Masukตรงประตูมีเพศเมียคนนั้นยืนอยู่จริง ๆ ทั่วร่างเต็มไปด้วยกลิ่นหอมที่ดึงดูดจนเขาห้ามใจไม่ให้อยากเข้าใกล้ไม่ได้เขานั่งขัดสมาธิบนเตียง แล้วถามอย่างจริงจัง “เจียงเหลียนน่าจะมาเร็ว ๆ นี้ เราจะเปิดใจคุยกันทั้งคืนต่อไหม?”เจียงจือเซี่ยพยายามอดกลั้น แต่สุดท้ายก็อดกลอกตาไม่ได้ครั้งก่อนเธอถูกเขาหลอกจนไม่ได้นอนทั้งคืน ครั้งนี้เธอไม่โง่ขนาดนั้นหรอกเธอพูดตรง ๆ ด้วยสีหน้าจริงจัง “เจียงเหลียนฟื้นแล้ว อีกไม่นานคงมา ถ้าเธอมา นายช่วยถ่วงเธอไว้ อย่าให้รีบหนีไปเสียก่อน”มู่หัวเย่กะพริบตาอย่างสงสัย “คุณมั่นใจว่าจะรั้งเธอไว้ได้เหรอ?”ความสามารถเคลื่อนย้ายชั่วพริบตาอันประหลาดของเจียงเหลียน จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่เข้าใจว่ามันทำงานยังไงแต่ดูท่าทางเธอ เหมือนจะมั่นใจเต็มที่?เจียงจือเซี่ยไม่ได้ตอบครั้งก่อนที่เจียงจือเซี่ยสัมผัสกับเจียงเหลียน ดอกไม้สีขาวดอกใหญ่ร้องกร้าวอย่างคลุ้มคลั่งว่าจะฉีกอีกฝ่ายให้ขาดแต่ตอนนั้นพลังของดอกไม้สีขาวดอกใหญ่ไม่พอ พลังโจมตีที่ร้อนรนจึงย้อนกลับมาทำร้าย จนเธอได้รับผลกระทบไปด้วยแต่ครั้งนี้ไม่เหมือนเดิมแล้วตอนนี้เธออยู่ระดับ SS ดอกไม้สีขาวดอกใหญ่แข็งแกร่งจนน่ากลัว!มู่
เจียงจือเซี่ยกะพริบตาปริบ ๆ อย่างงุนงงตอนนี้เธอไม่ได้กังวลว่าเจียงเหลียนจะมาแทนที่ตัวเองได้เหมือนในเนื้อเรื่องเดิมถ้ามีความสามารถขนาดนั้น แล้วจะหลบซ่อนทำไม ไม่ไปหาราชวงศ์อย่างเปิดเผยตั้งนานแล้วล่ะ?แต่ทำไมเธอถึงพูดแบบนั้นกับ “หมิงเย่” ล่ะ?สิ่งแรกที่ควรทำหลังฟื้นขึ้นมา ไม่ใช่หาทางถอนพิษงูเหรอ?“เธอบอกไหมว่าจะทำอะไร?”หนิงอี้ “เธอบอกว่าจะซื้อยาถอนพิษจากเกล็ดเผ่างู”“มียาแบบนั้นด้วยเหรอ?”หนิงอี้แบมือ “ไม่มี”เขาหลอกเธอเกล็ดประจำชีวิตของเผ่างูเป็นของที่ลี้ลับมากมันคือสิ่งที่รวมพลังชีวิตของเจ้าของไว้ นอกจากเจ้าของจะเป็นฝ่ายถอนให้เอง ก็ไม่มีวิธีแก้อื่นอีกเขาเอียงหน้าเล็กน้อย เงยตามองใบหน้าเธอ “เธอบอกว่าตอนอยู่สหพันธรัฐโดนเกล็ดเผ่างู เป็นฝีมือมู่หัวเย่เหรอ?”เจียงจือเซี่ย “……”สมกับเป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภจริง ๆ หัวไวกว่าเธอเยอะเลยเธอพยักหน้า “เป็นเกล็ดประจำชีวิตของมู่หัวเย่ ถ้าเป็นไปได้ นายคอยจับตาดูเธอตลอดเวลาไว้จะดีที่สุด”แต่หนิงอี้กลับส่ายหน้า “ผมทำไม่ได้”เขาขมวดคิ้วอย่างหัวเสีย “หลังจากครั้งก่อนที่คุณเข้าใกล้เธอแล้วมีอาการแบบนั้น ผมก็ติดอุปกรณ์เฝ้าดูเธอไว้ แต่ไม่ร
