Masukแค่คิดก็ทำเอาหนังศีรษะเธอชาวาบซูเฉินเห็นเธอลังเล ดวงตาก็ฉายแววเข้าใจขึ้นมาดูเหมือนองค์หญิงต้องการให้เพศผู้คนนี้มีชีวิตอยู่“องค์หญิง ผมหาคริสตัลสั่นพ้องพลังจิตมาได้ น่าจะช่วยชะลออาการทรุดของเขาได้”เจียงจือเซี่ยขมวดคิ้ว “ทำได้แค่ชะลอเหรอ?”“ครับ วิธีที่ดีที่สุดคือตามหาเกล็ดประจำชีวิตของเขากลับคืนมา”เจียงจือเซี่ยถือยาบำรุงร่างกายหลายหลอดที่ซูเฉินให้มา แล้วพามู่หัวเย่ตัวน้อยไปที่ห้องพักยาบำรุงเหล่านี้ช่วยบรรเทาสภาพร่างกายที่ทรุดโทรมอย่างหนักของเขาได้เล็กน้อยดวงตาของเจ้าตัวเล็กเป็นประกาย“พี่สาว แค่ผมดื่มยาพวกนี้ไม่กี่หลอดก็จะหายแล้วเหรอ?”เอ่อ…เจียงจือเซี่ยยิ้มแห้ง ๆ “น่าจะนะ”พอได้ยินพี่สาวที่ตัวเองชอบพูดแบบนั้น มู่หัวเย่ตัวน้อยก็ฝืนทนรสขมของยา เงยหน้ากระดกดื่ม ไม่นานยาบำรุงทั้งสามหลอดก็หมดเกลี้ยง ส่วนใบหน้าเล็ก ๆ ของเขาก็ยับยู่ยี่เพราะความขมเห็นเขาทำหน้าทรมานกับรสยา เธอจึงหยิบลูกอมออกมากล่องหนึ่งตั้งแต่รู้ว่าลู่เจวี๋ยชอบเยลลี่ เธอก็มักพกติดตัวไว้บ้างมู่หัวเย่มองเยลลี่หลากสีที่กองรวมกัน กลืนน้ำลายพลางอ้ำอึ้ง“พี่สาว นี่ให้ผมจริง ๆ เหรอ?”เจียงจือเซี่ยยิ่งใจอ่อ
เจียงจือเซี่ยขมวดคิ้ว รีบนึกย้อนถึงข้อมูลเนื้อเรื่องที่เกี่ยวกับมู่หัวเย่จู่ ๆ เธอก็นึกอะไรขึ้นได้ ดวงตาเบิกกว้างถ้าจำไม่ผิด ตอนแรกที่ผู้นำสหพันธรัฐรับมู่หัวเย่เป็นลูกบุญธรรม ก็เพื่อให้เขาเป็น “คลังอวัยวะเคลื่อนที่”...หรือเกล็ดประจำชีวิตอีกชิ้นจะอยู่ในมือพ่อบุญธรรมที่เป็นผู้นำ?เขาเกิดใหม่กลับมา แต่ไม่ได้ชิงเกล็ดของตัวเองคืนมางั้นเหรอ?เจียงจือเซี่ยมองมู่หัวเย่ฉบับตัวจิ๋วด้วยความเห็นใจปนความรู้สึกซับซ้อนโหดจริง ๆ ไม่เอาแม้แต่ชีวิต จะสู้กับเจียงเหลียนให้ถึงที่สุดเลยหรือไง?หลังตรวจเสร็จ มู่หัวเย่ตัวน้อยก็รีบกระโดดลงจากเตียงตรวจ วิ่งเซ ๆ ไปหาเจียงจือเซี่ย ก่อนคว้าชายเสื้อเธอไว้ เงยหน้ามองอย่างกังวล“พี่สาว ผมเชื่อฟังนะ ไม่ได้ขยับไปมาเลย”เมื่อก่อน คนที่ใช้เครื่องมือต่าง ๆ ตรวจร่างกายเขา ล้วนต้องการให้เขาเชื่อฟัง แบบนี้เขาจะได้ไม่ถูกตี และบางครั้งยังได้รับคำชมด้วยเขารู้สึกว่าพี่สาวคนสวยคนนี้คงไม่ตีเขา เขาอยากให้เธอชมตัวเองบ้างเสื้อคลุมหลวม ๆ เลื่อนเปิดออกตามการเคลื่อนไหวของเขาเจียงจือเซี่ยก้มมองโดยไม่รู้ตัว รูม่านตาหดวูบบนร่างเล็ก ๆ นั้นเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นไขว้กันไปมา
