Share

ตอนที่ 5 ผมหาเรื่องใส่ตัวเอง

Author: Ferylin79
last update Last Updated: 2026-01-25 16:49:39

ระหว่างที่กำลังนั่งนึกถึงเนื้อหาในนิยาย ผมก็เห็นว่ามีนักแสดงชายร่างเล็กคนหนึ่งกำลังทำลับ ๆ ล่อ ๆ อยู่ตรงมุมเสาฝั่งตรงข้าม

ในมือมีแก้วไวน์ที่ยังไม่ถูกดื่ม อีกฝ่ายมองซ้ายมองขวาด้วยท่าทางเป็นกังวล จากนั้นก็ถอนหายใจเหมือนโล่งอกที่ไม่มีคนเห็น แล้วรีบหยิบถุงบรรจุผงสีขาวเทลงไปในแก้ว จากนั้นก็เขย่าจนมันละลาย

“...”

เฮ้! น้องชาย ผีข้างเสาฝั่งตรงข้ามอย่างฉันกำลังมองนายอยู่นะ นี่รอบคอบแล้วจริงดิ

แต่ก็เพราะความมักง่ายของอีกฝ่ายนั่นแหละที่ทำให้งานของผมง่ายขึ้นเยอะ

นักแสดงหนุ่มร่างเล็กเดินตรงดิ่งไปหาพี่กันต์ เป้าหมายชัดเจนมาก ผมรีบลุกแล้วเดินตามไปติด ๆ ทันที

“สวัสดีครับคุณกันต์ พอจะให้เกียรติดื่มกับผมสักแก้วได้ไหม ผมยินดีมากเลยที่ได้แสดงหนังที่คุณเป็นคนลงทุน หวังว่าในอนาคตจะมีโอกาสได้ร่วมงานกับคุณอีก” นักแสดงหนุ่มโปรยยิ้มหวานฉ่ำ ยื่นแก้วในมือไปตรงหน้าพี่กันต์

“อ่า...” พี่กันต์ทำหน้าลังเล

แหงสิ นิสัยจริงของคุณพระเอกมันถือตัวจะตาย แค่วันนี้ยอมคุยกับคนอื่นหลายประโยคก็ถือว่าไว้หน้ามากแล้ว ถึงพี่กันต์จะมีท่าทางลังเล แต่ผมรู้ว่าครั้งนี้เขาจะต้องรับแก้วไปแน่นอน

“พี่กันต์!” ผมตะโกนเสียงดัง

คนตัวสูงชะงัก ก่อนจะเหลือบตามองมาผมด้วยสีหน้าเรียบเฉย “อะไร”

“สรุปแล้วพี่จะเอายังไง”

“อะไร” พี่กันต์ถามซ้ำประโยคเดิมอย่างกับแผ่นเสียงตกร่อง หัวคิ้วเริ่มขมวดเข้าหากัน

“คนแบบพี่มันไม่มีอะไรดีเลยสักอย่าง” ผมหาเรื่องโดนกระทืบต่อ “ทำไมถึงได้มีแต่คนชอบนักนะ”

“นายเป็นบ้าเหรอ” คราวนี้พี่กันต์เปลี่ยนคำพูดแล้ว แต่ประโยคโดยรวมก็คือการด่าผมนั่นเอง

“คุณเมล อย่าพูดจาแบบนี้สิครับ ยังไงคุณกันต์ก็เป็นเจ้านายคุณนะ” นักแสดงปลายแถวคนนั้นเอ่ยแทรก สีหน้าไม่ค่อยพอใจ คงเพราะถูกผมขัดขวางเรื่องดี ๆ ละมั้ง

“นายเป็นใคร มายุ่งกับคนมีคู่หมั้นแล้ว หน้าไม่อายจริง ๆ” ผมมองอีกฝ่ายตาขวาง ยื่นมือไปคว้าแก้วไวน์เจ้าปัญหามาทำท่าจะสาดใส่ แต่ก็โดนพี่กันต์คว้าข้อมือเอาไว้ได้ก่อน

“อย่าก่อเรื่อง นายคงไม่อยากให้มีข่าวออกไปว่านักแสดงรุ่นพี่ราดไวน์ใส่นักแสดงรุ่นน้องหรอกใช่ไหม”

