Share

บทที่ 8

Penulis: จี้เวยเวย
สองปีก่อนเขาไม่อาจแต่งงานกับนางในดวงใจได้จึงรู้สึกหมดหวัง ตอนรู้ว่าผู้เป็นแม่ได้จัดการหมั้นหมายให้แล้ว เขาก็ตอบรับทั้ง ๆ ที่สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ไม่แม้แต่จะชายตามองนางเลยสักนิด คิดเพียงว่าคุณหนูตระกูลใหญ่ส่วนมากจะหัวโบราณและขี้ขลาด ไม่เหมือนกับซวงซวงผู้น่ารักและมีเสน่ห์ดึงดูดใจ

ทว่าในขณะนี้เมื่อเขาเห็นซ่งรั่วเจิน ถึงได้รู้ว่านางนั้นงดงามน่ามองเพียงใด

ซ่งรั่วเจินเห็นหลินจือเยว่จ้องนางตาไม่กะพริบ ใจของนางก็เต็มไปด้วยความไม่พอใจ มีเพียงความคิดเดียวในหัวคืออยากจะควักลูกตาของคนผู้นี้ออกมาเสีย

มองอะไร! อัปมงคลเสียจริง!

“แม่นางซ่ง เรื่องวันนี้เป็นความผิดของข้าเองที่ไม่ได้บอกเจ้าตั้งแต่แรก ข้าขอโทษ” หลินจือเยว่กล่าว

ซ่งรั่วเจินหัวเราะเบา ๆ “หลินโหว ตอนขบวนเจ้าสาวของข้ากำลังจะเข้าเรือน ก็พึ่งได้รู้ว่ามีสตรีอีกนางจะแต่งเข้าพร้อมกับข้า วันนี้ท่านยังพูดต่อหน้าแขกมากมายอีกว่าในใจท่านมีเพียงแม่นางฉินเท่านั้น”

“ในเมื่อพวกท่านรักกัน ข้าก็ยินดีทำให้สมหวัง ไยต้องมาที่นี่อีก?”

เมื่อเห็นหญิงสาวพูดจาไม่น่าฟัง หลินจือเยว่ก็ขมวดคิ้วไม่พอใจ เขายอมมาขอโทษด้วยตัวเองก็ถือว่าให้เกียรติตระกูลซ่งมากแล้ว ในเวลานี้ซ่งรั่วเจินยังไม่ยอมปล่อยวางอีก ไหนเลยจะมีความสง่างามของคุณหนูตระกูลใหญ่

“เจ้าพูดเช่นนี้ก็เพราะยังโกรธข้าอยู่ ข้ายอมรับว่าการที่ข้าไม่ได้บอกเจ้าล่วงหน้าถือเป็นความผิดของข้าจริง ๆ แต่เจ้ากลับทำให้เรื่องนี้วุ่นวาย ทำลายงานมงคลนี้ ทำให้ข้ากลายเป็นตัวตลกของทั้งเมืองหลวง”

“จะว่าไปแล้ว เราสองคนก็ถือว่าเสมอกัน ตอนนี้เจ้าจะมาทำให้เรื่องใหญ่โตอีกทำไม?”

“การหมั้นของเราเกิดขึ้นเมื่อสองปีก่อน ข้าไม่คิดจะถอนหมั้น หากเจ้าใจกว้างรับซวงซวง ข้าก็จะไม่ทำให้เจ้าต้องลำบาก เจ้าก็ยังคงเป็นฮูหยินของข้า ไม่ดีหรือ?”

หลินจือเยว่พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา ฮูหยินผู้เฒ่าหลินเห็นดังนั้นจึงตำหนิเขาเสียงดัง “พูดอะไรของเจ้า?”

