Mag-log inหลังจากพูดเรื่องแต่งงาน คีย์ก็ไม่ยอมคุยกับผมอีกเลย ทุกครั้งที่เข้าไปทัก หนุ่มน้อยก็จะมองผมด้วยสีหน้าหมองเศร้าเหมือนคนโดนรังแก ทำเอาทีมงานบางส่วนพากันเข้าใจกันไปว่าผมกลั่นแกล้งเขา
ปกติพวกทีมงานก็ไม่ค่อยมีสีหน้าดี ๆ ให้ผมอยู่แล้ว เพราะเมื่อก่อนเจ้าของร่างคนเดิมมักจะเข้ากองสายเป็นประจำ ถึงแม้ตอนนี้ผมจะมาตรงเวลา แต่ภาพลักษณ์ไม่ดีในอดีตก็ใช่ว่าจะสลัดไปได้ง่าย ๆ พอมีเรื่องของคีย์ พวกเขาก็เลยคิดว่าผมไปรังแกรุ่นน้อง
แต่ถามว่าแคร์ไหม
ก็ไม่อะ
ผมมาเพื่อทำงาน ไม่ได้มาเพื่อสนใจสีหน้าคนอื่นสักหน่อย
ในเมื่อเขาไม่คุย ผมก็ไม่คุย ทำงานเสร็จก็ตรงกลับบ้าน กินอาหารอร่อย ๆ ของป้านวล แล้วเข้านอนอย่างเกือบจะมีความสุข...
ใช่ ‘เกือบจะ’ นั่นแหละ
เอาจริง ๆ ชีวิตตอนนี้ก็เกือบจะสงบราบรื่นแล้วล่ะ ถ้าไม่ติดว่าต้องมาเห็นหน้าตัวต้นเหตุอย่างคุณพระเอกทุกวันน่ะ
ไม่รู้ทำไม แต่หลังจากประกาศเรื่องงานแต่งไป พี่กันต์ก็มานั่งจ๋องที่กองถ่ายทุกวัน ย้ำว่าทุกวัน!
ผมล่ะสงสัยจริง ๆ ว่าเขาไม่มีงานมีการทำหรือไง
แต่ก็โชคดีที่เขามา ‘นั่ง’ ตรงตามตัวอักษร นอกจากมองผมทำงาน เขาก็ไม่ได้ทำอะไรนอกจากนั้นอีก อ้อ อีกอย่างหนึ่งที่แปลกไปคือ เขาไม่ได้เรียกคีย์ไปดุด่าอีกแล้ว ถึงขั้นที่ทำเหมือนหนุ่มน้อยไม่มีตัวตนอีกด้วย
การกระทำพิลึกของเขาทำเอาผมงงเป็นไก่ตาแตก คาดเดาอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง
ในเมื่อเขาไม่ได้ด่านายเอก ไม่ได้มาหาเรื่องผม ผมก็เลยไม่มีเหตุผลอะไรให้ต้องไปทะเลาะด้วย นอกจากต้องทนทำงานไปด้วยอาการเสียวสันหลังตลอดเวลา
และผมก็ทนทำงานอยู่ในสภาพนี้เกือบครึ่งเดือน ถึงขั้นเกือบลืมไปแล้วว่าเป้าหมายเดิมของตัวเองคืออะไร จนกระทั่งสิ่งที่ตั้งตารอคอยก็มาถึงจนได้
นั่นก็คือ อีเวนต์เข้าด้ายเข้าเข็มของพวกตัวเอกในวันปิดกล้อง!
