ANMELDENหวังเหว่ยไม่เคยขอให้เธอลาออกจากงาน ไม่เคยขอให้ลดความสามารถของตัวเอง ทุกครั้งที่หลี่น่าต้องออกไปช่วยเหลือผู้ป่วยกลางดึก เขาจะเป็นคนขับรถไปส่ง ทุกครั้งที่เธอต้องเดินทางไปอบรมแพทย์ต่างเมือง เขาจะดูแลบ้านและมารดาของเธอด้วยรอยยิ้มเมื่อทั้งสองมีลูกน้อย ครอบครัวก็ยิ่งอบอุ่นขึ้น หลินซูอิงย้ายมาอยู่ด้วยกัน และใช้ชีวิตอย่างสงบในบั้นปลาย บ้านหลังเล็กเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของเด็กน้อย และกลิ่นอาหารที่แม่ของหลี่น่าทำทุกเย็นวันหนึ่ง ศูนย์การแพทย์แห่งใหม่เปิดทำการอย่างเป็นทางการ บุคลากรทางการแพทย์จากหลายมณฑลเดินทางมาร่วมพิธี นักศึกษาแพทย์หลายร้อยคนยืนเรียงแถวอยู่ภายในหอประชุม หลี่น่าสวมเสื้อกาวน์สีขาวสะอาด เธอยืนอยู่บนเวที มองผู้คนตรงหน้าอย่างเงียบงัน ปลายนิ้วสัมผัสผ้ากาวน์เบา ๆ ความทรงจำในอดีตหวนกลับมา เธอนึกถึงผู่เยว่ แพทย์หญิงในชีวิตก่อนผู้หญิงที่เชื่อมาตลอดว่า หากตั้งใจทำงานหนัก อดทน และเป็นคนดี ความยุติธรรมจะมาถึงเอง แต่สุดท้ายกลับถูกใส่ร้าย ถูกหักหลัง และเสียชีวิตโดยไม่มีโอกาสแม้แต่จะอธิบายความจริง หากไม่มีโอกาสครั้งที่สองผู่เยว่คงไม่มีวันรู้ว่าความเมตตาเพียงอย่างเดียว ไม่อาจปกป้องคนดีได้ หล
คำพูดเรียบง่ายเหล่านั้น กลับทำให้หัวใจของหลี่น่าสั่นไหวมากกว่าคำสัญญาที่สวยหรูใด ๆ เธอก้มมองมือของตัวเอง ก่อนหัวเราะเบา ๆ“รู้ไหม...เมื่อก่อนฉันเคยคิดว่า ตัวเองคงไม่มีวันแต่งงานอีก”หวังเหว่ยไม่ได้รีบถามเหตุผล เขาเพียงนั่งฟัง หลี่น่าค่อย ๆ เอ่ยความในใจที่ไม่เคยบอกใคร“ชีวิตแรกของฉัน ฉันถูกเพื่อนร่วมงานหักหลัง คนที่ฉันไว้ใจที่สุด เป็นคนผลักฉันลงเหว”เธอเงยหน้ามองท้องฟ้า “ชีวิตนี้ ฉันก็ถูกสามี คนในครอบครัว และคนใกล้ตัวทรยศอีกครั้ง บางครั้งฉันก็คิดว่า การไม่ไว้ใจใครเลย น่าจะปลอดภัยที่สุด”หวังเหว่ยเอื้อมมือมากุมมือเธอเบา ๆ เขาไม่ได้บีบแน่น ไม่ได้รั้งไว้ เพียงวางมือเคียงกันอย่างอ่อนโยน หลี่น่ามองมือคู่นั้น แล้วกล่าวต่อ“ฉันกลัว ...กลัวว่าวันหนึ่ง ถ้าฉันเปิดใจ ทุกอย่างจะจบเหมือนเดิม”หวังเหว่ยยิ้มบาง “ผมเข้าใจ เพราะความไว้ใจ ไม่ใช่สิ่งที่ขอแล้วจะได้ มันต้องพิสูจน์”เขามองเธอด้วยสายตาที่มั่นคง “ผมไม่เคยหวังให้คุณเชื่อใจผมตั้งแต่วันแรก ผมแค่พยายามทำให้ทุกวันของผม เป็นเหตุผลที่ทำให้คุณค่อย ๆ เชื่อใจ”หลี่น่าหัวเราะทั้งน้ำตา“คุณรู้ไหม ว่าคุณเป็นผู้ชายที่แปลกที่สุดที่ฉันเคยเจอ ตรงไหน คุณไม่เคย