“เจินเอ๋อร์ เจ้าอย่าไปถือสาเขาเลย เขาอยู่ในค่ายทหารมานานจึงพูดจาไม่น่าฟัง” หลินรั่วหลานยิ้ม “ข้ากับอดีตท่านโหวมีบุตรตอนอายุมากแล้ว จึงอดตามใจเขาไม่ได้ เขาไม่ใช่คนไม่ดีอะไรหรอกนะ”

หลินรั่วหลานก้าวไปข้างหน้า จับมือซ่งรั่วเจินก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงขมขื่น “เจินเอ๋อร์ ตลอดสองปีนี้ข้าเห็นว่าเจ้าเป็นลูกสาวแท้ ๆ ของข้า เจ้าก็รู้ดี”

“เจ้าไม่ต้องกังวล ตราบใดที่ข้ายังอยู่ ไม่มีใครสามารถสั่นคลอนตำแหน่งของเจ้าในจวนหลินโหวได้ และข้าจะไม่ยอมให้ใครรังแกเจ้าเด็ดขาด!”

หลิ่วหรูเยียนมองดูการแสดงตรงหน้า หากไม่ได้ฟังเจินเอ๋อร์บอกความจริงทั้งหมด นางก็อาจจะเชื่อ ทว่านางรู้แล้วว่าฉินซวงซวงเป็นคนที่หลินจือเยว่รักมาก นางย่อมไม่ยินยอมให้เจินเอ๋อร์แต่งงานไป

ทุกคนรู้ดีว่าหญิงสาวที่แต่งงานไป หวังเพียงแค่ให้สามีรัก หากสามีมีคนอื่นในใจ อาศัยแค่ความรักจากแม่สามีจะมีประโยชน์อันใด?

ฮูหยินผู้เฒ่าหลินอายุมากแล้ว อีกทั้งสุขภาพก็ไม่ดี ใครจะรู้ว่านางจะอยู่ได้อีกกี่ปี? ยิ่งหากฉินซวงซวงมีลูก ฮูหยินผู้เฒ่าหลินจะยังคงไม่เปลี่ยนใจหรือ?

“เช่นนั้นแล้ว หลินโหวคิดว่าความผิดอยู่ที่ว่าท่านไม่ได้บอกข้าล่วงหน้าเท่านั้นหรือ? ไม่ใช่ว่าท่านไม่ควรแต่งงานกับแม่นางฉินตั้งแต่แรก?” หลิ่วหรูเยียนกล่าวด้วยท่าทีเย็นชา “บุตรสาวตระกูลซ่งของข้าจะต้องเป็นฮูหยินเอกแต่เพียงคนเดียวเท่านั้น ไม่ยอมรับภรรยาที่ตำแหน่งเท่ากันเด็ดขาด!”

“จะเป็นไปได้อย่างไร?” หลินจือเยว่ตอบกลับโดยทันทีและกำลังจะพูดต่อ แต่ถูกสายตาของหลินรั่วหลานหยุดไว้

“เรื่องในวันนี้เป็นความไม่รอบคอบของพวกเราเอง เจินเอ๋อร์ หากเจ้าไม่ชอบ เช่นนั้นให้ฉินซวงซวงเป็นฮูหยินรองดีหรือไม่? เจ้าจะเป็นฮูหยินเอกและนางเป็นฮูหยินรอง ไม่ว่าอย่างไรนางก็จะไม่สามารถกดข่มเจ้าได้”

ในสายตาของหลินรั่วหลานมีแต่ความรักและเมตตา “เจ้าก็รู้ว่าวันนี้เกิดเรื่องราวใหญ่โต ถ้าปล่อยให้นางกลับไป เกรงว่าต่อไปไม่ว่าจะแต่งไปตระกูลไหนนางก็คงจะถูกคนเขารังเกียจ”

“ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นคนใจดีและใจกว้าง ย่อมไม่อาจหักใจให้นางลำบาก รอให้นางเข้าเรือน ข้าจะให้นางอยู่ห่างจากเจ้า ไม่ให้นางมีโอกาสเกินหน้าเจ้าไปตลอดชีวิต ดีหรือไม่?”

ซ่งรั่วเจินเห็นว่าหลินรั่วหลานพูดจารอบคอบทุกคำ ดูราวกับกำลังปลอบประโลมนางอยู่ ทว่าแท้จริงแล้วกลับนึกถึงลูกชายของตนเป็นหลัก ไม่เพียงแต่จะให้ฉินซวงซวงเข้าเรือน แต่ยังให้นางทนความอึดอัดนี้อีกด้วย คำพูดทุกคำล้วนสวยงาม แต่การกระทำไม่ใช่เลย!

