Share

บทที่ 2

Penulis: จี้เวยเวย
ซ่งรัวเจินถามไล่เรียงกระแทกลงไป กระแทกเสียจนสีหน้าหลินจือเยว่เผือดซีด หวุดหวิดจะเป็นลมหมดสติไปแล้ว

เหตุใดนางกล้าพูดเรื่องเหล่านี้ออกมาต่อหน้าคนมากมายเพียงนี้!

“เรื่องนี้ก็ไม่ซื่อสัตย์จริงใจจริงนั่นล่ะ ได้ยินมาว่าหลินโหวและฉินซวงซวงมีใจปฏิพัทธ์ต่อกันมาตั้งแต่แรกแล้ว สองปีก่อนฉินซวงซวงไม่ยอมแต่งกับเขา นี่เขาถึงตกลงหมั้นหมายกับสกุลซ่ง ใครเคยคิดเล่าว่าทำความดีความชอบกลับมา ฉินซวงซวงกลับยอมแต่งกับเขาแล้ว ดังนั้นจึงคิดทำเช่นนี้ จุ๊ ๆ ...”

“แม่นางสกุลซ่งไม่กลายเป็นตัวโง่งมไปแล้วหรือ?”

ความทุ่มเทตลอดสองปีสูญเปล่าไปแล้ว เย็บชุดเจ้าสาวให้ผู้อื่นสวม ได้รับความทุกข์อย่างแสนสาหัสแต่ยังต้องกลั้นก้อนสะอื้น นี่ใครยังสามารถทนได้กันเล่า?

“พี่หญิง อย่าโมโหไปเลย”

ฉินซวงซวงก้าวเท้าฉับไวขึ้นมา มิอาจข่มความแปลกใจภายในใจเอาไว้ได้

เห็นได้ชัดว่าซ่งรั่วเจินเป็นพลับอ่อนให้คนบดขยี้ แต่งเข้าบ้านพร้อมกันก็เป็นนางและจือเยว่ร่วมกันวางแผน แม้นางไม่ยอมแต่ก็ต้องกล้ำกลืนฝืนรับปาก ไม่โวยวายใหญ่โตอันใด

ใครคาดคิดนางถึงขั้นเปิดผ้าคลุมหน้าลงจากเกี้ยวเจ้าสาว โวยวายอยู่ที่หน้าประตูเช่นนี้?

“ล้วนเป็นความผิดของซวงซวง ท่านอย่าโมโหเลย แม้เป็นภรรยาศักดิ์เทียมกัน ท่านและท่านโหวมีสัญญาหมั้นหมายก่อน ข้าก็ต้องล้วนเชื่อฟังพี่หญิงในทุกด้าน ทั้งหมดล้วนเคารพพี่หญิง”

“ข้ารักท่านโหวด้วยใจจริง ครานั้นเพราะครอบครัวไม่เห็นด้วย จึงไม่สามารถอยู่ร่วมกับท่านโหวได้...”

ฉินซวงซวงพูดไปก็ตาแดงระเรื่อ คล้ายโศกเศร้าเหลือหลาย ร้องไห้สะอึกสะอื้นซับหางตา “หากพี่หญิงไม่เห็นด้วย ข้ายินดีเป็นอนุ ขอท่านอย่าขุ่นเคืองท่านโหวเลย”

“ซวงซวง ข้าจะให้เจ้าเป็นอนุได้อย่างไรกัน?”

หลินจือเยว่เห็นฉินซวงซวงทุกข์ใจถึงเพียงนี้ ภายในก้นบึ้งของสายตาเปี่ยมความปวดใจ “ครานั้นหากมิใช่ครอบครัวเจ้าไม่เห็นด้วย พวกเราก็แต่งงานกันตั้งแต่แรกแล้ว!”

ซ่งรั่วเจินมองฉากรักหวานซึ้งตรงหน้า ปรบมืออย่างสุดระงับ “แสดงได้ยอดเยี่ยมยิ่งนัก!”

