Mag-log inระหว่างที่กำลังนั่งนึกถึงเนื้อหาในนิยาย ผมก็เห็นว่ามีนักแสดงชายร่างเล็กคนหนึ่งกำลังทำลับ ๆ ล่อ ๆ อยู่ตรงมุมเสาฝั่งตรงข้าม
ในมือมีแก้วไวน์ที่ยังไม่ถูกดื่ม อีกฝ่ายมองซ้ายมองขวาด้วยท่าทางเป็นกังวล จากนั้นก็ถอนหายใจเหมือนโล่งอกที่ไม่มีคนเห็น แล้วรีบหยิบถุงบรรจุผงสีขาวเทลงไปในแก้ว จากนั้นก็เขย่าจนมันละลาย
“...”
เฮ้! น้องชาย ผีข้างเสาฝั่งตรงข้ามอย่างฉันกำลังมองนายอยู่นะ นี่รอบคอบแล้วจริงดิ
แต่ก็เพราะความมักง่ายของอีกฝ่ายนั่นแหละที่ทำให้งานของผมง่ายขึ้นเยอะ
นักแสดงหนุ่มร่างเล็กเดินตรงดิ่งไปหาพี่กันต์ เป้าหมายชัดเจนมาก ผมรีบลุกแล้วเดินตามไปติด ๆ ทันที
“สวัสดีครับคุณกันต์ พอจะให้เกียรติดื่มกับผมสักแก้วได้ไหม ผมยินดีมากเลยที่ได้แสดงหนังที่คุณเป็นคนลงทุน หวังว่าในอนาคตจะมีโอกาสได้ร่วมงานกับคุณอีก” นักแสดงหนุ่มโปรยยิ้มหวานฉ่ำ ยื่นแก้วในมือไปตรงหน้าพี่กันต์
“อ่า...” พี่กันต์ทำหน้าลังเล
แหงสิ นิสัยจริงของคุณพระเอกมันถือตัวจะตาย แค่วันนี้ยอมคุยกับคนอื่นหลายประโยคก็ถือว่าไว้หน้ามากแล้ว ถึงพี่กันต์จะมีท่าทางลังเล แต่ผมรู้ว่าครั้งนี้เขาจะต้องรับแก้วไปแน่นอน
“พี่กันต์!” ผมตะโกนเสียงดัง
คนตัวสูงชะงัก ก่อนจะเหลือบตามองมาผมด้วยสีหน้าเรียบเฉย “อะไร”
“สรุปแล้วพี่จะเอายังไง”
“อะไร” พี่กันต์ถามซ้ำประโยคเดิมอย่างกับแผ่นเสียงตกร่อง หัวคิ้วเริ่มขมวดเข้าหากัน
“คนแบบพี่มันไม่มีอะไรดีเลยสักอย่าง” ผมหาเรื่องโดนกระทืบต่อ “ทำไมถึงได้มีแต่คนชอบนักนะ”
“นายเป็นบ้าเหรอ” คราวนี้พี่กันต์เปลี่ยนคำพูดแล้ว แต่ประโยคโดยรวมก็คือการด่าผมนั่นเอง
“คุณเมล อย่าพูดจาแบบนี้สิครับ ยังไงคุณกันต์ก็เป็นเจ้านายคุณนะ” นักแสดงปลายแถวคนนั้นเอ่ยแทรก สีหน้าไม่ค่อยพอใจ คงเพราะถูกผมขัดขวางเรื่องดี ๆ ละมั้ง
“นายเป็นใคร มายุ่งกับคนมีคู่หมั้นแล้ว หน้าไม่อายจริง ๆ” ผมมองอีกฝ่ายตาขวาง ยื่นมือไปคว้าแก้วไวน์เจ้าปัญหามาทำท่าจะสาดใส่ แต่ก็โดนพี่กันต์คว้าข้อมือเอาไว้ได้ก่อน
“อย่าก่อเรื่อง นายคงไม่อยากให้มีข่าวออกไปว่านักแสดงรุ่นพี่ราดไวน์ใส่นักแสดงรุ่นน้องหรอกใช่ไหม”
เออว่ะ ลืมไปเลย
ถ้าเป็นไปได้ผมก็ไม่ควรทำให้ชื่อเสียงของตัวเองเสียหายไปมากกว่านี้ แค่นี้ก็โดนเขม่นไปทั่วแล้ว
“เอามานี่” พี่กันต์ทำท่าจะแย่งไวน์ไป
“ไม่ให้!” ผมยื้อไว้ จากนั้นก็กระดกเข้าปากตัวเองแม่งเลย
“คุณ!” นักแสดงปลายแถวทำหน้าตกใจ
“ทำไม? คิดจะอ่อยพี่กันต์ ถามคู่หมั้นอย่างฉันแล้วหรือยัง” ผมชี้หน้าเขาอย่างไม่ยอม ขุดบทบาทตัวร้ายผู้ใจแคบออกมาแสดงได้อย่างสมจริงสุด ๆ
“ผมก็แค่มาทักทายเขาเท่านั้น คุณเข้าใจผิดไปไกลแล้วนะครับ”
“อย่ามาสตรอว์เบอร์รี” ฉันรู้ ฉันเห็น!