“หลินโหวก็คิดเช่นนี้ด้วยหรือเจ้าคะ?” ซ่งรั่วเจินถาม

เทียบกับหลินรั่วหลานที่เหมือนจิ้งจอกเฒ่าแล้ว หลินจือเยว่ยังรับมือได้ง่ายกว่า

และไม่ผิดหวังจริง ๆ หลินจือเยว่พูดด้วยใบหน้าเขียวคล้ำ “หากเจ้ายอมอยู่ร่วมกับซวงซวงอย่างสงบสุข ไม่ต่อต้านนาง ข้าก็จะไม่ทำให้เจ้าลำบาก”

“เช่นนั้นหากข้าเข้าจวนหลินโหว ข้าต้องเอาใจนางตลอดเวลา ถึงจะทำให้หลินโหวไม่ทำให้ข้าลำบากหรือ?” ซ่งรั่วเจินหัวเราะเบา ๆ “บุญคุณเช่นนี้ ข้าคงไม่มีวาสนาพอที่จะรับไว้ เช่นนั้นก็ช่างเถิดเจ้าค่ะ”

“โหวอย่างข้ายอมถอยแล้ว เจ้ายังต้องการอะไรอีก? ข้าจะแต่งงานกับซวงซวงอย่างแน่นอน เจ้าอย่าได้ทำเกินไปนัก!”

ซ่งรั่วเจินยกมือขึ้น “หลินโหวโปรดอย่ามีโทสะ ข้าเป็นคนที่ชอบช่วยเหลือผู้อื่น แม้นางจะปฏิเสธท่านไปเมื่อสองปีที่แล้วเพราะนางชอบองค์ชายสาม แต่ตอนนี้นางกลับใจมาหาท่านดั่งที่วาดหวังไว้ ข้าก็ยินดีกับท่านเช่นกันเจ้าค่ะ”

“ในเมื่อเป็นคนที่ท่านรัก จะทำให้นางลำบากได้อย่างไร? แน่นอนต้องยกให้นางเป็นฮูหยินเอก ข้ารู้ว่าหลินโหวทำทุกอย่างด้วยความโปร่งใส และฮูหยินผู้เฒ่าก็เห็นว่าข้าเป็นลูกสาวแท้ ๆ ย่อมไม่ต้องการให้ข้าเสียหาย”

“หวังแค่จวนหลินโหวจะคืนเงินให้ข้าสำหรับการเสียสละตลอดสองปีนี้ แยกจากกันโดยดี แล้วข้าจะไม่กล่าวโทษแม้แต่คำเดียว”

ทันทีที่นางพูดออกมา หลินรั่วหลานและหลินจือเยว่ถึงกับตะลึงงัน

จุดประสงค์ของพวกเขาในคืนนี้คือให้ซ่งรั่วเจินเปลี่ยนใจ แล้วคืนข้าวของที่ย้ายออกจากจวนหลินโหวในวันนี้ และเพิ่มข้าวของกลับไปอีกสักหน่อย แต่ทำไมจู่ ๆ กลับเป็นหนี้เพิ่มขึ้นมาอีก?

การเสียสละของซ่งรั่วเจินตลอดสองปี หากแปลงเป็นเงินก็ไม่ใช่จำนวนเล็กน้อย!

“เจินเอ๋อร์พูดถูก ในเมื่อหลินโหวเจอคู่ครองที่ดี พวกเราก็ขอแสดงความยินดี เชื่อว่าหลินโหวผู้ที่ได้รับการยกย่องในราชสำนักย่อมไม่ใช่คนขาดจิตสำนึก คืนเงินมาแล้วก็ต่างคนต่างแยกย้ายโดยดีเถิด”

หลิ่วหรูเยียนเห็นลูกสาวผู้อ่อนโยนของตนเหมือนเติบโตขึ้นภายในวันเดียว ไม่หวั่นไหวต่อแผนการของหลินรั่วหลาน แก้ไขปัญหาอย่างเด็ดขาดรวดเร็ว ขณะที่รู้สึกใจหายก็อดไม่ได้ที่จะปลาบปลื้มใจ

“ซ่งรั่วเจิน เจ้าแน่ใจแล้วนะว่าจะทำเช่นนี้? ข้าจะถามเจ้าอีกครั้ง เจ้าอายุเกินยี่สิบปีแล้ว หากการแต่งงานนี้ล้มเลิกไป คิดอยากจะหาคนแต่งงานใหม่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย!”