เออว่ะ ลืมไปเลย

ถ้าเป็นไปได้ผมก็ไม่ควรทำให้ชื่อเสียงของตัวเองเสียหายไปมากกว่านี้ แค่นี้ก็โดนเขม่นไปทั่วแล้ว

“เอามานี่” พี่กันต์ทำท่าจะแย่งไวน์ไป

“ไม่ให้!” ผมยื้อไว้ จากนั้นก็กระดกเข้าปากตัวเองแม่งเลย

“คุณ!” นักแสดงปลายแถวทำหน้าตกใจ

“ทำไม? คิดจะอ่อยพี่กันต์ ถามคู่หมั้นอย่างฉันแล้วหรือยัง” ผมชี้หน้าเขาอย่างไม่ยอม ขุดบทบาทตัวร้ายผู้ใจแคบออกมาแสดงได้อย่างสมจริงสุด ๆ

“ผมก็แค่มาทักทายเขาเท่านั้น คุณเข้าใจผิดไปไกลแล้วนะครับ”

“อย่ามาสตรอว์เบอร์รี” ฉันรู้ ฉันเห็น!

“พอได้แล้วเมล” พี่กันต์คว้าไหล่ผม สีหน้าดูหงุดหงิด “วันนี้นายทำพฤติกรรมแย่มาก พี่จะฟ้องคุณน้า”

“เออ ฟ้อง ฟ้อง ฟ้องเข้าไป พี่ก็เป็นแค่ไอ้คนขี้ฟ้อง” ผมด่าอย่างโมโห ก่อนจะสะบัดตัวเดินหนีออกไปจากตรงนั้น เพราะรู้สึกว่าร่างกายเริ่มร้อน ๆ ขึ้นมาแล้ว

แม่ง ผมควรได้รับรางวัลคนโง่ไหม รู้ทั้งรู้ว่าในไวน์มียาก็ยังเสียสละตัวเองกินเข้าไป

ถึงมันจะเป็นเรื่องดีที่ทำให้พระเอกนายเอกไม่มีอีเวนต์เตียงหักก็เถอะ

แต่ตอนนี้ผมร้อนจะตายแล้วโว้ย!

ผมรีบเดินไปหาสตาฟของโรงแรม เค้นคำพูดอย่างยากลำบาก

“ผมรู้สึกมึนหัวมาก สามารถเข้าพักที่ห้องไหนได้บ้างครับ”

“ห้องพักสำหรับนักแสดงอยู่ที่ชั้นสิบห้าค่ะ ตอนนี้ยังไม่มีใครขึ้นไป คุณอยากพักห้องไหนดีคะ”

ชั้นสิบห้า...

นั่นมันชั้นที่พระเอกกับนายเอกแซ่บกันไม่ใช่เหรอ

“มีชั้นอื่นไหมครับ ขอเป็นห้องของพวกทีมงานก็ได้”

สตาฟโรงแรมมองหน้าผมด้วยความประหลาดใจ

“ห้องพักของทีมงานถูกจัดให้อยู่ห้องละสองถึงสี่คน คุณโอเคใช่ไหมคะ”

ไม่โอเคอะ

สภาพของผมเป็นแบบนี้ ไม่โอเคสุด ๆ

“งั้น...งั้นเอาชั้นบนก็ได้ครับ ขอห้องด้านในสุด”

ผมสุ่มเลือกห้องนี้เพราะคิดว่าพระเอกที่โดนวางยากับนายเอกที่เมากรึ่ม ๆ ไม่น่าจะขยันเดินไปจนสุดทางหรอกมั้ง

สตาฟยื่นคีย์การ์ดให้ “อยากให้ฉันขึ้นไปส่งไหมคะ”

“ไม่ต้องครับ ๆ” เมื่อได้คีย์การ์ดมา ผมก็วิ่งปรู๊ดไปเข้าลิฟต์

ภายในลิฟต์ฝั่งหนึ่งมีกระจกบานใหญ่ ผมเห็นว่าใบหน้าของตัวเองแดงก่ำมาก ดวงตาฉ่ำเยิ้มหรี่ลงเล็กน้อย เมื่อประกอบกับใบหน้างดงามก็ทำให้ดูยั่วเพศสุด ๆ ไปเลย