“พอได้แล้วเมล” พี่กันต์คว้าไหล่ผม สีหน้าดูหงุดหงิด “วันนี้นายทำพฤติกรรมแย่มาก พี่จะฟ้องคุณน้า”
“เออ ฟ้อง ฟ้อง ฟ้องเข้าไป พี่ก็เป็นแค่ไอ้คนขี้ฟ้อง” ผมด่าอย่างโมโห ก่อนจะสะบัดตัวเดินหนีออกไปจากตรงนั้น เพราะรู้สึกว่าร่างกายเริ่มร้อน ๆ ขึ้นมาแล้ว
แม่ง ผมควรได้รับรางวัลคนโง่ไหม รู้ทั้งรู้ว่าในไวน์มียาก็ยังเสียสละตัวเองกินเข้าไป
ถึงมันจะเป็นเรื่องดีที่ทำให้พระเอกนายเอกไม่มีอีเวนต์เตียงหักก็เถอะ
แต่ตอนนี้ผมร้อนจะตายแล้วโว้ย!
ผมรีบเดินไปหาสตาฟของโรงแรม เค้นคำพูดอย่างยากลำบาก
“ผมรู้สึกมึนหัวมาก สามารถเข้าพักที่ห้องไหนได้บ้างครับ”
“ห้องพักสำหรับนักแสดงอยู่ที่ชั้นสิบห้าค่ะ ตอนนี้ยังไม่มีใครขึ้นไป คุณอยากพักห้องไหนดีคะ”
ชั้นสิบห้า...
นั่นมันชั้นที่พระเอกกับนายเอกแซ่บกันไม่ใช่เหรอ
“มีชั้นอื่นไหมครับ ขอเป็นห้องของพวกทีมงานก็ได้”
สตาฟโรงแรมมองหน้าผมด้วยความประหลาดใจ
“ห้องพักของทีมงานถูกจัดให้อยู่ห้องละสองถึงสี่คน คุณโอเคใช่ไหมคะ”
ไม่โอเคอะ
สภาพของผมเป็นแบบนี้ ไม่โอเคสุด ๆ
“งั้น...งั้นเอาชั้นบนก็ได้ครับ ขอห้องด้านในสุด”
ผมสุ่มเลือกห้องนี้เพราะคิดว่าพระเอกที่โดนวางยากับนายเอกที่เมากรึ่ม ๆ ไม่น่าจะขยันเดินไปจนสุดทางหรอกมั้ง
สตาฟยื่นคีย์การ์ดให้ “อยากให้ฉันขึ้นไปส่งไหมคะ”
“ไม่ต้องครับ ๆ” เมื่อได้คีย์การ์ดมา ผมก็วิ่งปรู๊ดไปเข้าลิฟต์
ภายในลิฟต์ฝั่งหนึ่งมีกระจกบานใหญ่ ผมเห็นว่าใบหน้าของตัวเองแดงก่ำมาก ดวงตาฉ่ำเยิ้มหรี่ลงเล็กน้อย เมื่อประกอบกับใบหน้างดงามก็ทำให้ดูยั่วเพศสุด ๆ ไปเลย
อยากปล้ำตัวเองว่ะ คนอะไรหน้าตาโคตรดี
พอ ๆ เลิกเล่น
ผมจิกเล็บเข้ากับฝ่ามือเพื่อเรียกสติ ร่างกายร้อนรุ่มจนรู้สึกได้ว่าแผ่นหลังเปียกชื้น ลมหายใจที่พ่นออกมามีแต่ความร้อนเหมือนคนเป็นไข้ ลูกชายตัวน้อยในกางเกงขยายขึ้นจนต้องยืนหนีบเอาไว้
แล้วเมื่อไหร่ลิฟต์จะถึงสักทีเนี่ย นี่ขึ้นไปชั้นสิบห้าหรือสถานีอวกาศกันแน่!