หลินจือเยว่ขมวดคิ้วแน่น เขายังไม่เชื่อว่าซ่งรั่วเจินจะยอมถอนหมั้นกับเขาจริง ๆ

“จริงแท้” ซ่งรั่วเจินตอบอย่างสบาย ๆ และหยิบสร้อยข้อมือที่ถอดมาจากข้อมือของซ่งอี้อันในวันนี้ส่งกลับไป “สร้อยข้อมือเส้นนี้ข้าขอคืนให้ท่าน รวมถึงสิ่งของที่ท่านเคยให้ข้ามา ประเดี๋ยวข้าจะให้คนส่งกลับไปยังจวนหลินโหว”

หลินจือเยว่จำสร้อยข้อมือในมือได้ว่าเป็นของที่ตนให้ซ่งอี้อัน เขาขมวดคิ้ว “ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้”

“เก็บไว้เถิดเจ้าค่ะ ข้าทำสิ่งใดมักเด็ดขาด ไม่ชอบทำอะไรครึ่ง ๆ กลาง ๆ”

ซ่งรั่วเจินสังเกตปฏิกิริยาของหลินจือเยว่ เห็นว่าเขาเพียงแค่โกรธเท่านั้น ไม่ได้รู้ถึงความหมายของสร้อยข้อมือนี้ ก็ให้รู้สึกสงสัย หรือว่าจะเป็นความบังเอิญ? หรือบางที...สร้อยข้อมือนี้ไม่ใช่ของที่เขาเลือกเอง แต่เป็นของที่คนอื่นให้เขามา

“สร้อยข้อมือนี้น่าจะเป็นของที่แม่นางฉินเลือกกระมัง? นางช่างเก่งกาจโดยแท้ ไม่เพียงแต่รู้รสนิยมของหลินโหว ยังรู้ความชอบของพี่ชายข้าอีกด้วย”
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Komen (1)
goodnovel comment avatar
김나다
แม่ก็เข้มแข็งหน่อย เป็นภรรยาท่านแม่ทัพ อ่อนแอร์จริง
LIHAT SEMUA KOMENTAR

Bab terbaru

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 2072

    ......กาลเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว รู้ตัวอีกทีเด็ก ๆ ก็อายุสามขวบแล้วฉู่จวินถิงขึ้นครองราชย์อย่างราบรื่น ซ่งรั่วเจินก็ได้เป็นฮองเฮาฮ่องเต้องค์ก่อนที่เดิมควรจะสิ้นพระชนม์ไปนานแล้ว เพราะไม่มีเหลียงอ๋องคอยทำร้าย อีกทั้งยังได้รับการบำรุงร่างกายจากซ่งรั่วเจินอย่างดี พระวรกายจึงดีขึ้นเรื่อย ๆ เพียงแต่เห็นว่าฉู่จวินถิงจัดการราชการได้อย่างคล่องแคล่ว จึงไม่อยากเหน็ดเหนื่อยกับราชกิจอีกเขาพาฮองเฮา ซึ่งบัดนี้เป็นไทเฮา ปลอมพระองค์ออกไปเที่ยวชมทั่วราชอาณาจักร กล่าวว่าทรงตั้งใจปกครองบ้านเมืองห่วงใยราษฎรมาตลอด บัดนี้ก็ควรไปดูชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรด้วยตนเองจริง ๆ เสียทีซ่งรั่วเจินได้เป็นฮองเฮา แม้จะพำนักอยู่ในวัง แต่ก็มักออกไปเที่ยวนอกวังอยู่เสมอ ฉู่จวินถิงก็ปล่อยให้นางไปตามใจ ทุกครั้งที่จัดการงานเสร็จและมีเวลา ก็จะไปเป็นเพื่อนนางพาลูกทั้งสามไปด้วย ครึกครื้นยิ่งนักทว่า หลังจากฉู่จวินถิงขึ้นครองราชย์ ก็มีขุนนางจำนวนไม่น้อยเสนอให้คัดเลือกสนมเพราะอย่างไรเสีย ฮ่องเต้ควรมีโอรสและธิดาให้มาก มีฮองเฮาเพียงคนเดียวย่อมไม่พอ ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงว่าฮ่องเต้ทรงรักและเป็นห่วงฮองเฮามาก ถึงขั้นตัดสินพระท