อยากปล้ำตัวเองว่ะ คนอะไรหน้าตาโคตรดี

พอ ๆ เลิกเล่น

ผมจิกเล็บเข้ากับฝ่ามือเพื่อเรียกสติ ร่างกายร้อนรุ่มจนรู้สึกได้ว่าแผ่นหลังเปียกชื้น ลมหายใจที่พ่นออกมามีแต่ความร้อนเหมือนคนเป็นไข้ ลูกชายตัวน้อยในกางเกงขยายขึ้นจนต้องยืนหนีบเอาไว้

แล้วเมื่อไหร่ลิฟต์จะถึงสักทีเนี่ย นี่ขึ้นไปชั้นสิบห้าหรือสถานีอวกาศกันแน่!

ผมก่นด่าความเชื่องช้าของลิฟต์ ทั้งที่จริง ๆ แล้วจากชั้นล่างขึ้นชั้นสิบห้านั้นใช้เวลาเพียงแค่หนึ่งนาทีเท่านั้น พอลิฟต์เปิดออก ผมก็พุ่งตัวออกไปอย่างไม่คิดชีวิต

ห้องสุดท้ายของทางเดินคือเป้าหมาย ผมแตะคีย์การ์ด ปิดประตูดังปัง แล้วกระโจนไปทางห้องน้ำ ถอดเสื้อผ้าโยนไปทั่ว เปิดน้ำใส่อ่างก่อนลงไปแช่ด้วยสภาพแข้งขาอ่อนแรง

“ร้อนเป็นบ้า” ผมหายใจหอบเสียงดัง ขยับมือลงไปกอบกุมเจ้าลูกชาย

ชีวิตก่อนผมไม่เคยมีแฟนเลย แน่นอนว่าสิ่งที่ถนัดที่สุดก็คือการขัดเจ้าลูกชายนี่แหละ

ผมลงมือขัดอย่างขะมักเขม้น เพียงไม่กี่นาทีก็แตกพ่าย พ่นน้ำขาวขุ่นออกมาใส่อ่าง

“น่าอายเป็นบ้า” ดีนะที่อยู่คนเดียว ถ้าคนอื่นรู้ว่าเสร็จไวขนาดนี้คงได้อับอายไปทั้งชาติ

หลังจากปลดปล่อยออกไปแล้ว ไม่นานลูกชายของผมก็ผงกหัวขึ้นมาอย่างกระตือรือร้นอีกครั้ง ความร้อนแล่นไปทั่วกาย

“ฮือ หาเรื่องใส่ตัวแท้ ๆ” ผมหลั่งน้ำตาพลางขัดลูกชายไปด้วย แต่ไม่รู้ทำไม ยิ่งขัดก็ยิ่งร้อน สติสตังเริ่มเลอะเลือนจนทนไม่ไหว ทั้งที่เสร็จไปหลายครั้งแล้วแต่กลับไม่รู้สึกพอใจเลย

ช่องทางด้านหลังคันยุบยิบ ทว่าผมก็ไม่กล้าไปแตะต้องมัน

ปัง!

เสียงประตูห้องพักดังขึ้น เรียกสติที่เลื่อนลอยของผมให้คืนมาได้นิดหน่อย ผมเงยหน้ามองคนมาใหม่ด้วยสายตาพร่าเบลอ ต้องเพ่งอยู่สักพักถึงจะรู้ว่าอีกฝ่ายคือใคร

“พี่กันต์...”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทะลุมิติมาในนิยายน้ำเน่าแต่ดันโดนพระเอกตามติด   ตอนพิเศษ 3 ผมใช้เขาเพื่อทำให้ลืม (ตินxคีย์)