ขอแค่ผมขวางเหตุการณ์นี้เอาไว้ได้ พวกเขาก็จะไม่ได้สานสัมพันธ์กันต่อ ตัวร้ายอย่างผมก็อยู่ห่างจากความพินาศไปอีกก้าว
วันถัดมา ผมก็ไปเข้ากองด้วยสีหน้าสดชื่นปนตื่นเต้นจนพี่ช่างแต่งหน้าเอ่ยแซว
“น้องเมลดูมีความสุขมากเลย มีเรื่องดี ๆ เหรอคะเนี่ย”
พี่ช่างคนนี้เป็นหนึ่งในทีมงานที่ไม่ได้ทำหน้าบึ้งตึงใส่ ผมเลยฉีกยิ้มหวานให้เขาหนึ่งกรุบ
“อื้ม ดีใจที่วันนี้ปิดกล้องสักทีน่ะครับ”
“นั่นสินะคะ จะได้พักแล้วนี่เนอะ”
นอกจากอีเวนต์ขัดขวางพวกตัวเอกที่ทำให้ผมตั้งตาคอยแล้ว วันนี้ก็ยังถือว่าเป็นวันสุดท้ายของการทำงานอีกด้วย
ตั้งแต่ทะลุมิติมาผมก็ยังไม่ได้พักผ่อนดี ๆ เลย แค่คิดว่าหลังจากนี้จะได้นอนตีพุงไปวัน ๆ ก็มีความสุขแล้ว
ผมยิ้มกว้างประหนึ่งคนบ้า แอบเหลือบตามองไปทางนายเอกทีหนึ่ง จากนั้นก็แอบมองไปทางพระเอกอีกที แต่ใครจะไปคิดว่าอีกฝ่ายดันมองผมอยู่ก่อนแล้ว สายตาของเราสองคนเลยสบกันพอดี
“...” รอยยิ้มของผมตกลงแทบจะทันที
ทำไมพี่ชายท่านนี้ถึงเอาแต่มองผมทั้งวันเนี่ย!
เป็นประธานบริษัทไม่ใช่หรือไง ทำไมไม่รู้จักไปทำงานทำการซะบ้างนะ
ผมบ่นงุบงิบคนเดียว ก่อนจะก้มหน้าลงเล่นนิ้วตัวเอง พลางนึกถึงเนื้อหาหลังจากนี้ไปด้วย
ตามต้นฉบับ หลังจากปิดกล้อง ทางทีมงานจะพากันไปกินเลี้ยงที่โรงแรมหรูแห่งหนึ่ง เนื่องจากผ่านการทำงานหนักมาหลายเดือน วันนี้ทุกคนเลยดื่มกันแบบไม่ยั้ง ทางด้านตัวร้ายไม่ต้องถามหา รายนี้ถูกกล่าวถึงเพียงสองบรรทัดว่ากินเหล้าจนเมาเป็นหมา หมดสภาพของชายหนุ่มผู้งดงาม แถมยังวิ่งแจ้นไปยืนเต้นอยู่กับกลุ่มผู้กำกับตรงหน้าเวทีนู่น
เนื้อเรื่องบรรยายเน้นไปที่นายเอก เล่าว่าเขาดื่มจนกรึ่ม ๆ จากนั้นก็เดินมึนขึ้นห้องในโรงแรมที่ทางทีมงานเปิดเอาไว้เพื่อให้คนในกองพักผ่อน แต่อนิจจัง เขาดันเข้าห้องผิด ไปเปิดห้องของพระเอกเข้า
ส่วนทางด้านพระเอก เขาถูกนักแสดงปลายแถวคนหนึ่งวางยาหวังหลับนอนด้วย แต่แผนก็พังเพราะนายเอกที่เข้าห้องผิด คนหนึ่งเมา คนหนึ่งร้อนรุ่มเพราะฤทธิ์ยา แน่นอนว่าบทสรุปก็คือฟ้าสาง เตียงแทบหักเป็นสองท่อน
และเหตุการณ์ในวันนี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นของฉากเรตสิบแปดบวกอีกหลายหมื่นตัวอักษร เรียกได้ว่าคนอ่านเลือดลมพลุ่งพล่าน ความดันพุ่งปรี๊ด
...