“เจ้าทำอันใด?” หลินจือเยว่ถามอย่างรำคาญ

ซ่งรั่วเจินยกมุมปากน้อยๆ “สองปีก่อนท่านเป็นฝ่ายสู่ขอข้า มิใช่ข้าต้องแต่งกับท่านให้ได้ เดิมทีครอบครัวข้าก็ไม่เห็นด้วย เป็นท่านที่คุกเข่าหน้าจวนสกุลซ่งของข้าถึงสองวัน”

“เห็นแก่ความจริงใจของท่าน ฮูหยินผู้เฒ่าพูดรับปากว่าจะดูแลข้าอย่างดิบดี ท่านพ่อท่านแม่ข้าจึงตอบตกลง เหตุใดบัดนี้ทำคล้ายข้ามาตียวนยาวทำลายความรักผู้อื่นกันเล่า?”

“ในเมื่อพวกเจ้ารักกันหวานซึ้งเพียงนี้ ข้าเองก็ไม่ขอเป็นคนชั่วทำลายงานแต่งแล้ว”

“ข้าทำให้พวกเจ้าสมปรารถนาแล้ว งานแต่งนี้ก็ขอให้จบลงเพียงเท่านี้ พี่หญิงน้องหญิงอะไร ดูแล้วอายุเจ้ามากยิ่งกว่าข้าอีกนะ ไฉนเลยจะให้เจ้าเรียกข้าว่าพี่หญิงได้?”

“เจ้าไม่ต้องร้องไห้พูดพร่ำยอมถอยยอมหลีกทางอีก ข้ายกตำแหน่งฮูหยินจวนนี้ให้เจ้าแล้ว”

ซ่งรั่วเจินยิ้มดูเบาทีหนึ่ง นางไม่คิดมอบสินเดิมให้ชายหลายใจหรอกนะ

ในเมื่อทั้งสองคนมีใจปฏิพัทธ์ต่อกัน เหตุใดต้องทำร้ายเจ้าของร่างเดิมด้วยเล่า?

ฉินซวงซวงเองก็ตกตะลึงเพราะการเปลี่ยนแปลงนี้ มิใช่ว่าซ่งรั่วเจินต้องฝืนตอบตกลง ชนิดที่ว่าให้นางเป็นอนุก็ยอมหรอกหรือ?

นางถึงขั้นถอนหมั้น?

นางจะกล้าถอนหมั้นได้อย่างไร!

“พี่หญิง ปีนี้ท่านก็ยี่สิบแล้ว ผ่านช่วงวัยแต่งงานมาแล้ว หากถอนหมั้น น่าจะออกเรือนไม่ได้แล้วกระมัง?”

“เรื่องของข้ายังไม่ต้องให้เจ้าใส่ใจ ยิ่งไปกว่านั้นเจ้าอายุมากกว่าข้า เจ้ายังสามารถแต่งออกเรือนได้ ข้ามีอันใดให้กังวลกัน?”

ซ่งรั่วเจินเพ่งพิศฉินซวงซวงขึ้นลงแวบหนึ่ง ภายในสายตาหญิงผู้นี้ล้วนแต่คืออุบาย เพียงมองผ่านใบหน้าแวบเดียวก็เห็นแค่ผลประโยชน์ เจ้าเล่ห์เพทุบาย ไร้น้ำใจไร้คุณธรรม เหมาะสมกับหลินจือเยว่ยิ่งนัก

ทั้งสองคนอยู่ร่วมกัน โชตชะตาของจวนโหวที่ดีขึ้นมาอย่างยากลำบากตลอดสองปีนี้จะต้องถูกทำลายอย่างรวดเร็วเป็นแน่

แน่นอน มีนางอยู่ อย่าหวังว่าโชคชะตาของจวนโหวจะดีเลย!

“ซ่งรั่วเจิน เจ้าต้องคิดให้ดี หากวันนี้เจ้าถอนหมั้นแล้ว ก็อย่าได้คิดว่าจะมีโอกาสเข้าจวนโหวอีก!”

สีหน้าหลินจือเยว่แข็งทื่อดุจเหล็ก เขาไม่เชื่อว่าซ่งรั่วเจินจะมีความกล้านี้ ถอนหมั้นในวันแต่งงาน เล่าลือออกไปชื่อเสียงนางก็จบสิ้นแล้ว!

“ใครเสียดายกัน?”

“ดี คำนี้เป็นเจ้าพูดเอง เจ้าอย่าเสียใจภายหลัง!”

