Share

บทที่ 5

Penulis: จี้เวยเวย
ซ่งรั่วเจินพูดอย่างจริงจัง อาการป่วยนี้สำหรับนางกลับรักษาไม่ยาก แต่ต้องใส่ใจมากก็เท่านั้น

เดิมทีซ่งอี้อันคิดว่าน้องหญิงปลอบโยนตนเอง มิได้เก็บมาใส่ใจ ทว่าเห็นนางพูดอย่างตั้งใจมากเป็นพิเศษ ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเชื่อขึ้นมาหลายส่วน

“น้องหญิงคนดี พี่รองเชื่อเจ้า”

ซ่งจืออวี้เห็นซ่งอี้อันคล้ายถูกเกลี้ยกล่อมสำเร็จแล้ว เอ่ยถามอย่างอดไม่ได้ “พี่รอง ท่านเชื่อจริงหรือ? น้องหญิงห้าไม่เคยเรียนวิชาแพทย์มาก่อนนะ”

“น้องหญิงห้าดีใจก็พอ ตอนนี้ข้าก็กลายเป็นเช่นนี้ไปแล้ว หมอทั้งเมืองหลวงล้วนมาดูแล้ว ยังมีอันใดให้กลัวอีกเล่า?”

ซ่งอี้อันยกมุมปากยิ้มขมปร่า นับตั้งแต่วันที่ตาบอดอนาคตอันรุ่งโรจน์ของเขาก็สูญสลายกลายเป็นหมอกผ่านตา ถอนหมั้นก็คือเรื่องที่คาดการณ์ไว้แล้ว น้องหญิงไม่ยอมให้เขายอมแพ้ ก็เพราะหวังดีต่อเขา

ส่วนเป็นเรื่องจริงหรือไม่...สำคัญด้วยหรือ?

ซ่งรั่วเจินมิได้ใส่ใจบทสนทนาของทั้งสองคน สายตานางเบือนไปทางด้านหลัง นับตั้งแต่เหยียบเท้าเข้าจวนสกุลซ่ง นางก็สังเกตุเห็นว่าเรือนด้านหลังถูกพลังชั่วร้ายปกคลุมอยู่

เห็นได้ชัดเจนว่าเป็นวันแสงแดดจ้า ทว่าด้านหลังกลับอึมครึม ต้องมีบางสิ่งกำลังสร้างปัญหาอย่างแน่นอน

“ข้าไปดูด้านหลังสักหน่อย”

เห็นซ่งรั่วเจินพูดจบก็ไปที่เรือนด้านหลังแล้ว ซ่งจืออวี้รีบไล่ตามไป “น้องหญิงห้า รอข้าด้วย”

ยิ่งเข้าใกล้เรือนด้านหลัง พลังชั่วร้ายก็ยิ่งหนาแน่น เดิมทีอากาสควรอบอุ่น มาถึงที่นี่แล้วกลับเปลี่ยนเป็นเยียบเย็นอย่างฉับพลัน ชวนให้คนเย็นสันหลังวูบ

สายตาซ่งรั่วเจินจับจ้องพลังชั่วร้ายล่องลอยในอากาศ ขมวดคิ้วแน่น “พี่สาม ช่วงนี้เรือนด้านหลังมีอันใดเปลี่ยนไปหรือไม่?”

“ไม่มีนี่” ซ่งจืออวี้ส่ายหน้า

“เช่นก่อสร้างอะไรจำพวกนั้น” สายตาซ่งรั่วเจินจริงจัง ก่อนนี้ยามนางอ่านหนังสือเกี่ยวกับเรื่องสกุลซ่ง เป็นเพียงการเขียนแบบผ่านๆ เท่านั้น มิได้เขียนรายละเอียดเหล่านี้ ย่อมไม่แน่ใจเฉกเดียวกัน

ซ่งจืออวี้นึกขึ้นได้ “น้องหญิงห้า เจ้ากำลังพูดถึงสระบัวที่เพิ่งถมให้เรียบกระมัง?”

“สระบัว?” ซ่งรั่วเจินชี้ไปด้านหน้า “อยู่ที่นี่หรือ?”