เมื่อฉากสุดท้ายถูกถ่ายทำจนเสร็จสิ้น ช่วงหัวค่ำ ทั้งนักแสดงและทีมงานต่างก็ไปรวมตัวกันที่โรงแรมหรูใจกลางเมืองอย่างพร้อมเพรียง ความไม่พอใจในการทำงานถูกสลัดทิ้งเหมือนไม่เคยมีมาก่อน
ผมที่ก่อนหน้านี้ถูกทั้งนักแสดงและทีมงานมองตาขวางใส่ตลอด วันนี้คนพวกนั้นกลับเข้ามาทักทายชนแก้วไม่หยุด
นี่สินะ สังคมของการทำงาน สังคมของผู้ใหญ่
“เมล พูดก็พูดเถอะ ฝีมือการแสดงของนายไม่แย่เลยนะ ไม่สิ ต้องบอกว่าดีมาก ๆ เลยแหละ แต่เสียอย่างเดียวที่นายไม่ค่อยมีความรับผิดชอบ มาเข้ากองสายแทบทุกวัน ถึงพักหลังนายจะมาตรงเวลาแล้ว แต่ก่อนหน้านั้นนายก็แย่มากจริง ๆ” ผู้กำกับที่ดื่มจนหน้าแดงเดินมาตบบ่าผมจนไหล่แทบหัก “ถ้านายอยากไปได้ไกลกว่านี้ สิ่งแรกที่ควรมีคือการรักษาเวลา ที่ฉันพูดก็เพราะเป็นห่วงนะ”
“ผมทราบครับ ต่อไปผมจะทำตัวให้ดีกว่านี้” ผมยิ้มแหยให้อีกฝ่าย
“ดี! ฉันชอบคนพูดง่ายแบบนี้แหละ” ผู้กำกับยกแก้วเหล้าขึ้น “มาดื่มกันให้ลืมความเหนื่อยยากก่อนหน้านี้เถอะ!”
“ครับ” ผมยกแก้วขึ้นจิบ ดวงตาก็แอบสอดส่องไปทางพวกตัวเอกอย่างสอดรู้สอดเห็น
ว่าแต่ร่างนี้ทำไมคออ่อนขนาดนี้เนี่ย ผมแค่จิบไปไม่กี่อึกก็รู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งตัว ตาลายเวียนหัวเหมือนคนเมาเรือแล้วซะแล้ว
ไม่ได้การ วันนี้ผมยังมีเรื่องที่ต้องทำนะ!
“ผู้กำกับครับ พอดีผมมึน ๆ นิดหน่อย ขอไปนั่งตรงนู้นสักพักนะครับ” ผมชี้ไปทางเก้าอี้ข้างเสา
“อะไรกัน นี่เพิ่งเริ่มงานเองนะ ใช้ไม่ได้เลย”
คุณเองก็เมาจนยืนเอียงแล้วเหมือนกัน มีสิทธิ์อะไรมาว่าผมเนี่ย
“ผมคออ่อนน่ะ”
“ไปเถอะ ๆ ถ้าไม่ไหวก็ไปพักซะ หรือจะกลับมาแจมก็ได้ทุกเมื่อ” ผู้กำกับโบกมือไล่ ก่อนจะหันไปชนแก้วกับนักแสดงคนอื่นที่เข้ามาทักทาย
ผมรีบเดินไปตรงเก้าอี้ที่จัดเอาไว้ด้านข้างของห้องจัดเลี้ยง จากนั้นก็ลากมันไปตรงมุมเสาที่ค่อนข้างลับตา แล้วนั่งลงเพื่อสังเกตการณ์เหล่าตัวเอกอย่างใกล้ชิด
ในงานวันนี้ พี่กันต์ถูกนักแสดงหลายคนรุมล้อมอย่างกับแมลงวันตอมขี้ แต่ก็ไม่แปลก เพราะฐานะของเขาคือประธานของบริษัทบันเทิงอันดับหนึ่ง หากอยากมีชื่อเสียงในวงการบันเทิงแบบติดจรวด การเข้าหาขาทองคำแบบเขายังไงก็เร็วกว่า
ส่วนคีย์น้อยผู้น่ารักนั้นก็เอาแต่มองไปทางพี่กันต์ด้วยสีหน้าอ่านไม่ออก ริมฝีปากเม้มแน่น
ผมอ่านนิยายเรื่องนี้มาแล้วรอบหนึ่ง แต่ไม่ยักจะรู้เลยว่านายเอกชอบพระเอกตั้งแต่แรก ในบทบรรยายมีแต่การพล่ามพรรณนาถึงความน้อยใจที่พระเอกพูดไม่ดีใส่ จนผมหลงคิดไปว่านายเอกถูกฝืนใจซะอีก
