาวอะไรหรอก ก็แค่มีนิสัยชอบของน่ารัก ๆ เวลาเห็นคนที่มีหน้าตาน่าเอ็นดูเลยอดที่จะเข้าไปทักไม่ได้“อื้อ เรามา--”“เมล!”ผมยังพูดไม่ทันจบ พลันมีน้ำเสียงดุดันเอ่ยแทรกขึ้น ก่อนที่ผู้ชายหน้าตาหล่อระเบิดแต่นิสัยเฮงซวยจะเดินเข้ามาด้วยใบหน้าเย็นชา ทำเอาคีย์ที่ยืนข้างผมต้องถอยไปแอบด้านหลังเลยทีเดียวสงสัยหมอนี่คงจะโดนเล่นแล้วแน่ ๆ วันนี้ถึงได้ดูเหมือนคนอึไม่ออกแบบนี้“มีอะไรครับพี่กันต์” ผมยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างเยาะเย้ยเป็นไงล่ะ นายฟ้องได้ ฉันก็ฟ้องได้เหมือนกันโว้ย“ไปคุยกันหน่อย”“ทำไมต้องไปที


![What is a divorce? [Mpreg]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