“ใช่แล้ว” ซ่งจืออวี้พยักหน้า “ช่วงนี้ที่บ้านไม่สงบสุข ท่านพ่อเองก็หายตัวไปจนถึงตอนนี้ พี่ใหญ่ได้รับบาดเจ็บที่ขาทั้งสองข้าง ท่านแม่เองก็กระวนกระวายใจอยู่ตลอด”

“ก่อนหน้านี้ได้ฟังคำชี้แนะ จึงเชิญผู้มีวิชามาดูฮวงจุ้ย พูดว่าสระบัวนี้เต็มไปด้วยกลิ่นอายอัปมงคล ทำลายโชคชะตาภายในจวน นี่ถึงเกิดเรื่องอย่างต่อเนื่องเช่นนี้”

“ท่านแม่คิดว่านับตั้งแต่มีสระบัวนี้ ภายในบ้านก็เกิดเรื่องแล้วเรื่องเล่าขึ้นจริง จึงฟังคำพูดของคนผู้นั้น ถมสระบัวให้เรียบ หวังเพียงให้งานแต่งของเจ้าราบรื่น คิดไม่ถึงว่าจะเกิดเรื่องขึ้นอีก...”

ซ่งรั่วเจินจับประเด็นสำคัญได้แล้ว “ท่านแม่ฟังใครชี้แนะ?”

สระบัวนี้มีปัญหาจริง ขัดต่อโชคชะตาของจวนสกุลซ่ง แต่เป็นเพียงปัญหาเล็กน้อย อิงตามหลักการแล้วหลังถมจนเรียบก็สามารถกลับร้ายกลายเป็นดีได้ ไม่มีวันมีพลังชั่วร้ายหนาแน่นเพียงนี้

เกรงว่า...จะมีใครเพิ่มบางอย่างเข้าไป

เปลี่ยนโชคชะตาอะไรกัน? เห็นได้ชัดว่าตั้งใจทำลายโชคชะตาของจวนสกุลซ่ง ทำให้ทั้งจวนสกุลซ่งไม่มีโอกาสกลับมารุ่งโรจน์ได้อีก!

“ฟังท่านน้าชี้แนะมา”

“ท่านน้า?” ซ่งรั่วเจินนึกขึ้นได้

ท่านน้าท่านนี้แม้เป็นน้องสาวของหลิ่วหรูเยียน แต่แท้จริงแล้วสนิทสนมกับครอบครัวทางฝั่งฉินซวงซวงมากกว่า ก่อนหน้านี้ยามอ่านหนังสือก็รู้สึกแปลกใจมาก

ตระกูลหลิ่วเป็นตระกูลเล็ก ส่วนกู้อวิ๋นเวยมารดาฉินซวงซวงเป็นบุตรีของราชครูกู้ ฐานะสูงศักดิ์ มิหนำซ้ำสายตายังแหลมคม ไม่ชายตามองคนธรรมดา แต่กลับผูกไมตรีกับท่านน้าของสกุลหลิ่ว ช่างไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย

“ก่อนหน้าท่านน้ามาแล้ว ก็เพราะเชิญผู้ทรงศีลท่านนี้มา หลอกเอาของจากมือท่านแม่ไปไม่น้อย ผ่านมานานหลายปี เคยชินเสียแล้ว”

ซ่งรั่วเจินรู้ดีมากว่าท่านน้าหลิ่วเฟยเยี่ยนคือผู้ช่วยของฉินซวงซวง แค่ไม่รู้ว่าตกลงทั้งสองคนสมรู้ร่วมคิดกันเช่นไร

หันมองพลังชั่วร้ายขยายวงกว้าง สายตาพลันเยียบเย็น นางก็พูดแล้วเชียวแม้ฉินซวงซวงและหลินจือเยว่รักกัน ก็ไม่ถึงขั้นต้องทำให้ทั้งสกุลซ่งล่มสลาย คนในครอบครัวล้วนตายอย่างอนาจหรอกกระมัง บัดนี้มองดูแล้ว...เห็นได้ชัดว่าถูกยึดโชคชะตาไปแล้ว!