ที่แท้เรื่องราวจากหน้ากระดาษ มันต่างจากการมาสัมผัสด้วยตัวเองจริง ๆ
ส่วนอีตาพระเอกในนิยายผมสัมผัสไม่ได้ถึงความรักเลย นอกจากความเย็นชาก็มีแต่ความกระสันแบบไม่รู้จบ ซึ่งคิด ๆ ดูแล้ว ตัวจริงก็คงไม่น่าจะต่างกันเท่าไหร่
แต่ใครจะชอบหรือไม่ชอบแล้วยังไงล่ะ ผมไม่มีทางปล่อยให้พวกเขาลงเอยกันแน่ ๆ
เพราะไม่งั้นจุดจบของตัวร้ายอย่างผมก็จะถูกกำหนดให้ต้องฉิบหายทันที
ตามต้นฉบับ หลังจากพระเอกกับนายเอกเปิดเผยความสัมพันธ์กับคนที่บ้าน พระเอกก็ขอถอนหมั้นกับตัวร้าย
แน่นอนว่าครอบครัวฝั่งตัวร้ายย่อมไม่เห็นด้วย พ่อแม่พระเอกก็ไม่เห็นด้วย
พระเอกกับนายเอกเผชิญหน้ากับการกดดันของทั้งสองครอบครัว ตัวร้ายที่แอบสนใจนายเอกพยายามเข้าไปแทรกในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ หนักสุดคือสามารถทำให้คีย์ยอมนอนด้วยหลายครั้ง
พระเอกที่มารู้เอาทีหลังก็เข้าใจว่านายเอกโดนบังคับ เขาเลยจับตัวร้ายโยนเข้าซ่องไปขายตัว แถมยังทำลายตระกูลของตัวร้ายจนพังพินาศ
ซึ่งอันที่จริงแล้วประเด็นมันคืออย่างหลังนี่แหละ
พระเอกเป็นประเภทยึดมั่นในตัวเอง ถ้าตัดสินใจแล้วก็ต้องทำตามนั้น ในเมื่อพ่อแม่ตัวเองรวมถึงพ่อแม่ตัวร้ายไม่ยินยอม งั้นเขาแค่ทำให้ฝั่งคู่หมั้นพังก็พอ
พระเอกเลยวางแผนเอาไว้ตั้งแต่แรกว่าจะทำให้ตระกูลของตัวร้ายล่มจม
ถ้าตระกูลของคู่หมั้นตกต่ำ อีกฝ่ายก็จะไม่มีสิทธิ์มาค้านอะไรแล้ว ส่วนพ่อแม่ของตัวเองก็จะไม่กล้าสอดปากเข้ามายุ่งอีก เรียกได้ว่าหมอนี่ร้ายยิ่งกว่าตัวร้ายซะอีก!
ส่วนเรื่องจับโยนเข้าซ่องอันนั้นเป็นผลพลอยได้มาจากการที่พระเอกคิดว่านายเอกโดนตัวร้ายข่มเหงนั่นเอง
แม่x ในต้นฉบับตัวร้ายไม่ได้ข่มเหงนายเอกสักหน่อย หมอนั่นก็แค่เอางานดี ๆ มาหลอกล่อนายเอกที่กำลังอยากพิสูจน์ตัวเองกับพ่อแม่ของพระเอกก็เท่านั้น
สรุปก็คือ ถ้าเรื่องราวดำเนินไปถึงจุดที่พระเอกกับนายเอกเปิดเผยความสัมพันธ์ ต่อให้คราวนี้ผมจะไม่เข้าไปแทรก แต่ตระกูลของผมก็จะถูกพระเอกล็อกเป้าอยู่ดี
ผมไม่รู้ว่าในอนาคตผมจะสามารถกลับไปโลกเดิมได้ไหม แต่สังหรณ์ของผมมันบอกว่าผมคงต้องอยู่ที่นี่ไปตลอด
เพราะงั้นในสายตาของผม โลกใบนี้ ครอบครัวนี้ และร่างนี้ คือสิ่งที่มีอยู่จริง ๆ
และเพื่อไม่ให้ตระกูลถูกทำลาย พ่อแม่ไม่ต้องกลายเป็นคนไร้บ้าน ผมจะต้องแยกพระเอกกับนายเอกออกจากกันตั้งแต่ตอนนี้!