ผมก่นด่าความเชื่องช้าของลิฟต์ ทั้งที่จริง ๆ แล้วจากชั้นล่างขึ้นชั้นสิบห้านั้นใช้เวลาเพียงแค่หนึ่งนาทีเท่านั้น พอลิฟต์เปิดออก ผมก็พุ่งตัวออกไปอย่างไม่คิดชีวิต
ห้องสุดท้ายของทางเดินคือเป้าหมาย ผมแตะคีย์การ์ด ปิดประตูดังปัง แล้วกระโจนไปทางห้องน้ำ ถอดเสื้อผ้าโยนไปทั่ว เปิดน้ำใส่อ่างก่อนลงไปแช่ด้วยสภาพแข้งขาอ่อนแรง
“ร้อนเป็นบ้า” ผมหายใจหอบเสียงดัง ขยับมือลงไปกอบกุมเจ้าลูกชาย
ชีวิตก่อนผมไม่เคยมีแฟนเลย แน่นอนว่าสิ่งที่ถนัดที่สุดก็คือการขัดเจ้าลูกชายนี่แหละ
ผมลงมือขัดอย่างขะมักเขม้น เพียงไม่กี่นาทีก็แตกพ่าย พ่นน้ำขาวขุ่นออกมาใส่อ่าง
“น่าอายเป็นบ้า” ดีนะที่อยู่คนเดียว ถ้าคนอื่นรู้ว่าเสร็จไวขนาดนี้คงได้อับอายไปทั้งชาติ
หลังจากปลดปล่อยออกไปแล้ว ไม่นานลูกชายของผมก็ผงกหัวขึ้นมาอย่างกระตือรือร้นอีกครั้ง ความร้อนแล่นไปทั่วกาย
“ฮือ หาเรื่องใส่ตัวแท้ ๆ” ผมหลั่งน้ำตาพลางขัดลูกชายไปด้วย แต่ไม่รู้ทำไม ยิ่งขัดก็ยิ่งร้อน สติสตังเริ่มเลอะเลือนจนทนไม่ไหว ทั้งที่เสร็จไปหลายครั้งแล้วแต่กลับไม่รู้สึกพอใจเลย
ช่องทางด้านหลังคันยุบยิบ ทว่าผมก็ไม่กล้าไปแตะต้องมัน
ปัง!
เสียงประตูห้องพักดังขึ้น เรียกสติที่เลื่อนลอยของผมให้คืนมาได้นิดหน่อย ผมเงยหน้ามองคนมาใหม่ด้วยสายตาพร่าเบลอ ต้องเพ่งอยู่สักพักถึงจะรู้ว่าอีกฝ่ายคือใคร
“พี่กันต์...”