    ตอนพิเศษ 3 ผมใช้เขาเพื่อทำให้ลืม (ตินxคีย์)คีย์ Talkนับจากวันนั้น ผมก็ไม่มีตัวตนในสายตาของคุณกันต์อีก แม้แต่พี่เมลก็ยังเลิกพยายามมาคุยด้วยคิด ๆ ดูแล้วผมนี่ช่างมั่นหน้าและไม่ประมาณตนเอาซะเลย ถึงขั้นไปชอบคนที่ฐานะสูงกว่าตัวเองแถมมีเจ้าของอยู่แล้ว มิหนำซ้ำยังกล้าทำเมินรุ่นพี่ในบริษัทที่ฐานะและชาติตระกูลดีกว่าตัวเองหลายขุมทั้งบริษัท คงมีแต่ผมนี่แหละที่กล้าขนาดนี้ ทว่าผมไม่ได้รู้สึกภูมิใจเลยสักนิด ซ้ำในใจยังเต็มไปด้วยความหดหู่ รู้สึกผิด และเสียใจอีกนับไม่ถ้วนตอนนี้ผมกำลังอยู่ในงานเลี้ยงปิดกล้องของละคร เนื่องจากผมไม่ได้เป็นตัวเอกของละครเรื่องนี้ หลังจากทักทายผู้กำกับและรุ่นพี่นักแสดงเสร็จเรียบร้อย ก็ไม่มีใครมาให้ความสนใจผมอีก ผมจึงมานั่งจิบไวน์ที่โต๊ะซึ่งอยู่ไม่ไกลจากคุณกันต์มากนักใช่แล้ว ถึงผมจะโดนปฏิเสธอย่างไม่มีเยื่อใย แต่ผมก็ยังไม่สามารถตัดใจได้ในทันที ทุกครั้งจึงมักจะ ‘เผลอ’ ม

  • ทะลุมิติมาในนิยายน้ำเน่าแต่ดันโดนพระเอกตามติด   ตอนพิเศษ 2 ผมรู้ว่ามันผิด แต่ห้ามใจตัวเองไม่ได้ (คีย์)

    คีย์ Talkเดิมทีผมเป็นแค่เด็กจน ๆ ธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น แม้จะเรียนจบปริญญาตรีมาได้ แต่ก็จบแบบคาบเส้นเพราะต้องทำงานเพื่อส่งตัวเองเรียนไปด้วย ความรู้อะไรก็ไม่มี แน่นอนว่าจะไปทำงานออฟฟิศก็ไม่รอดผมทำได้เพียงไปเป็นนักแสดงเอ็กซ์ตร้าตามกองถ่าย แต่แล้วโชคก็เข้าข้างเมื่อผมดันบังเอิญได้รับบทตัวประกอบในละครเรื่องหนึ่ง แล้วละครเรื่องนั้นก็แมสไปทั่วบ้านทั่วเมือง จนทำให้แม้แต่ตัวประกอบก็ยังมีคนรู้จักจากนั้นผมก็ได้รับโอกาสเซ็นสัญญากับบริษัทบันเทิงอันดับหนึ่งของประเทศเนื่องจากเป็นเพียงนักแสดงหน้าใหม่ งานที่ทางบริษัทมอบให้จึงไม่ได้มีเยอะ ทั้งยังเป็นแค่งานเล็ก ๆ ที่ไม่สลักสำคัญอะไร ซึ่งผมเองก็ไม่ได้รู้สึกแย่ แต่กลับขอบคุณบริษัทที่ให้โอกาสด้วยซ้ำ เพราะไม่อย่างนั้นตอนนี้ผมก็ยังคงเป็นเพียงแค่นักแสดงเดินผ่านกล้องธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้นผมพอใจกับชีวิตในตอนนี้มาก นอกจากมีงานและเงินใช้แล้ว ทั้งเพื่อนและรุ่นพี่นักแสดงในบริษัทก็ดีกับผมมาก โดยเฉพาะพี่เมล นักแสดงรุ่นพี่ผู้มีใบหน้างดงามคนนั้น อีกฝ่ายมักจะคอยมาถามไถ่และเอาขนมมาฝากผมเ

  • ทะลุมิติมาในนิยายน้ำเน่าแต่ดันโดนพระเอกตามติด   ตอนพิเศษ 1 ผมนอนเหมือนหมูตายในวันฮันนีมูน (กันต์xเมล)