ตอนที่อ่านนิยายผมรู้สึกว่าพระเอกเรื่องนี้มันเฮงซวยที่ได้นางฟ้าอย่างคีย์ไปครอบครอง พอทะลุมิติมาที่นี่ผมก็เลยแปะฟิลเตอร์คนนิสัยไม่ดีไว้กลางหน้าผากอีกฝ่าย แต่พอได้มาฟังเหตุผลของพี่กันต์ ผมกลับรู้สึกว่าตัวเองช่างตื้นเขิน มองอะไรเพียงแค่ด้านเดียวจนเข้าใจคนอื่นผิดไปที่แท้ ไอ้หมอนี่มันก็เป็นคนปกตินี่หว่า“งั้นทำไมพี่ต้องเรียกเขาไปชงกาแฟด้วยล่ะ แม่บ้านก็มี เลขาพี่ก็น่าจะทำได้”“พี่ก็แค่หมั่นไส้”“...?” คำตอบแต่ละอย่างของเขาทำให้ผมอึ้งแล้วอึ้งอีกจริง ๆ “หมั่นไส้เรื่องอะไร”“นายดูท่าทางเขาสิ ไม่รู้จะหงอจะหงิมไปไหน เป็นนักแสดงมันต้องเชิดหน้ายืดอก ไม่ใช่ยืนคางชิดอก พี่ก็เลยอยากแกล้ง แค่นั้นแหละ”“...” ขอถอนคำพูด ไอ้หมอนี่มันเฮงซวยเหมือนเดิมนั่นแหละ...เมื่อคืนผมไม่ได้กลับบ้าน แถมยังไม่ได้โทรบอกพ่อกับแม่ เดิมทีคิดว่าพอกลับมาจะต้องเจอกับนรกอย่างการคัดหนังสือธรรมะแน่ ๆ แต่ไม่คิดเลยว่าทันทีที่ทั้งสองเห็นหน้าไอ้พี่กันต์ สีหน้าของพ
ผมตื่นขึ้นมาตอนสิบเอ็ดโมงด้วยสภาพปวดไปทั้งตัวเหมือนโดนรถบรรทุกชน สภาพเตียงนอนหลังสมรภูมิดุเดือดเรียกได้ว่าเละตุ้มเป๊ะในห้องมีแค่ผมคนเดียว ที่นอนด้านข้างเย็นชืดไร้ไออุ่น บ่งบอกว่าอีกคนจากไปนานแล้ว แถมยังจากไปแบบไม่บอกกล่าวกันสักคำ ไม่มีแม้แต่โน๊ตสักแผ่นด้วยซ้ำจู่ ๆ ผมก็เริ่มเข้าใจความรู้สึกของคนที่ถูกฟันแล้วทิ้งขึ้นมาเลยหงุดหงิดว่ะไอ้คนเฮงซวย สมกับที่เฮงซวยจริง ๆผมไม่ได้คาดหวังให้คนอย่างพี่กันต์มาทำตัวเหมือนพระเอกนิยายเรื่องอื่นที่ออกปากรับผิดชอบหรอกขนาดในต้นฉบับ ในช่วงแรกอีตาพระเอกมันยังไม่แสดงท่าทีอะไรกับนายเอกเลย ทำเหมือนนายเอกเป็นแค่ที่ระบายอารมณ์ด้วยซ้ำแต่อย่างน้อย ในฐานะเพื่อนนอนชั่วคราวที่เป็นถึงคู่หมั้นตั้งแต่เด็ก ก็ควรจะแสดงน้ำใจบ้างสิ!มีอย่างที่ไหนมาทิ้งกันไปดื้อ ๆ ทำอย่างกับผมเป็นเด็กขาย พอเสร็จกิจก็สะบัดตูดหนี ถ้าเจอกันคราวหน้าผมจะต่อยให้หน้าหันเลยคอยดูผมลากร่างกายที่ปวดไปทั้งตัวเข้าไปในห้องน้ำ สายน้ำเย็นฉ่ำช่วยดับอารมณ์คุกรุ่นให้เบาบางลง ช่องทางด้านหลังแสบขัดจนต้องร้องซี้ดออกมาต