ตอนที่อ่านนิยายผมรู้สึกว่าพระเอกเรื่องนี้มันเฮงซวยที่ได้นางฟ้าอย่างคีย์ไปครอบครอง พอทะลุมิติมาที่นี่ผมก็เลยแปะฟิลเตอร์คนนิสัยไม่ดีไว้กลางหน้าผากอีกฝ่าย แต่พอได้มาฟังเหตุผลของพี่กันต์ ผมกลับรู้สึกว่าตัวเองช่างตื้นเขิน มองอะไรเพียงแค่ด้านเดียวจนเข้าใจคนอื่นผิดไปที่แท้ ไอ้หมอนี่มันก็เป็นคนปกตินี่หว่า“งั้นทำไมพี่ต้องเรียกเขาไปชงกาแฟด้วยล่ะ แม่บ้านก็มี เลขาพี่ก็น่าจะทำได้”“พี่ก็แค่หมั่นไส้”“...?” คำตอบแต่ละอย่างของเขาทำให้ผมอึ้งแล้วอึ้งอีกจริง ๆ “หมั่นไส้เรื่องอะไร”“นายดูท่าทางเขาสิ ไม่รู้จะหงอจะหงิมไปไหน เป็นนักแสดงมันต้องเชิดหน้ายืดอก ไม่ใช่ยืนคางชิดอก พี่ก็เลยอยากแกล้ง แค่นั้นแหละ”“...” ขอถอนคำพูด ไอ้หมอนี่มันเฮงซวยเหมือนเดิมนั่นแหละ...เมื่อคืนผมไม่ได้กลับบ้าน แถมยังไม่ได้โทรบอกพ่อกับแม่ เดิมทีคิดว่าพอกลับมาจะต้องเจอกับนรกอย่างการคัดหนังสือธรรมะแน่ ๆ แต่ไม่คิดเลยว่าทันทีที่ทั้งสองเห็นหน้าไอ้พี่กันต์ สีหน้าของพ
ผมตื่นขึ้นมาตอนสิบเอ็ดโมงด้วยสภาพปวดไปทั้งตัวเหมือนโดนรถบรรทุกชน สภาพเตียงนอนหลังสมรภูมิดุเดือดเรียกได้ว่าเละตุ้มเป๊ะในห้องมีแค่ผมคนเดียว ที่นอนด้านข้างเย็นชืดไร้ไออุ่น บ่งบอกว่าอีกคนจากไปนานแล้ว แถมยังจากไปแบบไม่บอกกล่าวกันสักคำ ไม่มีแม้แต่โน๊ตสักแผ่นด้วยซ้ำจู่ ๆ ผมก็เริ่มเข้าใจความรู้สึกของคนที่ถูกฟันแล้วทิ้งขึ้นมาเลยหงุดหงิดว่ะไอ้คนเฮงซวย สมกับที่เฮงซวยจริง ๆผมไม่ได้คาดหวังให้คนอย่างพี่กันต์มาทำตัวเหมือนพระเอกนิยายเรื่องอื่นที่ออกปากรับผิดชอบหรอกขนาดในต้นฉบับ ในช่วงแรกอีตาพระเอกมันยังไม่แสดงท่าทีอะไรกับนายเอกเลย ทำเหมือนนายเอกเป็นแค่ที่ระบายอารมณ์ด้วยซ้ำแต่อย่างน้อย ในฐานะเพื่อนนอนชั่วคราวที่เป็นถึงคู่หมั้นตั้งแต่เด็ก ก็ควรจะแสดงน้ำใจบ้างสิ!มีอย่างที่ไหนมาทิ้งกันไปดื้อ ๆ ทำอย่างกับผมเป็นเด็กขาย พอเสร็จกิจก็สะบัดตูดหนี ถ้าเจอกันคราวหน้าผมจะต่อยให้หน้าหันเลยคอยดูผมลากร่างกายที่ปวดไปทั้งตัวเข้าไปในห้องน้ำ สายน้ำเย็นฉ่ำช่วยดับอารมณ์คุกรุ่นให้เบาบางลง ช่องทางด้านหลังแสบขัดจนต้องร้องซี้ดออกมาต