ช่วงนี้ไม่รู้ว่าซูเฉินรู้จักเป็นฝ่ายรุกขึ้นมาหรือยังไง ท่าทีเนิบ ๆ แบบเมื่อก่อนหายไปหมด พอมีโอกาสก็ขยับเข้าใกล้องค์หญิงทันทีถูกกระตุ้นจากการจัดพิธีติดกันสองครั้งหรือไง?การกระทำคล่องแคล่วเป็นธรรมชาติของเขาทำเอาโคนหูเจียงจือเซี่ยร้อนผ่าว สายตาหลุกหลิกอย่างมีพิรุธเธอยังไม่ได้บอกลู่เจวี๋ยเรื่องของซูเฉินเลยเธอแอบเงยหน้ามอง ก็สบเข้ากับสายตาตัดพ้อของเด็กหนุ่มตามคาดเจียงจือเซี่ย “...กินข้าวก่อนเถอะ”……เมื่อกลับถึงตำหนักข้างในวังหลวง อาหารเย็นก็จัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้วเจียงจือเซี่ยเพิ่งนั่งกินไปสองคำ เทอร์มินัลก็สั่นขึ้นเธอก้มมอง แล้วกะพริบตาปริบ ๆ“ฉันอิ่มแล้ว พวกนายกินต่อเถอะ ฉันออกไปเดินเล่นหน่อย” เธอวางตะเกียบแล้วเตรียมลุกจากโต๊ะเจียงถิงเงยหน้ามองเธอ คิ้วขมวดเล็กน้อยแต่เขาไม่ได้ห้าม เพียงพูดเรียบ ๆ ว่า “อย่าไปไกล กลับมาก่อนมืด”เจียงจือเซี่ยพยักหน้าอย่างว่าง่าย พูดว่า “รู้แล้ว” ก่อนหันหลังเดินออกไปพอเธอไป ลู่เจวี๋ยก็มองเจียงถิงด้วยความไม่พอใจอย่างมาก“ในเมื่อจัดพิธีกันแล้ว ก็รบกวนพลเอกเลิกควบคุมเธอแบบพี่ชาย แล้วทำหน้าที่สามีอสูรของตัวเองให้ดีก็พอ”องค์หญิงออกไปเท
เจียงเหลียนมองประตูห้องที่ปิดลง สีหน้าบึ้งตึงด้วยความโกรธ“ระบบ! ดูดซับมาได้หรือยัง?!”ระบบ [เวลาสัมผัสสั้นเกินไป ดูดซับมาได้ไม่มาก แต่...เพียงพอสำหรับการเคลื่อนย้ายพริบตาหนึ่งครั้งแล้ว]เจียงเหลียนถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างโล่งอกหมิงเย่ เพศผู้สกปรกต่ำช้าคนนี้ กล้าผลักเธองั้นเหรอ?รอให้เธอได้เป็นองค์หญิงตัวจริงเมื่อไร อย่างแรกจะถล่มที่เฮงซวยนี่ทิ้งซะ!……ลู่เจวี๋ยไม่ได้ไปร่วมพิธีที่ดาวอ้ายเอ่อร์ไม่ใช่ว่าไม่อยากไป แต่เขาปลีกตัวไปไม่ได้จริง ๆทุกปีกองทัพจะมีการประเมิน ซึ่งตรงกับช่วงนั้นพอดี ในฐานะทหารใหม่ฝีมือโดดเด่น เขาจึงถูกเจาะจงให้เข้าร่วมตอนออกจากสนามสอบ เขาเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองยิ่งกว่าผีเสียอีกเพื่อน ๆ รอบข้างเห็นสภาพเขา ต่างก็มองมาอย่างเห็นใจตอนนี้ทุกคนรู้แล้วว่า สามีเอกอีกคนขององค์หญิงคือผู้บังคับบัญชาโดยตรงของเขานายหญิงของตัวเองแต่งงานกับผู้บังคับบัญชาโดยตรง ใครเจอแบบนี้ก็ต้องกลัดกลุ้มทั้งนั้นผลการประเมินออกมา เขาได้อันดับหนึ่งอย่างไม่ผิดคาดแต่ลู่เจวี๋ยไม่มีรอยยิ้มแม้แต่น้อย เก็บของเสร็จก็เดินออกจากกองทัพหลังการประเมินเขามีวันหยุดสามวัน องค์หญิงเพิ่งเสร็จพ