“พวกเจ้า ขุดที่นี่ออก!” ซ่งรั่วเจินสั่ง

สีหน้าซ่งจืออวี้เปลี่ยนไป “น้องหญิงห้า ก่อนหน้านี้ผู้มีวิชาเคยสำทับมาก่อนว่าหลังจากถมดินแล้ว ห้ามมิให้แตะต้องอีกภายในร้อยปี หาไม่แล้วต้องเกิดเภทภัย เลือดตกยางออก!”

“ห้ามมิให้แตะต้องภายในร้อยปี?” ซ่งรั่วเจินยิ้มเยาะทีหนึ่ง คนทำเช่นนี้นับว่ามีความสามารถจริงๆ เพียงหนึ่งประโยคก็ทำให้คนสกุลซ่งไม่กล้าแตะต้องแล้ว

เลือดตกยางออก

เดิมทีสกุลซ่งก็ตกอยู่ในสถานการณ์ง่อนแง่นวุ่นวายอยู่แล้ว ไฉนเลยจะกล้าขุดออกมาดู?

เวลายิ่งนาน โชคชะตาก็ถูกยึดครองไปจนหมด นี่ต่างหากถึงทำให้ทั้งตระกูลต้องเลือดตกยางออก!

“เช่นนั้นรอท่านแม่ฟื้นแล้วค่อยถามดีๆ อีกครั้งเถอะ ข้าเองก็อยากรู้ว่าผู้มีวิชาท่านใดมีความสามารถถึงเพียงนี้!”

ซ่งรั่วเจินใคร่ครวญพลางเอ่ย วันนี้ท่านแม่ถูกทำให้สะเทือนอารมณ์มากแล้ว หากฟื้นขึ้นมารู้ว่านางขุดดินอีก เกรงว่าต้องตกใจจนหมดสติอีกเป็นแน่ มิสู้รอนางจับคนหลอกลวงออกมาก่อน ยังทำให้ท่านแม่จิตใจสงบลงได้อีกด้วย

ซ่งจืออวี้สงสัย เหตุใดคิดว่าน้องหญิงห้าคล้ายกำลังเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันยามพูดคำนี้ออกมากันเล่า?

หญิงสาวหยิบยันต์ออกมาและซ่อนไว้ที่ใต้ต้นไม้ทางด้านข้าง แสงสีทองอ่อนๆ หนึ่งชั้นแผ่ขยายออกไป พริบตาเดียวก็ปกคลุมพลังชั่วร้ายนั้น เมื่อสำรวจอย่างถี่ถ้วน พบว่าพลังชั่วร้ายถูกย้อมด้วยสีแดง ถึงขั้นกลายเป็นพลังโลหิตพิฆาต

หากยังไม่รีบกำจัด ต้องเกิดเรื่องกับสกุลซ่งอีกเป็นแน่

หลังพลังชั่วร้ายถูกสะกดลงไป ซ่งจืออวี้รู้สึกเพียงความหนาวเย็นหายไปแล้ว กลับกลายเป็นอบอุ่นขึ้นมา

“ทุกครั้งข้าผ่านมาที่นี่ล้วนคิดว่าหนาวเย็นเป็นพิเศษ รู้สึกกลัวอยู่บ้าง เมื่อครู่ความรู้สึกนี้ยังอยู่ บัดนี้กลับไม่มีแล้ว?”

ซ่งจืออวี้มองไม่เห็นพลังชั่วร้าย เพียงรู้สึกว่าที่แห่งนี้ชวนให้คนขนลุกภายในใจ ตอนนี้กลับกลายเป็นสบายเสียแล้ว

“ใครอยู่ทางฝั่งนั้น?” ซ่งรั่วเจินชี้ไปที่เรือนอยู่ห่างจากสระบัวไม่ไกล ภายในมีกลิ่นอายแห่งความตายอ่อนๆ