หญิงคนนั้นยิ้มบาง“แม่รับจ้างซักผ้า เย็บเสื้อ และทำงานในโรงย้อมเล็ก ๆ ถ้าไม่ทำ ก็ไม่มีเงินอยู่”หลี่น่าจับมือแม่ไว้เบา ๆ “ต่อไปนี้ แม่ไม่ต้องทำแล้ว”มารดาส่ายหน้า “แม่ยังไหว”หลี่น่ายิ้มอ่อน “ตอนนี้ถึงเวลาที่ลูกจะดูแลแม่บ้าง”หลังให้ยาและจัดตารางการรักษาเรียบร้อย ทั้งสองจึงนั่งคุยกันใต้ต้นหลิวหน้าบ้าน หลี่น่าถามคำถามที่ค้างคาใจมาตลอด“ทำไมแม่ไม่เคยมาหาหนู”หญิงคนนั้นก้มหน้าลง มือที่เหี่ยวย่นกำแน่น“แม่เคยคิดจะกลับไป หลายครั้ง แต่ทุกครั้ง...” น้ำเสียงของเธอสั่นเครือ “ก็มีคนมาหาแม่”หลี่น่าขมวดคิ้ว “ใคร”“คนของตระกูลหวัง”คำตอบนั้นทำให้หวังเหว่ยซึ่งนั่งอยู่ใกล้ ๆ เงยหน้าขึ้นทันที หญิงคนนั้นเล่าต่อ“พวกเขาบอกว่า ถ้าแม่กลับไป ลูกจะได้รับอันตราย พวกเขารู้ว่าลูกอยู่กับครอบครัวบุญธรรม และขู่ว่าจะทำให้ลูกหายไปเหมือนแม่”น้ำตาไหลลงบนใบหน้าของเธอ “แม่เลยหนี แม่ยอมให้ลูกเกลียด ดีกว่าให้ลูกต้องตาย”หลี่น่ากุมมือแม่แน่นกว่าเดิม “แม่ไม่ได้ทิ้งหนู แม่กำลังปกป้องหนู”หญิงคนนั้นร้องไห้ออกมาอย่างไม่อาจกลั้น หลายวันต่อมา หลี่น่าพาแม่กลับมายังมณฑล พร้อมเริ่มรวบรวมหลักฐานเกี่ยวกับคดีเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน
หัวใจของหลี่น่าเต้นแรง เธอพลิกหน้าต่อไป ด้านในมีรูปถ่ายขาวดำของหญิงสาววัยยี่สิบกว่า ใบหน้าสวยอ่อนโยน ดวงตากลมโต และรอยยิ้มอบอุ่น แม้เวลาจะผ่านมาหลายปีแต่หลี่น่ากลับรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด หวังเหว่ยมองรูปถ่ายแล้วพูดเบา ๆ“เธอคล้ายคุณมาก”หลี่น่าไม่ตอบ สายตาของเธอยังคงจับอยู่ที่รูปถ่ายนั้น เธอเปิดอ่านรายงานต่อ เนื้อหาระบุว่าหลินซูอิงถูกกล่าวหาว่าลักลอบนำยาออกจากคลังเพื่อขายให้ตลาดมืด หลังถูกสอบสวน เธอลาออกจากโรงพยาบาล จากนั้นก็หายตัวไปไม่มีใครพบเธออีกเลยแต่ยิ่งอ่านมากขึ้น หลี่น่ากลับยิ่งรู้สึกผิดปกติ เพราะหลักฐานในแฟ้มเต็มไปด้วยช่องโหว่ ไม่มีพยานที่เห็นเหตุการณ์โดยตรง ไม่มีของกลางที่พบในครอบครอง และไม่มีการดำเนินคดีทางอาญา เหมือนมีใครต้องการให้เรื่องจบลงอย่างรวดเร็ว เธอหันไปถามเจ้าหน้าที่หอจดหมายเหตุ“มีเอกสารการสอบสวนเพิ่มเติมหรือไม่”ชายสูงวัยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนเดินไปหยิบกล่องอีกใบ“มีบันทึกการประชุมของคณะกรรมการครับ”หลี่น่ารีบเปิดอ่าน ทันทีที่เห็นรายชื่อผู้เข้าร่วมประชุม สีหน้าของเธอก็เปล