    ใครจะไปคิดว่าพอลืมตาตื่นหลังวันแต่งงาน ผมจะไม่ได้อยู่ที่ห้องนอนในโรงแรม แต่ดันมาโผล่กลางทะเลซะงั้น!สถานที่ที่ผมอยู่คือบ้านพักที่ตั้งอยู่ในทะเล มองออกไปรอบด้านจะเห็นแต่ท้องทะเลสีฟ้าอมเขียวสดใส ผืนน้ำสะอาดจนสามารถมองเห็นทรายและปลาที่กำลังแหวกว่ายได้อย่างชัดเจนผมยืนเกาหัวมองสภาพแวดล้อมด้วยความงุนงง โอเค สถานที่นี้มันก็สวยแหละ...แต่ผมมาอยู่ที่นี่ได้ไงเนี่ย“ตื่นแล้วเหรอ”เสียงที่คุ้นจนไม่รู้จะคุ้นยังไงดังขึ้นด้านหลัง ผมรีบหันไปมอง จากนั้นก็ต้องอ้าปากค้างกับสภาพของคนตรงหน้านี่เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นพี่กันต์ใส่เสื้อเชิ้ตกับกางเกงขาสั้นลายดอก!ความหล่อเหลาเย็นชาที่สั่งสมมานาน ถูกชุดนี้ละลายหายไปจนหมดสิ้นแล้วแต่เรื่องชุดน่ะช่างมันก่อนเถอะ“ที่นี่ที่ไหนครับ”“มัลดีฟส์” พี่กันต์เดินเข้ามาโอบบ่าผม พาไปเดินชมวิวทะเลอีกรอบ “สถานที่ฮันนีมูนแรกของเรา เป็นไงชอบไหม”“ชอบ” ใครไม่ชอบก็บ้าแล้ว “ว่าแต่พี่พาผมมายังไงเนี่ย”

  • ทะลุมิติมาในนิยายน้ำเน่าแต่ดันโดนพระเอกตามติด   ตอนที่ 39 ผมได้เจอคนที่อยากอยู่ด้วยไปทั้งชีวิตแล้ว END

    “มาที่คำถามต่อไปนะครับ” พิธีกรยิ้มกว้าง แล้วถามต่อ “ก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่าคุณกันต์กับคุณคีย์กุ๊กกิ๊กกัน เรื่องนี้เป็นความจริงไหมครับ”คำถามนี้ก็ผ่านการบรีฟมาแล้วเช่นกัน พวกผมจึงไม่ได้ตกใจแต่อย่างใด ทว่าบรรดาแขกและนักข่าวกลับซู้ดปากจนสีหน้าออกกันเลยทีเดียว ผมได้แต่ยิ้มขำกับท่าทางของพวกเขาให้ตายสิ นี่มันงานแต่งนะ ใครจะยอมโดนตบหน้ากลางงานกัน คำถามพวกนี้เป็นแค่ตัวเรียกสีสันของงานก็เท่านั้นแหละ“ไม่จริงครับ” คีย์เป็นคนรับไมค์ไปตอบ “ในสายตาของคุณกันต์มีแต่พี่เมล ส่วนคนอื่นก็เป็นแค่อากาศเท่านั้น ไม่เชื่อทุกคนลองหันไปดูสิครับ”ผมหันไปมองพี่กันต์ตามคำพูดของคีย์ แล้วก็ได้เห็นว่าอีกฝ่ายกำลังจ้องตัวเองอยู่เงียบ ๆ ผมเลยกระทุ้งแขนใส่ท้องเขา พลางกระซิบ“มองอะไร”“มองที่รัก” พี่กันต์พูดเสียงไม่เบาเลย ทำให้เสียงเข้าไปในไมค์จนคนได้ยินกันทั้งงาน หลังจากทุกคนอึ้งกันอยู่สักพักก็หัวเราะกันเสียงดังลั่น“...” นี่ไม่ได้บรีฟไว้สักหน่อย!“ผมชัก

  • ทะลุมิติมาในนิยายน้ำเน่าแต่ดันโดนพระเอกตามติด   ตอนที่ 38 ผมรู้สึกว่าตัวเองโชคดี