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 2071

    ฮองเฮาแอบรู้สึกประหลาดใจ “ไม่คิดว่าเจินเอ๋อร์จะรู้มากขนาดนี้ ข้าเองก็เพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรก”“ตอนนี้ลูกยังเล็กอยู่ พอโตขึ้นก็จะเห็นได้ชัดกว่านี้พ่ะย่ะค่ะ”ซ่งรั่วเจินมองลูกทั้งสาม ดวงตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน บัดนี้นางก็ได้สัมผัสถึงความรักของแม่ที่ท่วมท้นแล้วทุกวันที่ได้อุ้มลูก นางรู้สึกว่าสภาพจิตใจก็สงบและอ่อนโยนขึ้น เวลาส่องกระจกก็เหมือนว่าคิ้วตาจะเปลี่ยนไป“เสด็จย่าของเจ้าก็ตรัสถึงทั้งวัน หวังเพียงว่าเจ้าจะฟื้นฟูร่างกายให้ดี แล้วพาลูกไปเยี่ยมนางสักหน่อย”ฮองเฮานึกถึงหลายวันก่อนหน้านี้ ไทเฮาเคยถามเรื่องนี้โดยเฉพาะ ถึงขั้นอยากไปจวนรัชทายาทเพื่อดูเจินเอ๋อร์ แต่ถูกฮ่องเต้ห้ามไว้เพราะอย่างไรเสีย พระพลานามัยของไทเฮาแต่เดิมก็ไม่ดี หลังจากได้รับการดูแลรักษาจึงจะดีขึ้นหากออกจากวังโดยพลการ แล้วเกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้น เช่นนั้นก็วุ่นวายแล้วซ่งรั่วเจินคิดถึงเสด็จย่าที่ดีต่อนางเสมอมา จึงยิ้มแล้วกล่าวว่า “อีกเดี๋ยวพวกเราจะไปเยี่ยมเสด็จย่าเพคะ”ฮองเฮาพยักหน้าด้วยความพอใจ แล้วตบมือซ่งรั่วเจินเบา ๆ “เจ้าคลอดลูกให้จวินถิงถึงสามคนในคราวเดียว ทำคุณงามความดีครั้งใหญ่ ลำบากเจ้าแล้วจริง ๆ”