“เป็นพี่ใหญ่อย่างไรเล่า!” ซ่งจืออวี้มองซ่งรั่วเจินอย่างกังวล “น้องหญิงห้า หากเจ้าไม่สบายก็ไปพักผ่อนในห้องก่อนเถอะ วันนี้เกิดเรื่องมากเพียงนี้ เจ้าอย่ายุ่งอีกเลย”

เดิมทีเขาคิดว่าน้องหญิงห้าปล่อยวางอย่างที่แสดงออกมาแล้วจริงๆ ไม่เก็บเรื่องถอนหมั้นมาใส่ใจอีก ทว่าบัดนี้ลืมกระทั่งพี่ใหญ่พักที่ใด นี่ยังไม่ใช่เพราะสะเทือนอารมณ์อีกหรือ?

“เพราะเหตุนี้ถึงมีกลิ่นอายของความตายอ่อนๆ ที่แท้ก็อยากฆ่าตัวตาย” ซ่งรั่วเจินพูดงึมงำกับตนเอง “กระนั้นยังดี กลิ่นอายของความตายไม่รุนแรง ยังไม่ตายเร็วๆ นี้ ไม่ต้องใส่ใจ”

ซ่งจืออวี้ได้ฟังก็ตกใจ “…!”

พี่ใหญ่คิดฆ่าตัวตาย!

น้องหญิงห้าพูดว่ายังไม่ตายเร็วๆ นี้ ไม่ต้องใส่ใจ?!

สวรรค์!

ซ่งอี้อันมาถึงที่นี่โดยมีบ่าวรับใช้ประคอง เห็นว่าน้องหญิงของตนมีท่าทีคล้ายจะรื้อบ้าน รู้สึกแปลกใจอย่างสุดระงับ เมื่อครู่น้องหญิงโวยวายใหญ่โตที่จวนโหว เกือบรื้อจวนโหวแล้ว ครั้งนี้กลับมาแล้วก็เตรียมรื้อบ้านกระนั้นหรือ?

“พี่รอง ช่วงนี้ท่านมีของชิ้นใหม่อันใดหรือไม่?”

ซ่งรั่วเจินตรวจสอบซ่งอี้อัน หว่างคิ้วทั้งสองข้างของเขามีสีดำ ดวงตาทั้งสองข้างแดงเรื่อ เป็นลางบอกเหตุว่าจะได้รับอันตราย

เห็นได้ชัดว่าเมื่อครู่ยามพบหน้า ใบหน้าเขาไม่เป็นถึงขั้นนี้ ภายในระยะเวลาสั้นๆ เพียงครู่เดียว กลับมีการเปลี่ยนแปลงเสียแล้ว
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 2072

    ......กาลเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว รู้ตัวอีกทีเด็ก ๆ ก็อายุสามขวบแล้วฉู่จวินถิงขึ้นครองราชย์อย่างราบรื่น ซ่งรั่วเจินก็ได้เป็นฮองเฮาฮ่องเต้องค์ก่อนที่เดิมควรจะสิ้นพระชนม์ไปนานแล้ว เพราะไม่มีเหลียงอ๋องคอยทำร้าย อีกทั้งยังได้รับการบำรุงร่างกายจากซ่งรั่วเจินอย่างดี พระวรกายจึงดีขึ้นเรื่อย ๆ เพียงแต่เห็นว่าฉู่จวินถิงจัดการราชการได้อย่างคล่องแคล่ว จึงไม่อยากเหน็ดเหนื่อยกับราชกิจอีกเขาพาฮองเฮา ซึ่งบัดนี้เป็นไทเฮา ปลอมพระองค์ออกไปเที่ยวชมทั่วราชอาณาจักร กล่าวว่าทรงตั้งใจปกครองบ้านเมืองห่วงใยราษฎรมาตลอด บัดนี้ก็ควรไปดูชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรด้วยตนเองจริง ๆ เสียทีซ่งรั่วเจินได้เป็นฮองเฮา แม้จะพำนักอยู่ในวัง แต่ก็มักออกไปเที่ยวนอกวังอยู่เสมอ ฉู่จวินถิงก็ปล่อยให้นางไปตามใจ ทุกครั้งที่จัดการงานเสร็จและมีเวลา ก็จะไปเป็นเพื่อนนางพาลูกทั้งสามไปด้วย ครึกครื้นยิ่งนักทว่า หลังจากฉู่จวินถิงขึ้นครองราชย์ ก็มีขุนนางจำนวนไม่น้อยเสนอให้คัดเลือกสนมเพราะอย่างไรเสีย ฮ่องเต้ควรมีโอรสและธิดาให้มาก มีฮองเฮาเพียงคนเดียวย่อมไม่พอ ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงว่าฮ่องเต้ทรงรักและเป็นห่วงฮองเฮามาก ถึงขั้นตัดสินพระท