“พวกเราก็ถอนหมั้นกันแล้ว อย่าได้ข้องเกี่ยวกันอีก!”

“ช้าก่อน” ซ่งรั่วเจินเปิดปากแล้ว

ภายในสายตาหลินจือเยว่สะท้อนความลำพองใจวูบหนึ่ง ก็รู้ว่าซ่งรั่วเจินมิอาจหักใจจากเขา!

“บัดนี้เจ้านึกเสียใจภายหลังแล้ว...”

ยังไม่ทันพูดจบก็ถูกซ่งรั่วเจินเอ่ยขัดขึ้น “งานแต่งก็ยกเลิกแล้ว แต่จวนโหวกินของข้าใช้ของข้า เครื่องยศสตรีที่ท่านสู่ขอแม่นางฉิน เกี้ยวเจ้าสาว และอีกหลายอย่างล้วนใช้เงินของข้ากระมัง?”

“จวนโหวเตรียมงานมงคล ตกแต่งจัดงานเลี้ยง ล้วนเป็นจวนสกุลซ่งออกค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น ก่อนนี้ท่านกับข้าแต่งงานกัน ข้าย่อมไม่ถือสา บัดนี้ยกเลิกงานแต่งแล้ว ยังคิดใช้เงินของข้าแต่งหญิงอื่นเข้าจวน เกรงว่าจะไม่เหมาะสมกระมัง?”

ถ้อยคำนี้พูดออกไป สายตาทุกคนในงานที่ทอดมองทางหลินจือเยว่ล้วนเปลี่ยนไปแล้ว

“แม้หลินโหวทำความดีความชอบ แต่ยามฝ่าบาทพระราชทานรางวัลเขากลับปฏิเสธรับเงินทองทั้งหมดเพื่อแสดงความภักดี ข้ายังคิดว่าเขาซื่อสัตย์จงรักภักดีเสียอีก ที่แท้ก็ใช้เงินของสกุลซ่งมาโดยตลอดกระนั้นหรือ?”

ตลอดสองปีมานี้จวนหลินโหวอาศัยเงินสกุลซ่งมาโดยตลอด เดิมทีคิดว่าหลินจือเยว่ได้รับยศถาบรรดาศักดิ์พรั่งพร้อมสมบัติพัสถานกลับมาจะคืนเงินเป็นร้อยเท่า ไม่คาดคิดเลยว่าจะใช้เงินของสกุลซ่ง ทั้งยังพูดจาองอาจผ่าเผยเช่นนี้?

สีหน้าหลินจือเยว่แข็งทื่อ เขาไหนเลยจะคาดคิดว่าคนสุภาพนุ่มนวลอย่างซ่งรั่วเจินจะฉีกหน้าเขาต่อหน้าทุกคนเช่นนี้ คิดคำนวณหนี้เก่าต่อหน้าธารกำนัล นี่เห็นได้ชัดว่าไม่ไว้หน้าเขาเลยแม้แต่น้อย!

เหตุใดจึงอำมหิตถึงเพียงนี้?

“ก่อนนี้เป็นเจ้าต้องการช่วยข้า ข้าปฏิเสธหลายครั้งก็ไม่เป็นผล บัดนี้เจ้าถึงขั้นคิดบัญชีกับข้า?”

“เจ้าวางใจเถิด ข้าจะต้องคืนเงินให้เจ้าไม่ขาดไปแม้ตำลึงเดียว!”

“หวังว่าท่านโหวจะพูดจริงทำจริง” ซ่งรั่วเจินปรบมือ กระซิบข้างหูเฉินเซียง “ไปตามพี่สามของข้ามา ให้เขาพาคนมามากหน่อย”

“เจ้าค่ะ คุณหนู”

“ฟังให้ดี บัดนี้จงเข้าไปยกของของข้าในจวนโหวออกมา วันนี้ท่านโหวอยู่จวนพอดี จงคำนวณบัญชีให้ชัดเจน!”