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 2070

    กู้ฮวนเอ๋อร์หัวเราะฮี่ ๆ “ข้าแค่รู้สึกว่า ลูกชายของข้าเมื่อเทียบกับลูกของท่านแล้วยังด้อยกว่านิดหน่อย แต่ถ้าเทียบกับเด็กบ้านอื่น ๆ ข้าว่าหน้าตาดีทีเดียว”“ลูกชายของเจ้าพอโตขึ้นต้องหล่อเหลาแน่นอน ถึงตอนแต่งงานมีภรรยา เกรงว่าจะมีสตรีมากมายแย่งกันแน่”ซ่งรั่วเจินอุ้มลูกของตนเอง ตอนแรกยังรู้สึกแปลกหน้าอยู่บ้าง แต่ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่าน่ารัก ความผูกพันทางสายเลือดก็พลันเกิดขึ้นทันทียามนี้เมื่อมองลูกของตนเอง นางก็อดไม่ได้ที่จะอยากจูบพวกเขาในบรรดาลูกทั้งสามคนของนาง คนโตค่อนข้างเงียบ คนที่สองซุกซนเสียงดัง ส่วนลูกสาวคนเล็ก ผิวพรรณขาวผ่องกว่าหน่อย เวลาร้องไห้ก็ชวนให้คนเอ็นดูเป็นพิเศษเมื่อพระชายารัชทายาทฟื้นขึ้นมา ข่าวนี้ก็แพร่กระจายไปทั่วเมืองหลวง“ก่อนหน้านี้ข่าวบอกว่าพระชายารัชทายาทไม่ได้สติ หมอหลวงก็จนปัญญา เกรงว่าจะไม่รอดแล้ว ไม่คิดเลยว่าคนดีสวรรค์คุ้มครอง ในที่สุดก็ฟื้นขึ้นมาได้”“ช่างดีจริง ๆ ข้ารู้อยู่แล้วว่าพระชายารัชทายาทเป็นคนมีวาสนา ตั้งครรภ์แฝดสาม ต่อไปชีวิตต้องดีแน่นอน”“ก่อนหน้านี้เพราะพระชายารัชทายาทเกิดเรื่อง ได้ยินว่าขุนนางทั้งหลายต่างไม่กล้าไปแสดงความยินดี ตอนนี้ถึงจะ

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 2069

    หลังจากกู้หรูเยียนมาถึง คนในตระกูลซ่งก็พากันรีบรุดมาถึงเช่นกันเมื่อเห็นว่าซ่งรั่วเจินไม่เพียงฟื้นขึ้นมาแล้ว ยังกระปรี้กระเปร่าดีด้วย ก้อนหินที่ค้างคาอยู่ในใจของทุกคนได้ตกลงพื้นในที่สุด“ขอบคุณฟ้าดิน บุตรสาวของข้าไม่เป็นอะไรแล้ว”ซ่งหลินถอนหายใจโล่งอก หลายวันที่ผ่านมา สำหรับเขาแล้วยาวนานราวกับเป็นปี เพียงแต่เมื่อเห็นว่าฮูหยินของตนแทบจะรับไม่ไหว เขาจำต้องฝืนยืนหยัดไว้ มิฉะนั้นสถานการณ์คงเลวร้ายยิ่งกว่าเดิมเพียงแต่ว่า บุตรสาวคนนี้คือแก้วตาดวงใจของเขา พอคิดว่าอาจเกิดเรื่องขึ้นจนไม่ได้พบกันอีก ไม่ต้องพูดเลยว่าในใจเขาเจ็บปวดเพียงใด“น้องหญิงห้า เจ้าฟื้นขึ้นมาได้ช่างดีเหลือเกิน เจ้าหมดสติครั้งนี้ทำพวกเราตกใจแทบแย่”ซ่งจิ่งเซินเผยรอยยิ้มออกมา ก่อนจะถามอีกว่า “หมอหลวงคงมาตรวจดูแล้วใช่ไหม? ตอนนี้เจ้าไม่เป็นอะไรแล้วใช่หรือไม่?”ซ่งรั่วเจินพยักหน้าเบา ๆ “ข้าเพียงอ่อนแรงเกินไปหลังจากคลอดลูก จึงหมดสติไป ตอนนี้ฟื้นแล้ว ร่างกายก็จะค่อย ๆ ฟื้นฟู พวกท่านไม่ต้องเป็นห่วงข้าแล้ว”สายตาของนางกวาดมองผู้คนไปทั่ว เห็นได้ชัดมากว่าทุกคนล้วนไม่ได้พักผ่อนดี ๆสีหน้าของแต่ละคนล้วนเผยความอ่อนล้าหลายส่วน เ