“พี่กันต์...”“นี่กำลังอ่อยเหรอ” เสียงของพี่กันต์เองก็ยานคาง บ่งบอกว่าเมาได้ที่ผมตั้งใจจะบอกว่าไม่ได้อ่อย แต่ลิ้นดันเปลี้ยพูดออกไปได้แค่คำเดียว“อ่อย...”ผมเห็นคนตัวสูงดวงตาสว่างวาบ เขาลงมือช้อนร่างผมขึ้นจากอ่างอาบน้ำ แล้วพาไปโยนบนเตียงอย่างไม่เบามือเลยสักนิด“อือ” แรงกระแทกทำให้ร่างกายที่อ่อนไหวของผมสั่นสะท้านขึ้นมาเสียงสวบสาบของเสื้อผ้าดังขึ้น ไม่นานร่างเปลือยเปล่าของพี่กันต์ก็ตามลงมาทาบทับ สติของผมกลับเข้าร่างทันที“พี่ อุ๊บ”ยังไม่ทันได้พูดอะไรออกไป ริมฝีปากก็ถูกปิดด้วยปากของอีกฝ่าย ลิ้นร้อนกวาดเลียไปบนปากของผมจนเปียกชุ่ม ไม่รู้ทำไม แต่ผมกลับไม่รู้สึกต่อต้านเลยสักนิด“อ้าปาก”ผมหลับตาปี๋ อ้าปากอย่างกล้า ๆ กลัว ๆฤทธิ์ยาทำให้หลงลืมไปหมดสิ้นว่าคนที่กำลังจูบอยู่ คือพระเอกเฮงซวยตัวร้าย ที่จะเป็นคนมาทำลายตระกูลของตัวเองในอนาคตปลายลิ้นของพี่กันต์สอดแทรกเข้ามาในโพรงปาก ตวัดหยอกล้อลิ้นของผมที่เอาแต่หลบหนี ลมหายใจของเ
ระหว่างที่กำลังนั่งนึกถึงเนื้อหาในนิยาย ผมก็เห็นว่ามีนักแสดงชายร่างเล็กคนหนึ่งกำลังทำลับ ๆ ล่อ ๆ อยู่ตรงมุมเสาฝั่งตรงข้ามในมือมีแก้วไวน์ที่ยังไม่ถูกดื่ม อีกฝ่ายมองซ้ายมองขวาด้วยท่าทางเป็นกังวล จากนั้นก็ถอนหายใจเหมือนโล่งอกที่ไม่มีคนเห็น แล้วรีบหยิบถุงบรรจุผงสีขาวเทลงไปในแก้ว จากนั้นก็เขย่าจนมันละลาย“...”เฮ้! น้องชาย ผีข้างเสาฝั่งตรงข้ามอย่างฉันกำลังมองนายอยู่นะ นี่รอบคอบแล้วจริงดิแต่ก็เพราะความมักง่ายของอีกฝ่ายนั่นแหละที่ทำให้งานของผมง่ายขึ้นเยอะนักแสดงหนุ่มร่างเล็กเดินตรงดิ่งไปหาพี่กันต์ เป้าหมายชัดเจนมาก ผมรีบลุกแล้วเดินตามไปติด ๆ ทันที“สวัสดีครับคุณกันต์ พอจะให้เกียรติดื่มกับผมสักแก้วได้ไหม ผมยินดีมากเลยที่ได้แสดงหนังที่คุณเป็นคนลงทุน หวังว่าในอนาคตจะมีโอกาสได้ร่วมงานกับคุณอีก” นักแสดงหนุ่มโปรยยิ้มหวานฉ่ำ ยื่นแก้วในมือไปตรงหน้าพี่กันต์“อ่า...” พี่กันต์ทำหน้าลังเลแหงสิ นิสัยจริงของคุณพระเอกมันถือตัวจะตาย แค่วันนี้ยอมคุยกับคนอื่นหลายประโยคก็ถือว่าไว้หน้ามากแล้ว ถึงพี่กันต์จะมีท่าทางลังเล แต่ผมรู้ว่าครั้งนี้เขาจะต้องรับแก้วไปแน่นอน“พี่กันต์!” ผมตะโกนเสียงดังคนตัวสูงชะงัก ก่อ