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 2071

    ฮองเฮาแอบรู้สึกประหลาดใจ “ไม่คิดว่าเจินเอ๋อร์จะรู้มากขนาดนี้ ข้าเองก็เพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรก”“ตอนนี้ลูกยังเล็กอยู่ พอโตขึ้นก็จะเห็นได้ชัดกว่านี้พ่ะย่ะค่ะ”ซ่งรั่วเจินมองลูกทั้งสาม ดวงตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน บัดนี้นางก็ได้สัมผัสถึงความรักของแม่ที่ท่วมท้นแล้วทุกวันที่ได้อุ้มลูก นางรู้สึกว่าสภาพจิตใจก็สงบและอ่อนโยนขึ้น เวลาส่องกระจกก็เหมือนว่าคิ้วตาจะเปลี่ยนไป“เสด็จย่าของเจ้าก็ตรัสถึงทั้งวัน หวังเพียงว่าเจ้าจะฟื้นฟูร่างกายให้ดี แล้วพาลูกไปเยี่ยมนางสักหน่อย”ฮองเฮานึกถึงหลายวันก่อนหน้านี้ ไทเฮาเคยถามเรื่องนี้โดยเฉพาะ ถึงขั้นอยากไปจวนรัชทายาทเพื่อดูเจินเอ๋อร์ แต่ถูกฮ่องเต้ห้ามไว้เพราะอย่างไรเสีย พระพลานามัยของไทเฮาแต่เดิมก็ไม่ดี หลังจากได้รับการดูแลรักษาจึงจะดีขึ้นหากออกจากวังโดยพลการ แล้วเกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้น เช่นนั้นก็วุ่นวายแล้วซ่งรั่วเจินคิดถึงเสด็จย่าที่ดีต่อนางเสมอมา จึงยิ้มแล้วกล่าวว่า “อีกเดี๋ยวพวกเราจะไปเยี่ยมเสด็จย่าเพคะ”ฮองเฮาพยักหน้าด้วยความพอใจ แล้วตบมือซ่งรั่วเจินเบา ๆ “เจ้าคลอดลูกให้จวินถิงถึงสามคนในคราวเดียว ทำคุณงามความดีครั้งใหญ่ ลำบากเจ้าแล้วจริง ๆ”