“พี่กันต์...”“นี่กำลังอ่อยเหรอ” เสียงของพี่กันต์เองก็ยานคาง บ่งบอกว่าเมาได้ที่ผมตั้งใจจะบอกว่าไม่ได้อ่อย แต่ลิ้นดันเปลี้ยพูดออกไปได้แค่คำเดียว“อ่อย...”ผมเห็นคนตัวสูงดวงตาสว่างวาบ เขาลงมือช้อนร่างผมขึ้นจากอ่างอาบน้ำ แล้วพาไปโยนบนเตียงอย่างไม่เบามือเลยสักนิด“อือ” แรงกระแทกทำให้ร่างกายที่อ่อนไหวของผมสั่นสะท้านขึ้นมาเสียงสวบสาบของเสื้อผ้าดังขึ้น ไม่นานร่างเปลือยเปล่าของพี่กันต์ก็ตามลงมาทาบทับ สติของผมกลับเข้าร่างทันที“พี่ อุ๊บ”ยังไม่ทันได้พูดอะไรออกไป ริมฝีปากก็ถูกปิดด้วยปากของอีกฝ่าย ลิ้นร้อนกวาดเลียไปบนปากของผมจนเปียกชุ่ม ไม่รู้ทำไม แต่ผมกลับไม่รู้สึกต่อต้านเลยสักนิด“อ้าปาก”ผมหลับตาปี๋ อ้าปากอย่างกล้า ๆ กลัว ๆฤทธิ์ยาทำให้หลงลืมไปหมดสิ้นว่าคนที่กำลังจูบอยู่ คือพระเอกเฮงซวยตัวร้าย ที่จะเป็นคนมาทำลายตระกูลของตัวเองในอนาคตปลายลิ้นของพี่กันต์สอดแทรกเข้ามาในโพรงปาก ตวัดหยอกล้อลิ้นของผมที่เอาแต่หลบหนี ลมหายใจของเ
ระหว่างที่กำลังนั่งนึกถึงเนื้อหาในนิยาย ผมก็เห็นว่ามีนักแสดงชายร่างเล็กคนหนึ่งกำลังทำลับ ๆ ล่อ ๆ อยู่ตรงมุมเสาฝั่งตรงข้ามในมือมีแก้วไวน์ที่ยังไม่ถูกดื่ม อีกฝ่ายมองซ้ายมองขวาด้วยท่าทางเป็นกังวล จากนั้นก็ถอนหายใจเหมือนโล่งอกที่ไม่มีคนเห็น แล้วรีบหยิบถุงบรรจุผงสีขาวเทลงไปในแก้ว จากนั้นก็เขย่าจนมันละลาย“...”เฮ้! น้องชาย ผีข้างเสาฝั่งตรงข้ามอย่างฉันกำลังมองนายอยู่นะ นี่รอบคอบแล้วจริงดิแต่ก็เพราะความมักง่ายของอีกฝ่ายนั่นแหละที่ทำให้งานของผมง่ายขึ้นเยอะนักแสดงหนุ่มร่างเล็กเดินตรงดิ่งไปหาพี่กันต์ เป้าหมายชัดเจนมาก ผมรีบลุกแล้วเดินตามไปติด ๆ ทันที“สวัสดีครับคุณกันต์ พอจะให้เกียรติดื่มกับผมสักแก้วได้ไหม ผมยินดีมากเลยที่ได้แสดงหนังที่คุณเป็นคนลงทุน หวังว่าในอนาคตจะมีโอกาสได้ร่วมงานกับคุณอีก” นักแสดงหนุ่มโปรยยิ้มหวานฉ่ำ ยื่นแก้วในมือไปตรงหน้าพี่กันต์“อ่า...” พี่กันต์ทำหน้าลังเลแหงสิ นิสัยจริงของคุณพระเอกมันถือตัวจะตาย แค่วันนี้ยอมคุยกับคนอื่นหลายประโยคก็ถือว่าไว้หน้ามากแล้ว ถึงพี่กันต์จะมีท่าทางลังเล แต่ผมรู้ว่าครั้งนี้เขาจะต้องรับแก้วไปแน่นอน“พี่กันต์!” ผมตะโกนเสียงดังคนตัวสูงชะงัก ก่อ
หลังจากพูดเรื่องแต่งงาน คีย์ก็ไม่ยอมคุยกับผมอีกเลย ทุกครั้งที่เข้าไปทัก หนุ่มน้อยก็จะมองผมด้วยสีหน้าหมองเศร้าเหมือนคนโดนรังแก ทำเอาทีมงานบางส่วนพากันเข้าใจกันไปว่าผมกลั่นแกล้งเขาปกติพวกทีมงานก็ไม่ค่อยมีสีหน้าดี ๆ ให้ผมอยู่แล้ว เพราะเมื่อก่อนเจ้าของร่างคนเดิมมักจะเข้ากองสายเป็นประจำ ถึงแม้ตอนนี้ผมจะมาตรงเวลา