หลังจากพูดเรื่องแต่งงาน คีย์ก็ไม่ยอมคุยกับผมอีกเลย ทุกครั้งที่เข้าไปทัก หนุ่มน้อยก็จะมองผมด้วยสีหน้าหมองเศร้าเหมือนคนโดนรังแก ทำเอาทีมงานบางส่วนพากันเข้าใจกันไปว่าผมกลั่นแกล้งเขาปกติพวกทีมงานก็ไม่ค่อยมีสีหน้าดี ๆ ให้ผมอยู่แล้ว เพราะเมื่อก่อนเจ้าของร่างคนเดิมมักจะเข้ากองสายเป็นประจำ ถึงแม้ตอนนี้ผมจะมาตรงเวลา แต่ภาพลักษณ์ไม่ดีในอดีตก็ใช่ว่าจะสลัดไปได้ง่าย ๆ พอมีเรื่องของคีย์ พวกเขาก็เลยคิดว่าผมไปรังแกรุ่นน้องแต่ถามว่าแคร์ไหมก็ไม่อะผมมาเพื่อทำงาน ไม่ได้มาเพื่อสนใจสีหน้าคนอื่นสักหน่อยในเมื่อเขาไม่คุย ผมก็ไม่คุย ทำงานเสร็จก็ตรงกลับบ้าน กินอาหารอร่อย ๆ ของป้านวล แล้วเข้านอนอย่างเกือบจะมีความสุข...ใช่ ‘เกือบจะ’ นั่นแหละเอาจริง ๆ ชีวิตตอนนี้ก็เกือบจะสงบราบรื่นแล้วล่ะ ถ้าไม่ติดว่าต้องมาเห็นหน้าตัวต้นเหตุอย่างคุณพระเอกทุกวันน่ะไม่รู้ทำไม แต่หลังจากประกาศเรื่องงานแต่งไป พี่กันต์ก็มานั่งจ๋องที่กองถ่ายทุกวัน ย้ำว่าทุกวัน!ผมล่ะสงสัยจริง ๆ ว่าเขาไม่มีงานมีการทำหรือไงแต่ก็โชคดีที่เขามา ‘นั่ง’ ตรงตามตัวอักษร นอกจากมองผมทำงาน เขาก็ไม่ได้ทำอะไรนอกจากนั้นอีก อ้อ อีกอย่างหนึ่งที่แปลกไปคือ เขาไม่
เมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็เที่ยงคืนครึ่ง แถมยังต้องตื่นตั้งแต่ตีสี่เพื่อมาเข้ากองตอนเช้าตรู่ เดิมทีผมควรจะง่วงแต่ตอนนี้ดันตาสว่างสุด ๆ ไปเลยนายเอกอย่างคีย์ที่แม้จะเล่นบทคนบ้า แต่ก็เป็นคนบ้าที่เป็นปมหลักของเรื่อง ทำให้วันนี้อีกฝ่ายก็ต้องมาเข้ากองแต่เช้าเช่นกันผมพุ่งปรี่ไปทางคนน่ารักอย่างรวดเร็ว ฉีกยิ้มแฉ่งอวดฟันขาว“อรุณสวัสดิ์ คีย์”“อ๊ะ อรุณสวัสดิ์ครับพี่เมล” คีย์ในสภาพหัวกระเซอะกระเซิงตามบทคนบ้าส่งยิ้มน่ารักกระชากใจ “วันนี้ก็มาพยายามด้วยกันนะครับ”โว้ย ทำไมน่ารักแบบนี้วะเนี่ยความจริงผมไม่ได้ชอบคีย์ในเชิงชู้สาวอะไรหรอก ก็แค่มีนิสัยชอบของน่ารัก ๆ เวลาเห็นคนที่มีหน้าตาน่าเอ็นดูเลยอดที่จะเข้าไปทักไม่ได้“อื้อ เรามา--”“เมล!”ผมยังพูดไม่ทันจบ พลันมีน้ำเสียงดุดันเอ่ยแทรกขึ้น ก่อนที่ผู้ชายหน้าตาหล่อระเบิดแต่นิสัยเฮงซวยจะเดินเข้ามาด้วยใบหน้าเย็นชา ทำเอาคีย์ที่ยืนข้างผมต้องถอยไปแอบด้านหลังเลยทีเดียวสงสัยหมอนี่คงจะโดนเล่นแล้วแน่ ๆ วันนี้ถึงได้ดูเหมือนคนอึไม่ออกแบบนี้“มีอะไรครับพี่กันต์” ผมยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างเยาะเย้ยเป็นไงล่ะ นายฟ้องได้ ฉันก็ฟ้องได้เหมือนกันโว้ย“ไปคุยกันหน่อย”“ทำไมต้องไปที






![อุบัติรักฟีโรโมน [Omagaverse]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