สายตาซ่งรั่วเจินเบือนมองขบวนต้อนรับเจ้าสาวของฉินซวงซวง “เงินค่าจ้างของพวกเจ้าก็เป็นข้าจ่ายกระมัง? ในเมื่อเป็นคนของข้า บัดนี้ก็ไปยกของ ไม่ไปก็อย่าหวังจะได้ค่าจ้างจากข้า”

สีหน้าฉินซวงซวงเปลี่ยนไปแล้ว หากแม้แต่พวกเขาก็ไปทั้งหมดแล้ว เช่นนั้นศักดิ์ศรีตนเองจะยังมีอยู่อีกหรือ?

“จือเยว่ นี่จะทำอย่างไรดี?”

“ซ่งรั่วเจิน เจ้าจะต้องก่อความวุ่นวายที่งานแต่งในวันนี้ให้ได้เลยกระนั้นหรือ?”

ดวงหน้างดงามพริ้มเพราของซ่งรั่วเจินเผยแววฉงน “ท่านโหวพูดผิดไปแล้ว นี่จะเรียกว่าก่อความวุ่นวายได้อย่างไร? ข้าเพียงต้องการรีบคิดบัญชีให้ชัดเจนโดยเร็วก็เท่านั้น”

“เชื่อว่าแม่นางฉินต้องมอบสินเดิมให้ท่านโหวเป็นแน่ ก็ไม่หวังให้ทุกหนแห่งในจวนโหวล้วนมีของของข้าหรอกกระมัง? ทุกคืนพวกท่านนอนบนเตียงที่ข้าซื้อ ห่มผ้าที่ข้าซื้อ เหมาะสมแล้วหรือ?”

ถ้อยคำนี้พูดออกมา ยังไม่ต้องพูดถึงฉินซวงซวง แม้แต่หลินจือเยว่เองก็กระวนกระวายแล้ว

“ใช่แล้ว กำไลมรกตที่แม่นางฉินสวมเป็นสินเดิมที่ท่านแม่ข้ามอบให้ข้า ก็สมควรคืนให้ข้าใช่หรือไม่?”

ฉินซวงซวงชะงักงัน ก่อนจะพูด “กำไลนี้เป็นท่านโหวมอบให้ข้า จะเป็นสินเดิมของเจ้าได้อย่างไร?”

“โอ้? เช่นนั้นมิสู้เจ้าถามท่านโหว ซื้อกำไลนี้มาจากที่ใดราคาเท่าใด มีใบเสร็จหรือไม่? สินเดิมที่ท่านแม่มอบให้ข้า ข้างบนยังแกะสลักชื่อของข้าเอาไว้ด้วย”

หลินจือเยว่หน้าเปลี่ยนสีในทันทีทันใด เขาพบกำไลนี้ในคลังเก็บของ คิดได้ว่าซวงซวงชอบกำไลหยกมากที่สุด มิหนำซ้ำชิ้นนี้ยังคุณภาพยอดเยี่ยม จึงนำไปมอบให้นาง เดิมทีคิดว่าเป็นของซ่งรั่วเจินก็ไม่เป็นไร ถือเป็นของขวัญแรกพบที่นางมอบให้ซวงซวงก็ใช้ได้แล้ว

ไม่คาดคิด...ข้างบนถึงขั้นสลักชื่อของนางไว้แล้ว?
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Komen (2)
goodnovel comment avatar
Pavinee
เรื่องน่าติดตาม
goodnovel comment avatar
Suthida Pornjamroen
สนใจอ่านต่อ
LIHAT SEMUA KOMENTAR