แต่ภาพลักษณ์ไม่ดีในอดีตก็ใช่ว่าจะสลัดไปได้ง่าย ๆ พอมีเรื่องของคีย์ พวกเขาก็เลยคิดว่าผมไปรังแกรุ่นน้องแต่ถามว่าแคร์ไหมก็ไม่อะผมมาเพื่อทำงาน ไม่ได้มาเพื่อสนใจสีหน้าคนอื่นสักหน่อยในเมื่อเขาไม่คุย ผมก็ไม่คุย ทำงานเสร็จก็ตรงกลับบ้าน กินอาหารอร่อย ๆ ของป้านวล แล้วเข้านอนอย่างเกือบจะมีความสุข...ใช่ ‘เกือบจะ’ นั่นแหละเอาจริง ๆ ชีวิตตอนนี้ก็เกือบจะสงบราบรื่นแล้วล่ะ ถ้าไม่ติดว่าต้องมาเห็นหน้าตัวต้นเหตุอย่างคุณพระเอกทุกวันน่ะไม่รู้ทำไม แต่หลังจากประกาศเรื่องงานแต่งไป พี่กันต์ก็มานั่งจ๋องที่กองถ่ายทุกวัน ย้ำว่าทุกวัน!ผมล่ะสงสัยจริง ๆ ว่าเขาไม่มีงานมีการทำหรือไงแต่ก็โชคดีที่เขามา ‘นั่ง’ ตรงตามตัวอักษร นอกจากมองผมทำงาน เขาก็ไม่ได้ทำอะไรนอกจากนั้นอีก อ้อ อีกอย่างหนึ่งที่แปลกไปคือ เขาไม่
เมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็เที่ยงคืนครึ่ง แถมยังต้องตื่นตั้งแต่ตีสี่เพื่อมาเข้ากองตอนเช้าตรู่ เดิมทีผมควรจะง่วงแต่ตอนนี้ดันตาสว่างสุด ๆ ไปเลยนายเอกอย่างคีย์ที่แม้จะเล่นบทคนบ้า แต่ก็เป็นคนบ้าที่เป็นปมหลักของเรื่อง ทำให้วันนี้อีกฝ่ายก็ต้องมาเข้ากองแต่เช้าเช่นกันผมพุ่งปรี่ไปทางคนน่ารักอย่างรวดเร็ว ฉีกยิ้มแฉ่งอวดฟันขาว“อรุณสวัสดิ์ คีย์”“อ๊ะ อรุณสวัสดิ์ครับพี่เมล” คีย์ในสภาพหัวกระเซอะกระเซิงตามบทคนบ้าส่งยิ้มน่ารักกระชากใจ “วันนี้ก็มาพยายามด้วยกันนะครับ”โว้ย ทำไมน่ารักแบบนี้วะเนี่ยความจริงผมไม่ได้ชอบคีย์ในเชิงชู้สาวอะไรหรอก ก็แค่มีนิสัยชอบของน่ารัก ๆ เวลาเห็นคนที่มีหน้าตาน่าเอ็นดูเลยอดที่จะเข้าไปทักไม่ได้“อื้อ เรามา--”“เมล!”ผมยังพูดไม่ทันจบ พลันมีน้ำเสียงดุดันเอ่ยแทรกขึ้น ก่อนที่ผู้ชายหน้าตาหล่อระเบิดแต่นิสัยเฮงซวยจะเดินเข้ามาด้วยใบหน้าเย็นชา ทำเอาคีย์ที่ยืนข้างผมต้องถอยไปแอบด้านหลังเลยทีเดียวสงสัยหมอนี่คงจะโดนเล่นแล้วแน่ ๆ วันนี้ถึงได้ดูเหมือนคนอึไม่ออกแบบนี้“มีอะไรครับพี่กันต์” ผมยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างเยาะเย้ยเป็นไงล่ะ นายฟ้องได้ ฉันก็ฟ้องได้เหมือนกันโว้ย“ไปคุยกันหน่อย”“ทำไมต้องไปที

![อุบัติรักฟีโรโมน [Omagaverse]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


![หวนคืนลิขิตรัก [Mpreg]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