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 2070

    กู้ฮวนเอ๋อร์หัวเราะฮี่ ๆ “ข้าแค่รู้สึกว่า ลูกชายของข้าเมื่อเทียบกับลูกของท่านแล้วยังด้อยกว่านิดหน่อย แต่ถ้าเทียบกับเด็กบ้านอื่น ๆ ข้าว่าหน้าตาดีทีเดียว”“ลูกชายของเจ้าพอโตขึ้นต้องหล่อเหลาแน่นอน ถึงตอนแต่งงานมีภรรยา เกรงว่าจะมีสตรีมากมายแย่งกันแน่”ซ่งรั่วเจินอุ้มลูกของตนเอง ตอนแรกยังรู้สึกแปลกหน้าอยู่บ้าง แต่ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่าน่ารัก ความผูกพันทางสายเลือดก็พลันเกิดขึ้นทันทียามนี้เมื่อมองลูกของตนเอง นางก็อดไม่ได้ที่จะอยากจูบพวกเขาในบรรดาลูกทั้งสามคนของนาง คนโตค่อนข้างเงียบ คนที่สองซุกซนเสียงดัง ส่วนลูกสาวคนเล็ก ผิวพรรณขาวผ่องกว่าหน่อย เวลาร้องไห้ก็ชวนให้คนเอ็นดูเป็นพิเศษเมื่อพระชายารัชทายาทฟื้นขึ้นมา ข่าวนี้ก็แพร่กระจายไปทั่วเมืองหลวง“ก่อนหน้านี้ข่าวบอกว่าพระชายารัชทายาทไม่ได้สติ หมอหลวงก็จนปัญญา เกรงว่าจะไม่รอดแล้ว ไม่คิดเลยว่าคนดีสวรรค์คุ้มครอง ในที่สุดก็ฟื้นขึ้นมาได้”“ช่างดีจริง ๆ ข้ารู้อยู่แล้วว่าพระชายารัชทายาทเป็นคนมีวาสนา ตั้งครรภ์แฝดสาม ต่อไปชีวิตต้องดีแน่นอน”“ก่อนหน้านี้เพราะพระชายารัชทายาทเกิดเรื่อง ได้ยินว่าขุนนางทั้งหลายต่างไม่กล้าไปแสดงความยินดี ตอนนี้ถึงจะ

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 2069

    หลังจากกู้หรูเยียนมาถึง คนในตระกูลซ่งก็พากันรีบรุดมาถึงเช่นกันเมื่อเห็นว่าซ่งรั่วเจินไม่เพียงฟื้นขึ้นมาแล้ว ยังกระปรี้กระเปร่าดีด้วย ก้อนหินที่ค้างคาอยู่ในใจของทุกคนได้ตกลงพื้นในที่สุด“ขอบคุณฟ้าดิน บุตรสาวของข้าไม่เป็นอะไรแล้ว”ซ่งหลินถอนหายใจโล่งอก หลายวันที่ผ่านมา สำหรับเขาแล้วยาวนานราวกับเป็นปี เพียงแต่เมื่อเห็นว่าฮูหยินของตนแทบจะรับไม่ไหว เขาจำต้องฝืนยืนหยัดไว้ มิฉะนั้นสถานการณ์คงเลวร้ายยิ่งกว่าเดิมเพียงแต่ว่า บุตรสาวคนนี้คือแก้วตาดวงใจของเขา พอคิดว่าอาจเกิดเรื่องขึ้นจนไม่ได้พบกันอีก ไม่ต้องพูดเลยว่าในใจเขาเจ็บปวดเพียงใด“น้องหญิงห้า เจ้าฟื้นขึ้นมาได้ช่างดีเหลือเกิน เจ้าหมดสติครั้งนี้ทำพวกเราตกใจแทบแย่”ซ่งจิ่งเซินเผยรอยยิ้มออกมา ก่อนจะถามอีกว่า “หมอหลวงคงมาตรวจดูแล้วใช่ไหม? ตอนนี้เจ้าไม่เป็นอะไรแล้วใช่หรือไม่?”ซ่งรั่วเจินพยักหน้าเบา ๆ “ข้าเพียงอ่อนแรงเกินไปหลังจากคลอดลูก จึงหมดสติไป ตอนนี้ฟื้นแล้ว ร่างกายก็จะค่อย ๆ ฟื้นฟู พวกท่านไม่ต้องเป็นห่วงข้าแล้ว”สายตาของนางกวาดมองผู้คนไปทั่ว เห็นได้ชัดมากว่าทุกคนล้วนไม่ได้พักผ่อนดี ๆสีหน้าของแต่ละคนล้วนเผยความอ่อนล้าหลายส่วน เ