Bab terbaru

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 2072

    ......กาลเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว รู้ตัวอีกทีเด็ก ๆ ก็อายุสามขวบแล้วฉู่จวินถิงขึ้นครองราชย์อย่างราบรื่น ซ่งรั่วเจินก็ได้เป็นฮองเฮาฮ่องเต้องค์ก่อนที่เดิมควรจะสิ้นพระชนม์ไปนานแล้ว เพราะไม่มีเหลียงอ๋องคอยทำร้าย อีกทั้งยังได้รับการบำรุงร่างกายจากซ่งรั่วเจินอย่างดี พระวรกายจึงดีขึ้นเรื่อย ๆ เพียงแต่เห็นว่าฉู่จวินถิงจัดการราชการได้อย่างคล่องแคล่ว จึงไม่อยากเหน็ดเหนื่อยกับราชกิจอีกเขาพาฮองเฮา ซึ่งบัดนี้เป็นไทเฮา ปลอมพระองค์ออกไปเที่ยวชมทั่วราชอาณาจักร กล่าวว่าทรงตั้งใจปกครองบ้านเมืองห่วงใยราษฎรมาตลอด บัดนี้ก็ควรไปดูชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรด้วยตนเองจริง ๆ เสียทีซ่งรั่วเจินได้เป็นฮองเฮา แม้จะพำนักอยู่ในวัง แต่ก็มักออกไปเที่ยวนอกวังอยู่เสมอ ฉู่จวินถิงก็ปล่อยให้นางไปตามใจ ทุกครั้งที่จัดการงานเสร็จและมีเวลา ก็จะไปเป็นเพื่อนนางพาลูกทั้งสามไปด้วย ครึกครื้นยิ่งนักทว่า หลังจากฉู่จวินถิงขึ้นครองราชย์ ก็มีขุนนางจำนวนไม่น้อยเสนอให้คัดเลือกสนมเพราะอย่างไรเสีย ฮ่องเต้ควรมีโอรสและธิดาให้มาก มีฮองเฮาเพียงคนเดียวย่อมไม่พอ ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงว่าฮ่องเต้ทรงรักและเป็นห่วงฮองเฮามาก ถึงขั้นตัดสินพระท

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 2071

    ฮองเฮาแอบรู้สึกประหลาดใจ “ไม่คิดว่าเจินเอ๋อร์จะรู้มากขนาดนี้ ข้าเองก็เพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรก”“ตอนนี้ลูกยังเล็กอยู่ พอโตขึ้นก็จะเห็นได้ชัดกว่านี้พ่ะย่ะค่ะ”ซ่งรั่วเจินมองลูกทั้งสาม ดวงตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน บัดนี้นางก็ได้สัมผัสถึงความรักของแม่ที่ท่วมท้นแล้วทุกวันที่ได้อุ้มลูก นางรู้สึกว่าสภาพจิตใจก็สงบและอ่อนโยนขึ้น เวลาส่องกระจกก็เหมือนว่าคิ้วตาจะเปลี่ยนไป“เสด็จย่าของเจ้าก็ตรัสถึงทั้งวัน หวังเพียงว่าเจ้าจะฟื้นฟูร่างกายให้ดี แล้วพาลูกไปเยี่ยมนางสักหน่อย”ฮองเฮานึกถึงหลายวันก่อนหน้านี้ ไทเฮาเคยถามเรื่องนี้โดยเฉพาะ ถึงขั้นอยากไปจวนรัชทายาทเพื่อดูเจินเอ๋อร์ แต่ถูกฮ่องเต้ห้ามไว้เพราะอย่างไรเสีย พระพลานามัยของไทเฮาแต่เดิมก็ไม่ดี หลังจากได้รับการดูแลรักษาจึงจะดีขึ้นหากออกจากวังโดยพลการ แล้วเกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้น เช่นนั้นก็วุ่นวายแล้วซ่งรั่วเจินคิดถึงเสด็จย่าที่ดีต่อนางเสมอมา จึงยิ้มแล้วกล่าวว่า “อีกเดี๋ยวพวกเราจะไปเยี่ยมเสด็จย่าเพคะ”ฮองเฮาพยักหน้าด้วยความพอใจ แล้วตบมือซ่งรั่วเจินเบา ๆ “เจ้าคลอดลูกให้จวินถิงถึงสามคนในคราวเดียว ทำคุณงามความดีครั้งใหญ่ ลำบากเจ้าแล้วจริง ๆ”