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 2068

    ตามหลักแล้ว เมื่อวิญญาณออกจากร่างย่อมสามารถมองเห็นผู้คนและสิ่งรอบข้างได้ เพียงแต่ว่าในตอนนั้นนางถูกดึงไปยังที่อื่นโดยตรง จึงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นรอบตัวบ้างแต่เรื่องทั้งหมดนี้ก็เดาไม่ยากในชาตินี้ นางไม่เพียงมีสามีที่แสนดีเลิศเท่านั้น ยังมีครอบครัวและมิตรสหายที่รักใคร่นางอย่างแท้จริงเฉินเซียงพยักหน้าติดต่อกัน อดทอดถอนใจไม่ได้ “ฮูหยินเป็นลมหมดสติไปตั้งแต่ตอนนั้น หลายวันมานี้ก็มาทุกวัน ดูซูบเซียวไม่น้อยทีเดียว”“จะว่าไปแล้ว เวลานี้ฮูหยินก็น่าจะใกล้มาถึงแล้วเจ้าค่ะ”“บรรดาพี่ชายของท่านก็มาหาตลอด ถามไถ่อาการจากหมอหลวง คุณชายสี่ก็ไปเสาะหาสมุนไพรล้ำค่ามามากมาย เพียงแต่เห็นท่านยังไม่ฟื้นเสียที ทุกคนต่างก็เศร้าใจยิ่งนัก”“พวกอวิ๋นเนี่ยนชูกับเมิ่งชิ่นก็มาเช่นกัน วันนี้ยังพากันไปวัดเพื่ออธิษฐานขอพรอีกด้วย”ช่วงหลายวันก่อนเฉินเซียงก็แทบไม่แตะต้องอาหาร แต่เมื่อตอนนี้ได้เห็นนายของตนฟื้นขึ้นมา ก็ราวกับได้เสาหลักกลับคืนมาในที่สุด คนก็สดใสร่าเริงขึ้นทันทีในใจซ่งรั่วเจินเข้าใจดี ทั้งรู้สึกละอายใจและสุขใจในเวลาเดียวกัน“เพราะข้าคลอดลูกสามคนติดกัน ร่างกายอ่อนแรงเกินไป จึงได้หมดสติไป ตอนนี้ไม่เ

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 2067

    ซ่งรั่วเจินมองฉู่จวินถิงที่อยู่ตรงหน้า นึกถึงอดีตที่นางได้เห็นด้วยตาตนเอง ใจก็อดปวดร้าวขึ้นมาไม่ได้นางกอดฉู่จวินถิงไว้ แล้วกล่าวว่า “เหตุใดท่านถึงได้โง่งมเช่นนี้?”ฉู่จวินถิงได้ยินคำพูดของฮูหยินตน ก็ไม่เข้าใจความหมายของนางนัก เพียงแต่ในเวลานี้ เมื่อคิดว่าในที่สุดนางก็ฟื้นขึ้นมาแล้ว ใจเขาก็เหลือเพียงความยินดีและความตื่นเต้นเท่านั้นในช่วงวันที่เจินเอ๋อร์หมดสติ เขารู้สึกราวกับตัวเองเป็นศพเดินได้ ไม่ได้ไปเข้าเฝ้าเลย ไม่ว่าใครจะพูดอะไร เขาก็ไม่สนใจทั้งสิ้นไม่มีเจินเอ๋อร์ โลกของเขาก็มีเพียงความมืดมิด ไร้ซึ่งแสงสว่างใด ๆ“ไม่มีเจ้า โลกของข้าก็ไม่มีความหมายอีกต่อไป”ฉู่จวินถิงมองซ่งรั่วเจิน ราวกับกำลังมองสมบัติล้ำค่าที่ได้กลับคืนมาอีกครั้ง“อย่าจากข้าไปอีกเลย”ซ่งรั่วเจินยิ้มแล้วพยักหน้า “หม่อมฉันจะทำใจไปจากท่านและลูก ๆ ได้อย่างไร?”ไม่ง่ายเลยกว่าพวกเขาจะได้ชีวิตที่สมบูรณ์เช่นนี้ นางจะต้องทะนุถนอมมันไว้ให้ดี“พระชายารัชทายาท ท่านหลับนานเพียงนี้ คงจะหิวแย่แล้วกระมัง?”เฉินเซียงและไป๋จื่อยกอาหารเข้ามา รัชทายาทสั่งให้ห้องครัวเตรียมอาหารไว้ตลอด ก็เพื่อให้พระชายารัชทายาทมีอะไรกินทันที

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status