หลิวหยางค่อย ๆ ก้มศีรษะลง เขาไม่อาจโต้แย้งคำพูดเหล่านั้นได้ เพราะทุกอย่างได้รับการพิสูจน์ด้วยหลักฐานแล้ว ไม่นานหลังจากนั้น พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องหลิวหยางในหลายข้อหา ละเลยมาตรการความปลอดภัยจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ให้สินบนเจ้าหน้าที่รัฐ ร่วมกันจัดซื้อสารเคมีที่ไม่ได้มาตรฐาน ปลอมแปลงเอกสารทางธุรกิจ พยายามทำลายหลักฐาน รวมถึงความผิดฐานทำให้ทรัพย์สินของรัฐเสียหาย จากการใช้เอกสารและระบบรับรองมาตรฐานของหน่วยงานราชการโดยมิชอบ จนก่อให้เกิดความเสียหายต่อการควบคุมด้านอุตสาหกรรมและสาธารณสุขเมื่อเจ้าหน้าที่อ่านข้อกล่าวหาจบ หลิวหยางเพียงหลับตาลงราวกับยอมรับว่าหนทางข้างหน้าไม่มีโอกาสหวนกลับอีกแล้วหลายเดือนต่อมา คดีทั้งหมดสิ้นสุดลง เครือข่ายทุจริตที่เกี่ยวข้องกับสารเคมีผิดมาตรฐานถูกเปิดโปงทั้งหมด เจ้าหน้าที่รัฐหลายคนถูกดำเนินคดี ครอบครัวของผู้เสียชีวิตได้รับการชดเชย โรงงานหยางซิ่งถูกปรับโครงสร้างและเปลี่ยนผู้บริหารใหม่ในเช้าวันหนึ่ง หลี่น่าเดินออกมาจากศาลประชาชน ในมือของเธอมีเอกสารเพียงชุดเดียว หนังสือรับรองการหย่าที่ผ่านกระบวนการทางกฎหมายอย่างสมบูรณ์
หลี่น่าลุกขึ้นยืน “ซูเจิน...ฉันจะไม่ให้อภัยเธอ”หญิงสาวยิ้มรับคำตอบนั้น“ฉันรู้” หลี่น่ากล่าวต่อ “เพราะคนที่เธอทำร้าย ไม่ใช่แค่ฉัน ยังมีคนไข้ เพื่อนร่วมงาน และผู้บริสุทธิ์อีกหลายคน”เธอหยุดเล็กน้อย“แต่สิ่งที่เธอทำวันนี้อาจช่วยชีวิตคนงานอีกจำนวนมาก และช่วยหยุดคนที่ยังคิดหาผลประโยชน์บนความทุกข์ของคนอื่น”ซูเจินหลับตาลง เหมือนยกภาระที่แบกไว้มานานออกจากหัวใจ ไม่นาน เจ้าหน้าที่ก็มารับตัวเธอ ก่อนเดินออกจากห้อง ซูเจินกลับหยุดฝีเท้า เธอหันมองหลี่น่าเป็นครั้งสุดท้าย“ระวังตัวด้วย”หลี่น่าชะงัก “หมายความว่าอย่างไร”ซูเจินมองไปทางหวังเหว่ย ก่อนพูดเสียงเบา“หลิวหยางรู้ว่าหลักฐานกำลังครบทุกอย่าง เมื่อคืน ฉันได้ยินเขาคุยกับคนของบริษัท เขากำลังเตรียมหลบหนีออกนอกเมือง”เจ้าหน้าที่ทุกคนหันมามองทันที หวังเหว่ยสีหน้าเคร่งเครียด“คุณแน่ใจหรือ”ซูเจินพยักหน้า “คืนนี้ ถ้าไม่รีบไป เขาอาจหายตัวไปตลอดกาล”สิ้นค