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 2070

    กู้ฮวนเอ๋อร์หัวเราะฮี่ ๆ “ข้าแค่รู้สึกว่า ลูกชายของข้าเมื่อเทียบกับลูกของท่านแล้วยังด้อยกว่านิดหน่อย แต่ถ้าเทียบกับเด็กบ้านอื่น ๆ ข้าว่าหน้าตาดีทีเดียว”“ลูกชายของเจ้าพอโตขึ้นต้องหล่อเหลาแน่นอน ถึงตอนแต่งงานมีภรรยา เกรงว่าจะมีสตรีมากมายแย่งกันแน่”ซ่งรั่วเจินอุ้มลูกของตนเอง ตอนแรกยังรู้สึกแปลกหน้าอยู่บ้าง แต่ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่าน่ารัก ความผูกพันทางสายเลือดก็พลันเกิดขึ้นทันทียามนี้เมื่อมองลูกของตนเอง นางก็อดไม่ได้ที่จะอยากจูบพวกเขาในบรรดาลูกทั้งสามคนของนาง คนโตค่อนข้างเงียบ คนที่สองซุกซนเสียงดัง ส่วนลูกสาวคนเล็ก ผิวพรรณขาวผ่องกว่าหน่อย เวลาร้องไห้ก็ชวนให้คนเอ็นดูเป็นพิเศษเมื่อพระชายารัชทายาทฟื้นขึ้นมา ข่าวนี้ก็แพร่กระจายไปทั่วเมืองหลวง“ก่อนหน้านี้ข่าวบอกว่าพระชายารัชทายาทไม่ได้สติ หมอหลวงก็จนปัญญา เกรงว่าจะไม่รอดแล้ว ไม่คิดเลยว่าคนดีสวรรค์คุ้มครอง ในที่สุดก็ฟื้นขึ้นมาได้”“ช่างดีจริง ๆ ข้ารู้อยู่แล้วว่าพระชายารัชทายาทเป็นคนมีวาสนา ตั้งครรภ์แฝดสาม ต่อไปชีวิตต้องดีแน่นอน”“ก่อนหน้านี้เพราะพระชายารัชทายาทเกิดเรื่อง ได้ยินว่าขุนนางทั้งหลายต่างไม่กล้าไปแสดงความยินดี ตอนนี้ถึงจะ

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 2069

    หลังจากกู้หรูเยียนมาถึง คนในตระกูลซ่งก็พากันรีบรุดมาถึงเช่นกันเมื่อเห็นว่าซ่งรั่วเจินไม่เพียงฟื้นขึ้นมาแล้ว ยังกระปรี้กระเปร่าดีด้วย ก้อนหินที่ค้างคาอยู่ในใจของทุกคนได้ตกลงพื้นในที่สุด“ขอบคุณฟ้าดิน บุตรสาวของข้าไม่เป็นอะไรแล้ว”ซ่งหลินถอนหายใจโล่งอก หลายวันที่ผ่านมา สำหรับเขาแล้วยาวนานราวกับเป็นปี เพียงแต่เมื่อเห็นว่าฮูหยินของตนแทบจะรับไม่ไหว เขาจำต้องฝืนยืนหยัดไว้ มิฉะนั้นสถานการณ์คงเลวร้ายยิ่งกว่าเดิมเพียงแต่ว่า บุตรสาวคนนี้คือแก้วตาดวงใจของเขา พอคิดว่าอาจเกิดเรื่องขึ้นจนไม่ได้พบกันอีก ไม่ต้องพูดเลยว่าในใจเขาเจ็บปวดเพียงใด“น้องหญิงห้า เจ้าฟื้นขึ้นมาได้ช่างดีเหลือเกิน เจ้าหมดสติครั้งนี้ทำพวกเราตกใจแทบแย่”ซ่งจิ่งเซินเผยรอยยิ้มออกมา ก่อนจะถามอีกว่า “หมอหลวงคงมาตรวจดูแล้วใช่ไหม? ตอนนี้เจ้าไม่เป็นอะไรแล้วใช่หรือไม่?”ซ่งรั่วเจินพยักหน้าเบา ๆ “ข้าเพียงอ่อนแรงเกินไปหลังจากคลอดลูก จึงหมดสติไป ตอนนี้ฟื้นแล้ว ร่างกายก็จะค่อย ๆ ฟื้นฟู พวกท่านไม่ต้องเป็นห่วงข้าแล้ว”สายตาของนางกวาดมองผู้คนไปทั่ว เห็นได้ชัดมากว่าทุกคนล้วนไม่ได้พักผ่อนดี ๆสีหน้าของแต่ละคนล้วนเผยความอ่อนล้าหลายส่วน เ