    หลังจากกิจกรรมเข้าจังหวะของเราสองคนสิ้นสุดลง พี่กันต์ก็อุ้มผมไปอาบน้ำอย่างว่าง่าย แถมยังรักษาสัญญาว่าจะทำแค่รอบเดียวได้เป็นอย่างดี แม้กระทั่งตอนอาบน้ำก็ยังไม่ทำตัวรุ่มร่ามเกินเลยเหมือนเมื่อก่อน ผมเลยไม่ต้องกังวลว่าจะถูกเขาทำจนลุกไม่ไหว“ถ้าเมื่อก่อนพี่พูดง่ายแบบวันนี้ก็ดีสิ” ผมพูดขณะที่นอนอยู่ในอ้อมกอดของคนรัก“แล้วเมื่อก่อนพี่พูดไม่ง่ายตรงไหนกัน”“ทุกตรงนั่นแหละ ผมบอกให้ทำแค่วันละรอบ พี่ก็ไม่เคยฟัง”“ก็เมลยั่วนี่นา”“อ๋อ นี่โทษผมเหรอ” ผมยกมือขึ้นหยิกหน้าอกเขาอย่างแรง“โอ๊ย ๆ พี่ไม่ได้โทษเมล พี่ผิดเอง พี่มันหื่น ปล่อยเร็วครับ เจ็บจะตายแล้ว”“หนังหนาขนาดนี้รู้จักเจ็บเป็นด้วยหรือไง” ผมออกแรงบิดมากขึ้นพี่กันต์ร้องโอดโอยอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเอื้อมมือมาขยำบั้นท้ายผมเป็นการเอาคืน สุดท้ายกว่าเราสองคนจะได้นอนก็ปาเกือบเที่ยงคืน เพราะเอาแต่ทะเลาะตบตีกันอย่างไม่มีใครยอมใครเช้าวันต่อมา แม่ ๆ ก็มาขุดผมกับพี่กันต์ออกจากเตียงแต่เช้า จากนั้

  • ทะลุมิติมาในนิยายน้ำเน่าแต่ดันโดนพระเอกตามติด   ตอนที่ 37 ผมถูกทารุณกรรม (ทางจิตใจ)

    พอเดินวนดูสถานที่จัดงานจนครบแล้ว เหล่าแม่ ๆ ก็จับพวกผมไปขังในโรงแรม และถูกบังคับให้เข้าคอร์สอาบน้ำใหญ่ต่อผมยืนเอามือปิดหน้าอกตัวเองพลางกระโดดไปทั่วห้อง นั่นก็เพราะตอนนี้ผมโดนกลุ่มหญิงวัยกลางคนจับถลกหนังจนเกือบล่อนจ้อนเหลือแต่กางเกงในแล้วนั่นเอง“ที่ตัวไม่ต้องก็ได้ครับ! ถึงยังไงก็ต้องใส่ชุดสูท นอกจากหน้ากับคอ ผิวส่วนอื่นก็อยู่ใต้ร่มผ้าหมด ไม่ต้องขัดหรอก!” ผมหลับหูหลับตาตะโกน“ไม่ได้ค่ะ คุณหญิงสั่งให้พวกเราดูแลคุณตั้งแต่หัวจรดเท้า ต่อให้เป็นจุดซ่อนเร้นก็ต้องได้รับการดูแลค่ะ” หญิงวัยกลางคนที่มีผมสีดอกเลาแซมครึ่งศีรษะพูดด้วยรอยยิ้มหวานหยด “มาเถอะค่ะ ไม่ต้องอายหรอก ฉันเห็นมาบ่อยแล้ว”จากนั้นพนักงานคนอื่นที่อายุพอ ๆ กัน ก็พุ่งเข้ามาล็อกแขนล็อกขาแล้วลากผมเข้าห้องน้ำไป“เฮ้ย! ปล่อยนะโว้ยยยย” ผมกรีดร้องประหนึ่งคนโดนเชือดก็ไม่ปานเกิดมายี่สิบกว่าปี อยู่มาสองโลก นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ผมรู้สึกอับอายขนาดนี้!สุดท้ายผมก็ถูกทารุณกรรม (ทางจิตใจ) จนใบหน้าและลำตัวแดงก่ำอย่างกับกุ้งต้ม

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status