ถึงตอนนั้น เธอก็จะเป็นองค์หญิงแห่งจักรวรรดิอย่างถูกต้องโดยชอบธรรมตอนนี้ก็แค่ใช้ฐานะนี้ล่วงหน้าไปสักหน่อยเท่านั้นหนิงอี้มองเธอเงียบ ๆ โดยไม่พูดอะไรใต้หน้ากาก สายตาของเขาค่อย ๆ กวาดมองทั่วใบหน้าของเธอหนึ่งรอบใบหน้านี้มีเครื่องหน้าเหมือนเจียงจือเซี่ย จนแทบแยกด้วยตาเปล่าไม่ได้ แต่สีหน้าและแววตาแบบนี้...ในสายตาของเขา ทั้งสองเป็นคนละคนกันอย่างสิ้นเชิงจู่ ๆ เขาก็หัวเราะเบา ๆ ก่อนพูดอย่างไม่รีบร้อน “ถ้าผมจำไม่ผิด ราชินีเพศเมียมีลูกสาวเพียงคนเดียว คือองค์หญิงสาม เจียงจือเซี่ยไม่ใช่เหรอ? องค์หญิงสามเพิ่งเสร็จพิธีกับสามีเอก ตอนนี้ยังอยู่ที่ดาวอ้ายเอ่อร์ไม่ใช่หรือไง?”สีหน้าของเจียงเหลียนแข็งค้างไปเล็กน้อยหนิงอี้เสริมอีกประโยค “การแอบอ้างเป็นสมาชิกราชวงศ์ ถือเป็นความผิดร้ายแรงนะ”เจียงเหลียนกัดฟัน การดัดแปลงพันธุกรรมยังไม่สมบูรณ์นี่มันยุ่งยากจริง ๆแต่ภายนอก เธอกลับทำตาแดงอย่างน้อยใจ น้ำเสียงสั่นเครือ “ฉัน...ฉันเป็นลูกสาวของราชินีเพศเมียจริง ๆ เพียงแต่ฉันพลัดพรากไปอยู่ข้างนอกตั้งแต่เด็ก ราชินีเพศเมียจึงไม่รู้ว่ามีฉันอยู่...”เธอทำท่าเหมือนอยากพูดแต่ก็ลังเล ก่อนก้มหน้าลงอย่างลำบาก
ตอนเจียงเหลียนเพิ่งฟื้นขึ้นมา ความเจ็บปวดทำเอาเธอมึนงงไปหมดเธอหมดสติไปอย่างกะทันหัน พอฟื้นขึ้นมาก็เจ็บจนร้องออกมาเสียงดัง ถึงได้รู้ตัวว่าพิษจากเกล็ดงูกำเริบแล้ว“ระบบ! แกหายหัวไปไหนมา! ทำไมฉันถึงหมดสติไปอีกแล้ว!”[คิดว่าฉันอยากให้เธอสลบหรือไง? ก็เธอไม่เอาไหนเอง ฉันให้รายชื่อไปเพื่อให้เธอไปดูดพลังโชคชะตา สุดท้ายกลับไม่ได้อะไรเลย ฉันก็เลยต้องดูดพลังจากตัวเธอเอง]เจียงเหลียนเจ็บจนตัวสั่น พอพูดถึงรายชื่อนั้นก็ยิ่งโมโห “รายชื่อบ้าอะไรเนี่ย พลังโชคชะตาของไป๋จืออวี้ต่ำขนาดนั้น แกหลอกฉันอยู่หรือไง?”พอพูดถึงเรื่องนี้ ระบบเองก็งงเหมือนกันรายชื่อของมันไม่มีทางผิดพลาด เว้นแต่พลังโชคชะตาของอีกฝ่ายจะลดลงไปเองในภายหลังอีกทั้งระหว่างที่เจียงเหลียนหมดสติ มันยังสัมผัสได้ว่ามีบางสิ่งที่อันตรายอย่างมากเข้ามาใกล้ระบบมองโฮสต์ที่เจ็บจนสบถด่าไม่หยุด แล้วรู้สึกเหนื่อยใจช่างเป็นตัวไร้ประโยชน์จริง ๆ[เลือดที่เก็บไว้คราวก่อนล่ะ? รีบใช้สิ]“ใช้หมดไปนานแล้ว!” เจียงเหลียนกัดฟันพูดอย่างเดือดดาลเลือดที่เอามาจากคนบ้าคนนั้นคราวก่อน กดพิษไว้ได้แค่ไม่กี่วัน และใช้หมดพอดีก่อนเธอจะหมดสติเจียงเหลียนหลับต