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 2068

    ตามหลักแล้ว เมื่อวิญญาณออกจากร่างย่อมสามารถมองเห็นผู้คนและสิ่งรอบข้างได้ เพียงแต่ว่าในตอนนั้นนางถูกดึงไปยังที่อื่นโดยตรง จึงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นรอบตัวบ้างแต่เรื่องทั้งหมดนี้ก็เดาไม่ยากในชาตินี้ นางไม่เพียงมีสามีที่แสนดีเลิศเท่านั้น ยังมีครอบครัวและมิตรสหายที่รักใคร่นางอย่างแท้จริงเฉินเซียงพยักหน้าติดต่อกัน อดทอดถอนใจไม่ได้ “ฮูหยินเป็นลมหมดสติไปตั้งแต่ตอนนั้น หลายวันมานี้ก็มาทุกวัน ดูซูบเซียวไม่น้อยทีเดียว”“จะว่าไปแล้ว เวลานี้ฮูหยินก็น่าจะใกล้มาถึงแล้วเจ้าค่ะ”“บรรดาพี่ชายของท่านก็มาหาตลอด ถามไถ่อาการจากหมอหลวง คุณชายสี่ก็ไปเสาะหาสมุนไพรล้ำค่ามามากมาย เพียงแต่เห็นท่านยังไม่ฟื้นเสียที ทุกคนต่างก็เศร้าใจยิ่งนัก”“พวกอวิ๋นเนี่ยนชูกับเมิ่งชิ่นก็มาเช่นกัน วันนี้ยังพากันไปวัดเพื่ออธิษฐานขอพรอีกด้วย”ช่วงหลายวันก่อนเฉินเซียงก็แทบไม่แตะต้องอาหาร แต่เมื่อตอนนี้ได้เห็นนายของตนฟื้นขึ้นมา ก็ราวกับได้เสาหลักกลับคืนมาในที่สุด คนก็สดใสร่าเริงขึ้นทันทีในใจซ่งรั่วเจินเข้าใจดี ทั้งรู้สึกละอายใจและสุขใจในเวลาเดียวกัน“เพราะข้าคลอดลูกสามคนติดกัน ร่างกายอ่อนแรงเกินไป จึงได้หมดสติไป ตอนนี้ไม่เ

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 2067

    ซ่งรั่วเจินมองฉู่จวินถิงที่อยู่ตรงหน้า นึกถึงอดีตที่นางได้เห็นด้วยตาตนเอง ใจก็อดปวดร้าวขึ้นมาไม่ได้นางกอดฉู่จวินถิงไว้ แล้วกล่าวว่า “เหตุใดท่านถึงได้โง่งมเช่นนี้?”ฉู่จวินถิงได้ยินคำพูดของฮูหยินตน ก็ไม่เข้าใจความหมายของนางนัก เพียงแต่ในเวลานี้ เมื่อคิดว่าในที่สุดนางก็ฟื้นขึ้นมาแล้ว ใจเขาก็เหลือเพียงความยินดีและความตื่นเต้นเท่านั้นในช่วงวันที่เจินเอ๋อร์หมดสติ เขารู้สึกราวกับตัวเองเป็นศพเดินได้ ไม่ได้ไปเข้าเฝ้าเลย ไม่ว่าใครจะพูดอะไร เขาก็ไม่สนใจทั้งสิ้นไม่มีเจินเอ๋อร์ โลกของเขาก็มีเพียงความมืดมิด ไร้ซึ่งแสงสว่างใด ๆ“ไม่มีเจ้า โลกของข้าก็ไม่มีความหมายอีกต่อไป”ฉู่จวินถิงมองซ่งรั่วเจิน ราวกับกำลังมองสมบัติล้ำค่าที่ได้กลับคืนมาอีกครั้ง“อย่าจากข้าไปอีกเลย”ซ่งรั่วเจินยิ้มแล้วพยักหน้า “หม่อมฉันจะทำใจไปจากท่านและลูก ๆ ได้อย่างไร?”ไม่ง่ายเลยกว่าพวกเขาจะได้ชีวิตที่สมบูรณ์เช่นนี้ นางจะต้องทะนุถนอมมันไว้ให้ดี“พระชายารัชทายาท ท่านหลับนานเพียงนี้ คงจะหิวแย่แล้วกระมัง?”เฉินเซียงและไป๋จื่อยกอาหารเข้ามา รัชทายาทสั่งให้ห้องครัวเตรียมอาหารไว้ตลอด ก็เพื่อให้พระชายารัชทายาทมีอะไรกินทันที

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status