เจียงถิงเดินตามหลังเขามาอีกฝั่งของเตียง ก้มมองสีหน้าเธออย่างละเอียดเจียงจือเซี่ยมองพี่ใหญ่ ก่อนหันไปมองลู่เจวี๋ย“ฉันหมดสติไปนานแค่ไหน?”“หนึ่งชั่วโมง”ยังดี ไม่นานเท่าไรเธอพยักหน้าแล้วถามต่อว่า “มู่หัวเย่ล่ะ?”เธอคิดว่าปัญหาต้องอยู่ที่มู่หัวเย่แน่นอนการเกิดใหม่ของมู่หัวเย่คือจุดเริ่มต้นที่ทำลายวงจรทั้งหมดนี้เธอต้องเปิดอกคุยกับหมอนั่นอย่างจริงจังแล้วแต่เจียงถิงกับลู่เจวี๋ยสบตากัน สีหน้าของทั้งคู่ดูแปลก ๆ ไปเล็กน้อย“เอ่อ…เขา…”ใจเจียงจือเซี่ยกระตุกวูบ “เขาเกิดเรื่องขึ้นเหรอ?”ไม่น่าใช่นะ? เจียงเหลียนก็ทำอะไรไม่สำเร็จเลยไม่ใช่เหรอ?ระบบบ้านั่นก็หนีเร็วกว่าใครไม่ใช่หรือไง?ครู่ต่อมาเจียงจือเซี่ยย่อตัวอยู่ข้างเตียง มองเด็กน้อยที่ขดตัวอยู่ตรงมุมห้อง ก่อนจะเงียบไปนานเจียงเหลียนทำอะไรไม่สำเร็จจริง ๆแต่เห็นได้ชัดว่าระบบนั่นเล่นตุกติกไว้เด็กน้อยดูอายุราวเจ็ดแปดขวบ ผมสีเขียวเข้มยุ่งเหยิงพาดอยู่บนไหล่หน้าตายังเป็นมู่หัวเย่คนเดิม เพียงแต่ย่อส่วนลงไปมากเขามีสีหน้าหวาดกลัวและตื่นตระหนก เอ่ยอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ว่า “พะ...พี่สาว ที่นี่ที่ไหน? พวกพี่เป็นใคร?”คำว่า “พี่สา
มู่หัวเย่พูดจบก็หมดสติไปทันทีเจียงจือเซี่ยก้าวไปข้างหน้าสองก้าว ตั้งใจจะดูอาการของเขา แต่สายตากลับไปหยุดอยู่ที่หางงูสีเขียวเข้มเส้นนั้นหนังศีรษะเธอชาวาบจนต้องหยุดฝีเท้าลงเธอกลัวงูยิ่งตอนนี้มู่หัวเย่ที่นอนอยู่บนพื้นมีสภาพครึ่งคนครึ่งงู เกล็ดบนหางงูดูทั้งลื่นและเย็นเยียบ ชวนให้เสียวสันหลังเธอสูดหายใจลึก กำลังพยายามเอาชนะความกลัว แต่จู่ ๆ ก็เซจนเกือบล้ม“อื้อ…”เธอรีบเอามือยันกำแพงไว้ รู้สึกเหมือนมีบางอย่างกำลังดันร่างกายจากภายในจนแน่นอึดอัดไปทั้งตัวดอกไม้สีขาวดอกใหญ่เหมือนจะกินของบางอย่างที่ไม่ธรรมดาเข้าไปความรู้สึกนี้ต่างจากความอิ่มเอมตอนกลืนกินพลังจิตโดยสิ้นเชิง ราวกับสิ่งที่มันดูดซับมาในชั่วขณะที่สัมผัสกับเจียงเหลียนเมื่อครู่ กำลังค่อย ๆ เติมเต็มตัวมันลู่เจวี๋ยใช้เท้าเตะหัวมู่หัวเย่เบา ๆ พลางถามอย่างสงสัย “เขาก็ไม่ได้บาดเจ็บนี่ จะหมดสติทำไม?”เจียงถิงเองก็ไม่ค่อยเข้าใจ จึงขมวดคิ้วขณะที่ทั้งสองกำลังสงสัย ก็ได้ยินเสียงจากด้านหลัง จึงหันกลับไปมองนายหญิงของพวกเขายืนอยู่ที่เดิม สายตาเหม่อลอย ทั้งร่างมึนงง โงนเงนเหมือนคนเมา“องค์หญิง?” ลู่เจวี๋ยรีบพุ่งเข้ามาสองก้าวแล