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 2068

    ตามหลักแล้ว เมื่อวิญญาณออกจากร่างย่อมสามารถมองเห็นผู้คนและสิ่งรอบข้างได้ เพียงแต่ว่าในตอนนั้นนางถูกดึงไปยังที่อื่นโดยตรง จึงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นรอบตัวบ้างแต่เรื่องทั้งหมดนี้ก็เดาไม่ยากในชาตินี้ นางไม่เพียงมีสามีที่แสนดีเลิศเท่านั้น ยังมีครอบครัวและมิตรสหายที่รักใคร่นางอย่างแท้จริงเฉินเซียงพยักหน้าติดต่อกัน อดทอดถอนใจไม่ได้ “ฮูหยินเป็นลมหมดสติไปตั้งแต่ตอนนั้น หลายวันมานี้ก็มาทุกวัน ดูซูบเซียวไม่น้อยทีเดียว”“จะว่าไปแล้ว เวลานี้ฮูหยินก็น่าจะใกล้มาถึงแล้วเจ้าค่ะ”“บรรดาพี่ชายของท่านก็มาหาตลอด ถามไถ่อาการจากหมอหลวง คุณชายสี่ก็ไปเสาะหาสมุนไพรล้ำค่ามามากมาย เพียงแต่เห็นท่านยังไม่ฟื้นเสียที ทุกคนต่างก็เศร้าใจยิ่งนัก”“พวกอวิ๋นเนี่ยนชูกับเมิ่งชิ่นก็มาเช่นกัน วันนี้ยังพากันไปวัดเพื่ออธิษฐานขอพรอีกด้วย”ช่วงหลายวันก่อนเฉินเซียงก็แทบไม่แตะต้องอาหาร แต่เมื่อตอนนี้ได้เห็นนายของตนฟื้นขึ้นมา ก็ราวกับได้เสาหลักกลับคืนมาในที่สุด คนก็สดใสร่าเริงขึ้นทันทีในใจซ่งรั่วเจินเข้าใจดี ทั้งรู้สึกละอายใจและสุขใจในเวลาเดียวกัน“เพราะข้าคลอดลูกสามคนติดกัน ร่างกายอ่อนแรงเกินไป จึงได้หมดสติไป ตอนนี้ไม่เ

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 2067

    ซ่งรั่วเจินมองฉู่จวินถิงที่อยู่ตรงหน้า นึกถึงอดีตที่นางได้เห็นด้วยตาตนเอง ใจก็อดปวดร้าวขึ้นมาไม่ได้นางกอดฉู่จวินถิงไว้ แล้วกล่าวว่า “เหตุใดท่านถึงได้โง่งมเช่นนี้?”ฉู่จวินถิงได้ยินคำพูดของฮูหยินตน ก็ไม่เข้าใจความหมายของนางนัก เพียงแต่ในเวลานี้ เมื่อคิดว่าในที่สุดนางก็ฟื้นขึ้นมาแล้ว ใจเขาก็เหลือเพียงความยินดีและความตื่นเต้นเท่านั้นในช่วงวันที่เจินเอ๋อร์หมดสติ เขารู้สึกราวกับตัวเองเป็นศพเดินได้ ไม่ได้ไปเข้าเฝ้าเลย ไม่ว่าใครจะพูดอะไร เขาก็ไม่สนใจทั้งสิ้นไม่มีเจินเอ๋อร์ โลกของเขาก็มีเพียงความมืดมิด ไร้ซึ่งแสงสว่างใด ๆ“ไม่มีเจ้า โลกของข้าก็ไม่มีความหมายอีกต่อไป”ฉู่จวินถิงมองซ่งรั่วเจิน ราวกับกำลังมองสมบัติล้ำค่าที่ได้กลับคืนมาอีกครั้ง“อย่าจากข้าไปอีกเลย”ซ่งรั่วเจินยิ้มแล้วพยักหน้า “หม่อมฉันจะทำใจไปจากท่านและลูก ๆ ได้อย่างไร?”ไม่ง่ายเลยกว่าพวกเขาจะได้ชีวิตที่สมบูรณ์เช่นนี้ นางจะต้องทะนุถนอมมันไว้ให้ดี“พระชายารัชทายาท ท่านหลับนานเพียงนี้ คงจะหิวแย่แล้วกระมัง?”เฉินเซียงและไป๋จื่อยกอาหารเข้ามา รัชทายาทสั่งให้ห้องครัวเตรียมอาหารไว้ตลอด ก็เพื่อให้พระชายารัชทายาทมีอะไรกินทันที

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status