เธอตัดสินใจกัดฟัน ดวงตาฉายแววเหี้ยมโหด“มู่หัวเย่ นายบังคับฉันเองนะ!”พูดจบ เธอปล่อยพลังจิตออกมาทันที พยายามกดข่มมู่หัวเย่!เธอจะฆ่าเขา!ขอแค่มู่หัวเย่ตาย เกล็ดของเผ่างูก็จะหมดฤทธิ์!มู่หัวเย่รู้ทันเจตนาของเธอ จึงเปลี่ยนขาเป็นหางงูทันที พร้อมปล่อยพลังจิตโต้กลับ!แต่ผลก็ยังเหมือนเดิม——ทันทีที่พลังจิตของเขาเข้าใกล้เธอ ก็พังทลายลงขณะเดียวกัน เรี่ยวแรงทั่วร่างของเขาก็ถูกสูบจนหมด เขาล้มลงกับพื้น ขมวดคิ้วอย่างไม่ยอมแพ้เป็นแบบนี้อีกแล้ว!เป็นแบบนี้ทุกครั้ง!ขอแค่เขามีเจตนาโจมตีเจียงเหลียน ร่างกายตั้งแต่หัวจรดเท้าก็ต่อต้านอย่างรุนแรง!เขาแอบกัดฟันแน่นเจียงจือเซี่ย!อยู่ไหน?!เจียงเหลียนยกมุมปากอย่างได้ใจ ควบคุมพลังจิตบุกเข้าอาณาเขตทางจิตของมู่หัวเย่ ตั้งใจรอจนเขาหมดทางต่อต้านแล้วค่อยฆ่าเขาด้วยมีดเดียวแต่กลับเกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้น“อ้วก!!”จู่ ๆ มู่หัวเย่ก็ขย้อนเหมือนจะอาเจียนอย่างรุนแรงเจียงเหลียน “……”หมายความว่าไง?! พลังจิตของเธอน่าขยะแขยงขนาดนั้นเลยเหรอ?!มู่หัวเย่เองก็งง เขาฝืนความคลื่นไส้แล้วลองสัมผัสดูอย่างละเอียด“อ้วก——”ทนไม่ไหว จึงขย้อนเหมือนจะอาเจียนอีกคร
เจียงจือเซี่ยไม่ได้โต้แย้งเธอไม่ได้คิดจะสู้กับนางเอกให้ตายกันไปข้างในคืนนี้ แค่อยากรู้ว่าอีกฝ่ายมีอะไรอยู่กับตัวเท่านั้นความก้าวร้าวที่ดอกไม้สีขาวดอกใหญ่แสดงออกครั้งก่อน ต้องมุ่งเป้าไปที่บางสิ่งในตัวเจียงเหลียนแน่นอนเธอรีบอธิบาย “พวกนายวางใจเถอะ เธอทำร้ายฉันไม่ได้ ครั้งนี้แค่จะดูว่าเธอทำเรื่องประหลาดพวกนั้นได้ยังไง ไม่อันตรายหรอก”สามีเอกทั้งสองสบตากัน นาน ๆ ทีจะเห็นตรงกันดังนั้น เจียงถิงกับลู่เจวี๋ยจึงยื่นมือมาแต่งตัวให้นายหญิงที่เพิ่งอาบน้ำจนตัวหอมอย่างเงียบ ๆเจียงจือเซี่ยถูกทั้งสองประกบอยู่ตรงกลางด้วยสีหน้างุนงง ทำอะไรไม่ถูก“พะ พวกนาย…”มือทั้งสี่ข้างวุ่นอยู่บนตัวเธอ เธอแขนขาเกร็งขณะให้ความร่วมมือ หน้าแดงจนแทบระเบิดสองคนนี้รู้จักคำว่าเขินอายบ้างไหมเนี่ย?!แต่เจียงถิงกับลู่เจวี๋ยกลับไม่รู้สึกกระอักกระอ่วนเลยสักนิดการที่เพศเมียมีสามีอสูรหลายคน ถือเป็นเรื่องปกติมาโดยตลอดพอเห็นนายหญิงของตัวเองเขินขนาดนั้น พวกเขากลับรู้สึกว่าเธอน่ารักเกินไปแล้วกว่าจะแต่งตัวเสร็จ เจียงจือเซี่ยก็พุ่งออกจากห้องนอนราวกับหนี รีบตรงไปยังโซนรับแขก……ในโซนรับแขกมืดสลัวมู่หัวเย่หรี่ตา






